เล่าขานตำนาน"เมืองลี้"ตามรอยพระเกจิชื่อดังที่ลำพูน

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย ✿ⓈⓘⓉⓐ✿, 18 สิงหาคม 2010.

  1. ✿ⓈⓘⓉⓐ✿

    ✿ⓈⓘⓉⓐ✿ ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    10,205
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,231
    ค่าพลัง:
    +34,696
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>เล่าขานตำนาน"เมืองลี้" ตามรอยพระเกจิชื่อดังที่ลำพูน</TD><TD vAlign=baseline align=right width=102>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>18 สิงหาคม 2553 16:52 น.</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย ชเวดากองเมืองไทย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>"กันว่าได้สร้างบ้านแป๋งเมืองแต๊ๆ ได้หลีกลี้หนีภัยแต๊ๆ ขอเทพารักษ์ได้โปรดนำช้างไปสู่ ณ ที่ที่จะสร้างบ้านแป๋งเมืองด้วยเถิด" นี่คือคำอธิฐานของพระนางจามรี ผู้ซึ่งเป็นผู้ก่อร่างสร้างเมืองลี้ ซึ่งในปัจจุบันคือ อำเภอลี้ ในจังหวัดลำพูน

    "ลี้" เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาเก่าแก่ หากจะเล่าถึงตำนานเมืองลี้ก็ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยก่อนปี พ.ศ. 1800 คนไทยที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรน่านเจ้าถูกศัตรูรุกราน จึงได้พากันอพยพหนีภัยศึกมาจากทางแคว้นหลวงพระบางลงมาสู่แคว้นลานนา โดยมี "พระนางจามรี"(อย่าเข้าใจสับสนกับพระนางจามเทวี) ซึ่งเป็นราชธิดาของเจ้าเมืองหลวงพระบางเป็นหัวหน้า และท้าวพวงมหาด ผู้สนิทใกล้ชิดเป็นผู้นำทาง

    พญาช้างทรงได้พาพระนางจามรีและไพร่พลผู้อพยพเดินทางร่อนเร่ผ่านเทือกเขาลำน้ำมากมายด้วยความยากลำบาก ในขณะที่เดินทางหาชัยภูมิในการสร้างบ้านตั้งเมืองนั้น ท้าวพวงมหาดได้ถูกอสรพิษกัดถึงแก่ความตาย เมื่อขาดผู้นำทางพระนางจามรีจึงได้ทำการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพาอารักษ์ขอให้ช่วยนำช้างทรงไปสู่สถานที่ที่สมควรแก่การสร้างบ้านแปงเมืองด้วยกัน 3 ครั้ง


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>วัดพระธาตุดวงเดียว</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>จนในที่สุดพญาช้างทรงก็ได้พาพระนางจามรีและไพร่พลมา ณ ที่ลำน้ำมาบรรจบกัน 3 สาย และนำเดินไปอีกระยะหนึ่งขึ้นไปบนเนินสูงซึ่งมีหินสีขาวคล้ายไข่นกยูงอยู่บนจอมปลวกใหญ่ แล้วพญาช้างก็ได้หยุดเดินพร้อมร้องเสียงดังกึกก้อง เดินรอบปริมณฑลในลักษณะทักษิณาวรรต 3 รอบ หมอบลงและชูงวงขึ้นคล้ายประนมไหว้ ใช้งาทั้งคู่ปักลงดิน จากนั้นพญาช้างทรงก็ได้หมอบลงสิ้นใจตาย

    เมื่อพระนางจามรีเห็นดังนั้น ก็ได้พิจารณาบริเวณสถานที่เห็นว่าเป็นพื้นที่สูง มีลำน้ำไหลผ่าน มีแนวป่ากว้างใหญ่ เหมาะสมจะตั้งถิ่นฐานบ้านเมือง ณ ที่แห่งนี้ เมื่อสร้างเมืองแล้วก็ได้ชื่อเมืองว่า "เมืองลี้" หรือ "เมืองลิ" คือการตั้งชื่อเมืองตามเหตุและลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่หลบลี้หนีภัยมานั้นเอง

    เมืองลี้เจริญรุ่งเรืองตลอดมาจวบจนทางกรุงสุโขทัยได้ยกทัพมาตี โดยกวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินไปยังกรุงสุโขทัย เมืองลี้จึงกลายเป็นเมืองร้าง ต่อมามีผู้คนอพยพมาจากเมืองเชียงใหม่ ลำพูน เถิน และตาก เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่อาศัยจนถึงกลางสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าเมืองลำพูนหรือนครหริภุญไชยได้แต่งตั้งเจ้าเมืองมาปกครองและตั้งเป็นเมืองลี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และในปี พ.ศ. 2454 ได้เปลี่ยนแปลงฐานะเป็น อำเภอเมืองลี้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2460 จึงยกฐานะเป็น อำเภอลี้จนถึงปัจจุบัน และนอกจากนี้เมืองลี้ยังเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนาอีกด้วย


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระประธานภายในอุโบสถวัดพระธาตุห้าดวง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>นอกจากลี้เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานแล้ว ยังเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนาอีกด้วย โดยจากตำนานเมืองลี้แสดงให้เห็นว่าเมืองลี้นับถือพุทธศาสนามาตั้งแต่แรกตั้งเมือง

    สำหรับสถานที่แรกที่ "ตะลอนเที่ยว" จะไปจึงต้องเป็นที่ "วัดพระธาตุดวงเดียว" และ "วัดพระธาตุห้าดวง" ซึ่งก็มาจากตำนานหลังจากที่พญาช้างทรงนำพระนางจามรีและไพร่พลมาถึงจุดที่ตั้งเมือง และในยามค่ำคืนนั้นได้มีลูกแก้วออกมาจากจอมปลวกใหญ่ไปมาถึง 5 ครั้ง ส่องแสงสว่างทั่วบริเวณ

    พระนางจามรีจึงเอานิมิตรหมายอันดีนี้สร้างเมืองที่จุดแรกพบ และสร้างวัดนอกเขตเมืองตรงที่ลูกแก้วปรากฏ และเรียกว่า "วัดพระธาตุดวงเดียว" และสถานที่ติดกันว่า "วัดพระธาตุห้าดวง" โดยภายใน "วัดพระธาตุดวงเดียว" ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ บ้านสันดอยเวียง ต.ลี้ ตัวองค์เจดีย์พระธาตุดวงเดียวมีลักษณะทรงเหลี่ยมย่อมุมสูงเพรียวชะลูดถึง 30 ม. โดยสร้างครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ภายในระเบียงคต ใกล้ๆกันมีอนุสาวรีย์พญาช้างมงคลซึ่งก็คือพญาช้างทรงของพระนางจามรี


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารของครูบาศรีวิชัยภายในวัดบ้านปาง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>ส่วนที่ "วัดพระธาตุห้าดวง" นั้นก็มีอีกหลายตำนาน ตำนานหนึ่งเล่าเกี่ยวโยงไปถึงสมัยพุทธกาลว่า พระพุทธองค์มาประทานพระเมโทธาตุ (น้ำไคลมือ) แก่พวกลัวะ และน้ำก็ไหลผ่านปลายนิ้วทั้ง 5 ลงสู่พื้นดิน ต่อมาในสมัยที่พระนางจามรีมาตั้งบ้านเมืองก็ได้ทรงเห็นกองดินทั้ง 5 กอง พอทราบความจึงเกิดศรัทธาสร้างพระธาตุเจดีย์ครอบกองดินทั้ง 5 กองไว้

    ส่วนอีกตำนานเล่าว่า พระนางจามรีได้สร้างเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่ง หลังจากที่ล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าในพุทธศตวรรรษที่ 21 ท้าววงศ์ฟั่นได้มาบุรณะเจดีย์ขึ้นใหม่ ในปีพ.ศ.2431 ครูบาเจ้าศรีวิชัยก็ได้มาบูรณะซ่อมแซมพระธาตุเจดีย์องค์นี้ขึ้นใหม่ พร้อมทั้งก่อเจดีย์ขนาดเล็กไว้ที่มุมทั้งสี่ของเจดีย์ ต่อมาครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาได้อุปถัมภ์วัดพร้อมบูรณะปฏิสังขรณ์และก่อสร้างถาวรวัตถุเพิ่มเติม


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=300 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=300>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ปราสาทห้ายอดที่เคยบรรจุโลงศพและโกศบรรจุอัฐิครูบาศรีวิชัย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>รู้เรื่องราวและชมความสวยงามของวัดในตำนานเมืองลี้กันแล้ว "ตะลอนเที่ยว" ขอพาไปชมวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองลี้ และถือเป็นวัดบ้านเกิด จำพรรษา และมรณะภาพของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาด้วย วัดนี้คือ "วัดบ้านปาง" ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีวิชัย อ.ลี้ จากประวัติเล่าไว้ว่า ครูบาศรีวิชัยได้นำพระเณรและชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดขึ้นใน พ.ศ.2444

    ในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานอันเก่าแก่เมื่อครั้งสมัยที่ครูบาศรีวิชัยยังมีชีวิตอยู่ก็คือพระวิหารหลวง สร้างขึ้นตามรูปแบบของสถาปัตยกรรมล้านนามีลักษณะอ่อนช้อยสวยงาม และยังมีปราสาทหินอ่อนซึ่งสร้างขึ้นตรงสถานที่ครูบาศรีวิชัยมรณภาพ


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระวิหารพระเมืองแก้วที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>ใกล้ๆ กันยังมีพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารของครูบาศรีวิชัย ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตสองชั้นปูด้วยกระเบื้องหินอ่อน ชั้นบนมีรูปปั้นเหมือนจริงของครูบาศรีวิชัยทำจากขี้ผึ้งทั้งองค์ในลักษณะท่านั่ง นอกจากนั้นยังมีภาพเก่าของครูบาศรีวิชัยเมื่อครั้งที่ท่านจาริกไปในสถานที่ต่าง ๆ และยังมีปราสาทห้ายอดที่เคยบรรจุโลงศพและโกศบรรจุอัฐิของท่านนำมาจัดแสดงให้ได้ชมได้เคารพสักการะกันอีกด้วย

    ส่วนที่ชั้นล่างของอาคาร จัดแสดงเครื่องใช้ถ้วยชามและของใช้สมัยเก่าที่หาดูหาชมได้ยาก อาทิ รถยนต์คันแรกที่ท่านเคยนั่งขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ รถสามล้อถีบของหลวงอนุสารสุนทรที่ใช้ใส่อาหารเพื่อถวายครูบาศรีวิชัยเมื่อครั้งที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพระสิงห์ เตียงนอนของครูบาศรีวิชัย และเสลี่ยงหามพาหนะสำหรับเดินทางจาริกไปในวัดต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือ


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระสรีระทิพย์ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาในโลงแก้ว</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>ซึ่งนอกจากครูบาศรีวิชัยแล้ว ดินแดนนี้ยังมีพระอาจารย์ชื่อดังได้แก่ ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.2489 ท่านเป็นผู้บูรณะและพัฒนา "วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม" ซึ่งแต่เดิมเป็นวัดร้างให้เป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก จนทำให้ผู้คนทั่วทุกสารทิศเดินทางมากราบไหว้สักการะ

    โดยวัดพระพุทธบาทห้วยต้มนี้ ตั้งอยู่ในบ้านห้วยต้มซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ หรือชนเผ่ากระเหรี่ยง ที่ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานเมื่อปี พ.ศ.2514 ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาได้ทำการบูรณะวัดเรื่อยมาพร้อมกับแรงศรัทธาของชาวกะเหรี่ยง สำหรับบริเวณทางเข้าวัดมีอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาตั้งอยู่ หากเดินทางเข้ามาในวัดจะพบพระวิหารพระเมืองแก้วที่สวยงาม ภายในมีพระสรีระทิพย์ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาในโลงแก้วตั้งอยู่ให้ประชาชนได้เคารพสักการะ


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=300 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=300>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระบรมธาตุเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์เล็ก 17องค์ ภายในบรรจุพระเครื่อง 84,000 องค์</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>นอกจากนี้ยังมีมณฑปพระพุทธบาท ซึ่งตามประวัติเล่าว่า พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันได้เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ ณ บริเวณสถานที่แห่งนี้ โดยได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนก้อนหิน ใกล้ๆกันยังมีหอเก็บพระไตรปิฏก พระบรมธาตุเจดีย์สีทอง รายล้อมด้วยเจดีย์ขนาดเล็กอีก 17องค์ ภายในบรรจุพระเครื่อง 84,000 องค์เพื่อความเป็นสิริมงคล อีกด้วย


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=450 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=450>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>รูปหล่อครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาที่พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>ใกล้กับวัดพระพุทธบาทห้วยต้มห่างไปประมาณ 600 ม. เป็นที่ตั้งของ "พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย" หรือ "เจดีย์ชเวดากองเมืองไทย" โดยก่อนที่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาจะเริ่มสร้างพระมหาเจดีย์ ท่านได้พบมูลโคขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ทรงมาใช้ชาติเป็นโคพระโพธิสัตว์ และมูลโคนี้ก็ได้กลายสภาพเป็นพระบรมธาตุ จึงมีความตั้งใจที่จะสร้างพระมหาเจดีย์ธาตุครอบทับสถานที่แห่งนี้ไว้

    โดยได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2548 ซึ่งพุทธเจดีย์พระเจ้า5พระองค์นี้ ถือเป็นสิ่งสักการะแทนองค์พระศาสดาทั้งห้าของภัทรกัปแห่งแรก ที่สร้างด้วยศิลาแรงทั้งองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นศิลปะล้านนา


    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=300 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=300>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัยมีพระเจดีย์เล็กรายล้อม 48 องค์</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>โดยกำหนดให้มีพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่เป็นองค์ประธานอยู่ตรงกลาง สูงจากพื้นถึงบัวยอดฉัตร 71 เมตร เป็นพระเจดีย์ประจำปีเกิดของคนเกิดปีมะเมีย และมีพระเจดีย์องค์เล็กอยู่เป็นบริวารล้อมรอบรวม 48 องค์ ตามแบบพระสถูปเจดีย์ศิลปะลังกา โดยแบ่งพระเจดีย์องค์เล็ก 10 องค์แรกเป็นเจดีย์ประจำปีเกิด 10 ปีนักษัตร พระเจดีย์องค์เล็ก 28 องค์ หมายถึงพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ที่ล่วงมาแล้ว และพระเจดีย์องค์เล็กที่เหลือ 10 องค์ หมายถึงพระพุทธเจ้า 10 องค์ ที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต

    ใครที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปสักการะเจดีย์ชเวดากองที่พม่า ก็มาที่พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย ชเวดากองเมืองไทยกันได้รับรองว่าสวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว

    * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

    อ.ลี้ จ.ลำพูน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวใน "โครงการเที่ยวทั่วไทยสุขใจเสริมมงคล" ของททท. ที่มี อ.คฑา ชินบัญชร เป็นพรีเซนเตอร์โครงการ ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่(รับผิดชอบพื้นที่ เชียงใหม่,ลำพูน,ลำปาง) โทร. 0-5324-8604 begin_of_the_skype_highlighting 0-5324-8604 end_of_the_skype_highlighting begin_of_the_skype_highlighting 0-5324-8604 begin_of_the_skype_highlighting 0-5324-8604 end_of_the_skype_highlighting end_of_the_skype_highlighting, 0-5324-8607 begin_of_the_skype_highlighting 0-5324-8607 end_of_the_skype_highlighting begin_of_the_skype_highlighting 0-5324-8607 begin_of_the_skype_highlighting 0-5324-8607 end_of_the_skype_highlighting end_of_the_skype_highlighting, 0-5330- 2500 begin_of_the_skype_highlighting 0-5330- 2500 end_of_the_skype_highlighting begin_of_the_skype_highlighting 0-5330- 2500 begin_of_the_skype_highlighting 0-5330- 2500 end_of_the_skype_highlighting end_of_the_skype_highlighting

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    -------------------
    http://www.manager.co.th/Travel/View...=9530000114358
     
  2. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    วัดสวย ๆ ทั้งนั้นค่ะที่ลำพูน
     
  3. deelek

    deelek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    6,694
    ค่าพลัง:
    +16,252
    ขออนุโมทนา สาธุ ๆ
    กับท่านทั้งหลายที่ได้ร่วมทำบุญสร้างกุศลทุกอย่าง
    ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้มด้วยครับ
    นิพพานัง ปัจจโย โหตุ
    นิพพานัง ปรมัง สุญญัง
    นิพพานัง ปรมัง สุขขัง
     
  4. โสภา จาเรือน

    โสภา จาเรือน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,013
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +3,333
    อนุโมทนาสาธุบุญเจ้าค่ะ

    "เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่
    ย่อมมีแสงอรุณขึ้นก่อน
    เป็นบุพนิมิตฉันใด
    ความเป็นกัลยาณมิตรก็เป็นตัวนำ
    เป็นบุพนิมิตแห่งการเกิดขึ้น
    ของหนทางพระนิพพาน ฉันนั้น"<!--sizec--><!--/sizec--><!--colorc--><!--/colorc--><!-- google_ad_section_end --><!-- / message --><!-- sig -->

     
  5. สวนพลู

    สวนพลู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    6,596
    ค่าพลัง:
    +18,654
    ขอบคุณที่แบ่งปันข้อมูลรูปภาพครับ
     
  6. กิตติ_เจน

    กิตติ_เจน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,657
    ค่าพลัง:
    +1,281
    คงต้องหาโอกาสไปเที่ยวซักครั้ง
     
  7. สร้อยฟ้ามาลา

    สร้อยฟ้ามาลา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    19,158
    ค่าพลัง:
    +43,874
    ลำพูนเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ก็มากด้วยวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า...
     
  8. สิงหนาท

    สิงหนาท เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2009
    โพสต์:
    673
    ค่าพลัง:
    +4,805
    อ.ที่ผมอยู่ เอง เชิญมาเที่ยวนะครับ :z2
     
  9. kim2533

    kim2533 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2009
    โพสต์:
    1,613
    ค่าพลัง:
    +6,305
    ถิ่นนักบุญสามครูบา
    วัดวารุ่งเรือง
     
  10. denchai_l

    denchai_l เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    1,093
    ค่าพลัง:
    +1,550
    อ.ลี้ เป็นเมืองปิด ไม่ใช่เส้นทางผ่าน ถ้าจะไป ต้องตั้งใจไปจริง ๆ

    ไปทาง อ.เถิน เลี้ยวซ้าย ทางคดเคี้ยว แคบ และชัน ต้องอาศัยความระมัดระวังมาก

    แต่ก็ดีแล้วครับ ปัจจุบันเป็นเมืองสัปปายะ สงบ สบาย ๆ ถ้าเจริญ เกรงว่าจะวุ่นวาย

    เอาไว้ให้คนที่ศรัทธา หรือมีความตั้งใจจริง ๆ ไปเที่ยวดีกว่า

    เจดีย์ที่ครูบาวง สร้างไว้ สวยและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ โบสถ์วัดหลวงพ่อโสธร

    และ เจดีย์ผาน้ำย้อย ที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ดเลยครับ

    ประเพณีก็ยังคงอยู่คงเดิม ชาวเขาก็ยังเคารพและบูชาครูบาวง อยู่แม้ท่านจะไม่หายใจแล้วก็ตาม
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 123.jpg
      123.jpg
      ขนาดไฟล์:
      40.4 KB
      เปิดดู:
      70
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2010
  11. ขยมวัด

    ขยมวัด สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +15
    เป็นเมืองที่ผมภูมิใจมากที่ผมได้เกิดอยู่ที่เมืองนี้ครับ.....
     

แชร์หน้านี้

Loading...