ข้าวเปลือกแห่งพระโพธิสัตว์กวนอิม
.
ข้าวเปลือกจากต้นข้าวที่งอกเองบริเวณหลังบ้านอ.วิกรานต์ แซ่ลี้ หลังจากอัญเชิญรูปภาพพระกวนอิมธัญญาทิพย์กวักทรัพย์เข้ามาบูชาที่บ้าน จึงถือว่าเป็นนิมิตมงคลยิ่ง
.
.
ประวัติความเป็นมาของข้าวเปลือกชุดนี้
.
ข้าวเปลือก
พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมธัญญาทิพย์กวักทรัพย์
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีกว่าๆ สมัยก่อตั้งชมรมใหม่ๆ ในคืนวันหนึ่ง อ.วิกรานต์ แซ่ลี้ ได้นั่งภาวนาตามปกติเหมือนที่เคยปฏิบัติอยู่เป็นประจำในทุกๆ คืน ในคืนนี้ขณะที่นั่งภาวนาอยู่เมื่อจิตสงบดีแล้ว ก็เกิดเห็นเป็นภาพนิมิตของพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม ตามที่เห็นในนิมิตคือ ท่านนั่งในดอกบัวและอยู่บนหลังกบ มือขวาถือแจกัน ในแจกันมีรวงข้าวสีทองและต้นของรวงข้าวหันเข้าหาตัวพระองค์ท่าน พระหัตถ์ซ้ายกวักเหมือนนางกวัก จากนั้นภาพนิมิตก็เลือนหายไป
วันต่อมา อ.วิกรานต์ ก็ได้หาช่างวาดรูป เพื่อให้เขาช่วยวาดรูปตามนิมิตนี้ให้ หลังจากที่ได้รูปตามนิมินมาแล้ว อ.วิกรานต์ ได้นำรูปนี้ไปให้พระเถระที่ อ.วิกรานต์ นับถือได้ปลุกเสกรูปนี้ และได้อัญเชิญเข้าห้องพระ และวางไว้ในห้องพระ
ต่อมาไม่นานพื้นที่หลังบ้านของ อ.วิกรานต์ ที่อยู่ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นตึกสูง และหลังบ้านเป็นพื้นที่ว่างเปล่า อ.วิกรานต์ ก็จะปลูกต้นไม้บ้างเล็กน้อย เหตุการณ์ในวันนั้นก็คือ อ.วิกรานต์ เห็นเหมือนต้นหญ้าขึ้นมาเขียวชอุ่ม แต่ก็ไม่เหมือนต้นหญ้าทั่วไป ขึ้นมาเป็นกระหย่อมๆ ประมาณ 9 กระหย่อม แต่ละจุดที่ต้นหญ้าขึ้นมาจะอยู่ห่างกันประมาณ 1 - 2 ก้าว ตอนแรก อ.วิกรานต์ ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก็รดน้ำไปเรื่อยๆ ต้นหญ้าทั้ง 9 กระหย่อมนี้ ก็ได้เจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ
วันหนึ่งต้นหญ้าทั้ง 9 กระหย่อมนี้ก็มีรวงข้าวงอกออกมา เป็นสีทองงอกออกมา พอ อ.วิกรานต์ เห็น อาจารย์ก็คิดในใจว่า นี่มันต้นข้าวนี่ ไม่ใช่ต้นหญ้า แล้วต้นข้าวมางอกที่หลังบ้านได้ยังไง ถ้าไม่มีคนมาปลูกไว้ ต้นข้าวไม่น่าสามารถขึ้นเองได้ หรือถ้าขึ้นเองได้ตามธรรมชาติก็ไม่น่าจะใช้พื้นที่แบบนี้ ปกติต้นข้าวจะอยู่ในนาอยู่กับน้ำแฉะๆ
เมื่อ อ.วิกรานต์ เห็นเป็นเช่นนี้แล้ว อาจารย์ก็ได้เก็บรวงข้าวนั้นไว้ ในทุกๆ ต้น ที่มีรวงข้าวงอกออกมา เก็บได้จำนวนมากพอสมควรเลยทีเดียว จากนั้นต้นข้าวทั้งหมดก็ได้ค่อยๆ เหี่ยวเฉาลงไปตามธรรมชาติ
.
ก่อนข้าวออกรวงเคยนำใบข้าวและรูปพระแม่กวนอิมไปขอให้หลวงปู่พรม วัดป่าชนะสงคราม สุโขทัย
ท่านพิจารณา
ท่านกล่าวว่าแปลกดีเป็นมงคล
ท่านว่า รูปเกิดจากจิต ทุกอย่างเกิดแต่บารมีโยม ทิพย์อำนาจท่าน(พระแม่กวนอิม)บันดาลดลทุกอย่างก็สำเร็จเป็นไปได้
ท่านประทานให้มาก็เพื่อเป็นกำลังใจให้เราเร่งสร้างบารมี
.
มีอยู่วันหนึ่ง อ.วิกรานต์ ได้นำคณะเข้าไปกราบหลวงพ่อสาย ที่วัดท่าไม้แดง จ.ตาก (ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว) อาจารย์ได้นำข้าวเปลือกทั้งหมด และมวลสารพร้อมด้วยวัตถุมงคลเข้าไปด้วย เพื่อให้หลวงพ่อสายได้เมตตาปลุกเสกและอธิฐานจิตให้ ทุกๆ ครั้งที่ไปอาจารย์จะนำของหลายๆ อย่างไปให้หลวงพ่อสายปลุกเสกและอธิฐานจิต ครั้งนี้ก็เช่นกัน ข้าวเปลือกและมวลสาร วัตถุมงคลทั้งหมดอยู่ในลังกล่องกระดาษปิดไว้อย่างดี อาจารย์จะนำทั้งหมดไปกองๆ ไว้ที่ด้านหน้าตรงที่หลวงพ่อสายนั่งอยู่
หลังจากที่หลวงพ่อสายอธิฐานจิตของทั้งหมดให้เสร็จแล้ว พอท่านออกจากสมาธิ ท่านได้ถาม อ.วิกรานต์ ว่า " ไปเอาข้าวเจ้าแม่กวนอิมมาทำไม " อ.วิกรานต์ รู้สึกงงที่หลวงพ่อสายท่านล่วงรู้ได้อย่างไรว่า มีข้าวเปลือกอยู่ในลังกล่องกระดาษนั่น แม้แต่คนใน กลุ่มคณะก็ยังไม่รู้เลยว่าในลังกล่องกระดาษนั้นมีอะไรอยู่บ้าง อีกทั้งท่านยังทราบด้วยญาณวิถีอีกด้วยว่า.. " นี่คือข้าวเปลือกอันบังเกิดจาก ทิพยอำนาจแห่งพระมหาโพธิสัตว์กวนอิม " ทุกคนรู้สึกขนลุกไปตาม ๆ กัน
จากนั้นหลวงพ่อสายได้บอกกับอาจารย์ว่า " ให้เอาข้าวเจ้าแม่กวนอิมขึ้นมาจากในกล่องกระดาษ " จากนั้น อ.วิกรานต์ ก็ได้นำข้าวเปลือกส่วนหนึ่งถวายหลวงพ่อสาย
.
.
กบ :
หมายถึง อายุยืน ความอุดมสมบูรณ์ กบมีญาณวิเศษรู้จักจำศีล
.
รวงข้าว :
หมายถึง ความอิ่ม ความอุดมสมบูรณ์ การบูชารวงข้าวก็เหมือนได้บูชาแม่โพสพ
.
พระหัตถ์ซ้ายกวักเข้ามา :
หมายถึง การกวักสิ่งดีๆ เข้าหาตัวเอง กวักเงิน กวักทอง กวักโชค กวักลาภ
แชร์ประสบการณ์และคำสอน หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร วัดสันติวนาราม ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย ติสาโร, 19 เมษายน 2018.
หน้า 80 ของ 100
-
#เส้นเกศาองค์สามเณรีผู้สำเร็จวิชากายสายรุ้ง
.
สมัยก่อนตอน อ.วิกรานต์ อายุประมาณ 20 กว่าๆ (ปัจจุบัน อ.วิกรานต์ อายุ 50 ปี) ค้าขายอยู่แถวถนนข้าวสาร จะขายของประเภทของที่ระลึกของฝาก ย่านถนนข้าวสารเป็นย่านที่ชาวต่างชาติชอบเดินเที่ยวเมื่อมาเมืองไทย วันหนึ่งมีหญิงสาวชาวฝรั่งเศส ชื่อลินดา เดินเที่ยวแถวถนนข้าวสารเพื่อหาซื้อของที่ระลึกกลับประเทศฝรั่งเศสในวันรุ่งขึ้น คุณลินดาเดินดูของไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าร้าน อ.วิกรานต์ คุณลินดาได้เลือกซื้อของที่ระลึกในร้าน อ.วิกรานต์ จำนวนพอสมควร ภายในร้านมีพระพุทธรูปตั้งวางบูชาไว้บนหิ้ง คุณลินดายกมือไหว้พระพุทธรูปในร้าน อ.วิกรานต์ เห็นว่าคุณลินดามีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและชอบการปฏิบัติภาวนา จึงอยากที่จะมอบพระองค์เล็กให้ เพื่อเป็นที่ระลึก และเพื่อให้คุณลินดาเกิดพลังในการปฏิบัติภาวนา อ.วิกรานต์ ได้มอบพระองค์เล็กๆ ให้คุณลินดา จำนวนหลายองค์ 1 ในนั้นมีหลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ ที่อาจารย์ พอจะจำได้ จากนั้นคุณลินดาก็พูดว่า.. " ฉันเจอแล้ว "
คุณลินดา ได้ยื่นของให้ อ.วิกรานต์ 1 ถุงใหญ่
อาจารย์ : ให้ผมทำไม
ลินดา : ดาไลลามะฝากมาให้
(หมายถึงดาไลลามะที่ 14)
อาจารย์ : ผมไม่รู้จักดาไลลามะ
ลินดา : ดาไลลามะบอกกับฉันว่า ไปเมืองไทยถ้า
เจอชายหนุ่มลักษณะรูปร่างหน้าตาแบบนี้
แล้วเขาส่งของมงคลให้ ให้นำของในถุงนี้
ยื่นให้ชายหนุ่มคนนั้น
อาจารย์ : คุณให้ผิดคนแล้ว
ลินดา : ไม่ผิด ตรงตามที่ดาไลลามะบอกทุกอย่าง
ฉันมาเมืองไทยหลายวันแล้ว ก็ยังไม่เจอ
คนที่ดาไลลามะบอก จนวันรุ่งขึ้นฉันจะ
ต้องเดินทางกลับบ้านที่ฝรั่งเศสแล้ว จนมา
เจอคุณ
อาจารย์ : เอาอย่างนี้นะ ผมจะเก็บของในถุงนี้ไว้ให้
หากไม่ใช่ของผม ก็มาเอาคืนได้ที่นี่
ในถุงมีของอยู่จำนวนมาก หลายอย่าง แต่ที่อาจารย์พอจะจำได้มี 4 อย่าง คือใบโพธิ์ จีวร รูปภาพ ยาเม็ดเล็กๆ ปั้นเป็นลูกกอน
คุณลินดา และ อ.วิกรานต์ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการรู้จักกันครั้งแรก
ในวันเดียวกันคุณลินดา ได้มอบของส่วนตัวของตัวเอง คือเส้นเกศาของสามเณรีผู้สำเร็จวิชากายสายรุ้ง ให้ อ.วิกรานต์ โดยคุณลินดาหยิบเส้นเกศาขึ้นมา 1 กำมือ (ความยาวของเส้นเกศายาวประมาณ 1 ศอก) คุณลินดา เล่าให้ อ.วิกรานต์ ฟังว่า...
ตัวคุณลินดาเอง เป็นลูกศิษย์ขององค์ดาไลลามะที่ 14 ได้มารู้จักกับสามเณรี ซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์ขององค์ดาไลลามะที่ 14 เช่นกัน สามเณรีเป็นชาวธิเบตอาศัยอยู่ในวัดในหมู่บ้าน คุณลินดาได้เจอสามเณรี จึงเกิดความศรัทธาเป็นอย่างมาก จากนั้นต่อมาก็ได้อุปัฏฐากสามเณรีท่านนี้มาเรื่อยๆ และได้เรียนกรรมฐานจากท่าน สามเณรีท่านนี้ ในขณะที่ท่านอยู่ในวัด จะมีผู้คนมาให้ท่านรักษาเยอะแยะมากมาย มาวันนึงท่านรู้วาระของตัวเอง ว่าจะอยู่ได้อีกแค่ 3 ปี เท่านั้น ท่านจึงตัดสินใจ ปลีกวิเวกเข้าไปในป่าลึก เพื่อปฏิบัติภาวนาอย่างเต็มที่ และได้มีลูกศิษย์เพียงไม่กี่คนที่ตามไปดูแลอุปัฏฐากท่าน หนึ่งในนั้นมีคุณลินดา เมื่อท่านเข้าป่าไปแล้ว บางวันท่านก็จะออกมาสอนกรรมฐานลูกศิษย์บ้าง แต่จะน้อยลง เพราะท่านเน้นภาวนาเยอะ ต่อมา 3 เดือน ก่อนท่านจะละสังขาร ท่านได้ฉันท์อาหารน้อยลง อย่างข้าวปั้น 1 มื้อ ที่ท่านเคยฉันท์ในทุกๆ วัน ก็เหลือแค่ ก้อนเล็กนิดเดียวเท่าปลายนิ้วก้อย ท่านจะเน้นภาวนาเข้มมาก ร่างกายท่านก็ผอมลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึง ก่อนที่ท่านจะละสังขาร 7 วัน ท่านได้บอกกับลูกศิษย์ว่า " เมื่อท่านละสังขารแล้ว ห้ามใครมาแตะตัวท่านเด็ดขาด ท่านจะทิ้งเส้นผม กับเล็บไว้ให้เป็นที่ระลึก จนกว่าจะครบ 7 วัน " วันสุดท้ายก่อนท่านจะละสังขาร ท่านให้ลูกศิษย์อาบน้ำให้ท่าน ชำระล้างร่างกายให้สะอาด และเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นท่านก็ได้ให้โอวาทธรรม และให้พรลูกศิษย์ 1 ในนั้นมีคุณลินดา แล้วท่านก็ได้ละสังขารอย่างสงบ ท่ามกลางหมู่ลูกศิษย์
เมื่อท่านละสังขารไปแล้ว ก่อนจะครบ 7 วัน ที่ท่านได้สั่งไว้ว่าห้ามแตะตัวท่านเด็ดขาด ลูกศิษย์และคุณลินดา ได้เข้ามาดูสรีระสังขารท่านอยู่เรื่อยๆ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของสรีระสังขาร คือจะหดเล็กลงเรื่อยๆ เท่ากับเด็กทารกแรกเกิด และไม่มีกลิ่นเหม็นเลย แต่แปลกที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบอธิบายไม่ถูก
ในค่ำวันที่ 7 ของการละสังขารของสามเณรี ในป่าเกิดฝนตกกระหน่ำ คุณลินดาและลูกศิษย์ ได้มองไปที่สรีระสังขารสามเณรี ก็เห็นเป็นละอองไอน้ำปกคลุมแต่แปลกละอองนั้นเป็นสีรุ้งสดใส
ในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 8 ของการละสังขาร สรีระท่านหายไปเหลือเพียงไว้แค่เส้นเกศาที่ไม่ได้ปลงมาตั้งแต่วันที่ท่านเข้ามาอยู่ปฏิบัติภาวนาในป่า ยาวประมาณ 1 ศอก และเล็บมือ เล็บเท้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก
.
เมื่อคุณลินดาได้เกศาและเล็บขององค์สามเณรีมาก็ได้ลงมากราบลาองค์ดาไลลามะที่14 เพื่อที่จะมาเที่ยวและแสวงบุญในเมืองไทย
ก่อนเดินทางองค์ท่านดาไลลามะได้พยากรณ์ว่า
ในการเดินทางครั้งนี้เธอจะได้พบ ชายหนุ่มคนหนึ่ง(ที่มีบุญสัมพันธ์กับเรา) ขอให้มอบถุงวัตถุมงคลให้แก่เขา โดยท่านได้สั่งว่า ถ้าเจอคนไทยที่มอบวัตถุมงคลให้คุณลินดา ขอให้คุณลินดามอบถุงนี้แก่คนไทยคนนั้น คุณลินดาก็รับปากท่าน
.
การต่อมาคุณลินดาก็ได้มาประเทศไทยได้ท่องเที่ยวแสวงบุญตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ยังไม่เจอชายหนุ่มที่องค์ดาไลลามะบอกเลย จนกระทั้งวันหนึ่งได้มาเดินดูของแถวถนนข้าวสาร คุณลินดาได้เข้าดูสินค้าร้านค้าอยู่หนึ่งร้านและได้เห็นหิ้งพระเลยได้ยกมือไหว้และสวดมนต์ เจ้าของร้านประทับใจมากๆ เลยได้หยิบวัตถุมงคลบนหิ้งให้คุณลินดา(ชายเจ้าของร้านนั้นคืออาจารย์วิการนต์ แซ่ลี้ ประธานชมรมสู่ร่มโพธิญาณ นั้นเอง )
.
.
.
ผ่านไปประมาณ 1 ปี คุณลินดา ได้เดินทางมาเที่ยวที่เมืองไทยอีกครั้ง และได้มาแวะอุดหนุนซื้อของที่ระลึกร้าน อ.วิกรานต์ คุณลินดาเล่าให้ อ.วิกรานต์ ฟังว่า ฉันได้ถามดาไลลามะแล้วว่าใช่ชายหนุ่มคนนั้นหรือไม่ ท่านก็ยิ้ม ฉันถามต่อว่า จะให้เอาของคืนมาหรือไม่ ดาไลลามะท่านก็ยิ้ม ท่านไม่ตอบอะไรเลย เวลาผ่านไปหลายปี อ.วิกรานต์ ได้ย้ายที่ขายของจึงไม่ได้เจอคุณลินดาอีกเลย
สามเณรีท่านได้ละสังขารตอนอายุ 34 ปี
-
ตอนนี้ผมได้มวลสารอันเกี่ยวเนื่องกับทางสายมหายาน และวัชรยาน รวมถึงของกายสิทธิ์ตามธรรมชาติ 3 สิ่งนี้ มาเป็นมวลสารในการสร้างวัตถุมงคล
-
เรื่องเล่าจากลูกศิษย์...นัชวัสย์ วงศ์วิเศษ
.
วันที่ ๘ เดือน ๘ ร่วมเผยแผ่บารมีหลวงปู่ฯครับ
#เรื่องเล่าจากศิษย์หางแถว #ศึกษาก่อนสะสม
เหรียญทองคำธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
เหตุที่ไม่ธรรมดา ก็เพราะกว่าจะมาเป็นเหรียญเสมาทองคำโค๊ตหน้าให้เห็นได้นี้ ต้องผ่านการลองตอก ลองผิดลองถูกในเหรียญลองพิมพ์หลายต่อหลายเหรียญมาก่อน จนมาเป็นเหรียญที่ตอกโค๊ตหน้าที่วางตำแหน่งอักษรขอมได้ลงตัวและสวยงามที่สุดในเหรียญชุดนำฤกษ์นี้(Final product) รายการที่ ๒.๒
และยังเป็นครั้งแรกที่มีการนำอักษรขอมโค๊ด นะ โม พุธ ธา ยะ (คาถาพระเจ้า ๕ พระองค์)มาตอกไว้ยังด้านหน้าของเหรียญทองคำเสมาหลังโบสถ์อีกด้วย รุ่นอื่นๆเป็นการนำโค๊ตวัดและโค๊ตอักษรขอมมาตอกด้านหน้าหรือหลังบ้างตามแต่ดำริของครูบาฯ
การที่ได้มาก็ไม่ง่ายเช่นเดียวกัน ทราบจากคนใกล้ชิดครูบาฯมาว่า เดิมเหรียญชุดนี้ทั้ง ๙ เหรียญ ถูกเก็บไว้กับครูบาฯ จนคนใกล้ชิดได้ไปเห็นเข้า ซึ่งเดิมนั้นครูบาฯท่านได้มีดำริว่าจะเก็บรักษาไว้ก่อน หากเมื่อใดถึงคราวจำเป็นเท่านั้น จึงจะนำออกมาให้เช่าบูชา แต่สุดท้ายก่อนที่ครูบาฯท่านจะมรณภาพ ท่านก็ได้ให้คนใกล้ชิดของท่านนำออกมาให้ได้บูชากัน
เหรียญที่เกือบจะไม่มีใครได้เห็นอีก….
เหตุเพราะมีผู้มากบารมีได้ทราบเรื่องจากคนสนิทครูบาฯจึงต้องการมาเช่ายกหมดทั้ง ๙ เหรียญ แต่.. อาจจะเป็นด้วยเหตุใดๆก็ตามทำให้มีเหรียญบางเลขต้องไปสู่เจ้าของตัวจริงตามชุดที่ได้เช่าบูชาไว้ก่อนแล้ว หากไม่แล้วเหรียญชุดนี้อาจหายไปไม่มีมาให้ศิษย์และผู้ศรัทธาในหลวงปู่ได้เห็นอีกเลย เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังครับ
ด้วยความระลึกถึงครูบาฯผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบพระเครื่องของหลวงปู่ฯ
#วัดสันติวนาราม #หลวงปู่บญส่ง #ครูบาประโยชน์
#เสมาทองคำนำฤกษ์เลขตอง_9_เหรียญ #เสมาหลังโบสถ์ทองคำตอกโค๊ตหน้า_6_โค๊ต #เหรียญเสมาคาถาพระเจ้า_๕_พระองค์ #เหรียญทองคำนำฤกษ์ที่เกือบสาปสูญไป #ทองคำธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
-
เรื่องเล่าจากลูกศิษย์...โกเมศ หาญณรงค์
.
วันนี้ต้องทำงานปีนหลังคาลิฟท์ วันไหนที่รู้สึกว่ามันเสี่ยงอันตรายมากก็อาราธนากริ่งปวเรศมากับตัวครับ ทำให้รู้สึกอุ่นใจ มั่นใจและไม่ประมาท
-
เรื่องเล่าจากลูกศิษย์...คิว เมืองขุขันธ์
.
#วัตถุมงคลชิ้นแรกองค์หลวงปู่บุญส่งปีพ.ศ2552
จัดสร้างไม่เกิน200 องค์ไม่รวมแตกหักคงเหลือไม่ถึง100องค์ยิ่งสมบูรณ์สวยๆแทบไม่เห็นยิ่งเป็นเนื้อดำนับองค์ได้ครับว่าอยู่ที่ใครบ้าง
ข้อมูล
พระสมเด็จชุดนี้ ทั้งแบบหลังเรียบและหลัังรูปเหมือน ถูกจัดสร้างในปี 2552 หรือประมาณ
12ปีที่ผ่านมา ตามการบอกของครูบาประโยชน์
ซึ่งท่านได้เห็นตั้งแต่การทำในครั้งนั้น
**"มีจำนวนน้อยมากสำหรับแบบหลังรูปเหมือน
จัดว่าเป็นของดียุคต้น..ทั้งมวลสาร เกศา ข้าวก้นบาตร ผงไม้ชองระอา ดินถ้ำ สีสันขององค์พระมีลักษณะ 2 โทนสี คือขาวอมเหลือง กับเทา
สร้างก่อนที่จะมีการวางศิลาฤกษ์อุโบสถถึง 7 ปี
จึงนับได้ว่า น่าสักการะบูชาตลอดผู้ที่ชื่นชอบใน
การสะสมเป็นอย่างยิ่ง...###
-
วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2565
.
คุณเปิ้ลทักแชทมาแจ้งว่าหลวงปู่บุญส่งขึ้นมาพักค้างคืนที่เวลทรอน 2 คืน แล้ววันพุธจะเข้าตรวจสุขภาพประจำเดือนที่รพ.รามาธิบดี พอผมได้ทราบแบบนั้นหลังเลิกงานมาก็ขี่มอเตอร์ไซด์ไปซื้อของกินให้พ่อกับแม่ก่อนแล้วจะได้เดินทางไปหาหลวงปู่บุญส่งที่เวลทรอน แต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจตกลงมากระหน่ำตัวเปียก ก็เลยเกิดความลังเลว่าจะไปเวลทรอนดีไหม แต่ก็คิดในใจว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เดินทางไปขออนุญาตจากหลวงปู่บุญส่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียดายในทีหลัง ถ้าไม่ได้ลองขออนุญาตจากท่าน ก็พอซื้อของกินให้พ่อแม่เสร็จก็อาบน้ำแต่งตัวเดินทางขับรถลุยฝนตกหนักตลอดทางจนไปถึงเวลทรอน
.
ตลอดทางนี่ก็ภาวนาขอพรในใจถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือตลอดทางขอช่วยฝากบอกหลวงปู่และดลใจให้ท่านและคนอื่นๆเห็นด้วยและอนุญาตให้ผมได้สร้างพระถวาย ขอให้งานนี้สำเร็จเพื่อที่ผมจะได้สร้างบุญบารมีใหญ่อีกครั้งหนึ่ง จะได้สร้างพระถวายพระอริยะสงฆ์ช่วยเหลือท่านทีเดียว 2 องค์ พอเดินทางถึงเวลทรอนก็เปิดห้องไปเห็นพี่สมคิดกำลังนวดแขนขาถวายหลวงปู่บุญส่งอยู่ ก็เข้าไปกราบหลวงปู่และไหว้พี่สมคิด คุยกันแปปนึงพี่สมคิดก็บอกหลวงปู่หลับแล้ว นวดจนท่านหลับ ผมก็มีผิดหวังพอสมควรที่หลวงปู่หลับ นึกในใจอดแล้วเรา แต่ก็ไม่เป็นไร ไหนๆก็มาแล้วก็ขอโอกาสนวดถวายท่านเพื่อเอาบุญ
.
พอนวดไปสักพักนึง หลวงปู่ก็ตื่นขึ้นมา พี่สมคิดเลยบอกว่าคุณยศมากราบหลวงปู่ครับผม หลวงปู่บอกเออ...เราก็แปลกใจทำไมมีหลายมืนวดเรา ผมก็เลยทำการกราบหลวงปู่อีกครั้งหนึ่ง ท่านก็สนทนากับผมสักครู่นึง ผมเลยแจ้งพี่สมคิดว่าผมจะขออนุญาตสร้างพระ งั้นเดี๋ยวผมไปแจ้งพี่พุดก่อนนะ พี่สมคิดก็พยักหน้า
.
ผมก็เดินมาอีกห้องก็เจอพี่พุด ก็เลยแจ้งความประสงค์ว่าอยากจะสร้างพระถวายหลวงปู่อีกครั้ง แต่ต้องมาแจ้งให้พี่พุดรับทราบก่อนที่จะไปขออนุญาตหลวงปู่ พี่พุดก็บอกให้ลองไปขออนุญาตหลวงปู่ดู
.
ผมก็เลยเข้ามาในห้องหลวงปู่อีกครั้ง และแจ้งพี่สมคิดกับคุณเปิ้ลว่า ผมขออนุญาตกราบเรียนหลวงปู่เลยนะ
คุณเปิ้ล : หลวงปู่ครับพี่ยศ มีเรื่องจะกราบเรียนหลวงปู่ครับผม
ยศ : หลวงปู่ครับ ผมจะมาขออนุญาตสร้างพระถวายหลวงปู่อีกครั้งน่ะครับผม
หลวงปู่ : ก็นอนนิ่งพิจารณาอยู่สักพักนึง ก่อนจะตอบว่า "โอเค แต่ต้องนำมาให้เราพิจารณาโดยตลอดนะ"
ยศ : ครับหลวงปู่ ผมก็จะทำแบบครั้งที่แล้ว คือผมสร้างก็จริง แต่จะนำมาให้หลวงปู่พิจารณาโดยตลอด จะแก้ไขตามที่หลวงปู่บอกจนกว่าหลวงปู่จะให้ผ่านครับผม
.
.
หลังจากนั้นก็นวดถวายหลวงปู่ไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาพอสมควร ก็ลาหลวงปู่กลับ พอออกมาพี่สมคิดก็เล่าว่า วันนี้มีคุยเกริ่นๆกับท่านไว้บ้างแล้ว ว่าวันนี้คุณยศจะมาขอสร้างพระถวายหลวงปู่ หลวงปู่บอกว่าก็รอให้ลูกศิษย์มากันครบๆก่อน และให้บอกคุณพุดให้รับทราบด้วย รอให้เค้ามาขอเอง
.
พอผมได้ฟังดังนั้นก็ขอบคุณพี่คิดที่เมตตามีเกริ่นๆให้ผมก่อน แต่ก็นะ ถ้าบอกผมก่อนว่ามีคุยแจ้งทา่นบ้างแล้ว ผมจะได้ไม่ต้องเกร็ง ต้องลุ้นขอพระมาตลอดทางแบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วทุกๆเช้าผมก็จะตื่นมานั่งสมาธิภาวนาบอกหลวงปู่เกือบจะทุกวันว่าจะขออนุญาตท่านสร้างพระถวาย ลุ้นมาเป็นเดือนๆแล้ว ตอนนี้ก็สมหวังแล้ว...สาธุ
..
..
..
..
..
ปล. ขอบคุณภาพจากคุณเปิ้ลครับผม ในถุงเนี่ยพกเครื่องรางของขลังมาตรึม พกติดตัวมาลุ้น
-
วันเสาร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2565
.
เดินทางมาโรงเจฮะเฮงตั้ว เพื่อไหว้ขอบคุณสำหรับการสร้างพระผงบุญส่งปลดหนี้ที่ผ่านมา ขอพรเซียนแปะโค้วและถือโอกาสขออนุญาตนำแผ่นจารและมวลสารให้เซียนแปะโค้วช่วยเสกพร้อมทั้งตักผงธูปหน้ากระถางธูปเซียนแปะโค้วเพื่อนำไปเป็นมวลสาร พร้อมทั้งสอบถามในบางเรื่องและเสี่ยงทายเอา
-
วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม 2565
.
อ.วิกรานต์โทรมาชวนไปกราบภิกษุณีกวงเซง ที่วิหารเสด็จพ่อพระศิวะมหาเทพ แถวคู้บอน ผมเลยติดกล่องมวลสารและแผ่นจารไปด้วย พอดีเดินทางผ่านวัดเอี่ยมวรนุชเลยถือโอกาสเข้าไปกราบทำบุญ และนำมวลสารไปตั้งไว้หน้าองค์หลวงปู่ทวด บอกกล่าวต่อหลวงปู่ทวดและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเอี่ยมวรนุชและขอเมตตาหลวงปู่ทวดอธิษฐานจิตกล่องมวลสาร
-
วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม 2565 (วันอาสาฬหบูชา)
.
เช้านี้ฝนตกพรำๆและตกทั้งวัน แม่ผมก็ได้ออกไปตัดต้นอั่งฮวยเซียงเช่าเพื่อไปถวายบนหิ้งเจ้าแม่กวนอิมแล้วเดี๋ยวจะนำมาทำเป็นมวลสารสำหรับสร้างพระถวายหลวงปู่อินตอง เป็นมวลสารที่มาจากความศรัทธา ความตั้งใจและเจตนาที่ดี...สาธุ
-
ก่อนหน้านี้เวลาว่างผมก็นั่งตัดแผ่นทองเหลือง แผ่นทองแดง แผ่นเงิน เพื่อเตรียมนำไปรบกวนอ.หมาน (ศิษย์อาจารย์ตั้ว วัดซับลำใย) จารเพื่อทำตะกรุุด
เตรียมงานไว้ให้พร้อม
-
วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม 2565
กราบทำบุญกับหลวงปู่อินตอง สุภวโร วัดวีระธรรม จ.สกลนคร และขอเมตตาอธิษฐานจิตแผ่นจารไว้สำหรับสร้างพระกริ่งในอนาคต
พอหลวงปู่อธิษฐานจิตเสร็จ
หลวงปู่ : โอย ขลังดี ขลังดี
ติสาโร : วันนี้ปล่อยปลาเหยื่อไป 601 ตัว ขอถวายแก่หลวงปู่ ให้หลวงปู่มีธาตุขันธ์แข็งแรงนะครับ
หลวงปู่ : อืมๆ…ปล่อยเยอะดี
-
ก่อนหน้าก็เคยสงสัยตัวเองนะว่า เก็บอะไรเยอะแยะ…ไม่ค่อยขาย
มาถึงวันนี้ เริ่มพอรู้บ้างคร่าวๆและ…อ๋อ!!!ไว้สร้างสั่งสมบุญบารมีใหญ่นิเอง
- เกศา จีวร คำเมี่ยง ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง
- เกศา จีวร ชานหมาก เล็บ สายสิญจน์ ครูบาตั๋น สำนักสงฆ์ม่อนปู่อิ่น
- เกศา จีวร หลวงปู่พวง วัดน้ำพุสามัคคี
- กำไลเฮง เฮง เฮง หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน
- ทองล้นเบ้า พิธีรุ่น 80 ปี หลวงปู่บุญส่ง วัดสันติวนาราม
.
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้
ตายไปทั้งที เอาดีฝากไว้
-
หลังจากนั่งตัดแผ่นทองแดง แผ่นทองเหลือ แผ่นเงินเสร็จก็ส่งไปให้อ.หมาน
ตอนนี้ของก็ถึงบ้านของอ.หมาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ.หมานก็เริ่มลงมือเชิญบารมีครูบาอาจารย์มาช่วยลงจารแผ่นยันต์
ภาพเมื่อ 27/7/2565
-
กว่าจะได้แต่ละอย่าง อ.หมานส่งภาพมาให้ดู บอกปวดตาตุ๊บๆเลย
ภาพเมื่อ 28/7/2565
-
เฑาะว์พุทโธ
อ.หมานเขียนยันต์ตามที่เรียนมาทำให้พิเศษเอาไปฝังในองค์พระในชุดพิเศษ เรียกยันต์มาเต็มแบบครบสูตร
มีนะกวัก เฑาะว์ และยังเหลือนะฤๅชา อีกชุด
เขียนกันจนปวดตาละงานนี้...(อ.หมานบอก)
ส่วนผมมีหน้าที่ลงภาพ ลงข้อมูลเก็บไว้555+
ภาพเมื่อ 30/7/2565
-
อ.หมาน เรียนวิชากับอาจารย์ตั้ว วัดซับลำใยอยู่ถึง5ปีจนอ.ตั้วมรณภาพ และได้เรียนวิชาสายในดง และอ.หมานเป็นศิษย์คนสุดท้ายของพ่อหนานปัน จินา
ภาพเมื่อ 2/8/2565
-
อ.หมานก็ส่งภาพมาให้ชม อ.หมานยังคงนั่งจารแผ่นยันต์ให้อย่างต่อเนื่อง เชิญครูบาอาจารย์สายในดงมาลงจารแผ่นยันต์
ภาพเมื่อ 10/8/2565
-
อาจารย์หมาน นอกจากเคยได้ไปเรียนวิชากับพระอาจารย์ตั้ว วัดซับลำใยอยู่ 5 ปี พระอาจารย์ตั้วก็เคยให้อาจารย์หมานเป็นผู้ลงตะกรุดให้ท่าน แต่ไม่ทราบว่านำไปใส่ในพระรุ่นไหนบ้าง จนพระอาจารย์ตั้วมรณภาพแล้ว
.
อ.หมานก็เป็นศิษย์คนสุดท้ายของพ่อหนานปัน จินา
.
พ่อหนานปัน จินา ท่านเป็นหลานครูบาชุ่ม วัดวังมุย ครูบาชุ่มท่านเป็นสหธรรมมิกกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำและเป็นพ่อหนานปัน จินาเป็นคนลงตะกรุดให้ครูบาชุ่ม ในภาพคืออาจารย์หมานไปเรียนวิชากับพ่อหนานปัน จินา พ่อหนานปัน จินาประสิทธิ์วิชาให้ วิชาที่พ่อหนานปัน จินา สอนก็มีตะกรุดเสื้อ ตะกรุดหนัง ลงทองยันต์หนีบ วิชาอื่นอีกหลายอย่างมากมาย แต่กว่าที่อาจารย์หมานจะได้เคล็ดวิชาครบก็หลายปี
.
และอาจารย์หมานก็ได้ไปเรียนวิชาจากสายในดงเพิ่มอีก
.
ดังนั้นเรื่องการลงตะกรุด ผมถึงมั่นในตัวอาจารย์หมาน ขอเมตตาท่านเป็นผู้จารตะกรุดให้
ท่านบอกเสมอว่า ท่านไม่ได้เป็นคนจารนะ เพราะท่านก็ยังเป็นมนุษย์มีกิเลสหนา ท่านทำพิธีเชิญบารมีพ่อแม่ครูอาจารย์มาลงจารให้ ดังนั้นไม่ต้องห่วง ของไม่มีเสื่อม
-
ครูบาบุญชุ่ม ที่กำลังโด่งดัง ณ เวลานี้ ที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ปิดวาจา 3 ปี ที่เพิ่งออกจากถ้ำ ตอนครูบาบุญชุ่มยังเป็นสามเณรเคยติดตามครูบาชุ่ม วัดวังมุยไปวัดท่าซุง ในปีพ.ศ. 2518
หน้า 80 ของ 100