เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๕

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 กันยายน 2022.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    10,438
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +21,677
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๕


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    10,438
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +21,677
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ กระผม/อาตมภาพไปร่วมการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดตะคร้ำเอน หมู่ที่ ๖ ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้า แล้วก็ลากยาวมาจนถึงพิธีปิดเมื่อสักครู่นี้เอง

    เมื่อเสร็จจากพิธีปิดแล้ว ก็ได้เดินทางมายังวัดท่ามะขาม เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของงาน ซึ่งพระมหานันทวัฒน์ เขมธมฺโม ป.ธ.๖ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลเพื่อที่จะหาทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดราษฎร์ประชุมชนาราม หรือว่าวัดท่ามะขาม

    กระผม/อาตมภาพนั้น ในตอนแรกขอให้ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ แต่ว่าท่านไม่อยากจะมีภาระรัดตัวจนกระทั่งทำอย่างอื่นได้ยาก จึงได้ขอให้พระครูกาญจนปริยัติคุณ (ชุมพร ปิยธมฺโม ป.ธ.๓) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธบริษัท อดีตเจ้าอาวาสวัดธุดงค์สมเด็จ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธมณฑลอรัญญิกาวาส โยกย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดราษฎร์ประชุมชนารามแห่งนี้ โดยที่พระมหานันทวัฒน์ท่านรับปากว่า จะช่วยในเรื่องของการบูรณปฏิสังขรณ์ทุกอย่าง โดยขอให้กระผม/อาตมภาพเป็นประธานอุปถัมภ์

    ในงานนี้การเป็นประธานอุปถัมภ์นั้น ถือว่าเป็นประธานอุปถัมภ์ที่สบายที่สุด เนื่องจากว่าศักยภาพของพระมหานันทวัฒน์ หรือว่าพระอาจารย์มหาเอ หรือว่าหลวงพ่อมหาเอของหลายท่านนั้น มีศักยภาพเกินกว่าความเป็นเจ้าอาวาสไปมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการสอนธรรมนำปฏิบัติ ที่ท่านมีความคล่องตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส เมื่อถึงเวลามาบวช บรรดาท่านที่เคยติดตามกันมาตั้งแต่สมัยฆราวาส ก็ให้การอุปถัมภ์ค้ำจุนกันต่อมา จนกระทั่งสามารถตั้งเป็นคณะกันขึ้นมาได้ โดยเฉพาะมีการเปิดบ้านสุมโนในการสอนกรรมฐานและภาวนาพระคาถาเงินล้านเป็นประจำ

    ดังนั้น..หน้าที่ของประธานอุปถัมภ์อย่างกระผม/อาตมภาพ หลัก ๆ เลยก็คือทำหน้าที่ตรวจงาน และบวงสรวงปลุกเสกวัตถุมงคล เพื่อให้ท่านนำไปหาทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวัดราษฎร์ประชุมชนารามแห่งนี้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    10,438
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +21,677
    งานนี้เมื่อมาตรวจการณ์แล้วก็เห็นว่า มีการสร้างรูปท่านปู่ท่านย่า ซึ่งถ้าหากว่าเป็นสายหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ก็จะทราบดีว่าท่านปู่ท่านย่านั้นเป็นใคร แต่ถ้าหากว่าเป็นสายอื่นได้ยิน ก็อาจจะงง ๆ อยู่บ้าง

    ท่านปู่ก็คืออดีตชาติของพระเจ้าพังคราชแห่งเมืองโยนกเชียงแสน ท่านย่าก็คือพระนางพังครานี พระราชินีแห่งนครโยนกเชียงแสน ซึ่งทั้ง ๒ สองท่านนั้น ในอดีตชาติเคยเป็นบิดามารดาของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงมาก่อน

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อเกิดมาชาตินี้ ท่านไปสบายอยู่ข้างบน จึงให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์ต่อหลวงพ่อฤๅษีฯ ตลอดมา แล้วก็มาถึงลูกหลานของหลวงพ่อฤๅษีฯ อย่างพวกกระผม/อาตมภาพหรือว่าพระอาจารย์มหาเอด้วย

    ดังนั้น..การสร้างรูปท่านปู่ท่านย่าขึ้นมาบูชา นอกจากเป็นเทวตานุสติแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทิตา จากการที่ท่านให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์มาโดยตลอด ลูกหลานจะได้มีรูปของท่านเอาไว้กราบไหว้บูชา

    โดยเฉพาะการสร้างครั้งที่แล้ว ซึ่งตอนที่พระอาจารย์มหาเอท่านมอบรูปท่านปู่ท่านย่าให้ เมื่อถ่ายรูปออกมาก็มีภาพปาฏิหาริย์ ที่รูปท่านปู่ท่านย่าสว่างไสวกว่าปกติจนเห็นได้ชัด แต่ว่าองค์นั้น กระผม/อาตมภาพได้มอบให้กับหลานรัก ก็คือลูกกิฟท์ (นางสาวอันตรา ลักษณะ) ไปแล้ว

    อีกส่วนหนึ่งที่เห็นก็มีรูปหล่อของพระอนุรทธเถระ ซึ่งพระอนุรทธเถระนั้นจะว่าไปแล้ว ท่านเป็นพระผู้เป็นเอตทัคคะในทางทิพจักขุญาณ

    แต่ว่าส่วนหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้เลยก็คือ พระอนุรทธเถระนั้น ท่านเป็นต้นตำรับของการอธิษฐานว่า "ขอให้ความไม่มีจงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" จนกระทั่งชาติต่อ ๆ มาที่ท่านเกิดมา มีความสมบูรณ์บริบูรณ์พร้อมทุกอย่าง แม้กระทั่งมาเกิดเป็นอนุรุทธราชกุมารในศากยวงศ์ ก็ไม่เคยประสบความขาดแคลนแม้แต่ประการเดียว ไม่รู้แม้กระทั่งว่าอาหารนั้นเกิดขึ้นที่ไหน..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    10,438
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +21,677
    ในการสนทนากันระหว่างราชกุมารในศากยตระกูลนั้น เมื่อตั้งปัญหากันขึ้นมาว่า "ภัตคืออาหารนั้น เกิดขึ้นที่ใด ?" เจ้าชายภัททิยะมีประสบการณ์สูงสุด เพราะว่ากษัตริย์สมัยนั้นต้องทำนาด้วย ได้ให้คำตอบว่า "ภัตนั้นเกิดขึ้นในนา" เจ้าชายกิมพิละไม่มีประสบการณ์อย่างนั้น แต่เคยเห็นข้าทาสบริวารขนข้าวออกมาจากยุ้ง ให้คำตอบว่า "ภัตนั้นเกิดขึ้นในยุ้ง" เจ้าชายอนุรุทธไม่เคยเห็นในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น นอกจากเป็นอาหารสำเร็จรูปอยู่ในสำรับแล้ว จึงให้คำตอบว่า "ภัตนั้นเกิดขึ้นในจาน"..!!!

    โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขัน ถ้าเป็นสมัยนี้ก็คือ "เปตอง" แต่สมัยนั้นบาลีใช้คำว่า "ลูกขลุบ" ในเมื่อมีการแข่งขันโยนลูกขลุบ อนุรุทธราชกุมารพ่ายแพ้ต้องเสียขนม ซึ่งแต่ละวันจะได้รับพระราชทานมาให้แก่เพื่อนฝูงไปแทน เมื่อถึงเวลาจึงบอกให้คนรับใช้ไปขอขนมมาจากพระราชมารดา

    เมื่อพระราชมารดาเห็นว่าลูกเอาแต่เล่นลูกขลุบ แล้วก็แพ้พนันอยู่เรื่อย ขอขนมอยู่เรื่อย จึงอยากจะสอนให้ลูกรู้ว่า สิ่งที่ต้องการนั้นบางทีก็ไม่ได้อย่างใจ จึงได้เอาถาดเปล่าใบหนึ่งรอง ถาดเปล่าใบหนึ่งคว่ำไว้ แล้วส่งให้คนรับใช้ซึ่งทำสีหน้างง ๆ ว่า พระมเหสีจะเล่นอะไร ? ปรากฏว่าพระมเหสีได้ตอบว่า "ถ้าหากราชกุมารถามว่า ขนมไม่มีหรือ ? ให้ตอบไปว่า นี่คือขนมไม่มี..!"

    ปรากฏว่าด้วยบุญเก่าที่อนุรุทธราชกุมาร ในอดีตได้อธิษฐานเอาไว้หลังจากทำบุญกับพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วว่า "ขอให้ความไม่มีจงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" ทำให้เทวดาทั้งหลายไม่สามารถที่จะทนอยู่ได้ เพราะว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องมีด้วยอำนาจบุญ จึงได้เนรมิตขนมทิพย์จนเต็มถาด ให้ราชกุมารได้เสวยแทน

    เมื่อเปิดถาดขึ้นมา ปรากฏว่ากลิ่นหอมของขนมทิพย์นั้นขจรขจายไปไกลมากเป็นพิเศษ ดังนั้น..พระอนุรุทธเถระจึงได้ถามคนรับใช้ว่า "ขนมนี้เรียกว่าขนม ?" คนรับใช้ก็ตอบตามที่พระมเหสีกำชับไว้ว่า "นี่คือขนมไม่มี" อนุรุทธราชกุมารเสวยแล้วอร่อยมากเป็นพิเศษ จึงไปต่อว่าพระราชมารดาว่า "วันก่อน ๆ ไม่รักลูกหรืออย่างไร ถึงได้ไม่เคยทำขนมไม่มีนี้ให้ แต่ว่าวันนี้กลับทำมาให้ ?"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    10,438
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,529
    ค่าพลัง:
    +21,677
    พระราชมารดาเป็นผู้ที่มีความฉลาด สมกับที่เป็นมเหสีของวงศ์กษัตริย์ ทราบว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดด้วยบุญของลูก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงได้ล้างถาดเปล่าสะอาด ใบหนึ่งตั้ง ใบหนึ่งคว่ำ แล้วให้คนรับใช้นำไปถวายอนุรุทธราชกุมารทุกวัน อนุรุทธราชกุมารก็ได้เสวยขนมทิพย์เทวดาเนรมิตอยู่ทุกวัน

    นี่คือแรงอธิษฐานที่คำว่า "ขอให้ความไม่มีจงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" จึงทำให้การสร้างรูปพระอนุรุทธเถระนั้น ถือว่าเป็นการสร้างที่เหมาะสมมาก

    อีกประการหนึ่ง พระอนุรุทธเถระนั้นเป็น ๑ ในพระเถระสำคัญหลายองค์ ที่ได้สงเคราะห์พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ มา ในลักษณะของการเป็นครูบาอาจารย์ ช่วยแนะนำความรู้ในด้านต่าง ๆ ประกอบไปด้วยพระโมคคัลลานเถระ พระสารีบุตรเถระ พระอนุรุทธเถระ พระอานนทเถระ พระมหากัจจายนเถระ เป็นต้น ในเมื่อท่านเองเป็นครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ก็เท่ากับว่าเป็น "อาจารย์ปู่" ของบรรดาลูกศิษย์หลานศิษย์อย่างพวกเราด้วย

    อีกส่วนหนึ่งที่พระอาจารย์มหาเอท่านได้สร้างไว้นั่นก็คือพระสมเด็จยอดบายศรี ซึ่งท่านได้รวบรวมเอาบรรดาบายศรีที่ใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ มาตากแห้ง บดเป็นผงเอาไว้แล้วนำมาเป็นส่วนผสม ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายสงสัยว่าพระสมเด็จยอดบายศรีนั้นสำคัญอย่างไร ? กระผม/อาตมภาพอยากจะยกตัวอย่างหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เจ้าของพระปิดตาอันดับหนึ่งในประเทศไทย ที่ราคาไปถึงเลข ๘ หลัก..! ก็คือถ้าหากว่ามีคนต้องการและเป็นองค์ที่สวยจริง ๆ เขาสู้ราคากันหลายสิบล้าน..! หลายองค์ซื้อขายกันแพงกว่าสมเด็จวัดระฆังเสียอีก..!

    หลวงพ่อแก้ว เมื่อท่านทำบายศรีบวงสรวง ท่านจะปั้นรูปพระปิดตา ๓ องค์หันหลังชนกัน มีรูอยู่ตรงกลางแล้วเสียบไว้บนยอดบายศรีเสมอ เป็นการถวายพุทธบูชาด้วยสิ่งที่เลิศที่สุด ด้วยสิ่งที่สูงที่สุด โดยเฉพาะเชื่อกันว่า พระยอดบายศรีนั้นสามารถที่จะพลิกชีวิต เปลี่ยนชะตา กลับร้ายกลายดี ปรารถนาสิ่งใดก็จะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะประสบความสำเร็จสูงสุดในหน้าที่การนั้น ๆ
    ซึ่งราคาพระปิดตายอดบายศรี "สามเกลอ" บ้าง "สี่เกลอ" บ้างนั้น แพงกว่าเราคาพระปิดตาทั่วไปอยู่มาก

    เมื่อพินิจพิจารณาดูแล้ว การจัดสถานที่ก็เรียบร้อยดี วัตถุมงคลทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่เนื่องด้วยครูบาอาจารย์หรือว่าปู่ย่าตาทวดของเรา วัตถุมงคลพิเศษที่สร้าง ก็มาจากผงยอดบายศรีในแต่ละพิธีที่เก็บไว้ กระผม/อาตมภาพก็วางใจว่า งานบวงสรวงปลุกเสกวัตถุมงคลในวันพรุ่งนี้นั้น จะเป็นงานที่ไม่หนักใจเลย เพราะว่าท่านทั้งหลายที่มีความเนื่องกันมาตั้งแต่ต้น ทำให้สามารถที่จะขอให้ท่านมาช่วยเสกให้วัตถุมงคลเหล่านั้น ประกอบไปด้วยพุทธบารมี ธัมมบารมี สังฆบารมี บารมีแห่งพรหมเทวดา บารมีแห่งครูบาอาจาย์อย่างเต็มเปี่ยมได้อย่างแน่นอน

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...