เวรกรรมจากการกระทำตามหน้าที่จะต้องชดใช้หรือไม่

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย marine24, 22 สิงหาคม 2005.

  1. marine24

    marine24 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    2,224
    ค่าพลัง:
    +15,630
    ตอนไปปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน พอจิตเป็นสมาธิ เห็นภาพตนเองกำลังวางระเบิดดักทหารเวียตนาม หลายครั้ง และมีภาพทหารเวียตนามตายบ้าง พิการบ้าง บางภาพเหมือนเราเข้าไปหาเขาถึงบ้านพักเขา เขาเปิดผ้าห่มให้เห็นว่าขาเขาขาดทั้ง 2 ข้าง มีผู้บอกว่ากรรมเก่าเขาตามมาทวง การที่เราปฏิบัติธรรม จะหลุดพ้นหรือไม่ [b-wai]
     
  2. ผู้เดินทาง

    ผู้เดินทาง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    203
    ค่าพลัง:
    +407
    ขออนุญาตตอบครับ

    การปฏิบัติธรรม ที่เป็นธรรมตรงข้ามกับสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้ว จะช่วยถ่วงเวลาและเจือจางผลของกรรมไม่ดีที่ได้ทำลงไปแล้วนั้นได้ หมายความว่า

    1) ชลอการให้ผลไว้ก่อน รอให้ผลของกรรมดีอันเป็นฝ่ายตรงข้ามที่แรงกว่าให้ผลไปจนอ่อนแรงก่อน (ดังนั้นควรหมั่นทำกรรมดีอย่างสม่ำเสมอจนเป็นอุปนิสัยสันดานติดตามตนข้ามภพข้ามชาติ)

    2) หากกรรมเก่าแรงมากๆ กระทั่งกรรมดีอันเป็นฝ่ายตรงข้ามที่หมั่นเพียรทำสม่ำเสมอก็ยังไม่อาจชลอไว้ได้ ก็ยังได้อาศัยกรรมดีนั้นส่งผลพร้อมกันไปด้วย ทำให้ผลของกรรมไม่ดีเสมือนกับว่าเจือจางลงไป จากหนักกลายเป็นเบา โดยอาจจะหนักในช่วงแรกๆ แต่จะผ่อนลงๆ ในที่สุด

    3) อาจมีลักษณะผสมระหว่าง ข้อ 1 และ 2 คือ ชลอการให้ผลบางส่วน เจือจางลงบางส่วน

    การปฏิบัติธรรมจนบรรลุมรรคผล จะทำให้ผลของอกุศลกรรมต่างๆ เบาบางลงมาก (ตามส่งผลได้ไม่เต็มที่) จนกลายเป็นอโหสิกรรมในที่สุด

    ในกรณีนี้ ควรรักษาศีลเป็นปกติ หมั่นช่วยเหลือสงเคราะห์สรรพสัตว์ มีขันติ หิริโอตัปปะ ไม่มักโกรธ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล เจริญภาวนาทั้งสมถะและวิปัสสนา หากมีโอกาสควรออกบวชเพื่อปฏิบัติธรรมและอุทิศส่วนกุศล
     
  3. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    อืมมม... คล้ายๆกับว่าจะไม่บาปนะ... (b-ng)
    แบบว่าถ้าเราทำโดยที่เราไม่ได้อยากจะทำ แต่ทำเพราะว่าเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องทำ แบบนั้นจะไม่บาป... [Embarrass
    แต่ถ้าเราไม่จำเป็นต้องทำ แต่เราทำเพราะว่าเราอยากจะทำ เราเห็นสมควรด้วยตัวเองว่าเราควรทำ แบบนั้นบาป... :(
    และถ้าเราจำเป็นต้องทำ และเราอยากจะทำอยู่แล้วพอดีเลย เราก็เลยใส่ไปซะเต็มที่เลย ดีไม่ดีมีแถมให้อีก แบบนั้นก็บาปอีกเหมือนกัน... ^-^

    คือบาปไม่บาปไม่ได้ขึ้นอยู่กะว่าเป็นหน้าที่หรือไม่เป็น... แต่ขึ้นกะว่าเรายินดีในบาปนั้นหรือไม่ต่างหากน่ะ ( ถ้าเรายินดีในบาป ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หรือไม่เป็นหน้าที่ ไม่ว่าใครสั่งให้ทำ ถ้าไม่ทำแล้วเกิดผลเสียมากมายยังไง บาปหมดขอรับ... ) : bat:

    และสมมุติว่าถ้าเราเป็นคนทำบาป ( แต่ไม่ได้อยากจะทำเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ ) ซึ่งคนอื่นที่มีอำนาจเหนือเราเป็นคนที่อยากจะทำและเป็นคนสั่งให้เราทำ เมื่อเราไม่ได้เป็นคนที่ต้องการทำ ดังนั้นบาปนี้ก็เลื่อนจากเราไป ( เราเป็นคนทำเองแท้ๆ แต่บาปนี้จะไม่มาลงที่เรา ) แต่จะเลื่อนไปหาคนที่สั่งให้เราทำ ถ้าไอ่นี่ยังไม่ใช่คนที่อยากจะทำอีก... บาปนี้ก็จะไม่ลงที่มัน และจะเลื่อนสูงขึ้นไปอีก เลื่อนสูงขึ้นไปหาเจ้านายมันที่สั่งให้มันมาสั่งเราอีกที ถ้าเจ้านายมันไม่ได้อยากทำ บาปนี้ก็เลื่อนขึ้นไปอีกไปเรื่อยๆ :mad: จนสุดท้ายเจอใครที่เป็นผู้บงการสั่งการและยินดีในบาปที่มันเป็นคนสั่งให้เราทำนั้น บาปนั้นก็จะลงที่มัน...

    ( แต่ถ้ายินดีในบาปกันเป็นลำดับขั้น เห็นสมควรจะชื่นชมในบาปที่ตัวเองทำกันเป็นชั้นๆขึ้นไปกันหมด บาปนี้ก็ลงที่ทุกคนครับผม... ไม่ใช่เอาบาปไปหารกันนะ แต่ทุกคนจะได้เหมือนกันเท่าๆกัน การเพิ่มจำนวนคนไม่ได้เพิ่มตัวหาร แต่จะเพิ่มจำนวนคนที่จะมารับบาปเดียวกันปริมาณเท่าๆกันเท่านั้นเอง ... ) (rose)
    (b-evil)
     
  4. ผู้เดินทาง

    ผู้เดินทาง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    203
    ค่าพลัง:
    +407
    บาปหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับว่ายินดีหรือไม่ครับ แต่การยินดีในการทำบาปจะส่งผลรุนแรงกว่า นานกว่า

    จากพระอภิธัมมัตถสังคหะ
    http://abhidhamonline.org/aphi/p5/059.htm

    ปาณาติบาต มีองค์ ๕

    ๑. ปาโณ สัตว์นั้นมีชีวิต

    ๒. ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต

    ๓. วธกจิตฺตํ จิตคิดจะฆ่า (คือคิดทำชีวิตให้สิ้นไป สิ้นชาติภพ)

    ๔. อุปกฺกโม ทำความเพียรเพื่อฆ่า

    ๕. เตน มรณํ สัตว์ตายเพราะความเพียรนั้น

    ปโยค คือ ความเพียรพยายามในการกระทำปาณาติบาตนั้น มี ๖

    ๑. สาหตฺถิกปโยค สังหารด้วยตนเอง

    ๒. อาณตฺติกปโยค ใช้ผู้อื่น หรือใช้วาจาสังหาร

    ๓. นิสฺสคฺคิยปโยค ใช้อาวุธสังหาร

    ๔. ถาวรปโยค สังหารด้วยหลุมพลาง

    ๕. วิชฺชามยปโยค สังหารด้วยวิชาคุณ

    ๖. อิทฺธิมยปโยค สังหารด้วยฤทธิ
     
  5. Issara

    Issara เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    509
    ค่าพลัง:
    +433
    อืมมม.... (})

    งั้น สหาย Catwater ลองคำนวณบาปกรณีนี้ให้หน่อยดิ
    คือเอาเป็นว่าการทิ้งระเบิดปรมณูที่ญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2


    มีตัวละครคือ (tm-love)
    1.ประธานาธิบดีสหรัฐ
    2.ผู้บังคับบัญชาทหารภาคพื้นแปซิฟิค
    3.นักบินผู้ทิ้งระเบิดปรมาณู

    การทิ้งระเบิดสมมุติว่ามี บาปในการกระทำอยู่อยู่ 100 หน่วย
    ลำดับการสั่งการคือ ปธน สั่ง ผบ แล้ว ผบ สั่ง นักบินไปทิ้งระเบิด


    แบบนี้ บาป 100 หน่วย นี้จะตกอยู่กับใครบ้างอ่ะ 3 คน หรือ 2 คน หรือ 1 คน แล้วจะได้ไปคนละเท่าไร (กี่หน่วย) ? :boo:
     
  6. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน... ว่าใครเป็นคนอยากจะให้ระเบิดไปลงที่ญี่ปุ่น [Embarrass

    แต่ถ้าได้ก็คงจะได้คนละ 100 หน่วยเท่ากัน ( เอ้า... งงล่ะซี้ งงกันเข้าไป บาปมี 100 ถ้าทำ 1 คนคนนั้นก็ได้ไป 100 ถ้าสองคนก็ได้คนละ 100 ดังนั้นบาปรวมสองคนก็เป็น 200 ถ้าทำสามคนก็คนละ 100 ดังนั้นบาปรวมสามคนก็เป็น 300 แล้วบาปมันมีแค่ 100 เดียวแล้วมันมาจากไหนอีก 100, 200 ) :p แต่จริงๆแล้วคือได้บาปเหมือนกันเท่ากัน ไม่ใช่ได้ 100 หน่วยหรอกนะ :) แบบว่าจริงๆแล้วบาปไม่มีหน่วยหรอก ถ้าทำบาปนี้ ก็คือได้บาปนี้แค่นั้น ไม่ใช่ว่าทำบาปนี้น้อย ดังนั้นได้บาปนี้น้อยหรือทำบาปนี้มากก็ได้บาปนี้มากหรอกนะ

    แต่ความจริงก็มีน้อยมีมากอยู่... มีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวกำหนดความรุนแรงของบาป แต่โดยพื้นฐานแล้วบาป... ไม่มีปริมาณ ไม่มีน้อยไม่มีมาก มีแต่บาปหรือไม่บาปแค่นั้น...
    (b-ng)
    ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าบาปเกิดขึ้นได้ยังไง... บาปเกิดขึ้นเพราะว่าผู้อื่นรู้เห็นการกระทำของเราแล้วการกระทำของเรานั้นๆเขายังจำได้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ภพกี่ชาติเพราะว่าการกระทำของเรามันไปติดอยู่ที่จิตที่ไม่ดับสลายไปพร้อมกับร่างกายของเรา ซึ่งเมื่อเราทำไม่ดีต่อเขาเมื่อเขาตายไปเกิดใหม่แล้วความรู้สึกที่ว่าเราไม่ดีนั้นจะติดตามข้ามภพข้ามชาติไปด้วย ทำให้เขาจะรู้สึกไปเองว่าเราเป็นคนไม่ดี... แล้วก็ทำกับเราภายใต้สมมุติฐานว่าเราเป็นคนไม่ดี ไม่ว่าเราจะพยายามทำความดีสร้างคุณประโยชน์อะไรกับเขามากมายแต่เขาก็ไม่มีหัวที่จะคิดที่จะมองให้ออกว่าเรากะลังทำดีกับเขา และจะคิดไปเองอยู่นั่นแหล่ะว่าเราเหี้ยเราเลว จะต้องทำความเลวตอบแทนเราให้สาสมกับที่เราทำไว้ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ยังนึกไม่ออกว่าเราไปทำเลวอะไรกับมันตอนไหน...

    ซึ่งบาปลักษณะนี้เป็นบาปที่เกิดจากการกำหนดค่าของตัวเราเอง... นั่นคือ ถ้าเราคิดว่า การขโมยของไม่ผิด... คนอื่นเมื่อรู้และเข้าใจว่าเราคิดว่าการขโมยของไม่ผิด มันก็จะกรูกันมาขโมยของของเรา ( เพราะว่ามันจะรู้สึกว่าเราจะไม่ว่าอะไรเพราะเราเป็นคนบอกมันเองว่าไม่ผิด... ) และถ้าเราคิดว่า " การไปบอมบ์ญี่ปุ่นไม่ผิด " ... คนอื่นก็จะกรูกันเข้ามาบอมบ์เรา ( เพราะมันรู้สึกว่าเราจะไม่คิดว่าผิดเพราะเราเป็นคนบอกมันเองว่าการไปบอมบ์ประเทศอื่นมันไม่ผิด... ) และไม่ว่าเราจะเป็นคนขับเครื่องบิน.. เป็น ผบ.ทหาร รึเป็นประธานาธิบดี... เมื่อเราแสดงให้คนอื่นและชาวโลกเห็นว่าการบอมบ์คนอื่นไม่ผิด... เราก็ไปกำหนดค่าให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วว่าถ้าคนอื่นบอมบ์เรา คนอื่นก็ไม่ผิดด้วย ซึ่งจะเห็นว่าการกำหนดค่าให้กับตัวเองมันไม่มีปริมาณน้อยปริมาณมาก ไม่มีการหารสองหารสามหารสี่อะไรทั้งนั้น ดังนั้นถ้าถามว่าถ้าบาปมี 100 ก็ได้กันคนละ 100 นั่นแหล่ะ...

    แต่ก็จะมีสภาพอื่นที่เป็นปัจจัยทำให้ความรุนแรงของบาปต่างกันได้ โดยพิจารณาถึงขั้นตอนการเกิดขึ้นของบาป ซึ่งอาจจะแบ่งออกมาได้เป็น
    1. เราพยายามทำบาป...
    2. เมื่อเราทำบาป ผู้อื่นรู้เห็นว่าเราทำบาป...
    3. เมื่อผู้อื่นเห็นว่าเราทำบาป ก็คิดจะทำบาปนั้นสนองคืนกับเราด้วย

    อยากจะบอกว่า... ตัดได้แค่ข้อหนึ่งกับข้อสองแค่นั้นครับ ข้อ 3. อย่าพยายามไปแก้อะไรมันเลยเพราะมันโง่... มันไม่มีหัวคิด เราพยายามทำดีกับมันให้ตายแค่ไหนแต่ถ้ามันรู้สึกไปเองแล้วว่าเราไม่ดีเราก็จะเป็นคนทำดีไม่ขึ้น แล้วมันก็จะจ้องแต่จะยำเราอยู่นั่นแหล่ะ ดังนั้นที่จะพูดต่อไปก็เป็นการแก้ไขไม่ให้เกิดบาปในข้อ 1 หรือ 2 เท่านั้นนะจ๊ะ
    1. เราพยายามทำบาป... อันนั้นก็แก้ได้โดยเราไม่พยายามทำบาป... ถ้าเราพยายามทำบาปคนอื่นก็จะรู้ว่าเราอยากที่จะทำ และถ้าเราพยายามที่จะไม่ทำ คนอื่นก็จะรู้ว่าเราพยายามที่จะไม่ทำ อันนี้แปลกมาก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ารู้ได้ไง... แล้วความพยายามที่จะทำบาปนี้ก็จะเป็นตัวกำหนดความรุนแรงของบาปด้วย ( อ้าวววว งงอีกล่ะซี่... บอกมาแต่แรกว่าบาปไม่มีหน่วยไม่มีมากไม่มีน้อยแล้วมาบอกอีกทีว่าบาปแรงไม่แรง :555: )

    แบบว่าถ้าสมมุติว่าเราเป็นประธานาธิบดีแล้วสั่งให้บอมบ์ญี่ปุ่นเพราะอยากจะโชว์พลัง ว่าตัวเองมีอาวุธนิวเคลียร์เงี้ยอ่ะนะ เราจะไปกำหนดค่าตัวเองว่า " บอมบ์คนอื่นได้... ถ้าอยากโชว์พลัง... " แล้วคนอื่นก็จะคิดไปเองของมันว่า " บอมบ์เราได้ ถ้าอยากบอมบ์ " ( เพราะการโชว์พลังเป็นความต้องการส่วนตัวที่ไม่ได้อยู่ในสภาวะกดดัน ดังนั้นคนอื่นก็จะคิดว่ายำเราได้ถ้าอยากจะยำ เหมือนกับที่เราบอมบ์คนอื่นเพราะเราอยากจะบอมบ์ซึ่งเป็นความต้องการส่วนตัวของเราเอง )

    แต่เราเป็นทหารแล้วเขาให้ไปทิ้งระเบิดบอมบ์ญี่ปุ่น ถ้าเราไม่ทำเราโดนคุกทหารใช่มะ ดังนั้นการที่เราบอมบ์ญี่ปุ่นก็เป็นเพราะเราไม่อยากติดคุกทหาร... ดังนั้นการกระทำนี้เราจะกำหนดค่าตัวเองว่าไง ก็กำหนดว่า " บอมบ์คนอื่นได้ ถ้าไม่อยากติดคุกทหาร " แล้วคนอื่นก็จะรู้สึกไปเองว่า " บอมบ์เราได้ ถ้ามันจะติดคุกทหารอยู่แล้วถ้าไม่ทำ แต่ถ้ายังไม่ติดคุก... บอมบ์ไม่ได้ " ซึ่งบาปมันจะต่างกันมหาศาลถ้าคนอื่นคิดว่ายำเราถ้าอยากยำ กะคิดว่ายำเราได้เฉพาะตอนจำเป็น ดีไม่ดีถ้าสภาพจำเป็นที่ต้องจำเป็นจริงๆถึงขั้นจะเป็นจะตาย บาปนี้จะไม่ได้ด้วยซ้ำ ( ใครมันจะมาขู่เข็ญบังคับคนอื่นให้มายำเราอย่างจะเป็นจะตายวะ ไม่เข้าใจ ) ซึ่งถ้ามองถึงลักษณะการกำหนดค่าของตัวเองอย่างนี้ จะเห็นว่าคนกดสวิตซ์ปล่อยขีปนาวุธที่ถ้าไม่กดจะติดคุกทหาร จะบาปน้อยกว่าคนที่เห็นดีเห็นงามอนุมัติให้ปล่อยขีปนาวุธทั้งๆที่ไม่ทำก็ได้ไม่เดือดร้อนไม่เสียหายอะไร แก้ปัญหาแบบอื่นได้ถมเถอ่ะนะ

    และถ้ามองในแง่การกำหนดค่าให้ตัวเองแล้วจะเห็นว่าการฆ่าเพื่อกิน ไม่บาป.... เพราะเราจะกำหนดค่าให้กับตัวเองว่า " ฆ่าได้... ถ้าจะเอาไปกิน ( ไม่กินก็ตาย ) " ดังนั้นคนอื่นก็จะรู้สึกไปเองว่า " ฆ่าเราได้... ถ้าไม่ฆ่าแล้วจะตาย " อ่ะนะ :)

    2. คนอื่นรับรู้ถึงบาปที่เราทำ... การสอนที่ดีที่สุดคือการสอนด้วยการกระทำใช่มะ... ดังนั้นก็ไม่ต้องไปป่าวประกาศอะไรใครหรอกว่าเราจะบอมบ์ญี่ปุ่นน่ะ แค่เราเอาระเบิดไปบอมบ์ลูกเดียวแค่นั้นมันก็รู้กันไปหมดแล้ว... แต่เนื่องจากความโง่ของคนที่มองอะไรตามความรู้สึก ไม่ได้คิดพิจารณาถึงลักษณะการกระทำอะไรเลย... ถึงแม้เราจะเอาระเบิดไปบอมบ์ญี่ปุ่น แต่ถ้ายังไม่ได้บอมบ์บุญเก่าของเราที่คนอื่นยังเห็นว่าเป็นคนดีนั้นยังมีอยู่ จิตใจเราคิดจะฆ่าคิดจะบอมบ์แท้ๆนะ แต่คนอื่นมันโง่ มันไม่รู้เรื่อง แต่พอเราบอมบ์ไปปังตอนนั้นแหล่ะบุญหมดทันที + สร้างบาปขึ้นมาแทน รู้เรื่องกันหมดเลยทีนี้... ดังนั้นการทำบาปสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ ก็จะได้บาปไม่เท่ากันด้วย ถ้าสำเร็จปุ๊บ เราก็จะไปสอนคนอื่นด้วยบาปที่เราทำปั๊บ และคนอื่นก็จ้องจะทำอย่างนั้นกะเราด้วยทันที ( เพราะมันคิดว่ามันทำได้ เราคิดว่าไม่ผิด )

    แต่ถ้าเราพยายามจะบอมบ์แล้วแต่ไม่สำเร็จ ดีไม่ดีคนอื่นก็มาเยาะเย้ยถากถางว่าระเบิดห่วยไม่ได้เรื่องอะไรทำนองนั้น แต่มันจะยังไม่คิดเลยว่าเราพยายามบอมบ์คนอื่นอยู่ ดังนั้นถ้าทำบาปสำเร็จ... ก็จะได้บาป... แต่ถ้าไม่สำเร็จ ก็จะยังไม่ได้บาปเพราะด้วยความโง่ของคนอื่นก็จะยังคงคิดว่าเรายังเป็นคนดีอยู่ต่อไป... (f)

    และความอุตสาหพยายามในการทำบาปก็จะให้บาปแรงหรือไม่แรงต่างกันด้วย... เพราะถ้าเราคิดว่าถ้าเราจะฆ่าแล้วมันหนีไปสองสามก้าวเราก็ไม่อยากจะฆ่าแล้ว เราก็จะไปกำหนดค่าของตัวเองว่า " ถ้าอยากฆ่าคนอื่นฆ่าได้... แต่ถ้ามันหนีก็เลิกตามฆ่ามัน " กับอีกกรณีหนึ่งถ้าเราจะฆ่าคนแล้วมันรู้ตัวหนีเราไปอีกซีกโลกหนึ่งทัน... แล้วเราก็ตามสืบตามหามันไปอีกซีกโลกหนึ่งแล้วฆ่ามัน เราก็จะไปกำหนดค่าของตัวเองว่า " ถ้าอยากฆ่าคนอื่นฆ่าได้... ถ้ามันหนีก็ตามฆ่าให้ได้ " ซึ่งบาปมันจะคนละโลกกันเลยถ้าคนอื่นคิดว่าถ้าอยากฆ่าเราก็จะต้องฆ่าเราให้ได้ กะปล่อยๆมันไปเถอะไม่อยากดิ้นรนจะฆ่าอะไรมันมากมายอ่ะนะ ดีไม่ดีจะไม่ได้บาปเลยด้วยซ้ำถ้าคนอื่นคิดว่าปล่อยๆเราไปเหอะไม่อยากจะดิ้นรนฆ่าเราอ่ะนะ ดังนั้นอุบัติเหตุต่างๆ ไม่บาป เพราะไม่มีความพยายามดิ้นรนจะฆ่าให้ได้ ยิ่งดิ้นรนพยายามยึดติดในบาปเท่าไหร่ก็ยิ่งจะบาปมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งจะทำให้ได้ยังไงก็จะทำให้ได้ คนอื่นอธิบายขอร้องอ้อนวอนให้ตายยังไงเราก็ยังไม่สนใจดิ้นรนขวนขวายจะทำบาปให้ได้แบบนี้บาปยิ่งแรงอ่ะ
    (b-green)
     
  7. Issara

    Issara เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    509
    ค่าพลัง:
    +433
    อืมมม...แล้วถ้าในกรณีเป็นการทำบุญล่ะ (b-ng)

    โจทย์เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากทิ้งระเบิดไปทิ้งอาหาร ยารักษาโรค ให้ประเทศยากจนที่ประสบภัยพิบัติ ลำดับการสั่งการ(*)

    ปธน สั่ง ผบ แล้ว ผบ สั่ง นักบินไปทิ้งอาหาร ยารักษาโรค สู่ประเทศยากจนที่ประสบภัย(*)

    ใช่คำตอบเดียวกับการทำบาปไหม แค่เปลี่ยนจากบาปเป็นบุญรึเปล่าอ่ะ ?

    [b-nurse]
     
  8. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    อืม... ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะอ่ะ
    แบบว่าถ้าเรายินดีในบุญเราก็จะได้บุญ แต่ถ้าเราไม่ยินดีในบุญเราก็จะไม่ได้บุญอ่ะ...
    ประมาณว่าถ้าคนอื่นเดือดร้อนแล้วเราช่วย เราก็จะให้ค่าตัวเองว่า " ถ้าคนอื่นเดือดร้อนเราต้องช่วย... " แล้วคนอื่นก็จะรู้สึกไปเองโดยอัตโนมัติว่า " ถ้าเราเดือดร้อน มันต้องช่วย... " ประมาณนั้นแหล่ะ

    แต่ก็มีลักษณะแปลกๆเหมือนบาปด้วยอ่ะนะ แบบว่า ถ้าเราเป็นคนเอาอาหารไปแจกประเทศยากจน คนอดอยากพวกนั้นได้รับอาหารจากเราใช่ป่ะ แต่มันก็จะรู้สึกไปเองได้ทันทีว่าที่เราเอาอาหารมาแจกมันน่ะเพราะโดนใช้มา... ดังนั้นเราจะไปกำหนดค่าของตัวเราเองว่า " ต้องทำดี ถ้าโดนใช้... " ดังนั้นคนอื่นก็จะรู้สึกไปเองว่า " ไม่ต้องทำดีกะเรา ถ้าไม่โดนใช้ " ประมาณนั้นอ่ะ คล้ายๆกันนั่นแหล่ะ ดังนั้นมันก็จะเกิดสภาพแปลกๆขึ้นมาโดยที่บุญที่เราทำเราเป็นคนออกแรงเป็นคนทำงานแท้ๆ แต่คนที่ใช้บังคับให้เราทำบุญนั้นกลับจะได้บุญนั้นๆไปแทน ( ถ้าเราทำบุญแต่ไม่ได้อยากจะทำด้วยตัวเราเอง แสดงว่าเราต้องโดนบังคับให้ทำ )

    แต่จะเห็นว่าบาปหรือบุญที่เกิดจากการกำหนดค่าตัวเองนั้นเมื่อกำหนดค่าไปแล้วจะแก้ไม่ได้ ดังนั้นบาปหรือบุญที่เกิดจากการกำหนดค่าจะเป็นบุญอนันต์หรือบาปอนันต์...

    ซึ่งมันก็จะมีทริกอะไรบางอย่างที่จะแก้ไม่ให้บาปเป็นอนันต์ ( ซึ่งก็จะส่งผลให้บุญอนันต์ก็จะทำไม่ได้ตามไปด้วย ) แต่ทริกนั่นลืมไปแล้วอ่ะโทดที...
    (b-oneeye)
     
  9. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    เออ คล้ายๆว่าจะจำได้แล้ว... คิดว่าเป็นประมาณนี้นะ... [Embarrass

    แบบว่าถ้าเราสร้างบาปให้บาปที่เราทำมากำหนดตัวเราแล้ว บาปมันก็จะติดแน่นถาวรกะตัวเราอยู่อย่างนั้นไม่หายไปไหน ตราบใดที่เราไม่ดับสลายไปบาปนี้ก็จะไม่เสื่อมคลาย ทำให้บาปมันจะเป็นบาปอนันต์ที่ใช้ไม่หมดไม่สิ้นอ่ะนะ...
    ดังนั้นเลยต้องสร้างกิเลส โลภ โกรธ หลง ขึ้นมาเป็นแพะรับบาป ให้บาปไปเกาที่กิเลสแทน ตัวเราเองจะได้บริสุทธิ์ ไม่มีบาปอะไรมาเกาะอ่ะ

    อย่างเช่น... ถ้าเราต่อยคนเพราะโกรธ... คนอื่นมันก็จะคิดว่ามันจะต่อยเราได้ถ้ามันโกรธงี้ใช่ป่าวอ่ะ จะเห็นว่าบาปนี้ไม่ได้เกาะอยู่กับตัวเรา แต่มันจะเกาะอยู่กับความโกรธของเรานั่นคือ เราไม่ได้คิดว่าเราต่อยคนอื่นได้ แต่เราคิดว่าต่อยได้เฉพาะตอนโกรธเท่านั้น ดังนั้นหมายความว่าปกติแล้วเราจะไม่ต่อย แต่เมื่อมีความโกรธเราถึงจะต่อย การที่เราต่อยนั้นขึ้นกับว่าโกรธหรือไม่โกรธ นั่นคือการต่อยของเรามันเกาะอยู่กับความโกรธ ถ้าความโกรธมาเมื่อไหร่การต่อยก็จะตามมาด้วย

    เมื่อบาปเกาะอยู่กับความโกรธ คนอื่นก็จะคิดว่ามันจะต่อยเราได้เมื่อมันโกรธงี้ใช่ป่าว... ดังนั้นเมื่อมันโกรธมันก็จะต่อยเราทันทีเลย ( เพราะบาปมันเกาะอยู่กับความโกรธ เมื่อมันโกรธ บาปนี้ก็ตามมาหาเราทันที ) จริงอยู่ที่เมื่อเรากำหนดค่าไปแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าบาปเกาะอยู่กับความโกรธ เมื่อคนอื่นโกรธเราเราก็โดนต่อยทันทีแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถึงแม้การที่บาปเกาะอยู่กับความโกรธนั้นแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ความโกรธนั้นดับสลายสูญสิ้นไปตามกาลเวลาได้ ดังนั้น เมื่อบาปเกาะอยู่กับความโกรธ เมื่อความโกรธที่คนอื่นมีต่อเราสูญสิ้นไป เมื่อนั้นบาปที่เกาะอยู่กับความโกรธ ก็จะดับสลายสูญหายไปด้วย :cool:

    อันนี้เป็นเทคนิคที่ผู้ที่ทรงปัญญาที่สุดในจักรวาลคิดขึ้นมา เป็นเทคนิคระดับสูงส่งของผู้สร้าง ที่สร้างกิเลสสร้างความรู้สึกอะไรต่างๆมากมายขึ้นมาล้อมเราไว้ เป็นบาเรียป้องกันตัวเราจากบาปมลทินต่างๆ ให้ตัวตนของเราบริสุทธิ์ผุดผ่องปราศจากมลทินใดๆ แล้วให้ความรู้สึกต่างๆเหล่านั้นเป็นที่ยึดเกาะของบาปแทนที่บาปจะมาเกาะกับตัวเรา เรียกว่าปาฏิหารย์ก็คงจะได้ ทำให้สิ่งที่ไม่น่าจะหมดมันหมดไปได้ ทำให้สิ่งที่ไม่มีขนาดกลายเป็นสิ่งที่มีขนาด สร้างสิ่งที่ไม่กว้างไม่ยาว ไม่ลึก... กลายเป็นสิ่งที่กว้าง ยาวและลึกได้...
    (good)
    แต่ก็มีอยู่บางกรณีที่ป้องกันไม่ได้ คล้ายๆกับว่าบาปมันไม่เกาะกับกิเลสที่เป็นบาเรียที่ล้อมป้องกันเราไว้ แล้วก็มุ่งตรงดิ่งมาเกาะกับตัวเราเลยอะไรประมาณนั้นแหล่ะ ทำให้บาปนั้นเป็นอนันต์ที่ใช้ไม่หมดไม่สิ้นไม่มีวันสิ้นสุดอ่ะ
    (glass)
     
  10. Issara

    Issara เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    509
    ค่าพลัง:
    +433
    แล้วมันมีด้วยรึ ไอ่บาปที่เป็นอนันต์อ่ะ (b-ng)

    ถ้ามีก็เหมือนว่ามันไม่สิ้นสุดอ่ะดิ ก็เหมือนกับว่าเราสามารถหาจำนวน Infinity ได้สิ
    ยังงั้นอ่ะเปล่าอ่ะ


    (b-uh)
     
  11. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    ก็อย่างนั้นแหล่ะ... อย่าพูดว่าเป็นจำนวน infinity เลย บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีขนาด ไม่มีปริมาณ จะดีกว่า... มันเป็นตรรกะคล้ายๆกับสถานะของไฟฟ้าในวงจรดิจิตอลที่มีแค่ 1 กะ 0 ไม่มี 0.5, 0.6 อะไรอ่ะ แบบว่ามีแค่ดีหรือไม่ดี บาปไม่บาป โดนหรือไม่โดน ซวยหรือไม่ซวย แค่นั้นอ่ะ ไม่มีซวยมากซวยน้อย ดีมากดีน้อยบาปมากบาปน้อยอะไรเลย แบบว่าถ้าไปกำหนดให้มันซวยปุ๊บ เมื่อถึงคราวที่มีทางเลือกให้เราสองทางคือโชคดีกะโชคร้าย เมื่อเราถูกกำหนดให้ซวยเราก็จะโชคร้าย พอมีทางเลือกให้เราคือโชคดีหรือโชคร้ายอีกครั้ง เมื่อเราซวยเราก็จะโชคร้าย และถ้ามีทางเลือกให้เราอีกที เราก็จะโชคร้ายอีกที ไปเรื่อยๆอย่างไม่จบไม่สิ้น ( เพราะเราถูกกำหนดให้โชคร้าย ดังนั้นเมื่อใดที่มีช่องทางให้เราโชคร้ายปรากฏขึ้นมา เราก็จะโชคร้ายตลอด ) ทำให้มันดูเหมือนว่าบาปนี้มันเป็นอนันต์อ่ะ... แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นอนันต์... ไม่มันไม่มีขนาด ไม่มีปริมาณต่างหาก

    บาปอนันต์บุญอนันต์ ( อนันตริยกรรม ) ทำได้หมด... มีช่องมีทางให้ทำ ( แต่คงไม่มีใครอยากจะพยายามทำบาปอนันต์เพื่อให้ตนเองเป็นคนพิเศษแตกต่างจากคนอื่นที่ทำบาปที่คนอื่นเค้าทำกันไม่ได้กันหรอกนะ ) 5555
    (555)
     
  12. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    ต่อ ต่อ
    แบบว่า ถ้าเราฆ่าคนปุ๊บ นั่นคือเราคิดว่าการฆ่าคนนั้นไม่ผิดถ้าอยากจะฆ่า... คนอื่นเมื่อเห็นว่าเราฆ่าคน มันก็จะมองหาสาเหตุหาเหตุผลที่เราฆ่าคนโดยทันทีเพราะมันยังจะพยายามคิดหาเหตุผลอะไรมาเข้าข้างเรา หาเหตุหาผลมาอธิบายว่าทำไมทำอย่างนี้ถึงทำได้ และพอสำรวจพิจารณาเราแล้วมันก็จะมองว่าเราอยากจะฆ่าเราก็เลยฆ่าเพราะอยากจะฆ่า ดังนั้นเมื่อคนอื่นมองว่าเราฆ่าเพราะอยากจะฆ่า คนอื่นก็จะคิดว่ามันฆ่าเราได้ถ้ามันอยากจะฆ่า... นั่นคือคนอื่นจะมองว่า การฆ่า ( บาป ) ติดอยู่กับความอยาก ( กิเลส ) เมื่อการฆ่าเกาะอยู่กับความต้องการฆ่า บาป ( การฆ่า ) ก็จะหายไปเมื่อ ความต้องการฆ่า ( กิเลส ) หมดลง :(

    แต่สมมุติว่าเราไม่ได้ฆ่าคนธรรมดาสามัญชนทั่วไป สมมุติว่าเราดันไปฆ่าพระอริยะเข้าเงี้ยอ่ะนะ... เนื่องจากพระอริยะเป็นผู้ประเสริฐ ไม่มีกิเลสไม่มีตัณหา ไม่ทำอันตรายทำร้ายใครให้เกิดความคับแค้นใจ ทำได้แต่เพียงคุณประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและส่วนรวมเท่านั้น ( เมื่อดูจากเจตนา )

    เมื่อเราฆ่าพระอริยะ แทนที่คนอื่นจะมองหาเหตุผลที่เราฆ่าคนเพื่อจะเข้าข้างเรา แต่เนื่องจากลักษณะของพระอริยะนั้นเด่นกว่าเพราะว่าเป็นคนดีบริสุทธิ์ผุดพ่องเป็นผู้ประเสริฐไม่ทำบาปทำกรรมกับใคร เมื่อคนอื่นรู้ว่าเราฆ่าพระอริยะ และลักษณะเด่นของพระอริยะลอยเด่นขึ้นมาทำให้คนอื่นไม่ได้มองหาเหตุหาผลที่จะเข้าข้างเรา ( เพราะโดนลักษณะเด่นของพระอริยะกลบ... ) แทนที่คนอื่นจะมองว่าเราฆ่าคนเพราะว่าเราอยากจะฆ่าตามปกติ มันกลับดันจะมองว่าเราฆ่าคนที่ดีที่สุดประเสริฐแทน... และเมื่อมันมองว่าเราฆ่าคนที่ดีที่สุดประเสริฐกับตัวเรา ( หมายความว่ามันจะคิดว่าเราคิดว่าเราฆ่าคนได้ แม้ว่าจะดีแม้จะประเสริฐเพียงไหนก็ตาม ) มันก็จะมองว่ามันฆ่าเราได้... ( แม้ว่าเราจะดีและประเสริฐเพียงไหนก็ตาม... ) และเมื่อมันคิดว่ามันฆ่าเราได้ หมายความว่า การฆ่า ( บาป ) ติดอยู่กับตัวเรา ไม่ได้ติดอยู่กับกิเลส คือเมื่อเราทำเวรทำกรรมกับพระอริยะ เวรกรรมนั้นแทนที่จะไปเกาะอยู่กับกิเลสตามปกติ มันกลับไม่เกาะกับกิเลส... และจะพุ่งตรงมาเกาะกับเราแทน

    เมื่อกรรมเวรใดๆที่เกาะอยู่กับกิเลส กรรมเวรนั้นๆจะสูญสลายไปได้เมื่อกิเลสที่เป็นที่ยึดเกาะของกรรมเวรนั้นๆสลายไปเท่านั้น แต่เมื่อกรรมเวรใดๆนั้นเกาะอยู่กับตัวเรา กรรมเวรนั้นๆจะสูญสลายไปเมื่อตัวเราสูญสลายไปเท่านั้นเช่นเดียวกัน
    (b-smile)
     
  13. Issara

    Issara เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    509
    ค่าพลัง:
    +433

    ง่ะ...ถ้างั้นทำไมเวลาคนฆ่าตัวตายถึงเป็นบาปมากอ่ะ สหาย (b-ng)
     
  14. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    อันนั้นกูก็ไม่รู้ว่ะ... [Embarrass กูน่ะแค่เบสิก ยังไม่โปรเฟสชั่นเนล โทดที...

    [b-hi]
     
  15. Issara

    Issara เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    509
    ค่าพลัง:
    +433
    โอเช โอเช Thanks สำหรับการเป็นศิราณีเรื่องกรรมนะสหาย (sing)


    จบข่าว...... (b-oneeye)
     
  16. จันทร์เจ้า

    จันทร์เจ้า เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    830
    ค่าพลัง:
    +1,948
    เพิ่งเห็นกระทู้นี้ครับ สาเหตุที่บาปมากน่าจะเป็นเพราะ
    เราไปฆ่าบุคคลอันเป็นที่รัก (ลูก) ของผู้ที่มีพระคุณกับเรา (พ่อแม่) ยังไงครับ
    ปล. ผมก็ไม่โปรเฟสชั่นเนลเหมือนกัน
    ปล2. ไม่รู้เป็นอะไร ชอบบทความของคุณ Catwater เป็นพิเศษเลย (สงสัยจะเป็นกรรม)
     
  17. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    อืมมมม... ถ้าคุณจันทร์เจ้าเป็นสาวบริสุทธิ์อายุ 16 ปลอมตัวมาล่ะก็ ผมจะดีใจมากเลยอ่ะ 555555
    (555)
    แต่โทดทีที่บาปมากคงไม่ใช่เพราะเราฆ่าลูกของพ่อแม่เราอ่ะ ( เพราะถ้าเราฆ่าคนที่รักของคนอื่น คนอื่นก็จะต้องคิดว่ามันฆ่าคนที่รักของเราได้อ่ะ ไม่ใช่ออกมาในกรณีที่เราจะต้องฆ่าตัวตายต่อๆไปอีกน่ะ ) ถ้าบาปออกมาในลักษณะเราจะต้องฆ่าตัวตายคล้ายๆกับว่าบาปจะต้องทำให้เรารู้สึกว่าการฆ่าตัวตายไม่ผิด แล้วเราจะรู้สึกรังเกียจตัวเองอ่ะ เลยทำให้เราฆ่าตัวตายเงี้ยอ่ะ แต่ไม่รู้ว่ามันจะลิ๊งค์ไปหากันได้ไงเหมือนกันอ่ะแฮะ โทดที ยังคิดซับซ้อนขนาดนั้นไม่ได้ ( หรืออาจจะยังขาดวิสัยทัศน์ที่จะมองเห็นปัจจัยหรือจุดร่วมที่จะทำให้มันลิ๊งค์หากันได้อ่ะ )
    ;)
     
  18. หลับตา

    หลับตา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    720
    ค่าพลัง:
    +3,162
    แล้วหน้าที่ ที่ว่านั้นใครกำหนด เช่น โจรใต้ก็มีหน้าที่ก่อการร้าย ต้องวางระเบิดตามคำสั่งแต่ไม่เต็มใจ???
     
  19. Catwater

    Catwater เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2005
    โพสต์:
    237
    ค่าพลัง:
    +142
    หน้าที่คือสิ่งที่ต้องทำไม่ทำไม่ได้ไม่ว่าจะอยากทำหรือไม่อยากทำ ถ้าไม่ทำจะเกิดผลเสียต่อตนเองหรือผู้อื่น

    และการกระทำที่ไม่เกิดผลเสียใดๆต่อตนเองหรือผู้อื่นไม่ทำก็ไม่มีใครเสียประโยชน์ ก็จะไม่ใช่หน้าที่น่ะ...

    ถ้ามองในแนวนี้ก็จะสรุปได้ว่า คนเรามีหน้าที่ที่จะไม่ทำบาป... แต่ทำบุญหรือไม่นั้นไม่ใช่หน้าที่น่ะ ( แต่บาปนั้นมีหน้าที่ที่จะไม่ทำ ) :(
     

แชร์หน้านี้

Loading...