เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๕

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 มิถุนายน 2022.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,023
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +19,474
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๕


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,023
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +19,474
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ ความจริงกระผม/อาตมภาพจะต้องเดินทางไปยังวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ในฐานะคณะกรรมการบริหารกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะทำการคัดเลือกแม่กองวิปัสสนาธุระ ซึ่งแม่กององค์ก่อนก็คือ พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งได้มรณภาพ ทำให้ตำแหน่งแม่กองวิปัสสนาธุระขาดช่วงลง

    แต่ว่าบังเอิญทางด้านวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์มีพระเถระ คือ พระเดชพระคุณพระราชมงคลวชิรคุณ (อำนาจ อินฺทสาโร) มรณภาพลงด้วยอายุ ๑๐๓ ปี จึงเลื่อนการประชุมออกไป ทำให้กระผม/อาตมภาพซึ่งปฏิเสธงานทางด้านวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเดชพระคุณพระเทพศาสนาภิบาล และงานเปิดอาคารพระเทพศาสนาภิบาล ซึ่งเป็นอาคารเรียนรวมของวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี ซึ่งกระผม/อาตมภาพได้นำปัจจัยที่ญาติโยมร่วมบุญกันไว้ ไปช่วยสร้างเป็นจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และช่วยออกวัตถุมงคลให้ทางด้านวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีรุ่นหนึ่ง ก็คือเหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่นเจริญทรัพย์

    ในเมื่องานโดนยกเลิกอย่างกะทันหัน แม้ว่าจะไปไม่ทันงานวันเกิดของพระเดชพระคุณพระเทพศาสนาภิบาล เจ้าคณะภาค ๑๔ ก็ตาม แต่ว่ายังสามารถที่จะไปทันงานเปิดอาคารเรียนรวมพระเทพศาสนาภิบาล ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีได้ กระผม/อาตมภาพจึงเดินทางไปถึงก่อนเวลาเปิดงานแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

    ในงานนี้นั้นพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เมตตามาเป็นองค์ประธานในพิธี

    ส่วนพระมหาเถระที่มานั้นก็ประกอบไปด้วย พระเดชพระคุณพระพรหมเวที (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม, ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

    พระเดชพระคุณพระพรหมกวี (พงศ์สันต์ ธมฺมเสฏฺโฐ, ป.ธ.๙), ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๓ เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

    ตลอดจนกระทั่งบรรดาผู้ใหญ่ในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อย่างเช่น


    พระเดชพระคุณพระธรรมวัชรบัณฑิต (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ, ป.ธ. ๙) ศ.ดร. องค์อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

    พระเดชพระคุณพระเทพปวรเมธี (ประสิทธิ์ พฺรหฺมรํสี, ป.ธ.๕) รศ.ดร. รองเจ้าคณะภาค ๑๕ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

    พระเดชพระคุณพระเทพเวที (พล อาภากโร, ป.ธ.๙) รศ.ดร. เจ้าคณะภาค ๖ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

    ตลอดจนกระทั่งบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็ไปพร้อมใจกันไปแสดงความยินดี และร่วมพิธีเปิด งานแบบนี้ต้องบอกว่าเป็นงานที่แสดงออกซึ่งความสามัคคี
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,023
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +19,474
    พระเดชพระคุณพระเทพวัชราจารย์ (เทียบ สิริญาโณ, ป.ธ.๙) ผศ.ดร. หรือว่าหลวงพ่อเจ้าคุณเทียบ คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านได้ถามว่า "คุณลาออกไปแล้ว ยังมาทำอะไรวะ ?" ก็คือล้อกันเล่นในฐานะที่คุ้นเคยกัน กราบเรียนท่านไปว่า "ผมโตมาจากวัดไร่ขิง อย่างไรเสียผมก็ทิ้งวัดไร่ขิงไม่ได้ครับ"

    ซึ่งตรงนี้ขอให้ท่านทั้งหลายได้ทราบว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น ได้ตรัสเอาไว้ถึงความกตัญญูหลายประการด้วยกันคือ ความกตัญญูแปลว่ารู้คุณท่าน ความกตเวทีคือตอบแทนคุณที่ท่านได้ทำไว้แก่เรา นี่เป็นประการหนึ่ง

    บุคคลที่ทำคุณแก่เรานั้น ภาษาบาลีเรียกว่า บุรพการี หรือพอมาเป็นภาษาไทย เรียกสั้น ๆ ว่า บุพการี แปลว่า ผู้กระทำคุณก่อน ประกอบไปด้วย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระมหากษัตริย์ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ เป็นต้น

    เมื่อท่านทั้งหลายกระทำคุณแก่เรา ไม่ว่าจะเป็นการเมตตาสั่งสอน หรือปกครองให้อยู่สุขร่มเย็นก็ตาม เราเมื่อรู้คุณแล้ว ได้กระทำการตอบแทน ก็เรียกว่าเป็นกตเวทิตาบุคคล

    คราวนี้ในส่วนของความกตัญญูกตเวทิตานั้น ไม่ใช่แต่บุคคลเท่านั้น แม้ว่าความกตัญญูต่อสถานที่ก็ต้องมีด้วย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น แสดงความกตัญญูต่อสถานที่ชัดเจนที่สุด หลังจากที่พระองค์บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ก็ได้ยืนเพ่งโพธิบัลลังก์อยู่ถึง ๗ วันด้วยกัน จนกระทั่งโบราณาจารย์กำหนดลงมาเป็นพระพุทธรูปปางถวายเนตร นั่นก็คือความกตัญญูต่อสถานที่ ว่าสถานที่ตรงนั้นที่ทำให้พระองค์ท่านได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศที่สุดในโลก

    ถ้าดูตัวอย่างครูบาอาจารย์ก็คือ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เมื่อท่านเข้าถึงธรรมในส่วนที่ท่านปรารถนาแล้ว ก็ได้กราบกระต๊อบที่ท่านอาศัยปฏิบัติธรรมอยู่ กราบแล้วกราบอีก น้ำตาไหลน้ำตาร่วงด้วยความปีติ ซึ่งในจุดนี้จะเห็นว่าความกตัญญูต่อสถานที่นั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี ครูบาอาจารย์ก็ดี ท่านได้แสดงเอาไว้เป็นเนติ คือแบบอย่างที่เราทั้งหลายพึงจะกระทำตาม
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,023
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +19,474
    ดังนั้น..การที่กระผม/อาตมภาพไปร่วมงานเปิดอาคารพระเทพศาสนาภิบาล ของวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี ก็เพราะว่าวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้นั้น กระผม/อาตมภาพเป็นลูกศิษย์รุ่นแรก เรียนตั้งแต่ยังเป็นห้องเรียนของวิทยาลัยสงฆ์บาฬีศึกษาพุทธโฆส ซึ่งสมัยนั้นก็คือสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส แบ่งห้องเรียนคณะพุทธศาสตร์ไปฝากเอาไว้ที่วัดไร่ขิง เป็นการทดลองเรียน ทดลองบริหารงานด้านการศึกษา ของพระเดชพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา อินฺทปญฺโญ, ป.ธ.๖) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง)

    เมื่อรุ่นทดลองอย่างกระผม/อาตมภาพสามารถที่จะสอบผ่านมาด้วยคะแนนที่มหัศจรรย์มาก ก็คือได้เกียรตินิยมทั้งห้อง..! นักเรียนทั้งห้องนั้น ได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ จำนวน ๙ รูปด้วยกัน ที่เหลือเป็นเกียรตินิยมอันดับ ๒ ทั้งหมด ก็เพราะว่าเราทั้งหมดนั้นมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน รักใคร่ต่อกัน จึงอาศัยบุคคลที่มีการเรียนเก่งที่สุดทั้ง ๕ รูป ช่วยกันสรุปเนื้อหาในการเรียนแต่ละวิชาออกมา แล้วก็แบ่งปันให้กับเพื่อนฝูงท่านอื่น ๆ นำไปท่อง

    โดยที่กำชับไปว่า "ท่องได้หมด..สอบได้แน่นอน" แล้วก็ยังมีการไป "ล็อบบี้" ครูบาอาจารย์ด้วยว่า "ถ้าพวกกระผมตอบคำถามคล้าย ๆ กันอยู่ไม่เกิน ๕ สำนวน ขอให้ทราบว่า พวกกระผมไม่ได้ลอกกันนะครับ แต่ว่าพวกกระผมทำอย่างนี้ ๆ"

    เมื่อครูบาอาจาย์ท่านทราบ ก็เป็นอันว่าไม่ต้องเกรงว่ามีการลอกกัน เพราะว่าครูบาอาจารย์สมัยนั้นท่านควบคุมเข้มงวดมาก ก็คือหน้าห้องก็มี หลังห้องก็มี ข้างห้องก็มี โดยเฉพาะในส่วนหลังห้องนั้นมักจะเดินมาเล็งทีละโต๊ะ..! ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะทุจริตแม้แต่จะเหลียวไปมองคนอื่น จึงทำให้เกิดเหตุมหัศจรรย์เมื่อตอนที่รับปริญญา ก็คือบรรดาวิทยุ โทรทัศน์ต่าง ๆ มาสัมภาษณ์กระผม/อาตมภาพ ด้วยคำถาม ๒ ข้อด้วยกัน

    ก็คือ ๑) เรียนอย่างไรให้ได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ และเป็นที่ ๑ ของประเทศ ?

    ๒) เรียนอย่างไรให้ได้เกียรตินิยมทั้งห้อง ? ซึ่งเรื่องที่ถามมาทั้งหมดนั้นก็คือคำตอบเดียวกัน ว่าเราแบ่งปันความรู้กันในลักษณะแบบนี้

    ในเมื่อวัดไร่ขิงเจริญเติบโตขึ้นมาจากห้องเรียนที่ฝากเรียนโดยสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส ขึ้นมาเป็นหน่วยวิทยบริการคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จนกระทั่งเติบโตขึ้นมาเป็นวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเป็นวิทยาเขตในเวลาอีกไม่นาน

    กระผม/อาตมภาพที่โตมากับทางวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีตั้งแต่แรก ก็ต้องแสดงออกซึ่งความกตัญญูและกตเวทิตา ก็คือเมื่อทางด้านวิทยาลัยสงฆ์มีงานอะไร ถ้าไม่ใช่ติดงานอื่นที่สำคัญกว่าจริง ๆ กระผม/อาตมภาพก็จะไปร่วมงานทุกครั้ง และในขณะเดียวกัน ถ้ามีอะไรให้ร่วมบุญ ให้ร่วมกองการกุศล ก็เต็มใจที่จะหามาให้อย่างเต็มที่เต็มทางทุกครั้งเช่นกัน

    เพราะว่าบรรดาครูบาอาจารย์ทั้งหมดในนั้น ก็คือเพื่อนฝูงกัน ตลอดจนกระทั่งลูกศิษย์ที่กระผม/อาตมภาพสอนมาเองกับมือ ในเมื่อทุกอย่างล้วนแล้วแต่ได้รับมาจากสถานที่นี้ ถึงเวลาก็ต้องแสดงความกตเวทีเพื่อตอบแทน
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,023
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +19,474
    ท่านทั้งหลาย โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรจึงพึงระลึกว่า ตัวท่านได้อาศัยวัดอยู่นั้น ท่านอาศัยวัดอยู่ หรือว่าอยู่ให้วัดอาศัย ? ท่านได้แสดงอะไรที่ได้เป็นการกตเวทิตาต่อสถานที่นั้น ๆ บ้าง ? วัดวาอารามของเราสะอาดเรียบร้อยพอที่จะอวดทุกคนได้หรือไม่ ? ตัวเราเองมีคุณวิเศษหรือไม่ ? เพื่อที่จะได้ไม่เก้อเขินเมื่อเพื่อนสหธรรมิกไต่ถาม

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าท่านสำนึกรู้ กตัญญูต่อสถานที่กตัญญูต่อครูบาอาจารย์
    กตัญญูต่อตนเอง ท่านก็ต้องพากเพียรเร่งการปฏิบัติ ตลอดจนกระทั่งทำงานทางโลกให้สมบูรณ์พร้อม จึงจะได้ชื่อว่าเป็นพระภิกษุสามเณรอย่างแท้จริง

    ส่วนญาติโยมทั้งหลายที่ฟังอยู่ทั้งในและต่างประเทศ เมื่อได้ยินแล้วก็พึงสังวรว่า สิ่งที่ท่านทั้งหลายกระทำนั้น ได้เข้าข่ายหรือว่าอยู่ในแนวทางคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในฐานะของกตัญญูบุคคลและกตเวทิตาบุคคลหรือไม่ ?


    ถ้าหากว่ายัง ก็เร่งทำให้มีขึ้นได้แล้ว เพราะองค์สมเด็จพระทีปแก้วทรงให้บาลีเป็นเครื่องรับรองว่า นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา บุคคลผู้รู้คุณท่านและได้กระทำการตอบแทนนั้น เป็นเครื่องหมายของคนดี ตลอดถึง ภูมิ เว สปฺปุริสานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความรู้คุณท่านและกระทำการตอบแทนคุณท่านนั้น เป็นพื้นฐาน เป็นรากแก้วของคนดี


    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...