แบ่งปันให้บูชาวัตถุมงคลของพ่ออาจราย์พลครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย mm1150, 25 กันยายน 2020.

  1. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    เนื่องจากผมสะสมวัตถุมงคลของอาจราย์มาเป็นเวลานาน จึงอยากนำออกมาแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจและคิดจะมีวัตถุมงคลของอาจราย์พลไว้ในความครอบครอง หากสนใจรายการไหนโปรดจองทางข้อความนะครับ ขอบคุณครับ :):):):):) โดยจะให้บูชาเท่าที่บูชาหรือต่ำกว่าครับ
     
  2. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    มงคลว่านดอกทองยอดอิสีอรชุนเข้านางสามตัณหา(ยาภารตะสั่งเสน่ห์) ให้บูชา 3100 รวมส่งครับ
    ศิลปะศาสตร์ตลอดจนวิชาทั้งหลายนั้น ย้อนกลับไปคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเหนือกว่าไสยศาสตร์ของขอมที่เรารู้จักและนิยมใช้กันมาตลอดเนื่องจากความเกี่ยวเนื่องทางอารยะธรรมนั้น ก็ยังมีวิชาสายภารตะ หรือไศวะศาสตร์สายฮินดูอยู่ ซึ่งเป็นต้นตำรับอย่างแท้จริงที่พวกขอมโบราณรับเอามาอีก แต่วิชาเหล่านี้นอกจากมีความรุนแรง ชัดเจน รวดเร็วเห็นผลอย่างมากแล้ว แน่นอนว่าหาคนรู้และเรียนได้ยากเช่นกัน ต่างจากวิชาทั่วไปโดยปกติอย่างสิ้นเชิง

    พ่ออาจารย์ท่านได้ปรุงยาภารตะสั่งเสน่ห์ขึ้นมานานนักหนาแล้ว เรียกว่าเป็นวิชาที่ยากและซับซ้อนมากที่สุด เพราะท่านทำแบบเต็มสูตร ท่านว่ายาภารตะสั่งเสน่ห์นี้ไม่ใช่แค่นึกจะทำก็หามวลสารมาผสมนั่งเสกๆเอาหรือใครจะทำก็ทำได้ มันมีวิธีการและขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่านั้น ท่านว่าทุกสิ่งต้องดูมิติของดวงดาว ต้องทำในฤกษ์ในยามที่ดวงดาวมีกำลังส่งผลอย่างเด่นชัด เป็นเรื่องละเอียดอย่างมาก เช่นต้องหามวลสารเมื่อราหูอมจันทร์เท่านั้นทำให้ตอนนั้นถ้าท่านไม่มีความตั้งมั่นจริงๆย่อมไม่สามารถกระทำได้เลย ดีที่ว่ามีราหูอมจันทร์เกิดขึ้นเนืองๆ แล้วยังต้องหุงมวลสารในกำลังพระราหูเพื่อจะเน้นอำนาจจากดาวราหูส่งผลให้มีอานุภาพทางกามราคะ กามตัณหาความลุ่มหลงมัวเมาต่างๆ และนำมาเสกในฤกษ์ที่มีอิทธิพลของดาวศุกร์ เพื่อจะให้แสดงผลในเรื่องการเงินความมั่งคั่งร่ำรวย ความรักชายหญิง เครื่องเพศ กามราคะ ท่านว่าในส่วนของวิชาทุกอย่างเคร่งครัดอย่างมาก หากอธิษฐานจิตเฉยๆเสกอย่างไรก็เสกไม่ขึ้น ไม่มีทางสำเร็จยาภารตะสั่งเสน่ห์นี้ได้ ยานี้ท่านว่ามีความแตกต่างในตัวเองสูงมาก เป็นมนต์สูงสายขาวใช้ได้ไม่เป็นอันตรายกับตัวเองแน่นอน ท่านว่าเราทำให้ไม่เพียงแต่ทำตรงตำรา แต่ยังทำให้เกินตำราอีกด้วยท่านว่าในอดีตนั้นยาสั่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวนัก พ่ออาจารย์ท่านว่านี่ยังแค่ไสยศาสตร์แบบไทยๆเรานะ แล้วลองย้อนขึ้นไปของเขมรดูสิ จากนั้นก็ย้อนขึ้นไปถึงวิชาแขกฮินดูแดนภารตะอีกคำรบหนึ่ง ท่านว่าแน่นอนวิชาเขมรย่อมแรงอย่างยิ่งแต่หากเทียบกันแล้วก็ยังสู้ของแขกไม่ได้ แรงครูเค้าก็แรงกว่า ท่านว่ายาภารตะสั่งเสน่ห์นี้แรงกว่ายาสั่งที่ปรุงธรรมดาร้อยเท่าพันเท่า เพราะมวลสารนั้นมีตั้งแต่ของสูงชนิดตาเห็นก็ไม่มีปัญญาเอาได้ ของที่ประดิษฐานอยู่กลางฟ้าบ้าง แม้ตัวขี้ผึ้งที่ผสมลงไปนี้ท่านก็ไม่ได้ใช้ขี้ผึ้งธรรมดามาทำ ท่านนำขี้ผึ้งน้ำตานางมัทรีมาทำ ซึ่งมันมีอาถรรพ์สูงมากในตัวเองอยู่แล้วจึงกล่าวได้ว่าเป็นเสน่ห์เหนือมหาเสน่ห์เลยกว่าได้ ท่านว่าขี้ผึ้งน้ำตานางมัทรีนี้แค่นี้ก็ปวดหัวแล้วเพราะไม่ใช่ของที่จะเดินเข้าไปขอวัดไหนก็ได้ แต่เราต้องทำไปถวายเองต้องเสาะหาสิ่งอาถรรพ์มาปั้นเทียนทำสารพัดกว่าจะได้สิ่งที่เรียกว่าน้ำตานางมัทรี ท่านว่าทุกอย่างที่นำมาทำนั้นท่านพยายามจะให้มีอิทธิคุณแฝดอย่างแรงสูงสุดในสายขาวสายเทพเจ้าไม่มีให้ไปยุ่งกับซากศพ กับของต่ำหรือต้องเสกในป่าช้าแต่อย่างใด เพราะว่าจะนำเรื่องไม่ดีที่เรียกว่าซวยมาถึงคนใช้ ทุกอย่างเป็นปริศนาต้องตีต้องคิดขบด้วยปัญหาให้แตกฉานกว่าจะเข้าใจและเตรียมตัวออกไปตามหาได้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ท่านว่าไม่เพียงเท่านี้ แต่ท่านยังนั่งลบผงวิชาเสน่ห์ที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดทางโซนของเราถึงสิบชนิด เสาะหาว่านยาเฉพาะทางเพื่อนำมาบดทำผงปั้นแท่งดินสอ ก่อนจะลบยันต์กระดานชนวนนวดกับยาภารตะไปด้วย ทั้งวิชาอีหง่างโบราณ พระศรีสะแลงแงง อีเป๋อ ม้าเสพย์นาง หมูเสพย์เสือ ช้างผสมโขลง พญาเขาคำ อิ้นแก้ว วัวกินนมเสือ หนูกินนมแมว ซึ่งแต่ละวิชานั้นพูดได้คำเดียวว่าอย่างแรงแม้ได้ซักตัวหนึ่งก็เป็นยอดคนมีคุณวิเศษในตัวเองอยู่แล้ว แต่นี่รวมกันถึงสิบชนิดท่านว่าถ้าคนจะเอาดีทางโลกไม่สามารถมองข้ามได้เลยทีเดียว ท่านว่าเน้นเอาคุณวิชาทำให้อย่างเต็มที่ พ่ออาจารย์ท่านว่ายานี้เป็นของวิเศษนัก ท่านได้นำมาบรรจุใส่ขวดเล็กๆไว้ ท่านว่ามันมีอำนาจเกินยาสั่งที่คนไทยเข้าใจไปมากโข ด้วยแรงครูแห่งมหาเทพทั้งหลายลงประสิทธิ์แฝงพลังอย่างแรง ท่านว่าถึงขนาดดาวบนฟ้าแม้ปรารถนาก็ต้องได้ ของสูง ของที่ไม่มีปัญญาเอา หมายปองดอกฟ้า คนที่ชาติตระกูลสูงกว่าเราทั้งหลาย เมื่ออยากรักก็ต้องได้รักสมใจเช่นนั้น นอกจากนี้ยังเป็นยาสั่งรวย ยาเปลี่ยนชีวิตด้วย ท่านว่าสั่งฟ้าสั่งรวยได้ตามใจ ถึงขนาดว่าสั่งอะไรได้อย่างนั้น คนไม่มีวาสนาจะไม่พาลพบยาสวรรค์โอสถของพระเจ้าเช่นนี้แน่นอนทีเดียว ท่านว่าวิสัยของเราให้พูดหรืออธิบายคงจะไม่งามให้เอาไปใช้เองเถิด


    พ่ออาจารย์ท่านได้นำมาบรรจุไว้ในขวดเล็กๆเพราะยามีน้อย ท่านว่าเชื่อมั๊ย ยานี่แม้นำไปทำพระ ปั้นให้ได้ก้อนกลมๆเป็นมวลสารเท่าปลายเข็มหมุดผสมลงไปในพระหมื่นองค์ พระทั้งหมื่นนั้นก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเสน่ห์อย่างถึงที่สุด ท่านว่ายานี้เมื่อทำเสร็จ เคยนำไปขอเมตตาพระอาจารย์ฝั้นท่านพิจารณา ท่านเห็นแล้วสีหน้าท่านเปลี่ยนไปเลย ท่านว่าตอนนั้นเราสนใจแต่ทางโลก ทำยาที่จะเปลี่ยนชะตามนุษย์ขึ้นมาจึงได้แต่ส่ายหัวเพราะไม่ใช่วิสัยของท่าน พ่ออาจารย์ว่าเอาตรงๆคือไม่มีใครเขาทำกัน ท่านว่ายานี้ให้คุณมากแล้วก็เป็นอันตรายมาก อันตรายคือท่านกลัวจะมีคนอุตริไปปั้นให้คนกิน ท่านจึงนำมาบรรจุใส่ขวดไว้ฝังในพระอีกชั้นหนึ่ง ท่านว่าเพียงพกอาราธนาเท่านั้นพอ ขอให้ทำเพียงแค่นั้นอย่าใช้ทางอื่นนอกจากพก เพียงเท่านี้ก็แรงเหลือใจแล้ว หมื่นยาเสน่ห์ร้อยยาสั่งก็สู้ยาภาระตะสั่งเสน่ห์นี้ไม่ได้

    หลังจากนั้นพ่ออาจารย์จึงได้แกะแม่พิมพ์ขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยใช้แม่พิมพ์พระผงพรายกุมารพิมพ์เล็กของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่มาเป็นแบบอย่าง แต่ท่านขยายให้ใหญ่ขึ้นพอจะฝังของอาถรรพ์ได้ และปรับเปลี่ยนสิ่งที่สมควรจะเปลี่ยน ท่านว่านี่ไม่ใช่พระ ไม่มีข้อจำกัดของพระ เพราะท่านตั้งใจจะทำให้คนใช้แรงแบบสุดๆไปเลย ท่านจึงปรับจากพิมพ์พระพุทธเจ้า เป็นยอดฤาษีอรชุนบรมครูเสน่ห์อันแรงฤทธิ์แทน ท่านว่าเป็นยอดฤาษีอรชุนองค์นี้แหละที่เป็นแรงครูหนุนอยู่เบื้องหลังของสรรพศาสตร์วิชาการมนต์เสน่ห์ทั้งปวง คนจะใช้ของเสน่ห์ขึ้นหรือไม่ก็อยู่ที่ท่าน พ่ออาจารย์รู้ถึงคุณวิเศษและความแรงอย่างลูกโดดของยอดฤาษีองค์นี้ดีจึงตั้งใจทำเอาไว้ โดยกำหนดให้มีนางสามตัณหาล้อมรอบซ้ายขวาและนอนอยู่เบื้องล่าง

    พ่ออาจารย์ท่านให้เหตุผลว่า ขึ้นชื่อมนุษย์ยังทำงานหล่อเลี้ยงชีวิต ยังมีความคิด มีจิตวิญญาณ มีความทะเยอทะยาน ต้องการจะเอาดีทางโลก อย่างไรเสียก็ไม่หลุดพ้นจากตัณหาทั้งสาม นั่นคือนางทั้งสาม และทั้งนี้นางทั้งสามยังได้ชื่อว่ามีอำนาจเหนือมนุษย์และเทพพรหมโดยตรงอีกด้วย เมื่อได้รับการสนับสนุนจากสามนางนี้แล้วพ่ออาจารย์ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ นางทั้งสามมีชื่อเรียกต่างกันดังนี้ อันได้แก่

    - ตัณหา ซึ่งตัณหาตัวนี้ไม่ได้พูดให้ทะลึ่งหรือมองไปเรื่องกามเท่านั้นแต่พูดโดยรวมคือ ความอยากทั้งหมด คือเราต้องการจะได้ อยากจะมี อยากจะเป็นอย่างไร นี่คืออานุภาพของนางตัณหา หมายถึงให้ได้ ให้สำเร็จกันในสิ่งที่คิดสิ่งที่ทำ

    - ราคะ นางตัณหาองค์ที่สองนี้ก็เช่นกันหากเล่นด้านเสน่ห์เมตตาก็ยังต้องมีราคะ มีความกำหนัด ยินดีในบ่วงกาม พ่ออาจารย์ว่ามันก็เป็นวิสัยปกติของมนุษย์ไม่ใช่พระอริยะเจ้าก็ยังต้องมี อานุภาพของนางตัณหาองค์นี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในความรัก สุขสมเรื่องคู่ครอง มีชีวิตคู่ที่ดี มีความรักที่บริสุทธิ์

    - อรดี นางตัณหาองค์ที่สาม พ่ออาจารย์บอกว่าลึกซึ้งมาก ใครที่มีความฝัน เดินทางตามหาฝัน เดินไปบนความต้องการและมุุ่งมั่นของตนเอง นี่ต้องใช้อานุภาพของนางอรดีเข้าช่วยเพราะจะได้สมใจปรารถนา ถ้าไปหวังเรื่องเสน่ห์ก็จะออกแนวมีแต่หญิงสาวมากมายมาติดพันเต็มไปหมด แต่ถ้าจะเอาดีทางหน้าที่การงาน สร้างฐานะทำความฝันให้เป็นจริงท่านว่าก็สำเร็จอีกเรื่องหนึ่ง มันอยู่ที่จิตตั้งต้นของผู้บูชาเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านทำครูฤาษีเสน่ห์หรืออิสีอรชุนผู้ทรงพระเวทย์เข้านางตัณหาทั้งสามนั้น เพราะท่านว่าคนใช้ขุนแผนล้วนติดที่รูปลักษณ์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเอาดีทางโลกได้อย่างไร พลังงานมันไปไม่สุด ช่วยเหลือกันไม่ได้เต็มที่ แต่ฤาษีนั้นท่านยังยุ่งเกี่ยวกับกิจทางโลกได้ทุกกิจยิ่งเป็นบรมครูที่ดูแลควบคุมศาสตร์ทางด้านนี้โดยเฉพาะแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง พ่ออาจารย์ท่านว่าการเข้านางของฤาษีอรชุนนั้นท่านสื่อความหมายให้ถึงใจของคนใช้โดยเฉพาะ นั่นคือ การเข้าไปหาให้สำเร็จในทุกกิจทางโลก เติมเต็มทุกสิ่งที่ขาดที่พร่องไป ยิ่งเอายิ่งได้ ยิ่งขาดยิ่งเต็ม ก็แล้วทุกวันนี้มีใครยินดีหรือพอใจในตัวเองบ้าง ก็ทุกคนนั้นแหละล้วนมีสิ่งที่ขาด มีไฟชีวิต มีความฝันปรารถนาที่จะทำทั้งนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำมวลสารเฉพาะทางเรียกว่าไม่สามารถเปิดเผยได้เลยแม้แต่น้อย เป็นมวลสารลับที่ลับที่สุดจริงๆ ประมาณว่ายอดของความลับสูตรของบรมครูเลยทีเดียว แต่เอาว่าแรงแน่ไม่มีของต่ำหรือของอาถรรพ์แต่อย่างใด พอจะบอกได้คร่าวๆแค่เพียง มีพืชพรรณอาถรรพ์ ว่านเก่งมีฤทธิ์มีตัวมีเพชรพญาธรรักษา ตลอดจนผงยาต่าง ท่านเรียกว่ายาสิบหกภาษา หมายถึงยาวิเศษสิบหกชาติพันธุ์เป็นการเรียกให้ครอบคลุมชาติพันธุ์สิ่งมีชีวิตทั้งหมด ท่านว่าผงยาเหล่านี้แรงสะเทือนอารมณ์กันเลยทีเดียว ตลอดจนผงวิเศษต่างๆมาผสมกันโดยเน้นใช้เนื้อว่านดอกทองเป็นหลัก

    ลำพังว่านดอกทองนี้ก็แรงพอดูแล้วท่านว่า ตั้งแต่สมัยโบราณเชื่อกันว่า ถ้าใครได้สัมผัส ได้กลิ่นหอมของว่านชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย จะทำให้ผู้ใช้มีเสน่ห์ น่ารัก น่าคบหามากขึ้นคืออันนี้พูดแบบอ่อนที่สุดแล้วนะเอาว่าเขาอยากจะเข้าหาเราแล้วกัน ความจริงมันรุนแรงกว่านั้นเยอะถึงขั้นเลยเถิดไปไกลทีเดียว เอาแค่อย่างอ่อนๆเพราะท่านว่าไม่สามารถพูดได้เต็มที่ เอาว่าใครเห็นจะรักจะชอบ หากใช้กับคนรัก ไปไหนแล้วจะต้องกลับมาเชยชม กินอยู่หลับนอนอยู่ด้วย ดังนั้นครูบาอาจารย์แต่โบราณจึงนิยมนำมาทำมวลสารพระในตระกูลขุนแผนอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ขุนแผนหลวงปู่ทิมก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และว่านนี้ก็ยังมีหลายตัวหลายตระกูล มีความแรงแตกต่างกันไป พ่ออาจารย์นำว่านดอกทองที่ท่านปลูกและกู้เองทุกตระกูล ซึ่งเป็นว่านที่เปี่ยมด้วยฤทธิ์ของเพชรพญาธรซึ่งมีอานุภาพมากกว่าว่านดอกทองปกติมาพลีหั่นบดลงเป็นผงเพื่อสร้างพระครั้งนี้

    นอกจากนี้ องค์อีสีอรชุนสามตัณหา นอกจากจะฝังยาภารตะสั่งเสน่ห์แล้วยังฝังสิ่งมงคลสักการะอีกสองชนิดคือ

    - กาลปักษา พญานกแห่งกาลเวลา ผู้อยู่เหนือกาล อยู่เหนือธรรมชาติ สัญลักษณ์แห่งผู้บำเพ็ญพรตอันหมายใจจะช่วยเหลือมนุษย์ให้ได้พบสุขสมหวังในกิจที่ตนต้องการ พ่ออาจารย์ท่านว่ากาลปักษาเป็นบรมครูที่สำคัญนักและยุคนี้ท่านยังมีหน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์โดยตรง มีหลายสำนักที่บูชาท่านไปเข้าใจว่าเป็นครูกายแก้วบ้าง เป็นนกออกบ้าง เป็นอะไรก็ตามที่ดูหน้าเกลียดน่ากลัวอยู่ไม่น้อยทีเดียวตามจินตนาการของเค้าผิดกับรูปกายที่แท้จริงของท่าน ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่ากาลปักษานั้นคือผู้ที่อยู่เหนือกฏของกาลเวลา เป็นพลังอำนาจที่วิเศษโดยแท้จริง เพราะสามารถยุ่งเกี่ยวและแก้ไขสิ่งที่อยู่ในอำนาจของตนเองได้ นั่นคือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่ว่าจะของใครก็ตามที ใครที่บูชากาลปักษานั้น พ่ออาจารย์ว่าแม้จะมีอนาคตที่มืดมัว ย่ำแย่อับเฉาไร้สิ้นหนทางเพียงใดก็ตาม เค้าย่อมแก้ไขเปลี่ยนแลงให้เรายิ่งกว่าพลิกลับพื้นพระธรณี กาลปักษานี้นอกจากจะเข้าไปยุ่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ทั้งสามกาลแล้ว ยังมีเสียงที่วิเศษอีกด้วย นั่นคือจะร้องออกมาอย่างใดก็จะเป็นอย่างนั้น จะพลิกคว่ำพื้นปฐพีทำลายนภากาศก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยเพียงแค่ร้องออกมา พ่ออาจารย์ท่านใช้รากรักแดงในแผ่นดินปราสาทขอมอาถรรพ์มาแกะเป็นกาลปักษาขึ้นในรูปกึ่งคนกึ่งนกมีปีกยาวสยายคล้ายดั่งองค์พญาครุฑที่สำคัญท่านทำให้อยู่ในลักษณาการที่กาลปักษากำลังแหงนคอกู่ร้องอยู่ตลอดเวลาด้วย ท่านว่าเสียงของเขามีฤทธิ์ขนาดทำให้จักรวาลสั่นสะเทือนได้นับประสาอะไรกับแค่ร้องให้รวย ให้สำเร็จ อยากสำเร็จสิ่งใดก็อธิษฐานได้เลยเพราะนี่คือกาลปักษากู่ร้องรับสิ่งที่เราคาดหวังตลอดเวลา หรือก่อนทำอะไรก็ตามเมื่อมีนิมิตได้ยินเสียงนกร้องแล้วจงรีบไปทำเถิด วันนั้นย่อมเป็นวันดีทั้งวันอย่างแท้จริง ที่ท่านแกะกาลปักษาให้อยู่ในรูปแบบครุฑนี้นอกจากเขามีลักษณะคล้ายกันแล้วอีกสาเหตุหนึ่งคือเพื่อแฝงอำนาจบารมีองค์ครุฑเข้าไปอีกคำรบหนึ่งด้วย ให้คนใช้เจริญที่สุด ดีที่สุด อยู่สูงที่สุดไม่ร่วงไม่หล่นลงมาด้วยพลังแฝงขององค์ครุฑนี้

    - ตะกรุดมหาเถรตบะแตก พ่ออาจารย์ท่านลงวิชาอันได้ชื่อว่าเป็นยอดแห่งเสน่ห์ที่แรงที่สุดถึงสี่ชนิดลงไป นั่นคือนางอกแตกแหกอกนาง ยันต์ปาราชิก พระฤาษีตบะแตก พระเจ้าเรียกนางภิกขุนี ท่านว่าสี่ตัวนี้แต่ละตัวล้วนเป็นยอดเสน่ห์ในขั้นที่ว่ารุนแรงทั้งนั้นไม่ต้องกล่าวถึงเลยเมื่อนำมารวมกันทั้งสี่ชนิด พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้อย่าให้พระจับเลย แม้พระก็ทำวิชาเหล่านี้ไม่ได้มันผิดครู ยันต์บางตัวชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแค่พระทำหรือพระจับก็จะวิบัติในสมณะเพศถึงขั้นปาราชิก เนื่องจากวัวเขาอ่อน หรือสตรีเพศจะเข้าหาถึงที่ทำให้ต้องสึกหาออกไป เป็นที่สุดของตะกรุดในสายวิชาทางเสน่ห์อย่างแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านทำให้ดีแล้ว อยู่ที่ตัวคนใช้ ของทุกสิ่งลงให้ครบหมดแล้ว จะไปเอาดีทางโลก จะใช้อย่างไรก็พิจารณากันเอง

    คาถาบูชา(ให้ระลึกถึงความปรารถนาที่ต้องการให้สำเร็จบอกกล่าวพ่อปู่อรชุนและกาลปักษา ไม่ใช่รูปพระไม่ต้องขึ้นนะโม)
    โอมกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตัณหาตันหิ ตันหิตัณหา นะโสหังตัง สะสิสุสะอาวะสะหะ สะสิมังสิอะวิสิเม 3 จบ

    เครื่องมงคลนี้พ่ออาจารย์ว่าเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสิ่งที่พระเครื่องหรือพุทธวิสัยจะทำได้ เป็นของที่มีแรงครูสูง เนื่องจากเป็นของเฉพาะกาลที่ท่านตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อไว้ใช้ผนึกยาภารตะสั่งเสน่ห์อันสำคัญของท่านอย่างแท้จริง พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้เพียง 8 องค์เท่านั้น ท่านว่าคนที่มีวาสนา มีลิขิตให้สัมพันธ์กับกาลปักษานั้นย่อมมี ที่ผ่านมาชื่อของท่านหรือกาลปักษานั้นไม่เป็นที่ปรากฏนักเนื่องจากเพราะหาคนรู้จักท่านไม่ได้และเข้าไม่ถึง ครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นยิ่งกว่าเปิดบันทึกตำนาน เพราะเรื่องราวของท่านจะเป็นที่โจษขานกันมากขึ้นในวงกว้างต่อไปอย่างแน่นอน
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 กันยายน 2020
  3. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    1600092589288.jpg 1600092586339.jpg เหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารท(บรรจุผงเสน่ห์หน้าทัพ) ให้บูชา 3100
    ครับ


    สืบเนื่องจากหลายๆท่านสอบถามขอให้นำเครื่องมงคลยุคเก่า ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้และเสกยาวนานมานับเนื่องหลายปีนำมาออกให้ได้ร่วมทำบุญกันบ้าง ซึ่งก็ได้ขออนุญาติท่านนำเหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารทออกมาให้ร่วมทำบุญกัน โดยพรหมฤาษีนารทนั้นเป็นหนึ่งในบรมครูสำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านให้ความเคารพอย่างสูง และมักจะเชื่อมต่อกระแสญาณ ตลอดจนเชิญครูลงแฝงอยู่เสมอๆ

    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าพรหมฤาษีนารทนั้น บางครั้งก็เรียกว่าพระนารทมุนีบ้าง ฤาษีนารอดบ้าง พระประคนธรรพบ้าง พระภรตมุนีบ้าง พระนารทดุริยางค์บ้างก็สุดแล้วแต่คนจะเรียก โดยพ่ออาจารย์ท่านได้เฉลยว่าแท้จริงแล้วทั้งพุทธและไสยนั้นได้สืบทอดความเชื่อของฤทธิ์อำนาจและแรงครูแห่งบรมครูฤาษีสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และในความเป็นจริงนั้น พรหมฤาษีนารทคือประธานของเหล่าฤาษีทั้งหมื่นโลกธาตุในแสนโกฏิจักรวาล เป็นศูนย์รวมอำนาจแห่งฤทธิ์แรงครูทั้งหมดทั้งมวล บางครั้งที่เราครอบหัวครูหรือที่เรียกว่าพ่อแก่นั้น พ่อแก่หรือพระภรตมุนีก็คือปางหนึ่งของพรหมฤาษีนารทนั่นเอง

    ย้อนเวลากลับไปเมื่อแรกเริ่มนั้น พ่ออาจารย์ท่านฉงนสนเท่ห์เป็นอย่างมากด้วยว่าท่านเคลือบแคลงสงสัยว่าจะมีบรมครูลงมาสถิตย์ร่างกายเพื่อร่วมสร้างบารมีกับท่าน แต่ท่านก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นพระองค์ใด จนท่านสามารถสื่อกับครูได้และองค์พรหมฤาษีนารทนั้น ได้เมตตามีเทวราชบรรหารประทานกรับหิน คือเครื่องใช้ตีให้เกิดจังหวะ อันเป็นสื่อตัวแทนดุจสัญลักษณ์ของพระองค์ท่านให้พ่ออาจารย์ไปอัญเชิญมารักษาไว้ โดยกรับนี้ได้ปรากฏขึ้นตรงตามนิมิตรใต้ต้นไม้หนึ่ง หลังจากพ่ออาจารย์ท่านอัญเชิญมา ก็ได้นำมาถวายเป็นเครื่องบริโภคไว้สำหรับเทวรูปพระนารทมุนี และต่อจากนั้นก็ได้เกิดอภินิหาริย์เป็นอันมาก โดยเฉพาะแรงครูอันน่ามหัศจรรย์หลากหลายประการที่คอยเกื้อหนุนช่วยเหลือศิษย์ แต่พ่ออาจารย์ท่านเองก็ยังไม่ได้ยกย่องบอกกล่าวให้ชื่อท่านเป็นที่ประจักษ์ ด้วยเหตุผลสั้นๆว่ายังไม่ถึงเวลา ในระหว่างนั้นท่านก็มีดำรินึกคิดว่า แต่โบราณกาลจำเนียรกาลผ่านมาหลายร้อยปี คนมักจะประดิษฐ์หัวครูเป็นศรีษะพ่อแก่เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระมุนีนารท ท่านจึงเรียนปรึกษาพรหมฤาษีนารท ด้วยหวังจะกระทำพระรูปที่แท้จริงให้ปรากฏสืบทอดต่อไปเสียคราวหนึ่ง เพื่อจะได้เข้าถึงขุมพลังแห่งครูอย่างแท้จริง โดยท่านได้รับการอนุญาติและอำนวยความสะดวกอย่างดี


    พระมุนีนารทหรือพรหมนารอดนี้มีความสำคัญอย่างไร พ่ออาจารย์ว่าท่านมีกำเนิดที่สูงส่งคือเป็นจิตที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากครรภ์ จากไข่ จากการถือกำเนิดแบบวัฏสงสาร ท่านจึงอยู่เหนือกฏแห่งกรรมมีฐานะพิเศษที่วัฏจักรหรือสังสารวัฏไม่สามารถทำอะไรท่านได้ ด้วยท่านถือกำเนิดมาแต่พระประสงค์ของพระพรหม(พระเป็นเจ้า) มีฐานะเป็นมานสาบุตรแห่งพระพรหมมา ด้วยเหตุนี้องค์พระะนารทจึงเป็นปฐมฤาษีและมีฐานะพิเศษสูงสุดด้วยว่าเป็นยอดและเป็นผู้นำของเหล่ามหาฤาษีทั้งมวล ซ้ำยังถูกยกย่องจากบรรดาฤาษีต่างๆให้มีระดับขั้นเป็นทั้งเทวะฤาษี พรหมฤาษี และมหาฤาษีอยู่ในองค์เดียวกัน ด้วยว่าคุณธรรมของท่านนั้นสูงส่งและถึงซึ่งฐานะและทิพยสภาวะทุกระดับนั่นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านเมตตาเล่าว่า แท้จริงแล้วครูพระนารทนั้นท่านรักมนุษย์มาก ด้วยว่าท่านผูกพันธ์อยู่กับมนุษย์ ดังนั้นเวลาศิษย์เดือดร้อนหรือขอสิ่งใดท่านจึงรีบช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งอานุภาพของพระนารทมุนีนั้นจะไม่มีเส้นแบ่งหรือคำว่าทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด ต่างจากพุทธานุภาพหรืออำนาจของพระเหล่าใด ด้วยว่าพระนั้นยังมีข้อห้ามผิดศีลผิดธรรม แต่ครูนารทนั้นไม่มีข้อห้ามเช่นพระ ก็จะไม่ให้ท่านรักมนุษย์ได้อย่างไร ในเมื่อพระองค์ท่านมีฐานะเป็นพระผู้สร้าง เป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างมนุษย์ มนุษย์แต่โบราณจึงยกย่องท่านไว้สูงสุดในฐานะพระมหาประชาบดีนารท คือเป็นเจ้า เป็นใหญ่เหนือประชากรทั้งปวง


    และที่สูงเสียยิ่งกว่านั้น พระนารทมุนีท่านมีฐานะพิเศษอยู่คือเป็นหนึ่งในเจ็ดยอดมหาฤาษีที่เรียกกันว่าสัตปะฤาษี พ่ออาจารย์ท่านเคยถามสมเด็จองค์ปัจจุบันเกี่ยวกับสัตปะฤาษีนี้ แม้ในหมู่พระพุทธเจ้าทั้งปวงก็ยังรู้และยืนยันว่ามีอยู่จริงซ้ำพระองค์ยังยกเอาไว้ในกลุ่มผู้มีฐานะพิเศษที่จะไม่ก้าวล่วงกัน สัตปะมหาฤาษีหรือผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเจ็ดนี้มีฐานะดุจว่าเป็นแบบอย่างของเหล่าฤาษีและผู้ถือบวชถือพรตทั้งปวง ด้วยว่าจะมีชีวิตยืนยาวอยู่เฉกเช่นเดียวกับพระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้อยู่ใกล้คำว่าอมตะที่สุด

    ดังนั้น ครูพระนารมุนี พ่ออาจารย์ท่านจึงให้ความสำคัญมาก ด้วยว่าแม้ในฐานะที่ท่านดำรงค์อยู่ ทั่วทั้งตรีโลกนี้จะหาครูผู้มีฐานะสูงสุดทั้งเป็นประธานในเหล่าฤาษีดุจว่าเป็นครูที่อยู่เหนือครูทั้งมวลและยังทรงคุณธรรมสถานะของเทวะฤาษี พรหมฤาษี และมหาฤาษีไว้อย่างครบถ้วน ซ้ำยังเป็นมหาประชาบดีมีฐานะเป็นใหญ่ปกครองฝูงชนและเป็นหนึ่งในเจ็ดยอดผู้ยิ่งใหญ่สัตปะมหาฤาษี ท่านว่าตรีโลกนี้จะหาผู้มีฐานะพิเศษเช่นครูพระนารท หาอย่างไรเสียก็ไม่มีวันเจอ

    กอปรกับอานุภาพที่เป็นเอก ที่พระนารทมุนีนั้นเป็นผู้เดียวที่สามารถเดินทางไปในหมื่นโลกธาตุทั้งแสนโกฏจักรวาลได้อย่างอิสระปราศจากความขัดข้องสามารถสอดส่องไปได้ทั่วจึงเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความรู้มาก รู้ในทุกสิ่ง รู้ในกาลทั้งสามคืออดีต ปัจจุบัน และอนาคต รู้ความเป็นไปของโลกธาตุทั้งหมดอย่างละเอียด ด้วยความรู้นี้แม้ทางพระพุทธศาสนาครูบาอาจารย์แต่โบราณก็ยังยกย่องพระนารทเอาไว้ว่า องค์พระฤาษีนารอด อันเธอทรงยอดพระปิฏกกัณไตร หรือจะกล่าวอย่างง่ายก็คือแม้ธรรมของพระผู้มีพระภาคท่านก็รู้อย่างละเอียด ไม่เฉพาะของสมเด็จองค์ปัจจุบัน แม้จะเป็นธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเสด็จออกประกาศศาสนาอยู่ในโลกธาตุอื่นๆท่านก็รู้เสียทั้งหมด เช่นนี้ท่านจึงเป็นมหาฤาษีผู้ถูกยกไว้ในฐานบรมครูผู้มีฐานะพิเศษ ซ้ำพระองค์ท่านยังเป็นดุจฑูตสวรรค์ที่คอยบอกกล่าวตักเตือนเหล่ามนุษย์ ซ้ำยังประทานกฏหมายเอาไว้ให้มนุษย์ปกครองกัน โดยเรียกกฏหมายนั้นว่านารทิยธรรมศาสตร์ แล้วก็พระมหามุนีนารทผู้นี้อีกนั่นเองที่เป็นผู้เล่าเรื่องมหากาพย์รามายณะให้ฤาษีวาลมิกิฟังจนภายหลัง พระพรหมเทพจึงมีโองการให้ฤาษีวาลมิกิรจนาพระคัมภีร์ขึ้นเป็นที่มาแห่งเรื่องราวรามเกียรติ์อันจะประกาศเกียรติยศของพระรามให้สถาพรคู่โลกสืบไป

    ด้วยว่าพระนารทมุนีนั้นท่านมีความรู้มาก ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านยังบอกว่าท่านถนัดนัก คือมีความชอบส่วนพระองค์ มีความสามารถส่วนพระองค์ถนัดในทางเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างสูงสุด เรียกว่าแรงและเหนือกว่าอย่างที่สุดในวิชาทั้งปวง เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะสร้างมงคลแทนครูเพื่อจะให้มีประโยชน์สืบไปแก่ผู้ครอบครองนั้น ท่านจึงได้ขอนิมิตรลักษณะจะทำครูในพระรูปใด ซึ่งพรหมฤาษีนารทเองก็ได้แสดงนิมิตรแก่พ่ออาจารย์ ให้สร้างพระรูปท่านโดยสัญลักษณ์ที่ท่านถือวีณาหรือพิณน้ำเต้าและกรับ อันเป็นมายาภาพที่ท่านใช้ประจำดุจว่าเป็นกายสังขารที่แท้จริง และให้เพิ่มสิ่งสำคัญเข้าไปสองสิ่ง เป็นเครื่องบริโภคที่ท่านถือไว้ พ่ออาจารย์จึงได้ทำให้มีสี่พระกรตรงตามนิมิตร
    - สังข์ ท่านว่าเป็นของมงคล อยู่ที่ใดย่อมดึงเอาสิ่งที่ดีงามมาตกต้องผู้บูชา ด้วยสังข์นั้นเคยเป็นเครื่องบรรจุพระเวทย์ของมหาพรหม เป็นที่กักเก็บความรู้แลสรรพวิทยาทั้งหมด ท่านว่าความรู้นี้จะเป็นแสงสว่าง แม้ชีวิตใครยังมืดมัวไม่เห็นทางครูท่านก็จะนำไป เป็นเครื่องหมายดุจสัญญาใจที่ให้กันไว้ว่าเมื่อศิษย์ระลึกถึงครูฉันใด เราก็จะไม่ทิ้งกันฉันนั้น
    - บ่วงพรหมบาศก์ เป็นเครื่องบริโภคแห่งพระบรมบิดาพรหมเทพที่ได้มอบไว้แก่พระนารทมุนี ด้วยว่าบ่วงนี้จะฉุดชักนำศิษย์ให้เจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดด้วยปกาศิตแห่งพรหม หรือจะผูกมัดคู่มิตร คู่ครองไว้ให้เป็นคู่กัน ไม่แยกออกจากกัน ซ้ำบ่วงนี้ยังเป็นเทพอาวุธอันมีอานุภาพมาก ท่านสามารถใช้ผูกมัดดวงวิญญาณสัตว์อันมืดบอดและมีอกุศลจิตเป็นมนุษย์ผู้ใจบาปลงนรกภูมิได้ และยังใช้ลงทัณฑ์กรรมแก่ผู้มีจิตคิดชั่วไม่วาจะเป็นเทพ ฤาษีหรือภูติผีจอมมารเหล่าใด บ่วงพรหมบาศก์นี้จึงเป็นเทพอาวุธอันมีอานุภาพมากที่สรรพชีวิตหวาดเกรงด้วยว่าสามารถพรากภพพรากภูมิได้ จะฉุดให้ลงต่ำหรือขึ้นสูงก็ได้ ท่านว่าครูท่านต้องการจะฉุดชักให้ผู้บูชาเจริญรุ่งเรือง ซ้ำยังป้องกันคนคิดร้ายและสิ่งไม่ดีตลอดจนภูติผีปีศาจหรือการกลั่นแกล้งจากเหล่าเทวดามิจฉาทิฏฐิและจอมมารทั้งหลาย ซ้ำยังเป็นอุปเท่ห์ทางเสน่ห์เมตตามหานิยมดึงดูดคู่ครองผูกมัดด้วยอำนาจแห่งพรหมลิขิต ท่านว่าถ้าใครยังไร้คู่หรือยังสนุกกับกามคุณทางโลก ก็ให้อธิษฐานบอกครูท่านเลย
    * พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าครูฤาษีนี้จะเฮี้ยนและแรงกว่าอาราธนาพระหรือเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ

    เหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารทนี้ พ่ออาจารย์ท่านได้ขอชื่อจากครูโดยตรง โดยชื่อนี้มีความหมายลึกซึ้งดุจว่าจะสื่ออะไรกับคนใช้ ด้วยว่าท่านอธิบายให้พ่ออาจารย์เข้าใจว่าตรีกาลนี้คือรู้ในกาลทั้งสาม ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต รู้แจ้งในหมื่นโลกธาตุ อันความรู้นั้นเปรียบดุจแสงสว่าง แม้มีแสงสว่างปรากฏที่ใดก็ย่อมทำลายความมืดคืออวิชชาความไม่รู้เสียหมดสิ้น เมื่อมีตัวรู้แล้วทำสิ่งใดก็ไม่มีวันแพ้ไม่มีวันตกอับ ท่านว่าต่อไปนี้ในทุกเรื่อง จะมีแต่คำว่าชนะ แพ้ไม่เป็น

    พ่ออาจารย์ท่านได้หลอมหล่อเหรียญตรีกาลขึ้นจากเนื้อธาตุกายสิทธิ์ล้วนๆอันประกอบด้วยเหล็กไหลขาวหยาดน้ำฟ้าทวาราวดี วัชรธาตุ ปรอทหลวงปู่ละมัย แล้วนำมาแช่น้ำมนต์ธรณีสารและอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันรักษาธาตุกายสิทธิ์ออกไป ทั้งนี้เพราะเมื่อสำเร็จเป็นองค์แล้วท่านจึงเชิญพระมุนีนารทลงมาสถิตย์ท่านว่า นี่แหละคือที่สุดแล้ว เพียงพอแล้ว มีพระมุนีนารทอยู่ไม่จำเป็นต้องมีจิตดวงใดอีก ครูองค์นี้องค์เดียว เกินพอ

    ด้วยว่าครูพระนารทนั้นมีวิชาทางเสน่ห์เมตตามหานิยมเป็นเอก ท่านว่ามีความสามารถทางวาทะและการเจรจาที่เป็นเลิศไม่ว่าจะทำให้คนเชื่อ คนปรองดองหรือแตกหัก เอาว่าพูดอะไรไปใครเค้าก็เชื่อ เชื่อหมดเลยก้มหน้าก้มตาเชื่อแบบไม่มีสิ่งใดสงสัย ดียิ่งกว่าพกสาริกาเสียพันตัวล้านตัวก็ยังไม่เท่า เมื่อทำแล้วพ่ออาจารย์ท่านได้จารตะกรุดฝังด้านหลังไว้เรียกว่าตะกรุดนางกลับ ซ้ำยังได้นำมวลสารสำคัญบรรจุปลอดผนึกไว้ภายในด้วย
    - ตะกรุดนางกลับ หรือจะเรียกว่านางกลับใจก็เรียก ที่ว่าไม่รักก็เปลี่ยนกลับมารักมายินดี เอาว่าเปลี่ยนใจคนได้ท่านว่ารู้ไว้แค่นี้พอเพราะอานุภาพมันใหญ่มาก ที่ท่านลงตะกรุดนี้เพราะว่าครูพรหมนารทนั้นท่านสามารถเปลี่ยนใจคนได้ให้เค้าฟังเค้าเชื่อ ถึงขนาดที่ว่าแม้เป็นศัตรูไม่ชอบหน้ากันก็ยังต้องเชื่อฟังกัน ท่านว่าวิชานี้ทั้งสัมพันธ์และเสริมส่งกัน อะไรที่ร้ายจะได้กลับเป็นดี เอาว่าต้องดีและดีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยปกาศิตแห่งครู ไม่ดีไม่เอา ไม่ดีไม่ได้ ตรงนี้ชีวิตใครมีเรื่องร้ายๆท่านว่าเป็นเรื่องง่ายๆไปเลย ถ้าจะใช้ทางเสน่ห์เมตตาเวลาพก ก็ให้อาราธนาบอกครูท่านเสียหน่อย เพราะถ้าไม่บอกอาราธนาพกเฉยๆอานุภาพจะเป็นไปในทางกลับร้ายกลายเป็นดี กลับสภาพปัจจุบันให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ในฐานะพ่อผู้เป็นมหาประชาบดีอันจะเป็นฐานเสริมส่งผลักดันลูกสืบไป
    - หลอดบรรจุผงเสน่ห์หน้าทัพ ในตะกรุดนางกลับทุกดอกจะมีผงเสน่ห์บรรจุอยู่ดุจว่าเป็นทัพหน้า เป็นแม่ทัพแห่งครูเสน่ห์ทั้งปวง ซึ่งหลอดบรรจุผงนี้พ่ออาจารย์ท่านจะม้วนทับด้วยตะกรุดนางกลับและผนึกเอาไว้ภายใน เนื่องด้วยเป็นมวลสารที่มีอาถรรพ์รุนแรง ท่านจึงเกรงว่าจะนำไปใช้กันไม่ถูกที่ถูกทางเป็นบาปกรรมแต่ตัวเอง จึงเพียงแต่ผนึกไว้เพ่อให้เอาไว้พกพาอาราธนาพอ ท่านว่าแค่พกก็แรงสุดๆแล้ว ซึ่งในหลอดนั้นจะบรรจุไปด้วยมวลสารสามสิ่ง คือ
    1. ผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แต่เริ่มเดิมทีสมัยพ่ออาจารย์ท่านได้รับมอบผงพรายกุมารมาจากพระอาจารย์สาครนั้น ตอนนั้นท่านยังไม่ได้สร้างขุนแผนหรืออะไร ยังไม่ได้นำผงพรายกุมารไปใช้ทำอะไร ทำให้มีผงอยู่ในปริมาณหนึ่ง เมื่อท่านทำเหรียญตรีกาลจึงได้นำผงพรายกุมารชนิดหัวเชื้อมวลสารเข้มข้นมาบรรจุหลอดเรียกว่าในปริมาณมากพอตัว สามารถนำไปผสมสร้างพระได้นับร้อยนับพันองค์ ท่านบรรจุไว้ให้ทุกหลอดท่านว่าเอาเถอะ รู้เองเห็นเอง เมตตามหานิยม ทำมาหากินเจริญรุ่งเรื่อง เสน่ห์หลงรักปักใจ ของปลวงปู่ทิมท่านทำมาดีคุมมาดีแล้ว ใช้ได้
    2. กรับหินบรมครู แต่เดิมนั้นสายอ่างทองมักจะทำตะโพน ให้บูชาตะโพน โดยจะเรียกว่าครูตะโพน ซ้ำเวลาจะสร้างพระยังนิยมเอาดินหน้าตะโพนมาผสมเพื่อเป็นมวลสารที่ว่าแรงด้วยเสน่ห์เมตตามหานิยมสูงสุด ทั้งนี้เพราะเค้าไปเชื่อและยกย่องว่าครูตะโพนนั้นเป็นครูพระฤาษีนารอดนั่นเอง เมื่อพ่ออาจารย์ท่านจะทำพรหมฤาษีนารทนั้น ท่านไม่ได้ใช้ตะโพน แต่ท่านใช้กรับหินบรมครู อันบรมพรหมนารทมุนีท่านชี้นิมิตรประทานให้ ท่านได้นำกรับหินนั้นมาตะไบเอาผงเพื่อบรรจุลงไปในหลอดมวลสาร ท่านว่าจะทำแล้วทั้งที ก็ใช้สัญลักษณ์ของท่านมาเป็นสื่อถึงองค์ท่านเสียเลย ท่านว่าแรงและเฮี้ยนด้วยฤทธิ์แรงครูเนื่องจากเกิดจากการสร้างสรรค์ของพระองค์ท่านโดยเฉพาะ เป็นของทิพย์ของครูอย่างแท้จริง ท่านว่าจะได้เป็นสื่อให้ทุกคนเข้าถึงครูอย่างสะดวกรวดเร็ว เอาแค่นี้พอ ให้บอกเขาว่าเมื่อเข้าถึงแล้วอยู่ด้วยกันแล้ว มันคือทุกอย่างจริงๆ ไม่ต้องไปอ้อนวอนอะไรอีกแล้ว เพราะท่านอยู่กับเราแล้วนั่นเอง
    3. สีผึ้งนางครวญ เป็นสีผึ้งที่ครูหมอแขกในอดีตอันได้หุงน้ำมันภูติพระเจ้า ซึ่งท่านได้แสวงหามวลสารว่านยาทางมหาเสน่ห์ล้วนๆแรงๆประกอบกับน้ำมันอันมีพรรรณคุณวิเศษมากมายมาหุงสร้างไว้ พ่ออาจารย์บอกว่าวิชาที่ท่านลงนี้แรงขนาด หลายๆวิชาล้วนแต่หายสาบสูญไปแล้วทั้งสิ้น เป็นสีผึ้งหัวเชื้อท่านว่าแม้เท่าปลายเข็มได้พกติดตัวไว้ก็มีอานุภาพมาก ใช้ทางเสน่ห์เมตตาได้สูงสุด เอาว่าวิชาเสน่ห์ครูแขกนั้นแรงหายห่วง แก้ยากเหลือใจ ท่านจึงจำเป็นต้องผนึกเอาไว้ เมื่อจะนำมาใช้ท่านได้บอกกล่าวครูบาอาจารย์นำสีผึ้งไปผึ่งแดดก่อนขอไฟสุริยะหลอมอีกครั้ง เนื่องจากเป็นของเก่าดั้งเดิมทำให้สีผึ้งแข็งดุจหิน

    คาถาบูชา
    โอม ฤฤา มหาฤฤา มหานาโร โธฮิโร กาเรฮิเร บันยังโดว์ เนวาตูซู ซูกาเดียงร์ ฮัม ฮัม โก โก

    * เหรียญตรีกาลพรหมฤาษีนารท(บรรจุผงเสน่ห์หน้าทัพ) พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ได้ 14 องค์เท่านั้น ได้ปลุกเสกเชิญครู ทำวิชามาตก 4-5 ปีด้วยกัน เมื่อมีคนฝันถามเห็นครูนารทไปโปรด และให้มาบูชาครูกับพ่ออาจารย์พล
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  4. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    1600092593042.jpg ตะกรุดมหาสิริชมพูนุชพระเพชรพญาธรหน้าทอง ให้บูชา 2500 รวมส่งครับ
    สืบเนื่องจากที่มีหลายคนสอบถามถึงครูพระเพชรของท่านเข้ามามาก เพราะมีประสบการณ์แรงใช้ได้จริง อีกทั้งบางคนยังนำไปบำบัดรักษาโรคภัยจนมีร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดีขึ้น ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างตะกรุดมหาสิริชมพูนุชพระเพชรพญาธรหน้าทองขึ้นมา โดยความตั้งใจเดิมของท่านคืออยากจะทำให้คนใช้มีเครื่องมงคลที่สามารถใช้ลงอาถรรพ์วิชาแก่ตัวเขาเองได้ด้วยตนเอง

    ดังนั้นท่านจึงทำตะกรุดวิชาพระเพชรพญาธรหน้าทองซึ่งมีอุปเท่ห์และคุณวิเศษอย่างใหญ่หลวงขึ้นมา พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าตะกรุดนี้ท่านตั้งใจจะให้ใช้ด้วยตนเอง เพียงแค่พกพาหรือใช้ตามอุปเท่ห์ก็มีคุณวิเศษเสียยิ่งกว่าไปลงนะหน้าทอง หรือครอบครูพระลักษณ์หน้าทองทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดสำคัญของท่านนี้เพียงเอามาตั้งจิตอธิษฐานวนบนใบหน้า ทำหนไหนวันใดก็ตามเสมือนได้ครอบครูพระเพชรพญาธรหน้าทองในวันนั้น ตรงนี้ท่านว่าการครอบครูนั้นอาจจะเสื่อมอาจจะถอยและสูญเสียสิริมงคลได้ เนื่องจากคนที่ครอบไม่รักษาคุณความดี ท่านจึงได้สร้างตะกรุดครูสายเสน่ห์ขึ้นสำหรับคนที่เล่นหรือใช้ของด้านเสน่ห์ทั้งหลาย จะได้ครอบได้ใช้ให้ครูอยู่กับเราได้ตลอดเวลา ท่านว่าจะวนวันละกี่หนก็ได้ให้ตั้งจิตดีๆ เพราะครูเพชรนอกจากเป็นเสน่ห์แล้ว หากสถิตย์กับตัวผู้ใด ยังกินพลังงานด้านลบต่างๆ กินเชื้อโรคและอวิชชา ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งแข็งแรงยิ่งๆขึ้นอีกด้วย ยิ่งวนก็เหมือนยิ่งครอบ ทำให้ร่างกายเราสะอาดบริสุทธิ์ ตรงนี้ท่านว่าทำบ่อยๆยิ่งดีเพราะพลังงานครูจะเข้าทดแทนพลังงานด้านลบและซ่อมแซมพลังงานและสิ่งสึกหรอต่างๆใช้กายสิทธิ์ทำให้ร่างกายเราเป็นกายสิทธิ์

    ท่านว่าพระเพชรของท่านนั้นยิ่งคนใช้มีเคราะห์กรรมเท่าไหร่ยิ่งมีฤทธิ์แรงมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเอาติดตัวไว้ได้นานเท่าไหร่ ยิ่งมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เพราะว่าเค้ากินพิษ กินเคราะห์กรรม กินคุณไสยฝ่ายต่ำ กินตะกอนเวรกรรมและสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเป็นอาหาร รวมไปถึงอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหลาย นี่เห็นหรือไม่ ท่านว่าเค้ากินหมดอะไรที่ว่าไม่ดีไม่งามในตัวเรา เค้ากินไปก็ยิ่งเพิ่มฤทธิ์ให้กับเค้า มันจึงเข้าทำนองว่าได้ประโยชน์ร่วมกัน เค้าก็อยากจะช่วยเรากินมากๆเพื่อเพิ่มฤทธิ์ให้ตัวเองเรียกว่าเสพย์เพื่อฤทธานุภาพ ส่วนตัวเรานั้นเมื่อพระเพชรเสพย์สิ่งปฏิกูลทั้งหลายในตัวเราออกไปแล้วเราก็จะดูอ่อนกว่าวัยกลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดขึ้นมาทันตาเห็น พอสิ่งอาถรรพ์ทั้งหลายหมดไปเรื่องดีๆมันก็จะตามเข้ามาไม่รู้จักหมด ท่านว่าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรเลี้ยงเค้าเอาแค่ว่าตราบใดยังอยู่ในกฏแห่งกรรมยังโดนดาวบาปเคราะห์จรทับตามวาระอยู่พูดง่ายๆตราบที่ยังหายใจเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรให้เค้ากิน

    พระเพชรของท่านนั้นท่านว่ามันแปลกและดีเช่นนี้ ท่านว่าพระเพชรนั้นเก่งเหมือนกับเทวดาองค์หนึ่งเลยแต่เค้าสามารถทำอะไรทั้งหลายที่เค้าประสงค์ได้มากกว่าเทวดา และตัวเค้านั้นยังมีความรู้ครอบคลุมในทุกศาสตร์วิชาทั้งสิบแปดศาสตร์ หากจะพูดถึงวิชาเพชรพญาธรแท้ๆแบบไม่ใช่ของเล่นนั้น ท่านว่าให้คุณมากและเป็นสรรพวิทยาการที่ตกทอดมาแต่โบราณ ดังนั้นท่านว่าถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด และพระเพชรของท่านนั้นต้องชุบให้ไม่มีจิตมารจึงจะใช้ได้ ท่านว่าเพชรพญาธรนั้นมีสี่จำพวก ซึ่งแต่ละจำพวกก็จะมีวรรณะและฤทธิ์แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับต่ำที่มีร่างกายสีทองแดง สูงขึ้นมาหน่อยก็เป็นสีเงิน และสีทอง ตลอดจนกายศักดิ์สิทธิ์หรือเนื้อสีผิวกายสิทธิ์ ซึ่งยิ่งมีระดับสูงกว่าก็ยิ่งมีฤทธิ์มากกว่าและสามารถเสพย์หรือกินชั้นที่ต่ำกว่าตนเองหนึ่งขั้นได้ พ่ออาจารย์ท่านสำเร็จวิชาพระเพชรกายสิทธิ์ ท่านว่าพระเพชรกายสิทธิ์หน้าทองนี่แหละเป็นเสน่ห์ที่สุดแค่เห็นหน้าก็อ่อนระทวยลืมเลือนทุกสิ่ง


    เมื่อท่านลงวิชาสร้างตะกรุดมหาสิริชมพูนุชพระเพชรพญาธรหน้าทองขึ้นมานั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านไม่ได้ทำเพียงแค่วิชาครูเสน่ห์ หรือลงเฉพาะวิชาพระเพชรอย่างเดียว แต่ตะกรุดดอกนี้ท่านยังลงวิชาให้เสริมราศี เสริมสิริมงคลแก่ผู้บูชาด้วย ตรงนี้สำคัญมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าสิริและสง่าราศีนี้เหมือนเป็นของขวัญจากฟ้าใครมีนับว่าเป็นยอดคน จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งดึงดูดนำมาซึ่งชีวตที่ดี ทำให้มีโชคชะตาดี มีวาสนาที่ดี ในขณะที่พระเพชรดูดซับเชื้อโรคและพลังงานลบออกจากร่างกายครั้งนี้ท่านก็ลงมหาสิริไว้ด้วยซึ่งวิชานี้จะดึงดูดเติมเต็มพลังงานด้านบวกเข้าไปแทนที่ ด้านนึงดูดซึมพลังงานลบอีกด้านหนึ่งดูดเพื่อทดแทนพลังงานบวกเติมเต็มซึ่งกันและกันท่านจึงลงวิชาเสริมราศีและสิริมงคลที่เรียกว่ามหาสิริ ดังนั้นตะกรุดพระเพชรนี้จึงมีคุณวิเศษยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนำมาใช้วนหน้าครอบครูเสริมเสน่ห์แล้วยังใช้ทางด้านอื่นๆได้อีกด้วย

    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ว่าขอให้ผู้พกติดตัวนั้นใช้ให้เป็นจะมีอานุภาพมาก ท่านว่าเมื่อได้ไปให้อาราธนาบูชาไว้ที่เอว และคราวใดจะใช้จึงให้นำขึ้นมาระลึกถึงครูเพชรพญาธรเสร็จแล้วก็นำมาวนใบหน้า เมื่อวนเสร็จแล้วก็ให้นำกลับไปที่เอวตามเดิมตะกรุดเมื่ออยู่ตรงเอวนั้นก็จะเกาะกินดูดซับเคราะห์ตลอดจนทุกข์โศกโรคภัยของเรา นอกจากนี้ท่านว่าหากปรารถนาจะทำกิจใดก็ดีให้สำเร็จ เรียกว่าเอาให้ได้เรื่อง ไปทำอะไรแล้วได้โชคได้ชัยกลับมา ไม่พบกับความผิดหวัง พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ดูเวลา สำหรับกิจที่จะทำนั้น ตรงนี้สำคัญมากท่านว่าวันหนึ่งใช้ได้หลายรอบ ใช้ได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานเพราะปกติวิสัยมนุษย์นั้นวันๆย่อมเจอปัญหาและมีสิ่งที่ปรารถนาที่ต้องทำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเสนห์เพศตรงข้าม การเข้าหาผู้ใหญ่ ทุกสิ่งที่ยังต้องลุ้นยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังไม่ได้ชัยชนะ โชคชะตายังไม่เข้าข้าง ท่านว่าให้อาราธนาตะกรุดนี้แล้วดูเวลา ขอเพียงรู้วิธีใช้และดูเวลาเป็นเท่านั้นเราจะไปทำกิจนั้นๆเวลาใดด้วยอานุภาพของมหาสิริตัวนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้เราอาราธนาตะกรุดในเวลานั้นๆแล้วเอาไปวนส่วนต่างๆดังนี้
    1. เมื่อจะทำกิจต่างๆเวลาเช้าถึงก่อนเที่ยงก็ดี ให้อธิษฐานขอความสำเร็จแล้วนำตะกรุดวนใบหน้า
    2. เมื่อจะทำกิจต่างๆตั้งแต่เที่ยงจนถึงหกโมงเย็น ท่านว่าให้อธิษฐานแล้วนำตะกรุดวนบริเวณอก
    3. เมื่อจะทำกิจต่างๆหลังหกโมงเย็นลงไปจนถึงหกโมงเช้า ท่านว่าให้อธิษฐานแล้วจรดตะกรุดที่หน้าผากลากลงมาจรดปลายเท้า
    พ่ออาจารย์ท่านว่าเคล็ดเหล่านี้สำคัญมากสำหรับคนบูชา ถ้าทำได้ตามนี้จะทำอะไรก็ตามย่อมสำเร็จ ซ้ำยังพ้นออก นำออก จากความอัปรีย์จัญไรทั้งปวงอีกด้วย

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงอาถรรพ์วิชาปลุกเสกตะกรุดดีแล้ว ภายหลังมีผู้นำผงชมพูนุช ที่ได้จากการแตกหักของพระผงชมพูนุชหลวงปู่หมุนมามอบให้ท่านจำนวนหนึ่ง ซึ่งผงชมพูนุชนี้ท่านว่าเป็นผงที่แรงทางด้านเมตตามหาเสน่ห์อย่างมากถึงขนาดพระเณรที่เอาไปใช้ต่างเข้าใกล้สีกาไม่ได้เพราะจะเป็นสังฆาทิเสสกันหมด ใครได้ลองเป็นอันสึกแทบทุกราย โดยได้จัดสร้างตามตำรามีการผสมมวลสารโดยตำรับผงชมพูนุชซึ่งสืบทอดมาจากปู่คำแห่งอำเภอสวรรคโลก กรุงสุโขทัยนอกจากนี้ในผงชมพูนุชนี้ยังมีผสมผงพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์และมวลสารอื่นๆอีกมากตามบันทึกไว้ ได้แก่

      • ผงสมเด็จที่ชำรุดของหลวงปุ่นาค (พระเทพสิทธินายก) วัดระฆัง
      • ผงพุทธคุณ ๑๐๘ จากอาจาย์ทั่วประเทศ ได้ทำพิธีที่วัดเบญจมบพิตร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙
      • ผงจินดามณีของหลวงพ่อเพิ่ม (พระพุทธวิธีนายก) วัดกลางบางแก้ว
      • ผงมหาราช ผงอิทธิเจ หลวงพ่อเนตร วัดตุ๊กตา จ.นครปฐม
      • ผงตรีนิสิงเห ผงปถมัง ของอดีตเจ้าอาวาสวัดปริยายก กทม.
      • ผงอิทธิเจ ของหลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง
      • ผงของหลวงปุ่ใจ วัดเสด็จ จ.สมุทรสงคราม
      • ผงโลกธาตุ พลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ ได้มาเมื่อปี ๒๕๓๑
      • ผงรัตนมาลาของหลวงพ่อสละ เถรปญโญ วัดประดูทรงธรรม
      • ผงอิจธิเจ ของหลวงพ่อผล วัดคลองจันทร์ จ.อุทัยธานี ได้มาเมื่อปี ๒๕๒๔
      • ผงตรีนิสิงเห ของหลวงพ่อพรหม แห่งวัดขนอนเหนือ จ.อยุธยา ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙
      • ผงพุทธคุณ หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง จ.อยุธยา ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙
      • ผงปถมัง หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔
      • ผงไตรรัตน์ กับพงอาการ ๓๒ ของหลวงพ่อชื่น วัดญาณเสน จ.อยุธยา ได้มาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓
      • ผงพุทธคุณหลวงพ่อสัมฤทธิ์ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
      • ผงโสฬสมงคล ของหลวงพ่อถก จ.กาญจนบุรี ได้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐
      • ผงพรายกุมาร หลวงพ่อทิม อิสรโก วัดระหารไร่ ได้เมื่อปี ๒๕๑๙
      • ผงพุทธคุณของหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท
      • ผงนางดาราฯ จ.นครศรีธรรมราช
      • แร่ปรอททองคำ ได้จากผู้เฒ่าที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘
      • ผงดินกากยายักษ์และผงว่าน ๑๐๘ จากจังหวัด นครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๒๘
      • ผงพุทธคุณของหลวงพ่อคง ธมมโชโต วัดบางกระพ้อม
      • ผงงากำจักกำจาย ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ณ ที่เขาใหญ่
      • ผงมหาราชของหลวงพ่อหยิบ วัดหน้าพระเมรุ จ.อยุธยา
      • ผงพราวดี มีอายุเป็นพันปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑
      • ผงจากกรุวัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ
      • ผงของหลวงพ่อบุญสิน วัดปลายคลองพลิ้ว จ.จันทรบุรี ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑
      • ผงพุทธคุณของหลวงพ่อชม วัดอินทาราม จ.ชัยนาท
      • ผงเมาลี ของหลวงพ่อโต วัดอินทรารามมหาวิหาร กรุงเทพฯ
      • ผงของหลวงพ่อเปี่ยว วัดเกาะหลัก ได้มาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓
      • ผงพุทธคุณหลวงพ่อฉาบ วัดคลองจันทร์ จ.ชัยนาท
      • ผงของหลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี
      • ผงของหลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
      • แป้งเสกของหลวงปู่บุดดา วัดกลางเจริญศรี จ.สิงห์บุรี และผงยาเส้นของหลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่ รวมทั้งผงจากวัดอื่นๆ เกจิอาจารย์ทั้งหลายจนครบ ๓๕๐ อาจารย์

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงชมพูนุชหลวงปู่หมุนนั้น จับกรอกใส่ไว้ในตะกรุด ท่านว่าใช้ให้ดีอย่าไปผิดลูกผิดเมียเขา ตะกรุดนี้ก็ดีอย่างหนึ่ง ผงนี้ก็ดีในตัวเองอย่างหนึ่ง เมื่อนำมารวมกันจึงเป็นยอดของอิทธิวัตถุที่มีพลังเยือกเย็นรุนแรงทางเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างมาก นอกจากนี้ท่านยังนำสีผึ้งเก่าครูเขมรของท่านมาอุดปิดผนึกตะกรุดทั้งหน้าหลังอีกด้วย ท่านว่าเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว แม้เอาไปพกเฉยๆสำหรับคนที่ใช้ไม่เป็นวนหน้าไม่ถูก ก็ยังยอดขลัง ท่านกำชับและย้ำหนักหนาเรื่องผิดลูกผิดเมียคนอื่นว่าไม่ควรทำ

    คาถาบูชา

    โอมพระเพชรพญาธร เธอเสด็จจรขึ้นบนอากาศ กูจะตวาดเรียกให้มึงมา โอมปลุกมหาปลุกกูจะปลุกมึงให้ลุก ลุกแล้วอย่านั่ง เจ้าครูกูสั่งให้มึงไปเรียกไปหา กูจะเรียกมึงมา กูจะใช้มึงไปหา.......(พูดสิ่งที่เราปรารถนา)...มาให้กับกู มาเรโสเอหิพุทธานุภาเวนะ มาเรโสเอหิธัมมานุภาเวนะ มาเรโสเอหิสังฆานุภาเวนะเอหิ
     
  5. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8720353711984.jpg line_8724383593129.jpg บูชา เหรียญย้อนมารพระเจ้าย่างพระบาท (ชะลอกรรม) 3500 ครับ

    "วิชานี้คนอาราธนา ดุจตัวเขาเดินเหยียบอยู่ใต้ร่มพระฉาย(เงา)ของพระพุทธองค์...เดินเหยียบอยู่ในร่มเงาของพระตถาคตเจ้า จะปิดกั้นตัวเขาออกจากเรื่องวุ่นวายต่างๆทั้งหลายทีเดียว"

    เพื่อไม่ให้รับรู้เรื่องวุ่นวายต่างๆ พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างเครื่องมงคลที่ให้ผลทางมหาสะท้อนอย่างหนักควบคู่ไปกับความเจริญก้าวหน้า เจริญรุ่งเรืองด้วยจุดประสงค์หลักที่ท่านตั้งใจไว้เพื่อให้คนใช้มีชีวิตที่ขยับเยื้อน เคลื่อนไหวได้แบบก้าวกระโดด ดังนั้นท่านจึงได้ทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทของเสด็จพระใหญ่ที่ถือว่าเป็นที่สุดของศาสตร์แห่งการสงเคราะห์ด้วยแรงครูอย่างแท้จริง ถึงกับว่าเหรียญสำคัญนี้ "ถ้าไม่น้ำตาตกอย่าเพิ่งเอามาใช้"

    ด้วยปัจจุบันท่านเห็นว่าคนเริ่มน้ำตาตกใน เจ็บช้ำน้ำใจจากภัยรอบด้านด้วยไม่อาจต่อต้านหรือเปลี่ยนแปลงวงจรชีวิตของตนให้ดียิ่งๆขึ้นไปได้ พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าอาการเหล่านี้ตรงกับคำของเสด็จพระใหญ่ท่านนั่นคือคนเริ่มน้ำตาตกในแล้ว ควรแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะเอาวิชาพระเจ้าย่างพระบาทนี้ให้กับคนที่เหมาะสมและคู่ควรใช้อาราธนาเพื่อวัตถุประสงค์ชะลอกรรมด้วยวิชาและแรงของครูต้นวิชานั่นเอง


    พระเจ้าย่างพระบาทนั้น พ่ออาจารย์ท่านเปรียบเทียบเอาไว้ว่าดุจครูท่านย่างเท้าก้าวเข้ามาในชีวิตเรา ดุจครูท่านยื่นขาเดินเข้ามาร่วมชะตากรรมอยู่กับเราเรียกว่าตกบันไดพลอยโจนทิ้งตัวลงมาอยู่กับเราแล้วเช่นนั้นก็ว่าได้ ดังนั้นวิชานี้จึงเป็นวิชาสำคัญที่เรียกว่าเลือดไม่เข้าตาอย่างถึงที่สุดก็อย่าได้นำมาใช้เพราะคุณครูบาอาจารย์นั้นจะช่วยให้เจริญรุ่งเรืองได้อย่างน่าประหลาดใจ ที่แย่กลับเป็นรุ่ง จากดวงที่ตกต่ำกลับได้ดีเจริญด้วยธนสารสมบัติ ทั้งยังปราบศัตรู ปราบทุกข์เข็ญ พิชิตมาร ทำให้สิ่งที่ข้องขัดและแน่นิ่งไปแล้วไหลลื่น สามารถก้าวต่อไปได้เรื่อยๆไม่หยุดอยู่กับที่และไม่ถอยหลังลงด้วยอาถรรพ์คุณวิชาดุจพระเจ้าเยื้องย่างพระบาทประกาศพระศาสนามีแต่จะก้าวไปข้างหน้าไม่มีทางถอยหลังกลับ เช่นนั้นจึงมีคติไว้ว่าผู้ใดรับไปอาราธนานั้นต้องมีบุญสัมพันธ์กับสมเด็จพระตถาคตเจ้า ด้วยเขาจะใช้ชีวิตดุจเดินเหยียบอยู่ในร่มเงาของพระศาสดา เช่นนั้นคนไม่เชื่อก็ไม่ต้องใช้ เพราะถ้าใครไม่เชื่อก็จะตกนรกอย่างเดียวด้วยเป็นวิชาของพระองค์ท่านให้ผลแรงถึงขนาดนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านเลือกทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทนี้กับพระพิมพ์ลีลาทุ่งเศรษฐี ท่านว่านอกจากอาถรรพ์จากคุณวิชาแล้วรูปแบบพิมพ์ทรงก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันซึ่งกันและกันด้วย โดยท่านได้ขอยืมพระลีลาเม็ดขนุนกรุทุ่งเศรษฐีกำแพงเพชรมาหนี่งองค์จากศิษย์ที่มีความเป็นอยู่สุขสบายโดยเชื่อว่ามาจากพุทธคุณการอาราธนาพระพิมพ์พิเศษนี้ โดยทางผู้ให้ยืมก็มีข้อแม้อยู่ว่าเมื่ออาจารย์ท่านสร้างเสร็จต้องเก็บไว้ให้เขาร่วมทำบุญหนึ่งองค์ ที่ท่านยืมองค์พระเขามานั้นก็เพื่อจะตรวจดูว่าพระที่เจ้าสัวเขาใช้นั้นมีมงคลอย่างไร มีสิริเช่นไร โบราณเขาเสกอะไรไว้ บรรจุพุทธานุภาพด้านไหนและพระลีลาพิมพ์นี้ที่เศรษฐีเขาเชื่อว่าเปลี่ยนชีวิตเขานั้นมีคุณต่างจากพระลีลากรุนี้องค์อื่นๆอย่างไร พอท่านรู้แล้วท่านก็ปั้นหุ่นเทียนเป็นพระพิมพ์ลีลาเม็ดขนุนเช่นนั้น ด้วยถือคติว่าจะทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทใส่พระลีลาก้าวหน้าให้เป็นมงคลนิมิตแห่งความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จเพิ่มพูนเกียรติยศแบบไม่รู้สิ้นสุด ดั่งคำว่ามีแล้วไม่จนเป็นอย่างไรท่านก็จะทำให้เช่นนั้น เพราะนี่คือพระเศรษฐี เพราะนี่คือพระพุทธลีลา เพราะนี่คือพระประทานพร เป็นพระองค์เดียวที่มีคุณูปการอุปถัมภ์ให้คนใช้เจริญก้าวหน้าเป็นเศรษฐีได้ไม่หยุดนิ่งซ้ำยังประทานพรให้เราดั่งใจได้ทุกสิ่ง ท่านนำหุ่นเทียนนั้นมาเสกทำวิชาให้แก่กล้าอิทธิคุณดุจพระลีลากรุทุ่งเศรษฐีองค์นั้นทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านเสกกำกับทำวิชาจนมั่นใจว่าใครได้ไปมีไว้จะไม่ตกอับ จะต้องสำเร็จ และต้องเจริญไปควบคู่กันเท่านั้น เรียกว่าเสกให้เสร็จนานนับเดือนตั้งแต่เป็นหุ่นเทียนนั่นทีเดียว

    ต่อจากนั้นท่านจึงนำธาตุกายสิทธิ์มาหลอมรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อลงวิชาอาถรรพ์พระเจ้าย่างพระบาท อันมีอำนาจพิเศษนอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้วเพื่อใช้ชะลอผลแห่งกรรมได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ท่านเองยังได้กำกับวิชาชะลอกรรมตามศาสตร์ของหลวงปู่แช่ม วัดตาก้อง เสริมลงไปด้วยอีกคำรบหนึ่งเพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดผลการชะลอกรรมทั้งหนักและเบาทั้งหลายอย่างแน่นอนด้วยอำนาจแรงครู เสร็จแล้วจึงนำแผ่นธาตุกายสิทธิ์มาอธิษฐานเข้าสมาธิเสกตามวิธีของท่านจนจิตเกิดความว่างแล้วถอยอารมณ์เดินคาถาเสกแผ่นธาตุศักดิ์สิทธิ์นี้จนเกิดนิมิตสำเร็จในเบื้องต้น พ่ออาจารย์ท่านว่าการชะลอกรรมนั้นชื่อก็ตรงตัวอยู่แล้วเราจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้อีก เอาว่ารู้ตัวกันนะสำหรับคนที่กรรมมันหนักมากจนหยุดไม่ได้แล้วจริงๆก็ควรรู้ตัว ในเมื่อหยุดไม่ได้แต่กลับชะลอได้ การชะลอนี้ก็คือการให้โอกาสเธอมีชีวิตใหม่ ให้โอกาสได้สะสม ได้ประกาศคุณงามความดีให้สมกับเป็นคนที่ได้รับโอกาสแล้ว อย่าเอาไปใช้ให้เสียของเปล่ามีโอกาสแต่กลับไม่ทำบุญไม่สนใจการภาวนา เช่นนี้ท่านว่าอย่าได้เอาไปเลยเพราะต่อให้มีของดีเพียงไหน มีโอกาสอย่างไรก็เสียบชาติมนุษย์เปล่าๆ

    พ่ออาจารย์ท่านอธิษฐานจิตหลอมรีดทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าห้าสิบหกครั้ง เท่ากับกำลังของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ให้มีอิทธิคุณแฝดดั่งกำลัง ดั่งคุณของพระชินสีห์เช่นนั้น ก่อนจะหล่อหลอมให้สำเร็จและเทเนื้อธาตุเป็นพระพิมพ์ และทำการเสกพระพิมพ์นั้นทั้งยังเชิญเสด็จพระใหญ่มาแผ่กำลังทำวิชาพระเจ้าย่างพระบาทให้จนสำเร็จในวาระแรกอีกแปดสิบครั้งให้ได้เท่าวาสนาของพระชินสีห์ดั่งกำลังของ “พุทธะ” ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้รื่นเริงอยู่ในธรรม และไม่มีการหวนกลับย้อนคืนมาสู่ความเป็นปุถุชนอีก เมื่อก้าวไปข้างหน้าย่อมขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุด(พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ทำยากอย่างมาก แค่คิดจะเสกก็นานนับปีแล้ว เพราะทุกอย่างของพิธีกรรมล้วนสัมพันธ์กับวาสนาของพระตถาคตเจ้า ด้วยหมายเอาวาสนานั้นดึงคน ดังผู้มีบุญสัมพันธ์ในอดีตอยู่บ้างแม้เพียงเล็กน้อยกับพระองค์ให้พ้นออกจากเรื่องวุ่นวายทั้งหลาย) หลังจากนั้นจึงนำมาทำวิชาเศรษฐีก้าวหน้าอีกวาระหนึ่งเพื่อหวังอานิสงส์ให้กำราบทุกข์เข็ญ ความอดอยาก แห้งแล้ง และโรคภัยนานาประการที่กำลังเป็นอยู่ เพื่อประโยชน์ใหญ่ที่จะเห็นแจ้งแก่ตนเองว่าไม่ช้าไม่นาน ทั้งอาเพศ ภัยร้าย และทุกข์เข็ญ ความอดอยาก สิ่งขาดแคลน และโรคที่ย่ำยีทั้งหลายจะค่อยๆหมดไปอย่างน่าอัศจรรย์ ให้ผู้ใช้อยู่รอดปลอดภัยจากทั้งภัยของมนุษย์ที่พยายามคุกคาม ภัยจากอมนุษย์ ภัยจากธรรมชาติ และภัยที่มีอันตรายจนอาจทำให้เจ็บให้ตายได้ เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย มีกินมีใช้ต่อเนื่องไปจนถึงกาลดับซึ่งธาตุสังขาร ทั้งยังส่งเสริมให้มีวาสนาและบารมีเหนือผู้อื่นๆ แลมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพหน้าที่การงานที่คิดจะทำ ได้เป็นเจ้าคนนายคนหรือประสบความเจริญรุ่งเรืองในกิจธุระแห่งตน มีชีวิต ขยับเยื้อนเคลื่อนไหวได้แบบก้าวกระโดด

    เมื่อได้องค์พระแล้วท่านจึงนำมาอุดด้วยผงพระเจ้าเปิดบาตรอีกรอบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากจะเจริญก้าวหน้าแล้วยังต้องอุดมสมบูรณ์ด้วย ให้อุดมสมบูรณ์ร่ำรวยในโภคทรัพย์ ให้อยู่ยั้งยืนยงเป็นหลักชัยแห่งความสำเร็จ ด้วยอาศัยคุณบาตรแห่งพระตถาคตเจ้าที่เปิดเมื่อไหร่เป็นเต็มเมื่อนั้น อุปมาดั่งพระองค์เลี้ยงภิกษุและพุทธบริษัทได้มากมายฉันใดก็จะเผื่อแผ่พระพุทธานุภาพมาฉุดดึงเราได้มายมายดุจเดียวกัน ทั้งนี้องค์พระเจ้าย่างพระบาทนั้นพ่ออาจารย์ท่านยังได้นำสิ่งมงคลมีอิทธิคุณรุนแรงฝังไว้เสริมอำนาจให้อีกดังนี้
    - เม็ดมหาธาตุปาฏิหาริย์ ของใช้เฉพาะทางด้านพลิกกลับชะตาชีวิตคนที่พ่ออาจารย์ท่านหวงแหน ท่านว่าเขาก็มีชื่อ มีคุณสมดั่งชื่อของเขานั่นคือเม็ดมหาธาตุที่เอาไว้สร้างปาฏิหาริย์นั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะทำมาให้คนได้ใช้ก็ไม่ใช่ง่าย เพราะท่านต้องนำธาตุปาฏิหาริย์พูดง่ายๆก็คือพระกรุต่างๆที่ท่านทำพิธีไปดัก ไปเชิญขึ้นมานำมาเก็บไว้นำมาล้างมาหล่อหลอมกำลังธาตุและหุงประชุมธาตุทั้งหมดใหม่ ท่านว่าพระกรุเหล่านี้แม้จะเอาองค์อื่นในกรุเดียวกันมาใช้ก็ยังนับว่าใช้ไม่ได้ ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น ด้วยท่านจะใช้เฉพาะพระกรุที่เสด็จหนี วิ่งได้ตามพื้นดิน ต้องทำพิธีดัก ทำพิธีขุดกว่าจะได้ซักองค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าลงทุนลงแรงไปมากมาย เพราะเชื่อว่าพระกรุประเภทนี้จะมีคุณแรงกล้ากว่าพระองค์อื่นในกรุเดียวกันดุจเป็นองค์จ่าฝูงที่แก่กล้าอิทธิคุณกว่าองค์อื่นทั้งหมด ท่านว่าสมัยสามถึงสี่สิบปีก่อนท่านก็จะออกหาจะคอยดักทั้งพระท่ากระดาน พระร่วงและพระยอดขุนผลต่างๆซึ่งตอนนั้นยังไม่มีราคาค่านิยมมาก พอได้มาก็สะสมไว้แล้วตอนหลังครูสมเด็จท่านแนะนำให้ทำเม็ดมหาธาตุปาฏิหาริย์นี้ขึ้นมา เมื่อหล่อออกมาได้แล้วก็จะนำมาตีบุไว้ด้วยแผ่นตะกั่วน้ำนมที่ลงคาถามหาเศรษฐี เก็บเอาไว้ให้คนที่มีศรัทธาอย่างจริงใจนำไปทำจี้ทองคำเลี่ยมบูชา พ่ออาจารย์ท่านว่าเม็ดมหาธาตุนี้มีปาฏิหาริย์มากนะไม่ใช่เพียงหนุนชีวิต พลิกชีวิตแต่คุ้มครองเองก็ใช่ย่อย เห็นคนที่เขาห้อยเขาว่าแม้แต่ฟ้าผ่าลงมาใส่เขาก็ยังไม่เป็นอะไร(ไม่ใช่ฟ้าผ่าไม่ตายนะ)แต่คนเขาว่าเห็นสายฟ้านั้นแยกออกเป็นหลายเส้นและเบี่ยงออกไป นั่นคือแม้ฟ้าก็ยังไม่ทำอันตรายผู้ครอบครองมหาธาตุนี้
    - ตะกรุดย้อนมารสะท้อนกลับ ดีก็คืน ชั่วก็สนอง ให้ทำใจกลางๆเดี๋ยวเกิดผลเองให้ทำใจเสียว่า "กรรมใครกรรมมัน" พ่ออาจารย์ท่านได้ลงเฑาะว์มหากระดอนสะท้อนกลับ เสริมด้วยมหาสะท้อนย้อนมารผลาญศัตรู ท่านว่าวิชาตะกรุดชุดนี้ฉันทำไว้ให้เธอแค่กันตัวนะอย่าเอาไปใช้ทำร้ายใคร เพราะปกติแล้ววิชานี้จะมีแรงครูสูงมาก สมัยลองวิชาท่านว่ามีแขกฮินดูมาทำของใส่ฉัน ตอนนั้นเขาท้าตรงๆซึ่งหน้ากันเลย เรียกว่าเราก็ยอมให้เขาท้าเลยอยากทำอะไรก็ทำไป ตัวเราก็นั่งภาวนาตำรับย้อนมารไปเรื่อยๆนี่แหละ ส่วนในมือก็กำหนดจิตขีดลากเฑาะว์ตัวนี้แล้วตบเอาคุณไสยที่เขาทำมากลับไป ปกติวิชาทางนั้นของพวกแขกทมิฬจะนับว่าเป็นวิชาฆ่าคนแบบไร้รูป ไร้เสียงที่ค่อนข้างรุนแรงขนาดว่าแม้โดนไปก็ยังตายทรมานเรียกว่าถึงตายก็ไม่ได้ตายดีและแก้ไขได้ยากมากที่สุด แต่คุณของการสะท้อนย้อนมารนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเวรกรรมมันสนองตรงนั้นเลย นับถอยหลังไปสามวันไอ้ไสยวิชชาที่เค้าทำเรานั่นแหละก็เข้าตัวเขาและตายตกไปชนิดไม่น่าดูชม ดังนั้นวิชาสะท้อนตัวนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงนำมาฝังไว้ในองค์พระให้คุ้มครองป้องกันตัวผู้บูชา ท่านว่าเราจะไม่เสี่ยงทำเป็นตะกรุดเฉยๆเด็ดขาดเพราะไม่รู้ว่าอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆของคนปกตินั้นเขาจะเอาไปใช้ทำอะไรกันบ้าง เพราะวิชานี้ถ้าลองได้กำตะกรุดและไปสาปแช่งใครเข้าแล้วเอาว่าผลน่ากลัวจนไม่กล้าคิดทีเดียว ดังนั้นท่านจึงบรรจุไว้ในองค์พระ ท่านว่าหากใครคิดร้าย ทำร้าย หรือกระทำเราก็ให้เขารับเวรรับกรรมไปตามสมควรแห่งความคิดและการกระทำเขาเท่านั้นพอ แม้เขาดีกับเราชีวิตเขาก็ดี แม้เขาร้ายกับเราชีวิตเขาก็สั้นเต็มทีเช่นนี้
    - พลอยดิบบูรพาจารย์ พลอยดิบชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันเก็บไว้นานแล้วนะ สมัยก่อนเวลาไปกราบไหว้ครูบาอาจารย์ที่ไหนก็จะขอเมตตาท่านให้ลงให้หน่อย เรียกว่าผ่านมือครูบาอาจารย์ยุคเก่าทำวิชาให้มามากมายจนฉันเองก็จำได้ไม่หมด ตั้งแต่หลวงปู่ขาวท่านก็เสกให้พร้อมกำกับว่าสว่างหมดแล้ว หลวงพ่อกวยท่านก็เสกให้เพราะฉันขอให้ท่านลงจินดามณีให้ด้วย หลวงปู่โต๊ะท่านก็ทำให้บอกว่าเสกรวมไว้กับพระปิดตา(ชุดดังในปัจจุบัน)เลย ...จนถึงหลวงพ่อฤาษีท่านบอกว่าข้าเสกไม่ลงว่ะเพราะคนที่ทำไว้ก่อนหน้าเขาเชิญพระพุทธเจ้ามาทำให้แล้ว ดังนั้นพลอยดิบชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงเก็บไว้และไม่ค่อยนำมาใช้เพราะกลัวคนจะเห็นว่าเป็นแค่พลอยดิบ กลัวคนเขาจะเผลอคิดปรามาสครูบาอาจารย์เพราะไม่ได้รู้ว่าเป็นของมีค่า ซึ่งพลอยดิบสมัยนี้ก็มีฝังอยู่ในวัตถุมงคลทั่วๆไป เช่นนั้นท่านจึงเก็บมาตลอดแต่หนนี้ที่ทำพระเจ้าย่างพระบาทนั้นพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะทำให้องค์พระมีแรงครูหนุนนำอย่างแรงกล้า ท่านจึงนำเอาพลอยดิบชุดนี้มาฝังไว้ ท่านว่าใครรู้ค่าก็มาเอาไป

    เมื่อเสกทำวิชาและฝังของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆแล้ว พ่ออาจารย์ท่านก็ทำวิชาดั้นเมฆเสริมองค์พระอีกคำรบหนึ่งเป็นอันเสร็จพิธี ท่านว่าดั้นเมฆก็คือยกเมฆบังดวงอาทิตย์ วิชานี้ต้องเสกแดดจ้าๆเสกกำหนดนิมิตยกเมฆมาบังดวงอาทิตย์จนเมฆเคลื่อนมาบังปิดแสงนั้นทั้งหมด ท่านว่าอาถรรพ์แห่งคุณวิชานั้นกันเดือดร้อน กันทุกภัยทั้งปวงได้ เมื่อเสกดั้นเมฆแล้วพ่ออาจารย์ท่านต้องถอนจิตมาระดับอุปจารสมาธิเชิญเสด็จพระใหญ่และครูต้นวิชาเต็มอัตรากำหนดจิตให้ผู้นำไปใช้สมความปรารถนา ทั้งยังยกดวง ยกชะตา ยกใจคน ยกชีวิตคนไม่ให้ตกต่ำ ท่านว่าเมื่อยกขึ้นเขาก็จะไม่ล้ม เมื่อเขาไม่ล้มเขาก็จะก้าวต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่งเช่นนั้นจึงเป็นอันเสร็จพิธี

    คาถาบูชา
    พุทโธ ภควา (พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้ากำลังใจดีก็นึกถึงพระพุทธเจ้าและกาะพระองค์ท่านไปไม่ต้องใช้คาถาใดๆเลย แต่ถ้ากำลังใจยังไม่ถึงก็ให้ภาวนาไปจนนิ่งแล้วเกาะท่านไป)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  6. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8729082363960.jpg line_8726766400888.jpg พญากากาศดึงกำลัง(พาลีไร้พ่าย) ให้บูชา 1800 ครับ

    - ทำไมต้องใช้พญาพาลีของพ่ออาจารย์
    ก่อนอื่นก็ต้องมาทำความรู้จักพญาพาลีในสายพ่ออาจารย์กันก่อน หนึ่งในวิชาและพระเวทย์ฝ่ายไศวะศาสตร์โบราณที่มีอิทธิคุณแปลกประหลาด สามารถดลบันดาลให้ผู้ครอบครองชนะไร้พ่าย ทำอะไรก็สำเร็จ แต่ทว่าครูบาอาจารย์นั้นเกรงกลัวว่าคุณสมบัติแท้จริงของวิชานี้น่ากลัวเกินไป จึงปิดบังอำพรางหรือไม่สร้างไปเลยก็มี ถึงยอมสร้างก็มักจะไม่ทำกันแบบเต็มวิชา ด้วยเกรงว่าจะก่อภัยอันตรายให้กับศิษย์ทั้งหลายที่ได้ใจ เกิดความหลงมัวเมาในอำนาจเร้นลับนำไปครอบครอง
    แต่เดิมนั้น พ่ออาจารย์ท่านได้กดพิมพ์กากาศหรือพญาพาลีขึ้นมา เพื่อจะสืบทอดพระเวทย์ฝ่ายไศวะโบราณที่ขาดการสืบต่อไป ท่านว่าเห็นควรเสียที ที่จะจรรโลงขึ้นมาเสียใหม่และต้องทำไว้ให้เต็มวิชาด้วยพาลีนั้นชาติพันธุ์เป็นลิงแต่หน่อเนื้อเชื้อวงศ์เป็นอินทรวงศ์ เป็นลิงมีศักดิ์สูงเป็นลูกเจ้าสวรรค์ต่างกับบรรดาลิงทั้งหลายไม่ว่าจะสุครีพ นิลพัตร หรือหนุมาน ซ้ำยังมีฤทธิ์เลิศเป็นเอกอีกด้วย ถึงขนาดพ่ออาจารย์กล่าวไว้ว่า พาลีถ้าไม่ตายเสียก่อน ในรามเกียรติ์นั้นพระรามไม่ได้เกิดแน่นอน เพราะใครก็ฆ่าพาลีไม่ได้ ใครสู้ก็แพ้พาลี ขนาดเจ้าทศกัณฐ์ที่พระรามตามล่าทำสงครามจนเรื่องกินระยะเวลายาวนานนั้น เจอพาลีเข้าก็หมดแรง รบกี่ทีก็แพ้ แถมยังโดนพาลีจับไปกระทำการทรมานทรกรรมให้กินข้าวเหลือของนางกำนัลแล้วให้องคตลูกชายเอาทศกัณฐ์ไปลากเล่น(เหมือนจูงหมาเดินเล่น)ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง หยามเกียรติอสูรวงศ์พรหมถึงปานนั้น
    พ่ออาจารย์ท่านว่าที่จริงนั้นถ้าว่ากันด้วยฤทธิ์พระรามก็ยังฆ่าพาลีไม่ตาย พาลีตายด้วยมือของตนเอง แม้แต่พระรามแผลงศร ศรพระรามที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดศาสตราวุธฝ่ายเทพ แผลงที่ไรได้เรื่องทุกที พาลีก็ยังคว้าจับมาเล่นได้ไม่ได้สะทกสะท้านในฤทธิ์อำนาจใดๆเลย แต่เพราะระลึกถึงคำสาบานแต่หนหลังได้ว่าตนเองนั้นแย่งเมียน้องคือสุครีพ และเคยถวายสัตย์ต่อพระนารายณ์ไว้ว่าถ้าแย่งจะให้ศรพระนารายณ์ล้างชีวิตจึงตั้งใจจะจบชีวิตตัวเอง แต่พระรามก็ยังอาลัยในตัวพาลีมากนัก เพราะในประวัติศาสตร์ไม่เคยปรากฏมีผู้ใดที่จะมีฤทธิ์แกล้วกล้าเฉกเช่นพญาวานรผู้นี้ พระรามจึงอยากได้พาลีมาทำราชการกับพระองค์ ได้เอ่ยขอเพียงเลือดของพาลีเสียครึ่งหยดมาล้างคำสัตย์ที่สาปสรรค์ไว้ถึงชีวิตให้แก่ศรพระเป็นเจ้า แต่พาลีก็หายอมไม่เพราะต้องการรักษาคำสัตย์นั้น จึงใช้ศรของพระรามทำการปลิดชีพตัวเอง เมื่อตายไปก็ได้เกิดเป็นเทพเจ้ากลับมาทำลายพิธีบูชาหอกของทศกัณฐ์ที่ทำให้อินทร์พรหมยมยักษ์ทั้งสวรรค์เดือดร้อนอีกครั้งนั่นเอง
    พาลีนั้นพ่ออาจารย์บอกว่าเขามีความสามารถที่ไม่เหมือนใคร ในชั้นฤทธิ์นั้นถ้าเปรียบกับวานรชั้นหลานอย่างหนุมานแล้ว ตัวพาลีซึ่งเป็นเจ้าเหนือหัวระดับผู้ครองนครขีดขินก็มีความสามารถแต่เดิมอยู่แล้วไม่เป็นรองกันแต่อย่างใด เพราะสืบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์เป็นบุตรพระอินทร์เจ้าสวรรค์นั่นเอง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งรู้กันไปทั่ว ว่าเป็นความสามารถที่ขี้โกงที่สุดในสามโลก ทำให้กากาศนั้นเก่งเกินกว่าเก่ง เก่งจนแม้แต่พระเป็นเจ้าก็ยังไม่สามารถต่อกรให้มีชัยชนะได้ นั่นคือพรของพระศิวะเจ้าที่ให้กับพาลี กล่าวคือ เวลาสู้กับใครให้กำลังอีกฝ่ายนั้นลดลงเสียครึ่งหนึ่งแล้วกลับมาเพิ่มเป็นกำลังให้พาลี เพราะเช่นนี้พาลีเมื่อสู้กับใครจึงมีฤทธิ์เพิ่มอีกมหาศาล ยิ่งศัตรูเก่งแค่ไหน พาลีก็ยิ่งเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเพราะเขามีอำนาจเดิมของเขาใช่ย่อยเลยและยิ่งนำกำลังและตบะทั้งหลายของศัตรูครึ่งหนึ่งมาเพิ่มให้กับตัวเองตลอดนั้น เรียกได้ว่าเผชิญหน้ากับใครก็เหนือเขาไปทั้งหมดเป็นพาลีไร้พ่ายนั่นเอง ซ้ำพระศิวะเป็นเจ้ายังมอบพระขรรค์เพชรของพระองค์ให้เป็นเทพศาสตราคู่กายอีกด้วยในฐานะที่พาลีและสุครีพทั้งสองพี่น้องช่วยกันยกเขาไกรลาสให้ตั้งตรงได้ตามเดิม
    หากจะกล่าวถึงความเจ้าชู้แล้ว กากาศนั้น เหนือเสียยิ่งกว่าที่เรียกว่าเจ้าชู้ยักษ์อีกหลายขุม เพราะสนมกำนัลนั้นเต็มวังสนุกปานวิมานของบิดาคือพระอินทร์ก็ไม่ปาน แถมไม่พอใจใครก็ไปช่วงชิงเมียเค้ามาได้ดื้อๆไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น เช่นนางมณโฑของทศกัณฐ์ ที่มีลูกกับพาลีเป็นองคต ด้วยทศกัณฐ์นั้นได้รางวัลพระเป็นเจ้าประทานนางมณโฑให้ ยังไม่ทันที่จะได้เชยชมเผลอเหาะข้ามเมืองของพาลี กากาศนั้นพิโรธสุดกำลังกล่าวหาว่าทศกัณฐ์หยามเกียรติกล้าบินข้ามศรีษะตน จึงสั่งสอนต่อรบด้วย เอาทศกัณฐ์มาทรมานและเอาเมียพระราชทานนั้นมาเป็นเมียตนเอง แม้แต่นางดาราที่พระศิวะเจ้าโปรดประทานให้น้องชายคือสุครีพก็ยังตกเป็นของพาลี เรียกว่าถ้าใจรักผู้ใดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมหน้าไหนทั้งนั้น เพราะใครก็สู้ด้วยไม่ได้ รบไปก็แพ้เปล่าๆ
    พ่ออาจารย์ท่านจึงใช้ผงมหาธาตุทั้งสี่เรียกสูตรพญาวานรเชิญลิงดำหรือลิงตัวครูในสายครูของพ่ออาจารย์มาทำวิชาลบผงโดยพิศดารซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้ลงผงสำคัญไว้สามสูตรโดยท่านต้องการจะทำให้ขลังเฉกเช่นของเดิมานจึงได้ลงผงวิเศษทั้งสามเสริมเป็นกำลังอาถรรพ์ให้กับรูปพญาพาลีนี้ด้วยได้แก่
    - หัวใจพาลีเต็มสูตร ท่านว่าต้องลงต้องเดินให้ครบเพื่อจะเสริมการตั้งจิตตั้งรูปพญาพาลี ซ้ำท่านยังเมตตาลงจารผงวิชาพาลีรั้งทวีป และทำผงเอกคือวิชาพาลีลูบหลังนางแก้วดาราที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์เจ้าชู้สุดๆอีกวิชาหนึ่ง ลูบหลังใครได้ร่วมรักหลับนอนท่านว่าจะได้ขานรับกับผงลบวิชานี้ส่งพลังถึงผู้บูชาได้แรงและไวยิ่งนัก
    - ยันต์ทศกัณฐ์ฆ่าไม่ตาย ท่านว่าผงนี้ตั้งตัวดี ใช้ได้หลายทาง ศัตรูที่ไหนจะฆ่าจะล้มเรา เราก็ไม่ตาย ยังลุกกลับมาสู้ใหม่ได้เสมอ เรียกว่าล้มได้ก็ลุกได้ สู้ไม่ถอยแบบนั้น หรือจะเรียกว่าล้มแล้วลุก ปลุกแล้วฟื้น ตื่นแล้วมีกำลังก็ได้ ยิ่งอุปสรรคเยอะ ยิ่งล้มบ่อยเท่าไหร่ก็จะยิ่งเก่งกาจ ยิ่งสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
    - ผงยันต์วิชาหนุมาน หนุมานนี้เก่งทุกด้านทั้งบุ๋นและบู๊ ซ้ำยังเสริมกำลังด้วยวิชาสายมหาธาตุหนุนด้วยธาตุลมเป็นเอก เอาพระพายเข้ามาใช้ เอาพ่อมาหนุนลูก ทำอะไรจะได้สำเร็จ จะได้ว่องไว เหมือนลมที่เข้าไปได้ทุกที่ อยู่ที่ไหนก็ไปถึง ไม่มีที่ไหนที่ปราศจากลม ท่านว่าของที่ทำด้วยธาตุลมนี่เสน่ห์ดีนัก ผงนี้ผู้ใดได้ใช้เวลาเราคิดถึงใครเค้าก็คิดถึงเรากลับ จะทำอะไรก็อธิษฐานฝากบอกพระพายบอกหนุมานไว้ก็ได้ เขาช่วยได้จะสำเร็จไวดั่งมหาวายุพัด
    พ่ออาจารย์ท่านผสมผงวิชาลิงสายต่างๆ ซ้ำยังลงผง 18 มงกุฏ อันเป็นลิงเจ้ายอดทหารเอกของพระรามทั้ง 18 ตน และได้นำเศษไม้ เศษงาช้างตกทอดที่เหลือจากการแกะสลักหนุมานของหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน อันเป็นตำนานเครื่องรางในสายหนุมานมาบดเป็นผงผสมลงไปด้วย ท่านว่าหาหนุมานที่หลวงพ่อสุ่นทำไม่ได้ราคาแพงเกินเอื้อม เอานี่ไปใช้ฤทธิ์ท่านก็อยู่ในนี้ใช้ได้เหมือนกัน เมื่อจะผสมผงท่านต้องคอยชักยันต์กำกับในอัปปนาสมาธิตามวิชาเฉพาะตัวและไล่ทำวิชาดึงกำลังของพระอินทร์(โดยขออนุญาติปู่พระอินทร์ท่านให้แบ่งกำลังมาก่อกำเนิดเป็นพญาพาลีอีกวาระหนึ่ง) และใช้ผงนั้นกดรูปกากาศ(พญาพาลี)ขึ้นมา โดยท่านแกะพิมพ์ให้ดูกันง่ายๆโดยมือหนึ่งนั้นกากาศได้เชิญพระขรรค์เพชรอันเป็นเทพศาสตราที่พระสยมประทานให้ใช้รบกี่ศึกก็ไร้พ่ายเช่นนั้น ส่วนอีกมือหนึ่งท่านทำไว้คล้ายท่ายกมือคว้าจับนภากาศเป็นการดึงกำลังของคู่ต่อสู้เรา โดยท่านแกะพิมพ์ให้พาลีนั้นเหาะอยู่บนอากาศเป็นปางที่ใช้เพื่อดึงกำลังและวาสนา บารมี ตบะ วิชา...โดยเฉพาะ


    พ่ออาจารย์ท่านว่าพาลีนี้คือลูกพระอินทร์ เมื่อจะทำให้เขาเกิดนอกจากเชิญญาณบารมีของเขาแล้วก็ต้องเอากำลังของบิดาเขาหนุนเข้าไปด้วยเหมือนเอาพ่อมาไว้กับลูก พ่ออยู่กับลูกเป็นเคล็ดว่าทำอะไรก็เจริญขึ้นฝ่ายเดียวไม่เสียเปรียบตกต่ำ เมื่อพาลียกอาวุธและใช้พรวิเศษของพระเป็นเจ้าดึงกำลังศัตรูจึงเป็นอำนาจดึงดูดชะตากรรมเปลี่ยนโชควาสนาแบบฉับพลันทันทีด้วยบัญชาศักดิ์สิทธิ์ของครูพระสยมที่ให้ไว้เฉพาะแก่พญาพาลี พ่ออาจารย์ท่านว่าพรนี้สำคัญนักแม้นเทพยดาทั้งหมื่นเสนโกฏิจักรวาลก็ไม่เสมอด้วยพาลีเขา หรือไม่มีความสามารถจะกระทำเช่นนี้ได้แบบเขา เรียกว่าไม่ว่าจะเรื่องใด เราจะขันแข่งกับใคร จะเข้าไปสู้ไปเผชิญหน้ากับใคร ถ้าเราปรารถนาแล้วไซร้เราย่อมใช้อำนาจของพญาพาลีลดทอนกำลึงวาสนาบารมีของคู่แข่งเราลงได้ครึ่งหนึ่งและนำมาเพิ่มมาเสริมให้กับตัวเรานั่นเอง ด้วยอำนาจนี้จึงจัดเป็นกำลังหนุนที่รุนแรงพ่ออาจารย์ท่านว่าทำไว้ให้คนเขาใช้ ยิ่งเขามีเป้าหมายสูงมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งตั้งจุดหมายไว้ไกลเท่านั้น และตัวตนที่เป็นจุดหมายของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมีวาสนาบารมีสูงขึ้นเรื่อยๆ (พ่ออาจารย์ท่านว่าพญาพาลีรุ่นนี้ถ้าคนใช้เป็นเขาจะอธิษฐานถึงจุดหมายของเขาเป็นตัวตนที่เขาอยากล้มให้ได้แบบสูงๆไว้ก่อนเลย เพื่อดึงกำลังและวาสนาของคนๆนั้นมาใช้) ซ้ำอีกมือหนึ่งนั้นพาลี(กากาศ)ได้เชิญพระขรรค์เพชรสุดยอดเทพศาสตราที่พระศิวะเจ้าประทานให้กากาศไว้ ไม่มีปรากฏว่าศึกไหนที่พญากากาศจะแพ้ถ้ามีอาวุธพระเป็นเจ้าอยู่ในมือจะได้ฟาดฟันเคราะห์ร้าย ปัญหาและอุปสรรคให้หมดไปจากเส้นทางชีวิตคนที่ได้รับ

    ด้านหลังท่านฝังตะกรุดสำคัญไว้เรียกว่าตะกรุดแก้วประกายพฤกษ์ ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าทำได้ยากมากเพราะเวลาทำท่านต้องตั้งจิตไว้ที่รูปฌาณในชั้นที่ละเอียดที่สุด ซึ่งการทำต้องยกวาระจิตในกำลังฌาณระดับต่างๆอันต้องใช้ความชำนาญที่คล่องแคล่วในการเข้าออกฌาณเป็นวสี ท่านว่าจะไม่กล่าวมากเกินไป เอาว่าทำยากมากด้วยตะกรุดแก้วประกายพฤกษ์นี้เมื่อจารก็ต้องใช้อำนาจแห่งฤทธิสมาบัติ พอออกจากสมาบัติก็ต้องใช้ทิพยจักษุชักองค์ยันต์ขึ้นประทับรอยจารอีกคำรบหนึ่งก่อนที่จะมาเสกด้วยอำนาจฌาณที่กล่าวมา ...ท่านว่าทำยากเพราะต้องเสกจนตะกรุดมีรัศมีสว่างจ้าปรากฏออกมาในทิพยจักษุของเรา เท่านั้นยังไม่พอเมื่อทำได้เช่นนั้นก็ต้องยกระดับความสว่างของอำนาจตะกรุดให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกเป็นความสว่างระดับประกายเพชร แลสุดท้ายเพื่อให้สำเร็จตะกรุดนี้ก็ต้องยกอำนาจเป็นความสว่างระดับแก้วประกายพฤกษ์อันมีอำนาจขยายไปได้ในโกฏิจักรวาลไม่มีประมาณ พ่ออาจารย์ท่านว่าต้องทำให้ได้เช่นนี้จึงจะใช้ได้ เป็นตะกรุดที่เทียบได้กับสมบัติขององค์เทพ องค์พรหม และตะกรุดนี้ก็จะมีอำนาจดั่งแก้วประกายพฤกษ์โดยแท้จริง ท่านว่าทั้งทำยากเสกยากแต่ก็ต้องทำเพื่อเอาพุทธคุณให้พวกเธอใช้กันตามแต่กำลังจะอธิษฐาน ดุจผู้ใดมีแก้วประกายพฤกษ์ไว้ในครอบครอง สิ่งที่หวัง สิ่งที่ทำอยู่ สิ่งที่ระลึก สิ่งที่อธิษฐานกับดวงแก้วนั้นก็จะได้สำเร็จสมความประสงค์ด้วยเจตน์จำนงค์ของอำนาจดวงแก้วประกายพฤกษ์อันมีกำลังสนองคำอธิษฐาน...สูงสุดนั่นเอง

    เมื่อกดพิมพ์แล้วท่านได้นำองค์พระมาลงเสกเป่าคาถาหัวใจพญากากาศไว้ทีละองค์ ทุกองค์ ก่อนจะเรียกจิตตั้งรูปนาม และนำไปแช่น้ำทิพย์ที่เกิดเองตามธรรมชาติอันมีกำลังเวทย์สูงและปลุกเสกบนยอดดอยเพื่อจะให้มีกำลังธาตุที่เข้มข้นสำเร็จเป็นพาลีที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ สุดท้ายท่านก็ได้เชิญครูพระสยม(พระศิวะ)มามอบพรแก่พญาพาลีเพื่อให้มีฤทธิ์แกล้วกล้าเช่นในวรรณคดีจริงๆ โดยพาลีนั้นถือพรที่ว่า "ถ้าแม้เผชิญหน้าด้วยผู้หนึ่งผู้ใด ให้กำลังเขาถดถอยเสียครึ่งหนึ่งและมาทดแทนให้กับเรา"

    พ่ออาจารย์กล่าวว่าเฉพาะวิชาพญาพาลีโดดๆนั้นก็มีฤทธิ์มากแล้ว แม้อยู่ต่อหน้าใครก็ลดทอนกำลังวาสนาบารมีเค้าเสียครึ่งหนึ่งมาเพิ่มให้ตนเอง แต่พระผงนี้ยังได้เพิ่มทางสำเร็จ ชนะอุปสรรคด้วย สำเร็จไว ทำอะไรก็ไวดั่งพญาพาลีที่เปิดม่านปุ๊ปก็สุขสมใจปานนั้น จะเล่นทางเสน่ห์ก็ยอดเสียยิ่งกว่าพระขุนแผน จะเอาผงผีผงพรายมาเทียบนั้นไม่ได้เลย ผงวิชาลิงนี่แหละแรงกว่ามาก

    ท่านเมตตาฝากไว้ว่า ลิงอย่างไรก็คือลิงเห็นแบบนี้องค์ๆหนึ่งนั้นมีวิชาลิงอยู่สารพัดเลย เป็นลิงเจ้าทั้งนั้น ถ้าจะขออะไรอย่าลืมให้กล้วยท่านด้วย จะบนอะไรก็เอากล้วยซักหวีน้ำเปล่าซักแก้ว ผลหมากรากไม้ถวายบ้างตามกำลังแล้วแต่เหตุการณ์ที่เราจะบน ลิงนี่ทำอะไรก็สำเร็จไว ขออะไรเขาก็เต็มใจทำให้ พ่ออาจารย์ท่านยังพูดให้คิดว่าไวกว่าพิมพ์พระพิมพ์เทพเจ้าเสียอีก

    พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้องไปแจกแจงอธิบายอะไรเขามากเอาแค่ครอบจักรวาลบอกไปแค่นั้น ลำพังเวลาทำอะไรเจอใครลดทอนกำลังเขาลงครึ่งหนึ่งเพิ่มให้ตนเองก็ใช้ได้ร้อยแปดพันประการแล้ว เวลาจะใช้ท่านว่าให้เลี่ยมห้อยคอก็ได้ พกที่เอวก็ได้ ทำพวงกุญแจก็ได้ ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ แต่เลี้ยงก็หมั่นพูดคุยบอกกล่าวท่านหน่อย ของที่มีจิตมีญาณรู้สิงสู่แบบนี้ ยิ่งเราพูดยิ่งเราคุยกับเค้าท่านว่ามันยิ่งดีกับตัวเราเอง

    อีกประการหนึ่งท่านว่าวิชานี้แท้จริงนั้นมันอันตรายอยู่มากเพราะเป็นการสร้างเครื่องมงคลอันมีอำนาจลี้ลับพิเศษ สำหรับคนสถานะพิเศษ(ท่านว่าพูดได้เท่านี้) ถ้าอยู่กับคนดีจะเจริญขึ้นสืบต่อไปในเบื้องหน้า แต่เราแค่ทำสืบวิชาไว้ จึงอธิษฐานจิตให้คนดี ให้ผู้มีบุญฝ่ายสัมมาทิฏฐิได้มาประสบพบเจอและได้ครอบครองเป็นเจ้าของไปแต่เพียงเท่านั้น ผู้ที่ใจคิดคดอย่าได้คิดอย่าได้เห็นเลย รายการนี้ท่านอธิษฐานจิตเสร็จแล้ว ท่านว่าเต็มแล้ว ใครจะบูชาก็ขอให้รีบกันหน่อยเพราะเป็นรายการที่มีผู้สนใจมาก

    คาถาบูชา
    โอม หันตะนุภา อักขระนะ ยาลิ อิสวาสุ จะ อุอะมะ

    ***สำหรับคนที่มีกำลังไม่มาก(หมาายถึงกำลังความสำเร็จของการกระทำ) พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นเคล็ดสำคัญเราจะบอกครั้งเดียว พาลีนี้องค์หนึ่งนั้นใช้ลดทอนกำลังได้กึ่งหนึ่งมาเสริมรากตั้งฐานให้กับเรา ดังนั้นสององค์ก็จะดึงกำลังเขาได้เสียทั้งหมด ท่านว่าเราพูดได้เท่านี้ ไม่สมควรพูดมากไปกว่า เอาว่าถ้าใช้ต่อคนให้บูชาเป็นคู่ ทีนี้เผชิญหน้ากับใครเขาก็ไม่ต้องกลัวทั้งสิ้นเพราะเราถ่ายกำลังของเขามาทั้งหมดนั่นเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กันยายน 2020
  7. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8636068085662.jpg line_8643174760399.jpg สิงห์ราชลากเนื้อ(สิงห์ทิพย์) 4500 รวมส่งให้บูชาเป็นคู่ครับ

    พญาราชสีห์เป็นยอดของสัตว์ทั้งหลายมีอำนาจเหนือป่าหิมพานต์ ด้วยหมู่สัตว์ต่างๆจะเกรงกลัวแม้เสียงคำรามเมื่อได้ยินไม่ตกตายก็สิ้นสติเลยทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านสร้างสิงหราชขึ้นด้วยท่านว่าพญาราชสีห์นี้ทรงไว้ซึ่งอำนาจบารมี ตบะบารมี ศีลบารมี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุอันเป็นที่สุดแห่งมหาอำนาจ เป็นที่สุดแห่งความเกรงกลัวเช่นนั้นท่านจึงสร้างพญาราชสีห์ขึ้นมาช่วยเสริมอำนาจราชศักดิ์ ตบะ เดชะ หนุนนำคน หนุนนำชะตาชีวิตให้ผู้บูชาได้เป็นเจ้าคนนายคน

    การสร้างพญาสีห์ราชนั้นแต่โบราณย่อมมีการสร้างกันมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะสร้างให้สำเร็จจริงๆได้อย่างน้อยก็ต้องได้หัวใจสิงห์เป็นเบื้องต้นถึงจะสร้างและเสกได้ขลัง ยิ่งถ้าได้วิชาเกี่ยวกับสิงห์หนุนเสริมลงไปด้วยอีกทอดหนึ่ง อันนี้ก็จะขลังยิ่งขึ้นเด่นในทางต่างๆเฉพาะด้านไป แต่สมัยนี้ท่านเห็นเขาสร้างสิงห์กันมากใช้ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็เป็นไปตามกรรมวิธีของเกจิแต่ละท่านซึ่งพ่ออาจารย์ท่านสอบดูสิงห์หลายๆที่แล้วแม้แต่หัวใจก็ยังลงไม่ถูก

    เช่นนั้นท่านจึงตั้งใจจะสร้างสิงห์ที่เป็นสิงห์จริงๆโดยสายเลือดและชาติกำเนิดขึ้นมาซักรุ่นหนึ่ง ท่านว่าไอ้สิงห์กับไอ้เสือนี้มันต่างกันอย่างไรพวกเธอรู้มั๊ย สิงห์จริงๆนั้นไม่ค่อยจะมีใครเขาสร้างกันสำเร็จนัก ด้วยมันเป็นราชาของป่า เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าทั้งหลายเป็นมหาอำนาจ เป็นราชศักดิ์อย่างถึงที่สุด แต่โบราณเขาถึงมีตำราสิงหราชครองโลกบ้าง สิงหราชเหยียบโลกบ้าง ดุจใครได้ครอบครองสิงห์ที่ทำขึ้นจากวิชาเหล่านี้เสมอได้โลกทั้งใบเช่นนั้น ด้วยเป็นสัตว์ตระกูลสูงแม้ใครได้เลี้ยงได้พกพาก็จะหนุนนำวาสนาให้ได้มีอำนาจเหนือคน ดั่งกษัตริย์หรือตัวเจ้าตัวนายในรามเกียรติ์ก็จะมีสิงห์เป็นพาหนะเป็นสัตว์บริวารเสมอเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจจะทำสัตว์บริวารให้เป็นดั่งเพื่อน เป็นดั่งเงาตามตัวคอยติดสอยห้อยตามเรา ทั้งยังเป็นทาสที่ซื่อสัตย์อันจะคอยใช้อำนาจราชศักดิ์เสริมชะตาให้เจ้านาย เรียกขานประกาศหาชัยชนะกำราบศัตรู

    คนที่สิงห์หนุนนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องชื่อเสียง เกียรติยศ ลาภศฤงคารเหล่านี้เขาจะรู้ว่าสิ่งต่างๆล้วนเป็นของตาย คือมันจะเข้ามาในรูปแบบไหนมันก็เข้ามาแน่ๆ เราจะเหนือกว่า เด่นกว่าคนอื่นเช่นนั้นดั่งกำชัยชนะไว้ เห็นทาง เห็นความสำเร็จตั้งแต่ต้น ดุจเอาชัยชนะใส่พานมาประเคนให้ถึงปากถึงมือเลยทีเดียว หนุนกำลังวาสนา หนุนอำนาจตบะเดชะให้ครบสมบูรณ์

    ด้วยปกติสิงหราชจะอาศัยซ่อนตัวอยู่ในหลืบในถ้ำแม้จะเก็บตัวเงียบแต่สัตว์ต่างๆก็ยังตื่นกลัวเป็นที่สุด ไม่ว่าจะสัตว์ใด ทั้งเทวดาหรือเพชรพญาธรก็ไม่กล้าจะเข้าไปตอแยถึงในถ้ำพระคูหา แม้เสือเจ้าป่าหรือเสือจ่าฝูงและสัตว์ต่างเมื่อเจอสิงหราชยังต้องเผ่นหนีอยู่ห่างๆ นั่นเพราะเขาสู้กำลังของสิงหราชไม่ได้ ได้แต่จะคอยชะเง้อมองเป็นแค่บริวารคอยพิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่สิงหราชเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือเคล็ดมหาอำนาจของสิงหราชอุปมาดั่งว่าแม้สัตว์เหล่าใดมีตบะมีอำนาจมากมายเพียงใดก็ตาม ย่อมต้องพ่ายแพ้ต่อราชศักดิ์ของพญาสิงห์นี้ ดุจเราคนเลี้ยงคนที่อุปถัมภ์สิงหราชก็เช่นกันท่านว่าบอกได้แค่เพียงต่อไปนั้นคนอื่นย่อมต้องชะเง้อคอคอยมองเราเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสาปของพญาราชสีห์นั้นจะแรงมากทั้งยังฟุ้งกระจาย แม้เทวดา เพชรพญาธร ผีป่า เจ้าทุ่ง เจ้าเขา เจ้าท่าก็ยังต้องคอยดูแลรักษาสิงหราชนี้ ด้วยคุณวิเศษอันมีมาเฉพาะตัวของสิงหราชอันเป็นสัตว์ตระกูลสูง พ่ออาจารย์ท่านจึงบอกเคล็ดไว้ว่าสิงหราชที่ทำวิชาถูกต้องนั้นแม้พกหนังเสือ เขี้ยวเสือ หน้าผากเสือก็ยังไม่เป็นมหาอำนาจเทียบเท่ากับพญาสิงห์เพราะใช้ได้ทางเพิ่มทั้งมหาอำนาจและหนุนส่งบารมีให้กับผู้เป็นเจ้านายแบบลูกโดดดังนี้ พ่ออาจารย์ท่านจึงได้นำธาตุกายสิทธิ์มาเสกลงหัวใจสิงหราชพร้อมทั้งทำวิชาสิงหราชครองโลก สิงหราชเหยียบโลก สิงหราชครองเมือง สิงหราชเชิญธง สิงหราชตะปบเหยื่อและวิชาตระกูลสิงหราชเฉพาะทั้งร้อยแปดตัวนำไปหล่อหลอมเป็นพญาสิงหราชขึ้นมา ท่านว่าสิงหราชที่เราทำนี้เป็นสัญลักษณ์ของมหาอำนาจกลืนโลกไม่ว่าจะสิ่งมีชีวิตใดทั้งอยู่ในป่า อยู่บนดิน อยู่บนฟ้า อยู่ในน้ำ หรือต่อให้ขุดรูอยู่เมื่อขึ้นชื่อว่าอยู่ในโลกไม่ว่าจะที่ไหนหรือมิติไหนก็ยังต้องยอมสยบ ด้วยเขามีบารมีโดดเด่นเป็นที่เคารพยำเกรงทั้งมีฤทธิ์เลิศช่วยเราดับทุกข์ภัยเหตุการณ์เลวร้ายได้ชงัดนัก ท่านว่าทำให้บริบูรณ์ทั้งหมดสุดแต่จะเอาไปใช้กันแม้ถามหาโชคลาภก็ดุจมีคนเอามาป้อนให้ถึงปากทั้งลงมหากันแก้สารพัดเหตุการณ์ ทั้งกำบังภัยมองไม่เห็นตัว ทั้งแปลงภาคแบ่งรูปแม้ใครประทุษร้ายก็จะเห็นเป็นหลายคนเช่นนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านกำกับวิชาให้คนที่พกสิงห์ ใช้สิงห์มีอำนาจบารมีแลดูสง่า องอาจ เกียงไกรเป็นที่ยำเกรงเคารพในสายตาคนทั่วไป ทั้งยังกำกับให้สิงห์เค้าหนุนอำนาจวาสนา หนุนความเจริญรุ่งเรือง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้เป็นพิเศษ ท่านได้ทำการปลุกเสกขั้นแรกด้วยวิธีเปิดอาการทั้ง32 แล้วจึงกำหนดสมาธิเปิดอักขระทั้ง108ที่ท่านจารท่านเสกใส่ไว้ก่อนนำมาหลอมสิงหราชเพื่อให้สิงห์นี้มีฤทธิ์อย่างถึงที่สุดเป็นการเปิดกำลังคุณวิชาทั้งหมด แล้วจึงเบิกแม่ธาตุทั้งสี่เปิดทิศทั้งสิบหก จากนั้นจึงได้เชิญกายทิพย์ครูอาจารย์สายวิชาสิงหราชท่านมาประสิทธิ์ทำพิธีให้ ซึ่งครูท่านได้กำกับไว้ว่าใครมีสิงห็รุ่นนี้นอกจากเป็นผู้มีอำนาจบารมีวาสนามาก ยังจะเปี่ยมไปด้วยตบะเดชะศัตรูกลัวเกรง

    ทั้งนี้เมื่อสร้างสิงห์แล้วท่านยังตระหนักได้ว่าคนที่สู้ชีวิต สู้กับชะตากรรมเดิมของตนนั้นยังมีอยู่มากและท่านยังรู้ว่าสังคมปัจจุบันนั้นต้องฉกฉวยแย่งชิง หากอยู่นิ่งๆก็จะไม่ได้อะไร ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตจั้งใจจะทำวิชาสิงหราชลากเนื้อเพื่อลงสิงห์ของท่านซ้อนอาถรรพ์ให้คนใช้อีกคำรบหนึ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ครูบาอาจารย์ของท่านมักไม่ใช้กันพร่ำเพรื่อ เพราะจะใช้ก็ต่อเมื่อต้องการเอาของที่เอาไม่ได้ หรือจะเรียกว่าเป้าหมายใหญ่เกินตัวเกินกำลังนั่นเอง ทั้งสิ่งที่ลากไม่ขึ้น เกินวาสนา เกินแรง เกินกำลังนั้นจะกลับลากขึ้นมากินได้ง่ายๆอย่างสบายๆ...เรียกว่าใช้ได้ทั้งฉกฉวยแย่งชิง ลากมา บังคับมาแม้ไม่เต็มใจ ท่านว่าถึงไม่ใช่ของเราก็ยังเอามาได้แบบนั้น พ่ออาจารย์ท่านต้องเสาะหากระดูกหน้าผากของสิงห์โตที่แก่ตายโดยมีซากเหยื่อคาปากเอาเฉพาะกระโหลกหน้าผากของมันมาลงอาถรรพ์สิงหราชลากเนื้อก่อนจะใช้ผงกะโหลกสิงห์บดละเอียดมาปั้นเป็นแท่งและลบยันต์สิงหราชลากเนื้อปั้นเป็นเม็ดกลมๆเรียกว่าตบะสิงหราชเก็บไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่าท่านทำวิชานี้ก็เพื่อตั้งใจให้คนที่เค้าทำอะไรเกินแรง เกินกำลัง เกินวาสนาตนเองเป็นหลักจะได้บรรเทากำลังลงบ้าง ทั้งสิ่งที่ลากไม่ขึ้นเหล่านั้นจะกลับลากขึ้นมากินได้อย่างง่ายดาย ท่านได้นำเม็ดตบะสิงห์นี้มาลงวิชาสิงห์ตะปบเหยื่อให้อีกหนหนึ่งด้วยตั้งใจจะให้คนใช้เอาไปทำมาหากินจะได้เป็นดั่งมหาอำนาจครองเมือง ได้เป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าคนนายคน ด้วยกำลังจิตวิญญาณแห่งราชสีห์ทั้งยังดวงกำลังของสิงหราชจะเป็นดั่งฐานมหาอำนาจหนุนชะตาพลิกวาสนาให้เป็นใหญ่เหนือคนได้ดั่งพญาสิงห์หาเหยื่อหากินไม่อดอยาก คนใช้ก็ต้องหากินดี หากินเก่งมีเหยื่อมีลูกค้ามากๆดุจเดียวกัน เมื่อเสกหนุนวิชาทั้งสองในลูกอมตบะสิงหราชแล้วพ่ออาจารย์ท่านจึงนำมาเสกปิดด้วยวิชาสุดท้ายคือสิงห์ราชนอนกกถ้ำ วิชานี้คือพญาสิงห์แม้นอนอยู่เฉยๆสบายๆในถ้ำพระคูหาไม่ได้ออกไปไหนก็ยังมีเหล่าสัตว์บริวารหาเหยื่อมาให้กินถึงปากดั่งตำราว่าไว้ว่าแม้ยอมพลีชีวิตร่างกายก็ยังให้ได้ด้วยเต็มใจเพื่อเป็นอาหารแก่พญาสิงห์ราชนั้นท่านจึงเรียกวิชานี้ว่าสิงห์นอนกินซึ่งเหนือและลึกซึ้งกว่าเสือนอนกินหลายเท่านักเพราะจะมีโภคพลาหารมากมีทรัพย์สมบัติไหลมาเทมาให้หยิบจับสมใจไม่รู้จักหยุดหย่อน ทั้งทำมาหากินสบายหากินได้ง่ายดายในทุกถิ่น เงินทองจะไหลเข้ามาได้ง่าย ท่านว่าลงไว้ให้ครบเครื่องมีทั้งเสน่ห์แบบราชเสน่ห์ทั้ง ต่อเงินทองเรียกเงินทอง และมหาอำนาจเข้าไปอีก

    ท่านได้นำเม็ดตบะสิงหราชนี้มาฝังไว้ในพญาสิงหราชของท่านทุกตัวแล้วนำมาเสกปิดในราชาฤกษ์ เพชรฆาตฤกษ์ ภูมิปาโลฤกษ์และเดชาฤกษ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าสิงห์ของฉันถือว่ามีความดุร้ายและมีกำลังมากกว่าสิงห์ที่ลงหัวใจสิงห์โดยทั่วไป สิงห์ของฉันนั้นเป็นผู้นำเป็นสิงห์ตัวผู้กินเนื้อเป็นอาหารมีเสียงคำรามดังก้องมากจนทำให้สัตว์อื่นที่ได้ยินอาจสลบหรือตายเช่นนั้นด้วยฉันเสกให้เป็นอำนาจของไกรสรราชสีห์ ทั้งยังให้มีนิสัยดุร้ายให้คุณมากแบบติณสีห์ มีสิงหนาทเป็นที่หวาดกลัวยำเกรงในสรรพชีวิตแบบบัณฑุราชสีห์ ทั้งยังมีความลึกลับงามสง่าแบบกาฬสีห์ ท่านว่าฉันเสกยกเอาคุณลักษณะที่ดีของราชสีห์ทั้งสี่ตระกูลมารวมกันไว้ในสิงห์ของฉัน ใครที่เอาไปใช้เวลามีปัญหาให้นำสิงห์นี้ขึ้นขึ้นมาระลึกอธิษฐานแล้วเขาจะเอาเป็นธุระรีบช่วยในทันที พ่ออาจารย์ท่านว่าสิงห์นี้ท่านให้ขอ ต้องการอะไรก้ให้บอก หมั่นบอกกล่าวพูดคุยกับเขาบ่อยๆเหมือนเลี้ยงกุมาร เรียกเขาว่าพี่สิงห์ก็ได้ท่านว่าให้พูดกับเขาบ่อยๆ ยิ่งคุยบ่อยยิ่งเห็นผลไว แล้วจะรู้เองทุกอย่างทั้งศัตรูหมู่มารที่ไม่เป็นมิตรจะแพ้ภัยตนเอง ส่วนเราก็จะได้ดิบได้ดีไม่ว่าจะทำอะไรไปที่ไหนก็มีแต่จะเจริญยิ่งๆขึ้นเท่านั้น เรียกว่าต้องดีที่สุด เป็นยอด เป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใคร

    **เกล็ดเล็กๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าตอนเสกวราหา(หมูนารายณ์) พานสิงห์ที่วางอยู่ใกล้กับพานที่ใส่วราหานั้น ปรากฏว่าในนิมิตนั้นเราเห็นมันไปไล่กัดพระวราหา พอออกจากสมาธิมาท่านว่ายังเห็นเครื่องรางชิ้นนี้กระโดดข้ามพานโดยพระวราหาก็กระโดดหลบลงพื้นทั้งนั้นเลย
    *** ทั้งพอเสกเสร็จแล้วมีคนเขาเอาไปใช้แล้วโดนรุมแทงหนนึง โดนดักยิงหนนึง มีคนที่เห็นเหตุการณ์เค้าเล่าว่าเห็นเงาดำมายืนบังผู้ชายคนนี้ไว้ เป็นเงาดำเช่นนี้ถึงสองครั้งสองหน เรียกว่าหนแรกมีดทำอันตรายไม่ได้ ส่วนหนที่สองกระสุนนั้นตกลงตรงหน้า ถือได้ว่าปลอดภัยทั้งสองครั้งจนคนที่พกขนานนามให้ว่าสิงห์ผีสิง เพราะมีคนเห็นเป็นเงาดำมากันตัวให้ทั้งสองหนเช่นนั้น

    แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าสิงห์นี้ไม่ใช่สิงห์ผีสิงแต่อย่างใด แต่เราลงกำบังภัยทั้งแปลงภาคแบ่งรูปไว้ เวลามีอันตรายแบบจวนตัวจริงๆเขาจะมารับภัยพิบัติเหล่านั้นแทนเจ้านายของเขา ท่านว่าสิงห์ของฉันไม่ใช่ผีนะแต่ถ้าจะเรียกให้สนุกปากก็ไม่ว่ากันเพราะมันแรงมันเฮี้ยนด้วยเป็นสิงห์วิชา เป็นสิงห์ทิพย์ แม้หมู่สัตว์จตุบททวิบาทอันได้ชื่อว่าเป็นสัตว์วิเศษใดๆมันก็ควบคุมเขาได้ทั้งหมดเพราะเขาถือตัวว่าตนเป็นสัตว์ตระกูลสูง เป็นเจ้าโลกเจ้าถิ่นเช่นนั้น ดังนั้นท่านว่าคนที่เอาไปก็ต้องบอกกล่าวเขาเสียก่อนว่าไม่ให้ไปข่มเหงหรือรังแกผู้ใด***และจะบริบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีกหากได้อาราธนาเป็นคู่เพราะครูท่านกำหนดมาแต่โบราณว่าหากใช้สิงห์ราชได้ครบคู่จะเก่งกาจมหากาฬระงับทุกข์โทษภัยได้ในทันที(ท่านว่าคนเลี้ยงให้ตั้งชื่อให้เขาด้วย และเขาเป็นสิงห์ทิพย์ไม่ต้องเซ่นด้วยอะไรทั้งนั้นเพราะเขาจะหากินของเขาเอง เว้นแต่เราบนบานก็ให้บนด้วยหมูสดไก่สดเช่นนั้น)

    คาถาบูชา

    อันตะภาโว กะจะยะสะ โวมะถังปะกาเสนโต สะถะอาหาพญาราชะสีโห เชชะนะอาสิทิเสตถัง อาหะเตชะนะ อะปันนาอาสิติ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  8. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8716383848080.jpg line_8715235280007.jpg บูชา พระปิดตาเจ้าน้ำทองมหาเสน่ห์,ตั้งตัว(ลืมตาอ้าปาก) ให้บูชา 2000

    เธอเอ๋ย...อย่าได้สนเท่ห์ในพระภควัมปิดตาที่เราสร้างไว้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าคนในสมัยก่อนนั้น ถ้าเขาอยากจะตั้งตัวหรืออยากจะจีบสาวก็ดี เขาจะหาพระปิดตาที่สร้างขึ้นจากผงดีๆไว้ใช้กันซักองค์ ท่านว่าแค่นี้ก็เหลือกินแล้วไม่ต้องไปแสวงหาขุนแผนจากที่ไหนเลย ที่ผ่านๆมาด้วยเหตุว่าผู้ใดบูชาพระปิดตาที่พ่ออาจารย์ท่านเพียรเมตตาลบผง เชิญครูและตั้งใจปลุกเสกอย่างแท้จริงนั้นมักพบเจอแต่ความเจริญก้าวหน้าพวยพุ่งมุ่งตรงเข้ามาหาตลอด เรียกว่าไม่มีสิ่งใดจะมาหยุดสวัสดิมงคลและลาภผลที่จะมีเข้ามาแก่ผู้ที่มีพระปิดตาของท่านบูชาได้

    ท่านว่าท่านมีผงวิเศษอยู่ชนิดหนึ่งที่ลบถมปลุกเสกเอาไว้ยาวนานแล้ว ท่านเรียกรวมๆของท่านว่า"ผงลืมตาอ้าปาก" ด้วยท่านปรารถนาจะเก็บไว้ทำพระตระกูลเจ้าสัวหากแต่ครูสมเด็จท่านกลับแนะนำให้ใช้ทำพระปิดตาจะดีกว่า พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจทำพระปิดตายอดผงตำรับโบราณที่ท่านตั้งใจสร้างไว้เพื่อช่วยคนที่ตกยากให้หายลำบาก คนที่มีหนี้ให้หายเป็นหนี้ คนที่ล้มเหลวให้ลืมตาอ้าปากมีกินมีใช้อย่างไม่รู้ตัว ท่านว่าเรื่องอดอยากปากแห้งหมดแรงทำมาหากินนั้นเป็นไม่มี ทั้งผงนี้อยู่ที่ไหนยังจะทำให้เกิดโชคดี ให้มีทรัพย์ทวีเพิ่มพูนว่องไว ให้หาเงินง่ายได้อย่างใจหวัง ท่านว่าตั้งใจอธิษฐานให้ดีๆผงนี้แรงจริงๆสมัยก่อนเราเอามากดกระพิมพ์สามเหลี่ยมองค์เล็กจิ๋วแจกคนไปมาก คนที่บูชาพระที่ทำจากผงลืมตาอ้าปากนี้เขาว่ามีประสบการณ์กันหนักมากบ้างก็ถูกหวยรวยเป็นแสนๆ บ้างขายที่ได้เงินเป็นสิบๆล้าน บางรายถึงขนาดกิจการแทบล้มละลายแต่พอได้พระจิ๋วนี้ไปบูชาหนี้ที่มีเป็นจำนวนหลายล้านกลับหมดได้ในเวลาเพียงไม่นาน เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเรียกว่าผงลืมตาอ้าปาก และท่านค่อนข้างจะหวงผงวิเศษชุดนี้มาก ท่านว่าพระผงชุดนี้ไม่ว่าเธอจะหยิบจับกระทำกิจการอันใดขอให้บอกออกปากอธิษฐาน แล้วเธอก็จะได้สมหวังดังตั้งใจในเวลาเพียงไม่นาน เธอจะไปประสบพบเจอแต่ทรัพย์สินเงินตราอันมากมายเหลือล้นท่วมท้นล้นตัวเป็นเจ้าสัวมีเงินทองกองเต็มบ้าน ไม่เชื่อก็ลองดู..แล้วจะรู้ว่าว่าหาเงินหาทองมันได้ไม่ยากเลย

    พ่ออาจารย์ท่านนำผงวิเศษตระกูลต่างๆที่ท่านเก็บรวบรวมไว้มาผสมกับผงลืมตาอ้าปาก ซึ่งผงแต่ละชนิดได้ชื่อว่ามีคุณแรงด้วยกันทั้งสิ้น ได้แก่
    - ผงหมื่นหอม เป็นแท่งผงแท้ๆของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ท่านตั้งใจว่าหากจะทำพระปิดตาพิมพ์ของหลวงพ่อแก้วแล้วก็ต้องเสกให้ใช้แทนกันได้ เช่นนี้ท่านจึงนำผงหลวงพ่อแก้วที่เก้บไว้มาใช้เป็นมวลสาร พ่ออาจารย์ท่านว่าแท่งผงของท่านนั้นผ่านไปร้อยปีมาแล้วก็ยังหอม ผงหลวงพ่อแก้วได้เชื่อว่าเป็นผงอิทธิเจที่มีกำลังมากเช่นนั้นเราจึงเรียกว่าผงหมื่นหอมมีอานุภาพทางทำให้คนรักคนหลง ดังนั้นคนที่มีพระปิดตาหลวงพ่อแก้วหรือพระที่อาจารย์ยุคต่อมาใช้ผงหลวงพ่อแก้วทำขึ้นจึงห้ามขูดผงใส่น้ำใส่อาหารให้ผู้หญิงกินด้วยว่าจะทำหใ้เกิดปัญหาตามมา
    - ผงปัถมัง นิยมใช้ทางแคล้วคลาด กำบังล่องหน ป้องกันภูตผีปีศาจและคุณไสย
    - ผงอิทธิเจ นิยมใช้ทางเมตตามหานิยม เป็นมหาเสน่ห์อย่างสูงแบบเชื่อขนมกินได้ ทั้งยังรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยผงนี้หากปรารถนาหญิงใดชายใดท่านว่าจะได้ดังหวัง ใส่น้ำให้กิน ใส่อาหารให้กินจะเกิดความหลงใหลได้ปลื้ม
    - ผงมหาราช คือที่สุดหรือยอดสุดเป็นยอดแห่งผง มีอานุภาพด้านเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์อย่างสูง ใช้ได้ทั้งป้องกันและถอนคุณไสยและแคล้วคลาด การค้าขาย และเข้าหาผู้ใหญ่
    - ผงล้มลุก,สะดุ้งกลับ ท่านว่าล้มแล้วต้องลุกได้จะไม่หยุดอยู่กับที่ ทั้งผงสะดุ้งกลับยังช่วยให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นเรื่องดี ต่อไปอะไรที่ร้ายๆผ่านเข้ามาต้องเปลี่ยนเป็นเรื่องดีให้ทั้งหมด
    - ผงค่ายกลเศรษฐี หรือจะเรียกว่ายันต์ค่ายกลหนูตกถังข้าวสารก็ได้ วิชานี้ท่านว่าถ้าสายหลวงปู่ทิมจะเรียกว่ายันต์โบกสาวคือโบกผู้หญิงที่มีนิสัยดีให้เข้ามาหา เด่นด้านเมตตามหานิยม แต่พ่ออาจารย์ท่านทำเป็นวิชาค่ายกลอุปมาว่าเทวดาจำแลงกายออกมาเป็นพญาหนูขมวดหางชักเป็นยอดยันต์นะเศรษฐี เดินค่ายกลเลขยันต์ลบถมผงจนลอดกระดานชนวน ท่านว่าผงนี้ดีทางเจริญงอกงามเป็นเศรษฐีมั่งมีทรัพย์ ต้องเสกจนมีหนูตัวเป็นๆตกลงไปในผงจริงๆจึงจะใช้ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่าก็อย่างที่รู้กันคือหนูตกถังข้าวสารนั้น มันอิ่ม มันสบาย มันบริบูรณ์ไปหมด ชีวิตมีแต่ความสุขแบบไม่ต้องออกแรงไปหาอะไรเลยเช่นนั้นแหละ ผงนี้จึงเป็นทั้งผงเมตตาอย่างเอกและเก่งทางโภคทรัพย์แบบหาตัวจับยาก
    - ไม้ไก่กุก เป็นไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นไม้มหาเสน่ห์ซึ่งมีแรงครูสูงและหาได้ยากนำมาเป็นมวลสารพิเศษด้วยท่านว่าจะขาดไม่ได้ ไม้ไก่กุกนั้นเกิดจากไก่แจ้ตัวผู้คาบกิ่งไม้วิเศษนี้ร้อง กุ๊ก กุ๊ก เรียกตัวเมียให้มาหาพร้อมทั้งโยนกิ่งไม้ให้ตัวเมียคาบอมน้ำลายต่อ ก่อนที่จะผสมพันธ์ได้ลูกไก่ป็นฝูง โบราณกาลจึงนิยมเอาไม้ไก่กุกที่ขึ้นชื่อว่าป็นไม้เรียกสาวหายาก ท่านจึงนำผงไม้ไก่กุกนี้มาผสมสร้างพระปิดตา ให้เป็นเลิศทางมหาเสน่ห์ มหานิยม เรียกคน เรียกเงิน เรียกลูกค้าชนิดคุมทั้งฝูง ทั้งยังหากินเก่งเลี้ยงได้ทั้งฝูง อุปมาว่าไก่ตัวผู้นั้นหากินเดินไปที่ไหน คุ้ยเขี่ยอะไรก็ได้ข้าวของเงินทองนับไม่ถ้วน
    - ว่านเศรษฐีกอบทรัพย์ เป็นว่านที่เลี้ยงไว้เพื่ออำนวยโชควาสนาบารมี เรียกเงินทองให้ไหลมาเทมาไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่ผู้ปลูกว่านนี้จะเป็นเศรษฐีมีเงินกันแทบทุกคน ทั้งเป็นว่านทางเมตตามหานิยมมีแต่คนนิยมชมชอบนับหน้าถือตา ทำให้ผู้คนไปมาหาสู่อยู่เสมอ พอใบของว่านขอดเมื่อใดก็จะเรียกคนเข้าบ้านเรียกธนสารสมบัติเข้าเรือน ทำให้ขายของดี ธุรกิจการงานจะประสบความสำเร็จดี ยิ่งถ้าว่านออกดอกจะยิ่งมีโชคลาภยิ่งขึ้น ดังนั้นพ่ออาจารย์จึงตั้งใจใช้ว่านชนิดนี้ทำพระปิดตาโดยเฉพาะ
    ท่านได้นำผงวิเศษทั้งหลายอันได้แก่ผงพุทธคุณ,ผงตรีนิสิงเห,ผงพระเจ้าสิบหกพระองค์,ผงวิเศษด้านมหาเมตตามหานิยม,ผงมหามิตร มาผสมกับเกษรว่านร้อยแปด,กาฝากมงคล,ว่านยาวิเศษ,ไคลโบสถ์,ไคลเสมาโบราณสถาน,ผงกะลาตาเดียว,ผงคัมภีร์ใบลาน,ผงแร่บางไผ่,ผงแร่เกาะล้าน,ผงดินกากยายักษ์,ผงทำพระหลวงพ่อกวย

    ท่านแกะแม่พิมพ์พระควัมปติกำลังปิดตาทรงหลวงพ่อแก้วพิมพ์ใหญ่งดงามอลังการ ให้นูน อวบ อ้วน อุดมสมบูรณ์ แผ่กระแสเมตตาไปทั่วสารทิศ ท่านว่าผงเหล่านี้ที่นำมากด นำมาทำพระปิดตานั้นส่วนใหญ่จะเน้นผงที่ให้คุณทางมหาเสน่ห์หนึ่ง,ผูกมิตรหนึ่ง,เมตตาหนึ่ง,มหานิยมหนึ่ง เอาว่าต่อให้คนที่เกลียดกันไม่อาจเข้ากันได้ ไม่มีทางญาติดีกันเลยชนิดตายก็ไม่ต้องเผาผีกัน ไม่ถูกกันดั่งศรศิลป์ไม่กินกันอยู่รวมกันไม่ได้ ก็ยังญาติดีเป็นมิตรกันได้ ท่านว่านี่อานุภาพพระปิดตานั้นดีทางเมตตามหานิยมถึงขนาดนี้ขนาดคนที่ไม่ถูกกันยังอยู่ด้วยกันได้แล้วคนที่เกลียดเราล่ะจะไม่ยิ่งรักเมตตาเราหรือ นอกจากใช้ทางผูกมิตรไมตรีมีเมตตาไปรอบตัวแล้วยังใช้ทางเจรจาพาที ให้คุณทางโชคลาภ เงินทอง การทำมาหากินให้มีความสุขเกษมเปรมปรีดากว่าคนทั้งหลาย อายุยืนไม่เจ็บไม่ไข้เป็นสารพัดกัน ดุจมีกำแพงแก้ว 7 ชั้นกางกั้นไว้


    พระปิดตาลืมตาอ้าปากนี้ พ่ออาจารย์ท่านเน้นทำให้นำไปใช้งานได้จริง ท่านจึงฝังของวิเศษไว้สองชนิดได้แก่
    - องคตยศยง(องคตยกฐานะ) องคตผู้ไม่ตกต่ำ ไม่ตกเป็นรองใคร ไม่ตกที่นั่งลำบาก พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างองคตนี้มาฝังพระปิดตาโดยเฉพาะท่านว่าสำหรับคนที่ไม่มีจุดยืน ยังขาดจุดหมายในชีวิต ด้วยองคตนั้นเคยเป็นตัวแทนพระรามไปเจรจาความกับทศกัณฐ์ ซึ่งทศกัณฐ์นั้นนั่งอยู่บนบัลลังค์ที่สูงส่ง ใครไปอยู่ตรงหน้าก็จะรู้สึกได้ถึงความไม่เท่าเทียม รู้สึกเสมือนเป็นผู้มีอำนาจด้อยกว่าทศกัณฑ์ เรียกว่าถูกสะกดข่มอย่างสมบูรณ์ แต่องคตก็กลับม้วนหางใช้นั่งต่างบัลลังค์จนความสูงเสมอกันกับทศกัณฐ์นั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านจึงสร้างองคตม้วนหางขึ้นเป็นอาถรรพ์อย่างเอกและนับว่ามีคุณวิเศษอยู่มาก ท่านว่าคนใช้จะเป็นผู้ไม่ตกต่ำ ไม่ตกเป็นรองใครชีวิตจะมิได้ตกไปสู่ที่ต่ำเลย ดุจมีองคตยกขนดหางอุ้มชูไว้ แม้ชีวิตที่ต่ำมาแต่เดิมก็ต้องพุ่งไปสู่ที่สูง แม้คนที่อยู่สูงก็จะต่ำลงมิได้ ทั้งใครที่ได้รับความไม่เท่าเทียมกัน หรือมีความรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น ไม่มีโอกาสเท่าคนอื่นเขา ท่านว่าคนเหล่านี้จะใช้องคตได้แรงนัก เอาว่าดีดตัวกันจนตั้งตัวไม่ทันนั่นเลยทั้งนี้องคตยังมีพุทธคุณยังโดดเด่นในทางอำนาจดลใจให้ผู้ใช้มีความกล้าหาญไม่ตกเป็นเบี้ยล่างและไม่ตกเป็นรองใคร และยังถือว่าเป็นหนึ่งในครูลิงที่ใช้ได้ทางเมตตาอย่างแรง หรือจะใช้ทางเจรจาความก็เป็นเลิศด้วยเป็นหนึ่งในสามสัญลักษณ์ของมหาปราบจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านใช้ผงยันต์หัวใจองคตมาผสมกับผงไม้ด้ามตาลปัตรกดพิมพ์เป็นรูปองคตยกฐานะขึ้นมาก้วยตาลปัตรนั้นเมื่อจะใช้ต้องตั้งขึ้นให้ตรงจับให้มั่นคง คือมีพุทธคุณทำชีวิตให้เที่ยงตรงมั่นคง และเมื่อหยิบมาใช้ก็จะตั้งอยู่หน้าคนทั่วไปเสมอสิ่งนี้แสดงถึงอำนาจ ตบะ เดชะ ที่ไม่มีใครลบเลือน หรือบังกลบได้ อีกทั้งคำว่าตาลปัตรคือกลับตาลปัตรหมายถึงกลับร้ายให้กลายเป็นดี กลับไม่มีให้ร่ำรวย ทั้งยังกลับดวงแย่ แก้ดวงตก ยกดวงชง ทั้งองคตยังเป็นยอดขุนศึกมีกำลังอย่างน่าประหลาด อาศัยว่ามีเกียรติยศสูงสุดได้ทรมานลากทศกัณฐ์ยักษ์ที่เป็นเจ้ายึดครองสามโลกเล่นในวัยเด็กจึงถือว่าองคตนั้นมีฤทธิ์มากเพราได้ลองกำลังกับทศกัณฐ์เป็นประจำ เช่นนั้นผู้ที่ใช้องคตของพ่ออาจารย์ท่าน จึงแน่นอนว่านอกจากจะค้ำชูดวงชะตาชีวิตตนเองไม่ให้ตกต่ำแล้ว ยังต้องไม่ตกเป็นรองหรือต่ำกว่าใครอีกด้วย
    - ตะกรุดเจ้าน้ำทอง ท่านว่าวิชานี้เป็นวิชาการลงตะกรุดโภคทรัพย์ตำรับมอญ พูดง่ายๆคือเมื่อลงแล้วจงต้องเสกจนนิมิตเห็นเป็นสายน้ำมีแสงสีทองทอจับตาจึงจะสำเร็จ เป็นตะกรุดที่ดีทางโชคลาภอภิมงคลขนาดนั้นจึงเรียกว่าตะกรุดเจ้าน้ำทอง ท่านว่าฝังไว้ด้วยจะช่วยหนุนผงลืมตาอ้าปากอีกชั้นหนึ่ง แม้เป็นตะกรุดดอกเล็กแต่ก็แรงด้านพุทธคุณเป็นอย่างมาก ท่านว่าไปไหนมาไหนไม่อดอยาก เป็นเมตตามหานิยมและโชคลาค้าขาย เอาไปใช้เถอะ..ดี ท่านว่าตะกรุดนี้เสกให้สำเร็จยาก กว่าจะทำให้มาใช้นั้นไม่ง่าย ท่านฝังไว้กับพระปิดตาก็ตั้งใจเอาไว้ให้ใช้ตั้งตัว จะได้เป็นพญาเศรษฐีและลืมตาอ้าปากได้ในเวลาไม่ช้าไม่นานนับจากนี้ไป

    พระปิดตานี้เมื่อทำและเสกเสร็จแล้ว ท่านทดลองให้เจ้าอาวาสระดับพระสังฆาธิการในจังหวัดบุรีรีมย์นำไปใช้อาราธนาดู แต่มีข้อแม้ว่าต้องห้อยเดี่ยวๆเพราะท่านอยากจะดูพุทธคุณให้ชัดเจน ท่านว่าแม้วัดจะสร้างวิหารใช้เงินตั้งสิบล้านแต่เงินที่ได้จากการบริจาคทานการกุศลก็ไหลมาเทมาอย่างไม่น่าเชื่อ จนพระคุณเจ้าท่านเรียกว่าพระปิดตาเงินล้านและตั้งใจอาราธนาติดตัวไม่ขาดขอคุณพระช่วยเหลือจนสร้างวัดได้สวยงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าพระปิดตานี้ดีทุกด้านจะขอให้มีเงินไหลมาเงินก็ไหลมาล้นหลาม ช่วยหาเงินให้เราได้มาก ต่อไปจะหายาก ยิ่งในวาระบ้านเมืองหากินลำบากขึ้นเช่นนี้ ใครมีพระปิดตารุ่นนี้ก็นับได้ว่าอยู่สบายกว่าเขา ให้ใช้บารมีองค์พระอุ้มดวงไม่ให้ตกต่ำ มีโชค มีลาภนับล้านกันทุกรูปทุกนาม นอกจากนี้องค์พระยังแรงทางด้านเมตตาอย่างมาก ท่านว่าใช้อมไว้ในปากเวลาทำงานเกี่ยวกับการพูดคุยลูกค้าที่หินจริงๆก็ได้ ใช้ลูบหน้าลูบตาบรรเทาโรคภัยเวรกรรมเวลาไม่สบายก็ได้ แต่ที่ห้ามจริงๆเลยก็คือการขูดผงให้ผู้หญิงกิน อันนี้เด็ดขาดเพราะครูแรงเดี๋ยวจะเป็นบ้าเป็นบอไม่รู้ตัว

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระปิดตานี้กว่าจะเสกสำเร็จได้ ต้องเสกแบบใจเย็นๆเท่านั้น ท่านว่านอกจากจะเชิญหลวงพ่อแก้วและเชิญคุณพระมหากัจจายนะตลอดจนพระภควัมปติมาทำให้แล้ว เราเองก็เสกคาถาเงินล้านของหลวงพ่อปานใส่ไปเรื่อยๆ ตามด้วยคาถาเศรษฐีเจ็ดหาบท่านว่าสูตรนี้มีคนรู้น้อยหาคนทำได้จริงยาก โบราณจารย์ท่านว่าเสกคาถานี้ปลุกพระใครได้ไปจะร่ำรวยทรัพย์สินเงินตราอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ใครที่ไม่เคยมีโชคก็จะโชคดี ใครที่เคยเป็นหนี้ท่วมท้นพ้นหัวก็จะปลดหนี้จนหมดออกจากตัวได้เพียงไม่นาน ผู้ที่มีไว้บูชาจักไม่อดอยากหรือยากจนแต่อย่างใด ท่านว่าเสกจนพระมหากัจจายนะท่านบอกกับเราว่า"พอแล้วๆ พระปิดตารุ่นนี้คนที่เขาใช้หากว่าจะเอาดีทางโลกนั้นเอาว่าจนไม่เป็น มีแต่รวยกับรวยอยู่แค่สองทางนี้ไม่มีทางอื่นเป็นคติให้เลือกอีกแล้ว" พ่ออาจารย์ท่านว่ารุ่นนี้มีครบเลยสำหรับคนที่คิดจะตั้งตัวหรือเอาไปใช้ให้ชีวิตตัวเองลืมตาอ้าปากได้พุทธคุณพระปิดตานี้มีดีครบทุกทางจะส่งผลสำเร็จโดยพลัน


    คาถาบูชา
    พะ เห วา รา นะมะการานุภาเวนะ กันตะยาราม สัพเพอุปัททะเว (ใช้เรียกองคตบ่อยๆท่านว่าตั้งตัวได้ ฟื้นตัวไว ยกตนสำเร็จได้โดยเร็ว)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  9. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    บูชา มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาลผลาญกัป(คำพรมหาเทพ,ลบกฏนามธรรม) 3500

    แต่ปางก่อนนั้น ศาสตร์เฉพาะของครูพระสยม(พระศิวะ)ท่านย่อมถือเป็นศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ และเข้าถึงได้ยากเนื่องด้วยต้องใช้ปฏิบัติการณ์ทางโยคะ พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมท่านเกรงว่าศิษย์จะขาดที่พึ่ง ทั้งในอนาคตสำหรับคนที่เข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจในพระเป็นเจ้าแล้วก็จะยิ่งออกทะเลแต่งนิทานกันสนุกปากเข้าไปใหญ่ เมื่อสิ้นยุคพ่ออาจารย์แล้วต่อไปครูท่านเกรงว่าผู้ศรัทธาอย่างจริงใจหรือสาวกในองค์พระศิวะจะไม่อาจเข้าถึงขุมพลังงานของพระเป็นเจ้าได้ เช่นนี้ครูท่านจึงให้พ่ออาจารย์สร้างมงคลแรงครูขึ้นมา เพื่อให้เป็นตัวแทนอำนาจของครูอาจารย์ทั้งหลายในคณะของพระศิวะ ในนามเทพสังกัดพระศิวะ เพื่อประโยชน์ใหญ่แก่ผู้ศรัทธา ต่อไปจะได้สามารถเชิญครูได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้สิ้นยุคพ่ออาจารย์ท่านลงไปแล้วก็สามารถอาราธนาครูปลุกเสกเครื่องมงคลได้เอง ใช้แรงครูหนุนชะตาตัวเอง เปลี่ยนชีวิตตัวเอง...ท่านว่าสุดแล้วแต่จะกระทำ ด้วยแรงครูนั้นย่อมเป็นไปได้ทุกสิ่ง ซึ่งมงคลแรงครูนี้องค์พระสยมท่านก็กำหนดให้พ่ออาจารย์สร้างออกมาในลักษณะเทพอาวุธที่ทรงกำลังสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ท่าน นั่นคือตรีศูล

    อันการสร้างเทพศาสตราที่ทรงกำลังสูงสุดนั้นย่อมมีขั้นตอนยุ่งยากเป็นธรรมดา ด้วยตรีศูลนั้นเป็นอาวุธอันทรงพลังประจำกายพระศิวะมหาเทพ มาจากคำว่า “ตรี” แปลว่า “สาม” และ “ศูล” หมายถึง ปัญหาหรือทัณฑ์ทรมาน เมื่อนำมารวมกันแล้ว ตรีศูลจึงหมายความว่า การบรรเทาความทุกข์สามประการที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ได้แก่ ทุกข์ทางกาย เช่น กระหายน้ำ, โดนทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ทุกข์ทางจิต เช่น โกรธ สงสัย เป็นต้น และทุกข์จากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว, ฝนตก เป็นต้น เมื่อพระศิวะเป็นผู้ถือตรีศูลจึงหมายถึงการที่พระองค์สามารถควบคุมและเยียวยาพลังงานทุกอย่างได้เพื่อจะบรรเทาระงับความทุกข์ทั้งสามประการอันจะเกิดในชีวิตสาวกไม่ว่าจะอยู่ที่ใดทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ เช่นนั้นการสร้างตรีศูลซึ่งเป็นมหาเทพศาสตรานี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งครูพระสยมที่จะหยุดความทุกข์ทั้งทางกาย ทางจิต และธรรมชาติของผู้มีวาสนาได้ครอบครองอย่างสิ้นเชิงด้วย

    โดยทั่วไปแล้ว เข้าใจกันว่าตรีศูลซึ่งเป็นอาวุธที่มีสามง่ามเป็นดั่งตัวแทนของมหาเทพ โดยเป็นผู้สร้าง ผู้ปกป้อง และผู้ทำลาย ในขณะเดียวกันตรีศูลยังยังมีพลังในการทำลายโลกลวงตาทั้งสาม ประกอบไปด้วย โลกปัจจุบัน (กาย) โลกอดีต (กามา) และโลกของจิตใจ (อัตตา) เมื่อโลกเหล่านี้ถูกกำจัดไปได้ จะทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นผู้รู้แจ้งในที่สุด นอกจากนี้สำหรับโยคีหรือผู้บำเพ็ญโยคะแล้ว ตรีศูลยังสื่อถึง พลังงานละเอียด(นาฑี),ความนิ่งเฉย(อิฑา) และความแคล่วคล่องว่องไว(ปิงคลา)โดยสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของจักระในร่างกายที่มาเชื่อมต่อกันแล้วมีรูปร่างคล้ายตรีศูล เป็นพลังงานแห่งชีวิตที่หากควบคุมได้จะทำให้เราเป็นอิสระจากความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวล

    นอกจากจะเป็นศาสตราวุธคู่ใจของมหาเทพซึ่งทรงพลานุภาพสูงสุดในจักรวาลแล้ว ดั่งที่รู้ว่าพระองค์เป็นผู้ประสานพลังแห่งจักรวาล เป็นที่เกรงกลัวแก่อสูรและสิ่งชั่วร้าย เป็นผู้อยู่เหนือเหล่าโยคี เทพเทวา และภูติ ดังนั้นมหาเทพศาสตราชิ้นนี้ที่ครูท่านเลือกให้เป็นเครื่องมงคลแทนพลังงานและแรงครูขององค์ท่านนั้นจึงมีคุณสมบัติเหล่านั้น ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านยังว่าเพราะมีเหตุผลอื่นๆอยู่ด้วยที่น้อยคนนักยากจะรู้และทำความเข้าใจ ด้วยตรีศูลแห่งครูพระสยมนั้นมีอำนาจบันดาลภัยพิบัติให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงมีความหมายแฝงเกี่ยวกับการสร้างตัวตนของมนุษย์ทุกคน เป็นสุดยอดอาวุธที่ใช้ทั้งในการสร้างจักรวาลและทำลายจักรวาลโดยได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงสุดแล้ว นั่นคือนอกจากทำลายจักรวาลเหมือนเทพศาสตราอื่นๆแล้วยังสามารถทำลายห้วงเวลาได้อีกด้วย เรียกว่าสามารถลบตัวตนทั้งรูปธรรมทุกสิ่งในมหาจักรวาลทิ้งไปและเมื่อทำการลบสิ่งใดแล้วยังส่งผลไม่ให้สิ่งนั้นมีกำเนิดขึ้นมาได้อีกนั่นคือลบห้วงเวลาได้ยาวนานถึงกัปกัลป์เลยทีเดียว (*พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอต้องเข้าใจนะที่ครูท่านตั้งใจโดยเฉพาะให้ทำตรีศูลนี้ ก็เพราะตรีศูลนี้ใช้ลบตัวตน ลบความทุกข์ยาก ลบพิบัติภัยทั้งเคราะห์และสิ่งอุบาทว์ทั้งหลายให้หายไปจากชีวิตเธอได้ ซ้ำยังหายไปยาวนานนับกัปกัลป์เช่นนั้น นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงซึ่งท่านจะให้ใช้ตัดความทุกข์ยาก ทุกข์เข็ญนั่นเอง ด้วยสิ่งใดที่ระงับไปเพียงชั่วครู่แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกนั่นคือสภาวะของความทุกข์ยาก สิ่งนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อมันสำคัญและเป็นปัญหาหนักของชีวิตก็เพียงลบตัวตนมันออกไปก็พอ) นอกจากนั้นสภาวะของตรีศูลมหาเทพคือนามธรรมอันยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
    - การสร้าง การรักษา การทำลาย
    - กาลอดีต กาลปัจจุบัน กาลอนาคต
    - โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกบาดาล
    - ความมืด(อวิชชา,ราคะ,กิเลส) ความเกี่ยวพัน(สัญญาของสรรพสิ่งที่ผูกโยงเกิดเป็นกฏแห่งกรรม) ความดีงาม(คุณธรรม)

    จะเห็นได้ว่ายากนักที่จะหาเทพศาสตราใดที่จะเป็นสัญลักษณ์ของนามธรรมทั้งยังมีอำนาจควบคุมนามธรรมอันยิ่งใหญ่ได้มากมายถึงเพียงนี้ เพราะทุกสิ่งนั้นล้วนมีอำนาจขัดกับกฏวัฏสงสารทั้งสิ้น นอกจากจะเป็นเทพศาสตราที่ทรงพลังสูงสุดนั่นคือใช้ลบตัวตนเป้าหมายทิ้งไปโดยไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ไม่ให้เหลือชาติเหลือวิญญาณก็ย่อมได้ ดั่งในกรณีที่ใช้ตัดเศียรพระพรหม พระเคณศ ก็ปรากฏว่าเศียรมหาเทพเหล่านั้นล้วนแต่อันตรธานหายไปอย่างไร้ตัวตนทั้งสิ้น อะไรที่ถูกตรีนี้ทำลายคือสูญสิ้นชนิดเอากลับคืนมาไม่ได้เช่นนั้นเลยไม่เคยปรากฏว่าจะมีสิ่งใดต้านทานได้ จึงเป็นศาสตราวุธที่ไม่ถูกใช้พร่ำเพรื่อแม้ครูพระสยมเอง และเมื่อท่านให้พ่ออาจารย์สร้างแล้วก็ห้ามคนนำไปใช้พร่ำเพรื่อเช่นเดียวกัน

    อย่างที่ทราบกันดีว่าตรีศูลนั้นเป็นอาวุธของพระศิวะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อทำด้วยวิชาเป็นเครื่องมงคลแล้วนอกจากจะเป็นยอดเทพศาสตราครูพระสยมท่านว่าตรีที่ทำให้นี้อยู่ที่ใดยังเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจ,เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ,เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์,เป็นสัญลักษณ์ของเงินทองและความร่ำรวย นอกจากนั้นตรีศูลนี้จะบันดาลให้กระแสกรรมที่กระเพื่อมขึ้นๆลงๆตลอดเวลาของมนุษย์เกิดความมั่นคง เป็นผลให้ชีวิตเกิดความโดดเด่นและถึงซึ่งเกียรติยศชื่อเสียง ด้วยเป็นเทพศาสตราที่คณะเทพของพระศิวะมักนิยมจะถือกันเป็นสัญลักษณ์ไม่ว่าจะ พระศิวะ,พระแม่อุมา,พระแม่กาลี,พระขันธกุมาร,พระพิฆเณศ,พระไภรวะ... เช่นนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านทำตรีศูลอันเป็นตัวแทนแรงครูของคณะเทพ เป็นไศวะศาสตรา จึงจำต้องใช้แรงครูของเทพทุกองค์ที่ทรงตรีศูลในคณะศิวะสาวกนั้น

    เมื่อจะทำแรกเริ่มพ่ออาจารย์ท่านต้องหล่อธาตุกายสิทธิ์แล้วนำเข้าหลอมในพิธีกองกูณฑ์อัคคีหรือพิธีโฮมัมบูชาไฟแด่พระอิศวรเจ้า(ครูพระสยม)แล้วนำมาตะไบเป็นยอดตรีเสกเก็บไว้ จากนั้นจึงได้เตรียมผงว่าน,ผงยา,ผงยันต์ชั้นสูงสุด ที่ใช้ในการแก้ผี แก้อาถรรพ์ แก้มนต์ดำ แก้ไสยศาสตร์ ได้แก่
    - ผงยันต์
    ผงยันต์แก้ผีทั้งสองร้อยยี่สิบเจ็ดสูตร,ผงยันต์พระเจ้าสิบหกพระองค์,ผงยันต์ตรีนิสิงเห ,ผงยันต์นอโม,ผงยันต์ธงชัยพระอิศวร,ผงยันต์ธงชัยพระอินทร์,ผงยันต์กันคุณไสย,ผงยันต์กันอาวุธ,ผงยันต์อิติโปโสแปดทิศ,ผงยันต์ไตรสรณคมณ์,ผงปราบไพรี
    - ผงว่าน ว่านแสงอาทิตย์,ว่านไพรเหลือง,ไพรดำ,ขมิ้นอ้อย,ขมิ้นชัน,ขมิ้นขาว,ขมิ้นดี,ขมิ้นทอง,หมุยดำ,หมุยขาว,หมุยช้าง,เฉียงพร้า,หมากผู้,ปด,บอน,หิ่งหายผี,บังบาย,หนาด,เข็ดมอญ,หญ้าคา,ว่านโมกขศักดิ์,ว่านมหาปราบ,ว่านพะตะบะ,ว่านสามพันตรึง,ว่านหนุมาน,ว่านนางคุ้ม,ว่านสากเหล็ก,หนามจันทัน,หนามบ้อง,หนามแสงขัน,หนามเพดาษ,หนามงับ,ระงับใหญ่,ข่าตาแดง,ขิง, พริกไทย,เจ็ดมูลเพลิง,บอระเพชร,ว่านน้ำ,พัดแม่ชี,ชิงชาลี,ธรณีสาร,ส้มป่อย,คนทีดำ,งิ้วดำ,งิ้วขาว,เปราะลาย,พญาว่าน,กำแพงเจ็ดชั้น,ใบมะกรูด,ใบมะนาว
    - ผงยา(ผงอาถรรพ์,ผงเขี้ยวงา) ผงลำผีพ่าย,ผงไล่ผีหนี,ผงตีผีตาย,นอแรด,เขี้ยวเสือ,ดีหมี,ชะมดเชียง,ผงงาช้าง,ผงเขาวัวเขาควาย,ผงตะไบปลายหอกปลายดาบ,ตะใคร่เจดีย์,ผงชันเพชร

    ผงพระอิศวรปราบยุคเข็ญ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าผงยันต์ ผงว่าน ผงยานี้ต้องนำมาผสมผงที่ได้จากพิธีกองกูณฑ์อัคคีของครูพระสยมโดยว่านบางตัวต้องนำมาลงอักขระตามสูตรแล้วจึงเสกปลุกว่านปลุกเสกยาแล้วจึงบดเป็นผง และนำมาปั้นใหม่เป็นแท่งดินสอลงโองการพระอิศวรปราบยุคเข็ญแล้วเสกตามสูตรตามวาระก่อนโดยเชิญคณะเทพศิวะสาวกทั้งหมดตลอดจนมหาเทพแผ่บารมีแบ่งกำลังลงสถิตย์ในผงพระอิศวรปราบยุคเข็ญนี้ทุกอณูจึงจะสำเร็จเป็นผงศักดิ์สิทธิ์ ผงนี้ท่านว่าที่ใช้แก้ผีได้สารพัด,แก้คุณไสยที่เข้าทำไว้ในแผ่นดิน,แก้อาถรรพ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี แก้ได้ทั้งยาสั่ง,ยาเสน่ห์,ยาแฝด,ยาพิษ,ยารัก,ยาชัง,ยาหน่าย,ยาตาย,ยาประสาท,ยามนต์ต่างๆ รวมไปถึงแก้อุบาทว์ที่เกิดจากการทำของต่ำ,แก้คุณไสยที่โดนมานานจนเข้าเลือด,แก้วิชาที่ถึงขั้นวิบัติอย่างแรง ทั้งปัดป้องสิ่งอัปมงคลเสนียดจัญไร ที่สำคัญยังช่วยหนุนนำดวงชะตามิให้ตกต่ำอีกด้วย อันผู้ใดที่มุ่งมาตรปรารถนาให้ร้ายแก่เราหากมันผู้นั่นยังยืนอยู่บนผืนพระธรณีขอเพียงว่าหากเรายังอยู่บนผืนแผ่นดินนี้มันก็ทำอะไรเรามิได้ เรียกว่าตราบใดที่ยังมีแผ่นดินมันอยู่ก็ทำร้ายเรามิได้เลย ตราบใดที่พระเวทย์และพระธรรมยังมีอยู่ในโลกนี้เราจะปลอดภัยในทุกสถาน ทุกกาล ทุกเมื่อ ให้ถือคตินี้ไว้ให้มั่นคง

    พ่ออาจารย์ท่านได้ทำด้ามตรีศูลด้วยการลงตะกรุดสูตรที่ครูพระสยมสั่งไว้ นั่นคือลงด้วยสูตรยันครูธงชัยพระสยม ธงที่ไม่เคยแพ้ใครในสามโลก ธงนี้ได้ชื่อว่าเป็นธงมหาโชค มหาชัย ธงชัยชนะนิรันดิ์กาล แม้นชักออกประกาศขึ้นหรือตกอยู่ณ.ที่แห่งใดแล้ว ย่อมเป็นอำนาจนิรันดร์ที่จะสยบทุกสรรพสิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมท่านให้ลงธงชัยพระสยมนี้ล้อมรอบโองการคำพรมหาเทพ อันประกอบไปด้วย
    - พระศิวะ(เทพแห่งการทำลายล้าง) อำนวยพรแห่งอำนาจและความสำเร็จ,อำนวยพรแห่งความเจริญ,อำนวยพรแห่งอำนาจเหนือบุคคลทั้งหลาย,อำนวยพรอันนำมาซึ่งผลกำไรอันมหาศาล,อำนวยพรอันนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างสูงสุด,อำนวยพรอายุยืน(ต่ออายุผู้ที่ใกล้สิ้นใจได้ชั่วคราว),อำนวยพรบำบัดโรค(สามารถรักษาอาการไข้ที่เป็นมานาน),อำนวยพรแห่งความสมบูรณ์(บันดาลให้พ้นจากความยากจน),อำนวยพรกันอุบาทว์กันเสนียดจํญไรกันคุณไสยอวิชชาทั้งสิบหกภาษา
    - พระวิษณุนารายณ์(มหาเทพผู้ปกปักรักษาโลกมนุษย์) ผู้ดูแลรักษาทุกสรรพสิ่งอำนวยพรขจัดเหล่ามารและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง,อำนวยพรคุ้มครองชะตาชีวิต,อำนวยพรบันดาลวาสนาแก่มนุษย์,อำนวยพรประทานแสงสว่างส่องกระจายในจิตที่มืดบอด,อำนวยพรขจัดบาป,อำนวยพรขจัดความขัดข้อง,อำนวยพรสร้างความภูมิฐานและการชนะทุกสิ่ง
    - พระพรหม(มหาเทพผู้สร้างโลกและลิขิตชีวิตมนุษย์) อำนวยพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา,อำนวยพรแห่งความคิดการสร้างสรรค์,อำนวยพรทางชะตาลิขิต,อำนวยพรบันดาลให้มีความสุขและสมบูรณ์ในชีวิต,อำนวยพรให้เกิดปัญญาในการประกอบอาชีพ,อำนวยพรความแข็งแรงปกป้องให้ห่างจากศัตรู,อำนวยพรความรู้แจ้ง,อำนวยพรให้เกิดความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ
    - พระอินทร์(เทวราชผู้ครองสวรรค์) อำนวยพรบันดาลให้เหตุการณ์ทุกข์ต่างๆคลี่คลาย,ไอำนวยพรบันดาลให้ได้รับการคุ้มครองจากธรรมชาติ,อำนวยพรให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ,อำนวยพรให้ชีวิตมีความสุขปราศจากมลทินและความเศร้าทุกข์ใดๆ
    - ท้าวกุเวร(พระคลังสวรรค์) อำนวยพรประทานทรัพย์สมบัติ,อำนวยพรความมั่งคั่งร่ำรวย,อำนวยพรลาภยศแก้ไขชีวิตให้ราบรื่น,อำนวยพรป้องกันภูติผี ปีศาจกันมนต์ดำปัดคุณไสย์ต่างๆ,อำนวยพระไม่ให้มีชีวิตอับจน,อำนวยพรให้มีกินมีใช้มิได้ขาดอย่างอัศจรรย์
    - ยมเทพ(เทพบรรพบุรุษ) อำนวยพรต่ออายุให้ยาวนาน,อำนวยพรให้หายจากโรคภัยต่างๆ,อำนวยพรให้พ้นจากอำนาจวิญญาณและพลังงานฝ่ายต่ำ
    - พระกาล(ผู้ควบคุมห้วงมิติกาลเวลา) อำนวยพรหยุดทุกข์,เคราะห์,เหตุเภทภัยทั้งหลาย
    - พระฤาษี(อำนาจแห่งธรรมและการบำเพ็ญเป็นพรที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) อำนวยพรปัดเป่าลางร้าย,อำนวยพรส่งเสริมชะตาชีวิต

    ด้วยตรีศูลนั้นเป็นเทพศาสตราระดับสูงสุด เรียกได้ว่าหากพูดว่าเป็นที่หนึ่งแล้วย่อมไม่มีสิ่งใดอันจะมีตัวตนเท่าเทียมได้อีก พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่คิดจะทำก็ยากแล้ว กว่าจะทำได้ก็ไม่ใช่ง่าย เมื่อได้แต่ละอย่างแล้วก็ต้องนำมาประกอบกันและอุดด้วยผงสำคัญที่เตรียมไว้ เพียงแค่ตะกรุดที่ใช้เป็นแกนก็ต้องใช้คำพรและอำนาจของเหล่ามหาเทพสำคัญอันเป็นกฏและตัวแทนของธรรมชาติมากมายผูกขึ้นมา เมื่อประกอบสำเร็จก็ต้องเชิญครูพระสยมแบ่งกำลังจากตรีศูลเล่มจริงของท่านให้กำเนิดในรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อให้คนใช้ได้นำไปสักการะเป็นเครื่องมงคลแรงครูหนุนนำชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าตรีเทพนี้ล้างอาถรรพ์ได้ทั้งปวงแม้แต่อาถรรพ์ชีวิต สุดแล้วแต่จะประดิษฐ์คิดวิธีใช้ได้เลย นั่นเพราะสิ่งนี้มีค่ามากเกินคำว่าค่าควรเมืองไปไกลลิบ

    คาถาบูชา

    ศิวายะ เคารีวัทนาพะชะวะ รินทะ สูระยายะ ทักษะ ธะวะระ นาศะกายะ ศรีนีละกัณทายะ วะรึษะ ธะวะชายะ ตัสไม ศิการายะ นะมะศิวายะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  10. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8704955104751.jpg line_8713817337404.jpg บูชา เหรียญเบิกวิชาองค์ต้นธรรมโคตรสยมภูว(ธรรมบดี84000บันดาลสุข) ให้บูชา 3500 ครับ

    หากพูดถึงองค์ธรรมแล้วหลายๆคนย่อมจะนึกภาพกันไม่ออกว่ามีลักษณะทางกายภาพอย่างไร เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีรูป ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงสร้างองค์ธรรมบดีหรือองค์ต้นธรรมขึ้นเพื่อเป็นวัตถุที่ระลึกทางกายภาพซึ่งเกิดจากธรรมเวทย์ให้ผู้ศรัทธาได้จับต้องกราบไหว้และอาราธนาองค์ธรรม ตามหลักพระธรรมอันเป็นนามธรรมที่ยิ่งใหญ่ไร้รูปลักษณ์ที่จะจับต้องได้ เป็นกฏเกณฑ์ที่บัญชาการทั้งหมื่นโลกธาตุพ่ออาจารย์ท่านจึงสร้างเพื่อให้คุณวิเศษขององค์ต้นธรรมนั้นได้ต่อติด และได้เป็นที่พึ่งพาของผู้ศรัทธา ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะทำได้นั้นถือว่ามีอาถรรพ์อยู่มาก เพราะจะหล่ออย่างไรก็หล่อไม่ติด ตอนแรกท่านว่าท่านอยากจะทำให้สวยๆจึงปั้นหุ่นเทียนเป็นเทพทรงชุดจักรพรรดิ์เสด็จพระใหญ่ท่านก็ไม่เอา ให้ทำแบบศิลป์บริสุทธิ์ไปเลย พอท่านสลักอักขระคาถาลงในหุ่นเทียนบล๊อกก็หล่อไม่ติด เปลี่ยนมาขึ้นรัศมีก็หล่อไม่ติด ใส่วงเดือนกระจายออกจากองค์พระก็หล่อไม่ติด เรียกว่าพ่ออาจารย์ท่านทำอยู่หลายรอบจนเสด็จพระใหญ่ท่านบอกว่าต้องทำแบบเปลือยๆ ในเหรียญนี้ห้ามมีอะไรนอกจากความว่างเปล่าและท่านต้องทำเป็นทรงกลมเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าพอเราปั้นหุ่นเทียนเสร็จแล้วก็มาคิดๆดูว่าออกมาแบบนี้กลัวใจคนเขาจะปรามาสกันจริงๆเพราะเหรียญนี้ดูโล่งๆไม่มีอะไรเลย ท่านจึงถามเสด็จพระใหญ่ว่าผมจะลงจารทำวิชาธรรมคู่ไปกับเหรียญด้วยเพื่อให้เป็นสิริมงคลกับผู้อาราธนาได้หรือไม่(จุดประสงค์คือไม่อยากให้เหรียญดูเปลือยๆไม่มีอะไร)ซึ่งพระท่านก็อนุญาติ พ่ออาจารย์ท่านว่าจุดนี้สำคัญเพราะเสด็จพระใหญ่ท่านรู้ที่เรากังวล ท่านจึงว่า " ไม่ต้องกังวลไปองค์ต้นธรรมนี้ไม่ใช่ใครจะมีก็ได้ ย่อมขึ้นอยู่กับสัญญาแต่เก่าก่อนของคนอาราธนา ถ้าไม่มีสัญญาร่วมกับท่านมาแต่กาลก่อนก็ไม่มีวาสนาผูกพันธ์ การจะเป็นศิษย์ของท่านก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นคนที่จะเอาไปก็เป็นคนที่มีวาสนาร่วมกัน หากขาดสัญญาไปแล้วการจะเป็นศิษย์ในองค์ต้นธรรมย่อมเป็นไปมิได้เลยเขาก็จะมองเป็นเหรียญโล้นๆเปลือยๆไม่ได้สนใจเท่านั้น "

    การสร้างองค์ต้นธรรมอันมีศักดิ์สูง เป็นสุดยอดหรือจุดสูงสุดที่เหล่าศาสดาและมหาเทพทั้งหลายต้องอาศัยความเพียรเพื่อเข้าให้ถึงนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ง่ายเลย เพราะท่านต้องอาศัยการปั่นธรรมทีละชนิดเพื่อดึงพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตลอดจนครูบาอาจารย์จากเบื้องบนเพื่อรวมกันมาอาราธนาองค์ต้นธรรม ท่านว่านี่จึงสำเร็จประโยชน์ใหญ่เพราะเราสร้างรูปเคารพให้กับสิ่งที่สูงที่สุดอันเป็นดวงพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้องค์ต้นธรรมนั้นลงมาช่วยกระทำการต่างๆ ทั้งยังเป็นการขอพลังจากองค์ท่านมาช่วยอำนวยพรให้สิ่งต่างๆที่เรากระทำ หรือสิ่งต่างๆที่โคจรอยู่รอบตัวเราและในชีวิตของเรานั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่การอาราธนาองค์ต้นธรรมนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าแน่นอน ว่าท่านมีอุปการคุณมากและมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ หากเธอเอาเหรียญเบิกวิชานี่ไปห้อยแล้วก็เท่ากับว่าเธอเข้ารับพลังของดวงแก้วดวงธรรม นำพลังขององค์ต้นธรรมมาขัดเกลาจิตใจหรือใช้ในการฝึกจิตได้ ...พ่ออาจารย์ท่านว่านี่คล้ายๆกับเหรียญแทนครูเลยเพราะใครมีจะเสกเครื่องรางของขลังต่างๆให้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ยังทำได้ แม้จะไล่ผี ปราบปอบ ล้างอาถรรพ์ต่างๆท่านว่านี่พลังขององค์ต้นธรรมทำได้หมด จากคนที่ไม่มีวิชาธาตุธรรมนั้นก็จะปั่นธรรมในตัวเองให้เรารู้เราเห็นอะไรได้กว้างขึ้น

    ท่านว่าการอาราธนาองค์ต้นธรรมก็เหมือนกับการเปิดประตูต่างๆเชื่อมโยงกันทุกมิติ เรียกว่าหากใครที่ปฎิบัติมาพอสมควรมีสะสมมาตั้งแต่ชาติที่แล้วก็จะได้มาต่อยอดจากตรงนี้ การอาราธนาองค์ต้นธรรมนั้นเป็นการปลุกจิตวิญญาณของตนเองให้แผ่พลังขยายไปยังมิติอื่นๆนอกจากมนุษยโลกแล้วยังมียมโลกและเทวโลกตลอดจนถึงนิพพานได้อีกด้วย ผู้ที่รับพลังขององค์ต้นธรรมนั้นมักจะมีปัญญารู้แจ้ง เข้าใจ เข้าถึงสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังจะสัมผัสถึงพลังเหนือโลกต่างๆได้ง่ายขึ้น พ่ออาจารย์ท่านอุปมาว่าดุจองค์ต้นธรรมใหญ่หรือที่เราเรียกพระธรรมท่านลงมาสอนสั่งเราด้วยตัวเองเราจะค่อยๆปรับกายเนื้อให้เข้าใจและเข้าถึงสิ่งต่างๆที่คนปรกติธรรมดาทั่วๆไปมองไม่เห็นหรือเข้าไม่ถึงตรงนี้ท่านเรียกว่าฤทธิ์ทางใจ ท่านว่าจะค่อยๆเห็นแน่ชัดมากขึ้นแต่ขอเอาไว้อย่างเดียวว่าอย่าไปหลงใหลได้ปลื้มกับฤทธิ์ตัวนี้ว่าตนเองจะเป็นผู้วิเศษแต่อย่างใดเพราะหากเราหลงมันก็จะขวางการเข้าถึงสภาวะธรรมในลำดับที่สูงขึ้นไป ท่านว่าให้ผู้อาราธนามีใจเป็นกลางไว้ถึงได้มาก็ไม่ต้องยินดีกับมันสุดท้ายเราก็จะเข้าถึงสัจจะแห่งธรรมทั้งหลายได้ สำหรับคนที่อาราธนาองค์ต้นธรรมนั้นต่อไปก่อนจะกระทำการใดๆก็ให้เชื้อเชิญท่านมาช่วยเหลือเสียก่อนจะขอพร,ขอเรื่องใดๆหรือใช้ทางขจัดปัดเป่าและป้องกันรักษาให้พ้นจากภัยอันตรายย่อมทำได้ทั้งสิ้น..ท่านว่าค่อยๆขัดเกลาจิตที่หยาบให้ละเอียดขึ้นเมื่อเข้าถึงธรรมแล้วต่อไปการบรรลุธรรมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ในเรื่องความสามารถแปลกๆที่ติดตัวมาเช่นการแก้ถอนคุณไสย ไล่ผี ไล่ปอบ การใช้คาถาอาคมได้เห็นผล หรือใช้วัตถุมงคลได้ดียิ่งขึ้น เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงผลพลอยได้ทั้งสิ้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อท่านสร้างองค์ต้นธรรมแล้ว นอกจากจะเชิญครูบาอาจารย์ทั้งหลายตั้งแต่เสด็จพระใหญ่ลงไปช่วยกันปั่นธรรมและอาราธนาองค์ต้นธรรมลงมาแล้ว ท่านยังได้นำวิชาธรรมต่างๆของท่านได้แก่ธรรมบรรลุ ธรรมเก้าโกฎิ ธรรมห้องพระไตร ธรรมฤาษี ธรรมบันดาล ธรรมพระอรหันต์ ธรรมกาบแก้ว ธรรมแก้วสารพัดนึก ธรรม84000...และอีกหลายๆวิชาธรรมที่เรียกว่าธรรมทั้งหมด ครอบให้กับเหรียญทีละเหรียญ ท่านว่ากว่าจะทำได้เสร็จยอมรับเลยว่านานจริงๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะยกตัวอย่างได้พอสังเขป เพื่อให้รู้คร่าวๆว่าเหรียญนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเนื้อจะรู้เห็นและสัมผัสได้ ดวงธรรมต่างๆนั้นได้แก่
    - ธรรมกาบแก้ว เป็นธรรมห้องสำคัญที่ใช้ในการรักษา ทั้งใช้ในทางแคล้วคงเสกน้ำเสกเหล้ากินได้สารพัด ขอให้พิจารณากันให้ดีเถิด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่รักษาได้สารพัดเลยพอลงไว้แล้วเหรียญนี้ใช้แช่น้ำกินแทนยาได้เลย จะป่วยจากสิ่งใดๆที่ผิดธรรมชาติหรือโดนกระทำจากจิตวิญญาณชั้นสูงชั้นต่ำก็ดี ย่อมรักษาได้ทั้งสิ้น
    - ธรรมพระอรหันต์ ท่านว่าธรรมพระอรหันต์นี้จะช่วยขจัดปัดเป่าเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี ด้วยชีวิตคนส่วนใหญ่นั้นย่อมร้ายมากกว่าดี ถึงดีก็ดีไม่สุด ท่านจึงครอบธรรมสำคัญนี้ไว้เพื่อหวังประโยชน์ให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายขึ้นทั้งยังใช้อาราธนารักษาคนเป็นบ้าเป็นปอบ หรือถูกภูตผีปีศาจเบียดเบียนก็ย่อมได้ แม้โดนเทวดาผีเข้าเจ้าสิงทำอาถรรพ์ร้ายต่างๆที่บ้าน ที่ไร่ ที่นา ในป่า ในดงดอน ห้วย หนอง คลองบึง ที่เราเข้าไปอาศัยอยู่ด้วยความรักความหวงแหนสถานที่ ท่านว่าให้อาราธนาเหรียญออกชื่อธรรมพระอรหันต์นี้ก็จะขจัดปัดเป่าไปได้
    - ธรรมเก้าโกฏิ วิชานี้โบราณท่านถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากใช้ป้องกันภูตผีปีศาจมิให้มารบกวนย่ำยีได้ดีนักแล ทั้งยังใช้ป้องกันและรักษาปอบ โพง ผี เทพอารักษ์ เจ้าหลัก เจ้าที่ นายผี เทวดามิจฉาทิฏฐิ ผีดง ผีป่า ผีบ้า ท่านว่าจะทำให้ฤทธิ์ที่แรงกล้าของมันจืดจางไป
    - ธรรมพระไตร ห้องนี้ท่านว่าสำคัญเพราะใช้ขจัดปัดเป่าความทุกข์ความโศกรวมไปถึงโรคภัยที่ติดตัวเราโดยเฉพาะ ตลอดทั้งอุบัติเหตุและอุปัททวะอันตรายอันจะเกิดขึ้นกับเราก็ดีหรือเกิดขึ้นไปแล้วก็ดีให้เหตุที่ยังไม่เกิด,ให้ผลที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมสลายไป ท่านว่าใช้อาราธนาป้องกันโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายนับว่าได้ผลดีสมความปรารถนากันมามากแล้วเมื่ออธิษฐานออกชื่อใช้ในการป้องกันและรักษาอาราธนาให้หากโรคภัยไข้เจ็บเหือดหายไปได้ แม้บ้านเมืองเกิดความเดือดร้อนจากภูตผีปีศาจเข้ามาเบียดเบียนก็ยังรักษาได้ แม้ที่อยู่ซึ่งไม่มีใครจับจองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เมื่อเราเข้าไปอยู่ จะเป็นเจ้าป่าหรือภูตผีปีศาจที่มารักษาและถือครองแม้เราลุกล้ำเข้าไปก็ย่อมจะถูกผู้รักษาเหล่านั้นทำอันตรายบางรายถึงแก่ความตายหรือจะสะกดไว้ให้เจ็บป่วยและตกต่ำลงก็ดี ผู้คนที่ถูกเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขาเบียดเบียนท่านว่าให้อาราธนาธรรมพระไตรนี้ปัดเป่าออกไปเสีย
    - ธรรมแก้วสารพัดนึก ท่านว่าเป็นบทวิเศษใช้ได้สารพัดนึกสมดั่งชื่อมีค่าร้อยแปดพันประการ เมื่อเอ่ยชื่อธรรมแก้วสารพัดนึกแล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันออกวันนั้นทำอะไรก็จักได้ชัยชนะ แม้เอ่ยนามแล้วหันหน้าไปทางทิศเหนือก็จะมีเดชาอานุภาพเป็นที่หวั่นเกรงแก่ฝูงชนยิ่งนัก แม้หันหน้าไปทางทิศใต้ทุกข์โศกโรคภัยต่างๆก็จะหายไป หากเงยหน้าขึ้นบนฟ้าก็จะชนะข้าศึกศัตรู จะอาราธนาตอนเช้าก็มีลาภมาก อาราธนาตอนสายรูปก็จะงาม ท่านว่านี่ใช้ได้สารพัดเลยทั้งให้ลาภให้มีทรัพย์สินมาก,ให้เทวดารักษา,ให้ศัตรูดับสูญสิ้น,ให้คนบูชาเรา,ให้อันตรายหายสิ้น,ถามหาความสุขย่อมได้ความสุข,ให้คนกลัวเรา,ให้ความแค้นมลายหายไป.. ท่านว่าย่อมใช้ได้ทั้งสิ้นแม้ปรารถนาอันใดก็จะได้ดั่งใจทีเดียว
    - ธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้อาราธนาธรรมนี้ผู้คนจะนับหน้าถือตาเป็นที่เลื่องลือว่าเก่งกล้าวิชา เป็นที่เกรงขามของทั้งคนทั้งผี ทั้งยังใช้ทางป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บอันเกิดจากภูตผีปีศาจได้ผลดีมาก ท่านว่าเมื่ออาราธนาธรรมดวงนี้แล้วก็ให้เคร่งครัดในศีลทั้งห้าจะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น องค์ธรรมนี้ท่านว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้หรือเอ่ยชื่อแต่หากว่าเราดีจริงนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะธรรมสำคัญนี้จะหนุนความสำเร็จในทุกกิจการ แต่ถ้าหากเราไม่มีศีลก็ดี ไม่เชื่อในองค์ธรรมก็ดีนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังจะเป็นโทษอีกด้วย(ท่านว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้ วันไหนตัวเองดีพอก็ค่อยอาราธนาธรรมนี้)

    นอกจากนั้นท่านว่าธรรมแต่ละวิชานั้นยังแบ่งเป็นห้องต่างๆมากมาย เมื่อจะลงก็ต้องลงให้ครบเช่นนั้นจึงใช้เวลานาน ท่านให้ยกตัวอย่างคร่าวๆเช่น
    - ห้องสมาธิ ท่านว่าก่อนจะทำการใดๆก็ให้อาราธนาธรรมห้องสมาธินี้เสียก่อน ธรรมนี้จะช่วยให้จิตใจของเราแน่วแน่ ทั้งยังสามารถมองเห็นภาพนิมิตเหตุการณ์ต่างๆเบื้องหน้าได้เป็นบางช่วง นอกจากนั้นยังใช้ป้องกันหรือปราบปรามภูตผีปีศาจได้
    - ห้องจืด ทำให้ฤทธิ์ของผี,เทวดาหรือผู้มีวิชาที่มาขัดขวางสร้างเรื่องให้เรานั้นจืดจางไป แม้คนที่ผีเข้าเจ้าสิงห็หายได้หรือใช้ให้หายจากเจ็บไข้ได้ป่วยก็ได้ มีภูตผีปีศาจในที่ใดย่อมขับได้ทั้งสิ้น จะอาราธนาเสกน้ำมนต์,เสกทรายซัดสถานที่,เสกก้อนหินฝังอาถรรพ์ก็ย่อมได้ ท่านว่าสถานที่ใดก็ดีเมื่อฝังแล้วฤทธิ์ของภูติผีปีศาจนั้นย่อมจืดจางหายไป
    - ห้องหิริโอตโอตตัปปะ ใช้ขับภูตผีปีศาจ เป็นดั่งกำแพงแก้วสามประการคือพระพุทธ,พระธรรม,พระสงฆ์ เมื่ออาราธนาคุณพระรัตนตรัยก็จะเป็นดั่งกำแพงป้องกันสรรพทุกข์,สรรพโศก, สรรพโรค,สรรพภัย,สรรพอันตรายและอุบาทว์ต่างๆได้ทั้งภายนอกและภายใน เช่นนั้นเครื่องป้องกันอันเกิดจากคุณพระรัตนตรัยนี้จึงประเสริฐยิ่งนัก
    - ห้องล้อมรักษา ใช้อาราธนาเพื่อล้อมรักษาตัวเอง ทั้งขับไล่อาถรรพ์หรือภูติผีที่อยู่ก่อนแล้วให้ออกไปไกลจากตัวเรา ไม่ให้ศัตรูและภูติผีปีศาจเข้ามาใกล้เราได้
    - ห้องกำจัด ใช้อาราธนาเมื่อจะทำการกำจัดศัตรูทั้งภายในและภายนอก ท่านว่าเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกกว่าเพียงแต่ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ภูตผีปีศาจก็จะแตกระจัดกระจายไป ทั้งนี้เป็นไปด้วยเดชานุภาพแห่งพระรัตนตรัย
    - ห้องแผลงฤทธิ์ ฤทธิ์เดชเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการและจะเกิดขึ้นได้เมื่อบำเพ็ญคุณงามความดี ครั้นได้แล้วก็อาจเสื่อมสูญไปได้ เช่นนั้นคนแต่ยุคก่อนย่อมถือเอาว่าพระพุทธเจ้าเป็นเจ้าแห่งฤทธิ์เป็นจอมอิทธิฤทธิ์เพราะพระองค์ได้สร้างพระบารมีมาครบถ้วน เช่นนั้นก่อนเราจะทำกิจใดจึงต้องฃแผลงฤทธิ์ หรือทำการร้องขอเอาฤทธิ์ของพระพุทธเจ้ามาใช้ ท่านว่าให้อาราธนาไปเถิดจะเกิดผลดีแน่นอน
    - ห้องกำบัง ท่านว่าให้อาราธนาเพื่อไม่ให้ภูตผีปีศาจแลสิ่งที่ไม่ดีมองเห็นตัว เพื่อความไม่ประมาทก็ควรจะป้องกันไว้เพราะการแก้ไขนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่าการป้องกัน ท่านจึงให้อาราธนาธรรมกำบังนี้ไว้เสมอๆให้น้อมระลึกนึกถึงถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพียงเท่านี้ภูตผีปีศาจก็ทำอันตรายหรือเบียดเบียนไม่ได้ ทุกสิ่งย่อมกำบังได้ทั้งหมดกำบังได้หมดไม่เป็นอันตรายแก่ตัวเรา แม้คนหรือผีจะทำอะไรเราก็เข้าไม่ถึงมาลองก็ไม่ถูกจนถึงขั้นที่สุดเขาให้วัวธนูปล่อยออกมาก็ยังไม่อาจทำอันตรายเราได้
    - ห้องตัน ท่านว่าเมื่ออาราธนาจะเป็นที่หวาดเกรงแก่ภูตผีปีศาจตลอดจนเป็นที่เคารพนับถือจากคนทั้งหลาย เมื่อเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเนื่องจากภูตผีปีศาจเบียดเบียนก็ดีให้อาราธนาปราบปรามได้เลย ทั้งยังจะช่วยป้องกันรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัยได้ดียิ่งนัก
    - หยาดน้ำ ท่านว่าใช้อาราธนาในการแผ่กุศลเจริญเมตตาจิตถือเป็นการให้อภัยแก่กัน เมื่อได้ทำหรือปราบภูตผีใดๆแล้ว ท่านให้อาราธนาห้องนี้แผ่ส่วนกุศลให้เพื่อมิให้มีกรรมมีเวรต่อกัน อนึ่งสัตว์ที่ถูกเราข่มเหง ขับไล่ หรือผูกมัดไว้ จักได้หายความพยาบาทอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน

    ท่านว่านี่ก็ยกตัวอย่างได้เพียงระดับหนึ่งแต่เอาว่าอาราธนาใช้ได้สารพัดนึก พ่ออาจารย์ท่านว่าการสร้างองค์ธรรมบดีหรือองค์ต้นธรรมก็เรียกนั้น ต้องบรรจุวิชาธรรมไว้ให้ครบถ้วนซึ่งปกติแล้ววิชาเหล่านี้ย่อมอาศัยความเอาใจใส่ขยันหมั่นเพียรในการฝึกเพื่อจะทำให้ดวงธรรมเข้มแข็งขึ้น สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างดี แต่หนนี้ท่านว่าองค์ต้นธรรมท่านช่วยครอบให้ทั้งหมดแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าบุคคลทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ย่อมมีบุญกรรมและวาสนาบารมีที่แตกต่างกันออกไป บางคนกรรมยังหนักอยู่จึงต้องขับกรรมก่อนเรียกว่าเมื่ออาราธนาเหรียญองค์ต้นธรรมนั้นท่านก็จะขับกรรมให้ก่อนในกรณีคนที่มีปัญหาด้านนั้นๆ แล้วค่อยพัฒนาขัดเกลาธรรมไปพร้อมๆกับตัวเรา***เหรียญชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านได้จารหัวใจธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์กำกับลงวิชาไว้ทั้งหน้าและหลัง ท่านว่ามีฤทธิ์มากสารพัดจะใช้ จะเป็นรอยจารเล็กๆละเอียดๆและอาจจะเป็นการจารให้เยอะๆเต็มวิชาในวัตถุที่แข็งเช่นนี้ครั้งสุดท้ายเนื่องจากต้องใช้ความพยายามมากในการลงเหล็กจาร (ท่านว่าจะให้ใช้ครื่องจารสบายๆนั้นท่านไม่ทำเพราะรุ่นพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านก็ไม่ทำ ไม่เอาความมักง่ายทำอะไรก็สบายเข้าว่าแบบนั้น)

    คาถาบูชา(ท่านให้อาราธนาองค์ต้นธรรมแล้วนึกถึงคุณพระรัตนตรัยก็ใช้ได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่านี่ห้อยๆไปท่านจะตอบสนองกับใจเราโดยตรง คาถาไม่จำเป้นต้องใช้ จะหยิบอะไรเอามากล่าวให้เป้นมงคลก็ได้ แต่ถ้าคนที่ใจยังแกว่งยังอยากท่องอยากบ่นก็ท่องไป)
    เอวัง พุทธัง สะรันตานัง ธัมมัง สังฆัญจะ ภิกขะโว ภยังวา ฉิมภิตัตตังวา โลมะหังโส นะเหสสะติ (เมื่อท่านระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่อย่างนี้ ความกลัวก็ดี ความหวาดสดุ้งก็ดี ความคนพองสยองเกล้าก็ดี อันใดจักมี อันนั้นจักหายไป ความหวาดผวาจักไม่บังเกิดขึ้น)

    ***เหรียญเบิกวิชาองค์ต้นธรรมโคตรสยมภูว พ่ออาจารย์ทำไว้ได้เพียงห้าเหรียญเท่านั้น ท่านพูดสั้นๆว่า"ใครได้เห็นถือเป็นบุญตา ใครมีไว้นับเป็นวาสนา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  11. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    20200927_060629.jpg 20200927_060642.jpg บูชา องค์กำเนิดบรรพกาลวราหาคลี่แผ่นดิน(หมูกินเสือตรีกาลมหาสะเดาะ) ให้บูชา 3100 ครับ

    " วราหาผู้เป็นเจ้า ได้เสด็จออกปราบมหายักษ์ คลี่แผ่นดินทั้งสี่ทวีปให้เจริญรุ่งเรือง "

    วิชาหมูนั้นมีอยู่หลายสาย เหมือนที่พ่ออาจารย์ว่าหมูนั้นมีหลายตัว บางตัวก็ปราบได้แม่แต่เสือเย็น หรือเสือสมิง นั้นคือหมูที่มีเดชมาก บางตัวก็กันพวกภูติผีปีศาจ ปล่อยออกไปได้เหมือนพยนต์ที่คอยทำลายอาถรรพ์ร้ายทั้งหลาย แต่บางตัวก็ดีด้านโชคลาภอย่างถึงที่สุด ในยุคนี้หลายๆที่นิยมสร้างหมูนารายณ์กันมากแต่กลับทำได้เพียงแค่ชื่อด้วยไม่ได้มีจิตแห่งพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง กอปรกับของบางอย่างภิกษุทำไม่ได้อย่างสิ้นเชิง พ่ออาจารย์ท่านจึงใคร่สร้างยอดเครื่องรางวราหาวตารนี้ให้ปรากฏ

    หมูนารายณ์หรือพระวราหะนั้นสำคัญไฉน พ่ออาจารย์ท่านอุปมาไว้ดั่งว่าเมื่อเกิดกลียุค หิรัณยากษะมหายักษ์ใคร่จะเป็นเจ้าโลก จึ่งกระทำฤทธานุภาพให้ปรากฏม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปเอาลงไปในบาดาล สรรพสัตว์ตลอดจนมนุษย์รวมไปถึงพระแม่ธรณีล้วนได้รับความทุกข์แสนสาหัส พูดง่ายๆคือกำลังจะตาย และตายกันชนิดล้างเผ่าพันธุ์ ในปางนั้นพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าได้ทรงกู้สถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วยการอวตารพญาหมูป่าตัวเผือกขาวดังสำลีมีเขี้ยวโง้วยาวเป็นเพชรลงไปสังหารมหายักษ์ ครั้นแล้ว" วราหาผู้เป็นเจ้า ได้เสด็จออกปราบมหายักษ์ คลี่แผ่นดินทั้งสี่ทวีปให้กลับเจริญรุ่งเรือง "

    ดังนั้นจึงถือคติที่ว่าเมื่อพระวราหาวตารคลี่แผ่นดิน คือนำแผ่นดินที่สิ้นหวังแล้ว แผ่นดินที่ตายแล้วทั้งสี่ทวีป อันสรรพสัตว์ทั้งหลายหากำลังใจหรือความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วนำกลับมา คลี่ออกให้กำเนิดสรรพชีวิตขึ้นใหม่ สถาปนาแผ่นดินสี่ทวีปขึ้นใหม่จนถึงแก่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นที่สุด ด้วยคตินี้จึงอุปมาวราหาคลี่แผ่นดินเป็นวิชาที่ทำให้ชีวิตได้เริ่มต้นใหม่จนถึงที่สุดแห่งความเจริญรุ่งเรือง ถึงแม้จะเป็นชีวิตที่พิกลพิการ ลำบากยากแค้นสิ้นหวัง แม้จะแห้งเหี่ยวแล้ว ใกล้ดับสูญแล้ว ร้ายแรงถึงปานนั้นก็ยังกู้กลับขึ้นมาได้

    พ่ออาจารย์ท่านเห็นว่าถ้าท่านไม่ทำขึ้นมาจริงๆจังๆคนที่รู้และทำได้จริงก็ดูจะไม่มีเสียแล้ว ดังนั้นท่านจึงตั้งใจทำหมูของท่านมากด้วยวิชาพยนต์นารายณ์เป็นหลักเพื่อกู้แก้วิกฤติที่เลวร้ายสิ้นหวังทุกสถาน ซ้ำยังลบผงวิชาหมูทุกตัวผสานลงไปด้วย นอกจากนั้นด้วยปัจจัยที่ว่าหมูมันกินจุ กินเก่ง กินไม่เลือก กินได้ตลอดดุจดั่งลาภลอยมีให้กินไม่ขาด จะกินใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด "ท่านว่าหมูมันสบาย ชีวิตมีแต่นั่งกินนอนกินแล้วก็โตขึ้นๆไม่หยุด ท่านจึงอุปมาว่าชีวิตแบบหมูๆคือการเติบโตแบบง่ายๆสบายๆดั่งวิสัยของคนนั่งกินนอนกินและต้องเจริญขึ้นเท่านั้น"

    ท่านตั้งใจทำหมูชุดนี้ให้มีอานุภาพ มีตัวตนโดยใช้มวลสารเฉพาะทางที่ท่านเก็บไว้นั่นคือเขี้ยวหมูตันพันปีซึ่งแข็งเป็นหิน ของชิ้นนี้มีอานุภาพมากท่านวว่าใช้ได้ทุกอย่างดุจอาวุธเทวดา มีเดชมาก แรงครูสูง วันดีคืนดีมักปรากฏเป็นหมูเผือกเขี้ยวเพชรออกมาหาข้าวกิน ท่านได้นำเขี้ยวหมูหินหรือเขี้ยวเพชรนี้บดเป็นผงเพื่อสร้างวราหาคลี่แผ่นดิน โดยฝังชิ้นส่วนเขี้ยวที่บดไม่ละเอียดไว้ด้านหน้าเป็นขุมพลังพญาหมูส่วนหนึ่ง ทั้งยังผสมด้วยผงลบวิชาหมูนารายณ์รวมถึงหมูทองแดงและหมูทุกสาย รวมไปถึงซ้องหมูป่าทนสิทธิ์ทรงอำนาจที่มีความเชื่อว่าหากหมูป่าไม่ตายหรือคายออกมาเองจะไม่สามารถพบได้เลย ท่านถือคติว่ากูไม่ตายคนอื่นก็ไม่ได้กินเช่นนั้นซ้ำซ้องหมูป่ายังมีเดชมาก ผงทั้งหมดนำมารวมกับว่านยาและไม้เฉพาะทางตามตำรับสร้างหมูนารายณ์ที่ท่านไม่ให้เปิดเผย ท่านว่าว่านและตัวยาแต่ละอย่างล้วนหายาก ไม่แปลกใจเลยที่โบราณจารย์จะกำหนดขึ้นไว้และเมื่อสร้างเสร็จนั้นหมูนั้นจะมีเดชมากพิฆาตได้แม้กระทั่งเสือสมิง

    รูปนั้นสำคัญไฉน ..ด้วยรูปเป็นสื่อที่บ่งบอกกิริยาและมีความสำคัญในการเรียกอาการตลอดจนสำเร็จตัวตนทั้งหมดพ่ออาจารย์ท่านจึงแกะพิมพ์หมูสำคัญนี้เป็นพระวราหะเขี้ยวยาวโง้งทูนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไว้บนศรีษะ ดุจว่ากำลังคลี่ออกเพื่อรูปนี้จะให้กำเนิดสรรพชีวิตเป็นที่สุดแห่งความเจริญรุ่งเรือง พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงปฐวีธาตุผสมกับยันต์กำเนิดแม่พระธรณีทำพิธีบูชาไฟสักการะรูปนามแห่งมหาเทวีก่อนจะปั้นเป็นลูกกลมๆบรรจุไว้ที่หัวของพระวราหะ ท่านว่าใช้แม่ธรณีนี่แหละแทนแผ่นดินที่กำลังคลี่ออก เป็นมงคลสองต่อทั้งชนะมาร ปราบแผ่นดิน คลี่คลายวิบัติดุจผู้พกนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่หมูนารายณ์นี้กำลังแก้ไขคลี่คลายปัญหาโลกแตกตลอดเวลา ไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆใดจะมาปิดกั้น อุดตัน หรือเป็นอุปสรรคให้ฝ่าไปไม่ได้

    นอกจากสำเร็จรูปพยนต์นารายณ์แล้ว พ่ออาจารย์ท่านยังลงตะกรุดทำวิชาหมูกินเสือฝังไว้ด้านหน้ากำกับพยนต์หมูด้วย วิชานี้ชื่อประหลาดเพราะปกติหมูต้องเป็นเหยื่อเสือ ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกกิน แต่หมูกินเสือนั้นท่านว่าเป็นวิชาที่กลับร้ายให้กลายเป็นดี เปรียบตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนด้อยไร้ฤทธานุภาพแต่เหล่าผู้มากด้วยวาสนาบารมีก็ยังมาตายคาปาก มาให้เรากินถึงที่ ไม่ต้องแสวงหา ไม่ต้องดิ้นรน อิ่มแบบมีเกียรติไม่ใช่อิ่มไปมื้อๆขอไปที ตรงนี้ท่านว่าสำคัญมากสมัยนี้คนเราชอบแสวงหาสิ่งที่ช่วยเหลือชั่วมื้อชั่วคราวประดุจหิวข้าวก็จะหาโภชนาหารเพียงเติมให้เต็มท้อง แก้หิว แก้อยากไปมื้อๆ อิ่มเช่นนี้เป็นอิ่มมื้อเดียว มื้อหน้าก็ต้องเหนื่อยออกหากินใหม่ กว่าจะได้กว่าจะอิ่มอีกก็เสียเวลาสูญเสียช่วงชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงทำวิชาหมูกินเสือเพื่อแก้ปัญหาวาสนาชะตาคนให้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น ทำอะไรก็ง่ายไปหมด และเป็นผู้ชนะตลอดกาล

    ด้านหลังพยนต์หมูนี้ท่านฝังของมงคลเพื่อหนุนธาตุวิชาให้เสริมอานุภาพซึ่งกันและกัน กลืนกินไม่ขัดแย้งกัน ดังนี้
    - องค์กำเนิดนัยน์ตามหาเทพ ด้วยความเชื่อและศาสตร์บรรพกาลในการบูชาลึงค์ดุจเทพเจ้านับพันปีพ่ออาจารย์ท่านจึงแกะองค์กำเนิดอันเป็นขุมพลังแห่งเทวะไว้ นั่นคือมหาศิวะลึงค์เบิกเนตรพระสยม ซึ่งตาที่สามอันปรากฏนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการหยั่งรู้ คือรู้กาลอดีต รู้กาลปัจจุบัน และหยั่งรู้ในอนาคตกาล บูชาไว้เปิดญาณทัศนะของตนจะดีมาก ด้วยดวงเนตรนี้หาได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรู้แจ้งเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังการทำลายล้างสูงสุดอันเกิดมีมาแต่เดิมในฐานะพระผู้เป็นเจ้าอีกด้วย เหนือกว่าและมากกว่าเทพอาวุธอันทรงอานุภาพทั้งหลายของเทพเจ้านั้น ที่เหล่าเทพเจ้านั้นเกรงกลัวและเคารพองค์พระศิวะเทพเป็นที่สุดนั้นก็เพราะกลัวอำนาจการทำลายล้างของดวงเนตรนี้ แม้พระองค์มีพระประสงค์จะทำลายมหาจักรวาลให้ถึงกาลพินาศย่อยยับไป ก็จะเกิดเพลิงประลัยกัลป์ขึ้นมาจากพระเนตรที่สามนี้ เผาผลาญห้องมหาจักรวาลให้พังพินาศไป ด้วยคติแม้สัญลักษณ์ดวงเนตรพระสยมปรากฏขึ้นที่ใด เหล่าเทพเจ้าทั้งหลายย่อมกลัวเกรงในอาญาสิทธิ์นี้ของพระเป็นเจ้า จึงอาจจะกล่าวได้ว่าบุคคลที่ได้ครอบครองไว้ สามารถปราบและข่มเขาได้ทั้งโลก วิชานี้ถือว่าเป็นมหาปราบอย่างที่สุดอีกสายหนึ่งทีเดียว โดยองค์กำเนิดเบิกเนตรนี้มีอานุภาพแลมงคลทั้งสถานะความเป็นพ่อ ด้วยพลังฝ่ายเทวะที่สรรค์สร้างและให้ทุกสิ่งตามี่ผู้บูชาปรารถนา รวมไปถึงการปราบปรามทำลายล้างศัตรูที่มุ่งร้ายอย่างที่สุด ดวงเนตรนั้นย่อมประกอบด้วยมงคลต่างๆ ดังนี้
    1. ปกตินั้นตาเป็นสัญลักษณ์ของการมองเห็น เป็นเครื่องรู้ เช่นเดียวกันกับนัยน์ตามหาเทพนี้ หากเบิกขึ้นแล้ว ผู้ครอบครองไว้จะไม่เดินทางผิด สิ่งที่ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เคยประสบพบเจอ นับจากนี้ไปก็จะได้เห็นได้ทราบเฉพาะตัวของตนเอง
    2. ตาเป็นสัญลักษณ์ของการเห็น การรู้แจ้ง เป็นสัญลักษณ์ของปัญญาอันยิ่ง ท่านว่าดวงนัยน์ตานี้ดีนัก ให้เอาไว้กับตัวสมองจะปลอดโปร่ง ความคิดจะแจ่มใสขึ้น จะคิดอ่านทำสิ่งใดย่อมเกิดตัวรู้ ตัวปัญญาเด่นชัด ไม่ขุ่นเคือง
    3. แม้ในพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสุคตบรมครูท่านก็ได้แสดงธรรมไว้อย่างชัดเจนแล้วถึงความสำคัญของการมองเห็น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา สิ่งนี้นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเราถือเป็นเคล็ด สำหรับคนที่ยังมืดบอดอยู่ ยังไม่รู้จักคำว่ามี เพราะเรายัดหัวใจพระธรรมจักรของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงไปด้วย สิ่งใดที่ปรารถนาจะมี ยังไม่เกิด ยังไม่มี นับจากนี้ให้เกิดมีตามที่เรานี้สาปสรรค์เอาไว้
    4. นัยน์ตา คำนี้สื่อถึงความหมายยิ่งใหญ่ ประดุจสิ่งรัก สิ่งที่มีค่าสูงสุดของเจ้าของ ดั่งที่คำโบราณท่านเปรียบเปรยว่าแก้วตาดวงใจ นัยน์ตานี้ก็คือแก้วตาสื่อถึงความรักหวงแหนสูงสุด เป็นอิทธิคุณแฝดทางด้านมหานิยม มหาเสน่ห์ใหญ่อย่างที่สุด ถ้ารักใครชอบใครนั้น ต่อไปไม่ใช่เรื่องยาก ดุจเราได้ครองของสำคัญคือแก้วตาดวงใจของเค้าไว้แล้วนั่นเอง ให้ตั้งจิตนึกเอาว่าเรากุมแก้วตาดวงใจของเขาไว้ อยู่ในตัวเราเขาอยู่ในอุ้งมือเราแล้ว จะใช้ทางเสน่ห์เล่ห์กลใดก็สุดแต่ใจเถิด
    5. เป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจการทำลายล้างสูงสุดในจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้ในเหล่ามาร อสุรกาย เทพเจ้า และพระเป็นเจ้าด้วยกัน ก็ยังเกรงอำนาจการทำลายล้างอันเป็นปรมัตถ์นี้ เพราะเป็นการทำลายขั้นสูงสุด พกไว้กับตัวเป็นมหาเดช มหาอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด เป็นที่เคารพและเกรงกลัว จนเข้าต้องรีบเข้าหาเรามาประจบเอาใจเราเช่นนั้น
    - องค์กำเนิดลัชชาเคารี เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยอุบัติขึ้นจากโยนีของมหาสตรี พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากเป็นครรภ์หรือที่กำเนิดในทุกสรรพสิ่ง เป็นที่สุดแห่งความอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังเป็นตัวแทนพลังกำเนิดของฝ่ายอิตถีเทวะหรือมหาศักติทั้งปวงอีกด้วย เป็นปฐมครรภ์แห่งจักรวาล มารดาแห่งโลก รูปแห่งอารมณ์ มหามายา ปัญญา ความรู้แจ้ง ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลล้วนอยู่ในรูปของมหาศักติผู้ให้กำเนิดจักรวาล โดยถือว่าแม่คือตัวแทนของคำว่าความรัก ความปรารถนาดีที่มีต่อลูก เป็นสายใยที่ไม่มีวันตัดขาด ต้องอุปถัมภ์ค้ำจุนให้พรกันตลอดไป ในอารายธรรมโบราณนั้นถือได้ว่าเทวีลัชชาเคารีนี้เป็นต้นกำเนิดของแม่เป๋อฝั่งเราก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะสร้างองค์กำเนิดทั้งสอง ท่านจึงปรารถนาจะทำให้เป็นที่สุดโดยใช้องค์กำเนิดบรรพกาล ซึ่งนอกจากจะมีอำนาจด้านมหามงคลดลบันดาลได้ร้อยแปดแล้ว ยังเป็นที่สุดแห่งเสน่ห์ มหาเมตตา ความเย้ายวนสุขสันต์ด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด นั่นก็คือรูปแบบพลังงานชีวิต พลังงานต้นกำเนิดอันเกิดแต่การสร้างสรรค์ดั้งเดิมของปฐมครรภ์ล้วนบริสุทธิ์ พ่ออาจารย์ท่านว่ามนุษย์นั้นเกิดมากี่ภพชาติ อุบัติมาตั้งแต่ตัวตนสูงสุดยันต่ำสุด แปดเปื้อนมามากไม่รู้จะเท่าไหร่ พลังงานแห่งชีวิต พลังงานตั้งต้นล้วนมัวหมองไม่สมดุลย์ทั้งสิ้น เพื่อจะเปลี่ยนคนให้ได้ดี มีความสุข มีปรกติชีวิตที่จะเจริญก้าวหน้าได้ต่อไป จึงต้องใช้อานุภาพแห่งมหาเคารีนี้ขัดเกลาพลังงานชีวิตให้บริสุทธิ์ ไม่เช่นนั้นยิ่งใช้ชีวิตเวียนว่ายตายเกิดผจญเคราะห์กรรมก็ยิ่งจะมัวหมองมากลงไปเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราหากพลังงานชีวิตมันค่อยๆบริสุทธิ์ขึ้นทีละน้อยๆจนเต็มเปรี่ยมให้สังเกตุได้เลยว่าเรื่องดีๆทั้งหลายมันจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง อุปมาดุจคำว่าผู้มีบุญญาธิการยิ่งใหญ่แม้ตกไปอยู่แห่งใดก็ย่อมสุขสบายไม่อนาทรร้อนใจ
    - ตะกรุดเวทย์สวรรค์ตรีกาลมหาสะเดาะ เป็นสูตรทำตะกรุดชุดของพ่ออาจารย์นว่าด้วยวิชาแก้เคราะห์กรรม หากพูดถึงวิชาแก้เคราะห์แล้ว ตัวนี้ท่านว่ามันต่างกับเคราะห์ทุกตัว ด้วยเป็นเวทย์สวรรค์ที่ออกจากโอษฐ์ท้าวมหาพรหมหรือจะเรียกว่าเวทย์ดึกดำบรรพ์ก็ได้ โดยปกติวิชาแก้เคราะห์จะหมายให้แก้เคราะห์ฉาบฉวย หรือเคราะห์ที่มันหนักๆเอาให้ถึงตาย จะเปร่งอานุภาพเป็นครั้งคราวจนหลายๆคนอาจสงสัยว่าทำไมชีวิตมันยังติดๆหรือดูแย่อยู่ จะมีก็แต่เรื่องแรงๆที่ผ่านไปได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เคราะห์รายวันเล็กๆน้อยๆก็ยังเจอยังต้องปวดหัวคลี่คลายกันต่อไป ตรงนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าให้สังเกตุเอา ก็ดวงดาวทั้งหลายยังเคลื่อนตัวไม่หยุดที่จะให้พระเคราะห์ไม่ทำงานนั้นจะเป็นไปได้ที่ไหน ถึงหลายๆครั้งมหาเคราะห์เช่นนั้นจะเบาลงไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็ยังมีผลของเคราะห์กรรมอยูดี ด้วยมนุษย์นั้นเกิดมาเพื่อเสวยกรรม แต่วิชานี้กลับระบุครอบคลุมเคราะห์กรรมสามสถานนั่นคือ
    - เคราะห์วัน
    - เคราะห์เดือน
    - เคราะห์ปี

    เรียกว่าหากล่วงออกมาจากเคราะห์สามสถานนี้ก็ไม่มีเคราะห์หามยามร้ายใดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่กล้ำกรายได้อีกแล้ว ถึงจะหยุดการเคลื่อนไหวของดวงดาวไม่ได้ แต่ก็ล่วงเคราะห์ด้วยเวทย์สวรรค์ ด้วยอาญาสิทธิ์แห่งพระบรมบิดาพรหมเทพเป็นปฐม ซึ่งเคราะห์สามสถานนั้นครอบคลุมชีวิตคนทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเคราะห์วันตลอดจนเดือนหรือปี พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้มันสอดคล้องกับการจะเปลี่ยนชีวิตคนที่ยากลำบากให้มีชีวิตแบบหมูๆ กินแบบหมูๆ สบายแบบหมูๆ ท่านจึงจำเป็นต้องงัดวิชาที่เคยไปเรียนในบังบดขึ้นมาทำ โดยตั้งใจจะทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่ามงคลและอาถรรพ์ที่ฝังเสริมลงไปนั้นทุกสิ่งล้วนขานรับซึ่งกันและกัน ด้วยหมูเขี้ยวเพชรนี้แม้จะดุดันอย่างไร เมื่อคลี่คลายแผ่นดินทั้งสี่ทวีปแล้วก็หาได้มีพลังแห่งการสร้างสรรค์ พลังแห่งองค์กำเนิด ต่อให้คลี่คลายไปวิกฤติต่างๆย่อมเรียงหน้ามาให้คลี่ใหม่อยู่เรื่อยๆ ไม่อาจจะพัฒนาได้ เหมือนชีวิตคนเจออุปสรรคแก้ไปอย่างก็มีอีกอย่างไม่รู้จบสิ้น ชีวิตต้องเวียนแก้อยู่อย่างนั้น ถึงจะแก้ได้แล้วจะอย่างไรในเมื่อเสียเวลาไปทั้งชีวิตกับการแก้ไขเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ในขณะเดียวกันการพัฒนาต่อยอดพลังงานชีวิตนั้นหากติดซึ่งเคราะห์กรรมทุกอย่างก็จะหยุดนิ่ง ท่านจึงว่าเมื่อคลี่คลายแล้วจำต้องสร้างสรรค์แลระงับเคราะห์หยุดกรรม สรรพสิ่งจึงจะถึงซึ่งความรุ่งเรือง ท่านมองเห็นความสำคัญของวิชาหมูนี้โดยก่อนจะสร้างท่านคิดและขอคำปรึกษาจากครูเทพพรหมทั้งหลาย ว่าทำอย่างไรจึงจะปลดล๊อคชีวิตคนที่มันติดขัดได้สิ่งใดเมื่อทำแล้วจะแก้ไขปัญหาครบคลุมทั้งระบบชีวิตทั้งยังเป็นขั้นตอนและกระบวนการที่นำไปสู่การพัฒนา เมื่อลงตัวแล้วท่านพิจารณาว่าหากคนเราคลี่คลายปัญหา มีพลังชีวิตขับดันสร้างสรรค์ก่อเกิดสรรพสิ่ง เพื่อจะลิขิตชะตาแลวาสนาตนเองได้ ซ้ำยังก้าวล่วงเคราะห์ฟ้าชะตาดิน เมื่อนั้นชีวิตแบบหมูๆที่จะเจริญและพัฒนาไปเรื่อยๆก็จะเกิดขึ้น

    หมูนี้พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้เป็นพยนต์นารายณ์มีอานุภาพมาก ท่านว่าให้ใช้เป็นเครื่องรางหรือทำพวงกุญแจก็ได้ คาดเอวก็ได้มีตัวมีตนแรงมากนัก วันดีคืนดีจะเห็นหมูเผือกเขี้ยวยาว ถ้าใครตาดีหน่อยก็จะเห็นกันง่ายมาปรากฏ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเคล็ดการเลี้ยงง่ายๆเพื่อให้บูชาได้ผลทันตาเช่นกัน
    * เคล็ดการบูชาหมูนั้น ท่านว่าหมูมันหากินเก่ง กินไม่หยุด แต่เราผู้เป็นเจ้าของมัน อย่าให้มันหากินเอง เราต้องเลี้ยงมัน อย่าให้มันกินสิ่งใดในบ้านของเราไม่เช่นนั้นมันจะกินจนไม่เหลือ ได้ไปต้องบอกกล่าวกันก่อนว่าห้ามหากินเองหรือกินข้าวของในบ้าน พ่อสัญญาว่าจะเลี้ยงเจ้าให้ดี พูดให้เข้าใจง่ายๆคือให้ถือเคล็ด ไปซื้อข้าวสารจากนอกบ้านมาซักถุง และตั้งใจไว้เลยบอกกับหมูเลยว่าข้าวสารนี้คืออาหารของเค้าตั้งใจเลยว่านี่คืออาหารหมู วันพระหนนึงก็เปลี่ยนให้มันทีนึง ถือคตินี้มันจะหากินนำทรัพย์สินจากภายนอกเข้ามาหาเราไม่หยุด โดยที่ทรัพย์สินภายในจะอยู่คงเดิมไม่ขาดตกบกพร่องมีแต่จะเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป อุปมาดั่งกินแต่ของนอกบ้านหาเข้าบ้าน ลากมากินในบ้านจนอิ่ม ซ้ำยังไม่แตะต้องสมบัติทรัพย์สินใดๆในบ้านนั้น เมื่อจะขอสิ่งใดก็ให้ขอตอนเลี้ยงอาหารเขาเถิด

    คาถาบูชา
    โอม ศานตาการัม ภุชะคะศะยะนัม ปัทมะนาภัมสุ เรศัม วิศวาธารัม คะคะนะสะทฤศัม เมฆะวรรณัม ศุภางคัม ลักษมีกานตัม กะมะละนะยะนัม โยคิภีร์ ธยานะคัมมยัม วันเทวิษณุมอภะวะภะยะหะรัม สรรวะโลกัยกานาถัม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  12. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8659612110862.jpg line_8668996118931.jpg บูชา มงคลดูดพลังจักรวาลพระเจ้าปราบสังสารวัฏมหาจักรพรรดิบันลือ (ไพรีพินาศเก้าคราสตะวันดับ) ให้บูชา 3500ครับ

    โดยปกติแล้วสำหรับคนที่เล่นอาคมหรือใช้เครื่องรางของขลังก็ดี สิ่งที่เขากลัวที่สุดย่อมเป็นการได้มาและเสื่อมไปของอานุภาพแห่งคาถาอาคมนั้นและความฉิบหาย หายนะที่จะเกิดขึ้นในวันที่เครื่องรางไร้พลังงาน ด้วยพลังงานในวัตถุมงคลและคาถาอาคมต่างๆก็ถือเป็นปัจจัตตังมีเกิดขึ้นและเสื่อมสลายเช่นเดียวกับกฏของสังสารวัฏ แต่ทั้งนี้หลังจากที่หลายคนสอบถามกันเข้ามามากๆ พ่ออาจารย์ท่านว่าอัจฉริยาจารย์แต่เมื่อกาลโบราณนั้น ท่านก็มีวิธีทำ วิธีสร้างและตรึงพลังงานให้อยู่ในเครื่องมงคลได้ตลอดนับกัปกัลป์เช่นกัน ท่านว่าถึงขนาดที่ว่าพลังงานจะไม่เสื่อมสูญลง เรียกว่าใช้อย่างไรก็ไม่เสื่อมหากไม่กลายเป็นน้ำเป็นฝุ่นอยู่ตรงนั้น ในเมื่อจะทำแล้วก็จะทำของวิเศษที่ได้ชื่อว่าแรงที่สุดไว้ทีเดียว

    จำเนียรกาลข้ามผ่านวันเวลา โลกได้หมุนวนเข้าสู่กาลโกลาหล พฤติกรรมของสัตว์โลกย่อมเรรวนขึ้นลงเป็นอันมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าหลายคนได้ทุกข์ได้ร้อนเพราะความแค้น ความอาฆาตพยาบาทที่เพื่อนมนุษย์พึงมีใส่กัน แม้ในเหตุเล็กๆน้อยๆก็กลับกลายเป็นผูกเวรอาฆาตรุนแรงทำให้เป็นกรรมติดตามภพชาติส่งผลให้ผูกเวรและจะต้องเกิดร่วมชาติเพื่อใช้กรรมร่วมกันไม่รู้สิ้นรู้สุด

    ด้วยเหตุนี้ท่านจึงมีดำริจะทำพระเจ้าปราบสังสารวัฏมหาจักรพรรดิบันลือหรือที่ท่านเรียกว่าไพรีพินาศ ท่านว่าสมัยนี้มีทั้งคนที่พยาบาทมุ่งร้ายด้วยพื้นฐานจิตใจที่ผิดปกติ มีทั้งคนที่กระทำคุณใส่ผู้อื่นด้วยอวิชชาและไสยศาสตร์ ท่านจึงอัญเชิญพุทธบารมีของสมเด็จพระพุทธเรวัตตะมาสงเคราะห์มนุษย์ที่เกิดในกาลโกลาหลซึ่งจิตใจด้านลบจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัวในอนาคตเช่นนี้ให้ผ่านพ้นไป

    แม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์จะเป็นสัพพัญญูผู้รู้แจ้งในทุกโลกเสมอกัน แต่บารมีเฉพาะทางอันเป็นอุปนิสัย เป็นพุทธวิสัยที่ติดตัวมาแต่อดีตชาติของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็แตกต่างกันไป จากการที่ได้ฝึกฝนบำเพ็ญบารมีมาแตกต่างกันนั่นเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าสมเด็จพระพุทธเรวัตตะนี้ท่านอุบัติมาในสมัยที่โลกอยู่ในความโกลาหล มีมารในจิตมนุษย์อยู่มาก มีการกระทำคุณไสย มนต์ดำพวกไสยศาสตร์อวิชชาขั้นรุนแรงเหนือยิ่งกว่ายุคสมัยใดปองร้ายพุทธบริษัทแทบจะตลอดเวลาชนิดไม่ไว้หน้าองค์พระศาสดากันเลยทีเดียว แต่สมเด็จพระพุทธเรวัตตะนี้ก็ได้สงเคราะห์พุทธบริษัททั้งหลายอยู่เนืองๆจนการพยาบาท การกระทำคุณไสยทั้งหลายสะท้อนย้อนกลับไปยังความพินาศแก่ผู้คิดร้ายให้เกิดขึ้นเสมอ ดังนั้นพระองค์ท่านจึงมีบารมีมากทั้งด้านเฉพาะทางมีความชำนาญที่จะสงเคราะห์สัตว์โลกและพุทธบริษัททั้งหลายที่ตกอยู่ในห้วงการกระทำ การกลั่นแกล้ง ทั้งจากอำนาจหน้าที่ สถานะหรือแม้แต่การกระทำด้วยศาสตร์นอกรีต ศาสตร์เหนือธรรมชาติใดๆให้พ้นจากการรังแกกดดันของผู้อื่นได้

    พ่ออาจารย์ท่านดำริว่าหากจะทำพระไพริพินาศให้ไพรีพินาศทันตาจริงๆก็ต้องใช้พุทธบารมีของสมเด็จพระพุทธเรวัตตะนี้เองในการสงเคราะห์พุทธบริษัททั้งหลาย ท่านจึงได้กำหนดขออนุญาตให้สมเด็จพระพุทธเรวัตตะสงเคราะห์ด้วยจะสร้างพระให้แก่ผู้นับถือนำไปใช้ฉลองศรัทธาก้าวข้ามผ่านกาลโกลาหลเป็นมงคลทุกกาลสมัย สมเด็จพระศาสดาทรงรับคำดีแล้วพ่ออาจารย์ท่านจึงสร้างพระไพรีพินาศตำรับของท่านด้วยวิชาเต็มรูปแบบครั้งแรก

    ท่านได้แกะบล๊อคปั้นหุ่นเทียนสมเด็จพระพุทธเรวัตตะนั่งประทับในลักษณะพระไพรีพินาศเป็นเอกลักษณ์ของท่าน ท่านได้นำหุ่นเทียนนั้นมาโสรจสรงน้ำทิพย์มนต์บอกกล่าวสมเด็จท่านเป็นขั้นเป็นตอน โดยสมเด็จท่านแนะว่าให้สร้างรูปท่านด้วยสิ่งสูงค่าที่สุดเท่านั้น ยิ่งสูงค่าเท่าไหร่องค์พระก็จะยิ่งมีพุทธานุภาพมากขึ้นเท่านั้น ด้วยพุทธดำรัสนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงคิดแต่ว่าเราต้องใช้ทองคำหล่อกระมัง แต่หากใช้ทองคำแล้วราคาต้นทุนก็จะยิ่งสูงมากขึ้นยากที่คนมีปัญหาจะได้บูชาหรือคนทั่วไปมีไว้ในครอบครองได้ แม้จะใช้เงินอานุภาพก็ยังเป็นรองทองคำอยู่ดี คิดได้เช่นนี้ท่านจึงวิตกว่าพระรุ่นนี้หากทำแล้วคงไปตกอยู่กับพวกเจ้าพวกนายทั้งหลาย ตกอยู่กับเฉพาะชนชั้นที่มีอำนาจในตัวอยู่แล้ว ไม่ตกอยู่กับคนที่โดนกดขี่ทั่วไปผิดวัตถุประสงค์แรกเริ่มแน่นอน ท่านวิตกอยู่เช่นนั้นจนสมเด็จท่านแนะให้ใช้ธาตุกายสิทธิ์สร้างขึ้น ท่านว่าจะมีสิ่งใดมีค่าและมีอานุภาพไปกว่าธาตุกายสิทธิ์ได้อีก "และนี่จะเป็นครั้งแรกในทุกๆโลกที่สร้างรูปของเราโดยใช้ธาตุกายสิทธิ์" เมื่อมีทางสว่างพ่ออาจารย์ท่านจึงนำธาตุกายสิทธิ์มาหล่อหลอมผสมทองคำบางสะพานที่มีอาถรรพ์มากและเงินพดด้วงอันเป็นโลหะสูงค่าที่สุดของมนุษย์ลงไปเป็นหัวเชื้อโดยลำดับ

    ปกตินั้นพระไพรีพินาศจะมีคุณเป็นทั้งมหาปราบและมหาระงับในตัวเอง คือปราบปรามเรื่องไม่ดีทั้งหลายรวมถึงระงับปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดในชีวิต การจะเสกพระไพรีพินาศได้นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าต้องลงคุณให้ครบ ทั้งปราบ ระงับ สะท้อนย้อนกลับ รวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดวงชะตาทั้งดวงคุด ดวงแตก ดวงแย่ ดวงไม่ดี มีแต่ศัตรู ทำมาหากินไม่ขึ้น พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ราหูทับ เล็งลัคนาต่างๆ เรื่องเหล่านี้ต้องมีครบเพราะเป็นปัญหาทำให้คนดีๆพินาศได้จริง ...ไพรีหรือศัตรู ทั้งที่มองไม่เห็นหรือมองเห็นไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ ได้ชื่อว่าคอยกลั่นแกล้งให้ร้ายเราต่างๆนาๆ คอยหาเรื่องหาราว สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจไม่สิ้นสุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเอาพระฉันนี้ไปอาราธนารับรองได้ว่าไพรีพินาศปราศจากเคราะห์ภัย หายเจ็บหายไข้ได้เป็นใหญ่เหนือคน

    พ่ออาจารย์ท่านได้รับพุทธดำรัสในสมเด็จพระพุทธเรวัตตะให้นำรูปเคารพท่านที่หล่อมาจากชนวนกายสิทธิ์นี้ นำไปเสกในฤกษ์สุริยคราสเก้าครั้งเป็นปฐมฤกษ์ก่อน โดยสมเด็จท่านจะมาทำพิธีให้ทุกครั้ง การเสกเช่นนี้หรือที่ท่านเรียกว่าฤกษ์ไพรีพินาศเก้าคราสตะวันดับ อุปมาเหมือนตะวันแม้จะยิ่งใหญ่ร้อนแรง มากอำนาจ มากบารมีล้นฟ้าทั้งสะกดทั้งข่มแสงดาวดาราน้อยใหญ่ชนิดที่ว่าไม่ปรากฏดาวใดเทียบเคียงรัศมีเสมอเหมือนได้ เป็นที่ขยาดหวาดกลัวในอานุภาพปานนั้นยังดับลงได้ สิ้นแสง สิ้นอานุภาพไม่หลงเหลือเช่นนั้น เก้าคราสดับตะวันฉันใดก็ดีไพรีแม้มีอำนาจยิ่งใหญ่ดุจดวงตะวันก็ย่อมดับย่อมพินาศไปฉันนั้น(พ่ออาจารย์ท่านว่าสมเด็จท่านเมตตามากนะให้ใช้สติตรองดูกันเถิด เพราะทอดสายตาไปทุกวันนี้ตลอดจนในอนาคตกาลก็จะไม่ปรากฏมนุษย์ผู้ใดที่มีบารมีมากพอจะอุปมาได้กับดวงตะวันนั่นเอง มนุษย์ที่จะเปรียบกับดวงตะวันนั้นต้องมีบารมีระดับพระจักรพรรดิราชซึ่งไม่อาจปรากฏได้ง่ายฉันใดกาลเวลาก็ทอดยาวไปฉันนั้น อีกนาน...นานมากจริงๆ)

    หนนี้ทำพระไพริพินาศพ่ออาจารย์ท่านว่าลงมือแล้วนอกจากจะทำให้เสร็จก็ต้องทำให้ดีที่สุดด้วยเพราะเราใช้บารมีในพระพุทธเรวัตตะอันหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้มาทำ ท่านจึงทำผงสูตรผนึกอาคมอุดฝังไว้ที่ด้านหลัง ท่านว่าผงนี้จะผนึกและปิดกั้นไม่ให้อาคมเสื่อมสูญไปตามกาลเวลา ท่านว่าเครื่องมงคลนี้แรงอย่างไรก้จะแรงอยู่เช่นนั้นพลังงานไม่มีตกลงเลยรังแต่จะเพิ่มขึ้น เรียกว่าเข้าได้แต่ออกไม่ได้รั่วไหลไม่ได้เลยก็ย่อมได้ ผงเช่นนี้โดยปกติแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าไม่มีใครเขาทำกันเพราะกลัวคนเอาไปใช้กำเริบใจว่ามีของดี หนนี้ท่านเมตตาทำให้เพราะถือคติมีแต่เข้าไม่มีออกเป็นมงคลในทุกด้าน นอกจากจะพิฆาตไพรีย่ำยีหมู่มารแล้ว กระแสแห่งพลังงาน สิริ สวัสดิมงคลที่รักษาตัวเรา ทั้งโชึลาภทรัพย์สิน ความสุข สิ่งทั้งหลายอันควรจะเกิดพ่ออาจารย์ท่านว่าเราลงไว้ครบทั้งหมดเลยให้มีแต่ไหลเข้าไม่ไหลออก ให้ตัวทุกข์ตัวฉิบหายไม่มีช่องให้เกิดได้

    มงคลดูดพลังจักรวาลพระเจ้าปราบสังสารวัฏมหาจักรพรรดิบันลือนี้ นอกจากสำเร็จด้วยพุทธบารมีในสมเด็จพระเรวัตตะแล้ว พ่ออาจารย์ยังได้ฝังเครื่องมงคลที่มีพลังงานสอดรับ เสริมส่งกันไว้เร่งความแรงและอานุภาพให้ใช้ได้ไม่มีหมดอีกด้วย
    - แว่นฟ้าบาปวิบัติ พ่ออาจารย์ท่านได้ทำแว่นฟ้าบาปวิบัติขึ้นโดยอาศัยคติการสร้างคันฉ่องแต่โบราณที่ใช้รวบรวมพลังมงคลแห่งจักรวาลเพื่อหนุนเสริมบารมี วาสนา ยศถาบรรดาศักดิ์ ความก้าวหน้าในตำแหน่ง ความเจริญในหน้าที่การงาน ทั้งเสริมดวงให้แก่ผู้ครองครองบูชาได้มีพลังอำนาจเหนือดวงดาวด้วยพลังจักรวาลทั้งสามารถปกป้องคุ้มภัย ขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีขับไล่เสนียดจัญไรโรคาพยาธิทั้งหลายให้มลายสิ้นไป แม้ได้ถือครองจะอุดมพรั่งพร้อมไปด้วยลาภผลพูนทวี มั่งมีศรีสุขดั่งมหาเศรษฐี อายุยืนตลอดกาล และจะปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งที่เป็นอัปมงคลใดๆทั้งปวง ทั้งป้องกันเสนียดจัญไร ป้องกันลมเพลมพัด ป้องกันภูตผีปีศาจ ด้วยคันฉ่องหรือแว่นฟ้านี้สำคัญนักเพราะใช้ได้ทั้งกันทั้งดูดในคราวเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากจะดูดพลังจักรวาลมาเสริมส่งมงคลแก่ผู้ครอบครองแล้ว ยังดูดพลังวิญญาณร้าย พลังงานด้านลบทั้งหลายมาใช้เป็นอำนาจให้แก่ตนเองได้อีกด้วย เมื่อได้พกติดตัวก็จะสลายพลังร้ายในร่างกายเราได้ทั้งหมดเพราะเขาสังเคราะห์พลังงานทั้งจากในร่างกายเราและจักรวาลมาทำงานร่วมกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นสิ่งเล็กๆที่สร้างให้เกิดวงจรอันยิ่งใหญ่เพื่อสนองตอบกับปัจจัยสี่ข้อหนุนเสริมผู้ครอบครองคือความยิ่งใหญ่ ความสุข ความมั่งคั่ง และความไม่มีโรคมีอายุยืนยาวที่แม้แต่ทวยเทพยังทำไม่ได้ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก ทั้งแว่นฟ้ายังเป็นสัญลักษณ์แสดงอำนาจเหนือกรรมลิขิตของพระบรมบิดาพรหมเทพ ด้วยพ่ออาจารย์ท่านเสกและใช้แว่นฟ้าเพื่อรวมศูนย์พลังงานจักรวาลอันเป็นพลังมงคลที่ต่อต้านความหายนะ พินาศ ฉิบหายของอกุศลและความมัวหมองได้อย่างน่าฉงน ท่านจึงให้ชื่อแว่นฟ้านี้ว่าบาปวิบัติ ด้วยอาศัยอำนาจพลังมงคลของจักรวาลที่แว่นฟ้าจะรวบรวมไว้ตลอดเวลาลดทอนหายนะ อกุศลกรรมและความพินาศที่จะเกิดแก่ผู้ถือครอง *เหนือสิ่งอื่นใดแว่นฟ้านี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเสกยากมากเพราะเขามีอาถรรพ์ให้คุณเหนือกว่าเทวดาเจ้าบุญนายคุณนับสิบเท่า ทั้งยังดีทางด้านการพนันเสี่ยงดวงทั้งหลายด้วย โดยนัยน์ของแว่นฟ้านี้ท่านว่าแม้เราอยากได้ใครไม่ว่าจะคน จะเป็นสิ่งของหรือที่ดินทั้งหลาย ให้เราส่องแว่นฟ้านี้ออกไป พ่ออาจารย์ท่านว่าเสมือนเงาสิ่งนั้นได้ถูกดูดไว้ในคันฉ่องแล้วท่านว่าพูดมากไม่ได้แต่เอาว่าได้แน่ๆ
    - ตะกรุดดับล้างกาลโกลาหล สืบจากยุคสมัยที่บีบรัดด้วยกฏแห่งวัฏสงสารยังผลให้เกิดกาลโกลาหลและเภทภัยทั้งปลุกมารในใจมนุษย์ พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ทำตะกรุดดับล้างกาลโกลาหลขึ้นเพื่อให้พลังงานคอยปราบปรามสิ่งชั่วร้าย ปิดกั้นทุกข์โทษโทสาทั้งหลายให้เข้าไม่ถึงตัว ตะกรุดนี้สำคัญนักเพราะสามารถขจัดศัตรูตลอดจนทำลายอุปสรรคขัดขวางให้แก่ผู้บูชาได้ ใครโดนกลั่นแกล้งใส่ความ กระทำด้วยทุจริต ชีวิตโดนรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่อย่างใด ท่านว่าแก้ไขได้หมด หรือแม้แต่คุณไสย ไสยศาสตร์มนตร์ดำชาติไหนภาษาใด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่พ่ายแพ้อานุภาพไม่มีได้กินซ้ำยังปรับเสริมแก้ไขอุบาทว์ตัวทุกข์ตัวเคราะห์ตลอดจนสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งภายในภายนอกด้วย เพราะเป็นตะกรุดดับล้างท่านว่าคนอาราธนาจะไม่เจออุบัติเหตุร้ายแรงสิ่งใดเลยมาแผ้วพาลกับชีวิต จะไม่เจอเหตุที่ทำให้ตื่นตระหนก ไม่พบสาเหตุใดที่นำเราออกจากชีวิตอันสันติและผาสุกจากการครองเรือน นอกจากการกันแก้อาถรรพ์ร้าย ล้างบางอวิชชา ให้โทษกับมารยาทุจริต ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านยังได้พลีผ้าแดงที่ใช้พับรองฐานถวายครูแม่ย่ากาลี อันผ่านพิธีการปลุกเสกเชิญครูนับเนื่องหลายสิบปี มาตัดเป็นแผ่นและเชิญครูแม่ย่านำหมึกมาลงจารอักขระเลขยันต์เต็มแผ่นม้วนเป็นไส้ไว้ในตะกรุดด้วยวิชาที่แม่ย่าบอกกล่าวให้กับท่านเท่านั้นและยังเฉพาะเจาะจงให้คนที่มีปัญหาทางการเงินและปากท้องไว้บูชา ดุจดังว่าครูต้องการจะช่วยแก้ไขความอัตคัดขัดสน เพราะแม่ย่านั้นท่านมีพลังพิเศษเฉพาะทางที่จะหนุนนำโชคลาภตลอดจนอำนาจราชศักดิ์มาสู่ผู้บูชาเป็นหน้าที่ของท่านที่จะช่วยศิษย์อันมีน้ำใจจงรักภักดี กอปรกับสีแดงยังเป็นสีแห่งกำลังอำนาจ เป็นสีของสุริยะเทพ เป็นสีมงคลที่เชื่อว่าจะดึงดูดทรัพย์สินและสิ่งที่ดีงามมาสู่ผู้ครอบครอง พ่ออาจารย์ท่านจึงว่าเหมาะและควรที่สุดแล้วที่จะใช้ผ้าแดงนี้มาทำยันต์ของแม่ย่า เมื่อท่านนำยันต์แดงรับทรัพย์มาม้วนเป็นไส้ตะกรุดท่านว่าตะกรุดนี้จะดีทางโชคลาภโภคทรัพย์ขึ้นมาในตัวด้วย ไม่ใช่เพียงอานุภาพของครูแม่ย่าหรือยันต์แดง แต่เป็นเพราะว่าตะกรุดนั้นมีไส้ เวลาท่านนำมาเชิญครูจุติมันครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งภายในภายนอกเพราะว่าวิชานี้มันกินมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ด้วยอานุภาพของตะกรุดซ้ำยังจะมีไส้อีกโบราณถือนักไม่เจริญก็ให้มันรู้ไป เอาว่ามีเหลือกินเหลือใช้เลี้ยงคนทั้งเมืองได้ก็พอ ที่ผ่านมาคนถามหายันต์แดงของท่านกันเยอะมากทำกี่ครั้งก็เกิดอาถรรพ์รุนแรงจนคนที่เอาไปใช้เห็นผลคาตาทุกครั้ง หนนี้ท่านจึงทำไว้ให้ในตะกรุดดับล้างด้วย เพราะหวังให้พระไพรีพินาศนี้ใช้ได้ครอบจักรวาล ท่านว่าตะกรุดดับล้างกาลโกลาหลนี้มีบารมีแม่ย่าอยู่ทุกดอกให้รู้กันเอาไว้ด้วยว่าทำยากมาก*ตอนเสกนี่ถึงกับทำเอาพานรองที่วางตะกรุดเป็นรูทีเดียว ท่านว่าแม้ตัวเราเองเกิดมาก็ไม่เคยพบเจอตะกรุดรุ่นไหนครั้งไหนที่จะเสกจนพานทะลุได้เช่นนี้
    - สี่ตะกรุดจตุรทิศไพรีพินาศพ่ายฤทธิ์ แม้เป็นตะกรุดดอกเล็กก็มีความสำคัญ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราลงไว้เพื่อคุมมหาทิศทั้งสี่และทิศย่อยทั้งสี่ ใช้ปราบไพรีสยบอาถรรพ์ร้าย ทั้งทำลายพลังงานลบในมหาทิศที่จะออกสัญจรไปตามม่านฉากแห่งละครชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดทั้งสี่นี้แรงนะเป็นตะกรุดสายกำราบปราบปราม ตอนเสกต้องเชิญเทพสงครามทั้งยังครูที่มีฤทธิ์รุนแรงมาสำเร็จให้ด้วยหลายวาระ เพราะครูเขารักเขาหวงคนใช้ดุจลูกรักเขา ก็ครูพระครูเทพเขาหวงเช่นนี้ถึงขนาดตอนเสกครูพระขันธกุมารที่เป็นดาวกษัตริย์สงครามที่เราเชิญมาขอบารมีท่าน ถึงกับออกวาจาหลังประสิทธิ์ให้ว่าเราขอให้ผู้ทำผิดคิดร้ายมีชีวิตอันวิบัติอัปรี อย่ามีซึ่งสิ่งใดที่จะตั้งมั่นดำรงค์อยู่ได้อย่างสถาพร พ่ออาจารย์ท่านว่าก็เป็นเรื่องปัจจัตตังพูดมากไม่ได้ แต่บอกได้คำเดียวว่าแรงจริงๆ

    พ่ออาจารย์ท่านได้เสกลงอาถรรพ์พระไพรีพินาศรุ่นพิเศษนี้อย่างถึงที่สุด ด้วยตั้งใจให้ผู้บูชาได้อุ่นใจแม้ต้องเผชิญกับร้อยแปดปัญหาและทุกเภทภัยในชีวิต ท่านว่านี่ก็ทำให้อย่างถึงที่สุดแล้ว ทั้งดุดัน เฉียบขาดจนเกินคำว่าไพรีพินาศไปไกลโขมีพลังงานทั้งคุณพระคุณเทพครอบคลุมทั้งหมด ท่านว่าพระรุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนจำพวกเหยาะแหยะไม่ปรารถนาความมั่นคง ความยิ่งใหญ่ เป็นคนอยู่เฉยๆ นิ่งๆ ชีวิตไม่ดิ้นรน คนพวกนี้ไม่ต้องมาเอาไป

    คาถาบูชา (นะโม3จบ)
    นะโมนะกะ นะโมพุทธายะ กูขอปราบศัตรู กูจะปราบไพรี กูจะปราบผีร้าย กูจะปราบปรปักษ์ กูจะปราบ กูจะปราบ นะมะอะอุ นะมะพะธะ นะกูจะปราบ นะกูจะปราบ กูจะปราบไพรี โอมสวาหะ กูจะปราบศัตรู นะมะอะอุ โอมสวาหะเถ็ก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  13. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8612217782807.jpg line_8614375887702.jpg บูชา เทพพยนต์ปฐมโลกีย์จ้าวมหาภูติพระแผลงนามบัญญัติอัตตา,กุศล,สำเร็จ(มามืดไปสว่าง) ให้บูชา 4100 รวมส่งครับ
    "หุ่นเทพพยนต์นี้ พ่ออาจารย์ท่านจำลองปางของมหาเทพเมื่อครั้งปราบตรีปุราสูรมาสร้าง" ตรีปุราสูรคืออสูรสามตนได้แก่วิทยุนมาลี,ตารกักษะ,วีรยาวณะ เป็นบุตรของตารกาสูรที่ถูกพระขันธกุมารสังหารไป ตรีปุราสูรนี้นับว่าเป็นจ้าวอสูรที่สำคัญมากเพราะเทพทั้งหลายฆ่าไม่ตายด้วยเธอขอพรพระพรหมนานถึง3,000ปี โดยได้ปราสาทสามหลังอันปราสาททองนั้นตั้งอยู่บนสวรรค์,ปราสาทเงินตั้งอยู่ในอากาศ,ปราสาทโลหะตั้งอยู่ในโลกมนุษย์ ปราสาททั้งสามนี้จึงเรียกรวมกันว่าตรีปุระหรือเมืองสามเมือง(โดยทุกๆหนึ่งพันปีเมืองทั้งสามนี้ถึงจะโคจรเรียงกันเป็นเส้นตรง) ผู้ที่จะสังหารตรีปุราสูรได้จะต้องสามารถฆ่าอสูรทั้งสามพร้อมทำลายเมืองทั้งสามได้ในเวลาเดียวกัน กล่าวคือต้องทำลายให้ครบเพียงการโจมตีครั้งเดียวเท่านั้น ด้วยพรของพระพรหมนี้จึงเกิดเมืองลอยฟ้าทั้งสามรวมไปถึงทิพย์ยานมากมาย ส่วนจ้าวอสูรทั้งสามก็มีฤทธิ์มากนักเที่ยวไล่จับเทวดาสำคัญๆมาควบคุมเป็นเชลยใส่ในคุกไว้ทั้งหมด ตั้งแต่พระคเณศ,เทวฤาษีนารท,พระอินทร์,พระยม,พระวรุณ,พระพาย,พระกาฬ,ท้าวกุเวร,พระอาทิตย์,พระจันทร์....(โดนกันหมดสวรรค์นั่นเลย) จนพระศิวะเจ้าได้สั่งให้พระวิศวกรรมสร้างรถม้าจากทองคำให้พระพรหมาเป็นสารถีและสร้างมหาธนูกับลูกศรให้พระศิวะ พระศิวะและเหล่าเทพจึงบุกไปที่เมืองตรีปุระในช่วงเวลาที่ทั้งสามเมืองเรียงตรงกัน พระองค์จึงยิงธนูใส่เมืองทั้งสามเพื่อทำลายที่คุมขังเหล่าเทพและยังสังหารตรีปุราสูรและวงศ์อสูรทั้งหมดรวมถึงทำลายเมืองลอยฟ้าทั้งสามอันเป็นปราการที่ไม่มีวันตีแตกไปพร้อมๆกันด้วยธนูดอกเดียวดั่งคำพรของพระพรหม พ่ออาจารย์ท่านถือคติว่าเทพพยนต์นี้มีอำนาจยิ่งใหญ่เพียงยิงศรครั้งเดียวก็ทำลายเหตุแห่งความเสื่อม ความทุกข์ร้อน ต้นตอแห่งอสัตย์ธรรมได้ครบทั้งสามโลกในเวลาเดียวกัน ทำลายไปทั้งหมดทั้งจ้าวอสูร,บริวาร,ไพร่พล,ปราสาทราชวังไม่มีเหลือเถ้าธุลี ซ้ำยังได้คืนอิสระให้กับเหล่าเทพเจ้าทั้งหลาย เช่นนั้นท่านจึงจำลองปางพระแผลงของมหาเทพอันเป็นมหามงคลของการทำลายล้างเพื่อปลดแอกสถานการณ์กดดันอันกักขังเหนี่ยวรั้งแลคืนอิสระแก่สรรพชีวิตมาสร้างเทพพยนต์ชั้นครูของท่าน

    ด้วยสายธารแห่งกาลเวลาเป็นสิ่งคําจุนโลกใบนี้เอาไว้ มันมิได้อยู่ไกลออกไปจนสุดขอบฟ้าแต่กลับอยู่ใกล้ตัวของทุกคน ทุกๆการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งทุกอย่างต่างผลักดันกาลเวลาให้เดินหน้าต่อไป กาลเวลาจึงเหมือนกับสายน้ำที่ไหลไปข้างหน้าเป็นดั่งเครื่องคุมขังเหนี่ยวรั้งเราไว้ในวังวนของอัตตาแลวัฏจักร สายธารแห่งกาลเวลามิอาจมองเห็นและไม่มีสีสันแต่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนจ่อมจมอยู่ในกระแสธารอันเชี่ยวกรากนี้ แท้จริงแล้วโลกใบนี้เปรียบเสมือนกระดานหมากรุกขนาดใหญ่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนเป็นเพียงตัวหมากซึ่งเคลือนที่ไปตามกฏเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นกฎแห่งฤดูกาล,กฎแห่งกาลเวลาทุกคนต่างก้าวเดินไปตามกฏทั้งสิ้น ไม่ว่าพวกเขากําลังมีชีวิตอยู่,ไม่ว่าพวกเขาจะตกตายลง พวกเขาย่อมแหวกว่ายอยู่ในห้วงกระแสธารแห่งกาลเวลาสายนี้นั่นเอง เพราะนั่นคือกฏ ด้วยความมืดก็มีกฎของความมืด แสงสว่างก็มีกฎของแสงสว่าง เช่นนั้น อันชนทั้งหลายนั้นยังเกี่ยวข้องกับโลก,ยังแสวงหาเพื่อเรื่องทางโลก,และยังอยู่ในกฏอันเป็นธรรมดาโลก ภาวะความเป็นไปที่ยังวนเวียนอยู่ในภพสามคือ กามภพ,รูปภพ,อรูปภพนี้ ก็เปรียบเสมือนปราสาทกลางหาวทั้งสามของตรีปุราสูรที่ไม่มีวันตีแตกและจองจำกักขังได้แม้กระทั่งเทพเจ้า ด้วยทุกชีวิตยังเกี่ยวข้องอยู่กับเรื่องกาม ตัณหา ทิฏฐิ อวิชชา พูดให้ง่ายคือยังมีเรื่องเกี่ยวกับกามารมณ์ทั้งรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เหล่านั้น คนที่ยังมีกิเลสอยู่ก็จะปรุงแต่งกันไปต่างๆนานา เพราะมันเป็นความขวนขวายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นอย่างหนึ่ง ทั้งอยากเป็นอย่างคนอื่นโดยไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อเป็นแล้วมันเป็นสุขหรือทุกข์ แต่อารมณ์ที่อยากได้อย่างเขาอยากมีอย่างเขาก็สร้างแรงบันดาลใจให้กับชนทั้งหลาย

    เมื่อจะก้าวเดินต่อไปให้ถึงทางโลกุตระ เพื่อความพ้นโลก,เหนือโลก พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้พื้นฐานชีวิตก็ควรจะบริบูรณ์และถึงพร้อมเสียก่อน แม้จะอยู่กับมันแต่ก็อย่าไปยึดติดมันเพราะสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนเป็นสิ่งที่จะย่อยยับไป เช่นนั้นศาสตร์การสร้างจ้าวมหาภูติอันเป็นร่างปรากฏ,เป็นที่ตั้งอยู่แห่งบุญบาปและผลแห่งบุญบาปนั้น ท่านจึงนำมาใช้ด้วยเห็นเหตุสำคัญว่ามนุษย์ทั้งหลายยังเกี่ยวข้องกับโลก,ยังตั้งอยู่ในโลก,ยังเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลก ทั้งนี้เมื่อชีวิตยังดำรงค์อยู่ในภาวะที่ผูกอินทรีย์ไว้ จิตของเราการกระทำของเราจึงมีขอบเขต มีความสามารถ เช่น ตัวเราอยู่ในวิสัยที่จะทำเรื่องต่างๆได้หรือเป็นเรื่องเหลือวิสัยที่จะทำได้เพราะตัวเราอยู่ในกฏหรือกระแสธารแห่งกาลเวลาอันเชี่ยวกรากที่คุมขังไว้ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้างจ้าวมหาภูติอันจะอธิษฐานขอกำลังแห่งครูพระศิวะเจ้าเพื่อทำลายเครื่องพันธนาการชีวิตเหล่านั้น ท่านว่าแม้ชีวิตเราเปรียบดั่งใบบัวอันไม่เคยปฏิเสธน้ำฉันใด แต่ต่อไปนี้น้ำก็ไม่อาจชำแรกติดอยู่ในใบบัวได้ฉันนั้นดุจดั่งบัณฑิตไม่จำเป็นต้องดัดจริตปฏิเสธโลกียวิสัยหากแต่ควรฝึกใจอย่าให้ติดมัน

    เมื่อครูพระสยม(พระศิวะ)ท่านรับจะช่วยทำเทพพยนต์ชุดนี้ ท่านจึงให้คติว่าเป็นของชุดพิเศษที่ทำให้คน มืดมา สว่างไป(ตโม โชติปรายโน)เอาไปใช้ ด้วยเหตุว่าถ้าเปลี่ยนชีวิตคนให้มืดมาสว่างไปได้อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก เพื่อให้ชนทั้งหลายที่ได้ใช้จ้าวมหาภูติมีหนทางสว่างไปในภายหน้า ไม่อับจนเกิดเป็นคนมืดมน ไม่เกิดมาเสียเปล่าเพราะไม่รู้เดียงสาอะไรเลย เหมือนกับมดกับปลวกมืดตื้อไปหมด,พูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว,เรื่องศีลเรื่องธรรมกล่าวไปก็ไม่นำพา ด้วยเข้าใจว่าตัวเองโง่เง่าเต่าตุ่นไม่มีสติปัญญาแล้วก็เลยไม่ทำความดีต่อไป เห็นว่าหมดวิสัยของตัวแล้วจึงซ้ำเติมตัวเองให้โง่ให้ทึบให้ตื้อเข้าไปอีกเรียกว่ามืดมาแต่ต้นแล้วก็มืดต่อไปอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าคนเราเกิดมาทุกคนต้องมืดมนด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่สว่างมาแต่เบื้องต้น ใครเกิดมาจะรู้จักดี ชั่ว ฉลาดเฉลียวมาแต่เบื้องต้นนั้นไม่มีหรอก ถึงชาติก่อนจะสร้างวาสนามาดีแล้วก็ตาม กลับมาเกิดใหม่ก็ต้องมาเริ่มหัดเอาใหม่ แต่นิสัยเป็นเหตุให้วาสนาที่ติดตัวนั้นถึงพร้อมได้ดีมากกว่าคนอื่นที่ไม่ได้ทำมา เช่นนั้นท่านจึงขอให้ครูพระสยมมีโองการมนต์พยนต์ชุดนี้เพื่อเปลี่ยนนิสัยอันติดตัวมารวมถึงชะตาวาสนาที่มืดทึบ แม้จะติดอยู่ในความมืดบอดทั้งหลายต่อไปนี้มีคติเดียวนั่นคือต้องมืดมาสว่างไปเท่านั้น ด้วยเป็นเทพพยนต์เมื่อเราบูชาแล้วชนทั้งหลายจะให้ความยำเกรงเป็นอย่างมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าจ้าวมหาภูติรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ท่านใช้เองจนเห็นประสบการณ์มากมาย เอาเป็นว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่านนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องอัศจรรย์ทั้งสิ้น ยากที่จะหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกอย่าง แม้แต่กระทั่งขอโชคลาภ,ขอความเจริญรุ่งเรืองจากท่านก็มีให้เห็นมาไม่ใช่น้อยกลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการจะบูชาท่าน ก็คือต้องมี “สัจจะ” พูดจริง ทำจริง จะมาทำเป็นตลกบิดเบือนไม่ได้ พูดแล้วต้องปฏิบัติตามคำพูดที่พูดออกไปให้ได้ ถ้าสามารถรักษาสัจจะได้ท่านก็จะคุ้มครองรักษาเรา แต่หากเป็นคนโลเล พูดจาตลบแตลง พูดวันนี้อย่าง พรุ่งนี้อย่าง หาสาระแก่นสารไม่ได้ท่านว่าอย่าใช้(ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นหรือแค่เราปากพล่อยพูดไปเรื่อยก็อย่าไปอธิษฐาน)

    ในมวลสารของจ้าวมหาภูตินั้นท่านใช้ผงมหาภูติของเศรษฐีในอดีตถึงสิบหกคนตามตำรับโสฬสเศรษฐีมหาศาลมาทำ รุ่นนี้ท่านว่าเป็นผงสำคัญที่ท่านรับมาจากครูที่สอนท่านซึ่งได้รวบรวมและส่งต่อกันมาหลายชั่วคนในบรรดาครูที่รับสืบวิชา ท่านว่านี่ไม่ใช่ผงผีผงกระดูกนะ หากแต่เป็นผงลบวิชาโสฬสเศรษฐีมหาศาลซึ่งครูท่านจะเลือกเศรษฐีที่เป็นศิษย์อุปถัมภ์ และต้องมีวาสนาดีและมีลักษณะเป็นมงคลจริงๆ(ด้วยเศรษฐีนั้นมีอยู่เกลื่อนทุกยุคไปแต่จะหาคนที่มีบารมีมาก มีของเก่าเยอะ มีวาสนาทำมาดี มีลักษณะดี เช่นนี้ย่อมหายากยิ่งกว่าสรรหาช่างเผือกในป่าดง)ไปขอให้เขาหยดเลือดใส่ผงนี้บอกเขาว่าจะขอเอาวาสนาเขาไปช่วยคนในชั้นหลังบ้างจะทำวิชาเก็บไว้ซึ่งเขาต้องมอบให้ด้วยความเต็มใจเท่านั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเคล็ดการเอาสัญญา,เอานิสัย,เอาวาสนา,เอาบุญบารมีของเศรษฐีมหาศาลผ่านทางสายโลหิตที่ข้นกว่าน้ำใดๆมาผูกวิชาไว้เป็นการทำอาถรรพ์ให้คนใช้รวยไปอีกสิบหกชาติ ที่ไม่รวยก็ต้องรวย ทั้งผงนี้ยังได้อัญเชิญปู่โสมเฝ้าทรัพย์-ปู่โสมเรียกทรัพย์มาทำวิชาด้วย ท่านว่าระหว่างกดพิมพ์ก็ต้องลงอาถรรพ์วิชาเทพพยนต์ที่เป็นวิชาอันพระอินทร์ท่านผูกไว้กำกับไปพร้อมกัน ดังนั้นพยนต์นี้นอกจากจะดีทางวิชาอาถรรพ์ของครูพระสยมแล้วยังดีทางรับทรัพย์-เรียกทรัพย์อีกด้วย ไม่ว่าจะเพิ่มทรัพย์สินในบ้าน,ธุรกิจการงาน,ขอให้ทำมาค้าขึ้น,ค้าขายคล่อง,เรียกทรัพย์,เรียกโชคลาภ,ติดต่อธุรกิจต่างๆ... ท่านว่าไม่พูดเยอะ เอาว่าใช้ไปเถิดขอให้เป็นงาน ทำอะไรอยู่ล่ะ ไอ้ที่ทำๆมันจะคล่องตัวมากขึ้น ไม่ฝืด ไม่เคือง ไม่ชะงักงัน ไม่หยุดอยู่กับที่ทั้งนั้น

    พยนต์ชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงยาสำคัญและตะกรุดชุดฝังไปด้วย นั่นคือ
    - ผงยาเทพนิมิตอภิรมย์ ใส่ขวดเฉพาะทำการฝังให้ทุกองค์ด้วย ซึ่งผงยานี้ท่านว่าให้พกอธิษฐานไว้เพราะมันมีฤทธิ์รุนแรงเป็นที่สุด ใช้ได้สารพัดประโยชน์เพียงแค่พกก็เป็นมงคลขับชะตาราศีให้ขึ้นสูงสุดดั่งมีพรหมมาลิขิตจับยกวาสนาให้เรา ดั่งมีเทพมานิมิตให้กิจทั้งหลายของเราสมปรารถนา ทั้งหมายปองต้องจิตผู้ใดท่านว่าต่อให้คนนั้นมีคนรักอยู่แล้วเขาก็ต้องแตกหักกับคนที่รักอยู่(อันนี้ท่านไม่แนะนำให้ทำจึงให้เพียงพกก็พอ) ท่านว่าแค่พกก็ดีแล้ว..ดีมากๆแล้วดุจพกยาแฝด,ยาเสน่ห์,ยาดักวาสนานั่นเลย ทั้งยังเป็นเสน่ห์กับคนที่ใช้ของเสน่ห์ไม่ขึ้น เป็นเหตุแห่งความเจริญในชีวิตเรา ในสถานที่ซึ่งเราอยู่ พกติดตัวไว้กลับดวงร้ายให้กลายเป็นดีแก้โรคทางประสาทจิตหลอนนึกคิดเพ้อฝันไปเอง ท่านว่าผงยานี้พกไว้กับตัวมีอานุภาพมากเพราะคุณครูวิชาท่านแทรกซึมพลังงานผ่านตัวเราลงไปอย่างลึกซึ้ง ท่านปรารถนาจะให้คนใช้มีแต่คนรักมากๆยิ่งไม่มีคนเกลียดนั่นยิ่งดี ทั้งยังอาศัยอำนาจครูยาขับชะตาราศีหนุนดวง,พลิกดวง,กลับดวงไปพร้อมๆกันด้วย ดั่งคำที่องค์ปฐมท่านว่าไว้ว่าผงยานี้ตั้งแต่โบราณนั้นใครพบยานี้ไม่ได้ใช้บูชาเหมือนคนสิ้นวาสนา ส่วนใครที่ได้ใช้อาราธนาผู้นั้นดุจดังได้พระโสดาแล(ท่านว่ามีค่ามากปานนั้น) ในส่วนการเข้ายาและเครื่องยานั้นท่านจะไม่บอกกล่าว ท่านว่าของแต่ละอย่างต้องหากันทั้งชีวิตทั้งสิ้น เราทำให้ดีแล้วถ้าเขาไม่เอาก็เรื่องของเขา แต่ยานี้มีดีอยู่ข้อหนึ่งนั่นคือมันเป็นโฉลกมงคลกับผู้พกพา หากใครได้พกแล้วมันจะดึงโชคเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ดั่งคำว่าวันนี้โชคดีพรุ่งนี้ก็ยังโชคดี ด้วยไม่ใช่ยาของมนุษย์หากแต่เป็นของเทวดาใช้ แก้ได้หมดทั้งมนต์ดำ คุณไสย์ ของดำ ของเขมร แขก ลาว พม่า มอญ ไทใหญ่...ขับอาถรรพ์ร้ายในชีวิตได้ทั้งสิ้น
    - ตะกรุดปฐมโลกีย์มหาสำเร็จ อันมีคุณดึงคนให้นิยมเราทั่วโลก ทั้งผลักดันให้มีบารมี,มียศศักดิ์สูงเที่ยมฟ้า ต่อให้ผู้มีอำนาจวาสนาก็มายอมลงให้แก่เรา ให้มีคนอุปถัมภ์ทั้งกลางวันกลางคืนอุปมาว่าช่วยเหลือแม้กระทั่งยามหลับหรือยามตื่น หมายตาทำกิจใดย่อมสุขสมหวัง ต้องรวยเงินทอง,รวยคนรัก,รวยคนอุปถัม ท่านลงเป็นตะกรุดชุดค้ำไว้ ท่านลงตะกรุดปฐมโลกีย์มหาสำเร็จไว้เป็นดอกกลาง ท่านว่านี้ดั่งตัวเราจะเอียงซ้ายเอียงขวาก็ไม่ได้ จะล้มบนล้มล้างก็ไม่ได้ เพราะนี้ฉันลงไม้เท้ามหาเถรค้ำไว้หมดแล้วทุกทางเลยมันจะไปล้มไปเอียงได้อีกท่าไหนก็ลองดูต่อไปเรื่องทางโลกโลกีย์ทั้งหลายมีคติอย่างเดียวคือต้องสำเร็จเท่านั้น ทั้งยังทำมหาจักรวัชรนาทอีกดอกหนึ่งหนุนฐานเอาไว้ดุจว่าตัวเธอนี้ได้เหยียบอยู่บนอาวุธทำลายล้างที่จะผันให้เดินก้าวหน้าไร้อุปสรรคไปได้ตลอดรอดฝั่ง,ทั้งหนุน,ทั้งพยุงไว้ให้ฐานมั่นคงราบเรียบไม่มีสะดุด,ไม่ทรุดตัว จักรนี้ถ้าใช้เป็นท่านว่าอันตรายวิชานี้ฆ่าและทำลายคนได้ง่ายๆเลย แต่ท่านลงไว้ให้มีผลเฉพาะกับศัตรูเราเท่านั้น

    ท่านลงธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ก่อบังเกิดปลุกเสกด้วย ขันธ์ห้า อาการสามสิบสอง แล้วตรึงวิชาคาถาเอาไว้กันคัดกันถอน ท่านว่าให้เอาไปใช้ในทางที่ดีอย่าไปทำร้ายใคร บางคนใช้ไปในทางไม่ดีทำหุ่นสาปแช่งให้ศัตรูเจ็บป่วย ฉิบหาย อันนี้ไม่ดีไม่แนะนำ แต่บางคนรั้นก็เอาไปสาปแช่งคนอื่นนี่ไม่ดี เอาเป็นว่าหุ่นนี้ฉันทำให้เป็นหุ่นอธิษฐานตามความประสงค์ของเราจะให้เป็นไปต่างๆนานาตามประสงค์ อยากจะใช้อย่างไรก็ให้เป็นไปตามบัญชานั้น ท่านนำไปปลุกเสกริมน้ำตรงบริเวณที่แม่น้ำไหลทวนกระแสคือมีกระแสน้ำตีกลับปรับทิศทางเป็นวังวน ท่านว่าต้องเพียรหาสถานที่เช่นนี้ถึงสามสิบสองแห่งเท่าอาการหุ่นทำพิธีอธิษฐานไปเรื่อยๆ ท่านถือเป็นเคล็ดที่ว่าน้ำตีกลับน้ำวนกลับคือให้กลับร้ายกลายเป็นดี ใครทำไม่ดีจะสะท้อนย้อนกลับไปหาคนทำ ทั้งหุ่นเทพพยนต์จะรับเคราะห์แทนเมื่อเราดวงตก,โชคไม่ดี,ใครที่คิดไม่ดีคิดทำร้ายจะสะท้อนกลับตีกลับไปหาคนนั้น เขาจะคอยช่วยเหลือเราไม่มีพิษภัยใดกับเราเมื่อนำติดตัวไว้ก็จะเสริมดวง เสริมบารมีให้กับเรา ทำได้ทั้งปกป้องคุ้มครองขับไล่สิ่งอัปมงคลสิ่งชั่วร้าย,ภูตผี,คุณไสย,คุณผี,คุณคน,ลมเพลมพัดและสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ทั้งยังหาเงินเก่งสามารถบอกโชค บอกลาภ แก่ผู้เป็นเจ้าของได้อีกด้วยเขาจะมาปรากฏตัวในความฝันเป็นคนแก่บ้าง,หนุ่มบ้างหรือเด็กบ้าง บอกโชคบอกลาภให้เห็นช่วยให้มีทรัพย์สินลาภผลเงินทองโชคลาภ พ่ออาจารย์ท่านว่าลงไว้ทั้งหมดทั้งกันไฟ,กันฟ้า,กันลม,กันภัยทางน้ำ,กันโจร ท่านลงวิชาพัดโบกลงไปด้วย นอกจากนั้นยังเป็นเงาเป็นตัวตายตัวแทน,เป็นตัวรับเคราะห์แทนดั่งวิชาพยนต์โบราณที่ใครบูชาไว้ก็เสมือนมีเงาคอยตามตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองภัยต่างๆ คอยรับเคราะห์รับผลแทนเราทั้งสิ้น เวลาที่ต้องแข่งขันกับผู้อื่นไม่ว่าทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมท่านว่าพกไปเถิดควรมีไว้เป็นอย่างยิ่งจะชนะเหนือคู่แข่งขันทั้งหลาย

    ท่านว่าเสกจนล้นไม่รู้จะล้นอย่างไรแล้วเอาไปใช้เถิดถึงเวลาใช้เดียวรู้เอง ถึงเวลามีภัยไม่ต้องกลัว กันได้หมดทั้งรังสีโรคระบาด เรียกเงิน,เรียกงาน,เรียกทรัพย์,ช่วยเหลือคน ท่านว่ามีมาก บอกไปยาวๆก็ไม่หมด เอาว่าดีกว่าที่เธอคิดกันเยอะก็แล้วกันเพราะท่านกำกับเทพพยนต์ไว้ให้ช่วยชีวิตคนใช้ให้ราบรื่น ไปอยู่กับเขาต้องทำให้เขารวยล้นเหลือเท่านั้น ท่านลงให้ครบทั้งมหาบุญฤทธิ์ มหาอิทธิฤทธิ์จะทำอะไรก็ให้บอกกล่าวกับพ่อหุ่นท่านเมื่อเรื่องสำเร็จแล้วก็จงให้จงทำอย่างที่พูดไว้(ในกรณีบนท่าน) ไม่ว่าจะหาความรักหรือหาทรัพย์สินใดๆเมื่อได้สมหวังแล้วก็จงดูแลเลี้ยงดูหรือรักษาทรัพย์นั้นเอาไว้ให้ดี ให้จำไว้ตลอดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เราหามาคนเดียว แต่เป็นสิ่งที่เรากับจ้าวมหาภูติท่านช่วยกันหามา***ถ้าคิดได้อย่างนี้ไม่หลงไปตามกระแสโลกพ่ออาจารย์ท่านว่ามันมีแต่เจริญ พ่ออาจารย์ท่านว่าทำไว้ให้ครบทุกอย่างแล้วอย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในแผ่นดิน ทั้งปัเคราะห์,ปัดศัตรูลงไว้ครบถ้วน

    ด้วยเป็นหุ่นพยนต์แรงครูหรือเทพพยนต์ที่ไม่มีผงผี ผงพรายแม้แต่น้อน ท่านใช้กำลังและขอบารมีพระพุทธเจ้า,พระปัจเจกพุทธเจ้า,พระอรหันต์มาเป็นต้นธาตุต้นธรรมจนมั่นใจในดวงศีลดวงธรรมอันเป็นฐานกำลังของเทพพยนต์โดยเฉพาะ ทั้งอัญเชิญครูพระสยมมาแบ่งกำลังประสิทธิ์ทำวิชาให้เหมือนครั้งสังหารตรีปุราสูร ผูกลงวิชาเหมือนปู่พระอินทร์ท่านผูกหุ่นพยนต์องค์ต้น เช่นนั้นผู้บูชาจึงมีกำลังเทวดาเข้าพิทักษ์รักษาตามกำลังวันไม่มีเสื่อมมีคลาย เอาไปอธิษฐานให้ดีใช้ไม่มีข้อห้าม พกได้เลยตลอดเวลา
    ***นอกจากนี้เสด็จพระใหญ่ยังให้พ่ออาจารย์ท่านมนต์พระคาถาหัวใจพระพระจูฬปันถกอีกห้าแสนจบ ท่านว่าหากผู้ใดรู้เคล็ดวิชานี้อัญเชิญหัวใจพระจูฬปันถกมาสถิตอยู่ในตัวหุ่น เมื่อเราอธิษฐานอะไรกับหุ่นเทพพยนต์นี้ เมื่อเราใช้เขาทำงานสิ่งใดก็ดี จะให้รักษาบ้าน ร้าน อาคาร ป้องกันโจร ขโมย หรือแสวงหาทรัพย์ ถ้ามีคนร้ายมันจะเห็นหุ่นเป็นตัวเราหลากหลายนับประมาณมิได้ไม่กล้าเข้าไปใกล้เลย เวลาที่เราขออะไรกับพ่อหุ่นจากเดิมที่หุ่นเราเหมือนมีคนๆเดียวคอยช่วยเหลือก็จะกลายเป็นมีร้อยคน หมื่นแรง แสนกำลังเข้ามาช่วยเรา มาทำงานต่างๆให้เราพร้อมกันดุจพระเถระเจ้าท่านจำแลงกายเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นเคล็ดเสกปิดท้ายที่เสด็จพระใหญ่ท่านว่าจำเป็นต้องทำ เพราะหุ่นเทพพยนต์นี้จะมีกำลังมากทวิทวีเก่งกว่าเดิมอีกนับแสนๆเท่าจากเดิมที่ว่าเก่งแล้ว..พ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้องเสียเวลาพูด เขาจะมีร่างแบ่งไปอีกนับหมื่นนับแสนร่างเช่นนั้น

    หุ่นเทพพยนต์จ้าวมหาภูตินั้นไม่ต้องเลี้ยงต้องเซ่นเพราะเป็นพยนต์เทพ เน้นแต่การบอกกล่าวหากเกิดเหตุการณ์อะไรไม่ดีก็บอกให้ท่านจัดการไปได้เลย(แต่มีข้อห้ามอยู่อย่างหนึ่ง ในส่วนของปลายธนูที่เล็งไปนั้นไม่จำเป็นอย่าไปอธิษฐานเล็งใส่ใคร หรือไปเล็งให้ใครเขาฉิบหายเลยเพราะนั่นคือทั้งชีวิตเขา หากเราห้อยหรือพกบูชาก็ไม่มีอะไร แต่หากเราตั้งใจเล็งพร้อมอธิษฐานสาปแช่งเช่นนั้นท่านว่ามันมีอาถรรพ์อยู่มากที่ปลายธนูนี้ ถ้าเลือดตาไม่กระเด็นหรือไม่โดนใครทำร้ายมาอย่างถึงที่สุดจริงๆอย่าไปทำเขาเลย)

    คาถาบูชา
    จิเจรุนิจิตตัง เอหิจตุระภูตา เอหิสะมาคะมา จิตของพระแผลงจ้าวมหาภูติจงมาทำตามบัญชา มานิมามา .....(อธิษฐานบัญชาได้ทุกสิ่ง)
     
  14. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8691075962985.jpg line_8696343834650.jpg line_8600064150780.jpg line_8600090104895.jpg บูชา พี่สุดหล่อจอมปาฏิหาริย์(พ่อเนื้อทอง) ให้บูชาองค์ละ 2000 มีสององค์ครับ

    เอ๊ะ..นี่ใคร เวลาที่คนขออะไรแล้วเกินกำลัง เกินวาสนา หรือเหล่ากุมารและมหาภูติไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดีก็จะพาไปหาชายคนนี้ โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง,เรื่องขอหวย,ขอเรื่องที่เขาให้ไม่ได้,ขอเรื่องที่เกินวาสนาตนเอง,ขอเรื่องที่ผิดกฏ,เรื่องที่ยังไม่ถึงเวลาต่างๆ...เหล่ามหาภูติและกุมารก็จะนำผู้เป็นเจ้าของเข้าไปหาชายคนหนึ่ง ชายที่มีร่างเป็นทองคำนอนคุดคู้อยู่กับแท่นศิลา หลายคนว่าต้องไปตะโกนเรียกตามบทตามคำที่เหล่ามหาภูติกะซิบบอกให้ ซ้ำมหาภูติหรือกุมารยังบอกเหมือนกันทุกคนว่าให้เรียกท่านว่าพี่สุดหล่อต้องพี่สุดหล่อคำนี้เท่านั้น ส่วนใหญ่มีแต่คนเจอปัญหาหนักๆหรือตึงมือจริงๆที่เหล่ามหาภูติจะพามาหาพี่สุดหล่อนี้ ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วยล่ะก็ถึงกับเคลิบเคลิ้มกันทีเดียว เขาว่าพอเรียกพี่สุดหล่อปุ๊ปทางนั้นก็ตอบกลับมาว่า"แม่สุดสวยบ้างแม่โฉมงามบ้างมาหาฉันทำไม"(ปากหวานอย่างนี้ไงเล่า)ผู้ชายบางคนท่านก็เรียกว่าพ่อตาหวาน,พ่อรูปงามบ้าง นี่แบบนี้เหล่ากุมารและมหาภูติจึงกำชับหนักหนาว่าต้องเรียกท่านว่าพี่สุดหล่อตามที่พวกเขาเรียกเพราะมันจะคุยกันง่าย และคนที่มาเจอพี่สุดหล่อได้นั้นร้อยทั้งร้อยกลับไปต้องเจอดีได้ดีกันทุกคน **ที่ว่าดีนี่ก็เรื่องที่ขอท่านทั้งนั้น..มันได้เรื่องขึ้นมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่เลยก็หนีไม่พ้นเรื่องขอหวยทั้งที่ตัวเองยังไม่มีวาสนา หลายคนเล่ามาตรงกัน เล่ามาบ่อยๆจนจับสังเกตุได้อย่างหนึ่ง เวลากุมารและเหล่ามหาภูติพาไปหาพี่สุดหล่อนั้นถ้าเป็นเรื่องหวยท่านจะให้แบบงวดนั้นออกตรงๆเลย แต่ถ้าท่านหัวเราะขึ้นมา,หรือทักว่าบุญเราไม่พอบ้างอันนี้ต้องขึ้นแต้มลดแต้มถึงจะถูกท่านจะไม่ให้ตรงๆ(จากที่ฟังๆเล่ากันมา) แล้วจริงๆท่านเป็นเทพองค์ไหนหรือเป็นอะไรกันแน่ บางคนตาดีเพราะเรียนมาทางมโนมยิทธิก็พยายามหาพยายามตามหรืออธิษฐานให้พบท่านอีกครั้งแต่กลับปรากฏว่าไม่ได้พบเลย จึงเป็นปริศนาอยู่ว่าบุรุษร่างทองผู้ที่มีรัศมีดั่งแสงทองคำนั้นคือใคร ทำไมนอกจากเหล่ากุมารหรือมหาภูติของพ่ออาจารย์ท่านจะนำทางไปพบเองแล้วแม้ปรารถนาจะเจออีกก็พบไม่ได้

    นามพ่อเนื้อทอง(พี่สุดหล่อนั้น)ดังกระหึ่มมานานนักหนาพ่ออาจารย์ท่านสร้างตามคำแนะนำของครูพรหมสฮัมบดีเพื่อให้เขากลายเป็นผู้นำเหล่kรุกขเทวดา,มหาภูติและเทพเดรัจฉานทั้งหลายในความดูแลของท่าน ซึ่งต่อมาท่านก็ได้เมตตาทำเป็นเครื่องมงคลและเสกเก็บไว้ตามคำแนะนำของทิพย์กายทั้งหลายเพราะท่านรู้ว่าพ่อเนื้อทองนี้จะได้สร้างคุณประโยชน์อีกมาก ดั่งอมตะวาจาที่กล่าวว่า ### หากวันใดที่เรียกฟ้าแล้วฟ้าไม่ขานรับ ก้มเรียกดินดินก็ไม่ตอบ แม้บนบอกเทวดาท่านก็ไม่ช่วย..เมื่อนั้นให้มาบอกกับพ่อเนื้อทองเขานี่
    - ตำนานพ่อเนื้อทองนั้น มาจากตำนานพญาคันคาก(คางคก)
    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สำคัญนัก จากบุรุษที่เกิดมาอัปลักษณ์น่าหวาดกลัวเป็นที่รังเกียจแก่ผู้พบเห็น แม้มีผิวสีทองเหลืองอร่ามแต่ก็มีตุ่มตมขึ้นตามตัวถึงกระนั้นด้วยบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ก็ยังอธิษฐานให้ร้อนอาสน์พระอินทร์บนสวรรค์ได้ ถึงกับพระอินทร์ต้องอัญเชิญเครื่องบริโภคแห่งมหาจักรพรรดิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะประสาทแก้ว,นางแก้ว,....ครบถ้วนลงมาให้ถึงเมืองมนุษย์พ่ออาจารย์ท่านว่าแต่ละสิ่งนั้นสวยงามเลอค่าดั่งไพชยนต์มหาปราสาททีเดียวกล่าวได้ว่าชะลอสวรรค์ลงมาไว้ในแดนดินก็ไม่ผิดเพราะพญาคันคากนี้มีบุญมากซ้ำพระอินทร์ยังถอดรูปคางคกนั้นให้อีกด้วย ในยุคของพญาคันคากนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเขามีฤทธิ์มาก มีอำนาจยิ่งใหญ่ถึงขนาดบงการคนได้ทั้งโลกสมกับเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ นอกจากนั้นเหล่าสัตว์จตุบททวิบาททั้งหลายก็ล้วนแต่จงรักภักดีและบูชาพญาคันคากนี้เสมอด้วยเทพยดาทีเดียว แม้ต่อมาพระพิรุณกำเริบดลบันดาลไม่ให้ฝนตกต้องโลกมนุษย์ พญาคันคากท่านก็เกณฑ์ไพร่พลเหล่าสัตว์จตุบทวิบาททั้งน้อยใหญ่บุกขึ้นสวรรค์เปิดสงครามขั้นเด็ดขาดกับเทพบดีนั้นทันที มหายุทธระหว่างพญาคันคากและพระพิรุณนั้นดำเนินไปยาวนานไม่รู้แพ้ชนะด้วยเล่ห์กลอุบายทางสงครามของแต่ละคน จนพระพิรุณท้าพญาคันคากรบตัวต่อตัวนั่นเองจึงเพลี่ยงพล้ำถูกจับตัวได้ นับแต่นั้นโลกก็ต้องจารึกนามบุรุษผู้ยิ่งใหญ่มากบารมีที่เอาชัยชนะได้แม้กระทั่งเทพบดีชั้นสูงนี้
    พ่ออาจารย์ท่านรู้ว่าพญาคันคากอันเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์นั้นย่อมเป็นที่พึ่งแก่ฝูงชนและสัตว์อันได้ชื่อว่าเดือดร้อนทุกคน ดูอย่างสมัยที่มนุษย์และสัตว์โลกมีเรื่องกับเทวดาด้วยโดนกลั่นแกล้งไม่ให้ฝนตกให้ชีวิตทั้งหลายเดือดร้อนทุกข์ใจนั้นท่านยังประกาศสงครามเอาชัยพระพิรุณได้ เรียกว่าเรื่องใดแม้เทวดาไม่ช่วยเหลือพ่อพญาคันคากท่านย่อมรับช่วยเองขอเพียงให้เป็นเรื่องทุกข์ร้อนของมนุษย์ เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงได้สร้างพญาคันคากไว้ผสมกลมกลืนกับวิชาพญาคางคกอันสืบทอดมาในสายหลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า

    ท่านตั้งใจจะทำเป็นรูปคางคกสามขาตามคติจีนด้วยว่าจะเอาให้ดีและเป็นมงคลสูงสุด เป็นที่รู้กันดีว่าคางคกหรือเซียมซูของจีนนั้นเป็นสัตว์เทพที่คนนิยมบูชาไว้มากที่สุดเพื่อใช้ชเรียกเงิน-ทอง โชคลาภให้เข้าหาตัวเองรวมถึงกิจการที่ตัวเองทำอยู่
    - ที่มาของคางคกทองสามขาหลังเจ็ดดาวนี้เขาเป็นสัตว์เลี้ยงวิเศษในพระชนนีแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้ สัตว์ตัวนี้มีฤทธิ์มากดุจเทพเซียนวันๆหนึ่งเขาจะไม่ทำอะไรเลยจะใช้แต่ความสามารถพิเศษเรียกเงินเรียกทองมาเล่นสนุกในสระบัว พระชนนีจึงตั้งชื่อให้ว่า"กิมเซียมซู" ...ซึ่งต่อมาก็ได้หนีมาเที่ยวเล่นบนโลกในเขตแห้งแล้งกันดารและอดอยากมาก เจ้าคางคกน้อยนี้ได้เข้าไปอยู่ในบ้านคนบันดาลก้อนเงินก้อนทองออกมาเล่นให้กับคนนำไปแจกจ่ายกันทั้งบันดาลให้ฟ้าฝนตกต้องอุดมสมบูรณ์ยกระดับให้คนทั้งหมดร่ำรวยขึ้นทุกคนหาคนจนไม่ได้เลย พอเจ้าแม่สวรรค์รู้ว่าคางคกน้อยทำบุญทำความดีก็มีความยินดีประทานพรให้ "เมื่อเจ้านั้นอยู่ที่ไหนก็ให้ที่นั้นมีแต่ความร่ำรวยอุดมสมบูรณ์" นอกจากจะเสกเงินเสกทองได้เองแล้วยังทำให้บริเวณที่สถิตย์อยู่นั้นมีแค่ความเจริญ,เงินทองไหลมาเทมา,ค้าขายดีอยู่ที่ไหนก็ทำให้ที่นั้นไม่ยากจนไม่ขัดสน,ให้ร่ำรวย,มีทรัพย์สมบัติเงินทองมากมายก่ายกอง ต่อมาคนจึงนิยมบูชากันมากและทุกคนก็มั่งมีเงินทองทำมาค้าขายก็ดีทำธุรกิจการงานก็มีแต่ความเจริญเพราะเขาจะช่วยเสริมอำนาจบารมีทางด้านการเงินดูดโชคลาภความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับผู้ครอบครอง

    พ่ออาจารย์ท่านพูด(ติดตลก)ว่าเดี๋ยวนี้แล้งนัก ร้อนเหลือเกิน ให้เอาพ่อเนื้อทองนี่แหละไปใช้จะได้นำความอุดมสมบูรณ์เข้าหาผู้คน ด้วยว่าพญาคางคกนั้นแบกกลุ่มดาวทั้งเจ็ดที่เป็นเทพผู้รักษาดวงชะตาคนทั้งโลกดังนั้นคนที่เกิดแต่ละวันจึงบูชาท่านได้เสมอกันไม่มีแบ่งแยก ด้วยอำนาจแห่งดาวทั้งเจ็ดนี้จะยังให้ภัยพิบัติและอันตราย,โรคร้ายทั้งหลายย่อมดับสูญ ใครที่ทุกข์ยากเหมือนจะสิ้นใจสิ้นชีวิตก็จะต่อชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ต่อไป นี่คือเคล็ดลับของพญาคางคกที่ไม่มีอำนาจใดๆลบล้างเขาได้ และเพราะเช่นนี้เขาจึงหนุนได้ทุกคนแก้อาถรรพ์ได้ทุกอย่างท่านว่าต่อให้คนชะตายาจกหรือถึงที่ชะตาขาดแล้วก็ตามพญาคางคกนี้ก็ยังบรรเทาได้ เขาชอบช่วยเหลือคนยากคนจนด้วยการแจกเงินแจกทองเพราะเขามีความสามารถในการคายเงินคายทองออกจากปากได้ วิชาคางคกนี้จึงเน้นเพื่อเพิ่มพูนเงินทองและอุดรอยรั่วที่จะทำให้เงินทองรั่วไหลโดยเฉพาะ ให้มั่งมีเงินทองทำมาค้าขายดีมีแต่ความสุขความเจริญลาภผลไหลมาเทมาไม่ยากจนไม่ขัดสนเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านแกะบล๊อคให้มีลักษณะเด่นคือคางคกนั้นจะมีสามขา,ขาด้านหลังคล้ายปลา,จมูกเหมือนพญามังกร,กรงเล็บเหมือนสิงโต,ไม่มีทวารเงินทองเข้าแล้วไม่มีทางออก, คาบเงินคาบทองเล่นตลอดเวลา และพญาคันคากท่านยังเน้นย้ำว่าต้องทำให้เป็นกายทองคือมีสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งตัวจึงจะดึงดูดมงคลได้ดี ท่านได้นำมวลสารต่างๆที่พญาคันคากท่านให้หามาใช้โดยเฉพาะไม่ว่าจะผงไข่กบสามขา,ผงกบจำศีลตายคารู,อิฐเก้าพระธาตุ,ผงหินศิวะลึงค์,ผงโยนีพระอุมา,ผงลูกกรอกแมวเก้าตัว,ดักแด้หิน,ดินจอมปลวก,ดินโป่ง,ผงงวงช้างเผือก,ผงครั่งพุทราตายพราย,ผงบันไดเรือนแม่หม้ายผัวตายลูกชายเดียว,หิ่งหายผี,ไม้ไก่กุก,ไม้แหย่แย้,ว่านพญาปากเข็ด,น้ำตาเด็กร้องไห้ตามแม่,ขี้สูตรดินเพียง,ดินขุยปู,รังหมาร่า,ผงหางนาค,ผงว่านโยนี,เถาวัลย์หลง,ว่านดอกทองสิบสองจำพวก,ขมิ้นแดง,ดอกรักซ้อน,ดอกกาหลง,น้ำมันตานี,น้ำมันตะเคียน,น้ำมันกะลาตาเดียว,น้ำมันช้างโขลง,ผงโองการมหาปัถหมื่น,ผงโองการเอิกเกริกพระราม,ผงพระคาถามหาลาภ,ผงมนต์ดวงแก้วพระสีวลี,ผงราหูอมจันทร์,ผงต์พระพุทธเจ้าเปิดโลก,ผงตรีนิสิงเห,ผงต์อิติปิโสตรึงไตรภพ,ผงอิติปิโสนารายณ์คายจักร,ผงอิติปิโสเดินหน้านารายณ์บรรทมสินธุ์,ผงอิติปิโสถอยหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์,ผงอิติปิโสนารายณ์แปลงรูป,ผงอิติปิโสภุชงค์เดินหน้าลีลาซ่อนหาง,ผงธงพิชัยสงคราม,ผงอิติปิโสทรงชัยมหาทิพมนต์,ผงมหาสาวัง...ท่านว่านำผงทั้งหมดมาปั้นเขียนวิชาคางคกทำผงตำรับหลวงปู่ศุขอีกคำรบหนึ่ง

    พญาคันคากหรือพ่อเนื้อทองนี้ดีทุกด้านเพราะท่านถือเคล็ดใช้ผงกบจำศีลเป็นมวลสารหลักดั่งกบจำศีลบำเพ็ญภาวนาดังนั้นตบะเดชะของพญาคันคากนั้นย่อมอยู่ในช่วงรุ่งเรืองเฟื่องฟูมากที่สุด พญาคันคากนี้ท่านว่าทำเอาไว้ให้สวนกระแสทุกอย่างจริงๆต้องเพ่งกสิณธาตุ,ปั่นธาตุ,หนุนธาตุ,เรียกอาการ,ร่ายพระเวทย์คาถามหาอาคมประจุใส่ไว้ให้พญาคันคากนี้ตามจิตของผู้นำไปใช้ จิตเราคิดเห็นอย่างไร,ต้องการอะไรพญาคันคากท่านจะตามส่องตามดูวาระจิตของเราเพื่อยังผลนั้นให้สำเร็จอย่างแท้จริงรวมไปถึงใช้แก้คราสเคราะห์ได้อย่างวิเศษสามารถข่มฝ่ายตรงข้ามได้เหมือนกบกินเดือนกินตะวัน***ท่านว่าใครมาแข่ง,มาบัง,มาบดหรือมาเบียดเบียนรังแกเราก็อธิษฐานให้พญาคันคากนั้นไปอมไปดับรัศมีความรุ่งโรจน์ของเขาซะ พญาคันคากนี้ฝังเครื่องมงคลสองชนิด คือ
    - ตะกรุดแรงครูทักษิณาทาน
    ใช้เหรียญเงินที่รับทักษิณาทานเวลาพ่ออาจารย์ท่านประสิทธิวิชาให้ศิษย์ที่ท่านเลือกเงินทักษิณาทานนี้ท่านจะนำมาใส่ไว้ในขันครู แน่นอนว่าย่อมต้องมีแรงครูสูงสุดๆ ท่านว่าวิชาทำตะกรุดนี้เปรียบดั่งพราหมณ์ดั่งครูบาอาจารย์เมื่อกระทำพิธีใดๆให้สมปรารถนาแล้วจะสามารถร้องขออะไรก็ได้กับเจ้าภาพไม่เลือกว่าจะเป็นกษัตริย์หรือมีอำนาจเพียงใดก็ต้องรีบหามาประเคนให้เช่นนั้นเหรียญแรงครูทักษิณาทานนี้จึงมีฤทธิ์มีอำนาจมาก กล่าวคือเวลาเราขออะไรครูก็ต้องให้ไม่เลือกเช่นนั้น ท่านสร้างตะกรุดนี้ในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 9 โดยนำเหรียญมาเสกบรรจุหัวใจโภคทรัพย์ให้อีกคำรบหนึ่งและนำแผ่นยันต์ที่จารกำกับฤทธิ์แรงครูหุ้มเหรียญเงินนั้นอีกที ท่านว่าตะกรุดนี้เหมาะยิ่งสำหรับคนหาเงิน,ต้องการเงิน ด้วยแรงครูนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะทำให้ที่นั้นกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์,แหล่งเงินแหล่งทองไปได้ หากหาเงินไม่คล่องหาใช้ไม่ทัน...แม้กระทั่งหากหาเงินคล่องแต่ไม่เหลือเก็บ ท่านว่าตะกรุดนี้ช่วยหาเงินได้นอกจากนั้นก็ช่วยเก็บเงินได้ด้วย จะเอาอะไรมากแม้ในตัวตะกรุดเองก็ยังมีเงินเก็บของมันอยู่นี่ทำให้ทั้งเรียกเงินมาทั้งเก็บเงินได้ครบเลย ตะกรุดนี้ให้ใช้ในด้านหาโชคหาลาภเท่านั้น
    - กระดิ่งพลังจักรวาล พ่ออาจารย์ท่านมีวิชาเสกกระพรวนเป็นเลิศ เช่นนั้นเมื่อทำพญาคันคากนี้ท่านจึงให้หากระดิ่งเล็กๆมาเตรียมไว้เพื่อจะเสกบรรจุพลังจักรวาลให้เต็มที่เหมือนเช่นท่านเสกกระพรวน ท่านว่าแต่เดิมนั้นวิชาทำกระพรวนเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่ง,ความอุดมสมบูรณ์,เกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งยังเป็นเครื่องรางที่ใช้ขจัดสิ่งชั่วร้าย ป้องกันเสนียดจรัญไรคุณไสยอวิชาต่างๆจึงเป็นที่นิยมของคนชั้นสูงตั้งแต่กษัตริย์ไปจนถึงเจ้าครองแคว้นทั้งหลาย ***จะใช้เพื่อขจัดวิญญาณชั่วร้าย(รวมไปถึงเจ้ากรรมนายเวร)ที่เข้ามารบกวน ก็ได้แม้พกปกติก็เป็นเครื่องนำโชค,ทั้งทำให้อายุมั่นขวัญยืน,นำมาซึ่งชัยชนะในสงครามการแข่งขันนำมาซึ่งความร่ำรวยและโชคลาภ เมื่อทำการเขย่าให้กระพรวนเกิดเสียงดังจะช่วยปัดเป่า สิ่งชั่วร้ายและเสริมโชคลาภความมั่งคั่งมั่นคงให้กับผู้ที่มีไว้ติดตัวเสียงของกระพรวนจะช่วยไล่สิ่งไม่ดีได้,ติดบ้านเรือนป้องกันสิ่งไม่ดีทั้งหลายไม่ให้เข้ามาใกล้หรือแขวนไว้เรียกเงินเรียกทองก็ได้ ท่านว่าให้สั่นกระดิ่งหรือพรวนเพื่อเรียกลูกค้าเป็นเสน่ห์เมตตาแก่ผู้พบเห็นเป็นที่รักใคร่แก่ผู้ได้ยินเสียงแล้วแต่สารพัดจะอธิษฐาน

    พ่อเนื้อทองหรือพี่สุดหล่อท่านจะช่วยเพิ่มพูนเงินทองให้กับเจ้าของเนื่องจากคางคกสามขา สามารถคายเงินคายทองได้พ่ออาจารย์ท่านจึงใช้ตะกรุดแรงครูทักษิณาทานกำกับพญาคางคกช่วยให้การคายเงินคายทองออกมาทุกครั้งเมื่อมีเหรียญแรงครูอยู่กับคางคกสามขาจะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งอย่างมหาศาลเข้ามาสู่ตัวคนใช้ได้ตลอดเวลา พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชาคางคกของท่านไม่ได้เน้นให้เหนียวให้ไปตีกับใครแต่เน้นให้เป็นมงคลอย่างยิ่งและจะนำโชคดีมาให้ไม่ขาด ทั้งดีเรื่องเสี่ยงดวงเป็นอย่างมากช จะเอาไปทำมาค้าขายก็มีกำไรมีโชคมีลาภ,จะเอาไปเสี่ยงดวงดวงก็ขึ้นมีแต่ได้กับได้ อธิษฐานเอาเลยเรื่องเงินๆทองๆเรื่องโชคลาภมหาลาภนับว่าดีทีเดียวท่านลงให้ครบทั้งเมตตา,มหาลาภ,มหาเสน่ห์,กันแก้คุณไสย์มนต์ดำ,คลาดแคล้วป้องกันภัย เรื่องการเงินไม่เป็นสองรองใครให้การเงินราบรื่น,งานคล่องตัว ...อะไรที่ขอฟ้าไม่ได้ขอดินไม่เอ่ยขานให้มาขอกับพี่สุดหล่อเขานี่จำกันเอาไว้นะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเสกไปก็ตามเก็บกันไปทีเสียงกระดิ่งนี่เกรียวกราวเหมือนกบกระโดด เขากระโดดพานกันทุกตัวเสกเสร็จก็ตามเก็บตัวไหนคึกหน่อยก็กระโดดไปไกล พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเชิญพ่อเนื้อทองมาสถิตย์ในร่างเขาทุกตัว คนที่ได้ไปมักจะได้ยินเสียงกบเสียงคางคกร้อง***ท่านว่ามีแต่เฮง(ถ้าสั่นกระดิ่งบ่อยๆนี่ยิ่งดีใหญ่เพราะกระดิ่งก็มีอานุภาพของเขา) ใช้เรียกทรัพย์ดีมากๆให้พกติดตัวจะใช้ทางไหนก็แล้วแต่ ใครไม่มีคู่พกเอาไว้ให้มีคนมารักมาทักมาสนใจเข้ามาหาเราจนรักเราแบบนี้ก็ได้ จะอธิษฐานด้านใดเป็นพิเศษก็ได้มีดีทุกด้าน แต่เรื่องทำมาหากินนี่เก่งนักเพราะเขาคายเงินคายทองมาเล่นได้ตลอดเวลา
    ### ชีวิตใครที่มีปัญหาหนักท่านให้เอากระดาษเขียนชื่อตัวเองแล้วเอาคางคกทับไว้ในจุดที่ฝังเหรียญครู ท่านว่าจะเอาเชือกมามัดมาพันชื่อเราติดกับตัวคางคกไว้เลยก็ได้ อธิษฐานบอกเขาว่าพี่สุดหล่อ ฉันเป็นเจ้านายของพี่นะเดือดร้อยอย่างงี้ๆ...จะให้พี่ช่วยอะไรก็ว่ากันไป(พ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าลืมคำเรียกแทนตัวเขาว่าพี่สุดหล่อเท่านี้ก็แล้วกัน)

    ผู้บูชาควรตั้งใจบอกกล่าวเพื่อให้พี่สุดหล่อนำโชคลาภเงินทองมาให้กับตนเองทั้งแสดงความรักเหมือนเขาเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย เช่นคอยลูบตามลำตัวตามอกตั้งแต่หลังจรดหางลูบเขาบ่อยๆลูบไปก็พูดไปบอกประมาณว่าเราเป็นเจ้าของให้ช่วยหาทรัพย์สินเงินทองมาให้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ดูแลเขาให้ดีอย่าให้เลอะเทอะหรือสกปรกได้(เลี่ยมกันไว้เลยจะดีที่สุดนี่เป็นเคล็ด"ท่านว่าถ้าตัวเขาสะดาดจะดวงก็ดี,จะโชคก็ดีทั้งโชคทั้งดวงของเรานี้ย่อมสว่างสดใสอยู่เสมอ") ขอท่านดีๆให้ท่านเข้ามาดูแลเรานำโชลาภเงินทองมาให้กับเรา อย่าลืมนำพาท่านติดตัวไปไหนมาไหนกับเราด้วยตลอดพ่ออาจารย์ท่านว่าพี่สุดหล่อเขาชอบเที่ยวไม่ชอบอยู่นิ่งๆถ้ามีเจ้านายเขาก็จะตามไปด้วยตลอดเวลาไปไหนเขาก็จะประทานโชคลาภให้เราตลอดระยะทางที่เราพาเขาไป ท่านว่าจะพกจะคาดเอวทำพวงกุญแจหรือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้เพราะท่านทำให้เป็นเครื่องรางจะได้ใช้กันสะดวกขึ้น

    คาถาบูชา
    พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าฉันทำสำเร็จแล้ว ไม่ต้องใช้คาถาใดๆนอกจากสื่อใจกันเท่านี้ก็พอ เขาอ่านจิตส่องใจเราอยู่เขารับรู้ได้ขอเพียงเราคิดถึงเขาว่าให้ช่วยอะไร

    *** พ่อเนื้อทองนี้เป็นยอดของบริวาร ท่านว่าถ้าตามเคล็ดที่ครูสฮัมบดีท่านแนะนำจริงๆว่าคนที่จะเอาไปแก้ดวงแก้คราสแก้เคราะห์หรือหนุนกิจการหนุนชีวิตตัวเองจริงๆจังๆแบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้นจะต้องใช้เป็นคู่จึงจะมีอานุภาพสมบูรณ์ แต่หากจะใช้เพียงเป็นเครื่องรางเท่านั้นท่านว่าพกเป็นตัวเช่นนี้ก็ได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  15. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8608647413225.jpg line_8610735473068.jpg บูชา พระสูญทุกข์สามก้าวเหยียบสวรรค์พยุงโผนโจนข้ามวัฏสงสาร (ฝังองค์เหล็กอิศโรภาส) ให้บูชา 3500 ครับ

    พระพิมพ์นี้พ่ออาจารย์ท่านมักเรียกติดปากว่า พระก้าวหน้าหรือพระก้าวไกล และมักจะบอกคนใกล้ชิดถึงความสำคัญของพระพิมพ์ว่า...."สามก้าวเปลี่ยนชีวิต"

    เมื่อใดที่มนุษย์หยุดการพัฒนาทั้งทางด้านสติปัญญา,ความคิดและศีลธรรมก็ย่อมเป็นเหตุให้พระสัทธรรมค่อยๆเลือนหายไปจากโลก พ่ออาจารย์ท่านว่าเสด็จพระใหญ่(องค์ปฐม)ท่านเมตตาตรงนี้ ท่านว่าฉันจะช่วยเองนะ เช่นนั้นจึงเป็นบ่อเกิดของพระพิมพ์สำคัญที่พ่ออาจารย์ท่านจะเรียกว่าพระก้าวไกล..หรือสามก้าวเปลี่ยนชีวิตที่จะใช้สูญทุกข์ภัยให้คนมีโอกาสได้กลับตัวตั้งมั่นอยู่ในคุณพระรัตนตรัยและข้อธรรมทั้งหลาย สำหรับพิมพ์พระนั้นเสด็จพระใหญ่ท่านว่าจะสร้างอย่างไรให้ไปเรียนเอากับขรัวโตท่าน พ่ออาจารย์ท่านก็ต้องขอเมตตาครูสมเด็จจริงๆเพราะท่านว่าพระพิมพ์แบบนี้มีอาถรรพ์ มีพุทธอภินิหาริย์มากไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ โดยครูสมเด็จท่านได้บอกพุทธลักษณะพระพิมพ์ให้พ่ออาจารย์ท่านไปแกะบล๊อกแม่พิมพ์มา เป็นลักษณะพระที่จะใช้เพื่อหวังพุทธคุณอย่างอุกฤษฎ์สืบต่อไปเท่านั้น

    ที่มาแห่งพระพิมพ์นั้นพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าสามก้าวย่างเหยียบสวรรค์ดุจดั่งท่านได้อุปมาว่าแม้คนเราต่อให้เป็นเจ้าเป็นกษัตริย์พยายามกระทำทุกสิ่งสิ้นเปลืองไปอย่างมากเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นนั้นก็ยังทำไม่ได้เรียกว่าแม้ลงทุนทั้งชีวิตก็ยังไม่เกิดผลอะไร แต่ในขณะเดียวกันสมเด็จพระบรมศาสดานั้นท่านย่างพระบาทเพียงสามก้าวก็ขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้ ดั่งที่พ่อาอจารย์ท่านเล่าเอาไว้ว่า... " ในปางนั้น องค์สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีดำริถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนๆที่ผ่านมา เมื่อกระทำยมกปาฏิหาริย์เสร็จแล้วในพุทธประเพณีที่มีมานั้นพระพุทธเจ้าทั้งหลายท่านได้เสด็จไปจำพรรษาอยู่แห่งใดหลังกระทำปาฎิหาริย์ ด้วยพระอตีตังสญาณทำให้ทรงทราบเหตุการณ์ในอดีตได้ทันทีว่าหลังจากเสร็จยมกปาฏิหาริย์แล้วพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมเสด็จไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อหวังประโยชน์เทศนาโปรดพุทธมารดาและเหล่าเทพพรหมทั้งหลาย พอทรงระลึกอดีตกาลที่เป็นพุทธประเพณีนั้นได้ก็ทรงเสด็จลุกจากรัตนบัลลังค์อันตั้งอยู่เหนือยอดคันธพฤกษา แล้วสมเด็จพระโพธิญาณบรมศาสดาก็ได้ย่างก้าวพระบาทดำเนินออกไป ในขณะนั้นเองมหาคิรีทั้งสามอันเป็นหลักจักรวาลก็ได้โน้มยอดทอดตัวลงโดยฉับพลันรับพระบาทของพระตถาคตเจ้า ได้แก่จอมเขายุคนธร,จอมเขาอิสินธร และจอมเขาพระสุเมรุ ทั้งสามต่างน้อมยอดรองรับฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เจ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์และกล่าวขวัญในปาฏิหาริย์ " พ่ออาจารย์ท่านว่าทั้งมนุษย์และเทพพรหมล้วนเห็นกันหมด แม้เทพพรหมยังตกตะลึงเพราะการทำปาฏิหาริย์เช่นนี้ของพระพุทธองค์นั้นเกินไปกว่าที่เทวานุภาพใดๆจะทำได้ สมเด็จพระบรมศาสดานั้นท่านเสด็จพระดำเนิน คือย่างพระบาทไปสามก้าวท่านก็ก้าวล่วงเข้าสู่แดนดาวดึงส์สวรรค์อันสถิตอยู่เหนือยอดเขาพระสุเมรุนั้น เรียกได้ว่าย่างพระบาทสามก้าวเท่านั้นจากโลกมนุษย์ก็ถึงดาวดึงส์สวรรค์ ด้วยจอมเขาทั้งสามที่โน้มยอดมารองรับพระบาทแต่ละลูกนั้นก็พ้นโลกไปแล้ว พ่ออาจารย์ว่าท่านเหยียบก้าวแรกที่จอมเขายุคนธรนี่ก็เท่ากับว่าขึ้นมาถึงขอบเขาพระสุเมรุอันเป็นที่สถิตของพระอาทิตย์และพระจันทร์แล้ว พอก้าวที่สองลงที่อิสินธรก็เข้าเขตเทวดาแล้ว พ่อก้าวที่สามเท่านั้นท่านก็ก้าวข้ามสัตตบริภัณรวมไปถึงมหาสีทันดรและมหาทวีปทั้งสี่ล่วงขึ้นยอดพระสุเมรุเสด็จบนไพชยนต์ปราสาทเข้าประทับในบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ใต้ต้นปาริชาติอันเป็นธงชัยแดนดาวดึงส์ทันที

    เช่นนั้นพระพิมพ์สำคัญนี้ท่านจึงเรียกว่าสามก้าวเหยียบสวรรค์หรือพระก้าวไกลที่หวังพุทธคุณให้ผู้อาราธนาใช้ได้ก้าวออกไปสั้นๆแต่ไปถึงจุดหมายได้ไว ได้ไกลกว่าคนที่ต้องใช้แรงใช้ความพยายามทั้งชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าพระพิมพ์นี้มีอาถรรพ์มากที่สุด ครูสมเด็จท่านย้ำมาเองเลยว่าเมื่อแกะแม่พิมพ์ต้องทำในลักษณะย่างก้าวพระบาท ให้พระเหยียบลงบนยอดเขาทั้งสามลูกอันเปรียบได้กับเส้นชัยของชีวิตเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆคนที่ยังไม่หวังพระนิพพานในชาตินี้ ที่ต้องก้าวขึ้นไปให้ถึง ก้าวไปให้ถึงทิพย์สมบัติแลสวรรค์สมบัติทั้งปวง พระพิมพ์นี้จะเป็นดั่งแสงสว่างเปิดทางนำชัยชนะ นำความสำเร็จ นำความสุข นำความเจริญมาให้ จะได้พบกับแสงสว่างในกิจที่ทำที่ดำรงค์อยู่ ทั้งการทำมาหากิน ราชการ การค้า...ทุกกิจอาชีพ ต้องสำเร็จ ต้องสมหวัง ต้องมีชัยชนะทุกคราวไป คิดทำสิ่งใดก็ออกผลงอกงาม การทำมาหากินได้โชคลาภเงินทอง มีความสุข ชีวิตมีทางออกตลอดเวลา

    เมื่อความทุกข์สิ้นสูญเวลาใด เวลานั้นย่อมได้ชื่อว่าชีวิตประสบชัยชนะอย่างยิ่ง พระพิมพ์นี้เมื่อทำเสร็จแล้วองค์ปฐมท่านจึงเรียกว่าพระสูญทุกข์ ด้วยพุทธานุภาพนั้นจะได้ช่วยพยุงชีวิตที่ยังคลอนแคลนเอาแน่เอานอนไม่ได้ให้มั่นคงต่อไปในพระศาสนา ให้ชีวิตที่แรงครูท่านช่วยพยุงเอาไว้ไม่ไหลไม่ตกหายไปก่อนจะถึงฟากฝั่ง ทั้งยังขับให้โผนโจนทะยานก้าวหน้าในทุกๆด้านอย่างรวดเร็ว พ่ออาจารย์ท่านว่าอาถรรพ์ของพระพิมพ์นี้ก็คือความก้าวหน้าที่ไม่ใช่ค่อยๆก้าวด้วยกำลังด้วยความพยายามทั้งชีวิต ถ้าจะต้องก้าวหน้าแบบเต่าคลานเช่นนั้นท่านว่าอย่าเอาไปใช้เลย พระพิมพ์นี้ท่านทำไว้เพื่อคนที่หวังจะก้าวหน้าในทุกกิจที่ได้กระทำอยู่ จะต้องก้าวไปประหนึ่งว่าแรงครูท่านพยุงให้เราโผนโจนทะยานขึ้นสู่ความสำเร็จ เพื่อชัยชนะ เพื่อเป็นที่หนึ่งได้อย่างฉับพลัน พ่ออาจารย์ท่านอุปมาไว้ว่า "คนเดินไปกับคนเหาะไปใครจะถึงก่อนกันก็ให้ไตร่ตรองเอาเอง " นอกจากนั้นยังจะผ่อนแรงผ่อนกำลังให้เราไปถึงโดยง่ายดั่งเมื่อครั้งพระศาสดาจารย์ท่านกระทำปาฏิหาริย์ให้ยอดเขาทั้งสามอันเป็นที่ตั้งแห่งแดนสวรรค์โน้มยอดมารองรับฝ่าพระบาท ดุจว่าจะโน้มเอาเส้นชัยของชีวิตเขามาหาเรา เอาความสำเร็จมาประเคนให้เรา ซึ่งตัวเรานั้นต้องลำบากเพียงย่างเท้าก้าวออกไปรับแค่นั้น พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นอาถรรพ์ที่องค์ปฐมกับครูสมเด็จท่านย้ำและกำชับไว้หลายหน ว่าพระพิมพ์สำคัญนี้จะเป็นดั่งไพ่ตายที่นำเราให้ข้ามพ้นอุปสรรค ท่านว่าถ้ามั่นในพุทธคุณหมั่นสร้างบารมีไปพร้อมๆกับอาราธนาองค์พระนี่ย่อมก้าวข้ามได้หมดทั้งสิ้นในโลกนีั ไม่ว่าจะมีปัญหาในกิจจานุกิจใด ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยิ่งใหญ่ปานมหานทีสีทันดรที่เต็มไปด้วยอันตรายนานัปการก็ย่อมข้ามได้ทั้งสิ้น แม้จะข้ามพ้นวัฎสงสาร ข้ามไปหาพระนิพพานนั้นก็ยังทำได้หากบารมีเราถึงพร้อม เพราะเช่นนั้นจึงต้องรีบสร้างบารมีกันเอาไว้เพื่อองค์พระท่านจะได้แผ่พุทธานุภาพให้แสงสว่างชี้ทิศ นำทาง นำชัยชนะ นำความสำเร็จ นำเธอก้าวพ้นปัจจัยอันฉุดรั้ง เหนี่ยวกาย พันธนาการรึงรัดจิตวิญญาณทั้งหลายให้พ้นออกไป

    ท่านได้รวบรวมผงวิเศษเริ่มแต่ผงยันต์ยันต์ดวงประสูติ ดวงตรัสรู้,ผงยันต์ไจยะเบงชรพิศดาร,ผงยันต์ไจยะเบงชรตัวย่อ,ผงยันต์ฟ้าฟีก,ผงยันต์ดวงเศรษฐี,ผงพระโพธิสัตว์เป็นพ่อค้า,ผงเศรษฐีนายสำเภา,ผงดวงวิชาโคตรเศรษฐี,ผงเศรษฐีบารมีพระเจ้าสิบชาติ,ผงก้าวหน้า,ผงวิชาสูตรมหาเศรษฐีพุทธกาลทั้งเก้า,ผงยันต์จักรพรรดิ์,ผงยันต์ครูสิทธิลาภ,ผงยันต์หยุดทุกข์,ผงดับภัย,ผงพระเจ้าข้ามโลก,ผงพระเจ้าโปรดโลก,ผงพระเจ้าโปรดสัตว์,ผงพระเจ้าเปลื้องทุกข์,ผงพระเจ้ายกสัตว์ข้ามสงสาร,ผงยันต์ดวงตำรับเสด็จพระใหญ่ทั้งร้อยแปดดวง...นำมาผสมเข้ากับผงพุทธคุณทั้งห้า,ผงเกสรมงคลทั้งเก้า,ผงพระศรีมหาโพธิ์ชี้ทิศตะวันออก,ผงดอกรักซ้อน,ผงเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์,เสน่ห์จันทร์ขาว,เสน่ห์จันทร์แดง,เสน่ห์จันทร์เขียว,เสน่ห์จันทร์หอม,ผงเสน่ห์จันทร์ทอง,ผงหิ่งหายผี,ผงไม้กาหลงรากรักซ้อน,ผงไม้กาหลงรากมะยม,ไม้ยอตายพราย,ผงยาสัก,ผงครูสมเด็จ,ผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์,ผงรังต่อหัวเสือ,ผงรังแตน,ผงรังผึ้งขวางตะวัน,ผงไม้คูณตายพราย,ผงพรายตานี,ผงพรายตะเคียน,ผงกาฝากรัก,ผงกาฝากมะยม,ผงกาฝากขนุน,ดินเจ็ดนครเก้าบุรี,ดินขุยปู,ดินจอมปลวก,ข้าวก้นบาตรหินพระฤาษี,ชานหมากหินพระฤๅษี,เพชรหน้าทั่ง...สมเด็จองค์ปฐมท่านให้ผสมผงและกดพิมพ์องค์พระในฤกษ์ฤกษ์สี่ขุมคลังซึ่งทุกสี่ปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง จะได้เปิดขุมคลังทั้งสี่ส่งผลให้ผู้ครอบครองประสบความสำเร็จทางโชคลาภการเงินร่ำรวยเพราะขุมทรัพย์ที่ถูกปิดไว้จะถูกเปิดออกชีวิตจะอุดมไปด้วยโภคทรัพย์นานาประการมีความสุขดียิ่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ### พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นเคล็ดขององค์ปฐมท่านดุจว่าขุมทรัพย์ทั้งสี่ทวีปเปิดรอเราอยู่แล้วอาศัยพระก้าวไกลนี้นำพาชีวิตเราย่างก้าวออกไปเพียงก้าวสั้นๆก็จะชนเข้ากับขุมทรัพย์และความสำเร็จประดามี

    องค์เหล็กไหลยอดฟ้าอิศโรภาส
    เมื่อกล่าวถึงเหล็กไหลนั้นย่อมจะต้องมุ่งเป้าไปที่ธาตุกายสิทธิ์ของพระเป็นเจ้า ด้วยเป็นของศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถหาพบหรือนำมาไว้ในครอบครองได้เนื่องจากมีพรหม,เทพเจ้า,เจ้าป่า,เจ้าเขา,พญานาคหรือยักษ์คอยปกปักรักษาอยู่ และพร้อมจะเข้าทำร้ายผู้ที่เข้าไปรุกรานเพื่อหวังครอบครองธาตุกายสิทธิ์ด้วยกิเลสตัณหาอยู่ทุกเมื่อ หากคนผู้นั้นไม่ใช่คนดี มีบุญหรือมีวิชาอาคมที่แกร่งกล้ามากพอย่อมไม่สามารถเอาเหล็กไหลได้ อีกทั้งตัวเหล็กไหลก็มีฤทธิ์ขัดขืนคนที่จะเข้าไปตัดได้ด้วย ดั่งที่รู้กันว่าเคยมีคนเดินทางเข้าไปตัดเหล็กไหลโดยเอามือไปสัมผัสกับเหล็กไหลโดยตรงจากนั้นเกิดอาการคล้ายกับถูกฟ้าผ่าหรือถูกไฟฟ้าแรงสูงดูดเข้าหากเขาไม่ยินยอมและเราไปฝ่าฝืนด้วยกำลังหมายแย่งชิงเอาโดยพละการ มีความถือดีในพระเวทย์ก็อาจทำให้มีเพทภัยถึงแก่ชีวิตหรือเกิดความขัดแย้งในหมู่คณะถึงขั้นที่ว่าวิบัติได้ด้วยฤทธิ์ของเทพผู้รักษาเหล็กไหลนั่นเอง แต่คุณของเหล็กไหลนั้นก็ได้ชื่อว่ามีอิทธิฤทธฺ์สูงยิ่งนักผู้ที่ครอบครององค์เหล็กไว้ย่อมไม่มีอะไรที่จะสามารถทำร้ายบุคคลนั้นได้ นับได้ว่าใครที่ได้ครอบครองเหล็กไหลก็ถือเป็นความโชคดี เหนือสิ่งอื่นใดความสำเร็จในชีวิตก็จะพลันเกิดขึ้นโดยเทวานุภาพขององค์เหล็กไหลนั้นหนุนนำไปให้พบแต่ความเจริญงอกงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าเขาจะช่วยนำทางชีวิตให้พบแต่ความโชคดี ทั้งยังแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง
    องค์เหล็กไหลนั้นมีอานุภาพสูงแม้ไม่ได้รับการปลุกเสกใดๆก็มีความเป็นกายสิทธิ์คือสำเร็จในตัวและมีฤทธิ์ในตัว พ่ออาจารย์ท่านว่าหากได้บารมีองค์มหาเทพ(ครูพระสยม)มาชุบธาตุเสริมกำลังลงไปอีก องค์เหล็กนั้นย่อมมีฤทธิ์อย่างอุกฤษฎ์เป็นที่สุดสมกับนามธาตุกายสิทธิ์แห่งพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง เช่นนั้นองค์เหล็กไหลชุดนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ขอเมตตาครูพระสยมท่านทำให้เพื่อให้มีฤทธานุภาพอย่างถึงที่สุด
    กอปรกับองค์เหล็กนั้นมีสัณฐานดุจดั่งศิวลึงค์อันเนื่องมาจากพ่ออาจารย์ท่านตั้งใจจะขอบารมีครูบาอาจารย์ให้ปรากฏรูปออกมาโปรดเหล่าศิษย์ที่ยังเวียนว่ายเสวยทุกขเวทนาทั้งหลาย ด้วยศิวลึงค์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งพระผู้สร้างหรือการให้กำเนิดมีอานุภาพถึงขนาดว่าสามารถกระทำสิ่งสมมติให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ ด้วยเชื่อถือกันว่าครูพระสยมนั้นคือเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์และให้กำเนิดชีวิต ทั้งศิวลึงค์ยังเป็นตัวแทนครูพระสยม มีอานุภาพดลบันดาลปาฏิหาริย์และอำนวยพรแก่ผู้ครอบครองได้ แม้ผู้ใดได้อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นย่อมพิทักษ์รักษาชีวิตมิให้ต้องอันตรายทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจแลความสำเร็จซึ่งเป็นดั่งเกียรติยศสามารถนำพาความเจริญมาสู่ตัวเองตลอดจนครอบครัวและบริวารนับพันนับหมื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ที่อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นจะมีอำนาจมากเป็นที่เกรงขามแก่ชนทั่วไป แม้กระทำการแข่งขันหรือกระทำการค้าทำกิจใดๆที่มีคู่แข่งเราก็จะมีอำนาจอยู่เหนือผู้อื่นเสมอ เรียกว่าทำอะไรก็ได้กำไรมหาศาล นอกจากนั้นยังอาราธนาขอต่ออายุคนที่ใกล้สิ้นใจให้พอมีสติเอ่ยวาจาสั่งเสียได้ อาราธนารักษาโรคหรือความเจ็บไข้ที่มองไม่เห็นไม่รู้สาเหตุให้บรรเทาสูญหายได้ ทั้งป้องกันภูติผีปีศาจและไสยศาสตร์ทุกชนิดไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ สามารถบันดาลให้พ้นจากความยากจน เมื่อสิ้นธาตุดับขันธ์ไปย่อมได้อยู่ในคณะของครูพระสยมไม่ตกลงสู่อบายภูมิ
    เมื่อองค์เหล็กไหลเกิดขึ้นในรูปศิวลึงค์นั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้ย่อมเป็นกฤติยาคมแฝด เป็นไปโดยความประสงคร์และแรงครูอย่างแท้จริง ด้วยครูท่านตั้งใจจะประทานรูปศิวลึงค์นี้ให้แก่ผู้ที่มีวาสนาผูกพันธ์กันมาได้รับไปสักการะบูชาแทนตัวพระองค์ เป็นสัญลักษณ์แทนมหาเทพแทนตัวมหาเทวะทั้งหลาย เป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จอย่างงดงาม พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าใครมีตาในแจ่มใสให้ลองดูกันได้เลย องค์ศิวลึงค์เห็นเล็กๆอยู่เพียงนี้ท่านมีดวงตามหาศาลถึงหนึ่งพันดวงปรากฏโดยรอบ เป็นดวงตาของครูพระสยมที่จะสอดส่องการมองเห็นออกไปในทุกทิศทาง เป็นดวงตาที่เกิดจากน้ำพระทัยและกำลังวิญญาณของพระองค์ท่านที่ได้มาสถิตย์เพื่อคุ้มครองและอำนวยพรให้กับผู้ที่ได้สักการะ ผู้ใดมีไว้บูชาย่อมถือว่าเป็นวาสนาและบุญลาภของบุคคลนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าศิวลึงค์นี้มีสร้างขึ้นด้วยสิ่งของหลายชนิด แต่หากเป็นศิวลึงค์ธรรมชาติจะมีฤทธิ์มากเป็นที่สุด ยิ่งเป็นศิวลึงค์ที่เกิดจากธาตุกายสิทธิ์ด้วยแล้ว ท่านว่าย่อมมีพลังเหนือธรรมชาติ ใครจะได้ใครจะพบก็ให้เป็นเรื่องของวาสนาแล้วกัน
    *** เมื่อเหล็กไหลปรากฏรูปในสัญลักษณ์องค์ศิวลึงค์ เช่นนั้นผู้บูชาก็ให้ออกนาม ศิวะๆๆเรื่อยไป เพียงระลึกถึงครูพระสยมท่านก็ใช้ได้เป็นที่สุดเพราะท่านกลั่นธาตุปรากฏรูปออกมาเพื่อพวกเราแล้ว เราก็รู้ชื่อรู้นามองค์มหาเทพที่พิทักษ์รักษาองค์เหล็กแล้ว เพียงเราออกนามท่านขอแค่เอาไปขอเรื่องที่ดีเป็นมงคลอะไรๆที่เหลือมันก็ดีทั้งสิ้น

    นอกจากเหล็กไหลแล้ว องค์พระยังฝัง"ตะกรุดต่อวาสนา"ซึ่งเสด็จพระใหญ่ท่านให้สงวนวิธีสร้างเอาไว้ทุกอย่าง พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่พระยันต์ด้านในก็ไม่มีภาษาใดๆที่มนุษย์ยุคไหนจะเข้าใจได้แล้วเพราะเป็นอักขระวิธีปฐมภูมิแรกเริ่มสังสารวัฎ แม้มีตะกรุดอยู่ที่ใดหรือกับบุคคลใดย่อมเจริญด้วยความรุ่งโรจน์ไม่หม่นหมองสืบไป ไม่รู้จักคำว่าตกต่ำอับจน แม้จะมีอุปสรรคหรือผู้คิดร้ายเบียดเบียนก็สามารถเอาชนะผ่านไปได้อย่างง่ายดาย เหมือนคนที่ไร้สิ้นซึ่งวาสนาแล้วก็ได้ต่อวาสนาออกไปให้ชนะ ให้สำเร็จ ให้เป็นคนเต็มคน..เหนือคน เจริญเติบโตงอกงาม

    พระนี้ท่านกำชับให้เอาไว้เร่งเอา..เอาความสำเร็จ เอาชัยชนะ เอาทุกอย่างที่อยากเอา ให้ก้าวไปถึงความดีงามความสำเร็จโดยผ่อนแรงเราให้น้อยที่สุด ให้มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วยพุทธานุภาพ ทั้งดับล้างความชั่วแลอวิชชาให้หมดไป เปิดเส้นทางของตัวเองให้เราสร้างสรรค์ชีวิตเราได้ด้วยตนเอง สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นมงคลแก่ชีวิตตนเองออกมาเรื่อยๆ ด้วยพระพุทธานุภาพนั้นจะได้รักษาให้ปราศจากเภทภัยใดๆมารบกวนกล้ำกราย เพราะเช่นนั้นจงทำชีวิตให้ดี เดินอยู่ในทางสว่างอย่าได้กลัวสิ่งใดๆเลย คนที่รอคอยโอกาส คอยจังหวะ หรือรอให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วท่านว่าก็สมควรแก่เวลาแล้ว ฉากและนาฎลีลาที่ชีวิตเราจะดำเนินและเกิดขึ้นมาใหม่นั้นย่อมอยู่ในจุดที่สูงขึ้นเรื่อยไปไม่ต่ำลงอีก

    พ่ออาจารย์ท่านว่ากฤติยาคมแฝดอย่างแท้จริงขององค์พระรุ่นนี้คือท่านตั้งใจจะรวมกำลังขององค์พระศาสดาและมหาเทพเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการเกื้อกูลชีวิตผู้อาราธนาโดยตรง ให้ถือเป็นที่สุดแห่งธาตุ,แห่งธรรม..แห่งกำลังอย่างแท้จริง ท่านว่าเรื่องที่ดีงามก็ให้พระสนอง แม้เรื่องทางโลกที่พระไม่ยุ่งก็ให้องค์มหาเทพท่านสนอง ให้สองกำลังคอยหมุนเวียนเกื้อกูลซึ่งกันและกันคอยช่วยเหลือตัวเราอยู่เช่นนี้ เพื่อให้เราก้าวไปได้ไกลขึ้น ก้าวไปได้ไวขึ้น มีชีวิตที่สมบูรณ์ก่อนจะถึงกาลถึงเวลา ทั้งได้ใช้ชีวิตนั้นให้คุ้มกับที่เกิดมา

    คาถาบูชา
    สัมปะติจฉามิ
    (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น ท่านให้ท่องแค่นี้ ท่านว่าทุกสิ่งที่จะได้แก่ชีวิตเราล้วนเป็นลาภทั้งสิ้นอยากได้อะไรก็นึกเอา เร่งเอา ให้หมั่นท่องแล้วจะได้เอาลาภผลต่างๆทั้งหลายเร็วทันใจ)

    *** พระสูญทุกข์พ่ออาจารย์ท่านสร้างไว้ทั้งหมดหกองค์ รวมกับท่านได้เลี่ยมใส่อาราธนาเองด้วยจึงมีให้บูชาทั้งหมดห้าองค์เท่านั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 ตุลาคม 2020
  16. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    line_8730051340158.jpg บูชา ตะกรุดดอกครูเขียนฝันใจปรารถนาธรรมนิรมิต - ได้ดั่งใจ (ทุกสิ่งไม่เกินเอื้อม,ฝันที่เป็นจริง) ให้บูชา 4000 ครับ

    "วิชาของโยคะนิทรา(ภาคหนึ่งของพระแม่ทุรคา)"

    ด้วยเหล่าครูบาอาจารย์ในแดนทิพย์ท่านเล็งเห็นว่าปัญหาความเสื่อมโทรมและทุกข์ยากของผู้คนนั้นกำลังจะแผ่ขยายมายังศิษย์ทั้งหลาย ท่านเมตตาด้วยว่ายังมีบางคนที่ลุกขึ้นสู้ถึงแม้จะมีฐานะยากจนหรือประสบชะตากรรมอันยากลำบากแต่ก็มีความขยันอดทน และตั้งใจเดินตามความใฝ่ฝันที่ดีของตนเอง พ่ออาจารย์ท่านว่าเหล่าทิพย์กายทั้งหลายท่านยังเมตตาอยู่ตรงนี้เพราะคนที่มีฝันเหล่านั้นเมื่อฝันแล้วเดินตามจึงจะเกิดพลังงานสร้างสรรค์เหนือพรหมหรือกรรมลิขิต เรียกว่าชีวิตยังมีไฟเพียงมุ่งเดินไปตามฝันก็จะพบแสงสว่าง เช่นนั้นครูท่านจึงให้วิชามาชุดนึงซึ่งพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าชุดฝันที่เป็นจริง ท่านว่าให้เอาไว้ใช้ช่วยคนที่เขาไม่ย่อท้อเพื่อดึงเขาเข้าสู่ทางแห่งความสำเร็จ ในขณะเดียวกันวิชาชุดนี้จะมีอานุภาพมากยิ่งขึ้นทางด้านระบบความคิด เพราะแรงครูจะช่วยจุดประกายความคิด ควบคุมพลังงานด้านบวกทุกๆสิ่งมาเกื้อกูลเราโดยตรง ท่านว่าไม่ว่าเราจะเป็นใครจะมีความฝันอย่างไรวิชาชุดนี้ย่อมทำฝันของเราให้เป็นจริงได้

    พ่ออาจารย์ท่านว่าโดยปกติคนนั้นย่อมมีความปรารถนาไม่สิ้นสุด มีความคิดที่จะทำนั่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา บางคนก็ละเมอเพ้อพกในสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ จึงเรียกว่ามีทั้งคนประเภทที่สามารถทำให้ความฝันเป็นจริงได้ผ่านการกระทำของตนเอง(เป็นประเภทคิดแล้วลงมือทำ) กับอีกประเภทนึงคือฝันเกินจริงเป็นเพียงจินตนาการที่ตนติดอยู่ในความปรารถนานั้น ด้วยพ่ออาจารย์ท่านเข้าใจว่าการทำความฝัน,ความคิด,ความปรารถนา(ที่เราตั้งไว้ให้เป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต)นั้นให้เป็นจริงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนที่เราจะผ่านไปยังจุดที่สูงที่สุดได้เราต้องผ่านอะไรมา ต้องแลกมาด้วยอะไร บางคนอาจจะเเลกมาด้วยอุปสรรคและความยากลำบากมากมายกว่าจะพบความสำเร็จ ตรงนี้พอทำได้ใจมันก็ปิติเกิดความภูมิใจในตนเอง ท่านว่าคนประเภทนี้ต่อให้ตัวเขาไม่มีอะไรเลยเขามีแต่พลังใจที่เข้มแข็งเขาก็เดินก้าวออกไปได้ ใช้ใจที่เข้มแข็งไม่ย้อท้อต่อความลำบากเป็นจุดยืนและใช้กำลังใจจากคนรอบตัวที่รักเราหวังดีกับเรามาเป็นแรงผลักดันคอยสนับสนุนส่งเราอีกต่อหนึ่ง เรียกว่ามีทั้งกำลังภายนอกและภายในหนุนกัน *** ถึงแม้จะประสบความสำเร็จแต่เส้นทางนั้นกลับไม่ง่ายเลย พ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่มีแต่แรงใจอย่างนี้ย่อมเหนื่อยมากและใช้เวลานานมากเกินไปเช่นกัน

    เช่นนั้นตะกรุดครูธรรมนิรมิตนั้นจึงเป็นเครื่องมงคลที่จะชักนำเราไปสู่ความฝันขั้นสูงสุดแบบที่ไม่ต้องรอเวลาไม่ต้องใช้กำลังเกินตัว ท่านว่าด้วยความสำเร็จนั้นมันมีอยู่หลายแบบ แต่เนื่องจากเรานั้นเป็นมนุษย์ดังนั้นรู้ไว้เลยว่าทุกอย่างมันเป็นความว่างเปล่าอะไรที่อยากอะไรที่ต้องการมันมักจะไม่ได้มา ส่วนอะไรที่เราไม่คิดไม่ปรารถนานั่นย่อมได้มาง่ายๆ เช่นนั้นพอคนเราตั้งปณิธานตั้งความหวังไว้แล้วเดินไปตามฝัน เส้นทางนั้นจึงมักเปนอะไรที่ยากเป็นพิเศษ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นเพราะเราเป็นมนุษย์ส่วนความสำเร็จ(ที่ยิ่งใหญ์ไม่ใช่ได้ในเรื่องฉาบฉวย)นั้นเขาเป็นนามธรรมเป็นกฏของวัฏจักร ดังนั้นความฝันที่จะสำเร็จได้จึงเป็นนามธรรมที่สูงส่งยิ่งเกินกว่าความคิดเหลวไหลที่ไขว่คว้าไม่ได้ ทีนี้เมื่อมนุษย์เอาตัวเองเข้าไปหาไปไขว่คว้านามธรรมเช่นนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากและเกินกำลัง แต่ด้วยแรงครูของตะกรุดนั้นท่านจะเอื้อให้ปัจจัยทั้งปวงเกิดขึ้นได้เพื่อดึงเอามโนและความคิดของเรามาทำให้มันเป็นจริงในโลกแห่งความจริง ท่านจึงเปรียบตะกรุดนี้ว่าสำคัญนักด้วยเขาเป็นปัจจัยที่จะสร้างตัวตนของเรา สร้างความคิดเราให้ปรากฏในโลกความจริง ในขณะเดียวกันมโนความคิดของเราก็เป็นปัจจัยที่จะถูกป้อน เป็นพลังงานให้เขาเช่นกัน จึงเรียกได้ว่าเป็นการทำงานที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

    ตะกรุดธรรม...ปัจจัยที่จะสร้างตัวตนของเราในโลกแห่งความจริง
    ไม่ว่าจะเป็นจินตนาการหรือความฝันง่ายๆแต่ทำไม่ได้ แม้กระทั่งเรื่องฝันอันสูงสุดที่ตั้งไว้เป็นเป้าสุดท้ายในชีวิตว่าชาตินี้ต้องทำให้ได้เพราะเป็นเรื่องอันยากที่มนุษย์จะทำ ไม่ว่าจะเรื่องใดนั่นก็ล้วนเป็นความปรารถนาที่จะจุดไฟในชีวิตของตัวเราอยู่ลึกๆทั้งสิ้น แต่ทุกคนคงรู้ดีกันอยู่ว่ามันก็เป็นเพียงแค่ความฝัน *** บางคนนั้นเหนื่อยเพราะเดินตามฝันมามากและเข้าใจแล้วว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตามฝันให้สำเร็จหรือเป็นจริงได้ บางคนนั้นยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ด้วยอาชีพกับสิ่งที่คิดนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยจึงไม่มีโอกาสเดินตามความตั้งใจของตนเอง ด้วยพันธะต่างๆมากมายที่เกี่ยวรัดพัวพันเนื้อตัวและชีวิตเราอยู่ บางครั้งจึงทำได้เพียงเสียดายและเสียใจทำได้เพียงแค่ยืนมองฝันนั้นอยู่ในความคิดในขณะที่บางคนยืนมองความฝันนั้นหลุดลอยไป บางทีเห็นคนอื่นทำในสิ่งที่เราคิดไว้จนสำเร็จก็ยังทอดถอนใจว่าทำไมคนๆนั้นถึงไม่ใช่ตัวเรา
    ในขณะที่คนอีกประเภทหนึ่งนั้นก็มีความฝันซึ่งไม่ได้ทำไม่ได้รับการเติมเต็มเหมือนกัน หากแต่ต่างกับประเภทแรกเพราะความฝันเขาเป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อ ซ้ำเขายังหลอกตัวเองอยู่เสมอด้วยว่าไม่ได้ทำก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ชีวิตทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็มีความสุขดี...เราเพียงพออยู่แค่นี้มันก็โอเคแล้วนะ....ท่านว่าคนแบบนี้นี่แหละน่ากลัวเพราะเขาหลอกได้แม้กระทั่งตัวเองเพื่อความสบายใจของเขา ไม่ได้เอาความคิดมาจุดพลังไฟเป็นประกายกับชีวิต ปล่อยมันไปกับตรรกะผิดๆเพราะในใจลึกๆแล้วตัวเองย่อมรู้ดีที่สุดว่าเราพอใจชีวิตจริงหรือ พอใจแล้วหรือที่ตัวเองยังห่วยอยู่ ยังก้าวไปได้ไม่สุดทั้งที่ตนมีแรง ยังไม่ประสบความสำเร็จ คนแบบนี้เรียกได้ว่าไม่รู้จักตัวเองถึงเขาจะหลอกตัวเองได้แต่ก็ต้องใช้ชีวิตเสแสร้งค้างคาใจไปวันๆอยู่เช่นนั้นไปจนตาย
    อาการค้างคาใจและปล่อยไปเหล่านี้ มันทำให้เราเดินวนอยู่ในเกมส์ชีวิตที่เราเล่นไม่ชนะ ใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จดุจนั่งอยู่ในบ้านที่ไม่มีหลังคาพอฝนมันตกฟ้ามันผ่าก็กังวลหาทางรอดไปวันๆ ด้วยความฝันนั้นถึงบางทีพอทำจริงๆแล้วอาจจะดูยากเกินไป บางคนพยามจนเหนื่อยแทบตายก็ไปไม่ถึงเสียทรัพย์สินลงทุนลงแรงไปเปล่าๆ ความคิดว่าเราเสียดายเวลาเสียดายนั่นนี่ไปเรื่อยมันจึงเป็นความคิดที่เราบั่นทอนกำลังใจตัวเอง
    พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากไม่มีปัจจัยบวกแล้วเรายังสร้างปัจจัยลบมาปิดตายความปรารถนาตัวเองด้วย เช่นนั้น ### สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยหากจะเดินไปให้สุด ไปยืนอยู่ในจุดสูงสุด คว้าเอานามธรรมที่ยิ่งใหญ่ดึงมันลงมา สิ่งสำคัญนั้นก็คือปัจจัยบวก..ปัจจัยที่จะเป็นพลังช่วยสร้างตัวตนของเราขึ้นมาในโลกแห่งความจริง(เพราะบางคนนั้นความฝันเขายิ่งใหญ่แต่ในความจริงตัวตนเขาเป็นเพียงนายกอ นายขอ ที่ไม่มีใครรู้จัก)จึงเรียกว่าไร้ตัวตนในโลกจริง ยิ่งคนที่คิดว่าฝันไม่มีทางเป็นจริงหรือเคยสู้แล้วแต่ทำไม่ได้ไปไม่ถึงจึงเลือกที่จะหยุดและจบมันไว้ พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นเพราะคิดแต่จะดิ้นรนไป เหมือนเดินขึ้นทางลาดชันที่มีหินกลิ้งพร้อมทับเราตลอดนั่นคือคนลงทุนในเรื่องเสี่ยง ไม่มีปัจจัยรอบตัวคอยสนับสนุน หากแต่ตะกรุดดอกครูนี้เขามีกำลังสนับสนุนเราให้ความฝันเปลี่ยนถ่ายปัจจัยเกื้อกูลกันในโลกจริง ดั่งเราจะมุ่งหน้าขับรถไปในถนนที่ลาดยางแล้วไร้อุปสรรคไร้อันตรายไร้คู่แข่งเช่นนั้น

    ชีวิตใครที่หมดหวัง หมดสิ้นกำลัง...แลหยุดเดินแล้ว อาจด้วยเพราะเดินไปได้ไม่สุด นั่นก็เพราะตัวเขาขาดพลัง ซึ่งตะกรุดใจไม่ปรารถนานี้จะเป็นดั่งกุญแจเพียงดอกเดียวที่ใช้ไขเปิดชะตาเรา ผลักให้เราเข้าใกล้ความฝันช่วยให้เรามีความคิดบวกเอาชนะความคิดและจิตใจตัวเองเป็นปฐมก่อนจะเอาชนะทุกสิ่งในโลกแห่งความจริง ท่านว่าขอแค่เพียงเราลงมือและอาราธนาตะกรุดไว้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆในชีวิตจะจางลางเลือนไป ขอแค่เรากล้าในสิ่งที่ถูก คุณของตะกรุดนั้นจะผลิดอกออกผลให้เราเห็นให้เราค้นหาอีกตัวตนนึงที่ซ่อนอยู่ในตัวเองของเราเจอ ทั้งปลดปล่อยตัวเราออกจากโลกแห่งความฝัน โลกที่ปิดตาย โลกที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง เขาจะชนเข้ากับทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในทุกสิ่งที่เราปรารถนา ขอเพียงตัวตนของเรามีความต้องการและมีความพร้อมที่จะรับทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย ท่านว่า *** หากใครรู้ตัวนั่นนับว่ายังทันให้รีบอาราธนาเสียแต่ตอนนี้ไม่มีคำว่าสาย ด้วยความปรารถนาให้ชีวิตตนสมบูรณ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องที่มีวันหมดอายุ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับอายุขัยว่าจะหนุ่มจะแก่ทุกคนมีความฝันได้หมด ทั้งฝันเรื่องการทำงานการประสบความสำเร็จต่างๆในขณะที่ความสำเร็จบางคนไม่อยู่ที่การเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคนั่นก็มี ด้วยตะกรุดนี้จะนำเราเข้าหาสุขที่แท้จริง สุขอันเกิดขึ้นจากฝันที่สมปรารถนา ทั้งยังจะเป็นเกาะเพชรกำแพงเห็ลกป้องกันตัวเรายามเจออุปสรรคทั้งหลายในปัจจัยเสี่ยงรอบตัว

    ตะกรุดฝันนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าอย่าเห็นเป็นตะกรุดแล้วจะคิดว่าเป็นเพียงท่อนเหล็กธรรมดา ด้วยเขานั้นมีจิตวิญญาณมีชีวิต เขาจะคอยช่วยเติมเต็มให้เราสมหวังในความฝันไม่ว่าจะเรื่องความรักหรือเรื่องอะไรก็ดี ขอเพียงใจเรามีปรารถนาเพียงเท่านั้นไม่ต้องพูดไม่ต้องขอก็ได้ดั่งใจ ใครได้ไว้บูชาจะเกิดความเจริญรุ่งเรืองมีโชคลาภไม่ขาดดั่งอยู่ในแผ่นดินที่พลิกกลับหน้าดินเพื่อประโยชน์สูงสุดของเราและถูกยกให้สูงขึ้น จะมีอำนาจวาสนาบารมี มีคนนับหน้าถือตาอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังใช้สะกดให้คนเชื่อฟังอยู่ในอำนาจของเรา ท่านว่าติดตัวไว้เถิด *** ใครที่ดวงตก ทำมาหากินไม่ขึ้น ไม่เคยมีโชคเลย ท่านเปิดดวง ลงวิชาเบิกฟ้า ใช้ทั้งฤกษ์โจรเพื่อให้เราทำตามความฝันได้ง่ายๆ ทำอะไรก็สำเร็จง่ายดายได้สิ่งที่ต้องการจากคนอื่นง่ายๆเหมือนเขาโดนโจรปล้น บางคาถาบางวิชาก็ลงในฤกษ์เศรษฐีบ้าง ราชาฤกษ์บ้าง กว่าจะได้ตะกรุดดอกนึงนั้นท่านว่าไม่ง่ายเลยแต่ละตัวต้องรอฤกษ์ยามทั้งสิ้นกว่าจะผูกตะกรุดได้ดอกนึงท่านต้องลงเป็นสิบวิชาตามที่ครูสั่ง ท่านว่าตะกรุดนี้ใครมีไว้จะรุ่งเรือง เอาชนะคนใจแข็ง เอาชนะคนรัก เหนือคู่แข่ง เหนือศัตรู แม้ลงมือทำอะไรย่อมกินใจผู้อื่น ขอเพียงมีความปรารถนาไม่ว่าจะเรื่องใดตะกรุดนั้นจะดักมาให้ทุกสิ่ง ดั่งตัวเราเปรียบว่าไม่ต้องขอไม่ต้องอธิษฐานไม่จำเป็น เพียงเราใช้ชีวิตของเราไปตะกรุดเขาก็จะนำมาความปรารถนาซึ่งก็คือเหยื่อมาให้เราถึงที่ท่านว่าตะกรุดนี้อยู่ที่ไหนชีวิตไม่มีตกอับ

    วิชานี้ในอดีตพ่ออาจารย์ท่านตั้งค่ากำนลครูไว้สูงมากถึงดอกละห้าหมื่นบาท ท่านว่าที่ตั้งราคานี้ไม่ใช่เพราะเราโลภ แต่ท่านตั้งให้รู้ว่าตะกรุดนี้มีค่ามากนักพอที่จะทำตามความฝันของคนให้เป็นจริงได้ด้วยความสำเร็จอย่างสูงนั้นเป็นของสูงค่าเหนือทุกสิ่ง จะเห็นว่าท่านตั้งราคาไว้สูงลิบมากกว่าตะกรุดหลักๆของท่านทุกชนิด ซ้ำยังไม่ให้วางไม่ให้ลงเพราะกลัวใจคนเขาไม่รู้ก็จะพูดไปเรื่อย ท่านว่าเอาจริงๆนอกจากทำยากแล้ว ตะกรุดนี้อย่างอื่นไม่มีอะไรยากเลยเพราะใช้ก็ง่ายทั้งยังช่วยให้ชีวิตเปลี่ยนไปแบบง่ายๆ ท่านว่ามีดีเสมอใจขอแค่เรามีฝันเรามีไฟ ใจเรามีกำลังใจฮึดสู้มากเท่าไหร่เขาก็ดีมากเป็นเงาตามตัวเราเพียงนั้น เพราะใช้ง่ายๆอย่างนี้ท่านจึงตั้งราคาไว้สูงด้วยไม่ปรารถนาจะให้คนเอาไปใช้กันง่ายๆ ท่านว่าคนไม่รู้ค่าได้ไปก็เสียดายขอ

    วิธีใช้
    ตะกรุดดอกนี้ท่านว่าใจเราปรารถนาอะไรในโลกนี้ไม่มีใครรู้กับเรา ให้เอากระดาษเขียนความปรารถนาในใจของเรายัดไว้ใส่ตะกรุด เป็นเคล็ดว่าความในใจของเราทั้งโลกนี้เรารู้เขารู้ ใส่ใจของเราลงไปใส่ความปรารถนาเราไปในตะกรุด ปรารถนาสิ่งใด..ปรารถนาผู้ใดทุกอย่างจะสำเร็จไวดั่งต้องมนต์โดนอาถรรพ์ จะทำให้ฝันของเรานั้นเป็นจริง พ่ออาจารย์ท่านว่าเขียนในสิ่งที่ควรเขียนย่อมไม่มีสิ่งใดเกินเอื้อม

    ตะกรุดนี้ท่านให้ใช้เพื่อช่วยให้ฝันเป็นจริง เพราะครูเบื้องบนท่านรับรู้และรับทราบว่าตอนนี้ทุกคนมีความคิดหากแต่ทำไม่ได้ จึงติดกันอยู่ในความคิดความฝัน ได้แค่คิดแต่ไปไม่ถึง ครูท่านจึงให้พ่ออาจารย์ท่านนำตะกรุดนี้ออกมาให้ใช้กันทั้งยังกำชับไว้ว่าให้ลดค่ากำนลครูลงพอดีๆเพราะเวลานี้คนที่เขาได้ไปจะรู้ค่าและเห็นค่าในตัวตะกรุดอย่างแน่นอน ที่จริงท่านกำชับว่าไม่ต้องไปพูดหรือไปบอกอะไรเขามาก บอกไว้แค่เป็นตะกรุดฝันก็พอ (ทีแรกผมเองยังคิดเลยว่าถ้าพิมพ์สั้นๆมาว่าตะกรุดฝันแค่นั้นใครจะเข้าใจกับท่านได้) จึงได้ขอให้ท่านลงรายละเอียดพอสมควร ซึ่งท่านก็ให้รายละเอียดมาคร่าวๆ ท่านว่าเอาไปใช้เถิดไม่มีสิ่งใดเกินเอื้อม เขาจะสานฝันและเติมเต็มความปรารถนาของเราให้ถึงฝั่ง
    ### พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดนี้ตอนทำที่ว่ายากเพราะเสี่ยงตายทำ ตอนกำหนดฤกษ์ลงเป็นครั้งๆยังไม่เท่าไหร่ แต่พอครูซึ่งเป็นทิพย์กายทั้งหลายท่านบอกวิธี ตอนแรกเราก็ใจหายเพราะต้องไปขอขมาแม่พระธรณีก่อน จากนั้นจึงนั่งใช้หัวแม้เท้าปิดปากรูแมงมุมชนิดนึง(เป็นอาถรรพ์ลับหากแต่แมงมุมยักษ์ชนิดนี้มีพิษกัดคนถึงตาย) พ่ออาจารย์ท่านว่าเช่นนี้จึงเรียกว่าเสี่ยงตายทำต้องตัดกังวลทิ้งไปเลยดั่งยกชีวิตให้ครูท่านแล้วต้องเชื่อใจกันเพราะในรังของมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียว เช่นนี้ท่านจึงตั้งค่ากำนลครูไว้สูงและไม่อยากออกให้ใครใช้ เพราะตะกรุดนี้ตอนทำต้องแลกมาด้วยชีวิตตัวเอง ใครเอาไปใช้ก็ต่อความฝันต่อชีวิตเขาได้ด้วยว่าตะกรุดนี้นอกจากเขียนฝันเขียนความปรารถนาจะเป็นจริงแล้ว ท่านว่าหากเหลือบ่ากว่าแรงจริงให้เอาตะกรุดปักแม่พระธรณี(แผ่นดิน)...แล้วขออะไรกับแม่พระธรณีย่อมได้ทั้งสิ้น

    *** คาถา พ่ออาจารย์ท่านว่าของที่มีชีวิตคาถานั้นไม่จำเป็นเลย เพียยงจดจำวิธีใช้เอาไว้และพกติดกายอย่าให้ห่าง เวลานอนก็ให้นำตะกรุดสอดไว้ใต้หมอนท่านว่าจะไม่ฝันเรื่องไร้สาระทั้งยังง่ายต่อการเกิดเทพสังหรณ์หรือฝันที่จะเกิดขึ้นจริงเป็นการบอกเตือนเหตุการณ์ล่วงหน้าในชีวิตเรา

    ### ตะกรุดเขียนฝันนั้น พ่ออาจารย์ท่านทำไว้เพียงหกดอกด้วยเนื้อตะกั่วสูตรลับ(หลอมรีดจากจะกั่วขอมโบราณผสมกับแร่โคตรเศรษฐีและเงินพดด้วงอาถรรพ์)ก่อนนำมาทำการลงถม ด้วยท่านใช้ประจำตัวอยู่หนึ่งดอกจึงมีให้บูชาเพียงห้าดอกเท่านั้น
     
  17. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    20201003_193606.jpg 20201003_193556.jpg ให้บูชา 900 รวมส่งครับ
    พ่ออาจารย์ท่านได้รับนิมิตรให้ทำพญางั่ง(อีหง่างโบราณ)
    ขึ้นมา ท่านว่าวิชานี้แต่เดิมหาคนทำยาก ของเก่าๆบางคนเอาไปใช้เพื่อทำเสน่ห์ทำให้เป็นของต่ำต้องอาถรรพ์ไปก็มาก ท่านจึงจะบูรณาการทำไว้เสียใหม่

    ท่านว่าวิชาพญางั่งนี้ เป็นปางอวตารขององค์พระศิวะเจ้า(ครูพระสยม)ในพระชาติหนึ่ง เพราะเป็นปางอวตารที่จะลงมาเฉพาะเหตุการณ์จริงๆ ถึงแม้พระภาคเต็มก็ไม่สามารถแก้ไขในส่วนของปัญหาได้ ท่านลงมาเพื่อปลดเปลื้องกฏเกณฑ์ต่างๆในสังคมที่กำหนดขึ้นมาทำให้ธรรมชาตินั้นวิปริต จนพระผู้เป็นเจ้าไม่สามารถดำรงค์พระองค์อยู่ได้ต้องลงมาช่วยเมื่อถึงกาลถึงวาระนั้น โดยพญางั่งที่ทำนี้ท่านว่าต้องทำด้วยไศวะศาสตร์ เข้าให้ถึงองค์พระศิวะจะทำโดยวิธีอื่นไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเป็นเพียงเครื่องรางธรรมดา ไม่ใช่รูปแบบของมหาบุรุษที่ลงมาเพื่อปลดเปลื้องชะตาชีวิต คลายปม แก้พันธนาการของสรรพสิ่ง เมื่อทำแล้วท่านว่าผู้ใดรู้ตัวว่าโดนกดดัน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม คือหาความยุติธรรมไม่ได้ในชีวิต โดนกดดัน โดนกดขี่ข่มเหง นี่แหละตรงเรื่องเอาไปใช้เลย เพราะว่าท่านคือผู้ปลดปล่อยสรรพชีวิตออกจากการโดนดูถูกเหยียดหยาม โดนผู้อื่นรังแกอย่างแท้จริง

    ครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้ทำโดยลงวิชาอีหง่างโบราณไว้ด้วย ท่านว่าใช้ได้ครอบจักรวาลทั้งยังเป็นเสน่ห์สุดๆ เป็นสัญลักษณ์ของพ่อ เป็นรูปแบบของการกำเนิด ลูกคนใดที่ขาดที่ไม่มี ขอกับพ่อ อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะพ่อยกมือกวักเข้าหาตน พ่ออาจารย์ท่านเป่ากำกับด้วยนะเข้าหา เสมือนพ่อมีทุกสิ่ง ให้ได้ทุกอย่าง ถ้าลูกปรารถนาพ่อย่อมเรียกเข้ามาหามาประเคนให้ได้ทั้งสิ้น เรื่องหญิงสาวคู่ครองนั้นยิ่งกว่าจอมเจ้าชู้ใดๆ แต่หลักใหญ่ที่ท่านทำเพื่อแก้กฏเกณฑ์เวรกรรมต่างๆในชีวิตผู้บูชา

    งั่งชุดนี้เป็นชุดพิเศษ เพราะพ่ออาจารย์ท่านหล่อด้วยแร่เงินยวงเข้ากับธาตุกายสิทธิ์และชนวนตะกรุดลอยเคราะห์ วิชาลอยเคราะห์เป็นวิชาชั้นสูงที่ท่านต้องลงจารเสกเก็บไว้เมื่อถึงกาลถึงวาระจริงๆเท่านั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าความหมายมันก็ตรงตัว คือลอยอยู่เหนือเคราะห์กรรม คล้ายๆกับการตกตะกอนของน้ำ เคราะห์กรรมอยู่ส่วนหนึ่ง น้ำอยู่ส่วนหนึ่ง ลอยแยกจากกัน เคราะห์กรรมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรา ดุจดั่งว่าเวทย์วิชานี้คือกำแพงที่ขวางกั้นน้ำกับตะกอนเช่นนั้น ที่ว่าสร้างยากนั้นก็เพราะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรม ท่านว่าไม่มีใครอยากจะทำให้กันหรอก ตอนเรียนมาท่านก็ย้ำหนักหนาว่าต้องเลือกคนให้ ไว้ทำยามบ้านเมืองคับขัน ประชาชนเดือดร้อนข้าวยากหมากแพง

    ที่สำคัญเลยพ่องั่งคลายปมนั้น ท่านอธิษฐานจิตจนสำเร็จมีตัวมีตนและกำกับวิชาเทพกะซิบไว้ด้วย เพื่อให้คนที่บูชาเวลาเรียกใช้งานหรือบูชาจะสัมผัสพ่องั่งได้ด้วยจิต เช่นการบอกเหตุล่วงหน้า พกติดตัวช่วยเตือนภัย คุ้มครองป้องกันอันตราย ช่วยเรียกโชคลาภเงินทอง บอกกล่าวค้าขายร่ำรวย บอกโชคลาภเลขหวยนิมิตได้ด้วย หรือจะเสี่ยงโชคก็ช่วยได้เสริมดวงการพนันให้ชนะได้ ซ้ำเป็นเครื่องรางมหาเสน่ห์ ตามหาความรัก ตามของหาย หรือจะบนบอกขอเรื่องการงานก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมาธิของผู้ที่บูชา ท่านว่าเรียกพ่องั่งเทพกะซิบกระซิบมาใช้งานไม่ยากอย่างที่คิดขอเพียงเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ และงั่งรุ่นนี้ *....ท่านว่ายิ่งพูดคุยกับเขาบ่อยๆ พูดเองเออเองถามเองตอบเองเหมือนเลี้ยงกุมารทองยิ่งดียิ่งนัก ตอนทำแรกๆอาจจะไม่รู้สึกแต่พอได้พูดคุยกับเขาแล้วท่านว่ามันจะมีตัวรู้คอยตอบคำถามเราเอง ยิ่งทำบ่อยๆเสมือนได้พูดคุยโต้ตอบกัน จิตสัมผัสเราจะเฉียบคมขึ้น ไปเสี่ยงดวงบนบอกขออะไรกับพ่องั่งก็จะเร็วขึ้น

    ด้านหลังท่านฝังปะคำเทพวิชามหาสูบเอาไว้ เป็นประคำที่ท่านตั้งใจทำเพื่อบรรจุพ่องั่งโดยเฉพาะโดยใช้ผงสิริชมพูนุชอันเป็นสุดยอดวิชาเสน่ห์เมตตาค้าขายมาผสมกับผงเทพวิชามหาสูบผสานกับผงวิชาการทำประคำพระเจ้าคุ้มเรือน

    เกี่ยวกับเทพวิชามหาสูบก็จะพูดถึงรายละเอียดคร่าวๆดังนี้
    เทพวิชามหาสูบวิชานี้มักจะใช้ในการดูด ถ่ายเทพลัง สูบพลังจากสิ่งต่างๆเข้าสู่ตัวตนของผู้ใช้ ทั้งยังสลายพลังอาถรรพ์หรืออวิชชาให้สูญสิ้นไปอีกด้วย ท่านว่าฟังเหมือนง่ายแต่ติดที่ว่ามันใช้ได้ไม่มีข้อจำกัดนี่สิ เรียกว่าใช้ทั้งสูบทั้งสลาย แต่ที่อันตรายก็เพราะความคิดพิเรนทร์เพราะบางคนก็คิดจะใช้สูบมนต์จากครูบาอาจารย์ตนเอง ท่านว่าพิเรนทร์ถึงขนาดที่ว่าพระเกจิบางรูปที่รู้และสำเร็จวิชานี้เคยคิดแม้แต่จะสูบวิชาของพระพุทธเจ้าก็มีมาแล้วแต่ก็ทำไม่สำเร็จ พ่ออาจารย์ท่านจึงว่าวิชานี้ด้วยจิตใจคนนั้นไม่มั่นคงจึงไม่ถ่ายทอดให้กับใคร ให้ใช้แต่เพียงคุณของวิชาที่ลงในไว้เท่านี้ก็พอ จำเพาะเท่านี้ท่านว่าก็เป็นคุณมหันต์ไม่มีข้อจำกัดใดๆแล้ว

    เกี่ยวกับผงมหาสูบวิชานี้ที่น่ากลัวแท้ที่จริงแล้วอยู่ที่เรื่องมหาสูบตามชื่อวิชานอกจากใช้สูบมนต์ สูบวิชาได้ทุกสิ่งแล้ว สิ่งที่สูบมานั้นก็ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ได้ทำไว้เพื่อให้เราเอาไปรังแกใคร สูบมาแล้วก็ไม่ได้หายไปไหน ท่านว่าพลังงานที่ให้คุณต่างๆอันสูบมานี้ก็จะมาเสริมส่งเรา เป็นบารมีของเรา

    แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าคนที่สำเร็จวิชานี้ ที่เอาดีทางอาคมไปลองดีสูบวิชาคนก็มี แต่คนที่เรียนมาเหมือนกันแล้วเขาฉลาดเล่นทางอาคมเอาวิชานี้ไปสูบเงินสูบทองจากปุถุชน สูบบารมีจากคนจากสถานที่ต่างๆจนกลายเป็นเศรษฐีสืบวงศ์ตระกูลมาได้หลายชั่วโคตรก็มี ท่านจึงว่าวิชาเหมือนกันต่างกันที่คนใช้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าใช้เป็น หมายถึงใช้แล้วคิดเป็นก็จะได้ดีเกินคนโดยไม่ยาก

    ตรงนี้ท่านว่าให้ใช้ความคิดมากๆ อย่าสักได้แต่ว่าคาด ยกมือไหว้ขอๆเอาให้พ้นๆไป ท่านว่าคิดซักเล็กน้อย วิชานี้เอาจริงๆยิ่งใช้ยิ่งดี พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งใช้เป็นมันยิ่งสนุกนะเวลาเราพกอาราธนาตะกรุดนี่ไปตามสถานที่ต่างๆ ตามวัดวาอารามทั้งหลายเราก็นั่งภาวนาอธิษฐานสูบบารมีเข้าไปเพิ่มให้กับตัวเอง คนที่วาสนาต่ำ ดวงตก ดวงแตก ดวงกาลกิณี ติดวิบัติ ติดพระเคราะห์ใดๆก็ตามให้ไปทำเถิด สูบบารมี สูบอำนาจตบะต่างๆของพระอริยะเจ้าที่ท่านเหลือทิ้งไว้ตามสถานที่ของท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าพ้นกรรมกันได้ง่ายๆเลยถ้าใช้เป็น ไปอธิษฐานสูบเอาได้ไม่ต้องกลัวหมด คนที่ฉลาดหน่อยเวลาเขาไปธนาคารไปสถาบันการเงินการคลังก็จะอธิษฐานสูบสัญญาความจำได้หมายรู้ต่างๆเพื่อเปิดวาสนาทางการเงินเข้าไป ให้ดวงเราชีวิตเราผูกพันธ์กับเงิน กับโชคลาภตลอดเวลา ท่านว่ามันอยู่ที่วิธีคิดแล้วเอาไปใช้ ยิ่งคิดมากๆก็ยิ่งใช้ได้หลายทาง ยิ่งใช้เป็นก็ยิ่งสนุก อยากมีวาสนาด้านไหนก็เอาไปสูบเอาตรงนั้น สถานที่นั้นๆ ท่านว่านี่คือคนที่คิดแล้วใช้ให้เป็น ไม่ใช่พกแล้วสูบไปเรื่อย เช่นนี้ชีวิตก็คงที่ ฤทธิ์ บารมีอะไรทั้งหลายมันกินไม่ได้ แต่ถ้าเล่นเป็นตะกรุดนี้นับว่ามีค่าควรเมืองจริงๆ

    พ่ออาจารย์ท่านว่านอกจากสูบวิชา สูบเงิน สูบทอง สูบมหาโชค มหาชัย มหาลาภที่ว่าบันดาลโชค เปิดวาสนา ทำให้ทรัพย์งอกเงย แข่งขันสิ่งใดก็แพ้ไม่เป็นแล้วแล้ว ไม่เพียงพลังงานเหล่านี้จะเกื้อหนุนสูบเข้ามาหาตัวเราตลอดเวลา ท่านว่าเรื่องเหล่านี้เด็กๆไปเลย มนต์วิชามหาสูบนี้แท้จริงแล้วเขาใช้กันได้มากกว่านั้น

    นอกจากการสูบทั่วไปแล้ว ท่านว่าของที่ทำได้ยากเช่นสูบเอาฤทธิ์ เอาตบะ บารมี สูบจนตนเองกลายเป็นร่างกายสิทธิ์ก็ยังทำได้ ตบะบารมีและฤทธิ์เดชเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญเพียรอย่างอุกฤติของบุคคลทั้งหลาย เมื่อเราสูบมาสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะกลายมาเป็นของเรา เสริมส่งตัวเรา นี่คือที่สุดของวิชามหาสูบที่แท้จริง เรียกว่าตัวเราเป็นศูนย์ ไม่มีอะไรซักอย่าง แต่สูบจนมีได้ทุกอย่างในโลก สูบจนตัวเองเป็นกายสิทธิ์เสมอด้วยเทพยดาเช่นนั้น

    ดังที่กล่าวไปพ่ออาจารย์ท่านว่ามันให้คุณมากสำหรับคนที่ใช้เป็นและมันก็น่ากลัวมากสำหรับคนทำผิดคิดชั่ว ครั้นจะปล่อยให้เสื่อมสูญไปก็น่าใจหาย เช่นนี้วิชานี้หลายๆคนจึงไม่ถ่ายทอดและไม่ทำ ครูบาอาจารย์บางคนเขาก็กลัวศิษย์คิดล้างครู พ่ออาจารย์ท่านพิจารณาเห็นว่าหากเราไม่ถ่ายทอด เราก็เพียงนำวิชามาทำไว้ ให้คนอาราธนาเขาได้ใช้คุณวิชา เช่นนี้เค้าก็จะเชิดชูคุณครูบาอาจารย์แต่หนหลัง ไม่ผิดครู ล้างครู เพราะเขาใช้ได้ด้วยมีตะกรุดที่เราเสกด้วยคุณวิชาจนสำเร็จรู้เพียงคาถาเพื่อใช้ส่วนหนึ่งแต่หาได้รู้วิชาจริงๆไม่ เช่นนี้ท่านว่าก็จะได้ใช้กันได้แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไร

    ท่านว่าให้ถือเสียว่าเป็นของคู่ตัว ใครรับไปก็ให้นอบน้อมในคุณเทพ เทวดาและครูบาอาจารย์ ด้วยสิ่งนี้เป็นเทพวิชาที่ลึกลับมาก ต่างจากพุทธคาถาหรือธรรมคาถาใดๆ อันเทพวิชานั้นย่อมใช้ได้และให้คุณไว เห็นผลสัมฤทธิ์ชัดเจนต่างจากอำนาจคุณพระทั้งจุดประสงค์โดยตรงของวิชานี้ก็ชัดเจนยิ่งว่าขัดกับทุกๆหลักการ ดังนั้นคนใช้อาราธนา * สิ่งที่ต้องมีก็คือความเชื่อ ยิ่งเชื่อมากก็ยิ่งใช้ได้เร็วมาก ยิ่งศรัทธามากก็ยิ่งสูบได้มาก การที่เราจะสูบอะไรจะได้มากหรือน้อย ท่านว่าต่อจากนี้ไป มันขึ้นอยู่เพียงแค่ว่าเขามีความเชื่อหรือศรัทธามากแค่ไหนเท่านั้นเอง

    พ่ออาจารย์ท่านได้นำผงวิชามหาสูบมาทำปะคำสำคัญเพื่อฝังพ่องั่งแก้ปมโดยเฉพาะ ท่านว่าลำพังงั่งก็ยอดขลังแล้ว ถ้ารวมกับวิชามหาสูบและเทพกะซิบนั้นจะยิ่งเฮี้ยนและให้คุณมากจนประมาณความสำเร็จใดๆไม่ได้เลย เข้าทำนองว่าเก่งมาก มีฤทธิ์มาก สงเคราะห์ได้มาก ท่านว่าเอาไปกันนะ ให้เอาไปใช้ อย่าเอาไปเก็บ พ่องั่งนี้ยิ่งใช้ยิ่งขลัง ยิ่งสัมผัสเนื้อตัวเราบ่อยเท่าไหร่เขาก็ยิ่งช่วยเราได้มากเท่านั้น

    * วิธีเลี้ยง
    - ให้นำพญางั่งใส่ถ้วยไว้ แล้วตอกไข่ใส่ไป อธิษฐานให้พ่อนั้นเสพย์นั้นกินให้อิ่ม หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ซักสองชั่วโมงแล้วนำมาล้างน้ำทำความสะอาด จะทำอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งทำท่านยิ่งมีฤทธิ์มาก ยิ่งทำยิ่งขลัง เวลาจะบนอะไรก็ให้บนด้วยไข่นี่แหละ จะของานหรือหมายตาใครก็บอกท่าน ยิ่งใช้ยิ่งแรง
    - พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งนี้เป็นของกายสิทธิ์ไม่ต้องใช้คาถาใดๆ ทำใจนิ่งบอกล่าวสื่อสารกับท่านด้วยภาษาใจ ขอให้ใช้ ยิ่งใช้ยิ่งแรง จะนำไปทำพวงกุญแจก็ได้หรือพกไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ หรือพกในที่ลับก็ได้ เป็นของกลางๆ ไม่จำเป็นต้องห้อยคอ แต่ถ้าพกในที่ลับมันจะกินเสนียดและช่วยล้างความอุบาทว์จัญไรต่างๆที่ติดตัวเรามาแต่ชาติกำเนิดเดิมได้ไวเป็นพิเศษ
    - ท่านสั่งให้บอกเค้ากันสั้นๆ แม้เคราะห์อันเกิดกับมหานคร เกิดแต่สรรพชีวิตหมู่มาก วิชานี้ยังแก้ไขได้ จากตกต่ำแล้วทำให้เจริญได้ นับประสาอะไรกับตัวบุคคล ท่านว่าอย่าอธิบายมากไปกว่านี้ลำพังวิชางั่งนั่งแพะ ท่านว่าตอนท่านเชิญญาณครูบาอาจารย์ต่างๆมาช่วยกันเสกก็ได้รับการยืนยันมากแล้วว่านี่มันพระเจ้าชู้นี่น่า ไม่มีขุนแผนหรือเครื่องรางใดๆจะมีคุณทางเสน่ห์มากไปกว่านี้


    บูชาได้ทั้งหญิงและชาย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าถ้าไม่ปรารถนาจะให้เป็นเสน่ห์ก็บอกกล่าวกับท่าน ว่าขอเพียงมาเกื้อกูลให้ชีวิตลูกดีขึ้นเท่านั้นพอ เพราะดวงจิตท่านไวเราพูดเราบอกอะไรไปท่านรู้หมด

    * วิชางั่งเป็นวิชาที่แปลก ผู้เลี้ยงจะรู้กันดีว่ายิ่งใช้ยิ่งแรง ยิ่งเลี้ยงดูมากๆหลายตนก็ยิ่งสำเร็จมาก จะเห็นได้จากผู้ศรัทธาบางคนเวลาสงัดและอยู่ในชีวิตส่วนตัวจะเอาสายคาดเอวห้อยพ่องั่งทีสามสี่สิบตนมาแขวนไว้รอบเอวเลยก็มี จากคนต่ำชั้นไร้ชื่อไม่ถึงสิบปีเปลี่ยนเป็นเศรษฐีพันล้านมีชื่อเสียงโด่งดังในหลายประเทศก็มีมาให้เห็นแล้วเพราะอานุภาพของพ่องั่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าอยู่ที่ความศรัทธา พ่องั่งนี้ยิ่งศรัทธาเขาก็ยิ่งแรง จะห้อยกี่องค์ก็สุดแล้วแต่ความสำนึกรู้ในใจคนใช้ ท่านว่าเคล็ดบางอย่างมันบอกกันได้เท่านี้จริงๆ ที่บอกนี่ก็ยิ่งกว่าชี้โพรงให้กระรอกแล้ว จะใช้อย่างไรแต่เอาว่าเชื่อเถอะวิชานี้สร้างมาให้ใช้เข้ากับศรัทธา เขาแรงจริงๆ ...เพราะงั่งเปลี่ยนชะตาคนได้ จากจัณฑาลวรรณะที่ถูกสาปให้ได้กับเจ้าหญิงกลายเป็นมหาราชายิ่งใหญ่กว่าพระราชาทั้งหลายก็ปรากฏมาแล้ว ท่านว่าเครื่องรางนี้แปลก ยิ่งโดนกดขี่ กดดัน โดนรังแกก็จะยิ่งได้ดีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว พ่ออาจารย์ท่านว่ายุคนี้ที่เอางั่งคลายผมออกมาให้บูชานั้น เพราะทุกการงานและสายอาชีพแทบจะโดนกดขี่ ถูกกระทำ รังแกทั้งสิ้น
     
  18. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    20201003_193615.jpg 20201003_193623.jpg ให้บูชา 2500 ครับ
    วิชาหนึ่งที่พ่ออาจารย์ท่านได้รับสืบทอดมาแต่องค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ และก็ยังไม่เคยสร้างเลยแม้แต่ครั้งเดียว ท่านเรียกตามความเข้าใจของท่านว่าวิชาลอยเคราห์

    ตะกรุดนี้สร้างยากมากเพราะเป็นวิชาชั้นสูงที่ท่านต้องลงจารเสกเก็บไว้เมื่อถึงกาลถึงวาระจริงๆเท่านั้น เป็นของที่มีอานุภาพมาก ท่านว่าความหมายมันก็ตรงตัว คือลอยอยู่เหนือเคราะห์กรรม คล้ายๆกับการตกตะกอนของน้ำ เคราะห์กรรมอยู่ส่วนหนึ่ง น้ำอยู่ส่วนหนึ่ง ลอยแยกจากกัน เคราะห์กรรมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรา ดุจดั่งว่าเวทย์วิชานี้คือกำแพงที่ขวางกั้นน้ำกับตะกอนเช่นนั้น ที่ว่าสร้างยากนั้นก็เพราะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรม ท่านว่าไม่มีใครอยากจะทำให้กันหรอก ตอนเรียนมาท่านก็ย้ำหนักหนาว่าต้องเลือกคนให้ ไว้ทำยามบ้านเมืองคับขัน ประชาชนเดือดร้อนข้าวยากหมากแพง

    พ่ออาจารย์ท่านก็สร้างเก็บไว้ ลงจารไว้ตามวาระโอกาสที่นานๆจะมีฤกษ์เสียครั้งหนึ่ง โดยลงจารในฤกษ์ที่กำหนดทำสะสมมาเรื่อยๆ แต่ตอนลงนั้น ท่านไม่ได้ลงเฉพาะวิชาลอยเคราะห์ ท่านเพิ่มในส่วนของไสยเวทย์เข้าไปด้วย ท่านว่ากลืนกันทั้งพุทธทั้งไสย วิชาที่เพิ่มเข้าไปนี้แต่เดิมเป็นวิชาของพราหมณ์ในยุคทมิฬโบราณ วิชานี้แม้บ้านเมืองที่ล่มจมก็กู้ขึ้นมาได้ ช่วยเร่งผลิดอกออกผลให้เจริญรุ่งเรือง ลบล้างคำสาปคำสาบานอันติดเนื้อต้องตัวมาแต่อดีตชาติ

    คำสาปคำสาบานอันเราได้ล่วงเกินผู้หนึ่งผู้ใด ในชีวิตหนึ่งๆของสัตว์โลกที่วนเวียนอยู่ในสงสารวัฏนี้ ท่านว่าเราไม่รู้ตัวหรอกว่าเราสั่งสมสิ่งเหล่านี้มามากมายเพียงไหน จะรุ่งโรจน์มันก็รุ่งไม่ได้เพราะติดทั้งกรรมทั้งคำสาปแช่งต่างๆมากมายที่ประเดประดังกันเข้ามา

    ตะกรุดลอยเคราะห์นี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าจะทำให้เพียงครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้น ท่านว่าเราสร้างเพื่อหวังประโยชน์ใหญ่ ไม่ได้สนใจว่าจะเคราะห์หรือจะกรรม เพียงแต่จะสืบสานพระเวทย์โบราณกับของที่ครูบาอาจารย์ท่านมอบฝากไว้ให้มาเพียงนั้น วิชาสองส่วนนี้ถ้าแยกกันก็แล้วไป ถ้ารวมกันนั้นจะเป็นสุดยอดวิชาในสายบุญฤทธิ์ที่หาสิ่งใดมาเทียบเคียงเสมอเหมือนมิได้ คนใช้ต้องติดเนื้อติดตัวไว้เสมอเพื่อให้บรรเทาเคราะห์กรรมตนเอง ซ้ำยังลบล้างคำสาปคำสาบานความอาฆาตมาตรร้ายอันติดเนื้อต้องตัวมานับแต่อดีตกาล อย่าว่าแต่ปัญหาส่วนตัวเลย วิชานี้แม้บ้านเมืองก็ยังกู้ได้ ให้ผลใหญ่ถึงปานนั้น เอาไปเพื่อหวังประโยชน์ใหญ่ นั่นคือปลดทุกข์ของสัตว์ สัตว์ทั้งหลายนั้นจมเคราะห์จมทุกข์ แต่ก็ยังไม่หมดหวัง เพื่อจะออกจากทุกข์นั้น หาใช่เพื่อต้องการเสวยสุข แต่เพื่อต้องการโอกาสและสิ่งที่ดีกว่า จะได้ทำบุญเพาะบ่มอบรมจิตตนเอง เดินไปในสายบารมีเราจึงทำตะกรุดลอยเคราะห์นี้เสียครั้งหนึ่ง

    วิชานี้ ไม่ได้ส่งผลแต่เพียงการลอยบาปลอยเคราห์กรรม ลบล้างคำสาปคำสาบานอาฆาตมาตรร้ายต่างๆเท่านั้น แต่ยังกันและแก้ได้สารพัดด้วย เป็นทั้งมหากันในตัวเอง ไม่ให้มีสิ่งอุบาทว์จัญไรใดมาย่ำยีบีฑา เพื่อที่จะทำให้ชีวิตตกต่ำ กันทั้งคุณไสยอวิชชา กันไว้ดุจเกราะเพชรปกป้องตนเองเช่นนั้น ท่านว่ากันไว้นี่แหละดี คนเราถ้าเจออุปสรรคไม่มีอะไรมากันเอาไว้มันเจริญยาก ซ้ำยังแก้ แก้ที่ว่านี้คือแก้ไขพฤติการณ์ของเจ้าของให้มีความเห็นถูก แก้ในโรคร้ายสิ่งเลวร้ายต่างๆที่ตกต้องชะตาของผู้บูชาอยู่ แก้สิ่งที่จองจำชีวิตเราไว้เดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ท่านว่ารู้เองเห็นเอง สิ่งพวกนี้หายหมด ใครที่ทำอะไรไม่เจริญ หาเช้ากินค่ำ หรืออยากประสบความสำเร็จ ด้วยเกรงว่าจะติดเวรกรรมคำสาปสรรค์ใดๆ ท่านว่าเลิกคิดไปได้เลย เราทำไว้ให้ดีแล้วแค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวจริงๆเท่านั้น ให้เจ้าของและผู้ที่คู่ควรเขามาเอาไปใช้บูชา

    เมื่อพ่ออาจารย์ท่านลงตะกรุดลอยเคราะห์เสร็จท่านก็เสกเก็บไว้ ท่านว่าเสกจนเต็มวิชา ต่อมาท่านได้รับนิมิตรจากครูบาอาจารย์ให้ทำเครื่องรางที่จะช่วยลูกศิษย์อันมีวาระกรรมต้องกัน เกิดในยุคเดียวกันกับท่าน ท่านได้รับนิมิตรให้ทำพญางั่ง(อีหง่างโบราณ)ขึ้นมา ท่านว่าวิชานี้แต่เดิมหาคนทำยาก ของเก่าๆบางคนเอาไปใช้เพื่อทำเสน่ห์ทำให้เป็นของต่ำต้องอาถรรพ์ไปก็มาก ท่านจึงจะบูรณาการทำไว้เสียใหม่

    โดยพ่ออาจารย์ท่านได้ทำเป็นพญางั่งนั่งแพะ ท่านว่าวิชาพญางั่งนี้ เป็นปางอวตารขององค์พระศิวะเจ้า(ครูพระสยม)ในพระชาติหนึ่ง เพราะเป็นปางอวตารที่จะลงมาเฉพาะเหตุการณ์จริงๆ ถึงแม้พระภาคเต็มก็ไม่สามารถแก้ไขในส่วนของปัญหาได้ ท่านลงมาเพื่อปลดเปลื้องกฏเกณฑ์ต่างๆในสังคมที่กำหนดขึ้นมาทำให้ธรรมชาตินั้นวิปริต จนพระผู้เป็นเจ้าไม่สามารถดำรงค์พระองค์อยู่ได้ต้องลงมาช่วยเมื่อถึงกาลถึงวาระนั้น โดยพญางั่งที่ทำนี้ท่านว่าต้องทำด้วยไศวะศาสตร์ เข้าให้ถึงองค์พระศิวะจะทำโดยวิธีอื่นไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเป็นเพียงเครื่องรางธรรมดา ไม่ใช่รูปแบบของมหาบุรุษที่ลงมาเพื่อปลดเปลื้องชะตาชีวิตของสรรพสิ่ง เมื่อทำแล้วท่านว่าผู้ใดรู้ตัวว่าโดนกดดัน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสังคม คือหาความยุติธรรมไม่ได้ในชีวิต โดนกดดัน โดนกดขี่ข่มเหง นี่แหละตรงเรื่องเอาไปใช้เลย เพราะว่าท่านคือผู้ปลดปล่อยสรรพชีวิตออกจากการโดนดูถูกเหยียดหยาม โดนผู้อื่นรังแกอย่างแท้จริง

    ครั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้ทำโดยลงวิชาอีหง่างโบราณไว้ด้วย ท่านว่าใช้ได้ครอบจักรวาลทั้งยังเป็นเสน่ห์สุดๆ เป็นสัญลักษณ์ของพ่อ เป็นรูปแบบของการกำเนิด ลูกคนใดที่ขาดที่ไม่มี ขอกับพ่อ อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะพ่อชูองค์กำเนิด พ่อมีทุกสิ่ง ให้ได้ทุกอย่าง เรื่องหญิงสาวคู่ครองนั้นยิ่งกว่าจอมเจ้าชู้ใดๆ แต่หลักใหญ่ที่ท่านทำเพื่อแก้กฏเกณฑ์เวรกรรมต่างๆในชีวิตผู้บูชา

    โดยท่านทำเป็นพญางั่งนั่งเอกเขนกอยูบนหลังแพะ ซึ่งแพะนั้นท่านว่าสำคัญนัก เพราะมันเป็นตัวรับเคราะห์กรรมแทนเจ้าของ แพะของท่าน ท่านว่ามันกินบาปเคราะห์เป็นอาหาร ซ้ำยังเป็นแพะตัวผู้ตัวจ่าฝูงที่เป็นเอกด้านเสน่ห์มหานิยม ตัวผู้จ่าฝูงตัวเดียวได้ตัวเมียทั้งฝูง พญางั่งนั้่งแพะนี้ท่านทำเพื่อให้คนใช้นำไปบูชาเพื่อหวังให้ออกจากทุกข์จริงๆ

    จะเห็นได้ว่าท่านอัญเชิญตะกรุดลอยเคราะห์ที่ทำได้ยากมากมาฝังไว้ด้านหลังทุกองค์ ท่านว่าเอาเข้าจริงๆ ไม่มีอะไรที่จะเข้ากันและเสริมส่งกันได้ ดีไปกว่านี้อีกแล้ว พญางั่งนั่งแพะนี้เป็นยอดวิชาเสน่ห์แบบหาตัวจับยาก อยู่ไหนเราก็เหมือนยอดบุรุษได้เขาทั้งหมด คำว่าได้คำเดียว ได้แล้วไม่มีเสีย ได้แล้วเราก็เป็นต่อเขา มันเสริมส่งกันไปหมดจะเอาไปทำงานไปทำอะไรมันก็ดีทุกอย่าง ท่านว่าแล้วแต่ใจจะใช้เลย

    * วิธีเลี้ยง
    ให้นำพญางั่งใส่ถ้วยไว้ แล้วตอกไข่ใส่ไป อธิษฐานให้พ่อนั้นเสพย์นั้นกิน หลังจากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ซักสองชั่วโมงแล้วนำมาล้างน้ำทำความสะอาด จะทำอาทิตย์ละครั้งหรือเดือนละครั้งก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งทำท่านยิ่งมีฤทธิ์มาก ยิ่งทำยิ่งขัลง เวลาจะบนอะไรก็ให้บนด้วยไข่นี่แหละ จะของานหรือหมายตาใครก็บอกท่าน ยิ่งใช้ยิ่งแรง

    พ่ออาจารย์ท่านว่าสิ่งนี้เป็นของกายสิทธิ์ไม่ต้องใช้คาถาใดๆ ทำใจนิ่งบอกล่าวสื่อสารกับท่านด้วยภาษาใจ ขอให้ใช้ ยิ่งใช้ยิ่งแรง จะนำไปทำพวงกุญแจก็ได้หรือพกไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ได้ หรือพกในที่ลับก็ได้ เป็นของกลางๆ ไม่จำเป็นต้องห้อยคอ แต่ถ้าพกในที่ลับมันจะกินเสนียดและช่วยล้างความอุบาทว์จัญไรต่างๆที่ติดตัวเรามาแต่เดิมได้ไวเป็นพิเศษ

    ท่านสั่งให้บอกเค้ากันสั้นๆ แม้เคราะห์อันเกิดกับมหานคร เกิดแต่สรรพชีวิตหมู่มาก วิชานี้ยังแก้ไขได้ จากตกต่ำแล้วทำให้เจริญได้ นับประสาอะไรกับตัวบุคคล ท่านว่าอย่าอธิบายมากไปกว่านี้ลำพังวิชางั่งนั่งแพะ ท่านว่าตอนท่านเชิญญาณครูบาอาจารย์ต่างๆมาช่วยกันเสกก็ได้รับการยืนยันมากแล้วว่านี่มันพระเจ้าชู้นี่น่า ไม่มีขุนแผนหรือเครื่องรางใดๆจะมีคุณทางเสน่ห์มากไปกว่านี้

    * บูชาได้ทั้งหญิงและชาย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าถ้าไม่ปรารถนาจะให้เป็นเสน่ห์ก็บอกกล่าวกับท่าน ว่าขอเพียงมาเกื้อกูลให้ชีวิตลูกดีขึ้นเท่านั้นพอ เพราะดวงจิตท่านไวเราพูดเราบอกอะไรไปท่านรู้หมด
     
  19. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234
    สนใจรายการไหนสอบถามได้ครับ
     
  20. mm1150

    mm1150 เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    168
    ค่าพลัง:
    +234

แชร์หน้านี้

Loading...