เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 22 กันยายน 2022 at 19:51.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,564
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,420
    ค่าพลัง:
    +20,391
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,564
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,420
    ค่าพลัง:
    +20,391
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ งานหลักของวันนี้ของกระผม/อาตมภาพก็คือ ไปประชุมพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เลขานุการ และครูพระสอนศีลธรรม ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ วาระประชุมหลัก ๆ ก็คือทำตามนโยบายที่พระเดชพระคุณพระเทพศาสนาภิบาล (แย้ม กิตฺตินฺธโร) เจ้าคณะภาค ๑๔ ได้ให้เอาไว้ในวันประชุมเจ้าอาวาสที่วัดตะคร้ำเอน

    เมื่อกลับมาถึงวัด ก็ไปจัดคลังวัตถุมงคลต่อ กว่าจะเข้าที่เสร็จเรียบร้อยทำเอาเกือบจะสลบไสล แต่เป็นอันว่าเสร็จแล้ว ปูผ้าขาวรอไว้ วัตถุมงคลใหม่เข้ามา ก็จะได้จัดเข้าที่ได้โดยสะดวก

    แต่คราวนี้จากที่ไปจัดวัตถุมงคลเก่า ได้เห็นวัตถุมงคลบางอย่างก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่า กฐินปีนี้ของเรายังไม่ได้มอบวัตถุมงคลให้กับเจ้าภาพผ้าไตรเลย กระผม/อาตมภาพจึงตั้งใจว่า วันทอดกฐินใครยกผ้าไตรมา ก็รับวัตถุมงคลไปเลยไตรละ ๑ ชิ้น


    บรรดาท่านที่จองผ้าไตรไว้ในเฟซบุ๊กวัดท่าขนุนที่ไอ้ตัวเล็กไปลงไว้ ก็คงต้องนับจำนวนมา แล้วก็มอบให้เจ้าตัวเล็กไปส่งให้ทางไปรษณีย์ เพราะฉะนั้น..ผู้ใดผู้หนึ่งที่จองเป็นเจ้าภาพผ้าไตรกฐินมาในเฟซบุ๊กวัดท่าขนุน กรุณาให้ชื่อนามสกุลและที่อยู่เอาไว้ด้วย ถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะได้ส่งวัตถุมงคลที่ระลึกไปให้ที่บ้าน วัตถุมงคลชุดนี้ถ้าบูชาในเวลาปกติ อาจจะแพงกว่า ๒ เท่าครึ่ง ๓ เท่า แต่งวดนี้กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วตั้งใจให้จริง ๆ

    อีกส่วนหนึ่งก็คือผู้ที่จองแรลลี่ทัวร์ของกิฟท์จังพลังเวทย์ซึ่งงวดนี้มาเป็นรถตู้ ถ้าหากว่ามาก็ว่าจะมอบให้คนละชิ้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น..ถ้าหากว่ามากับทางด้านกิฟท์จัง ต่อให้ไม่เป็นเจ้าภาพผ้าไตรกฐินก็ได้รับวัตถุมงคล แต่ถ้ามาทางอื่น ต้องเป็นเจ้าภาพผ้าไตรกฐินก่อน ลำเอียงอย่างสุด ๆ..!


    วัตถุมงคลเก่าบางส่วน โดยเฉพาะที่สะสมไว้ก็ทยอยเอาออกตามกระทู้ต่าง ๆ ในเว็บวัดท่าขนุน อย่างวันนี้ที่ออกไปก็มีพระผงสุพรรณ ซึ่งลงไปปุ๊บก็มีคน "สอย" ไปทันที เพราะว่าองค์นี้ถ้าส่งประกวดก็ท้าชนแชมป์ได้ทุกสนาม เพราะว่าอยู่ในลักษณะที่เซียนพระเขาใช้คำว่า "หูตากะพริบ" ก็คือมีหู ตา จมูก ปาก ครบถ้วน

    มีสวยกว่านี้อยู่องค์เดียว กระผม/อาตมภาพถวายพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.๙ Ph.D.) วัดพิชยญาติการามไปแล้ว ตอนนั้นท่านยังเป็นเจ้าคุณพระพรหมโมลีอยู่ กราบเรียนท่านไปว่า "สวยเกินไปจนกลัวว่าจะเป็นของปลอมครับ" ซึ่งความจริงถ้าปลอมกระผม/อาตมภาพก็ไม่เอามาอยู่แล้ว ถวายท่านไปตอนวันเกิด

    หลังจากนั้นไม่นาน เจอหน้ากันท่านบอกว่า "เฮ้ย..ให้เขาเช็คมาหลายคนแล้ว ของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขอบใจมากเลยนะ" "ถือว่ามอบให้เป็นของติดองค์หลวงพ่อก็แล้วกันครับ เพราะว่าอยู่กับผมก็ยังมีอีกหลายองค์..!"
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,564
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,420
    ค่าพลัง:
    +20,391
    เรื่องของวัตถุมงคล ใครเล่นอย่าโลภ เพราะว่าเรื่องของวัตถุมงคลไม่ใช่ว่ามีเงินก็จะหาได้ วัตถุมงคลหลายองค์เลือกเจ้าของจริง ๆ ดังนั้น..บุคคลที่เล่นวัตถุมงคล ใครเล่นก่อนได้เปรียบ มีโอกาสหาของสวยได้ง่าย

    กระผม/อาตมภาพเพิ่งจะรู้ความ พี่ชายคนโตก็นั่งอยู่ใน ที่สมัยก่อนเรียกก็คือ "สภากาแฟ" วัน ๆ ก็ควักวัตถุมงคลออกมาส่องมาอวดกัน ดูไปดูมา กระผม/อาตมภาพจำได้หมด อาศัยว่าเป็นเด็กความจำดี แล้วได้เห็นของจริงของแท้มามาก สามารถที่จะแยกแยะออกได้ง่าย

    ถ้าหากว่าพวกท่านทั้งหลายจะศึกษาก็คงต้องอีกหลายยก เพราะว่าวัตถุมงคลเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อชิน เนื้อโลหะสารพัด เราต้องรู้ว่าเนื้อทั้งหลายเหล่านี้ของใหม่เป็นอย่างไร ของเก่าเป็นอย่างไร ยิ่งเก่านานจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์


    วัตถุมงคลบางชุดในสมัยที่กระผม/อาตมภาพยังแก้ผ้าวิ่งอยู่ เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในยุคนั้นหากันสุดชีวิต ยิ่งกว่าพระสมเด็จวัดระฆัง
    กระผม/อาตมภาพขอยืนยันว่าในสมัยนั้นพระสมเด็จวัดระฆังองค์ละแค่สองสามพันบาท ที่เขาซื้อขายกันองค์ละสี่ห้าสิบล้านสมัยนี้นั่นแหละ..!

    แต่ว่าพระชุดนี้ราคาแพงกว่าสมเด็จวัดระฆังหลายเท่า เขาเรียกว่า "ชุดกิมตึ๋ง" เป็นพระกรุโบราณ ๆ ซึ่งเขาจับมาเรียงเข้าชุดกัน ไม่ว่าจะเป็น "สี่กร มอญแปลง ประคำรอบ ปรกชุมพล" อะไรก็ตาม สมัยนี้หายเข้ากลีบเมฆหมด เพราะว่าคนสะสมก็เก็บตายไปเลย แล้วพระชุดนี้ก็หาที่สวยสมบูรณ์ยากมาก กระผม/อาตมภาพยังโชคดี ได้เห็นเป็นบางองค์ ไม่ได้เห็นครบชุด

    แต่สมัยนี้ค่านิยมเปลี่ยนไป เขาไม่ได้เล่นวัตถุมงคลเพื่อศาสตร์และศิลป์เหมือนคนรุ่นก่อน เป็นการเล่นเพื่อการพาณิชย์ ก็เลยทำให้ราคาวัตถุมงคลสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
    โดยเฉพาะต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไปกระทั่งประเทศจีน แห่กันมาบูชาวัตถุมงคลในเมืองไทย แล้วพวกนี้เขาเงินใหญ่กว่าเรา โดยเฉพาะเซียนทางสิงคโปร์ เงินเขาใหญ่กว่าเราตั้ง ๒๐ กว่าเท่า เขาเน้นหาที่ชนะเลิศการประกวด แล้วก็โกยกลับบ้านตัวเอง มีหลายท่านศึกษาจนถึงขนาดเปิดร้านจำหน่ายวัตถุมงคลเอง..!

    ชื่อเสียงเกียรติคุณของวัตถุมงคลเมืองไทยโด่งดัง ถึงขนาดประเทศจีนสั่งห้ามพระไทยเข้าประเทศ กว่าที่
    กระผม/อาตมภาพจะขอวีซ่าเข้าไปได้ ต้องใช้กำลังภายในไปเกือบหมดตัว เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าประเทศจีนกลัวมาก ในเรื่องของการที่ประชาชนโดนมอมเมาด้วยศาสนา จนกระทั่งไม่ทำมาหากิน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,564
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,420
    ค่าพลัง:
    +20,391
    พระไทยยุคก่อนที่โดนห้าม เวลาไปประเทศจีนก็ขนวัตถุมงคลไปคนหนึ่ง ๔ กระเป๋า ๕ กระเป๋า แล้วเป็นกระเป๋าใหญ่ขนาด ๘๐ ลิตร..! เชื่อไหมว่าเหลือกระเป๋าเปล่ากลับมาทุกรูป..!! คนจีนเขาแย่งกันบูชาเลย พระพรหมเอราวัณจะเป็นสถานที่ซึ่งพวกเขามาขอพร ที่โด่งดังมากในบ้านเราเมืองเรา ส่วนบ้านเราอยู่กับของดีแล้วไม่ค่อยจะรู้คุณค่า

    มาว่ากันต่อในเรื่องที่ว่า ถ้าจะเล่นวัตถุมงคล จากอันดับแรก เล่นก่อนได้เปรียบ อันดับที่สอง ต้องเห็นของแท้มามาก อันดับที่สามก็คือ ต้องศึกษาแยกแยะได้ว่าสภาพเนื้อวัตถุมงคลแต่ละอย่างนั้น ในแต่ละช่วงอายุมีความต่างกันอย่างไร


    หลักเกณฑ์ที่คนเก่า ๆ เขายึดถือ อย่างเช่นว่า "ปิลันทน์ดูไข แร่บางไผ่ดูเสี้ยน" ยังต้องยึดอยู่ หรือไม่ก็ประเภท "วัดหนังล้วงนอก วัดทองล้วงใน" ไปศึกษาดูว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คือเขามองปราดเดียวก็แยกออกแล้วว่าเป็นของวัดไหน


    อย่าเล่นวัตถุมงคลด้วยหู ให้เล่นด้วยตา ไม่เช่นนั้นที่โดนเขาใช้คำว่า "ตกควาย" ไม่ได้ตกปลานะ เราเผลอไปซื้อของเขาเมื่อไร เขาก็ตกควายได้สำเร็จ ก็คือส่วนใหญ่วัตถุมงคลของพวกที่ตกควายนี่จะเป็นของปลอมล้วน ๆ ปลอมชนิดห่างร้อยเมตรมองดูก็รู้ แต่เขาเล่านิทานประกอบจนเราเคลิ้ม ท้ายสุดก็ต้องควักกระเป๋า "ซื้อโง่" ไป..!


    แล้วเซียนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ก็ไร้จรรยาบรรณมาก ถ้าของเราเป็นของสวย ของมีราคา อย่างที่กระผม/อาตมภาพเคยเล่าให้ฟัง พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ พิมพ์กรรมการ ของตัวเองสวยสู้ของ
    กระผม/อาตมภาพไม่ได้ เขาขายไปสองล้านห้า กระผม/อาตมภาพให้ลูกศิษย์เอาไปแหย่ดู เขาให้แค่แสนเดียว ด้วยความหมั่นไส้ก็เลยให้ลูกศิษย์ไปเลย บอกว่า "มึงแขวนไปเลย เดินไปอวดมันทุกวัน ให้มันอกแตกตายไปเลย...!"

    อีกท่านหนึ่งก็ประเภท "กล้าขอ" สมเด็จวัดระฆัง
    กระผม/อาตมภาพก็ให้ ปรากฏว่าเฮียเซ้ง มณเฑียร พยายามตื๊อ บอกว่า "ขายให้กูเถอะ" ไอ้เจ้านั่นบอกว่า "ไม่ได้ครับ หลวงพ่อสั่งว่าให้แขวนติดตัวไว้" เฮียเซ้งเขาถามว่า "หลวงพ่อมึงรู้จักของไหม ?" "รู้หรือไม่รู้ท่านสั่งไว้ว่า ถ้าให้ต่ำกว่า ๒๐ ล้านไม่ต้องให้ใคร" เฮียเซ้งควักเช็คมาเลย บอกว่า "กูตีเช็คให้เดี๋ยวนี้แหละ" แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ เพราะว่าของบางอย่างเหมือนกับเลือกเจ้าของ ของสวยมาก บางคนตัดสินใจไม่ได้ สวยจนเขาคิดว่าปลอม
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,564
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,420
    ค่าพลัง:
    +20,391
    ตั้งแต่กระผม/อาตมภาพเล่นมีดหมอหลวงพ่อเดิมมา มีดหมอที่ผ่านมือมานี่น่าจะเกิน ๕๐ เล่ม..เฉพาะของแท้นะ ก็เพิ่งจะได้ ๑๑ นิ้วเล่มหนึ่ง ๕ นิ้วเล่มหนึ่ง แล้วก็มีดสาลิกาเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง ที่ต้องบอกว่าสวยสมบูรณ์มาก ส่งประกวดเมื่อไรได้ที่ ๑ แน่นอน ส่วนที่เหลือบางเล่มนี่ถอดออกมา สนิมกินจนกระทั่งแหว่งเป็นตาแก่ฟันหลอไปเลย..!

    ของพวกนี้บางทีก็ขึ้นอยู่กับความบังเอิญ อย่างสายคาดเอวหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว
    กระผม/อาตมภาพได้มาเส้นหนึ่ง เหมือนถักใหม่เลย..! แต่ว่ารักเป็นรักเก่า ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ? เขาบอกว่า ๓ ชั่วคนที่ผ่านมา ใส่ถุงแดงบูชาอยู่บนหิ้งอย่างเดียว ไม่ได้เอาออกมาใช้งานเลย กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปส่งไปให้ครูบาอาจารย์ ที่กระผม/อาตมภาพมั่นใจในสายตาที่สุดดู ท่านยืนยันว่าใช่แน่นอน "แล้วไปฟลุกได้มาอย่างไร ?" "ลูกหลานเขาหมดใจแล้ว ไม่รู้จักของก็เลยเอามาขายให้..!"

    เพราะฉะนั้น..ของพวกนี้บางทีต้องรอเวลา รอโอกาส ถ้าหากว่ายังไม่ได้สวยที่สุดก็เก็บที่สวยรองเอาไว้ก่อน ถ้ามีสวยกว่านั้นมาแล้วค่อยปล่อยองค์รองนี้ออกไป เหล่านี้เป็นต้น

    ฉะนั้น...หลักสำคัญที่สุดก็คือ เล่นด้วยตา อย่าเล่นด้วยหู เชื่อความรู้ความสามารถของตัวเอง อย่าเชื่อราคาคุยของเซียน


    ที่เมื่อครู่
    กระผม/อาตมภาพบอกว่า ถ้าของเราดีจริง สวยจริง ส่วนใหญ่เขาจะตีว่าปลอม เพราะเกรงว่าเราจะไปปล่อยขายราคาต่ำกว่าที่เขาตั้งใจไว้ แล้วจะทำให้คนแห่มาหาเรา กลายเป็นคู่แข่งของเขาแทน ดังนั้น..พวกเซียนไร้จรรยาบรรณพวกนี้ ส่วนใหญ่แล้วถ้าคุณเข้าไปเมื่อไร ก็จะประเภทเป็นที่รู้กันว่าต้องตีปลอมไว้ก่อน ให้เราหมดกำลังใจ จะได้ไม่ไปยุ่งกับอนาคต แย่งลูกค้าเขา..!

    บางคนบูชาวัตถุมงคลไปจากเว็บวัดท่าขนุน แล้วเอาไปยื่น เขาบอกว่าปลอม
    กระผม/อาตมภาพบอกให้ส่งคืนมา แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่เขาโอนเงินคืนไปเลย ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าหากว่าตาไม่ถึง อย่าไปเล่น คิดไปอาศัยตาคนอื่นก็ต้องให้เขามีจรรยาบรรณเพียงพอที่จะไม่หลอกตุ๋นพวกเรา ไม่อย่างนั้นเราก็จะกลายเป็น "ควายติดเบ็ด" ของเขา ก็โดน "ตกควาย" ไปอย่างที่เขาว่ากัน

    สำหรับวันนี้ก็เรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...