แนะนำให้รู้จักตัวเรา (กรุณาทานข้าวก่อนอ่านกระทู้)

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 9 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
    ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน

    Dead.jpg

    ทุกคนเกิดมาย่อมต้องมีความหวังด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครจะอยู่โดยปราศจากความหวัง แต่ทุกครั้งที่เราหวังความผิดหวังก็จะรอเราอยู่ บางครั้งเราอาจพบกับความสมหวังบ้าง พอให้มีกำลังใจที่จะยืนหยัดต่อสู้ และก้าวไปในหนทางข้างหน้า ที่เราเองก็ไม่รู้ว่า มันไปสิ้นสุดอยู่ ณ ที่ใด

    แม้จะเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าสักเพียงไหน แต่ลมหายใจยังมี จำต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดต่อไปอย่างสุดชีวิต แม้จะไม่มีความหวังว่าจะได้ชัยชนะเลยก็ตาม จะมีใครเล่าที่ยอมสยบต่อความตายอย่างดุษณียภาพ แม้พวกสัตว์เดรัจฉาน เขายังมีสัญชาติญาณหนีตาย เมื่อสุดวิสัยหนีไปไม่รอดจริงๆแล้ว ก็จึงจะยอมตายด้วยความขลาดเขลา
    อันความตายนี้ ช่างมีอานุภาพยิ่งใหญ่นักหนา ไม่มีใครในโลกที่ยังเป็นๆอยู่ จะไม่กลัวตาย และอาจหาญที่จะต่อสู้กับความตายอย่างไม่สะทกสะท้าน นักรบผู้ยิ่งใหญ่เพียงไหน ก็ไม่มีวันครองชัยชนะไว้ได้ตลอดกาล ความชนะที่ไม่กลับเป็นแพ้ ย่อมไม่มีในโลก แม้พญามัจจุราชก็ยังมีวันแห่งอวสาน ต้องพ่ายแพ้แก่ศิษย์พระตถาคตผู้มากด้วยความเพียร
    ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีมหาศาล หรือพญาขอทานผู้ยากไร้ ล้วนก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน คือเชิงตะกอน ของขวัญอันล้ำค่า ที่พวกเราทุกคนดิ้นรนแสวงหามาตลอดชีวิต ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด ด้วยความรักและหวงแหนอย่างสุดเปรียบประมาณ เพียงเพื่อที่จะเก็บไว้ หรือมอบมันให้กับใครสักคน ที่เราคิดว่าเรารักมากที่สุด ทั้งที่เราเองก็ไม่รู้ว่า คนผู้นั้นคือใคร และจะมีประโยชน์อันใดกับเขาหรือไม่ มันช่างเป็นความโง่เขลาอย่างแท้จริง ในโลกนี้ยังจะมีใครที่เรารักมากยิ่งกว่าตัวเราเอง
    ในที่สุดแล้ว การที่คนเราอุตส่าห์พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างมาตลอดชีวิต ด้วยความขยันขันแข็งและอดทน หรือบางคราวอาจมีขี้เกียจขี้คร้านบ้างเป็นธรรมดา สิ่งเหล่านั้นจะกลายมาเป็นของขวัญที่เราได้เตรียมไว้ เพื่อมอบให้กับตัวเองก่อนวันตาย มีเพียงหนึ่งเดียวที่เราจำเป็นต้องเลือก นั่นคือ การตายอย่างมีคุณค่า หรือการตายอย่างไร้คุณค่า เท่านั้นเอง
    :- http://www.doisaengdham.org/สายธารธรรม-โดยเจ้าอาวาส/ของขวัญที่ต้องมอบให้กับใครบางคน.html
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 กุมภาพันธ์ 2018
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
    BeautyandKarma.jpg
    วันเกิด กับ วันตาย !!!

    วันเกิด คือ วันที่จิตปฏิสนธิเข้าสู่ร่างกายอันนี้ เป็นวันที่ร่างกายนี้เกิด ซึ่งไม่มีใครรู้ได้ว่า เป็นวันไหนแน่ ส่วนจิตก็ไม่ได้เกิด เพราะจิตมีมาก่อนนานแล้ว ส่วนวันที่คลอดออกจากท้องแม่นั้น เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายที่อยู่เท่านั้นเอง ไม่ใช่วันเกิดจริงๆอย่างที่คนเราเข้าใจ เพราะร่างกายมันเกิดมาแต่ในท้องก่อนแล้วตั้ง 9 เดือน 10 เดือน จะบอกว่าเป็นวันลืมตาดูโลกก็ไม่ใช่อีก เพราะเด็กทารกยังลืมตาไม่เป็น

    แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าโชคดีแล้ว ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์สมบูรณ์ด้วยอวัยวะครบ 32 อันได้ด้วยยากนัก เพราะเราจะได้มีโอกาสใช้ความเป็นมนุษย์สั่งสมคุณงามความดีให้ยิ่งๆขึ้นไป แต่บางคนก็เลือกที่จะสั่งสมโทษทรามความชั่วให้หนาแน่นยิ่งๆขึ้นไป อันนี้ก็เป็นเรื่องของนานาทัศนะที่บังคับกันไม่ได้ แต่ควรทำความเข้าใจว่า คนที่คลอดออกมาแล้วตายก็มี ง่อยเปลี้ยเสียขาพิกลพิการก็มี ตายเสียแต่อยู่ในท้องไม่ได้คลอดก็มี ไม่ได้โชคดีทุกรายไปที่จะมีชีวิตเล็ดรอดมาจนถึงบัดนี้

    ดังนั้น การเกิดก็ถือว่ามีคุณต่อเราอย่างใหญ่หลวง คนเราจึงพอใจนึกถึงแต่วันเกิด และจัดฉลองวันเกิดกันอย่างใหญ่โตมโหฬาร ก็ควรที่จะระลึกถึงคุณแห่งความเกิด ว่าทำให้เรามีโอกาสเติมเต็มบางส่วนของชีวิตที่ยังบกพร่องอยู่ นั่นคือ การสั่งสมคุณงามความดีให้ถึงที่สุดนั่นเอง และไม่ควรลืมเนื้อลืมตัว จนลืมนึกไปว่า มันยังมีอีกวันหนึ่ง ที่มาพร้อมๆกับวันเกิด จะว่าเป็นคู่แฝดกันก็ว่าได้ คือ วันตาย นั่นเอง

    แต่คนเราไม่ค่อยจะชอบนึกถึงวันตาย เพราะดูเหมือนว่า มันช่างเป็นอะไรที่ไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย แต่การระลึกถึงความตายนั้น พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เป็นการยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ทรงเน้นให้ระลึกนึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออกเสียด้วยซ้ำไป แท้จริง มิใช่จะมีคุณแต่ความเกิดอย่างเดียว แม้ความตายก็มีคุณมากมายเช่นกัน ถ้าสัตว์โลกเกิดมาแล้วไม่ตาย โลกนี้คงไม่มีที่ว่างให้อยู่อาศัยกันอย่างสงบสุขได้ ขนาดล้มตายกันวันละมากๆทั้งคนและสัตว์ ก็ยังต้องแก่งแย่งกันทำมาหากิน รบราฆ่าฟันกันไม่ได้หยุดไมได้ถอย ถ้าไม่ตายกันเสียเลย แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร

    หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก นี้ มันก็เกิดของมันอยู่ทุกวัน และมันก็ตายของมันอยู่ทุกวัน แต่คนเราไม่ได้ใส่ใจสำเหนียกสอดรู้มันเท่านั้นเอง ร่างกายมีกำลังวังชามาก ดูเปล่งปลั่งสดใส ก็เพราะหนังเนื้อเอ็นกระดูกมันเกิดมาก ร่างกายมันเหี่ยวแห้งทรุดโทรมลงไป ก็เพราะหนังเนื้อเอ็นกระดูกมันตายมากนั่นเอง ถ้าหนังเนื้อเอ็นกระดูกมันไม่เกิดไม่ตายเอาเสียเลย แสดงว่า ร่างกายของเรา มันต้องอยู่ยงคงกระพัน เป็นอย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น แต่ร่างกายเรานี้ มันก็เปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมอยู่ทุกวัน แม้เราจะบำรุงบำเรอมันขนาดไหน มันก็เหี่ยวแห้งทรุดโทรมลงไปตลอดเวลา

    นั่นคือ ลางบอกเหตุว่า เวลานี้เราเริ่มตายมากกว่าเกิดแล้วนะ เรายังจะมัวประมาทอยู่อีกหรือ? ลมหายใจของเรายังจะเหลืออยู่อีกมากน้อยสักเพียงไหน ความดีของเราที่ยังบกพร่องอยู่ เราได้เติมเต็มแล้วหรือยัง? ศีลของเราเต็มแล้วหรือ? สมาธิของเราเต็มแล้วหรือ? ปัญญาของเราเต็มแล้วหรือ? เรามีเวลาเหลือเฟือแล้วหรือ? ที่จะเติมเต็มสิ่งบกพร่องเหล่านี้ให้สมบูรณ์ สมกับที่เราได้มีโอกาสเกิดมามีมนุษย์สมบัติครบถ้วนบริบูรณ์ เรารู้ไหมว่าวันไหนจะเป็นวันตายของเรา ทุกคนเกิดมาก็ตายในวันนี้ทั้งนั้น ไม่มีใครจะไปตายในวันพรุ่งนี้ ต้องตายวันนี้ด้วยกันทุกคน

    เราแน่ใจแล้วหรือ? ว่าวันนี้เราจะไม่ตาย แล้วใครจะกล้าฟันธงตอบว่า วันนี้เราจะไม่ตายอย่างแน่นอน และต้องตอบตัวเองให้ได้ทุกวันนะ ก็คนที่ตายในวันนี้ทุกคน ก็ไม่มีใครคิดว่าตัวเองจะตาย แม้กระทั่งคนที่กำลังถูกหามเข้าห้องไอซียู ก็ยังคิดว่าตัวเองจะต้องรอดออกมาอยู่นั่นเอง ใครจะไปคิดว่า เข้าห้องไอซียูเพื่อตายเล่า แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ตามเถอะ พอถึงเวลาก็เป็นอันต้องตายทันที ไม่มีโอกาสที่จะต่อรองใดๆทั้งนั้น ยังเป็นห่วงลูกอยู่ ให้ลูกโตก่อนค่อยตายเถอะนะ พระยามัจจุรายก็ส่ายหัวตอบว่า "ไม่ได้" ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ ยังติดธุระนั่นอยู่ รอเสร็จงานเสร็จธุระก่อน ค่อยตายไม่ได้หรือ? พระยามัจจุราชก็ยังคงหนักแน่นเยือกเย็นตอบว่า "ไม่ได้อยู่นั่นเอง"
    4getWatWhenHappy.jpg
    แต่เวลาเป็นคนเป็นๆสบายดีอยู่ จะไปวัดทำบุญตักบาตรบ้าง ก็ติดธุระนั่น ติดธุระนี่ จะรักษาศีล เจริญภาวนาบ้าง ก็ห่วงนั่นห่วงนี่ ยุ่งไปหมด!! ผลัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป สุดท้ายตลอดชีวิตเลยไม่ได้ทำอะไรพอให้เกิดเป็นคุณงามความดีแก่ตัวเองสมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เพราะให้กิเลสคอยต่อรองอยู่ตลอดเวลา ให้ลูกโตก่อนบ้างล่ะ ให้เสร็จงานก่อนบ้างล่ะ เฮ้อ! ดูแล้วมันก็น่าขำละนะ เวลาจะทำความดีให้กับตัวเองเนี่ย มันยากเหลือเกิน ทั้งที่มีแต่ได้กับได้ มันก็ไม่ค่อยอยากจะทำ แต่บทเวลาจะตาย ทั้งที่ไม่อยากตาย ก็จำต้องยอมตายกันหมด โห!! คิดๆดู มันก็ช่างน่าอนาถใจเอาเสียเหลือเกินละเน้อ

    มันตายแต่ร่างกายเท่านั้นล่ะ จิตมันไม่ได้ตายด้วยหรอกนะ ถ้าความดีไม่ถึงที่ อย่าหวังว่าจะได้มาเกิดเป็นคนมีมนุษย์สมบัติครบถ้วน เหมือนอย่างที่ได้มาแล้วในชาตินี้อีกเลย ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองใดๆขวนขวายหาแทบเป็นแทบตาย ก็กินอยู่ใช้สอยได้แค่ชาตินี้เท่านั้น บางทีก็ถูกลักขโมยไปบ้าง ไฟไหม้ไปบ้าง น้ำท่วมไปบ้าง ตายแล้วก็ทิ้งไว้เป็นของคนอื่นทั้งหมด ตัวเองเอาไปไม่ได้สักอย่าง แต่อริยทรัพย์คือความดีทั้งปวง หาได้เท่าไร ทำได้เท่าไร ก็เป็นของเราทั้งหมด ใครมาลักขโมยก็ไม่ได้ ไฟก็ไม่ไหม้ น้ำก็ไม่ท่วม เอาไปใช้ได้ตลอดทุกภพทุกชาติแห่งการเวียนว่ายตายเกิดจนถึงพระนิพพาน

    ผู้มีปัญญาก็จงใคร่ครวญพินิจพิเคราะห์ดูเองเถิด แล้วเลือกทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อตัวเองให้มากที่สุด ไม่ต้องสนใจว่าใครจะว่าอย่างไร หรือเขาจะทำอย่างไร ใครจะคิดอย่างไรเป็นเรื่องของเขา เราไปบังคับเขาไม่ได้ เราเองยังบังคับตัวเองไม่ได้เลย ไฉนจึงจะไปบังคับคนอื่น ฝึกตนเองดีแล้ว จึงฝึกผู้อื่น ชื่อว่า ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า นั่นคือ ศิษย์พระตถาคตแท้
    :- http://www.doisaengdham.org/บทความแนะนำ/วันเกิด-กับ-วันตาย-.html
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 เมษายน 2018
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
    แนะนำให้รู้จักตัวเรา (กรุณาทานข้าวก่อนอ่านกระทู้)
    ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลดีๆ จากสมาชิกท่านหนึ่ง "ยาร้อน" ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อไปนี้



    1(2).png



    นี่ครับ เขาผ่ากลางตัว ตั้งแต่คอลงมาจนถึงหน้าอก จะเห็นกระดูกสันหลังเป็นปล้องโค้งไปทางฝั่งขวา หลอดลมเป็นปล้องเล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าบริเวณคอ เนื้อเยื่อของปอด หัวใจอยู่ตรงกลางภาพ และตับอยู่ด้านล่างซ้ายครับ ในร่างกายเรา ไม่ว่าหญิงชาย เป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด



    2(2).png



    นี่คือหน้าแข้งครับ อยู่ใต้เข่า หมอผ่าให้ดูเป็นชั้น ๆ อย่างสวยงาม จากผิวหนังมาเป็นชั้นไขมันและกล้ามเนื้อ ด้านบนภาพเป็นกระดูกหน้าแข้ง เอ็น และเส้นเลือดดำ เส้นเลือดแดง



    3(2).png



    นี่ครับ มือ.....มือใครที่ว่าสวย ผ่าลอกหนังมาดูแล้ว เป็นอย่างนี้หมด ที่เห็นเป็นเส้นขาวคือเอ็นที่ใช้บังคับนิ้วครับ ทุกคนมีหมด เพราะทุกคนต้องใช้ใครไม่มีก็มือพิการครับ



    4(2).png



    ใครชอบกินคากิบ้าง? คากิคือคือขาหมูที่มีส่วนเท้าของหมู จะมีเอ็นเหนียวๆ น่ากิน นี่หมอเขาผ่ากลางมือแบบเดียวกันกับคากิ ที่เห็นตรงรอยผ่าเป็นกลม ๆ รี ๆ สีเหลือง ตรงขอบสีขาวคือกระดูกมือครับ สีเหลืองคือเยื่อในกระดูก จะเห็นอย่างเดียวกันเวลากินคากิ ร่างกายคนกับสัตว์ บางทีดูแล้วก็ไม่ต่างกันเท่าไรเลยนะครับ



    5.png



    ภาพนี้ ผ่าบริเวณเอวครับ ผ่ากลางตัว จะเห็นชิ้นเนื้อตับอยู่ทางขวาล่าง ถัดมารูปไข่คือไต มีสองข้าง ตรงกลางเป็นเนื้อเยื่อกระเพาะอาหาร และส่วนบนคือสำไส้เล็กและใหญ่



    6.png



    นี่ครับ กระเพาะอาหารที่คุณใช้อยู่ทุกวัน



    7.png



    ด้านบนสุดคือกระบังลม มีหัวใจอยู่ตรงกลาง ถัดจากกระบังลมก็เป็นตับ และลำไส้ใหญ่ตามลำดับ ลำไส้ใหญ่นี้คือบ้านเกิดของอุจาระครับ ถ้าผ่าออกมาก็จะเจอ เหมือนอย่างที่เราเห็นทุกวันตอนเช้า ๆ ก่อนไปทำงาน



    8.png



    นี่คือปอดครับ เอาไว้หายใจ ทำให้ในร่างกายเรามีออกซิเจน มีแรงทำงาน ปอดมีสองข้าง ที่เห็นนี้เป็นปอดที่มีลักษณะสมบูรณ์ครับ แต่ถ้าเป็นปอดของคนกรุงเทพ ส่วนใหญ่จะมีสีเทาอ่อนๆ สลับกับสีเนื้อปอด เพราะกรุงเทพ เป็นพื้นที่ที่มีมลพิษจากควันรถ ฝุ่นมาก แต่ถ้าคนติดบุหรี่ ปอดจะเป็นสีเทาจนถึงสีดำ ถ้าเป็นสีดำแปลว่าปอดเสีย ต้องตัดทิ้งอย่างเดียว



    9.png



    นี่ครับ เท้าที่เราใช้รับน้ำหนักตัวเราทั้งหมด



    10.png



    ตีนผีของแท้.....เท้าคนธรรมดาหรือเท้านางงาม ลอกมาแล้ว เป็นอย่างนี้



    11.png



    ขาเรา ข้างในก็เป็นอย่างนี้



    12.png



    นี่เป็นส่วนบริเวณไหล่และลำคอ ที่เห็นเป็นปล้อง ๆ ตรงกลางนั้นคือหลอดลม ธรรมชาติจะสร้างกระดูกอ่อนป้องกันไว้ พี่เบิร์ดหรือนักร้องคนไหนที่เสียงเพราะมาก ๆ อยากรู้ไหมครับ ว่าต้นเสียงอยู่ตรงไหน เหนือขึ้นไปจากหลอดลม จะเป็นกล่องเสียงนั่นเอง สวยงามน่าหลงไหลไหมครับ ส่วนที่เห็นเป็นเส้นคล้ายมักโรนี คือเส้นเลือดดำแดงที่ออกจากหัวใจไปหล่อเลี้ยงส่วนศรีษะครับ



    13.png



    ใครคางสวยบ้าง อยากรู้ว่าสวยแค่ไหนผ่าดูได้ ที่เห็นขาวอมเหลืองคือกระดูกคางครับ เส้นๆ ที่เห็นคือเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณแก้ม ส่วนรูที่เห็นอยู่มุมบนขวาของภาพคือรูหูครับ

    ภาพเหล่านี้ผมยืมมาจากตำราของหมอ ต้องขอขอบคุณอาจารย์หมอและอนุโมทนากับผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน รวมทั้งนายแบบ นางแบบทั้งหลายด้วยครับ ขอให้ได้บุญกันมากๆ รวมทั้งผู้นำไปศึกษา และเจ้าของเว็ปด้วยครับ
    ผู้ตั้งกระทู้ ทีมงาน :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-27 22:36:39
    :- http://www.doisaengdham.org/index.p...ategory=doisaengdhamorg&thispage=1&No=1422849
     
  6. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    380
    ค่าพลัง:
    +594
    ความจริงในด้านหนึ่งหน้าตาจะอยู่แบบนี้ ใสใสแลดูมีความสุข

    28870204_2114709578816206_7920793449085796352_n.jpg

    ความจริงที่ซ้อนจริงอีกทีหนึ่งหน้าตาจะอยู่แบบนี้

    28958589_2114709628816201_6934472914141970432_n.jpg

    แลดูเสมือน กลัดกลุ้ม บีบคั้น ด้วยทุกข์
    ทุกข์เพราะความหิว ความกระหาย ที่ยังไม่ได้แสดงตัวออกมา
     
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
    อวัยวะของร่างกาย แบบฮาๆ


    dajaeaej.jpg

    ตา >> อวัยวะที่ใช้ในการมอง มักจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี

    หู >> อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา เพื่อสะดวกในการพกพา

    ปาก >> อวัยวะที่ใช้ในการพูด มักจะอยู่ไม่ตรงกับใจ

    จมูก >> อวัยวะที่ใช้ในการหายใจ ถ้ายื่นเข้าไปในเรื่องของคนอื่นเขาเรียกว่า ..แส่

    บ่า-ไหล่ >> อวัยวะที่อยู่เคียงคู่กันมานาน ดังที่เรียกว่า “เคียงบ่าเคียงไหล่” มีให้คนขี้เหงาได้ซบ ถ้าเป็นจับกังก็ใช้แบกหาม ข้าวสาร ปูน…

    หัวใจ >> อวัยวะที่ใช้สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย คนที่เจ้าชู้ส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวจริงไว้ แล้วถ่ายเอกสารไว้ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ

    ปอด >> อวัยวะที่ใช้ฟอกโลหิต แต่ถ้าปอดแหกจะเก็บความกล้าหาญไว้ไม่ได้

    นม >> อวัยวะที่สุภาพสตรีอยากให้ยื่นไปข้างหน้ามากกว่าพุง

    ศอก >> ข้อต่อระหว่างแขนท่อนบนกับแขนท่อนล่าง ใช้เป็นอาวุธประจำกาย หรือใช้สำหรับรองน้ำดื่มสำหรับหญิงที่มาทีหลัง

    ตัว >> เป็นชิ้นส่วนที่ใหญ่ของร่างกายมีไว้ให้ส่วนอื่นได้พักพิง มักจะลืมกันมากในเวลาได้ดิบได้ดี

    สะดือ >> เป็นอวัยวะที่ใช้เชื่อมต่อกับแม่ตอนอยู่ในครรภ์ เมื่อใดใช้วัดความสุภาพ…ถ้าอยู่ต่ำกว่าสะดือ ถือว่าทะลึ่ง

    ขาอ่อน >> เป็นส่วนที่เชื่อมต่อมาจากสะโพก มักนิยมใช้ประกวด เพราะมองเห็นง่ายกว่าสมอง

    หัว เข่า >> เป็นข้อต่อระหว่างขากับแข้ง เป็นอาวุธประจำกาย ผู้หญิงใช้โจมตีจุดอ่อนของผู้ชาย และบางคนใช้เช็ดน้ำตาเวลาเศร้า โดยเฉพาะคนที่แอบรักผัวชาวบ้านเขา

    ขนหน้าแข้ง >> เส้นขนอยู่ตามหน้าแข้ง ใช้วัดระดับฐานะทางการเงิน ยิ่งรวยมาก ขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย

    เท้า >> เป็นอวัยวะที่ใช้ในการยืน เดิน หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า..ถีบ ถ้าใช้ลูบหน้า เรียก บาทาลูบพักตร์
     
  8. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    380
    ค่าพลัง:
    +594
    อวัยวะทุกชิ้นส่วนเป็น รูป
    สัมปชัญญะ เป็นการ รู้สึกจากเวทนาต่างๆที่เป็น นาม
    สติ เป็นการรู้อยู่กับ นามและรูป หากมีสัมปชัญญะก็มีร่างกาย

    หากมีผ้าสีขาวผืนหนึ่ง ผ้านั้นก็เป็นรูป เมื่อมีสีต่างๆมาเจือปนที่ผ้าผืนนั้นการรับทราบถึงสีต่างๆ
    ตามความเป็นจริงก็เป็น สัมปชัญญะ หากสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ก็จะรับทราบตามความเป็นจริง
    ได้เป็นเพียงบางพื้นที่ในผ้าผืนนั้น หากสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ก็จะรับทราบตามความเป็นจริง
    ของผ้าทั้งผืนนั้น สีสันต่างๆของผ้าผืนนั้นบอกได้ถึงนิสัยใจคอที่มีความเกี่ยวเนื่องมา

    สาวกภูมิ เรียนรู้แค่ซักฟอกสีสันแต่เพียงบางส่วน
    พุทธภูมิ เรียนรู้เพื่อที่จะได้ซักฟอกได้ทุกส่วน

    การซักฟอกนั้นก็ต้องอาศัย วิปัสสนา

    สมถะ จะอยู่กับผ้าสีอะไรก็ได้ อยู่ง่ายๆ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม อวดมั่งอวดมีอะไรๆ
    จะผมยาวหรือผมสั้น จะหนวดยาวหรือหนวดสั้น ก็ได้หมด ยิ่งเรียบง่ายยิ่งมีความเสถียร

    สมถะ+วิปัสสนา ไม่รู้เป็นยังไงเหมือนกัน เพราะสมถะยังอ่อนอยู่ พรหมจรรย์ก็อ่อน
    เปรียบเสมือน คนซักผ้าด้วยระบบมือแบบเบาๆ พลังแห่งการขยี้ผ้ายังไม่หนักแน่นพอ
    ทำให้ทำความสะอาดได้แต่เพียงเผินๆ แต่ยังเข้าไปซักฟอกได้ไม่ถึงเนื้อในผ้า

    โดยรวมที่พิมพ์ คือ สมถะและวิปัสสนา มีความสำคัญทั้ง 2 ส่วน

     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    13,158
    กระทู้เรื่องเด่น:
    162
    ค่าพลัง:
    +26,230
    เขตปลอดความสวย

    Pic01A.jpg



    จะเป็นคนจนหรือคนรวย คนสวยหรืออัปลักษณ์ ตายแล้วมันก็เหม็นพอๆกัน เน่าเฟะเหมือนๆกัน เรียกว่า "ศพ" ไม่เคยมีใครมานั่งเถียงกันว่า ศพนั้น สวยกว่าศพโน้น และไม่เคยมีใครมาด่าทอตบตีกัน เพราะเหตุแห่งการแย่งชิงศพสวย หรือศพไม่สวย ชื่อว่า "ความตาย" แล้ว ไม่เคยให้เกียรติมนุษย์หน้าไหน จะเป็นเศรษฐี หรือยาจก ก็มีสิทธิ์ตายเท่ากัน ตายแล้วก็ใส่โลงขนาดเดียวกัน ใครมันจะใหญ่แค่ไหน สุดท้ายก็เล็กกว่าโลง

    เวลาเป็นอยู่กิเลสมันกล่อมว่า รักกันชั่วฟ้าดินสลาย พอตายจากกัน ความรักก็พลันสลายไปในชั่วพริบตา อ้ายกิเลสบักห่า!! มันหลอกคนให้เป็นบ้าได้ทั้งกลางวันกลางคืน หลายคนบ่นว่า อยากปฏิบัติธรรม ใช่!! ก็อยากปฏิบัติธรรมจริงๆ แต่ถ้าจะให้ฆ่ากิเลสด้วย ขอรอไว้ก่อน เพราะใจยังไม่แข็งพอ พระพุทธเจ้ายังจะมากัปป์ข้างหน้าโน้น อีก 9 พระองค์ ด่วนเข้านิพพานกันไปเสียหมด แล้วใครจะไปเกิดเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าอีกเล่า ว่าเข้าไปนั่น มีทวงบุญคุณอีกต่างหาก

    ก็การปฏิบัติธรรมนั้นคือการฆ่ากิเลส ถ้าไม่ฆ่ากิเลสก็ไม่เรียกว่าปฏิบัติธรรม จะฆ่ามากฆ่าน้อย ก็ต้องฆ่ามันไปเรื่อยๆ จะยอมให้กิเลสมันฆ่าเราฝ่ายเดียว นักปฏิบัติธรรมไม่มีใครจะยอมได้ แต่คนเรานั้น ทั้งอยากปฏิบัติธรรมด้วย ทั้งอยากเลี้ยงกิเลสไปด้วย ก็เลยกลายเป็นบ้าสองชั้นสามชั้นเข้าไปอีก ปฏิบัติธรรมอยู่ก็บ้า ไม่ปฏิบัติธรรมก็ยิ่งบ้า...
     
  11. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    380
    ค่าพลัง:
    +594
    ความเพียรพยายามนำไปสู่ความสะอาด
    ความเกียจคร้านนำไปสู่ความสกปรก

    ตัณหาย่อมครอบงำผู้ไม่ปรารภความเพียร
     

แชร์หน้านี้

Loading...