เล่าขานตำนานรามายณะ ตอนที่ 5 : ปราบสามอสูรแห่งป่าทัตตกะ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย joni_buddhist, 26 มิถุนายน 2021.

  1. joni_buddhist

    joni_buddhist Legal returns ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,554
    กระทู้เรื่องเด่น:
    203
    ค่าพลัง:
    +63,447
    122460634.jpg
    เมื่อถึง.......ยามเช้าพระสุริยเทพทรงชักรถออกเป็นแสงประกาย เจ้าชายแห่งอโยธยาทั้งสอง ได้ตื่นนอนขึ้น พระราม ทรงลงไปในน้ำกระทำการบูชาพระสุริยเทพตามคำสอนของพระมหาฤาษีวิศวามิตร โดยการสวด ว่า "โอม ภูร ภุวัช สวัช ตัต สวิตุร วเรณะยัม ภารโค เทวัส ยะ ธีมหิ ธิโย นัช ประโจ ทยาต " เมื่อเสร็จพิธีขอพรต่อสุริยเทพแล้ว ทั้งสามก็เดินทางต่อไป มหาฤาษีวิศวามิตร กล่าว่า ราม เหลือเพียงครึ่งโยชน์ ก็จะถึงป่าทัตตกะ ที่นั่นเหล่าพระฤาษีจะก่อพิธีขอพรต่อเทพเจ้า แม้อสูรทัตกาจะเป็นหญิง เจ้าก็จงอย่าละเว้น เพราะเห็นมันเป็นหญิงเด็ดขาด อสูรตนนี้และลูกฆ่าเหล่าฤาษีผู้ชอบธรรม พระรามได้ถามว่าตามคัมภีร์พระเวทย์นั้นการฆ่าสตรีเป็นบาปมิใช่หรือคุรุเทพ มหาฤาษีวิศาวมิตรกล่าวว่า สตรีในพระเวทย์ที่ห้ามฆ่าคือสตรีที่อ่อนแอ เหมือนน้องสาว แม่ หรือคู่หมั้นหมาย สตรีเหล่านี้อ่อนแอจึงควรปกป้องการฆ่าเป็นบาป แต่ทัตกานั้นอสูรตนนี้ กลับฆ่าคนดีทำลายพิธีศาสนา กีดกั้นตนเองออกจากความดี นี่จึงควรฆ่า ฆ่าอสูรร้ายเพื่อให้ชนส่วนรวมเป็นสุขจึงควร และนางเองก็ต้องคำสาปที่คนอย่างเจ้าจะสามารถทำให้นางพ้นคำสาปได้ พระรามรับคำ มหาพรหมฤาษี และทรงกำชับองค์พระลักษมณ์ตามคำคุรุเทพวิศวามิตรด้วย เมื่อถึงใจกลางป่า เหล่าฤาษีอันเตวาสิกของท่านมุนีวิศวามิตรได้มารอก่อนแล้ว เหล่าพระฤาษีก็เริ่มตั้งปะรำพิธีอ่านพระเวทย์บูชาต่อเทพเจ้า โดยมีพระราม และพระลักษมณ์สองพระองค์ยืนรักษาความปลอดภัยให้แก่ฤาษี ทันใดเมื่อกองกูณฑ์ ก่อขึ้น อสูรทัตกาและมารีศพร้อมด้วยสุพาหุ ลูกชายก็บันดาลให้ฟ้ามืด พระลักษร์เอาศรวินธศรที่ได้จากคุรุวสิษฐ์ยิงศรขึ้นไป พลันฟ้ามืดก็สว่าง สุพาหุไม่รอช้าได้นำเอาเลือดสัตว์เหาะมาเหนือปะรำพิธีเตรียมเทลงมากลางกองกูณฑ์ องค์รามไม่รอช้าเมื่อสุพาหุเทเลือดลงมา องค์รามดึงคันศรและศรปุรุษปะยิงออกไปเมื่อเลือดตกมาด้วยอานุภาพศรศักดิ์สิทธิ์ทำให้กลายเป็นดอกไม้ตกลงมาเป็นการบูชาแทน สุพาหุไม่รอช้าเอาซากสัตว์โยนลงมาหวังทำลายพิธี พระรามตั้งจิตเอาศรอัคนีวาศยิงไปซากสัตว์ก็พลันถูกศรที่กลายเป็นมหาเพลิงกาฬแผดเผาหายสิ้น สุพาหุจึงเสกมหาดาบใหญ่ขว้างใส่พระรามพระรามจึงรำลึกถึงศรปาศุปัตที่พระศิวะประทานให้คุรุวสิษฐ์ และคุรุวสิษฐ์มอบให้พระองค์ ศรปาศุปัตแรงดั่งพายุร้อนดังไฟอัคนีพุ่งเข้าสู่ร่างสุพาหุ แผดเผาเป็นผุยผง มารีศเห็นน้องชายเสียทีจึงพุ่งเข้าใส่พระลักษมณ์หวังฆ่าอนุชาแห่งองค์รามให้ตายตามน้องชายตนพระรามจึงหยิบหญ้าคาเสกเป้นวินธศรพุ่งเป็นศรใส่มารีศ ทำให้มารีศลอยพุ่งไปตกยังวังของราพณ์พนาสูร ่ ส่วนทัตกาเห็นลูกชายทั้งสองตนที่เหาะมาด้วยเสียท่าจึงแปลงร่างให้ขยายใหญ่ ครานั้นพระรามทรงลังเลจะฆ่าดีหรือไม่ด้วยเป็นผู้หญิง มหาฤาษีร้องสั่งให้สังหาร ด้วยอสูรนี้เป็นภัย พระรามจึงตัดใจยิงศรประไลยวาตใส่ทัตกา ล้มลงสิ้นใจตรงนั้น พลันจากร่างอสุรีกลับกลายเป็นหญิงงามเข้ามากราบที่พระบาทของพระรามแล้วถวายพระพรชัยมงคลแกพระราม แล้วลอยสุ่สวรรค์ต่อไป เมื่ออสูรตายไปหมดสิ้นแล้ว พิธีของพระฤาษีก็สมบูรณ์ ในกองไฟปรากฏเป็นศรและแล่งศร พระฤาษีวิศวามิตร หยิบเทพอาวุธออกมา มอบให้พระรามบอกว่า ศรและแล่งนี้เป็นอาวุธที่ร้ายแรงมากเรียกว่าศรพรหมาสตร์ ศรนี้หามีผู้ใดต้านทานได้ด้วยเกิดจากดินน้ำลมไฟบารมีองค์พระตรีมูรติและกำลังแห่งตรีศักติ ราม เจ้าจงรับไปเถิด จงใช้เทพอาวุธนี้เพื่อพิทักษ์ความดีงามตามหน้าที่แห่งวรรณะกษัตริย์ต่อไป พระรามก้มเอามือแตะเท้าคุรุฤาษีด้วยความเคารพและรับเทพอาวุธนั้นมา พระฤาษีวิศวามิตบอกว่า ในเมื่อเสร็จภารกิจ ข้าจะพาเจ้าสองพี่น้องไปอาบน้ำแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์และสักการะเทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์ พระรามกล่าวว่าสุดแต่ใจท่านคุรุเทพเถิด แล้วพระฤาษีวิศวามิตร รวมทั้งเจ้าชายรามและเจ้าชายลักษมณ์ก็ออกเดินทางต่อไป
     

แชร์หน้านี้

Loading...