เหตุใดคนฆ่าสัตร์เพื่อกินถึงปาป

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย pinitko, 9 กันยายน 2010.

  1. pinitko

    pinitko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    264
    ค่าพลัง:
    +291
    อยากรู้จริงๆไครเป็นคนคิดขึ่น ทั้งที่สมัยหลายล้านปี ก็มีสัตร์กินเนื้อเกิดขึ่นมา
    มันก็กินเพื่อดำรงชีวิตอยู่ จนถึงสมัยปัจจุบันก็ยังมีสัตร์ที่กินเนื้ออยู่รวมทั้งคนเราด้วย
    แล้วเหตุใดการฆ่าสัตร์เพื่อกินถึงปาป อยากรู้จริงๆจะให้มีสัตร์กินเนื้อเกิดมาตั้งแต่แรกๆมาทำมัยทั้งที่รู้ว่ามันจะมาสร้างปาปโดยเฉพาะ อยากรู็จริงๆพระเจ้าคิดอะไรอยู่ หรือว่าที่จริง โลกนี้ไม่มีพระเจ้า ไม่มีเทวดา ไม่มีนางฟ้า ไม่มีอะไรเลย นอกจากว่างเปล่า
     
  2. Hikikomori

    Hikikomori เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2008
    โพสต์:
    508
    ค่าพลัง:
    +326
    นั่นนะสิ เป็นเรื่องกฎแห่งกรรมรึเปล่าก็ไม่รู้ จะทำความเจ็บปวดมาทำไมนักหนา ความตายอีกทำให้คนเรารู้จักกลัวละมั้ง ความคิดของคนเราอีก คิดมากปวดหัว สารพัดโรคถามหาอีก ก็สมชื่อดาวเคราะห์แล้วละ มีกรรมเวรเยอะจริงๆ บาปบุญคุณโทษอีก สวรรค์อยู่หนใดเนี่ย ทำไมไปยากจัง กว่าจะตรัสรู้หมดคงบ้าก่อน
     
  3. ๛อาภากร๛

    ๛อาภากร๛ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    898
    ค่าพลัง:
    +3,580
    พระพุทธองค์ทรง สําเร็จ อตีตังสญาณ อนาคตังสญาณ เห็นอดีตเห็นอนาคต ระลึกรู้ว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดแล้วตายหนเดียว แต่ยังคงเวียนในวัฏะฏะสงสารเรื่อยๆไม่จบสิ้นแปลงเปลี่ยนไปตามอัตภาพ

    สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
    จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
    จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
    จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
    จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

    เมื่อทรงเห็นความไม่จบไม่สิ้นก็เห็นกฏแห่งกรรม ซึ่งกฏกรรมอันนี้หล่ะจะเป็นอุปสรรคทางไปสวรรค์ นิพพาน ขัดขวางการปฏิบัติคิดง่ายๆ ตอนนี้คุณลองหยิบมีดไปแทงคนข้างบ้านสักคนสิแล้วคุณจะกลับมานั่งกรรมฐานสวดมนต์แบบสงบมั้ย ก็ต้องพะวงระแวงหลังกลัวไม่รู้เมื่อไหร่ มันจะหายเจ็บมาแทงคืน หรือ ญาติพี่น้องอาจจะแค้นเคืองหยิบมามาแทงคุณหลังจากคุณบรรกรรมคําแรกในกรรมฐานเลยด้วยซํา เรื่องภพภูมิและการจองเวรเลยอันตราย ก็อาจจะทรงเห็นว่าอาจจะเป็นภัยใหญ่ในอนาคตกาลเลยละงับไว้เสีย

    ไม่ทราบว่านิทานต้นบัญญัติจะมีหรือป่าว เกินกว่าจะคาดเดา แต่รู้ว่าการระงับปาณาติปาตเป็นคุณแก่ตัวผู้ปฏิตามได้เอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กันยายน 2010
  4. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    เราตอบตามที่เราคิดเองนะ
    เพราะคนมีความคิด มีทางเลือก มีจิตใจที่รู้ดีรู้ชั่ว มีสติ มีความยับยั้งชั่งใจได้
    คนจึงต่างจากสัตว์ คนอบรมได้ฝึกได้เลือกได้ว่าจะเบียดเบียนริดรอนชีวิตผู้อื่น
    หรือละเว้นชีวิตผู้อื่นด้วยความเมตตากรุณา คนเลือกกินข้าวผักผลไม้ก็ได้
    คนเลือกกินสัตว์ก็ได้ คนถ้าถูกเลี้ยงให้กินมังวิรัตตั้งแต่เกิด เขาก็ติดที่จะกินมังฯไม่กินเนื้อสัตว์ไปเอง
    หรือคนถูกเลี้ยงให้กินเนื้อตั้งแต่เด็ก ก็ชอบกินเนื้อ ให้เลิกกินก็ยากเพราะความเคยชิน
    แต่คนเราก็เลือกได้อีก ถ้าต้องการจะเลิกกินสิ่งที่เคยชอบที่เคยกินก็ฝืนใจลดละเลิกนิสัย
    ที่เคยชินได้ ถ้ารู้คุณรู้โทษของสิ่งนั้น รู้ความจริงรู้ผลดีรู้ผลเสียแล้ว ก็เลือกสิ่งที่เหมาะสม
    ตามสติปัญญาที่ได้มาจากการฝึกฝนของตน

    ส่วนสัตว์นั้นธรรมชาติสร้างมากำหนดมาแล้วว่าให้กินอะไร ให้กินหญ้ากินผัก หรือกินเนื้อ
    มันก็มีเหตุผลตามธรรมชาติ เพื่อควบคุมสมดุลย์ในธรรมชาติ มีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี
    ไม่มีสิ่งนี้ สิ่งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี ธรรมชาติของพืชและสัตว์เขาคุมกันเอง พัฒนาการไป
    ตามเหตุปัจจัย ที่ไม่เหมาะสมก็สูญพันธ์หายไป เขาไม่ได้มีเจตนาจะเบียดเบียนใครเป็นแต่
    ธรรมชาติกำหนดให้เขามาเป็นแบบนี้บ้างต้องล่าสัตว์ บ้างต้องกินหญ้า บ้างต้อง
    กินซากพืชและสัตว์ พวกเขาไม่มีความคิดเป็นของตนเองที่จะเปลี่ยนสิ่งที่ธรรมชาติกำหนด
    มาแล้วตามใจชอบ ไม่เหมือนคนที่คิดเองได้ เลือกเองได้ ก็เลยก่อเวรกรรมเองได้ หรือ
    เลือกที่จะหยุดก่อเวรกรรมก็ได้ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของคนที่ต่างจากสัตว์และพืช
    คนมีคุณสมบัติพิเศษที่เลือกจะฝืนธรรมชาติก็ได้ เลือกที่จะทำตามธรรมชาติเรียกร้องก็ได้
    ซึ่งก็มีทั้งคุณและโทษ เพราะสิ่งที่ทำไปก็เป็นเจตนาเป็นกรรมที่คนนั้นเลือกทำด้วยความสมัครใจเอง
    เลือกจะทำดี เลือกจะทำชั่ว ก็เลือกได้เอง อยู่ที่สติปัญญาที่คนนั้นอบรมมา จะเลือกทำได้ถูกทาง
    หรือเลือกทำผิดทาง ก็อยู่ที่เจตนาของคนนั้นเอง ส่วนวิบากกรรมทั้งดีและชั่วเราก็เลือกไม่ได้เพราะ
    ทำเหตุไว้อย่างใด ก็ต้องรับผลไปตามนั้น เป็นไปตามกฏแห่งกรรม

    สำหรับคนสิ่งน่ากลัวคือเกิดในยุคที่ไม่มีบัณฑิต มีแต่คนพาล เราก็อาจจะเป็นพาลไปกับเขา
    คงจะเป็นเรื่องยากที่เราจะเป็นบัณฑิตในหมู่คนพาลได้ นอกจากจะเป็นคนพิเศษถึงจะรู้ดีรู้ชั่วตั้งแต่เกิด
    ถ้าเกิดในยุคที่มีบัณฑิตเป็นผู้นำเราก็คงจะเป็นบัณฑิตตามผู้นำก็ได้ วัฏสงสารของคนจึงน่ากลัว
    เพราะไม่รู้จะพลาดไปเกิดในยุคที่มีแต่คนพาลหรือเปล่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กันยายน 2010
  5. pinitko

    pinitko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    264
    ค่าพลัง:
    +291
    และสิ่งที่อยากรู้อีกคือ เทวดาหรือเทพ มาจากใหน สวรรค์กับนรกมีจริงรึป่าว แล้วไครเป็นคนตกนรกคนแรก ไครได้ขึ่นสวรรค์คนแรก หรือว่าไม่มีจริง หรือแต่งมาเพื่อเตือนสติเท่านั้น
     
  6. จิ-โป

    จิ-โป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,006
    ค่าพลัง:
    +2,196
    55+ ขำ
    ใครเป็นคนตกนรกคนแรกว้า..55+
    แล้วใครจะขึ้นสวรรค์เป็นคนแรกล่ะเนี่ย..อิอิ

    คิดได้ยังไง 55+ ผมคุยกับเทพมาหลายปียังไม่มีคำถามนี้ในสมองเลย 555+
     
  7. อย่าลืมฉัน

    อย่าลืมฉัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    889
    ค่าพลัง:
    +2,809

    ขำด้วยคน 55555++ ก๊าก ๆ กุ๊ก ๆ กิ๊ก ๆ

    นรก สวรรค์ บาป บุณ คุณ โทษ มีจริงแน่นอนครับ

    ลองนั่งสมาธิปฎิบัติธรรมดูน่ะครับ เผื่อพบคำตอบ แต่ที่แน่ ๆ
    ตายไปเด๋วก็รู้ อิอิ
     
  8. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,272
    ค่าพลัง:
    +82,737
    [​IMG]
    วันนี้ ก็มีเด็กน้อยถามติงว่า เราฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหาร ทำไมถึงบาป
     
  9. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    เราก็ยังไม่รู้จริงไม่เคยเห็นนรกสวรรค์ที่เขาจินตนาการกันตามตำราอะนะ
    แต่อ่านตำราคัมภีร์แล้วก็คิดเองอีกแระ ได้ความว่างี้นะ จากสุริยสูตร บอกว่า
    เมื่อ เกิดมีดวงอาทิตย์ขึ้น 7ดวง โลกก็จะถึงคราวshipหาย ถูกเผาด้วยไฟ
    ของพระอาทิตย์ โลกก็สลายไปคล้ายๆจากก้อนเนยแข็งกลายเป็นเนยใสเป็น
    ของเหลว ทุกชีวิตรวมถึงนรกสวรรค์ ก็shipหายไปหมด ตายหมด เหลือแต่
    ชั้นอาภัสพรหม เหล่าสัตว์ที่ตายก็ไปเกิดเป็นอาภัสพรหม ที่ไปเกิดไม่ได้ก็ไม่รู้
    ว่าไปที่ไหนกันนะ จำความไม่ได้หมด อาจไปกองอยู่ที่หลุมดำของจักรวาลก็
    ได้ (อันนี้เราเดาเองนะ) ที่นี้พอกำเนิดโลกใหม่กัล์ปใหม่ ก็เริ่มจากมีน้ำเนยใส
    เกิดขึ้นมา ในความว่าง พวกอาภัสพรหมได้กลิ่นหอมของน้ำเนยใสโลกใหม่
    ก็ลงมาดื่มกินแล้วเกิดติดใจหลงติดอยู่ในโลกไป แสงฉัพพรรณรังสีก็หายไป
    กลายเป็นพระอาทิตย์ แล้วโลกและสุริยะจักรวาลก็เกิดเป็นกัลป์ใหม่
    มีอาภัสพรหมเป็นสัตว์โลกรุ่นแรก ขับเคลื่อนโลกไปตามกรรม พออยู่ไปนานๆ
    มีคนเผลอไปทำชั่วคนแรกพอตายไป ก็เกิดเป็นสัตว์นรกตนแรก ก็มีภพนรก
    เกิดขึ้นมารองรับสัตว์นรกนั้น ในทางกลับกันมีคนทำความดีแล้วเกิดตายไปเป็น
    คนแรกก็ไปเกิดในสวรรค์เป็นคนแรก ก็มีภพสวรรค์เกิดมารองรับเหมือนกัน
    เหมือนมีสัตว์โลกทำกรรมอะไรไว้ ก็เกิดวิบากกรรมสร้างภพภูมิขึ้นมาตามกรรม
    ของสัตว์นั้นเพื่อไปชดใช้กรรม ทั้งกรรมดีและชั่ว ก็ประมาณนี้ที่คิดเองมั่ง
    อ่านจากตำรามั่ง แต่ของจริงเป็นไงเราไม่เคยเห็นหรอก อาจจะต้องรอให้เรา
    ตายก่อนถึงจะรู้ความจริงก็ได้ ถึงตอนนั้นจะมาบอกให้ฟังได้หรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน อิอิ
     
  10. จิ-โป

    จิ-โป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,006
    ค่าพลัง:
    +2,196
    กลับมาตอบให้ครับ ค่าที่ทำให้ผมหัวเราะได้

    ทำไมคนฆ่าสัตว์กินถึงบาป?
    ตอบว่า.
    เพราะสัตว์ทุกผู้นามล้วนไม่อยากตาย.

    ใครตกนรกคนแรก..ไม่รู้ ใครขึ้นสวรรค์คนแรกก็..บ่ฮู้
    ส่วนนรกสวรรค์ต้องรู้เกี่ยวกับฟิสิกแควนตุ้ม ว่าด้วยกายมนุษย์นี้เป็นพลังงานไม่ใช่รูปร่าง
    ซึ่งเมื่อมองตรงนี้แล้ว ให้มองตรงเวลาตายของคน ตอนวิญญาณออกจากร่างว่า
    ตะกอนน้ำที่ละเอียดขนาดเดียวกันย่อมไปนอนก้นชั้นเดียวกัน (วิญญาณเป็นพลังงาน
    ละเอียด)

    ทีนี้มาดูว่าจักรวาลเรามีสถานที่ใดบ้างที่รอบรับกลุ่มพลังงานระดับนี้ๆ เลยเรียกว่า
    นี่สวรรค์ชั้น 1 2 3 4 ...นี่เรียก นรก 1 2 3 4 .... พลังงานเดียวกันเช่น ฆ่าสัตว์มา
    เหมือนกันเป๊ะ เลยมาอยู่ด้วยกันในกลุ่มพลังงานที่วิ่งวน พลุ่งพล่าน(นรก) ทีนี้ พลังงานที่ตา
    มนุษย์เรามองเห็นเป็นกลุ่มพลังงาน ก็นั่นล่ะรูปร่างของสัตว์นรก เพียงแต่เราไม่รู้เอง

    ส่วนจักรวาลตรงที่ราบเรียบ สว่างโล่ง ก็มีพลังงานที่ละเอียด รูปร่างของพลังงานก็
    แตกต่าง นี่เรียกสวรรค์และเทวดา

    ส่วนที่แทรกอยู่ในอณูทั้งสวรรค์และนรก เรียกอะไรกันน้า ชักมึนๆ

    นี่อธิบายยังงี้ถ้าสมัยก่อนเขาว่าบ้า สมัยนี้พอรับได้ อนาคตถ้าวิทยาศาสตร์แควนตั้ม
    เป็นที่แพร่หลาย นั่นจะตอบโจทย์ของพุทธศาสตร์ได้สมบูรณ์ แค่เขาว่ามนุษย์เป็นกลุ่มพลัง
    งานไม่มีร่างกายจริง ถ้าเป็นสมัยก่อนแค่นี้ก็หงายท้องแล้ว รับม่ายล่าย

    ..................................................................

    (อาจจะถามต่อมาอีกเลยตอบเผื่อใว้)
    อ้าว แล้วเราตายไปแล้วจะไปยังที่ไกลๆหลายปีแสงได้ยังไง
    ตอบเผื่ออีกว่า "เวลามันไม่มีอยู่จริง" งงมั๊ยล่ะ.
     
  11. Army56

    Army56 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,098
    ค่าพลัง:
    +1,862

    อืม สุดยอดครับ ลึกล้ำ ผมเคยเกลียดฟิสิกส์อย่างจับใจ

    คงถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับไปหามัน

    ผมเคยพูดกับเพื่อนตอนเด็กๆ

    เมื่อใดที่ศาสนากับวิทยาศาสตร์มาบรรจบกัน เมื่อนั้นสัจธรรมจะเป็นที่ประจักษ์

    ผมว่าบางทีนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่อาจจะไปถึงจุดนั้นแล้ว

    แต่อาจจะโดนกลุ่มทุนนิยมปกปิดมันอยู่
     
  12. ritta

    ritta เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    214
    ค่าพลัง:
    +228
    ลองฟัง mp3 ท่านพระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ ดูนะครับผม
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  13. badjoize

    badjoize เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2010
    โพสต์:
    293
    ค่าพลัง:
    +293
    ทุกคนล้วนมีความสงสัย ด้วยศาสนาไม่ให้เชื่อตามกัน

    เพราะฉนั้นทางที่จะหาคำตอบให้ได้ คือการปฏิบัติดี

    ปฏิบัติชอบ แล้วเมื่อถึงเวลา จะได้รู้ จะได้เห็น...สาธุ
     
  14. Kama-Manas

    Kama-Manas เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    5,351
    ค่าพลัง:
    +6,491
    มีเหตุผล น่าเลื่อมใส อยากรู้หรือสงสัยอะไร?ปฎิบัติได้ด้วยตัวเอง ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง มันก็เป็นเช่นนั้นเอง ...
     
  15. โลกุตตระ

    โลกุตตระ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    448
    ค่าพลัง:
    +2,624
    มืดมา......มืดไป
    สว่างมา....สว่างไป
    มืดมา......สว่างไป
    สว่างมา....มืดไป

    เลือกเอาครับ จะเอาแบบใหน..
     
  16. รู้รู้ไป

    รู้รู้ไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    951
    ค่าพลัง:
    +3,166
    เมื่อกรรมคือการกระทำ
    เมื่อจิตเป็นเครื่องรับแล้วแสดงผลตามที่เครื่องรับไว้
    เมื่อมีอัตตา
    เมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นต่ออัตตานั้น แล้วเป็นความไม่สบายใจ เมื่อเรียกว่า บาป

    เมื่อกระทำให้อัตตาผู้อื่นไม่สบายใจไม่พอใจ เรียกว่ากระทำบาปต่อผู้อื่น
    เมื่อกระทำให้อัตตาตนเองไม่สบายใจไม่พอใจ เรียกว่ากระทำบาปต่อตนเอง
    เมื่อนั้นเรียกได้ว่า กระทำบาปแล้ว

    เมื่อกระทำแล้วเกิดความไม่สบายใจทั้งต่อตนเองหรือผู้อื่น เมื่อนั้นเรียกว่า กระทำบาป
    เมื่อมีความไม่สบายใจ เมื่อนั้นมีบาป
    เมื่อมีความสบายใจ เมื่อนั้นมีบุญ

    ไม่มีบาป สบายใจ เมื่อสบายใจ มีบุญ มีบุญสบายใจ

    เมื่อเป็นผู้ทำบุญ จึงพึงรับผลแห่งความสบายใจในบุญนั้น

    สบายใจ สบายใจ สบายใจ สาธุ
     
  17. ChainQLel2

    ChainQLel2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    356
    ค่าพลัง:
    +618
    เคยได้ยินอยู่สามคำครับ ได้ยินแล้วคิดได้ก็ระลึกแต่ความดี ละเว้นกรรมไม่ดี เลิกยึดติด "เลิกเกี่ยวกรรม" ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่นคิดว่าดีไหมครับ
     
  18. pinitko

    pinitko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    264
    ค่าพลัง:
    +291
    ถ้ากินเนื้อแล้วปาป เหตุใดโลกนี้จึงสร้างสัตร์กินเนื้อขึ่นมา หรือเป็นกฏของธรรมชาติ
     
  19. Hikikomori

    Hikikomori เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2008
    โพสต์:
    508
    ค่าพลัง:
    +326
    ผมว่าเหมือนโลกมันกำลังลองผิดลองถูกอยู่อะ สัตว์โลกหลังๆอาจจะิ่อิ่มทิพย์กันหมดก็ได้ใครจะไปรู้ พอดีเราเกิดมาในช่วงที่ไม่ค่อยดีเลยต้องมีกรรมตามกันอยู่ เห็นมีใครก็ไม่รู้ที่ฝึกยังไงก็ไม่รู้สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกินก็มี อ่านเจอในบอร์ดนี้แหละ ต้องหาคนมาแก้กรรมกันต่อไป รอไฟนอลบุทดรามาชี้ทางสว่างให้ต่อไปละกัน ตอนนี้หลีกเลี่ยงอาหารพวกเนื้อได้ก็หลีกไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กันยายน 2010
  20. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    เราคิดเองนะ ไม่รู้จะเข้าใจธรรมชาติถูกไหม
    ธรรมชาติสร้างสัตว์กินเนื้อ เพื่อควบคุมสัตว์อีกจำพวกหนึ่ง เพื่อให้เกิดสมดุลย์ธรรมชาติ
    บางทีสัตว์กินหญ้าเมื่อมีมากเกินไป ไม่มีอะไรมาควบคุมก็อาจจะทำให้หญ้าไม่พอกิน
    ทำให้หญ้าสูญพันธ์ สัตว์นั้นก็จะอดตายแล้วทำให้สัตว์นั้นสูญพันธ์ไปด้วย แมลงบางอย่าง
    ถ้าไม่มีสัตว์อื่นมากินมัน ก็อาจจะสืบพันธ์จนล้นโลก ก็เสียสมดุลย์ อย่างคนเองก็ไม่มีอะไร
    มาควบคุมได้มีทั้งยาและวิทยาการเครื่องมือต่างๆเอาชนะสัตว์อื่นๆในโลกได้ ก็เลยล้นโลก
    เป็นปัญหาของโลก คนทำให้สัตว์และพืชเป็นจำนวนมากสูญพันธ์ คนทำให้โลกเสียสมดุลย์
    ทางธรรมชาติ ต่อไปเมื่อธรรมชาติลุกขึ้นมารักษาสมดุลย์ให้ตัวเอง คนก็คงจะเดือดร้อนกันมาก

    สัตว์ที่ธรรมชาติสร้างมาให้กินเนื้อนั้น ไม่น่าจะบาป เพราะไม่ได้เป็นเจตนาของสัตว์แต่เป็น
    เจตนาของธรรมชาติ สัตว์กินเนื้อนั้นก็ไม่บาปเพราะไม่ได้มีเจตนาแต่เป็นไปเพราะธรรมชาติ
    สร้างมาให้เป็นแบบนั้น ส่วนคนนั้นมีเจตนาเป็นของตนเองที่เลือกจะทำอะไร มีเจตนาของ
    สังคมที่เป็นวัฒนธรรมสั่งสอนให้ทำตามกันมาก็เป็นกรรมของส่วนรวม บาปที่เกิดจากการ
    กินเนื้อของสัตว์อื่นก็คือทำให้อายุสั้น มีโรคภัยเบียดเบียน
    อันนี้คัดมาบางส่วนจาก AsokeCommunity /Kid?
    ในการกิน ผมมีตัวอย่าง ในการกินของคนที่กินเนื้อ สัตว์ที่กินเนื้อทุกชนิดอายุสั้นทั้งหมดเลย เช่น เสือ สิงโต แมว สัตว์พวกนี้อายุมากสุดแค่สามสิบปี ช้างไม่ได้กินเนื้อ ช้างตัวใหญ่เบ้อเริ่ม กินผัก อายุ ๗๐ ปีเท่าคน เต่าอายุยืน ที่เราเรียกว่าเต่ากินผักบุ้ง สัตว์ที่กินผักอายุยืน สัตว์กินเนื้ออายุสั้น คนกินเนื้อก็อายุสั้น อย่างชาวเอสกิโมที่อยู่ขั้วโลก เนื่องจากหนาวเขาต้องกินเนื้อ กินไขมัน กินปลา กินสัตว์ตลอด คนเอสกิโมอายุสั้น เฉลี่ยอายุ ๒๗ ปีครึ่งตาย
     

แชร์หน้านี้

Loading...