เวลานั่งสมาธิต้องเอาสายตาไปอยู่ตรงไหนครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย breath, 24 พฤษภาคม 2009.

  1. breath

    breath สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +11
    พึ่งเริ่มต้นฝึกครับ มีปัญหาเวลาดูลม พอหลับตาไม่รู้ว่าจะเอาตาไปมองที่ไหน เห็นว่าไม่ควรไปเพ่งมอง แต่เวลานั่งๆไปสายตาก็จะเผลอไปมองผ่านความมืดไปที่ปลายจมูกทุกที
    ถ้าไม่จ้องพยายามมอง(กลอกตา)ไปข้างบน ก็รู้สึกเหม่อๆลอยๆ

    ไม่ทราบว่าเราควรวางสายตาไว้ตรงไหนครับ

    pig_cryy2
     
  2. ^บัวหลวง^

    ^บัวหลวง^ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    546
    ค่าพลัง:
    +674
    เวลาหลับตาธรรมดาหรือเวลานอนหลับเคยวางสายตายังงัยก็ทำแบบเดียวกันค่ะ
    การทำสมาธิให้เอาจิตมาดูลมหายใจเข้าออกค่ะ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องลูกตาค่ะ
    ถ้ามัวกังวลเรื่องลูกตาจิตก็จะไม่เป็นสมาธิค่ะ ขออนุโมทนากับการทำสมาธิด้วยค่ะ
     
  3. murano

    murano Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2009
    โพสต์:
    135
    ค่าพลัง:
    +59
    ดูตรงไหนก็ได้แหล่ะ มองไปตรงๆ ก็ได้
     
  4. mayl8e

    mayl8e Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กันยายน 2005
    โพสต์:
    88
    ค่าพลัง:
    +54
    ลืมตา มองตรงไปข้างหน้าแบบไม่มีเป้าหมายไม่บังคับสายตา แล้วหลับตาไม่ต้องไปสนลูกตา
    พยายามไปจดจ่อกับลมหายใจ ถึงมันจะวอกแวกไปดูที่ตามั่ง ก็กลับคืนไปที่ลมหายใจ
     
  5. พระศุภกิจ ปภัสสโร

    พระศุภกิจ ปภัสสโร เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    2,591
    ค่าพลัง:
    +12,078
    วางสายตาไว้

    การภาวนาเมื่อจะหลับตาก็ทอดสายตาลงต่ำดังองค์พระปฏิมากร เพื่อละความสนใจในการมอง
    เพื่อมุ่งไปกำหนดสนใจกับลมหายใจด้วยสติ

    เจริญพร
     
  6. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,449
    ค่าพลัง:
    +15,632
    คำถามนี้มีผู้เริ่มต้นปฏิบัติถามกันบ่อยนะครับ.......

    เอาเป็นว่าจะวางไว้จุดใหนก็ได้......หลับตาแล้วนิครับ.........

    คือเอาสติไปกำหนดที่ลมหายใจเข้าออก........ไม่ต้องเอาไปวางไว้ที่ลูกตานะ...ไม่ต้องไปสนใจลูกตา.......สังเกตนะถ้าคุณเอาจิตไปอยู่ที่ลูกตามันจะลืมลมหายใจ...ลองแบ่งดู...
     
  7. นาๆจิตตัง

    นาๆจิตตัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    207
    ค่าพลัง:
    +410
    "ไม่ทราบว่าเราควรวางสายตาไว้ตรงไหนครับ"

    ดังข้อความของหลวงพี่ พระที่ 12
    การภาวนาเมื่อจะหลับตาก็ทอดสายตาลงต่ำดังองค์พระปฏิมากร เพื่อละความสนใจในการมอง
    เพื่อมุ่งไปกำหนดสนใจกับลมหายใจด้วยสติ
    เจริญพร

    พอหลับตาลงก็หมดหน้าที่ของตาเนื้อ
    แล้วเป็นหน้าที่ของใจ (ล้วนๆ...) ในการกำหนดรู้สึก รู้เห็นแทน
    พอฝึกบ่อยๆเข้า การรับรู้หรือสนใจของตาเนื้อจะลดน้อย ถอยลงไป
    พอชำนาญเข้าก็จะไม่ไปสนใจในตาเนื้อนั้น.......(เพราะรู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไปสนใจ!)
    ให้นิ่งเฉย....กำหนดสนใจแต่กรรมฐานที่เราใช้ฝึก แบบสบายๆ...ไม่เครียดหรือเกร็ง
    รู้สึกผ่อนคลาย....สบายๆฯ เมื่อได้ฝึกสมาธิ...เรื่องอื่น..สิ่งอื่น...ใด...นอกเหนือจากนั้น
    ก็ปล่อยวาง อย่าไปยึดหมายมั่นเอา....แม้กระทั่งความอยากมี อยากเป็น...อยากได้ อยากสงบ
    เพราะจะเป็นเหตุ ขวางกั้น....ต่อการประพฤติหรือปฏิบัติธรรม ทำไปเรื่อยๆ ถึงเวลาฯ
    ก็จะเป็นเอง ได้เอง......เป็นปัจจัตตัง...ซึ่งก็ต้องปฏิบัติต่อเนื่องเป็นกิจวัตรทุกเมื่อ..ทุกยาม

    อนุโมทนา

    อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา
    บัณฑิตย่อมฝึกตน

    พุทธพจน์
     
  8. ANGKOR

    ANGKOR สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    49
    ค่าพลัง:
    +19
    ผมเห็นคำตอบหลาย ๆ คำตอบก็พลอยยินดีไปด้วยที่เห็นหลายท่านเข้าในเรื่องการทำสมาธิได้ดีอย่างถูกต้องครับ

    การที่ท่านจขกท.ทำสมาธิแบบดูลมหายใจแล้วยังไปสนใจเรื่องของดวงตาอีก นั่นแสดงว่าจิตของท่านไม่ได้จับอยู่ที่จุด ๆ เดียวแล้วนะครับ

    โดยปกติกล้ามเนื้อดวงตาซึ่งมีอยู่ดวงตาละหกกล้ามเนื้อนั้นจะมีสมดุลย์ในตัวมันเอง เมื่อเราปล่อยดวงตาเป็นอิสระโดยไม่ได้เอาสติไปอยู่ที่ดวงตา กล้ามเนื้อดวงตาจะอยู่ในลักษณะผ่อนคลายซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการเมื่อยล้าหรือปวดดวงตาขณะทำสมาธิ

    ส่วนในบางท่านยังไม่ชำนาญ นอกจากจะเอาจิตไปจดจ่อตามตำแหน่งฐานของสมาธิที่ท่านตั้งใจแล้ว ยังแบ่งเอาจิตมารู้สึกที่ดวงตาด้วย บางทีก็ใช้ดวงตาเพ่งไปยังตำแหน่งที่เราตั้งฐานของจิตไว้ด้วย

    ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาออกจากความสมดุลย์ และเกิดการเมื่อยล้าประสาทตาตามมา เป็นต้นเหตุของการปวดศรีษะขณะทำสมาธิได้

    การทำสมาธินั้นโดยหลักการก็คือนำจิตไปจดจ่อที่ใดที่หนึ่งตามฐานที่เราต้องการ เพื่อเป็นการรวมจิตมิให้กระจัดกระจายออกไป และพลังของจิตจะเข้มข้น เป็นหนึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสลัดหลุดออกจากนิวรณ์ทั้งห้าได้ ท่านจะได้เข้าสัมผัสกับสมาธิอันแท้จริงในฌานที่หนึ่งและต่อ ๆไปตามกำลังตามลำดับความสามารถ

    การที่คุณยังแบ่งจิตได้ทั้งรู้สึกที่ปลายจมูกและยังมีความรู้สึกมาไว้ที่การมองเห็นของดวงตาด้วยนั้นหมายถึงว่าจิตของคุณยังกระจาย ไม่รวมสูญเป็นหนึ่งเดียวครับ

    ลองเลือกดูให้ดีนะครับ ถ้าต้องการรู้สึกที่ปลายจมูกกับลมหายใจก็ให้ละจากการมองเห็นที่ดวงตา ถ้าเราไม่ไปสนใจดวงตา ดวงตาจะอยู่ในสมดุลย์ของกล้ามเนื้อทั้งหกของดวงตาเอง ไม่ต้องเป็นห่วงว่าดวงตาจะอยู่อย่างไรครับ

    หรืออีกอย่าง ถ้าท่านใช้ความสนใจมาไว้ที่การเห็นจากดวงตาก็ยังได้นะครับเป็นสมาธิอีกอย่างหนึ่งที่สนุกดีเหมือนกัน ไม่ใช่ใช้การเห็นของดวงตาเป็นฐานของจิตไม่ได้นะครับ การเพ่งกสิณก็ใช้การเห็นของดวงตาเป็นเบื้องต้นของการนำเข้าสมาธิเหมือนกัน

    ประสบการณ์ของผมเองบางทีผมก็ใช้การเห็นจากดวงตาเป็นฐานจิตใจการเข้าสมาธิลึก ๆ เหมือนกัน และจะมีประสบการณ์แปลก ๆ อันสนุกจากการนั่งสมาธิแบบนี้ด้วยเหมือนกันครับ
     
  9. metakunnung

    metakunnung Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    23
    ค่าพลัง:
    +63
    อย่าไปสนใจครับแสดงว่าสติเราไม่ได้อยู่ที่ลมน่ะซิครับ อย่้างงั้นน่ะ ถ้าสติเราอยู่ที่ลม มันจะไม่ไปตาเลยล่ะครับ เป็นกำลังใจให้
     
  10. breath

    breath สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +11
    ขอบพระคุณทุกท่านครับ จะพยายามต่อไป

    อ้อ... มีคำถามอีกข้อครับ คือเวลาภาวนาพุทธเวลาหายใจเข้า ภาวนาโธตอนหายใจออก
    เราต้องรู้สึกถึงลมที่กระทบปลายจมูกก่อนถึงภาวนาพุทโธ ใช่หรือเปล่าครับ

    หรือเราภาวนาพร้อมกับลมเลยครับ
     
  11. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,449
    ค่าพลัง:
    +15,632
    ทำอย่างไรก็ได้ให้เป็นธรรมชาตินะครับ....หายใจเข้านึก..พุทธ....หายใจออกนึก โธ.....ให้สติตามรู้..ชัดนะ...

    บางท่านก็ไม่บริกรรม.....ถ้าคำบริกรรมหายไปไม่ต้องตกใจนะ...
     
  12. Phanudet

    Phanudet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    8,449
    ค่าพลัง:
    +15,632
    เอา...อย่างนี้แล้วกัน....ดูยังไม่เข้าใจในพื้นฐานและวิธีปฏิบัติ......เข้าไปศึกษาที่นี่ก่อนนะ....แล้วจะมีความเข้าใจทั้งหมดนะ.....เรื่องบทกรรมฐาน อานา.......ไม่ยาวนัก 5 หน้านะ.............

    หนังสือ วิธีฝึกกรรมฐานด้วยตนเองแบบง่ายๆ โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ...
    เข้าที่นี่....
     
  13. SONICx

    SONICx เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    113
    ค่าพลัง:
    +225
    ถ้าไม่รู้ว่าจะมองยังไง แสดงว่าจิตไม่ได้จดจ่อกับลมหายใจ และคนที่บบอกเห็นสีม่วงบ้าง เขียวบ้าง หรือสีอื่นๆบ้าง แสดงว่าจิตไปจดจ่อที่ลูกกะตา เพราะนิมิตที่มันเกิดนั้น เห็นด้วยใจนะ ไม่ใช่เห็นด้วยตา " ตรงนี้สำคัญนะ ไม่งั้นก็วนในอ่าง " ลองปฏิบัติดู จดจ่อกับลมหายใจ บางทีลืมตาจอจ่อกับลมหายใจอยู่ ไม่รู้ตัวว่าหลับตาตอนไหน เพราะจิตไม่ไปอยู่ลูกตา...
     
  14. ตั้งฉาก

    ตั้งฉาก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 เมษายน 2013
    โพสต์:
    496
    ค่าพลัง:
    +572
    มองออกไปไกลๆ
     
  15. ฐสิษฐ์929

    ฐสิษฐ์929 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    877
    ค่าพลัง:
    +1,842
    กำหนดตรงไหนก็มองไปตรงนั้น ถูกแล้ว
    สงสัยหรือเปล่าว่ามันทำไมมันถึงมองไปตรงที่เรากำหนด หากมองไปที่อื่นมันก็เหมือนเหม่อลอย
    คุณเป็นนักปฏิบัติที่ดีเยี่ยมคนหนึ่ง ตรงเรื่องสายตานี้ผมจะอธิบายตามที่อาจารย์ใหญ่ท่านแสดงเอาไว้(ในตำราจะไม่มี) ดวงตาเรานี้มีความสัมพันธ์กับความคิด คิดไปทางใดมันก็จะมองไปทางนั้น ความคิดกับจิตก็เป็นอย่างเดียวกัน เมื่อบรรลุธรรมความคิดหรือจิตจะดับ สายตาในที่เชื่อมต่อกับบความคิดหรือจิตจะขาด อาจารย์ใหญ่ท่านแสดงว่าดวงตาเห็นธรรมก็คือการขาดของสายตาใน ท่านบอกว่าถ้าท่านหลับตาก็จะไม่เห็นอะไรเลย แต่ของเราพอหลับตาก็เห็นว่ามันคิดอยู่ เห็นมโนภาพอะไรต่อมิอะไรได้อยู่ หลับตาคิดไปหาสาวๆสวยก็จะเห็นได้อย่างนั้น คิดไปหาบ้านก็จะเห็นบ้าน นี้ละอนุภาพของสายตาในครับ
    เจริญในธรรม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มกราคม 2015
  16. หนึ่งจิต

    หนึ่งจิต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    2,931
    ค่าพลัง:
    +4,386
    นั่งลืมตา เอาจุดที่ว่างเหนือจมูกเป็นจุดประสานสายตาครับ

    ถ้าทำได้ ตาจะไม่จับที่ตัวเอง ตาจะไม่จับวัตถุภายนอก แต่จะอยู่กับอากาศ ว่างๆตรงนั้น

    เรียกว่ามีสติกำกับ ที่อากาศเป็นอารมณ์ ก็จะไม่มีผัสสะทางวัตถุ เข้าไปที่ใจ แต่จะเป็นอารมณ์ความว่างอากาศ เป็นผัสสะที่ส่งไปที่ใจ ที่จิตรู้ แทน
     
  17. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    862
    กระทู้เรื่องเด่น:
    19
    ค่าพลัง:
    +1,243
    ไม่ต้องไปบังคับสายตา ไม่บังคับหนังตา
    ปล่อยให้สายตายอยู่กับที่ หนังตาก็ปล่อยให้ปิดลงมา
    ทำเหมือนตอนที่เรากำลังจะนอนหลับนั้นแหละครับ
    ไม่ต้องไปบังคับใด ๆ ทั้งนั้น ปล่อยไปเลย
    จากนั้นก็รู้ลมหายใจไปเรื่อย ๆ แค่นั้น
     
  18. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    775
    ค่าพลัง:
    +1,326

    ฝึกใหม่ๆ ยังไม่ชำนาญ ให้ เอาตา ส่องไปที่ จมูก ที่เดียวครับ
    หากเผลอมองไปที่อื่น ก็แสดงว่า ผิดฐาน ใจเผลอไผลออกไปจุดอื่น
    ดึงกลับมาที่จมูกให้เหมือนเดิม เมื่อมันไปอยู่ที่ฐานอื่นๆ
     
  19. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,051
    ค่าพลัง:
    +30,433
    ไอ้นี่ ก็โครตมั่ว และไม่รู้เรื่องอะไรเลย
    มิน่า ถึงฝึกอะไรไม่เคยสำเร็จซักอย่างมีแต่มโนเอา
    และเริ่มออกอาการเพี้ยนๆ
    หลงตัวเองอีกต่างหาก คิดว่าตัวเองจิตใจไม่ธรรมดา ุยยยยยยย
    แนะนำแบบนี้ ฝึกไปเด่วก็เพี้ยนแบบ คุณนั่นหละ
    มาจากสำนักเพื้ยนดาวอังคารหรือเปล่า
    ใช่สำนักที่ สอนอรูปฌานแบบไร้การขึ้นรูปไหม
    แล้วคุยฟุ้งว่ารู้เรื่องดี แต่ไร้ความสามารถทางพลังงาน
    เป็นหลักสูตรเพี้ยนศาสตร์สาขาเดียวกันเปล่า.....





    แต่กระทู้ โตรตเก่า เลยยยยย
    ขุดมาเพื่อ ?? แต่ถ้าพอมีประโยชน์ไม่ว่ากัน
    แต่ขุดมาแล้ว จะมาโชว์การแนะนำแบบ
    ไม่รู้เรื่องจริง ข้อร้องอย่าทำ
    มันจะส่งผลให้ตัวเองนั้นหละ
    ที่ปฏิบัติขาดๆเกิ๊นๆ และฝึกอะไร
    ไม่สำเร็จถึงขึ้นใช้งานได้ซักทีในชาตินี้
    ทั้งๆที่ฟิตฉิบหาย...แต่ทำไมออกงานไม่ได้ซักที
    เล่าให้ฟัง...ฉันมิตร


    หลักการทางสายตา
    ให้เราสังเกตุสายตาพระพุทธรูปครับ
    เราจะโน้มสายตาปกติลงมองที่ลิ้นปี่ เวลานั่งหลับตาฝึก
    แต่ถ้าลืมตาฝึกเราจะทำสายตานิ่งๆ ไม่ขยับซ้าย(เพราะจะสร้าง
    ความคิดใหม่ )และไม่ขยับขวา(เพราะจะเอาความคิดในอดีตมาคิด)
    เพื่อที่จะตัด การเชื่อมของระบบการมองเห็น
    จากสายตาปกติไปยังสมอง เราถึงจะไม่ปวดศรีษะ
    เราจะรู้สึกเอง ตามธรรมชาติว่า จะมีอีกสายตาอยู่เหนือบริเวณระหว่างคิ้ว
    มันคือ ช่องการมองเห็นทางส่วนนามธรรมครับ

    ส่วนที่ปลายจมูกนั้น จะทำเพียงแค่ระลึกรู้ลมหายใจไปกระทบเท่านั้น
    เพื่อสร้างกำลังสติทางธรรม ส่วนจะภาวนาอะไรก็ได้
    เพราะยังไม่ใช่ประเด็นหลัก ส่วนนี้อยู่ในระดับ
    ที่คำภาวนาเป็นเครื่องเชื่อมโยงจิตเท่านั้น

    และที่สำคัญคือ เราจะไม่ตามลมหายใจ
    แต่จะหายใจเข้าออกให้ลึกถึงท้อง
    เพื่อฝึกความละเอียดของจิตเรา
    เพราะการตามลม มันจะทำให้เราแป๊กที่
    ระดับปฐมฌานเท่านั้น ทั้งชาตินี้และชาติหน้า
    และชาติหน้าๆๆๆๆๆอีกต่อไป


    ที่พูดมานี้เป็นพื้นฐานระบบหายใจ
    รองรับทุกกรรมฐามได้หมดครับ
    มันไม่เท่ห์ ฟังดูไม่วิเศษ สาวๆไม่กรี๊ดกร๊าด
    คนมาอ่านแล้วเหมือนว่า แค่คนธรรมดา....



    ที่ฝึกกันไม่เคยสำเร็จและแนะนำกันมั่ว
    ไม่เกิดผลอะไรเลย เพราะไม่สนใจไปมองข้าม
    พื้นฐานตรงนี้กันทั้งนั้นหละครับ

    เลยมีพวกนักปฏิบัติ หลงตัวเอง
    ปฏิบัติไม่เคยสำเร็จซักอย่าง
    แต่ทำเป็นรู้ดี มาแนะนำเรื่อยๆ
    พอมีคนไปแซะ เด่วมันก็ยกตัวเอง
    มาทับถมเราอีก หาว่าเราเป็นมาร
    ตัวมันเป็นพระ จิตใจมันดี
    ใครแตะต้องไม่ได้นะ.....
    Teen สั้นๆไม่พูดมาก เจ็บคอ....
     

แชร์หน้านี้

Loading...