เวลาสวดมนต์จำเป็นต้องสวดออกเสียงมั้ยครับ

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย ?????, 23 ตุลาคม 2005.

  1. ?????

    ????? เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2004
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +239
    ผมอยากรู้ว่าการสวดมนต์แบบออกเสียงกับสวดในใจจะมีผลเหมือนกันมั้ยครับ
     
  2. vichian

    vichian เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กันยายน 2005
    โพสต์:
    8,164
    ค่าพลัง:
    +41,916
    เหรียญใบโพธิ์สีทอง/พระหางหมาก

    มีผลเหมือนกันครับ แต่อาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสมาธิในขณะที่สวดครับ ถ้าสมาธิดี ตั้งใจสวด มีความเคารพในคำสวด อักขระทุกตัวถูกต้อง หากรู้คำแปลหรือความหมายของบทสวดจะยิ่งดีใหญ่ครับ แต่ควรฝึกจากการสวดออกเสียงก่อนเพื่อให้เกิดสมาธิในขณะสวด เมื่อสวดคล่องแล้วจะสวดในใจก็ได้ครับ แล้วถ้าหากสวดในใจจนติดก้องติดอยู่ในใจ ที่เรียกว่าเป็นฌานจะยิ่งมีผลใหญ่
    ลองดูนะครับ เดี๋ยวก็เห็นผล ไม่ยากหรอกครับ
    สวัสดีมากครับ



    Promotion 16
    เหรียญใบโพธิ์รูปหลวงพ่อ หลังยันต์เกราะเพชรชุบทอง 5 เหรียญ<O:p</O:p
    นำมาให้ร่วมบุญบูชาเหรียญละ 1,200 บาท
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 มีนาคม 2008
  3. ?????

    ????? เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กันยายน 2004
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +239
    ขอบคุณครับ
     
  4. gofiro

    gofiro สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +22
    กอล์ฟ

    ได้ความรู้ไปด้วย ขอบพระคุณครับ
     
  5. aonwit01

    aonwit01 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    683
    ค่าพลัง:
    +1,025
    ถ้าสวดแล้วไม่รู้ความหมายนี่อานุภาพจะลดลงเยอะไม๊คับ
     
  6. ศักดิ์

    ศักดิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    1,187
    ค่าพลัง:
    +2,019
    เป็นคำถามที่คาใจเหมือนกันครับ...แต่ความสำคัญขอการสวดมนต์น่าจะอยู่ที่การทำให้จิตสงบ บวกกับการเปล่งคำที่เป็นสัจจวาจา(ในพุทธมนต์ส่วนใหญ่จะเป็นคำสอน...ที่เป็นจริงเสมอ)นโมพระโพธิสัตว์กวนอิม[​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 กุมภาพันธ์ 2006
  7. ชุติพนธ์ แจ่มอุลิตรัตน์

    ชุติพนธ์ แจ่มอุลิตรัตน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    153
    ค่าพลัง:
    +314
    เหมือนกันแหละครับ อีกอย่างหลังจากสวดมนต์เสร็จแล้วอย่าลืมแผ่เมตตาในชีวิตประจำวันพยายามรักษาศีลเอาไว้จาดีมาก นำมอตัยเพือง อายีดาเผิก
     
  8. Toniz

    Toniz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    321
    ค่าพลัง:
    +2,065
    เคล็ดลับในการสวดมนต์

    คัดจาก: พิธีสวดมนต์ไหว้พระ ตามหลักพุทธศาสตร์และโหราศาสตร์
    เขียนโดย :พระธรรมปริยัติโมลี(กิตฺติวฑฺฒโน ป.ธ.๙) วัดทินกรนิมิต จังหวัดนนทบุรี ๔ เมษายน ๒๕๔๓

    การสวดมนต์จะให้ได้ผลสมบูรณ์นั้น จะต้องสวดออกเสียงดังพอประมาณให้ได้ยิน ถ้ามีคนฟังมากก็จะต้องขยายเสียงให้ดังขึ้นเพื่อให้ฝู้ฟังได้ยินทั่วกัน เพราะเสียงสวดมนต์เป็นเสียงที่เป็นมงคล แม้ไม่มีผู้ฟังก็ต้องให้ตัวผู้สวดได้ยินและเสียงที่สวดนั้นจะไปกระทบกับสิ่งแวดล้อม ในที่ที่มีการสวดมนต์นั้น ทำให้สถานที่เช่นบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยนั้นเป็นมงคลขึ้น ผู้ที่เข้าไปอยู่อาศัยในสถานที่นั้นก็จะมีความสุขความเจริญ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงสนับสนุนให้ชาวพุทธมีการทำบุญที่บ้านที่อยู่อาศัย เพราะถ้าไปทำบุญที่อื่น เช่นที่วัด เป็นต้น ย่อมได้บุญเฉพาะตัว แต่ถ้าทำบุญที่บ้านที่อยู่อาศัยย่อมบุญทั้งคนและบ้านเพราะทำให้บ้านที่อยู่อาศัยนั้นๆเป็นมงคลขึ้น
    เพราะฉะนั้น การสวดมนต์จึงต้องออกเสียงให้ได้ยิน และตามความเป็นจริงแล้วถ้าสวดมนต์ไม่ออกเสียงท่านจะไม่เรียกว่า "สวด" แต่จะเรียกว่า "เสก" คือเสกมนต์คำว่า "เสก" มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานอีกนัยหนึ่งว่าการร่ายมนต์ เพื่อทำให้ศักดิ์สิทธิ์ บางที่ก็เรียกว่า "ปลุกเสก" คือเสกให้ขลังหรือบางทีก็เรียกว่า "ปลุกพระ" ได้แก่ การบริกรรมคาถาเสกพระเครื่องเพื่อให้เกิดความขลัง
    เพราะฉะนั้น การสวดกับการเสกจึงแตกต่างกัน แม้จะใช้บทสวดบทเสกอันเดียวกัน ความต่างก็คือ การสวดจะต้องออกเสียงให้เต็มปากเต็มคำเพื่อให้ผู้ฟังได้ยินและเข้าใจชัดเจน ส่วนการเสกนั้นเป็นลักษณะการร่ายคือร่ายมนต์ว่าออกเสียงแผ่วเบาไม่เต็มปากเต็มคำ จะว่าให้คนอื่นได้ยินก็ได้ไม่ได้ยินก็ได้ จึงมีคำเรียกอีกคำหนึ่งว่า "เสกเป่า" คือการร่ายมนต์แล้วเป่าลงไปในสิ่งที่ต้องการจะให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการผลอันเกิดจากการสวดมนต์ จึงควรทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี.
     
  9. The Third Eyes

    The Third Eyes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    2,791
    ค่าพลัง:
    +50,909
    การสวดมนต์ในใจ เท่ากับ บังคับจิตให้นิ่ง เพราะจะต้องทำจิตให้อยู่กับที่นึกถึงคำสวดเป็นวรรคเรียงกันไป ก็เท่ากับนั่งทำสมาธิจิตนั่นเอง มีค่าเท่ากับ การทำสมาธิแบบหนึ่งใน 40 แบบ อยู่ในประเภทเดียวกับ นั่ง จับลมหายใจ ยุบหนอ พองหนอฯลฯ

    การออกเสียง จะเกิด คลิ่นเสียงและความถี่ ที่ส่งออกไป เหมือนตัวเราเป็นสถานีวิทยุ การออกเสียง จะขยายออร่าได้อย่างมาก
    ขยายออร่าได้ไกลมาก ผู้คนอื่นก้จะสัมผัสออร่านั้นได้ และรู้สัมผัสเช่นทำให้ตัวสั่นเกิด ปิติ ตัวชาเมื่อได้ยิน
    ดังนั้น การสวดแบบออกเสียงจะได้ สองเด้ง..ครับ
     
  10. PyDE

    PyDE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤษภาคม 2005
    โพสต์:
    812
    ค่าพลัง:
    +1,315
    วิธีร่ายมนต์มีอยู่ด้วยกัน 5 วิธี

    วิธีร่ายแบบดอกบัว คือ ออกเสียงให้คนได้ยิน
    วิธีร่ายแบบวัชระ คือ ไม่ออกเสียง กระดกปลายลิ้นนิดหน่อย
    ร่ายแบบสมาธิ คือ เพ่งให้เห็นตัวอักษร ร่ายในใจตามตัวอักษร
    ร่ายแบบอุบัติ คือ เพ่งตัวอักษรให้เกิดเสียงก้องกังวาน เหมือนเสียงสังฆ์ ไม่ขาดระยะ
    และสุดท้าย คือ ร่ายแบบแสงสว่าง เวลาร่ายต้องให้มีแสงสว่างพุ่งจากปากแผ่ไปทั่วจักรวาล
     
  11. vichian

    vichian เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 กันยายน 2005
    โพสต์:
    8,164
    ค่าพลัง:
    +41,916

    อื่ม...น่าสนใจ ที่เคยทำมาแล้ว 3 วิธีแรก อีก 2 วิธีหลังยังไม่เคย

    แต่ที่เคยทำนอกจากวิธีที่คุณไผ่ แนะนำมาคือ สวดออกเสียงเป็นภาษาบาลีตามที่ท่องได้คล่องแล้ว แต่ตาอ่านส่วนที่เป็นคำแปลภาษาไทยไปพร้อมกันขณะสวดมนต์ ซึ่งได้พร้อมกันทีเดียวสองอย่าง ได้สามธิดี

    สวัสดีมากครับ[b-wai]
     
  12. visarut

    visarut เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    162
    ค่าพลัง:
    +1,579
    เวลาอ่านหนังสือหรือท่องตำราบางคนท่องในใจบางคนอ่านออกเสียงสรุปคือ
    ผลสอบออกมาผ่านทั้งคู่แต่คนตั้งใจคะแนนสูงกว่า
    ผมก็เคยมีประสบการณ์จากการสวดมนต์เป็นเพราะขัดเขินนะครับก็สวดเบาๆเกรงใจข้างบ้านสวดบ่อยๆ
    วันหนึ่งสวดอยู่เหมือนมีใครมากระซิบข้างๆหูว่าให้สวดดังๆ(sing)
    ผมคิดว่าเสียงสวดมนต์เป็นพลังแห่งความเมตตา เป็นความร่มเย็นเคยได้ฟังเรื่องค้างคาว 500ตัวฟังพระสวดมนต์จนไม่ได้ออกหาอาหารจนตายได้ไปบังเกิดจุติเป็นเทพบุตรมาเกิดอีกทีในพุทธกาลเป็นพระอรหันต์500รูปนี่แค่ตั้งใจฟังแต่ไม่เข้าใจความหมาย ใครพอมีเรื่องนี้บ้างไหมผมเล่าไม่ปะติดปะต่ออ่านแค่ผ่านๆครับ สวัสดีครับ:cool:
     
  13. 12punna

    12punna เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    248
    ค่าพลัง:
    +3,198
    ผ่านมา เลยมาตอบ

    เมื่อก่อนผม สวดในใจ ชะแวบ เจ้าแม่กวนอิม มา
    บอกให้ ออกเสียง ให้ หู ได้ยิน ท่านบอก ปากสวด หูฟัง
    จะเข้าถึง พุทธะ ได้เร็วมากๆๆ

    (ไปคิดเอาเองนะครับ)
     
  14. hexidecimal

    hexidecimal เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กันยายน 2005
    โพสต์:
    1,026
    ค่าพลัง:
    +1,636
    เห็นด้วยจ้า
     
  15. ชาดสุขา

    ชาดสุขา สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +9
    ปรกติจะสวดแบบเบาๆที่ตัวเองได้ยินชัด แต่ระยะหลังที่จิตเริ่มมีสมาธิมากขึ้น สวดไปๆเสียงจะเบาแผ่วลงไป แล้วในที่สุดก็กลายเป็นเสียงสวดในใจเลย และจิตตอนนั้นจะสงบมากๆ เหมือนกับการนั่งภาวนาอย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะตอนเริ่มภาวนา จิตจะจดจ่ออยู่ที่คำภาวนา พอจิตเริ่มสงบ เข้าสู่สมาธิ คำภาวนานั้นก็หายไปทันที เข้าใจว่า..การปฏิบัติสองสิ่งนี้น่าจะอยู่ในลักษณะเดียวกัน ส่วนจะได้อานิสงส์ขนาดไหน ดิฉันว่าปล่อยให้เป็นไปตามประสงค์ของเทวดา ของพรหมดีกว่า เพราะคนเราเกิดมาหลายภพนัก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภพที่แล้วเคยเกิดเป็นอะไร เมื่อมาถึงภพนี้ได้ปฏิบัติธรรมแล้วถูกกำหนดว่าจะต้องเป็นไปอย่างนี้ ก็น่าจะปล่อยไปโดยไม่ยึดติดในคำสวดว่าต้องออกเสียง

    หากสิ่งที่เข้าใจได้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...