เล่าเรื่องผี

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย kongkam1, 23 พฤศจิกายน 2013.

  1. kongkam1

    kongkam1 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +10
    ของผมเอง เมื่อหลายเดือนก่อน ญาติของผมเป็นผู้ชาย ใด้ผูกคอตาย ใต้ต้นละมุดหลังจากตำรวจในด้มาชันสูตรศพไปแล้ว ตอนเย็นญาติๆพากันนำศพไปใว้ที่วัด ที่บ้านเลยไม่มีใครเฝ้า ผมต้องมาเฝ้าบ้านไห้พร้อมๆกับป้าของผมที่อยู่ในเรือนหลังนั้น เป็นบ้านเก่าเคยมีคนตายมาแล้ว7ชีวิติ ผมเองเป็นหลานชาย เวลาตอนนั้นก้ประมาณ 2ทุ่มกว่าๆ ผมมาที่บ้านหลังนี้พร้อมๆกับป้าของผมที่ผมไปรับมาจากวัด ทันทีที่ผมนำมอไชค์เข้าไปจอดใต้ต้นละมุด ที่มีญาติผมผุกคอตายตอนเช้า เชื่อไหมครับ ครั้งแรกที่ขนในการผมตั้งชัน แบบทันใด้ตั้งตัว ผมเองเคยฝึกสมาธิทุกๆวัน พอเจอเหตุการณ์แบบนี้ทั้งๆที่ไม่เห็นภาพอะไรเลยเพราะมันมืด แต่ขนลุกตั้งชันทั้งแขน ในใจผมเรื่มสวดบทแผ่เมตตา ในใจเบาๆ ป้าของผมพาผมขึ้นไปบนเรือนหลังนั้น ทันทีที่ผมเข้าไปในบ้าน ผมถึงกับตกตะลึงเพราะไปเจอรูปภาพของคนที่ตายทั้งหมดในเรือนหลังนั้น7คน ป้าของผมบอกกับผมว่า ใด้ทำบุญไห้พวกเขาทุกๆปี ไม่ต้องกลัวหรอก ในค่ำคืนนี้ผมใด้มานอนเป็นเพื่อนป้าของผม ป้าของผมใด้กล่าวบอกเจ้าที่เจ้าทางของบ้านหลังนี้เรียบร้อยแล้ว และใด้เข้านอน ผมยังคงนอนกระสับกระส่าย พยามๆนั่งทำสมาธิตามแบบที่เคยทำเป็นประจำ ก็ยังว้าวุ่น เวลาเลยผ่านไปจนกระทั้งตี2กว่าๆ จิตเรื่มเป็นสมาธิ แต่แล้วมีเสียงดังแก็รกๆที่ประตู ทำไห้ผมสะดุ้ง พลางแผ่เมตตาไห้สัมผเวสีเรื่อยๆ พอจิตออกจากสมาธิ อาการง่วงเรื่มเข้ามาเยือน พอจะหลับๆจะมีเสียงหลอนจากข้างนอก ดังเป็นระยะๆ แกร็กๆเหมือนมีคนมาขุดอะไรบนบ้าน ผมแทบไม่ขยับตัวเลยเนื่องจากเจอการหลอนชนิดที่ไม่เห็นตัว ผมก็แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ เสียงพวกนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดหลอน เวลาเลยย่างเข้าไปตี4 แล้ว ผมเองทนไม่ไหว ขนาดแผ่เมตตาไห้ก้แล้วยังตามหลอยไม่หยุด ผมเลยสวดคาถากำแพงแก้วเจ็ดชั้น พร้อมๆกับกำหนดจิตเป็นวงกลมล้อมรอบตัวบ้านหลังนั้นใว้ แค่นั้นแหละครับ เสียงเงียบแล้วก็ใด้นอนจนใด้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 พฤศจิกายน 2013
  2. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,199
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +10,673
    ส่วนตัวคิดว่า.....บางทีการมีสัมผัสเรื่องพวกนี้ มันก็มีทั้งดีและไม่ดี

    การตายโดยผูกคอตาย เป็นการตายโหง น่าจะดุเอาการอยู่ เพราะวิญญาณต้องวนเวียนอยู่ตรงสถานที่ที่ตาย ยังไปไหนไม่ได้ จนกว่าจะหมดวิบากกรรม

    ....แต่ถ้าเป็นตัวเอง คงจะทำใจดีสู้(ความกลัว) ไปแอบดูให้แน่ใจถึงที่มาของเสียงก่อน ว่าใช่ จิ้งจก ตุ๊กแก หรือหมู หมา กา ไก่ ฯลฯ มาเกาประตูรึป่าว ???

    ถ้าชัวร์ว่าไม่มีอะไรแน่ๆ จะกลับมาสวดมนต์ อุทิศบุญกุศล แล้วค่อยคลุมโปงนอนต่อ
     
  3. naitiw

    naitiw เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,612
    ค่าพลัง:
    +2,889
    งง ด่วนสรุปไปเปล่า ยังไม่ได้หาที่มาของเสียงเลย

    อาจจะเป็นเสียงลมพัดสังกะสีก็ได้ มองเป็นวิทยาศาสตร์ก่อน
     
  4. บุรุษไร้เงา

    บุรุษไร้เงา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,437
    ค่าพลัง:
    +35,884
    อ่านดูแล้วเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างน่าตื่นเต้นครับ.
    จากสภาพแวดล้อมและสิ่งที่เราเคยได้ยิน
    ได้ฟัง ได้เห็นมาก่อน..กับความเข้าใจ ณ เวลานั้น
    ถือว่าถ่ายทอดได้ดีครับ
     
  5. Jasmin99999

    Jasmin99999 วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    971
    ค่าพลัง:
    +3,332
    เคยเห็นแต่ตอนที่คุณปู่เสียใหม่ๆ บ้านท่านจะอยู่อีกหลัง สาเหตุการเสียชีวิตคือท่านตกเปล เปลก็ไม่ได้สูงเลย ท่านก็จะชอบนอนเล่นประจำ ด้วยเพราะสายตาท่านไม่ค่อยดีเนื่องจากเคยมีอุบัติเหตุมาก่อนเลยอยู่แต่บ้านและไม่ชอบใส่เสื้อ นุ่งแต่กางเกง หลังจากที่ท่านเสีย ดิฉันก็เห็นเป็นร่างใสๆไม่สวมเสื้อ นุ่งแต่กางเกงที่แกชอบใส่ มายืนก้มๆมองมาในบ้าน ตอนนั้นเห็นท่านยืนอยู่ข้างต้นไม้หน้าบ้านในตอนกลางวันเลย ร่างใสมากๆแทบจะมองไม่เห็น เราก็ไม่คิดอะไร คงจะตาฝาด พอโตขึ้นค่อยนึกถึงเหตุการณ์นั้น ท่านคงจะมาดูลูกหลานเป็นครั้งสุดท้าย แต่ว่าท่านคงเข้ามาภายในบริเวณบ้านไม่ได้ เลยยืนด้อมๆมองๆอยู่ข้างรั้วด้านนอกแทน
     
  6. tamonwun

    tamonwun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กันยายน 2012
    โพสต์:
    41
    ค่าพลัง:
    +181
    ขอแจมด้วยนะคะ พ่อของข้าพเจ้าเสียเมื่อปลายปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุหน้าประตูบ้าน กำลังตั้งศพสวดอยู่ที่วัด ก็มีคนบ้านข้างๆมาบอกว่าต้องนิมนต์พระมาเชิญวิญญาณไปวัดนะ ไม่งั้นพ่อจะติดอยู่ตรงนี้ไปหนไม่ได้ ข้าพเจ้าคิดว่าเค้าคงกลัวพ่อน่ะแหละ แต่เพื่อความสบายใจของบ้านอื่นๆ ก็ไปนิมนต์พระมาทำพิธีเชิญไปวัด วันที่สองหรือวันที่สามนี่แหละจำไม่ค่อยได้ มีหลานชายคนเล็กอายุประมาณสองขวบเดินมางานศพที่วัดกับแม่ ได้เรียกแม่ดูปู่ช่วย ชี้นิ้วบอกน้องสะใภ้ว่าไหนแม่ว่าปู่ช่วยตาย ปู่ช่วยยังไม่ตายยืนยิ้มอยู่แม่ไม่เห็นเหรอ คนทั้งงานแตกตื่น มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ส่วนข้าพเจ้าพอได้ยินหลานบอก ก็ได้เดินไปตรงที่หลานชายชี้และพยายามมองหาเผื่อว่าจะมองเห็นพ่อแต่ก็มองไม่เห็น เพราะว่าน้องสะใภ้ได้ลางานและชวนลูกคนเล็กเดินมางานศพพ่อข้าพเจ้า โดยบอกลูกชายว่าปู่ช่วยตายต้องไปงานศพปู่ช่วยที่วัด พอเสร็จงานศพทุกคนที่อยู่ที่บ้านก็ได้แยกย้ายกันกลับบ้านตัวเอง เหลือแค่ข้าพเจ้ากับน้องสาว หลานชาย12 ขวบ และแฟนข้าพเจ้า พอเสร็จงานศพข้าพเจ้าก็ป่วยเป็นไข้ ตื่นลงมากินข้าวชั้นล่างทุกคนก็ออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว พอกินข้าวกินยาเสร็จด้วยความเหนื่อยขี้เกียจเดินขึ้นห้อง ก็เลยนอนดูทีวีอยู่ชั้นล่าง สักพักได้ยินเสียงพ่อเดินเอามือรูดราวบันไดลงมาข้างล่าง เพราะว่าห้องพ่อแกอยู่ชั้นสอง เสียงเดินชัดเจนมากเหมือนปกติตอนแกยังมีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าหันไปมองที่บันไดลุ้นว่าเห็นหรือไม่เห็น สรุปว่าไม่เห็น พอได้ยินเสียงอีกก็ลุกไปจ้องที่บันไดเลย ลุ้นจนเหนื่อยก็ไม่เห็นพ่อ มีแอบคิดด้วยนะว่าสงสัยจะไข้หนักหูแว่วประสาทหลอน หรือไม่ก็คิดไปเอง พอน้องสาวกลับมาตอนเย็น ก็เล่าให้น้องสาวฟัง น้องสาวบอกได้ยินเหมือนกัน ได้ยินเสียงแกเดินไปมาในห้องพ่อ พอไปเปิดดูก็ไม่เห็นมีอะไร แล้วมีอยู่วันนึงถัดจากนั้น นั่งดูหนังคุยกันสองคนพี่น้อง ก็ได้ยินเสียงแกเดินในห้อง เดินรูดราวบันไดลงมาข้างล่างพร้อมกันทั้งสองคน ก็เลยคุยกันว่าสงสัยพ่อคงยังไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว พ่อยังใช้ชีวิตเป็นปกติเหมือนตอนที่แกยังอยู่ เพราะมีไปเคาะประตูห้องข้าพเจ้าด้วย เปิดมาดูแต่ไม่เห็นใคร คุยกันด้วยว่าไหนใครว่าตายไปเจ็ดวันก็รู้ว่าตัวเองตาย นี่มันสิบกว่าวันเข้าไปแล้วพ่อแกยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ เจอกันกลางวันแสกๆ อยู่อย่างนี้ทุกวันจนชิน มีช่วงนี้แหละที่แกเงียบๆไป บ้านข้าพเจ้าเป็นอาคารพานิชย์หรือตึกแถวสูงสี่ชั้น
     

แชร์หน้านี้

Loading...