แนะนำการครองคู่...โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย เทพออระฤทธิ์, 31 กรกฎาคม 2008.

  1. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    [​IMG]



    บางท่านจะไปคิดหนักใจว่า เวลานี้เราแต่งงานกันเสียแล้ว นี่ทำอย่างไรจะแยกกันได้หรือ เมื่อเราอยู่ด้วยกันไอ้ราคะกิเลสมันก็มี ก็ปล่อยให้มันมีไป มันจะเป็นไรไปมันจะมีก็ดี ก็ทำงานหนักทุกตามหน้าที่มันทุกอย่าง แต่ว่าถ้าจิตใจของเราพยายามให้มันกระทำใจให้ห่างลง ตัวอย่างเขามีถมไป
    <O:p</O:p
    อย่างนางวิสามหาอุบาสิกา เป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ 7 ปี พออายุ 16 ปี เธอก็แต่งงาน ก็มีลูกตั้ง 20 คน แล้วเธอก็เป็นพระโสดาบันได้<O:p</O:p
    อย่าง ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ก็เช่นเดียวกันว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐีท่านเป็นพระโสดาบัน ท่านก็อยู่คู่ครอง แล้วการอยู่เป็นคู่ครองก็ถือว่าอยู่กันตามหน้าที่ จิตใจของท่านทั้งหมดนี้มุ่งพระนิพพานเป็นอารมณ์ ในเมื่อจิตมุ่งนิพพานเป็นอารมณ์ ถ้าตายจากความเป็นคนใจมันก็ไปนิพพาน นี่ว่ากันเรื่อง จิตตานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน ยาวไปนิดหนึ่ง ยาวไปมากนะ วันนี้พูดครึ่งชั่วโมงกว่า
    <O:p</O:p
    ท่านบอกจิตมีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะ ถ้าจิตปราศจากราคะก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะ จิตปราศจากราคะมันเป็นอย่างไร วันนั้นเวลานั้นจิตมันจะมีความสุข มันจะมีความปลอดโปร่ง ความผูกพันในเรื่องรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อยมันจะไม่มีสำหรับจิต อารมณ์สบาย รู้จักใจมันไว้ ดูจิต คำว่าจิตก็คือ ดูอารมณ์กระทบจิต จิตมันสภาพดี ที่เราไม่ดีด้วยก็เพราะอาศัยทุกสิ่งภายนอกเข้ามากระทบ คือ อารมณ์ของกิเลสทำให้จิตกระเพื่อม จิตมีสภาพเหมือนน้ำใส นอนนิ่งอยู่ในตุ่ม จิตแท้ๆ มันใส แต่ทว่าที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิดเพราะมีกิเลสเข้ามาควบ กิเลสตัวสำคัญตัวแรกใน จิตตานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน ก็คือ ราคะ
    <O:p</O:p
    นี่ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทจงระมัดระวังราคะไว้เป็นสำคัญ ถ้าจิตมันมีความผูกพันสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้ แต่จิตใจมันอยากจะได้ก็จงเตือนใจมันว่า สิ่งที่เราปรารถนาอยากจะได้มานี่มันไม่มีสภาพทรงตัวประเดี๋ยวมันก็เก่า เมื่อเก่ามามันก็เศร้าหมอง ประเดี๋ยวก็ความทรุดโทรมมันก็เกิดขึ้น ในที่สุดมันก็พัง แล้วร่างกายเราก็มีสภาพอย่างนี้เหมือนกัน เราจะต้องการเฉพาะที่เรามีความจำเป็น ต้องกินต้องใช้เท่านั้น ถ้าสิ่งใดเป็นของฟุ่มเฟือยเกินไป เราจะไม่มีเอาใจเข้าติดจนเกินไป นี่ รักษากำลังใจไว้อย่างนี้นะ คิดไว้ว่าจิตดีหรือไม่ดี
    <O:p</O:p
    วันนี้เอาเฉพาะราคะ นั่งคิดไปอยู่เสมอ มันก็ลืมบ้าง ไม่ลืมบ้าง มันเป็นของธรรมดา แล้วจงอย่าลืมว่าการรวบรวมไว้วันละเล็กละน้อยนี่ มันจะรวมตัวจริงๆ รวมตัวตรงไหน ท่านเจริญสมาธิจิตได้บ้างไม่ได้บ้าง ดีบ้างไม่ดีบ้าง อย่าลืมนะ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง มันดีมันก็ดี ดีน้อยมันก็ดี ดีมากมันก็ดี การรวบรวมกำลังใจ ก็เหมือนกับน้ำตกมาจากฟากฟ้าทีละหยาดๆ แต่ว่าไอ้น้ำที่ตกลงมามันมีภาชนสำหรับรอง เมื่อตกลงมามากๆ มันก็รวมตัวกันมากขึ้น บุญกุศลที่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทำ มันไม่ไปไหน มันจะรวมอยู่ที่ใจท่าน ท่านสมาทานศีล ศีลมันก็รวมอยู่ที่ใจ เจริญวิปัสสนาญาณ วิปัสสนาญาณมันก็ร่วมอยู่ที่ใจ


    โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ จากหนังสือรมคำสอนธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อฤาษีลิงดำพระราชพรหมยาน เล่มที่ 8 หน้า193-194<O:p</O:p
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มิถุนายน 2012
  2. ธรรมวิวัฒน์

    ธรรมวิวัฒน์ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    22,701
    กระทู้เรื่องเด่น:
    69
    ค่าพลัง:
    +102,466
    ไปนิพพานกันเถอะครับ สุขใจกว่ากันเยอะ
     
  3. junior phumivat

    junior phumivat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    1,346
    ค่าพลัง:
    +1,683
    <TABLE class=tborder id=post1396901 cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR vAlign=top><TD class=alt1 id=td_post_1396901 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid">
    ผู้ถาม : เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลังจะได้ไหมคะ...........?
    หลวงพ่อ : การทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งสักกี่ปี ๆ บุญก็ยังมีอยู่ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปี ก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย ไม่ใช่เราทำบุญแล้ว เดี๋ยวเดียวมันหายไปไม่ใช่อย่างนั้นนะ
    ผู้ถาม :แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลจะได้บุญเต็มที่ไหมคะ...?
    หลวงพ่อ : ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ว่าเราจะให้เขาหรือไม่ให้ การอุทิศส่วนกุศล นี่นะ ถ้าเราไม่ให้ เราก็กินคนเดียวใช่ไหม..... ทีนี้ถ้าเราให้เขาของเราก็ไม่หมดอีก ส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม อย่างเรื่องของ พระอนุรุทธ สมัยที่ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าช้างของมหาเศรษฐี เวลาที่ท่านทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ ท่านก็สงสัยว่าการแบ่งบุญน่ะจะแบ่งได้ไหม จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ท่านรับบาตรนะ ท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า

    "สมมุติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย คนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง ก็มาขอต่อไฟที่คบของโยมแล้วคบทุกคนสว่างไสวหมด อยากทราบว่าไฟของคุณโยมจะยุบไปไหม....?
    ท่านอนุรุทธก็บอกว่า ไม่ยุบ
    แล้วท่านก็บอกว่า "การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน ให้เขา เขาโมทนา แต่บุญของเราเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"


    ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ

    ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพบแล้ว ขอธรรมนั้น จงสำเร็จแก่ท่านทั้งหลายโดยเร็วด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ
    อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
    <!-- / message -->​

    <!-- / message -->
    <!-- / message --></TD></TR><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 1px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid">[​IMG] [​IMG]<SCRIPT type=text/javascript> vbrep_register("1396901")</SCRIPT> [​IMG] </TD><TD class=alt1 style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px solid; BORDER-TOP: #ffffff 0px solid; BORDER-LEFT: #ffffff 0px solid; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px solid" align=right><!-- controls -->[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  4. civil60

    civil60 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2007
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +60
  5. - เงาะป่า -

    - เงาะป่า - เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    522
    ค่าพลัง:
    +564
    อนุโมทนาสาธุครับ
    -------------------------------------------------------------------------------------------------------
    "จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดินเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครไหนมาช่วยเจ้า"
    -------------------------------------------------------------------------------------------------------
    ร่วมสร้าง " อุโบสถเงิน" วิหารทานที่ในครั้งนึงในชีวิตไม่ควรพลาดครับ
    --> http://palungjit.org/showthread.php?t=140433
    ทดแทนค่าน้ำนม
    --> http://palungjit.org/showthread.php?t=142495
    พระคุณพ่อ
    --> http://palungjit.org/showthread.php?p=1326572#post1326572
    มาเที่ยว วัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ วัดประจำปีจอกัน
    --> http://palungjit.org/showthread.php?t=136821
     
  6. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,574
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +22,021
    โพสไว้นาน แล้วแต่ก็อยากทุกคนได้มีโอากาสอ่านกันอีกนะครับ
     
  7. Chang_oncb

    Chang_oncb ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    12,361
    ค่าพลัง:
    +80,163
    [​IMG] ลพ.ฤาษีลิงดำ

    คำว่า “รัก” คำเดียวไปนิพพานได้หรือไม่ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ มีคำตอบ

    หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤาษีลิงดำ) ได้เคยสอนเอาไว้ว่า ความรักตัวเดียว ความรักเพียงคำเดียว ศีล ๕ ครบถ้วน
    ๑.รักเขา เราไม่คิด ปองร้าย ไม่ทำอันตรายต่อคนและสรรพสัตว์ ศีลข้อ ๑
    ๒.รักเขา เราไม่คิด จะเอาของอันเป็นที่รัก หากเขาไม่อนุญาต ศีลข้อ ๒
    ๓.รักเขา เราไม่คิด ที่จะผิดศีลธรรมลูกหรือเมียของผู้อื่น ศีลข้อ ๓
    ๔.รักเขา เราไม่คิด ที่จะใส่ร้าย ป้ายสี ผู้อื่น ไม่คิดโกหกหลอกหลวงหวังซึ่ง ทรัพย์สินของผู้อื่น หรือรู้ว่าของปลอมก็หลอกลวงว่าเป็นของจริง ของไม่ใช่ก็หลอกหลวงว่า เป็นของใช่ของแท้ ไม่หลอก ไม่ลวงผู้อื่น ศีลข้อ ๔
    ๕.รักเขา เราไม่คิด ที่จะชักชวนให้ผู้อื่น ให้ติดของมึนเมา คำว่า”สุรา เมรัย” มิได้หมายถึง เหล้า อย่างเดียว แต่หมายถึง สิ่งของที่เสพ แล้วติด รวมเรียกว่ายาเสพติด เอาไปขายให้เขา เอาไปให้เขาเสพ ศีลข้อ ๕

    “รัก” ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ศีล ๕ ครบ เมื่อมีศีลคือความดี ก็เกิดสมาธิ คือจิตแน่วแน่ในความดี เมื่อมีศีล สมาธิ ก็เกิดปัญญา สมาธิที่เกิดจากศีล ก่อให้เกิดปัญญาที่ตัดกิเลส ปัญญาในการพิจารณาธรรมะ พิจารณาส่ิงรอบข้างของเราว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ในโลกนี้ ล้วนแล้ว เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็เสื่อมไป เป็นของธรรมดา ศีล สมาธิ ปัญญา นำพาไปสู่แดนนิพพานได้ นี่คำว่า “รัก” คำเดียว ไปนิพพานได้
     
  8. นางสาวอยู่จ้ะ

    นางสาวอยู่จ้ะ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    1,047
    ค่าพลัง:
    +3,855
    ขอบคุณนะคะ บางทีก็ต้องกลับมาอ่านทบทวนเพื่อกันออกนอกเส้นทาง
     
  9. niwat9090

    niwat9090 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    33
    ค่าพลัง:
    +75
    สาธุ...ขอโมทนาบุญด้วยครับ<!-- google_ad_section_end -->

    catt7catt7catt7
     

แชร์หน้านี้

Loading...