แก้วิปลาสด้วยตาทิพย์(หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย mahamettayai, 30 สิงหาคม 2013.

  1. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,199
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +10,673
    แก้วิปลาสด้วยตาทิพย์​


    อาการ “วิปลาส” เป็นอาการทางจิตที่เกิดขึ้นกับพระนักปฏิบัติ อาการนี้พระที่เป็นจะมีความคิดผิดๆ

    หลงอยู่ในโลกแห่งนิมิตหรือมีมิจฉาทิฐิ มีทัศนคติที่ผิดๆ หรือ หลงเข้าใจว่าตนเองสำเร็จธรรมขั้นสูงแล้ว

    อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น มาจากการหลงติดอยู่ในนิมิตที่ตนเองเห็นแล้วหลงในนิมิตนั้นว่าเป็นจริงเป็นจัง

    จนแยกความจริงกับนิมิตไม่ออกจากกัน อีกสาเหตุหนึ่งคือวิปัสสนูปกิเลส หรือ กิเลสอย่างละเอียดมาก

    อันเกิดขึ้นกับอารมณ์วิปัสสนาเช่น ความอิ่มใจ ความหยั่งรู้ เป็นต้น กิเลสอย่างละเอียดนี้ผู้ปฏิบัติที่ละ “การพิจารณาลงสู่ไตรลักษณ์”

    มักจะติดกับกิเลสอย่างละเอียดนี้ จนหลงผิดเข้าใจว่า ตนเองสำเร็จมรรคผลแล้ว

    ครั้งหนึ่ง หลวงพ่อพุธได้รับการไหว้วานให้ช่วยแก้วิปลาสให้กับหลวงปู่บุญ ชินวังโส ซึ่งท่านเป็นพระผู้ใหญ่มากในหมู่คณะพระป่ากรรมฐาน

    อาการวิปลาสของหลวงปู่บุญคือ ท่านเพ่งกสิณแล้วเห็นโลกแตกทั้งยังหลงในนิมิตว่ามีผู้หญิงคนรักรอท่านอยู่

    หลวงพ่อพุธก็ค่อยๆ แก้ไปทีละอย่างหลวงปู่บุญก็อาการดีขึ้นมากแต่ยังติดหลงอยู่ในเรื่องที่ว่า

    ผู้หญิงคนรักนั้นยังรอท่านอยู่จนถึงทุกวันนี้ที่บ้านเกิดของท่าน ท่านจะสึกเพื่อไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ให้ได้

    หลวงพ่อพุธจึงบอกว่า จะพาไปที่บ้านเกิดของท่านเพื่อกลับไปหาผู้หญิงคนนี้ก็ได้

    แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่งคือ ถ้าหากว่าผู้หญิงคนนี้แต่งงานไปแล้ว หลวงปู่จะต้องไม่สึก

    แต่ถ้าผู้หญิงคนนี้ยังไม่แต่งงาน หลวงพ่อพุธจะเป็นเถ้าแก่งานแต่งให้เอง พอหลวงปู่บุญรับปาก

    หลวงพ่อพุธก็บอก (ราวกับมีตาทิพย์) ว่า ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะผู้หญิงคนนี้แต่งงานแล้ว!

    เมื่อเดินทางไปถึงที่บ้านเกิดของท่านแล้ว หลวงปู่บุญไม่รอช้าเดินดุ่มๆ เข้าหมู่บ้านทันทีด้วยความรักเพรียกหา

    หลวงพ่อพุธและหลวงตาพี่ชายหลวงปู่บุญและพระองค์อื่นๆ ก็มานั่งใจจดใจจ่อรออยู่ที่วัดในหมู่บ้าน

    พอหลวงปู่บุญโผล่ออกมาแต่ไกลเท่านั้น (โดยไม่มีผู้หญิงออกมาด้วย) หลวงพ่อพุธและพระทั้งหลายที่รออยู่ก็รู้แล้ว พากันหัวเราะขำกันยกใหญ่

    “เป็นไง?” หลวงพ่อพุธแกล้งถาม

    “โอ๊ย...! เขาเอาไปกินจ้อย!” หลวงปู่บุญตอบอายๆ

    “สัญญาต้องเป็นสัญญานะ”

    หลวงปู่บุญก็ตอบรับ “เออ!” แล้วจึงถามต่อ “รู้ได้ยังไงว่าเขาแต่งงานไปแล้ว?”

    หลวงพ่อพุธจึงเฉลยอิทธิฤทธิ์ตาทิพย์ของท่าน ให้ได้ฮาอีกครั้ง

    “ไม่รู้หรอก พูดเอาชนะคนเฉยๆ นี่แหล่ะ! ก็เขาเด็กรุ่นเหลนเรานี่ เขาจะมาแต่งงานกับ “ไอ้แก่ๆ รุ่นราวคราวปู่” อย่างงี้ได้ยังไง ฮึ ?!?!”


    ที่มา : หนังสือ รอยยิ้มพระอรหันต์ อารมณ์ขันพระอริยะ โดยคุณวีระวัฒน์ ชลสวัสดิ์

    เครดิตอารมณ์ขันของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ตอนที่ 2
     
  2. DuchessFidgette

    DuchessFidgette เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    2,607
    ค่าพลัง:
    +9,302
    ดิฉันเคยนึกว่าผู้ที่สำเร็จญาณชั้นสูงนี้จะหมดกิเลสแล้วซะอีก แต่มาเรื่องนี้กลายเป็นว่าการนั่งสมาธิ จนสามารถเห็นนิมิตได้ชัดเจนขนาดนั้นกลับทำให้กลายเป็นคนวิปลาสแทนที่จะบรรลุธรรม รู้ว่าอะไรถูกอะไรควร
     
  3. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,199
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +10,673
    คิดว่าน่าจะเป็น 1 ในอาการของวิปัสสนูปกิเลส 10 ที่มักจะเกิดกับผู้ปฏิบัติทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือแม้กระทั่งพระภิกษุ
    ครูบาอาจารย์หลายท่านก็เคยติดอยู่ในอาการเหล่านี้มาแล้วค่ะ
     
  4. SunnySoCute

    SunnySoCute เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    227
    ค่าพลัง:
    +1,563
  5. อินทรบุตร

    อินทรบุตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    2,511
    ค่าพลัง:
    +7,320
    การได้กำลังสมาธิขั้นสูง กับการพ้นจากกิเลส ถึงแม้จะมีส่วนเกื้อหนุนกัน แต่แท้จริงก็เป็นคนละส่วนกัน

    สังเกตหรือไม่ ว่าให้เจริญสติ แต่ไม่ได้ให้นั่งสมาธิเลย?
     
  6. DuchessFidgette

    DuchessFidgette เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    2,607
    ค่าพลัง:
    +9,302
    อ้อเข้าใจแล้วคะ
     
  7. บุรุษไร้เงา

    บุรุษไร้เงา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,437
    ค่าพลัง:
    +35,906
    เรื่องพวกนี้สำคัญที่กำลังสติทางธรรม.และการตรวจสอบภาคปฏิบัติกับครูบาร์อาจารย์ก็ส่วนหนึ่ง..
    และยังต้องเสริมด้วยการเดินปัญญาเพื่อลด ละ กิเลส ในใจ ให้น้อยลงไปเรื่อยๆ..การหากว่าปฏิบัติ
    ไปแล้วยังมีกิเลสในส่วนหยาบอยู่ และก็ไม่เห็นกิเลสส่วนละเอียดซักที ให้ลองดูว่าขาดตัวใดตัวหนึ่ง
    หรือเปล่า..ส่วนมากอาการที่ จขกท. นำมาลงพบได้ทั่วไป สำหรับคนที่นั่งสมาธิแล้วลืมสร้างสติ

    เพื่อเข้าไปคอยควบคุมจิต..จริงอยู่แม้ว่ามันจะดูเหมือนกับว่าไม่ยึด แต่ว่ามันยังเป็นกิเลสตัวหนึ่งที่เรา
    เรียกว่า กิเลสธรรม..ยิ่งถ้าไปยึดติดกับสัมผัสพิเศษทางภพภูมิ.หรือไปเน้นเรื่องความสามารถพิเศษ
    โดยที่ไม่มาวิปัสสนาเพื่อลดกิเลสด้วยแล้วหละก็..ส่วนใหญ่เสร็จทุกราย..บางคนเรียกอาการนี้ว่า
    ผีหลอกในสมาธิ..สัมผัสในนิิมิตรมันคล้ายคลึงกันมาก.ยิ่งพวกที่นั่งสมาธิแบบธรรมดาแล้ว
    ถึงกำลังฌาน ๔ แล้วชอบออกไปท่องเที่ยวบ่อยๆ เสร็จทุกราย..ถ้าไม่สร้างสติทางธรรม
    กลุ่มนี้สังเกตุง่ายไม่ค่อยฟังใคร คิดว่าตัวเองเก่ง เผลอคิดว่าตัวเองบรรลุธรรม ทั้งที่ใจ
    ตัวเองยังฟู่ฟ่อง..บางทีเลยเเถิดไปสร้างเป็นลัทธิตัวเองก็มี

    เป็นความคิดที่เกิดจากจิตปรุงร่วมกับจิตมาสร้างเพื่อหลอกเราเอง
    หรือไม่ก็โดนวิญญานมีฤิทธิ์หลอกเอา แรกๆเหมือนจะดี.แต่มักจะมีจุดพลิกช่วงปลายๆ
    เช่น โน้มให้เราหลงในฤิทธิ ในลาภ ยศ ชื่อ เสียง ตลอดการสรรเสริญ.ห่างหายจาก
    การทำบุญ สร้างทานบารมี บางครั้งอาจคิดว่าตนเก่งกว่าใครเพื่อนหรือแม้แต่่พระพุุทธ
    บางคนอาจเลยไปถึงขั้นคิดว่าตนเป็นพระพทุธบางองค์เลยก็มี..ไม่แปลกถ้าหากจะพลาดกันได้.
    ถ้านิมิตรหรือสัมผัสเป็นไปเพื่อสนองกิเลส หรือทำให้จิตฟูขี้น.
    และปัญญาทางธรรมไม่ได้เพิ่มพูนขึ้น.ควรจะต้องระวังตัวให้ดีๆ..ประมาณนี้ครับ​
     

แชร์หน้านี้

Loading...