เสือสมิง..!

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 30 พฤษภาคม 2018.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,703
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,133
    MagicTiger.jpg
    เสือสมิง

    เสือสมิง เป็นผีตามความเชื่อของชาวไทยและชาวกะเหรี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับป่าและภูติผีวิญญาณสิ่งชั่วร้าย
    มีความเชื่อว่าเสือสมิง ถือว่าเป็นเสือชนิดหนึ่ง ที่มีคำสาปอาถรรพ์สถิตอยู่ในตัว สามารถแปลงกายเป็นเสือได้ เพื่อหลอกผู้ที่พบเห็น โดยเฉพาะนักเดินป่า หรือนายพราน ผู้ที่เป็นเสือสมิงอาจเป็นได้หลายแบบ คือ

    - เกิดจากดวงวิญญาณของเสือที่ตายแล้ว มาสิงสู่ร่างคน หรือวิญญาณคนที่ตายแล้วยังไม่ไปเกิด จึงได้สิงสถิตและจองจำในร่างของเสือร้าย

    - เกิดจากเสือที่อาละวาดกินคนเข้าไปมาก จนมีวิญญาณคนสิงอยู่ในร่าง

    - ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า สามารถแปลงกายเป็นเสือแต่อาจจะทำผิดครูจึงทำให้เวทมนตร์เข้าหาตัว หรือ ผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าแต่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ของเข้าตัวกลายเป็นเสือได้ เสือสมิงพวกนี้จะเรียกว่า สมิงอาคม
    ..
    ผมเคยได้อ่าน เรื่อง หลวงพ่อลุน เกจิดังแห่งวัด โพนแพง ขอนแก่น บทความได้กล่าวถึงชนิดของเสือสมิงว่า เสือสมิงนั้น จัดเป็นปีศาจชนิดหนึ่งอยู่ในตระกูลอมนุษย์ มี ๒ ประเภทแบ่งออกตามรากฐานของการกำเนิดดังนี้

    เสือสมิงประเภทแรก
    เกิดจากการที่ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า ฝึกเรียนวิชาแปลงตนให้กลายเป็นเสือสมิง ด้วยนับถือว่าหากสามารถฝึกฝนจนสำเร็จแล้วจะ มีอิทธิฤทธิ์มากมาย อาทิ

    ร่างกายจะอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า ทรงตบะอำนาจเป็นที่เกรงขามของมนุษย์และเทวดา มีอิทธิฤทธิ์สามารถล่องหนหายตัวกำบังตาผู้คนทั่วไปได้ ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจคุณไสยใด ๆ ทั้งคาถาและยาพิษทั้งปวง แต่โดยส่วนมากผู้ที่ฝึกวิชานี้มักจะต้องกลายเป็นเสือสมิงไปเกือบทั้งสิ้นเหตุเพราะ วิชานี้มีการถือขลำหรือข้อห้ามปฏิบัติหลายอย่าง และหากกระทำผิดข้อห้าม เพียงไม่กี่ครั้ง
    ภาษาทางไสยศาสตร์เรียกว่า ผิดขลำหรือผิดสัจจะที่ได้ให้ไว้แก่ครูบาอาจารย์ เมื่อร่างกลายเป็นเสือไปแล้วจึงไม่สามารถกลับคืนร่างเดิมได้อีก

    นอกจากนี้การถือกำเนิดของเสือสมิงประเภทแรกยังอาจมีสาเหตุมาจากการเกิดความผิดพลาดบางประการของผู้ที่เริ่มฝึกวิชานี้เป็นใหม่ๆ กล่าวคือ ในการเรียนวิชาเสือสมิงนั้น ผู้ศึกษาต้องเรียนแบบครอบครูคู่ หมายถึงต้องเรียนสองคน

    พร้อมกันโดย หากคนหนึ่งฝึกวิธีแปลงตนเป็นเสือสมิงอีกคนหนึ่งจะต้องฝึกวิธีทำน้ำมนต์ล้างอาถรรพณ์
    คนที่ฝึกแปลงเป็นเสือสมิงนั้นเวลาทำแรก ๆ จะใช้วิธีนอนหมอบภาวนาคาถาแปลงตนโดยนำผ้าขาวคลุมร่างให้มิด แล้วภาวนาคาถาเสือสมิงไปเรื่อย ๆ จนกว่าวิญญาณจะกลายเป็นเสือไปจริง ๆ
    การฝึกวิชานี้นั้นเมื่อสำเร็จในขั้นแรก ผู้ฝึกจะมีลักษณะอาการคล้ายหลับฝันคือจะฝันไปว่าดวงวิญญาณของตนนั้นได้ถอดออกมา
    จากร่างแล้วกลายไปเป็นเสือไปท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ในขณะฝึก เมื่อสำเร็จในขั้นที่สอง
    เวลาดวงวิญญาณถอดออกจากร่าง จะมองเห็นด้วยตาเปล่าชัดๆ เลย เป็นดวงไฟสีแดง บ้างเขียวบ้าง ฯลฯ แล้วแต่ว่าใครจะมีกำลังจิตแข็งแค่ไหน ลอยพุ่งออกไปเป็นสายคล้ายผีพุ่งใต้ออกจากร่างของผู้เรียนวิชาแปลงตน
    ขั้นนี้ผู้ฝึกสามารถเนรมิตร่างให้ปรากฏพบเห็นต่อสายตาคนธรรมดาทั่วไปได้ และจะเห็นเป็น2อย่างเท่านั้นคือเป็น...ับเป็นคนรูปร่างหน้าตาเหมือนตอนฝึกวิชา โดยส่วนมากเรียนกันถึงขั้นนี้ก็เรียกว่าสำเร็จแล้วแต่ถ้าจะให้ถึงขั้นสุดยอดต้องภาวนาคาถาจนกว่าร่างกายเนื้อของผู้ฝึกจะกลายเป็นเสือไปจริงๆ ขั้นนี้ละที่โดยส่วนใหญ่เมื่อสำเร็จแล้วจะคืนร่างเดิมไม่ได้ ประการแรก เพราะเมื่อฝึกจนชำนาญแล้วเวลากลายเป็นเสือสมิงความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์จะดับๆ มา ๆ เสมอและยิ่งหากเผลอตัวไปกินของสด ๆ คาว ๆ ด้วยแล้วละก็จะขาดสติไปนาน ทีเดียวระยะเวลาตั้งแต่สามวันขึ้นไปหาก เลย ๗ วันไปแล้วเป็นอันว่าหมดสิทธิ์คืนร่างทีเดียวสำหรับข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติของผู้ฝึกวิชาเสือสมิงนี้ก็คือ
    ข้อห้ามของผู้เรียนวิชาเสือสมิง

    ๑.ห้ามกินของสดของคาวเด็ดขาด
    ๒. ห้ามกินเดนอาหารของคนและสัตว์ของเซ่นไหว้ทุกชนิด
    ๓. เวลาคนคลอดบุตรห้ามไปเยี่ยมเด็ดขาดเพาะอาจทำให้ทั้งแม่และเด็กถึงแก่ชีวิตในเวลาต่อมาได้
    ๔. งานศพอย่างหนึ่งข้าวปลาอาหารที่จัดมาจากงานศพอย่างหนึ่งห้ามกินเด็ดขาด เอาแค่นี้พอสังเขปฯลฯ
    ..
    เสือสมิงประเภทที่สอง
    เกิดจากดวงวิญญาณผีป่าหรือผีตายโหงที่มีคาถาอาคมมีฤทธิ์แก่กล้า ต้องการจะไปผุดไปเกิดจึงเข้าไปสิงร่างเสือเพื่อฆ่าคนล้างอาถรรพณ์ให้ตนได้ไปเกิดใหม่ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า
    หาตัวตายตัวแทน และเสือสมิงประเภทนี้จักหากินได้ก็แต่เขตป่าที่มีอาถรรพณ์ การตายโหงเท่านั้น
    คำว่าป่าตายโหงนี้ บางทีก็เรียกป่าผีโขมดบ้าง ป่าผีภูบ้าง แล้วแต่จะเรียก
    แต่ลักษณะดังกล่าวจะมีลักษณะการ ถูกฆ่าตายอย่างสยดสยองทั้งคนและสัตว์ป่า จะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม
    จะเกิดซ้ำ ๆ แต่ในบริเวณนั้นทุกครั้งที่มีการตายเกิดขึ้น จะต้องมีเลือดสด ๆไหลนองทั่วไป ในบริเวณดังกล่าวเสมอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ป่าลักษณะนี้ ล่ะที่เสือสมิงชอบอาศัยอยู่

    ดังนั้นดวงวิญญาณทนทุกข์ทรมานวนเวียนอยู่ในบริเวณนี้จึงมากด้วยอิทธิฤทธิ์ เพราะถูกอำนาจอาถรรพณ์ผูกมัดไว้ ทำให้ไปเกิดมิได้ หากจะไปเกิดได้ต้องหาตัวตายตัวแทน ตัวที่มีอาคมแก่กล้านิยมเข้าสิงสู่ในร่างเสือ หรือแปลงตนให้กลายเป็นเสือเพื่อรอดักฆ่าคนที่หลงเข้ามาในเขตดังกล่าว เป็นการหาตัวตายตัวแทน เมื่อสำเร็จฆ่าได้ครบตามจำนวนที่ถูกสาปไว้เช่น12 คนเป็นอย่างน้อย จึงจะได้ไปเกิด ส่วนวิญญาณของผู้ที่ถูกฆ่าตายก็จะมาเป็นเสือสมิงแทนต่อไป
    ตราบจนกว่าจะพบผู้มีบุญญาธิการแก่กล้า ผู้วิชาอาคมแก่กล้า หรือพรานป่ารู้วิชาเก่งกาจ ได้ทำการฆ่าเสือสมิงทิ้ง จึงหมดเวรหมดกรรมกันไป
    ..
    อิทธิฤทธิ์ของเสือสมิง

    ในเรื่องของอิทธิฤทธิ์เสือสมิงนั้นแต่ละประเภทจะมีอิทธิฤทธิ์แตกต่างกันไปกล่าวคือเสือสมิงที่เกิดจากผู้ที่เรียนวิชาแปลงตนเป็นเสือสมิงนั้นจะมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าประเภทที่สองเพราะตามธรรมดาคนที่จะมีโอกาสจะได้เรียนวิชาเสือสมิงนี้จะต้องสำเร็จวิชาไสยศาสตร์ขั้นพื้นฐานมาก่อนอันประกอบด้วยวิชาอยู่ยงคงกระพัน มหาอุดแคล้วคลาด กำบังตาเป็นต้นดังนั้นเมื่อพลาดท่ากลายเป็นเสือสมิงไปแล้วจึงมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าก่อนที่จะมาเรียนวิชาเท่าที่พอทราบจะมีอิทธิฤทธิ์ดังนี้
    ..
    ๑.ร่างกายอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า
    ๒.ไม่เกรงกลัวคาถาอาคมธรรมดา
    ๓.ล่องหนกำบังตาคนได้
    ๔.สามารถจำแลงแปลงกายให้มีรูปร่างเหมือนคนที่มันเคยฆ่าเป็นเหยื่อและแปลงร่างเป็นญาติพี่น้องของเหยื่อที่ต้องการฆ่าก็ได้แต่จะทำได้แต่เฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น
    ..
    โดยส่วนใหญ่เสือสมิงมีจุดประสงค์ในการแปลงตนเพื่อหลอกเหยื่อให้ตายใจหลงกลจากนั้นจึงถือโอกาสตอนเผลอฆ่าเสีย
    เสือสมิงนิยมแปลงร่างเป็นคนเพศชายหรือหญิงก็ได้บางที ถือตะเกียงหรือคบเพลิง และมักมาบอกข่าวว่าญาติทางบ้านป่วยหนักเสมอหรือบางทีก็แปลงเป็นหญิงงามวิ่งมาขอความช่วยเหลือต่างๆนาๆแต่จะใช้เฉพาะตอนที่เหยื่อนอนอยู่บนต้นไม้หรือยิงสัตว์ที่สูงๆ เท่านั้น
    ..
    วิธีฆ่าเสือสมิง
    ..
    วิธีที่ ๑.
    จุดอ่อนของเสือสมิงนั้นอยู่ตรงที่ร่างกายของเสือสมิงจะพ่ายแพ้อาถรรพณ์ของอาวุธที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ดังนั้นพรานป่าและหมออาคมแก่กล้าแต่โบราณจะรู้ดีว่าหากจะฆ่าเสือสมิงจะต้องใช้ปืนกระสุนเงินบริสุทธิ์ยิงให้โดนตรงบริเวณหัวใจของมันเท่านั้น
    หากในกรณีที่เสือสมิงแปลงร่างกลายเป็นคน ตะเกียงหรือคบเพลิงมันถือมา คือส่วนหัวใจของเสือสมิง ต้องยิงไปให้โดนจุดนั้นมันจึงจะตาย หากยิงไปโดนจุดอื่น เช่น
    ตัวแขนขาของคนที่ถือคบเพลิงมา จะไม่โดนหัวใจของเสือสมิง อาจทำได้แค่ทำให้มันบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ถึงกับชีวิต
    ..
    วิธีที่ ๒.
    วิธีฆ่าเสือสมิงอีกวิธีหนึ่งก็คือการใช้คาถาอาคมฆ่า
    เสือสมิงกระทำได้โดย เคล็ดวิธีหนามยอกเอาหนามบ่งซึ่งหมายถึง การใช้วิญญาณ ฆ่า
    วิญญาณ โดยการเสกหุ่นพยนต์ต่างๆ ออกสู้กับเสือสมิงเช่นวัวธนู เสือแดง หุ่นพยนต์คนธรรพณ์ หุ่นพยนต์พญายักษ์เวสสุวัณ ฯลฯ
    แต่บุคคลที่สามารถเสกหุ่นพยนต์ออกสู้กับเสือสมิงได้นั้น ก็ใช่ว่าจะสามารถฆ่าเสือสมิงได้เสมอไปเหตุเพราะเสือสมิงเป็นดวงวิญญาณที่มีอิทธิฤทธิ์มาก่อนซึ่งแต่เดิมก็ร่ำเรียนวิชาอาคมต่าง ๆมามากมาย จนแก่กล้าดีแล้วสารพัด
    ฉะนั้นหากตบะหรือกำลังสมาธิของผู้เสกหุ่นพยนต์แก่กล้าน้อยกว่า อิทธิฤทธิ์ของเสือสมิง ผลที่ตามมาก็คือหุ่นพยนต์ที่ปล่อยออกไปสู้กับเสือสมิงนั้นจะเป็นฝ่ายแพ้ และผู้ที่ตายก็คือ ผู้ที่ปล่อยหุ่นพยนต์นั่นเอง
    ......
    เสือสมิง คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ต้องเป็นเฉพาะผู้หญิง แต่ในความจริงเสือสมิงเป็นได้ทั้งชายและหญิง
    - เสือสมิงที่มีฤทธิ์แรง สามารถแปลงกายเป็นเสือตัวใหญ่ในช่วงเวลาไหนก็ได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน มีแรงอาฆาตพยาบาทมาก
    - เสือสมิงที่มีฤทธิ์ปานกลาง จะแปลงกายได้ในตอนหวาดกลัวสุดขีด หรือในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงแล้วกลายเป็น เสือลายพาดกลอน
    ผู้ที่เป็นเสือสมิง จะมีพฤติกรรมลึกลับในส่วนลึกของจิตใจ ทั้งบุคลิกท่างการแสดงออก จะมีลักษณะคล้ายกับเสือโคร่ง ชอบกินเนื้อสัตว์แบบสุกๆ ดิบๆและมีกลิ่นคาว ถ้าสัตว์อื่นที่ได้พบเห็นจะต้องหวาดกลัวทันที บางรายก็ไม่ปรากฏอาการแต่จะมีการมองด้วยสายตาที่น่ากลัว ผู้คนทั่วไปไม่ค่อยกล้าสบตา
    เสือสมิง เป็นความเชื่อที่อาจคล้ายคลึงกับความเชื่อของชนชาติอื่น อาทิ มนุษย์สิงโต (นรสิงห์), มนุษย์หมาป่า , มนุษย์เสือดาว เสือดำ, มนุษย์จระเข้
    ..
    ส่วนวิธีจัดการกับเสือสมิงนั้น
    - โยนกล่องไม้ขีดไฟให้ลองจุดดู ถ้าไม่สามารถจุดไม้ขีดไฟได้ แปลว่าเป็นเสือสมิง เพราะเสือสมิงไม่มีนิ้วแบบมนุษย์ มีแต่อุ้งเท้าเป็นเสือตรงบริเวณแขน แลมีฟันเขี้ยวแหลมคม สามารถงอกยาวและหดเล็กได้ รูปแบบที่พบเห็นทั่วไป มักปรากฏตัวออกมาในรูปร่างเหมือนคนปกติทุกประการ แม้กระทั่งนายพรานและผู้อื่นไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย จึงจำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมของคนๆนั้นให้ดี
    - ใช้มีดหมอลงอาคมแทง หรือใช้กระสุนปืนศักดิ์สิทธิ์สำหรับฆ่าเสือสมิง เป็นการทำลายวิญญาณของมันให้ไปเกิดใหม่ และไม่ให้วิญญาณไปสถิตร่างเสือตัวอื่น
    ...
    เสือสมิงตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง เชื่อว่าเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาหรือพระภูมิเจ้าที่ ที่ดูแลรักษาปกป้องป่า จึงมีความเชื่อและข้อปฏิวัติว่า ห้ามล่าสัตว์หรือตั้งห้างบริเวณที่เป็นโป่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่เป็นที่ชุมนุมของสัตว์ป่า มีผู้ที่เคยพบเห็นเจ้าของโป่งในเวลากลางคืน อ้างว่า มีดวงตาสามดวง ตาดวงที่สามอยู่กลางหน้าผากและเป็นสีเขียวเรืองแสงในความมืด มีเรื่องเล่ากันของชาวกะเหรี่ยงว่า ผู้ที่พบเจอกับเสือสมิง มักจะปรากฏเป็นผู้หญิงหรือเมียเข้ามาตามถึงในป่าแจ้งว่า ลูกป่วยให้กลับบ้าน เป็นต้น ถ้าลงไปก็จะถูกฆ่าตาย บ้างถึงกับว่า เมื่อมีผู้ไม่ยอมลงไป สักพักก็กลับมาใหม่พร้อมด้วยคนอีกสี่คนหามคานใส่ศพของลูกหรือเมียมาก็มี มีบางคนที่ยิงปืนใส่ เช้ามาเมื่อลงจากห้างพบว่า มีรอยเท้าเสือขนาดใหญ่เพ่นพ่านอยู่บริเวณนั้น โดยเชื่อว่าคนสี่คนที่เห็นว่าหามคานนั้น คือ ขาทั้งสี่ข้างของเสือ เป็นต้น
    ..
    เสือสมิง คือ ผีหรือปีศาจที่มีรูปร่างเป็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ อาละวาดกินคนเป็นอาหาร เชื่อว่า เสือสมิงเกิดจากเวทมนตร์คาถาทางไสยศาสตร์ หรือเป็นเสือที่กินคนเข้าไปมาก ๆ แล้ววิญญาณของคนที่ถูกกินไปสิงอยู่ในเสือตัวนั้นจนกลายเป็นเสือสมิง เสือสมิงโดยปกติจะมีร่างเป็นคน แต่สามารถแปลงร่างเป็นเสือได้ในเวลากลางคืน และออกหาเหยื่อ เมื่ออกล่าเหยื่อจะแปลงร่างเป็นบุคคลต่าง ๆ นานา เพื่อล่อลวง เช่น แปลงเป็นลูกเมียของเหยื่อ หรือแม้กระทั่งแปลงเป็นพระธุดงค์ก็มี ในระหว่าง รัชกาลที่ ๕ ทรงเสด็จประพาศต้นในปี พุทธศักราช ๒๔๑๙ ที่ป่า จันทบุรี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชนิพนธ์บันทึกถึงความเชื่อเรื่องเสือสมิงของผู้คนที่อาศัยในแถบนี้ ความตอนหนึ่งว่า
    .
    ...ราษฎรชาวเมืองเชื่อถือกลัวเสือสมิงกันมาก เล่ากันว่าที่เมืองเขมรมีอาจารย์ทำน้ำมันเสือสมิงได้ ศิษย์ได้ลักน้ำมันนั้นทาตัวเข้า กลายเป็นเสือสมิงไปถึง ๓ คน พลัดเข้ามาในแขวงเมืองจันทบุรี ตัวหนึ่งเป็นเสือดุร้าย เที่ยวขบกัดคนตายที่พลิ้ว ๒ คน ที่ปากจั่น ๑ คน ที่ป่าสีเซ็น ๒ คน รวม ๕ คน
    อาจารย์เที่ยวตาม ได้บอกชาวบ้านว่าศิษย์สามคนลักน้ำมันเสือสมิงทาตัวเข้า กลายเป็นเสือไปทั้งสามคน บิดามารดาของศิษย์นั้นเขาจะเอาลูกของเขา จึงมาเที่ยวตามหา แล้วสั่งไว้ว่าใครพบปะเสือนี้แล้วให้เอาไม้คานตี ฤๅมิฉะนั้นให้เอากะลาครอบรอยเท้าเสือนั้น ก็จะกลับเป็นคนได้ แต่วิธีจะแก้นี้ทำได้ก็แต่เมื่อเสือนั้นยังไม่ทันกินคน รังควานทับเสียแล้ว ถึงจะทำวิธีที่บอกก็ไม่อาจกลับเป็นคนได้
    (พระราชนิพนธ์บันทึก ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕).
    ...
    ตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง
    เสือสมิงตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง เชื่อว่าเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาหรือพระภูมิเจ้าที่ ที่ดูแลรักษาปกป้องป่า จึงมีความเชื่อและข้อปฏิวัติว่า ห้ามล่าสัตว์หรือตั้งห้างบริเวณที่เป็นโป่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่เป็นที่ชุมนุมของสัตว์ป่า มีผู้ที่เคยพบเห็นเจ้าของโป่งในเวลากลางคืน อ้างว่า มีดวงตาสามดวง ตาดวงที่สามอยู่กลางหน้าผากและเป็นสีเขียวเรืองแสงในความมืด มีเรื่องเล่ากันของชาวกะเหรี่ยงว่า ผู้ที่พบเจอกับเสือสมิง มักจะปรากฏเป็นผู้หญิงหรือเมียเข้ามาตามถึงในป่าแจ้งว่า ลูกป่วยให้กลับบ้าน เป็นต้น ถ้าลงไปก็จะถูกฆ่าตาย บ้างถึงกับว่า เมื่อมีผู้ไม่ยอมลงไป สักพักก็กลับมาใหม่พร้อมด้วยคนอีกสี่คนหามคานใส่ศพของลูกหรือเมียมาก็มี มีบางคนที่ยิงปืนใส่ เช้ามาเมื่อลงจากห้างพบว่า มีรอยเท้าเสือขนาดใหญ่เพ่นพ่านอยู่บริเวณนั้น โดยเชื่อว่าคนสี่คนที่เห็นว่าหามคานนั้น คือ ขาทั้งสี่ข้างของเสือ เป็นต้น
    ...
    #เพจเรื่องเล่าภาพเก่าในอดีตราชบุรี.
    ขอบคุณที่มา :- https://www.facebook.com/Ratchabui/posts/512213195610182:0
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,703
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,133
    ผจญเสือสมิง ในป่าดงดิบมักจะมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึง เช่น ผีป่า ผีโป่ง ผีกองกอย หรือเสือสมิง หลวงพ่อทบหลุดรอดมาได้ก็ด้วยการอาศัยเจริญเมตตาบารมีเป็นที่ตั้ง ทำให้ผีเหล่านั้นเกรงกลัวไม่กล้าเข้ามารบกวนท่านได้ ครั้งหนึ่งท่านได้เดินธุดงค์ผ่านไปพบกองกระดูกอยู่กับกองผ้าเหลืองเปื่อยๆ ผุๆ พร้อมกับกลดและบาตรที่สิ้นสภาพ หลวงพ่อทบจึงรู้ในขณะนั้นว่าพระธุงดงค์รูปที่มานอนมรณภาพอยู่ตรงหน้านี้ต้องอาบัติในธุดงค์วัตร มีวัตรอันไม่บริสุทธิ์ จึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้อย่างน่าอนาถ ท่านจึงได้รวบรวมผ้าเหลือง กระดูก กลด และบาตรเข้าด้วยกันแล้วนำไปฝังอย่างเรียบร้อย พร้อมกับสวดมาติกาบังสุกุลให้เป็นที่เรียบร้อยจึงตกลงใจปักกลดค้างคืนอยู่ที่ตรงนั้น พอตกดึกในคืนนั้นเอง ขณะที่ท่านกำลังทำสมาธิภาวนา พลันก็มีสิ่งแปลกปลอมเดินเข้ามาใกล้กลด กลิ่นสาบสางคละคลุ้งโชยเข้าจมูกแทบจะสำลัก หลวงพ่อทบยังคงนั่งสมาธิภาวนาอย่างแน่วแน่ ไม่ยอมขยับเขยื้อน เจ้าเสือลายพาดกลอนขนาดใหญ่เห็นท่านไม่เกรงกลัวมัน มันจึงแยกเขี้ยวขู่คำรามอย่างดุร้ายหมายจะกัดกินท่านเป็นอาหาร ท่านจึงรวบรวมจิตแผ่เมตตาออกไปให้กับเสือ พร้อมปากก็พูดว่า “เอ็งหากินของเอ็ง ข้าก็ออกธุดงค์เพื่ออยู่ในทางธรรม เอ็งอาศัยสัตว์น้อยใหญ่ต่อชีวิต ข้าก็อาศัยภัตตาหารดำรงชีวิต เอ็งมาข้าก็ดีใจ ไม่มีอะไรก็นอนเสียเถิด” หลังจากกล่าวจบแล้ว หลวงพ่อทบก็น้อมชีวิตเป็นพุทธบูชา โดยอธิษฐานว่า หากเสือกับท่านมิได้เคยผูกพยาบาทอาฆาตจองเวรต่อกันในชาติปางก่อน ก็ขอให้เสือหลีกทางให้ ถ้าเคยผูกเวรกันมาก็ขอให้เอาท่านไปกินเพื่อชดใช้กรรม เป็นที่อัศจรรย์ปรากฏว่าเสือตัวนั้นหยุดคำราม และทำตามคำสั่งของท่านอย่างว่าง่าย เหมือนพูดกับนักเรียน มันลดความดุร้ายลง และค่อยๆ ล้มตัวลงนอนข้างๆ กลดของท่าน ส่วนท่านก็ได้เจริญสมาธิภาวนาจนรุ่งเช้า พอท่านลืมตาขึ้นมาดูอีกครั้ง ก็พบว่าเสือสมิงได้หายไปจากที่มันล้มตัวนอนเมื่อคืนนี้ คงเหลือแต่รอยเท้าของมันที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ หลังจากนั้นท่านก็ได้เดินธุดงค์ต่อไป จนกระทั่งได้พบกับพระธุดงค์อีกรูปหนึ่ง จึงได้ชักชวนกันเดินธุดงค์ไปจนทะลุถึงเขตชายแดนพม่า ณ ที่นั้นเอง หลวงพ่อทบและพระธุดงค์รูปนั้นก็ได้แสดงอภินิหารซึ่งกันและกัน และได้แลกเปลี่ยนวิทยาคม จนเป็นที่พอใจแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง หลวงพ่อทบได้เดินธุดงค์ต่อไปจนถึงประเทศลาว ท่านได้เคยรู้จักคุ้นเคยกับพระเณรที่เวียงจันทร์หลายรูปด้วยกัน เมื่ออยู่ที่นครเวียงจันทร์ ท่านได้ช่วยเหลือพระเณรที่นั่นก่อสร้างสิ่งต่างๆ จนสำเร็จหลายแห่ง จนเป็นที่ชื่นชอบอัธยาศัยของพระเณรในเวียงจันทร์มาก ถึงกับนิมนต์ให้ท่านประจำวัดอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่ท่านได้ปฏิเสธไป เพราะท่านยังมีภาระที่จะต้องทำอีกมาก เมื่อหลวงพ่อได้ปฏิเสธในการอยู่เวียงจันทร์แล้ว ท่านก็ได้เดินธุดงค์ออกจากเวียงจันทน์มุ่งหน้ามายังประเทศไทย ท่านเดินลัดเลาะจนมาถึงเขตชายแดนไทยติดต่อกับเขมรที่จังหวัดตราด ท่านได้เดินธุดงค์เข้าไปในเขตของเขมรต้องผจญกับพวกเขมรต่ำเจ้าแห่งอวิชชามนต์ไสยดำทั้งปวง ต้องกัน ต้องแก้ และทำลาย เรียกว่าไม่มีวิชาอาคมกล้าแข็งจริงๆ แล้ว ก็จะถูกพวกเขมรต่ำทดลองด้วยมนตร์ไสยดำ เช่น ยาสั่งบังฟันหรือบิดไส้ แต่ท่านก็สามารถเอาชนะพวกเดรัจฉานวิชาเหล่านี้ได้ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นพากันศรัทธาในตัวท่านมาก นิมนต์ให้ท่านอยู่จำพรรษาในเขตแดนของเขมรตลอดไป แต่ท่านได้บอกปฏิเสธและได้เดินทางเข้าประเทศไทย ในที่สุดการเดินทางมหาธุดงค์แบบมาราธอนของหลวงพ่อทบก็สิ้นสุดลง จะเห็นได้ว่าท่านเดินด้วยเท้าเปล่าๆ ไปตามทางทุรกันดารแสนจะลำบากยากเข็ญ บางครั้งธุดงค์ไปในที่ห่างไกลหมู่บ้าน มีแต่ป่าดงดิบ และอาหารการกินก็ไม่มี ต้องฉันยอดไม้กับใบไม้แทนข้าว แต่ท่านก็ไม่เคยย่อท้อ ท่านได้เดินธุดงค์จากอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ไปถึงเขตชายแดนพม่าแล้วย้อนกลับไปประเทศลาว และสุดท้ายก็เข้าชายแดนเขมร นับว่าท่านได้เดินทางด้วยเท้าเปล่าหลายพันกิโลเมตร
    ประวัติหลวงพ่อทบ วัดช้างเผือก :- http://luangporthob.com/forum/index.php?topic=9.0
     
  3. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,986
    ภาพน้ำตกประกอบเรื่อง (แต่ไม่ใช่พริ้วนะ)

    20180530_110726.jpg
     
  4. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +492
    มีอีกวิธีค่ะ

    โยงผีหรือวิญญาณที่อาจารย์สมิงกินเข้าไป
    แล้วครอบครูค่ะ

    จะกลายเป็นสมิงค่ะ

    ^^

    ปล. ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการโยงวิญญาณเช่น การใช้ภาพหลุมดำค่ะ นี่ก็ครอบวิญญาณสมิง และกลายเป็นสมิงได้ค่ะ

    หากคุณกลายเป็นสมิงแต่คุณได้เรียนรู้ และปฏิบัติธรรม คุณอาจกลายเป็นผู้พิทักษ์พระธุดงค์หรือชาวโลกทิพย์ในป่าลึก รวมทั้ง รักษาสมบัติของชาติและเส้นทางลับก็ได้นะคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 พฤษภาคม 2018
  5. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +492
    ภาพประกอบค่ะ สมิงไฮเทคนักปฏิบัติธรรม ค่ะ

    6D0B5EC4-8BD0-4142-9D0C-099BD3C36297.jpeg
     
  6. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +492
    อ้าว กลับไปไหนกันหมดคะ
    งั้นกลับบ้างนะคะ
     
  7. Nagamanee

    Nagamanee Mon ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    530
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,497
    เจอแต่แมวววว ค่ะ

    A5C25B0A-5A08-481D-953D-643B1170212A.jpeg
     
  8. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,986
    พึ่งรู้ว่ามีตำนาน เสือสมิง 3 ตัวที่จันทบุรีด้วย เคยอ่านแต่ตำนานที่เขาสมิง จันทบุรี แบบเสือสมิงท่านนี้ดี ช่วยปกป้องคุ้มครองชาวบ้าน
     
  9. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,986
    ฝั่งเขมร เขาว่าอาภรรพ์ลึกลับซับซ้อน นอกจากสมิงแล้ว ทางเขมรยังมีตำนานบูชาพญานาคี ทำให้สงสัยว่า พญานาคีที่ปราสาทเขมร กับตำนานพญานาคที่คำชะโนด ท่านใดเกิดก่อน มีก่อน แลสูงศักดิ์กว่ากัน อ้าว!! ข้ามเรื่องซะงั้น
     
  10. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +492
    6E588D72-2643-4AFE-B93A-1545E781071D.jpeg

    ในป่าลึกขนาดนี้ ตามแม่น้ำยังมีกุ้งให้ตกอีกนะคะ

    ใครว่ากุ้งอาหารชาววัง ไม่จริงเลยค่ะ

    ภาพคือ ธารแม่น้ำ แถวบ้านค่ะ ในนี้มีกุ้งแม่น้ำด้วย
     
  11. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +492
    อันนี้ต้องดูสีและเกล็ดค่ะ จึงจะทราบเรื่องศักดิ์และอายุ เคยเห็นในนี้อธิบายแว้บๆ เรื่องนี้ ไม่ทราบกระทู้หายไปไหน เช่น สีของพยานาคจำปาศักดิ์เทียบกับสมัยสุริยะวรมันเรืองอำนาจค่ะ
     
  12. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    706
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +1,986
    เป็นภาพที่ชวนอยากไปเที่ยวค่ะ ที่ไหนเอ๋ย??
     
  13. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +492
    ป่าแถวอีสานค่ะ กว่าจะได้แต่ละตัว ต้องมีสมาธิสูงมาก มันกระตุกนิดเดียวแทบไม่รู้ตัว ไม่มันก็เราต้องอด เลยมีมานะ
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    12,703
    กระทู้เรื่องเด่น:
    161
    ค่าพลัง:
    +26,133
    ผีตัวนี้กินได้:)
    $_35.JPG
     
  15. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,010
    ค่าพลัง:
    +30,298
    แบบแรกที่พระอาจารย์เล่า
    เป็นแขนงหนึ่งของการบำเพ็ญ
    ของสายอสูรกาย ซึ่งบุคคลนั้น
    เลือกที่จะเป็นเองครับ
    แบบที่สองก็ตามที่ท่านกล่าว
    อื่นๆตามที่ท่านเล่าครับ

    แต่ที่น่ากลัวกว่า สำหรับท่านที่ธุดงค์
    และมีวิชาพอตัวจะกลัวคือ
    พวกพลายช้างครับ ต้นกำเนิดคล้าย
    เสือสมิงแบบที่สองที่ท่านเล่า
    และกลุ่มภูมิอสูรกายและยักษ์ที่อยู่
    ในยุคที่ไม่มีพระพุทธเจ้าครับ

    พวกนี้เอาตายอย่างเดียว
    ไม่สนหน้าอินหน้าพรหมที่ไหน
    คล้ายๆใครบุกรุกที่อยู่คือศัตรู

    แต่ก็เป็นโชคดีที่ยุคก่อน ปลาย ๒๕๐๐
    กับต้นๆ ๒๕๐๐
    บ้านเรามีบรรดาเหล่าพระเกจิ
    สายพระป่าหลายท่าน สยบกลุ่มนี้
    ให้เงียบๆลงไปได้แล้ว
    ไม่งั้นในปัจจุบันเราจะพบเห็นข่าว
    ท่านที่ธุดงค์ ขนาดว่ามีวิชานะครับ
    มรณภาพในป่าลึกได้มากมายครับ
    หมายถึงจากเหตุกลุ่มที่อยู่ในยุค
    ไม่มีพระพุทธฯนะครับ


    อีกอย่างคือที่นอน คือต้องระวังปรอทครับ
    พวกนี้คือบินได้เป็นฝูง เสียงดังกว่าฝูงผึ้ง
    เมื่อ สิบยี่สิบปีก่อนพอมีให้เห็นได้
    ปัจจุบันไม่แน่ใจครับ
    มันเป็นคล้ายๆกลมๆ
    ไม่รู้บินได้ไง พอดีไม่เคยคุยกัน
    เลยไม่รู้ครับ.
    ปล พอขำๆ
     

แชร์หน้านี้

Loading...