แบ่งปัน ให้บูชาเครื่องมงคลของพ่ออาจารย์พลครับ

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ธัญญ์นิธิ, 26 พฤษภาคม 2017.

  1. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    รับทราบการจองครับ ขอบคุณครับ
     
  2. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    พญาโจรมุสิกราชกระชากทรัพย์
    (ลักวาสนา ขโมยโชค ชิงดวง)


    ให้บูชา 900 บาท

    ปิดรายการแล้วครับ

    IMG_20190513_221907.jpg
    IMG_20190513_221840.jpg

    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน-เจ้าหลุมดำ-พ่ออาจารย์พล.548127/page-21#post-10819607

    พ่ออาจารย์ท่านเคยทำตะกรุดวิชาพญาหนูขนคำคนใช้ได้ผลกันมาก ใครมีก็เห็นประสบการณ์ร่ำรวยใหญ่ ท่านจึงมีดำริจะทำวิชาพญาหนูขนคำในลักษณะลอยองค์แบบจับต้องได้ให้คนทำงานหาเช้ากินค่ำได้ไว้เป็นขวัญกำลังใจ โดยผนวกรวมเอาวิชาลักวาสนา ขโมยโชค ชิงดวง รวมลงไปด้วย

    เมื่อท่านมีดำริจะทำหนูที่ลงวิชาสำคัญเป็นหนูมหาโจรนั้น ท่านว่านิสัยหนูก็รู้ๆกันอยู่มันชอบลักเล็กโขมยน้อย ซ้ำยังเป็นนักย่องเบาที่หาจับตัวได้ยากยิ่งเรียกว่าไปได้ในทุกที่แม้ลงกลอนล๊อคประตูมันก็ยังหาโอกาสเข้าไปได้ เรียกว่าเมื่อมีเป้าหมายแม้มีอุปสรรคเสี่ยงชีวิตมันก็ยังทำ พ่ออาจารย์ท่านรู้ว่าหนูนั้นมันขโมยได้ทุกอย่าง ต่อให้เจ้าของจะรักจะหวง หรือต่อให้มีการดูแลคุ้มกันรักษาดีและประณีตเพียงใด ท่านว่าขอแค่เธอกะพริบตาเถิด แค่เผลอๆมันก็ไปเอา ไปขโมยมาได้ทั้งนั้น

    ด้วยคุณลักษณะดังกล่าวนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงมีดำริทำพญาโจรมุกสิกราชที่ใช้ลักวาสนา ขโมยโชค ชิงดวง ขึ้นมา เอาไว้ให้คนที่ทำงานหรือมีกิจกรรมซึ่งรู้ตัวว่าแข่งอำนาจวาสนากับคนอื่นเขาไม่ได้ เรียกว่ารู้ตัวเลยแหละว่าทำไปก็เจ๊ง ทำไปก็แพ้เขาตั้งแต่เริ่ม หรือคนที่คู่แข่งมีบารมี มีชื่อเสียง มีความสามารถ นำหน้าไกลเราไปหลายขุม พ่ออาจารย์ท่านเจตนาทำเพื่อให้คนเอาไปใช้ทำมาหากินใช้แข่งขันในภาวะสังคมปัจจุบันที่ท่านทายเอาไว้ว่าต่อไปการแข่งขันจะสูงยิ่งขึ้นจนน่ากลัว และหลายๆคนจะตามกันไม่ทัน

    ท่านตระหนักรู้ว่าหลายๆครั้งความปรารถนา ความตั้งใจ ความพยายามของแต่ละคนนั้น บางครั้งมันก็มีเกินตัวมากไป ด้วยตัวเองไม่มีวาสนา ไม่มีบารมีในทางที่กำลังทำอยู่นี้เลยพูดให้กระจ่างคือไม่มีสิทธิ์ที่จะทำสำเร็จหรือไปให้ได้ตลอดรอดฝั่งเพราะเดินมาผิดที่ผิดทาง ผิดไปแล้ว ผิดมาทั้งชีวิตแล้ว และก็ยากที่จะเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ เพราะทนทุกข์ยากลำบากในสิ่งที่ไม่ใช่ชะตาวาสนาของตัวเอง และในทุกการแข่งขันที่เกิดขึ้นจนเป็นวงจรชีวิตนี้ก็มักจะล้มเหลว ล้มคะมำอยู่ร่ำไป ท่านว่าเมื่อคนเหล่านั้นเขาไม่มีสิทธิ์แต่เขามีกำลังใจและความพยายามเพื่อจะขวนขวายเป้าหมายทำตามฝันของตน เช่นนั้นก็ต้องใช้วิชาช่วยเขาเพื่อให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่มีสิทธิ์ ไม่ได้รับอนุญาติจากชะตาชีวิตให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มเหล่านั้น


    พ่ออาจารย์ท่านจึงนำแผ่นธาตุกายสิทธิ์พันคาถาที่ท่านหล่อหลอมทับถมไว้จากชนวนยันต์ต่างๆมาตีมาทุบและรีดเป็นแผ่นลงอักขระจารวิชาลักวาสนา โมยโชค ชิงดวงและทำการปลุกเสกจนเต็มวิชาเสียคำรบหนึ่งก่อน ท่านว่าวิชานี้สำคัญนักเพราะคนทั่วไปที่อับโชค เวลาเห็นใครที่เขามีชีวิตที่สุขสบายก็จะนึกน้อยใจในชะตาของตน เข้าทำนองว่าได้แต่มอง มองสิ่งที่สูงแล้วก็สูงยิ่งขึ้น มองจุดที่ตัวเองไม่มีวันไปถึง บางครั้งเห็นใครได้ดีเราก็อยากได้แบบเขาบ้าง พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจลงวิชาสำคัญนี้เพื่อให้คนใช้เปิดดวงและเห็นสิ่งที่ดี ได้สิ่งที่ดีดุจบุคคลที่เราปรารถนา เป็นวิชาว่าด้วยการลักวาสนา โมยโชค ชิงดวง ของบุคคลที่เราต้องการมาเสริมดวงของตน

    ในวันที่ตัวเองตกอับ ดวงตก ปีชง ต้องอุบาทว์สิ่งต่างๆเหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันมักจะมาหยุดชีวิตเราและก็อยู่กับเรานานเกินความคาดหมาย แต่ความจริงแล้วชีวิตของเราของเรานั้นไม่ได้หยุด ต้องสู้ต้องแข่งกับเขาอยู่ทุกวัน มันจึงเกิดเป็นความทุกข์ที่พูดไม่ออกบอกใครไม่ได้เพราะไม่รู้สาเหตุ ท่านพิจารณาเห็นแล้วว่าในช่วงเวลาเหล่านี้ไม่ควรจะเสียไปเปล่าๆอย่างยิ่ง ก็เมื่อใดที่มีทุกข์จรเข้ามาจะได้รีบเอาพญามุกสิกราชขึ้นมาใช้ให้ดวงที่ไม่ดีกลับดี ให้โชคที่ไม่มีกลับได้ ให้วาสนาที่ไม่พบมาถึงดั่งเจตนานั้น ท่านจึงนำแผ่นยันต์ลักวาสนา โมยโชค ชิงดวง หล่อหลอมกับยันต์หัวใจโจร ในโจโรฤกษ์ให้กำเนิดพญามุกสิกราชขึ้นมาและทำการปลุกเสกชุบธาตุขันธ์ในเพชรฆาตฤกษ์เป็นปฐม ท่านว่าด้วยพญามุสิกราชนี้จะได้มีกำลังมากสามารถขโมยโชควาสนาได้ทุกสิ่งไม่ว่าจากคนหรืออมนุษย์ใดๆ ทั้งยังมีอำนาจย่ำยีสิ่งเลวร้ายในชะตาชีวิตคนใช้ได้ อุบาทว์ทั้งหลายจะถูกกำจัดหมดไป กาลอัปมงคลจะเปลี่ยนเป็นมงคลไปชั่วชีวิต ทั้งยังเป็นผู้ฆ่า ผู้ล่าวาสนาและชะตาฟ้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคน

    พ่ออาจารย์ท่านว่าของสิ่งนี้มันน่าอัศจรรย์ยิ่งนักแม้ในโลกทิพย์เทพพรหมครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านยังมาช่วยกันอธิษฐานจิตให้ด้วยความเมตตา เพื่อจะช่วยสัตว์โลกที่มากความเพียรพยายามมีกำลังใจสูงมีค่าความเป็นคนเต็มคนเหล่านั้นออกจากทุกข์ภัย ซ้ำด้านหลังท่านยังได้ลบผงวิชาพญาหนูขนคำใส่เอาไว้ด้วย วิชานี้เป็นวิชาของสมเด็จพระศรีอาริย์เเต่เดิมถือนักว่ามีอาถรรพ์เเรงกล้าเป็นอาถรรพ์ที่จะสนองตอบความต้องการของเจ้านายผู้ครอบครอง ท่านว่าถึงคนธรรมดาแม้จะเป็นมหาเศรษฐีก็อย่าคิดหวังว่าจะมีไว้ในครอบครองเพราะเป็นวิชาที่จะทำให้เฉพาะกับพระราชาเพียงเท่านั้น เเละเเม้พระราชาได้ไปแล้วก็ยังต้องบูชาเเละเทิดทูนไว้ดุจเครื่องมงคลคู่ชีวิตเก็บรักษาให้ดีตลอดพระชนม์ชีพ วิชานี้มีดีหลายด้านเมื่อได้ไว้บูชาด้วยอำนาจพระบรมโพธิสัตว์ พ่ออาจารย์ท่านเเยกเยะไว้ ดังนี้
    - บุคคลที่มีความทุกข์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะทุกข์ต่างๆประการใด จากภายในหรือภายนอก จากภาวะสังคม หรือสิ่งเเวดล้อมใดๆก็ดี ก็ย่อมหลุดพ้นจากมหาทุกข์ดังกล่าว ท่านว่าพ้นจากทุกข์ ประสบซึ่งความสุขอิ่มเอิบในทุกด้าน เมื่อมีวิชานี้อยู่กับตัว ท่านว่าไม่ใช่สุขฉาบฉวยสามัญชั่วคราว หากเป็นความสุขที่เเท้จริง
    - บุคคลที่หมดหวัง ไร้ที่พึ่ง ไม่สามารถกระทำสิ่งที่คิดหวังไว้ให้ได้สมใจปรารถนา ชีวิตรันทดหมดหนทาง ท่านว่านั่นเเหละ วิชานี้มันพลิกกลับได้ทุกอย่าง เขาจะสำเร็จ ถึงซึ่งความสมหวัง มีสุขเสมอใจเขา ด้วยอำนาจเเห่งพระบรมโพธิสัตว์
    - บุคคลที่ได้บูชาด้วยใจทั้งหลาย ต่อไปเขาย่อมเเวดล้อมด้วยข้าทาสบริวาร ไร้เรือนก็จะมีเรือน มีคฤหาสต์ปรารถนาคนรักก็จะมีคู่ครอง มีทรัพย์สมบัติ ด้วยชะตาชีวิตนั้นพลิกผันไป
    - ผู้ที่ถือครองวิชาพญาหนูขนคำนี้ จะมีจิตตั้งอยู่ในกุศล ฝักใฝ่คุณงามความดี ความชั่วร้ายอวมงคล ปีศาจ สัมภเวสีทั้งหลายมิได้กล้ำกราย วิชานี้เมื่อผู้ใดได้ครอบครองไว้บูชาให้ดี ด้วยบารมีครูต้นองค์ปฐมท่านว่าภพชาติต่อไปมิรู้จักนรกเลย จะได้เสวยทิพย์สมบัติในเทวโลกเป็นเเม่นมั่น
    - ปิดหนทางตกต่ำ ปิดความมืดมนในชีวิต ไม่ให้ผู้ครอบครองต้องมีอันเป็นไป มีชะตาวิบัติขัดสนตกลงจากเดิมเด็ดขาด
    - ดึงดูดกัลยาณมิตร เเละสิ่งที่ดีทุกประการเข้ามาหาเจ้านาย ผู้ที่บูชาไป
    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวเพียงคร่าวๆเท่านี้ ท่านว่าวิชานี้เสมือนผู้บูชาเชิญสมเด็จพระบรมโพธิสัตว์มาไว้กับตัว สิริเเละมหามงคลย่อมเกิดแก่ตนเอง จะเปลี่ยนจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดึงเเต่สิ่งที่ดีงามเข้ามา นับจากได้ไปจะมีเเต่เจริญขึ้นเเละไม่ขาดความสุขเเม้ซักวินาทีเดียว


    ซ้ำท่านยังได้อุดตะกรุดหัวใจมหาโจรนำพาเสริมทับเข้าไปอีก พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สำคัญ ท่านลงไว้ก็เพื่อชักนำให้พญามุกสิกราชเค้าทำงานตลอดเวลา ด้วยหนูนี้มีชาติตระกูลสูง สำเร็จด้วยเมตตาครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ทั้งยังมีรัศมีพระศรีอาริย์คลุมกายเขาจึงมีอำนาจมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้ใช้ได้เต็มที่เลยไม่ต้องกลัวบาปกรรมใดๆ ไม่ใช่เพราะเราขโมยโชควาสนาดวงชะตาเขามาแล้วชีวิตเค้าจะตกต่ำเราจะติดกรรมแต่อย่างใด สิ่งนี้ท่านว่ามันเป็นเพียงนามธรรม เมื่อไม่มีรูปจึงไม่มีความผิด ซ้ำคนที่เราไปเอาโชคเค้ามาเค้าก็ยังมีดวงมีโชคอยู่เท่าเดิมหาได้ลดลง มีแต่ตัวเราที่จะอยู่ในจุดที่ดวงดี โชคดีมากกว่าเขา เรียกว่าหากเรามีคู่แข่งก็เหมือนกับเรามองเขาทะลุและเราอยู่เหนือกว่าเขาขั้นนึงเสมอไป ไม่ว่าจะเปลี่ยนคู่แข่งอีกกี่คนเราก็เหนือกว่าเขาเสมอเพราะเมื่อโชคของเขาและของเรามารวมกันมันย่อมมีมากกว่าของคนเดิมนั่นเอง

    วรรคทองควรอ่าน
    พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้พลิกแพลงใช้ได้หลายด้าน แม้มีคุ่แข่งอยู่กี่คน ท่านว่าเขียนชื่อนามสกุลเขานำพญามุกสิกราชนี้ทับไว้ก็เป็นการข่มนาม ลักวาสนา โขมยโชค ชิงดวงเขามาส่งเสริมเรา(ท่านว่าวิธีนี้ทำได้หนึ่งตัวกับคนหนึ่งคนเท่านั้น) เช่นนี้จึงพลิกแพลงใช้ได้ไม่รู้จบ บางคนที่เขาเคยเอาไปใช้เขามาเล่าเผยเคล็ดให้ฟังว่าไปเอาชื่อพวกเศรษฐีระดับโลกมาทำ แม้แต่บางคนยังถึงขนาดใช้ชื่อกษัตริย์โซโลมอนก็ยังมี พวกเขาทุกคนล้วนบอกว่าชีวิตเปลี่ยนแบบดีดและก้าวกระโดดมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าพวกนี้มันหัวขี้โกงไปเอากำลังวาสนามหาเศรษฐี มหาจักรพรรดิ์มาทำแต่ก็ถือว่าทำได้ไม่ผิด *** พ่ออาจารย์ท่านให้เคล็ดไว้ว่าคนที่บูชาพญามุสิกราชนั้นหนึ่งคนควรใช้ทั้งหมดสามตัว ตัวหนึ่งนำชะตาวาสนาที่สูงเทียมฟ้าของคนที่เราปรารถนาอยากเป็นเหมือนเขาทับไว้ อีกตัวหนึ่งเอาไว้คอยทับสะกดข่มชื่อศัตรูขู่แค่งของเรา ส่วนตัวสุดท้ายเอาติดตัวไว้กลับดวงแก้อุบาทว์โขมยพลังงานโชคลาภวาสนาคนที่เราหมายตาเจอในแต่ละวันแบบเป็นพักๆตามวงจรชีวิต (ท่านว่าคล็ดนี้ถ้าทำได้นับว่าเปลี่ยนคนหนึ่งให้ดีขึ้นจนกลายเป็นอีกคนหนึ่งได้ทันตาเห็นทีเดียว)


    พระคาถาบูชา
    โอม อะนะวะชะ สะระมะศรีอาริย์นามัง ชีวิตัง ถุมัง อุตันทะรานัง ชีวิตัง ปะนะวันดุงลัง ถุมัง ตันดะลัง วิสะเชตวา ปะนะขะทะเรติ เอเตนะ สัจจะยะ โสตถิ ภวันตุโน(ภาวนาทุกวันอย่าให้ขาด ท่านว่าทุกข์ไม่กล้ำกราย วันไหนมีทุกข์ท่านให้เร่งภาวนา หากสามารถกระทำความเพียรภาวนาพระคาถานี้ได้ถึงพันคาบในวันเดียวครั้งเดียว ท่านว่าบุคคลนั้นนิราศทุกข์ ไกลทุกข์ ชีวิตที่เหลือจะประสบเเต่ความสุขโดยเเท้เช่นนั้นเเล)

    พ่ออาจารย์ท่านย้ำว่าพญามุสิกราชของฉันนั้นเป็นของเฉพาะกาล และวิชาโขมยดวงนี้ครูในโลกทิพย์ท่านก็ขอไว้ว่าไม่ให้ทำอีก ด้วยท่านว่าพวกท่านมาช่วยกันทำให้ทั้งหมดและอธิษฐานไว้ให้ตกถึงคนที่คู่ควรแล้ว ต่อไปอย่าทำอีกเพราะวิชานี้อันตรายมากเกินไป ให้ใช้ได้เฉพาะสัตว์ที่มีวาระปลดแอกชะตากรรมรอบนี้เท่านั้น ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านก็รับปากไว้ว่าจะทำหนเดียวและท่านก็เสกเก็บไว้มานานยิ่งยวด ท่านว่าเราเองลึกๆก็กลัวใจคนเอาไปใช้เหลือเกินเพราะมันเป็นวิชาพิศดารอยู่แล้ว แต่ใจคนนั้นกลับพิศดารยิ่งกว่า ท่านว่าแรกเริ่มให้เขาบูชาไปก็ไม่เคยคิดว่าจะมีใครไปเอาชื่อกษัตริย์โซโลมอนมาเขียนจนเขามาฟ้องว่าเราไปรบกวนเขา ท่านว่าใช้กันให้ดีให้เหมาะให้ควรท่านพูดได้เท่านี้อะไรที่มันดูแล้ว ชั่งใจแล้วว่ามากเกินไปก็อย่าไปทำเพราะวิชานี้ใครได้ไว้ก็ถือว่าโกงเขาไปไกลมากแล้ว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2019
  3. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    เหรียญหล่อจิ๋วแม่ย่าเทวดามหาปราบโลก
    (ชนะชัย ชนะวาสนา ชนะชะตากรรม ศักติมหากาลี)

    ให้บูชา 900 บาท

    ปิดรายการแล้วครับ

    IMG_20191018_215346.jpg IMG_20191018_215412.jpg

    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน-เจ้าหลุมดำ-พ่ออาจารย์พล.548127/page-21#post-10827149


    กะซิบกันมาหลายคนว่าอยากได้เฉพาะพระแม่กาลี(แม่ย่า) แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าอันนี้องค์จะจิ๋วๆหน่อย เพราะเป็นแม่ย่ารุ่นแรกสุดตั้งแต่พ่ออาจารย์ท่านทำพระสยมพิมพ์ใบมะตูมนับเวลานานปีมาแล้ว ซึ่งแม่ย่าชุดนี้จะเสกเข้มมากๆถึงมากที่สุดและเป็นชุดพิเศษที่ท่านฝังตะกรุดเฉพาะไว้ เอาแค่เสกก็ยาวนานแล้วเต็มสูตร เต็มพิธี เต็มพลังจิตวิญญาณ แต่ขนาดนี่น่ารักกำลังใช้จริงๆ

    แม่ย่ากาลีผู้มีอานุภาพ สำหรับแม่ย่ากาลีนั้นเป็นครูสำคัญของสำนัก ที่พ่ออาจารย์ได้สร้างแบบเป็นทางการและเปิดบารมีไว้เป็นครั้งแรก พระแม่ย่านี้พ่ออาจารย์ท่านมักจะทำพิธีคู่กันกับครูพระสยม โดยเป็นครูทางอิตถีเทวะที่ทรงพลานุภาพแกล้วกล้าดุดันสูงสุดให้คุณได้มากที่สุด

    แม่ย่านั้นมีอานุภาพแรงกล้า ท่านจะคอยปราบปรามสิ่งชั่วร้าย ทุกข์โทษโทสาทั้งหลายเข้าไม่ถึงตัว ด้วยแม่ย่านั้นเป็นเทวีที่มีอานุภาพสูงสุดทรงไว้ด้วยพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ สามารถขจัดศัตรูตลอดจนทำลายอุปสรรคขัดขวางให้แก่ผู้บูชาได้ ใครโดนกลั่นแกล้งใส่ความ กระทำด้วยทุจริต ชีวิตโดนรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่อย่างใด ท่านแก้ไขได้หมด หรือแม้แต่คุณไสย ไสยศาสตร์มนตร์ดำชาติไหนภาษาใด พ่ออาจารย์ท่านว่านี่พ่ายแพ้อานุภาพของท่านไม่มีได้กิน ซ้ำยังปรับเสริมแก้ไขอุบาทว์ตัวทุกข์ตัวเคราะห์ตลอดจนสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งภายในภายนอกด้วย

    เพราะท่านมีคุณถึงปานนี้ถึงกับว่าผู้บูชานั้นจะไม่เจออุบัติเหตุร้ายแรงสิ่งใดเลยมาแพ้วพาลกับชีวิต จะไม่เจอเหตุที่ทำให้ตื่นตระหนก ไม่พบสาเหตุใดที่นำเราออกจากชีวิตอันสันติและผาสุกจากการครองเรือน นอกจากการกันแก้อาถรรพ์ร้ายล้างบางอวิชชา ให้โทษกับมารยาทุจริต ประทานพลังอำนาจให้กับผู้ทรงธรรมสุจริตแล้ว พระนางยังปรารถนาจะเติมเต็มความรู้สึกรักใคร่ชอบพอของเหล่าผู้ศรัทธาให้สุขสมหวัง

    พ่ออาจารย์ท่านมักจะกล่าวว่าพระนางนั้นให้ค่ากับคำว่าความรักและความรู้สึกมาก มากเกินจะทำความเข้าใจได้ทีเดียว ในทางกลับกัน หากผู้บูชาเข้าใจนัยยะที่แฝงอยู่ในรูปกายอันเสียสละและทรงพลังอำนาจของพระนาง สามารถรักพระนางได้ดุจแม่บังเกิดเกล้า ค่าของความรู้สึกนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย สายสัมพันธ์แม่ลูกนั้นมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งเป็นสายสัมพันธ์ที่มีต่อมหาเทวีอันเป็นร่างจำแลงของฤทธานุภาพสูงสุดในมหาศักติด้วยแล้ว พ่ออาจารย์ท่านว่าการได้เป็นลูกท่านและรับการอุ้มชูนั้นถือว่าคุ้มค่าโดยแท้ เพราะแม่ยอมปกป้องลูกเสมอ และแม่ยอมให้ลูกได้ทุกสิ่ง

    กาลี คำๆนี้หากกล่าวเฉยๆ ในความรู้สึกคนฟังนับว่าเลวร้ายนัก ด้วยมีความเข้าใจผิดสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน ว่าการบูชาพระนางจะต้องสังเวยด้วยเลือดบ้าง ต้องใช้เลือดสาวพรหมจรรย์บ้าง ก็สุดแท้แต่จะเชื่อตามลัทธินิกายใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้มีการสังเวยพระนางด้วยชีวิตมนุษย์มายาวนานนับร้อยนับพันปี ซ้ำยังมีความเข้าใจว่าพระนางนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งอำนาจมืดและความชั่วร้ายต่างๆ เพราะว่ารูปลักษณะของพระนางนั้นดูอย่างไรก็แตกต่างจากมหาเทวีทั่วไปอย่างพระลักษมี พระสุรัสวดีเป็นอาทิ ด้วยว่ามีรูปลักษณะเช่นนั้น คนจึงยิ่งเข้าใจว่าพระนางเป็นเทพแห่งไสยศาสตร์มนต์ดำ ตันตระ ความมืดอำนาจมืดต่างๆ เสริมให้คนที่เป็นศิษย์คิดบูชานิยมกันอยู่ในซ่องโจรบ้าง พวกที่ประกอบกรรมทำชั่วต่างๆบ้างๆ พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าคนที่ทำผิดคิดอุบาทว์ ไปบูชาแม่ย่า สุดท้ายไม่มีตายดีกันซักคน ทั้งนี้เพราะเหตุผลสองประการ หนึ่งคือเพราะท่านไม่ใช่ สองคือเพราะท่านไม่ชอบ ไม่ใช่ในที่นี้หมายถึง ไม่ใช่ตัวตนในรูปแบบที่ความรู้สึกมนุษย์เข้าใจและพยายามจะให้ท่านเป็น ไม่ชอบคือ ท่านไม่ชอบคนใจบาปหยาบช้ากระทำการอกุศล ดังนั้นแม่ย่าจึงเป็นมหาเทวีที่จะเข้าถึงได้ด้วยความเพียร ความศรัทธา ตลอดจนคุณธรรมความดีเฉกเช่นเทวะพระองค์อื่น

    ด้วยว่าพระพิมพ์นี้เป็นการประดิษฐานรูปครูสำคัญไว้โดยเฉพาะแม่ย่ากาลีนั้น ที่พ่ออาจารย์ท่านตั้งใจสร้างเพราะท่านอยากให้ทุกคนสุขสมหวังไม่ว่าจะในเรื่องใดก็ตาม ให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้ อย่างเช่นเรื่องความรักของแม่ย่า* สำหรับแม่ย่านี้พ่ออาจารย์ได้แยกมาประกอบพิธีบูชาอัญเชิญปลุกเสกให้พระรูปมีภูติพระเจ้าของพระนางกาลีสถิตย์ทุกองค์ ท่านว่าแม่ย่านี้มีอาถรรพ์สูงมีความรักความเป็นห่วงลูกหลานอย่างจริงใจและรุนแรง ให้คุณมาก ให้ผู้บูชาอาราธนาบูชาด้วยความรักและจะเห็นเองว่าแม่รักลูกเป็นอย่างไร

    พ่ออาจารย์ท่านเสกไว้ครบ มีเทวานุภาพเด่นทางด้านข่มสะกด ปราบไพรี สะกดเภทภัย พ่ออาจารย์ท่านว่าแม่ย่านี้สำหรับศิษย์ที่ศรัทธาและยึดถือท่านเป็นที่พึ่งแล้ว ท่านมักจะประทานพรด้วยอำนาจอันไม่อาจยับยั้งเรียกว่าเป็นแม่ผู้ให้ชนิดไม่ลืมหูลืมตาก็ว่าได้ ด้วยหากผู้ใดบูชาจนพระนางพอพระทัยท่านก็มักจะประทานพรชนิดลืมตัวและให้ผลไวกว่าการบูชาเทพองค์ใดเพราะแม่ย่าเป็นลักษณะอำนาจของการปลดปล่อยผู้มีศรัทธาออกจากความเลวร้ายทั้งปวง เป็นอำนาจแห่งการปกป้องในฐานะแม่ที่แสดงออกมาอย่างเกรี้ยวกราดซึ่งอยู่เหนือเหตุผล กฏเกณฑ์วัฏจักรและอำนาจความสมดุลทั้งหลาย พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าท่านเชื่อว่ามนุษย์ทุกวันนี้หลายคนมีชีวิตที่เรียกว่าทุกข์จนเสียสมดุลไปแล้ว เจอเรื่องหนักๆ เจอสิ่งเร้า เจออุปสรรคใหญ่ๆที่สู้ชีวิตต่อไปไม่ไหว สำหรับยุคแปดในปัจจุบันซึ่งมีภัยพิบัติและภยันอันตรายต่างๆมากมายรวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน ท่านว่าต้องใช้แม่ย่านี่แหละ ขอให้ท่านผลักดันเราให้พ้นจากสภาวการณ์เลวร้ายต่างๆด้วยอำนาจเกรี้ยวกราดของผู้เป็นมารดาเท่านั้น




    โดยปกติเครื่องรางเกี่ยวกับพระแม่ย่านี้ พ่ออาจารย์ท่านจะไม่ได้ออกให้ใครบูชาเท่าไหร่ จะมีบ้างก็เฉพาะคนที่ถามกันเข้ามาหรือแจ้งความประสงค์ว่าอยากได้ไว้เคารพสักการะจริงๆท่านก็จะลงตะกรุดขอบารมีแม่ย่าให้สมัยก่อน ซึ่งตะกรุดแม่ย่ากาลีนี้เป็นตะกรุดที่ก่อประสบการณ์มาก ที่ว่ามากนั้นเพราะเล่ากันสามวันก็ไม่จบ โดยผู้ที่ได้รับไปก็นำไปบอกกล่าวกันต่อ มาขอให้ท่านทำเพิ่มบ้าง ให้ญาติพี่น้องบ้างกระจายกันไปทั่ว เค้าไม่ได้เข้าใจเลยว่าท่านทำให้เฉพาะกิจ แต่ด้วยความเมตตาพอใครขอมาก็สนองตอบทำให้เขาไป จนในที่สุดบางท่านถึงกับจองบูชากันมาเป็นร้อยดอก ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบพ่ออาจารย์ท่านจึงหยุดลงตะกรุดแม่ย่าเสียแต่นั้นมา แม้ใครถามท่านก็ไม่เคยทำอีก และไม่เคยตอบรับใดๆ ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าแม้เพียงตะกรุดยังขลังถึงปานนี้

    ดังนั้นเมื่อท่านทำตะกรุดแม่ย่าให้ใครไปใช้ในยุคก่อน ท่านจะย้ำสั้นๆด้วยคำว่า"รัก"เสมอ แม่ย่าของท่านไม่ต้องเซ่นด้วยเลือด ไม่ต้องถวายอามิสสินจ้างใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกรักเท่านั้น เพราะในปางนี้สิ่งที่ท่านขาดจากพระสวามีก็คือความรัก เรียกว่าถวายใจ มีสายสัมพันธ์ มีความรักคให้ท่าน ท่านก็จะหยิบยื่นพลังชีวิตและความปรารถนาดีให้แก่เรา ง่ายๆเพียงเท่านี้ แม้ท่านจะไม่ได้บอกกล่าวอย่างละเอียดแต่ก็มีประสบการณ์เข้ามามากมายเกินคำว่าปาฏิหาริย์ มากจนกระทั่งบางครั้งคนเดียวขอบูชาร้อยดอกบ้าง สี่สิบดอกบ้างก็มี สำหรับผู้ศรัทธาในสายแม่ย่ากาลี จนพ่ออาจารย์ท่านต้องหยุดทำ

    หนนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่พ่ออาจารย์ท่านนำพระแม่กาลีรุ่นแรกที่ท่านเสกเก็บไว้อย่างยาวนานตั้งแต่พิธีสมัยพระจันทรโมเลศวร(พระสยมใบมะตูม) ซ้ำยังเป็นชุดพิเศษที่ท่านทำไว้ด้วยการฝังตะกรุดมนต์เฉพาะบทพิเศษของพระแม่ ซึ่งตะกรุดนี้ก็คือตะกรุดที่ท่านเลิกทำไปแล้ว เป็นตะกรุดที่ก่อประสบการณ์มาก เป็นตะกรุดในสายบารมีพระแม่ที่จะหาใครทำเสมอเหมือนได้เป็นไม่มีอย่างแน่นอน เป็นเป็นตะกรุดแห่งความรัก ความห่วงหาอาทร ความปราถนาดีและสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาที่จะมีเกิดขึ้นแก่บุตร พ่ออาจารย์ท่านจึงเน้นย้ำก่อนออกให้บูชาว่า "ชุดนี้จะเป็นชุดประสบการณ์ เพราะคนที่เอาไปแขวนคอเขาจะพบเจอสัมผัสลี้ลับ ด้วยเจตน์จำนงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เขาจะได้ดีเพียงไหนอันนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเขาแล้ว ว่าเขาจะรักและให้ค่าทางความรู้สึกและจิตวิญญาณกับคำว่าแม่ได้มากมายเท่าไหร่ เราบอกได้แค่ว่าให้รักท่านเหมือนแม่แท้ๆ เดี๋ยวจะสนิทกันเอง อะไรก็ล้วนจะดีไปหมด จะเจริญก้าวหน้าง่าย ชีวิตมีโชคอย่างง่ายๆ จะมีความรักง่ายๆ เปลี่ยนผันศัตรูเป็นมิตรได้ง่ายๆ... พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งรักกันมากอะไรมันก็ง่ายถึงปานนั้น เพราะไม่มีหรอกซักเรื่องที่แม่จะไม่เดือดร้อนแทนลูก"

    แม่ย่ารุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านทำให้มีขนาดเล็กสวยงามห้อยกำลังดีเป็นศิลปะแบบชาวบ้าน สวยมีเสน่ห์คลาสสิคแบบงานโบราณที่ของใหม่ๆจะทำไม่ได้ ซึ่งองค์พระนั้นก็จะมีขนาดจิ๋วๆเพียงใหญ่กว่าพระนาคปรกใบมะขามไม่มาก ท่านว่าเล็กพริกขี้หนู เพราะมีบารมีเต็ม และเราเชิญท่านมาทำให้เองเสกกันจนอัดไม่เข้าแล้ว ท่านว่าใครเอาไปเพียงแค่ห้อยเฉยๆอำนาจบารมีแม่ย่าเขาก็จับตัว สัมผัสกายพร้อมที่จะปกปักรักษาแล้ว รุ่นนี้ท่านจึงเน้นตลอดว่าใช้งาย ถ้าเป็นคนมีหัวใจ รักแม่เป็นนี่ใช้ได้เลย

    คาถาบูชา
    โอม ชยะตีมหากาลี ชยะตีอาธยะกาลีมาตา ชยะรูปะประจัญทิกา มหากาลิกะเทวี ชยะตีรักตาสะนะ เราทะระมุขี รุทะรานี อริ โศนิตขะไประ ภะระนี ขัททะคะ ธรณี ศุจี ปาณนี ฯ

    เหรียญรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเราเน้นเป็นพิเศษ ด้วยเป็นอำนาจแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของแม่ย่าท่าน ดังนั้นคนใช้จึงแพ้ไม่เป็น ด้วยแรงครูหนุนนำคุ้มเกล้าคุ้มเกศไปแข่งอะไรใครเขาก็ชนะหมด ไอ้ความเชื่อที่ว่าตัวเราต่ำต้อยแข่งกะใครเขาก็ย่อยยับ เพราะแข่งเรือแข่งพายมันแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาย่อมแข่งกันไม่ได้แบบนั้น ท่านว่าตัดทิ้งมันไปได้เลยเพราะวาสนาของแม่ย่านี้ ใครก็มาแข่งกับท่านไม่ได้ ชนะโลก ชนะอสูร ชนะเทวดา เมื่อท่านคุ้มเราท่านก็จะดลให้คนใช้มีแต่คำว่าชนะๆๆ ชนะโชค ชนะชัย ชนะไพรี ชนะวาสนา ชนะชะตากรรม และเมื่อเป็นลูกแม่ย่าแล้วก็ต้องชนะอย่างราบคาบเท่านั้น

    *** เหรียญหล่อรุ่นนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าควรจะใช้อย่างน้อยคนละสององค์ถึงจะดีเป็นที่สุด องค์หนึ่งนั้นท่านให้อาราธนาไว้ในบ้าน ในถิ่นที่อยู่ของตน ตรงหิ้งพระหรือหิ้งเทพที่ตนเองกราบไหว้บูชา พ่ออาจารย์ท่านว่าประดิษฐานท่านไว้ตรงนั้นให้ท่านล้างบางอวิชชาพลังงานเลวร้ายทั้งหลายเพื่อจะขับส่งพลังงานบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณสูงสุดให้เกิดขึ้นและเป็นมหามงคลแก่สถานที่อันเราพักอาศัยเพื่อเชื่อมต่อพลังงานนั้นเข้ากับเรา ท่านว่าถ้าที่พักมีอาถรรพ์เยอะนอกจากที่ไม่ดีแล้ว คนที่อยู่ก็จะแย่ลงๆไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ส่วนอีกองค์นั้นท่านว่าให้อาราธนาไว้ติดคอ ติดตัวตลอดขอความรักขอบารมีแม่ย่าท่านเปลี่ยนชีวิตเรา สำหรับใครที่จะบนอะไรแม่ย่านั้นจริงๆแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าไม่ต้องบน แต่ถ้าอยากหรือทนไม่ไหวมีเรื่องใหญ่อะไรจริงๆก็ให้บนด้วยมาลัยดอกกุหลาบหรือจะเป็นน้ำแดงซักแก้วง่ายๆเท่านี้ก็ได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2019
  4. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    พญาลูติกาขย้ำเหยื่อยันต์แปดทิศชุดพิเศษ
    (อุดผงยาดักมนุษย์สมบัติ)


    ให้บูชา 800 บาท

    ปิดรายการแล้วครับ


    IMG_20191018_215036.jpg IMG_20191018_215106.jpg
    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน-เจ้าหลุมดำ-พ่ออาจารย์พล.548127/page-18#post-10744765

    วิชาพญาลูติกาหรือแมงมุมล่อเหยื่อ ดักเหยื่อ ขยำเหยื่อนี้ก็เรียก เป็นวิชาพิเศษของพ่ออาจารย์ท่าน ที่เน้นใช้งานจริง เร็วจริง ให้ผลจริง เกี่ยวกับการใช้งานให้เครื่องมงคลช่วยล่อ ช่วยดัก บุญวาสนาและสิ่งดีงามรวมไปถึงทรัพย์โภคสมบัติและโชคลาภทั้งหลาย

    โอกาสสำคัญในวาระสุดพิเศษนี้ที่หลายคนถามหาแต่พลาดพระเจ้าประทานธรรมไปนั้น พ่ออาจารย์ท่านให้นำแมงมุมชุดพิเศษ ชุดเล็กที่ท่านทำเข้ากับยาดักมนุษย์สมบัติไว้ เป็นแมงมุมชุดแรกที่ท่านเทขึ้นอุดผงยาและลงวิชาพิเศษเพื่อแก้ทาง แก้ปัญหา แก้วิชา ของคนทำมาหากินไม่ขึ้นเพื่อให้คนที่ชอบสายดูด สายดัก หรือหวังประสบความสำเร็จในมนุษย์สมบัติทั้งปวงได้อาราธนา

    แมงมุมชุดพิเศษนี้เราเรียกว่าชุดยันต์แปดทิศ ที่พ่ออาจารย์ท่านสร้างตามลักษณะใยและการดักของยันต์แมงมุมให้มีอานุภาพดักแปดทิศ ติดแปดเรื่อง ได้แก่
    - ชื่อเสียง ตำแหน่ง อำนาจ ความเจริญรุ่งเรือง
    - ความสุขสมหวังทางชีวิตคู่
    - ความสำเร็จของบุตรธิดา บริวารปรองดอง
    - ความช่วยเหลือเกื้อกูลย์เวลาตกที่นั่งลำบาก
    - ความเจริญในกิจอาชีพ
    - ความรู้การบ่มเพาะตนเอง
    - ความปรกติสุขของครอบครัว สุขภาพแข็งแรง
    - ความมั่นคงในชีวิต


    ท่านว่าชุดนี้ท่านแก้เคล็ดคนใช้ด้วยการเอาแมงมุมมาลงจารอักขระเรียกสูตรนะมีในทิศก่อนจะอุดผงยาดักมนุษย์สมบัติ ท่านว่าเมื่อเสกแล้วพลังงานทั้งหมดย่อมเชื่อมต่อกันเป็นแรงดึงดูดจากนะมีในทิศกลายเป็นมั่งมีในทิศทั้งแปด ตัวนี้ท่านว่าดีมาก อยู่ทิศไหนก็มั่งมี อยู่ทิศไหนก็ได้ ก็ดักติด ได้ดักเหยื่อ ล่อเหยื่อ ขย้ำเหยื่อไม่คลาดแคล้ว

    นอกจากนั้นพ่ออาจารย์ท่านยังได้ลงตะกรุดวิเศษสองดอกกำกับแมงมุมชุดพิเศษไว้ ดอกหนึ่งคือดักวาสนา ดอกที่สองคือดักเงิน ท่านว่าเอาเอาตรงๆมีเงินมันก็ดุจมีทุกสิ่ง ดักเงิน ดักโชคลาภให้อยู่กับตัวเราและเพิ่มวาสนาไปเรื่อยๆต่อยอดให้มากขึ้นเท่านี้ แมงมุมชุดนี้ท่านจึงว่าเป็นที่สุดจริงๆทั้งด้วยวิชาแมงมุมรวมไปถึงกลคาถามั่งมีในทิศทั้งแปด ทั้งยังผงยาดักมนุษย์สมบัติและตะกรุด ท่านว่า"สมบูรณ์ด้วยมายา เป็นพยนต์ที่มีฤทธิ์มาก" ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านอุทานว่า"แมงมุมชุดนี้ให้คุณมากเกินกว่าจะประมาณการณ์ใดๆได้"

    ทำไมหลายๆคนถึงขนาดกล่าวขานว่าเป็นไอเท็มที่โกงสุดๆ ...ก่อนอื่นก็จะขอนำวิชาแมงมุมของพ่ออาจารย์ท่านมาลงไว้อีกคำรบหนึ่ง ให้พิจารณกัน
    ***......เมื่อกล่าวถึงวิชาสายธรรมเวทย์ ที่เป็นบทวิชาสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับความสุขอย่างหยาบทั้งหลายที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตไม่ใช่สิ่งปราณีตสูงสุดคือบรมสุขหรือพระนิพพาน ด้วยวิชาสำคัญนั้นทำไมถึงเปลี่ยนชีวิตคนได้ง่ายๆ วิชาอะไรที่ทำให้ฐานะเปลี่ยนแปลง ไม่เหนื่อยและไม่ต้องลงแรงมาก เครื่องมงคลอะไรที่เป็นทั้งเหยื่อล่อแล้วก็ใช้ล่อเหยื่อในเวลาเดียวกัน ใช้เพื่อการกินเหยื่อแบบกว้างๆตามแต่จะอธิษฐาน เปรียบเปรยทำนองว่าลงแรงทำอะไรต้องได้ผล แม้อยู่กับที่ยังต้องอิ่ม ต้องได้กิน ไม่ถูกคนอื่นแย่งกิน เป็นวิชาเกี่ยวกับการกางอาณาเขตในทิศทั้งแปดเพื่อทำการสร้างพื้นที่พิเศษ เอาไว้ทำการดักจับหรือที่เราเรียกว่าสร้างเหยื่อล่อไว้ล่อเหยื่อก็เรียก

    พญาลูติกาล่อเหยื่อที่ท่านหล่อขึ้นมาจากยันต์วิชาเฉพาะทางอันเป็นวิชาบังคับในการทำแมงมุมนี้ วิชาแมงมุมนั้นสำคัญอย่างไร “แมงมุมเป็นสัตว์สะอาด อาหารของมันเป็นอาหารที่หมดอายุแล้ว แมงมุมไม่ใช่นักล่าที่แสวงหาชีวิตของผู้อื่นกินเป็นอาหาร เหมือนสัตว์อื่น เพราะแมงมุมจะชักใยดักเหยื่อไว้ ในที่ๆเหยื่อจะมองเห็นได้ ไม่ใช่ว่าซ่อนหรือดักไว้ในที่ลับตา” แมงมุมจะคอยเฝ้าเหยื่อที่อยู่ปลายใยของตัวเอง จะไม่เห็นแมงมุมวิ่งไปรอบหรือไล่เหยื่อให้มาติดใยที่ปลายใยของตนเอง แต่เหยื่อจะเข้ามาติดใยเองเพราะหมดบุญหรือถีงที่ตาย ซี่งเมื่อเข้ามาติดในใยแมงมุมแล้วนั่นคืออาหารที่แมงมุมจะกินเพื่อต่อชีวิต แมงมุมจะกินของเหลวในตัว ซากที่เหลือจะทิ้่งลงมาด้านล่างเพื่อเป็นอาหารของมดและแมลงเล็กๆด้านล่าง ไม่เสียเปล่าประโยชน์.....พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้สำคัญ มีความหมายลึกซึ้งทุกด้าน นั่นคืออยู่เฉยๆก็มีเข้ามาป้อนถึงปาก ลงแรงครั้งเดียวก็มีเข้ามาเรื่อยๆ มีมาให้กินถึงที่ แม้จะรู้ว่าเป็นกับดักติดแล้วต้องตายก็ยังมีเหยื่อเข้ามาพร้อมที่จะติดตลอดเวลา

    พ่ออาจารย์ท่านปลุกเสกพญาลูติกานี้จนมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ในนิมิต เป็นการสำเร็จวิชาแมงมุมชักใยขั้นสูงสุดก่อนนำมาอุดยาดักนี้ ท่านว่าใยแมงมุมนี้ดักจับได้ในธาตุทั้งสี่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีก็ตาม เป็นแรงดึงดูดที่แผ่อำนาจออกไปทุกสารทิศ ดุจจุดที่เรายืนอยู่คือมิติของแมงมุม คืออาณาเขตของเรา เปรียบตัวเราเป็นแมงมุมท่านเปรียบเหยื่อกับลาภสักการะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนกระทำกิจใด ลาภสักการะย่องไหลหลั่งมาไม่ขาดสายทีเดียว ท่านว่าเมื่อแมงมุมชักใยล่อเหยื่อให้เข้ามาติดกับ แม้จะอยู่ในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจน ก็ยังมีเหยื่อเข้าติดใยด้วยอำนาจดึงดูดและชักชวนเข้าหาสอดผสมกัน ดุจเราคนใช้ แม้พิจารณาเห็นว่าจะไปทำด้วยเล่ห์และวิธีใดเพื่อประโยชน์ในกิจของชีวิตแต่ละคน ท่านว่าให้เปรียบตัวเราเป็นแมงมุมกินเหยื่อ จะเอาไปใช้ด้านใดทั้งการเจรจา จีบสาว การทำงาน ธุรกิจ การพูดคุยที่มีผลประโยชน์ ทุกคู่สนทนา ทุกคนที่เราเข้าหา เขาทุกคนคือเหยื่อที่ติดใยรอเรากินทั้งหมด ท่านว่าวิชานี้สำคัญเพราะมันได้กินแน่นอน เขาหนีไม่รอดเลย

    ท่านได้อุดแมงมุมด้วยผงยาดักมนุษย์สมบัติ ท่านว่าผงนี้มีคุณอย่างประเสริฐ ถ้าใครหวังเอาดีทางโลก ปรารถนาชีวิตแบบคฤหัสถ์ที่สุขสบายก็ให้ใช้บูชาเถิด บรรพชิตอย่าได้แตะต้องเลย ด้วยผงยาดักนี้จะนำมาซึ่งลาภ ยศ สุข สรรเสริญ อันเป็นเหตุเพิ่มพูนความสำเร็จทุกสิ่ง ปัจจัยความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์มี 8 ประการ คือมนุษย์สมบัติทั้งแปด เรียกว่าสมบัติแห่งความเป็นมนุษย์ที่ทำบุญมาดีแล้ว
    1. รูปร่างหน้าตาสวยงาม ครบบริบูรณ์
    2. มีทรัพย์สมบัติมาก บริบูรณ์ ไม่ขาดแคลน ขัดสน
    3. มียศถาบรรดาศักดิ์ เกิดในตระกูลสูง
    4. มีเกียรติยศชื่อเสียง เป็นเคารพยกย่อง
    5. มีเพื่อนที่ดี มีบริวารมาก
    6. ฉลาด มีสติปัญญาดี แก้ปัญหาเก่ง
    7. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์
    8. มีอายุยืนยาว
    มนุษย์สมบัติทั้งแปดประการนั้น แม้ผู้ใดทำมาดีแล้ว มีมาแล้ว ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายทั้งนี้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบารมีต่อไป พ่ออาจารย์ท่านว่าคุณสมบัติทั้งหมดนั้นให้ผลต่อเนื่องกันใครมีครบก็ถือว่าเกิดมามีบุญ เป็นผู้ใหญ่ ทำการณ์ใหญ่ สมบูรณ์ด้วยยศ วาสนา บรรดาศักดิ์ มีอำนาจมาก ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็เจริญรุ่งเรือง ล้มไม่ได้ พ่ายไม่เป็น แต่หากใครบกพร่องขาดสิ่งใดไปแล้ว บางคนแม้พากเพียรทั้งชีวิตก็ไม่อาจจะมีขึ้นมาได้ซักข้อหนึ่ง ท่านจึงทำผงยาดักมนุษย์สมบัติขึ้นเพื่อเติมเต็มกระบวนการพื้นฐานทุกสิ่งตามที่มนุษย์ขาด ตามที่ควรจะมี ควรจะเป็น

    ผงยาดักมนุษย์สมบัตินี้ นอกจากจะเติมเต็มความบริบูรณ์ทางคุณสมบัติความเป็นมนุษย์แล้ว ยังใช้ได้อีกมากมายหลายทางโดยเฉพาะทางเมตตามหาเสน่ห์ด้วย ถึงขนาดที่พ่ออาจารย์ท่านออกปากว่าถ้าไม่ทำของเปลี่ยนลิขิตฟ้า ผงนี้ควรจะเอาไปกดขุนแผนซักรุ่นเสียจริงๆ ด้วยผงนี้ท่านว่าผู้ใดได้ครองก็นับว่าเป็นเสน่ห์ พกพาไว้ก็มีสง่าราศี จะเจรจาสิ่งใดก็ดี ซื้อง่ายขายคล่อง ยิ่งเฉพาะเพศตรงข้ามหรือแม้แต่เพศเดียวกันล้วนรักใคร่เมตตา ที่ว่าเป็นผงยาดัก นั่นคือผงยาที่มีฤทธิ์รุนแรงทางใจ ทางมายาศาสตร์ ถึงขั้นว่าอยากได้ใครเอาผงนี้แช่กับน้ำมันเพียงเท่านั้น ใช้ป้ายได้ทั้งสิ้น ป้ายไว้ตรงไหน ไม่เลือกว่าจะที่ใด ใครที่เราปรารถนา ใครได้จับ ได้สัมผัส ล้วนมีใจโอนอ่อนผ่อนตามอารมณ์ของเราผู้ต้องประสงค์ คนสมัยเก่ามักจะใช้กันเช่นนี้ ทั้งป้าย ทั้งดีด มีอิทธิคุณยิ่งนัก พ่ออาจารย์ท่านว่าดักได้ทุกสิ่งด้วยมติแห่งครูบาอาจารย์ ท่านเกรงวิชาจสูญไปครั้นจะทำให้ใช้ก็กลัวเป็นบาปกรรม จะเอาไปเล่นทางเสน่ห์ก็กลัวจะเสียของกันไป จึงเอามากดเป็นองค์พระให้หมดสิ้น ผู้ใดได้ครอบครองพระเนื้อผงยาดักมนุษย์สมบัตินี้ ท่านให้ตั้งจิตปรารถนาให้ดี ชีวิตขาดตกบกพร่องอะไร เรียกง่ายๆคือไม่มีอะไร ก็อธิษฐานดักเอา ท่านว่าดักได้ทุกสิ่ง ขาดทรัพย์ก็หมายทรัพย์ ขาดคู่วาสนาก็หมายคู่เรียงเคียงหมอน ขาดมิตรภาพ ขาดบริวาร ขาดวาสนา ขาดบารมี ขาดสุขภาพที่ดี สิ่งใดๆในโลกนี้ล้วนแต่ไม่เกินก็ขาด หากสิ่งใดขาดท่านว่าตั้งจิตปรารถนาบอกเสด็จพระใหญ่ ขออานุภาพยาดักนั้นให้คุณเปลี่ยนแปลงชีวิตเราทางไหนก็ว่าไป ด้วยคุณพระ คุณยา คุณครูบาอาจารย์ดลให้เป็นไปด้วยพุทธานุภาพ ทุกสิ่งย่อมสมแก่ใจ...


    นอกจากจะดักและปรับเปลี่ยนพื้นฐานชีวิตให้อยู่ในความสมควรตามกรอบสูงสุดของมนุษย์สมบัติอันควรจะมีแล้ว ยังแผ่อำนาจออกไปในมหาทิศทั้งสี่กับอีกสี่ทิศย่อยด้วยวิชาแมงมุมชักใยเมื่อส่งเสริมเข้ากับอานุภาพของยาดักแล้ว ท่านว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องห้าม นั่นคือข้างบนเขาห้ามไม่ให้เราพูด บอกคร่าวๆได้แค่เป็นวิชาดักซ้อนกับดัก นั่นคือดักได้ทุกสิ่งไม่หลุดรอด ขอเพียงคนใช้ตั้งความปรารถนาดีๆ ท่านว่าขึ้นอยู่กับใจตัวเองนั่นแหละว่าปรารถนาสิ่งใด

    คาถาบูชา
    นะกะรีกะรานังบังเกิด โอมจิตรามณีมหามันตรานัง ปัญจะทานังยะสัง ทาสาทาสีโกมัง ปัสสันติสิเน่หัง มาตาปุตตังวะโอรสัง สัพเพชนา พหูชนา สัพเพปุริสา พหูปุริสา สัพเพอิตถี พหูอิตถี สุวันนะระชะตัง มะหาสุวันนะระชะตัง อังคะตะเศรษฐี มหาอังคะตะเศรษฐี มิคะตะเศรษฐี มะหามิคะตะเศรษฐี ปุริเศษะวา อิตถีวา พราหมมะณีวา มะอะอุ มานิมามา สาวังคุณณังภวันตุเม สาวังคุณณังภวันตุมา


    ท่านว่าวิชาแมงมุมนี้คนที่ใช้ก็กลายเป็นยอดของคน เจริญรุ่งเรืองอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพเขาทั้งสิ้น ก็มีเอาไว้ให้เฉพาะผู้ที่มีปัญญาและวาสนาร่วมกัน เพราะวิชาเช่นนี้ท่านว่าทำไม่ได้บ่อย ทุกอย่างล้วนมีแต่ข้อห้ามเพราะครูท่านไม่อยากให้ทำมาก จึงตั้งใจทำหนนี้ครั้งเดียว ท่านจะอธิษฐานผูกจิตให้ดุจเราคนใช้เป็นแมงมุมที่คอยชักใยล่อเหยื่อ ท่านว่าสุดแต่ใจจะใช้งานคิดว่าอะไรคือเหยื่อก็คือสิ่งนั้นที่จะติดใยหลีกหนีไม่ได้

    * พญาลูติกาชุดนี้เป็นชุดพิเศษ ที่พ่ออาจารย์ท่านลงวิชาไว้พิเศษจริงๆเพื่อให้คนอาราธนาได้มีโชค วาสนาดีเพราะเขาให้คุณแรงกว่า หนักกว่า ท่านว่าทำไว้หนเดียวบูชากันให้ดีชีวิตก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ
    วิธีใช้

    - จำเป็นต้องอาราธนาไว้ภายในที่พักอาศัยหนึ่งตนเพื่อแก้เคล็ดปรับเปลี่ยนรูปแบบอำนาจพลังงานต่างๆที่จะมากระทบและให้ผลดีร้ายกับชีวิตเรา
    - อาราธนาไว้ประจำกายหนึ่งตนเป็นสื่อให้เกิดโชคลาภวาสนาเนืองนองแก่การออกไปดำเนินชีวิตของเรา ท่านว่าไว้ต่ำได้ใส่เอวหรือติดกระเป๋ากางเกงได้ตามแต่จะสะดวก
    - ถ้ามีสถานที่ทำงานก็ให้นำไปติดไว้ หรือสถานที่พิเศษที่มีพลังงานลบรุนแรงด้วยหลักฮวงจุ้ย ท่านว่าพญาแมงมุมชุดนี้แก้ไขได้ทั้งสิ้นบอกได้เท่านี้


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 ตุลาคม 2019
  5. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    น้ำมันอาญาสิทธิ์ตราประทับหักด่านสามโลก
    (บรรณาการสวรรค์ทะลวงวาสนาจัดเต็ม)

    ให้บูชา 3500 บาท

    ปิดรายการนี้ครับ

    หมายเหตุ รายการนี้ผมมีใช้ไปบ้างครับ ตามรูปที่ถ่ายมา แต่ไม่เคยเติมน้ำมันเพิ่ม
    จึงให้บูชาในราคาที่ต่ำกว่า ที่ผมได้บูชามานิดหน่อยครับ


    IMG_20191018_215601.jpg IMG_20191018_215633.jpg IMG_20191018_215444.jpg IMG_20191018_215538.jpg

    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน-เจ้าหลุมดำ-พ่ออาจารย์พล.548127/page-25#post-10951976

    สีผึ้งมันทำให้อาคมซึมเข้าเนื้อเข้าตัวแต่ก็ยังไม่ไวเท่าน้ำมัน
    พ่ออาจารย์ท่านไม่ค่อยจะทำน้ำมันพุทธาคมเท่าไหร่ ด้วยท่านให้เหตุผลว่า"สำหรับคนใช้(ชีวิตเขาจะง่ายไป)" นอกจากทำยากแล้วยังต้องพิถีพิถันอย่างมาก ด้วยว่าจะมีของอาถรรพ์ที่ให้โทษหรือทำลายวิถีชีวิตผสมลงไปไม่ได้ เช่นนั้นกว่าจะทำได้สำหรับน้ำมันของท่านที่สามารถนำมาใช้ทาเนื้อทาตัวได้แล้วท่านจะพิถีพิถันอย่างมาก กล่าวได้ว่านอกจากตานอกจะมองเห็นแล้ว มวลสารวัตถุดิบแต่ละอย่างท่านต้องใช้ตาในตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกจนแน่แก่ใจ ด้วยเหตุว่าน้ำมันนั้นเพราะมันซึมเข้าตัวง่ายและอิทธิคุณในน้ำมันนั้นจะติดตัวเราไปจนตาย ดังนั้นท่านจึงไม่ค่อยออกน้ำมันชุดพิเศษเท่าไหร่


    น้ำมันอาญาสิทธิ์ตราประทับหักด่านสามโลกนั้นเป็นน้ำมันถอดอาถรรพ์โดยเฉพาะ ท่านว่าคนที่เขาใช้นอกจากจะแก้อาถรรพ์แล้วยังใช้ทะลวงวาสนาที่ไม่มีให้จัดเต็มเข้ามาในชีวิตได้ในภายหลังด้วย ซึ่งวิชาทำน้ำมันนี้ท่านว่าทำให้สำเร็จยากมากและสิ่งที่เป็นของขับพลังงานของน้ำมันจริงๆก็คือตะกรุดอาญาสิทธิ์ตราประทับนั่นเอง สำหรับน้ำมันถอดอาถรรพ์นั้นท่านว่าสามารถอธิษฐานกินได้หรือจะใช้ผสมกับอาหารที่ปรุงแล้วก็ได้ แม้ใครกินติดต่อกัน 3 วัน 5 วัน อาถรรพ์สิ่งใดๆในชีวิตที่ติดอยู่ก็จะค่อยๆดีขึ้นจนหาย ถ้าโดนคุณไสย คุณมนต์ โดนอาถรรพ์ ผีทัก ผิดผี ผิดครู ... เรียกว่าไปทำผิดอะไรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันชาติก็ตามย่อมสามารถถอดถอนให้พ้นเภทภัยได้ เช่นนั้นน้ำมันนี้จึงเน้นการใช้งานในชีวิตจริงแบบค่อยๆกิน ท่านว่าแต้มกินหรือใส่อาหารเล็กน้อยก็เอาอยู่ดั่งได้กินยาถอดอาถรรพ์ ยาเพิ่มวาสนาตำรับใหญ่นั่นทีเดียว ท่านต้องใช้ผงงา ไม้ช้องระอา ว่านขอทองแก้ ชะมดเชียง น้ำมันเลียงผา มหาปราบ ดาบพระนารายณ์ ยายอายุยืน หมื่นอุดมโชค โยกโลหิต.. ฯลฯ และว่านยาเฉพาะทางต่างๆที่เปิดเผยไม่ได้มาหุง พ่ออาจารย์ท่านว่าแต่ละตัวนั้นค่อนข้างพิเศษมีตั้งแต่ของหาง่ายแต่เอายาก ยันของที่ไม่มีปัญญาหาสุดปัญญาเอา กว่าจะรวบรวมมาหุงน้ำมันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พื่อให้มีอิทธิคุณใหญ่นั่นคือใครกินก็ได้ และยังต้องไม่เป็นอันตรายใช้แต้มผสมอาหารก็ได้

    สำหรับคนที่ชีวิตต้องอาถรรพ์มาโดยกำเนิด
    ถ้าเคยโดนของแล้วทานน้ำมันจะมีอาการร้อนภายในเนื้อตัว บ้างก็หลังร้าว บ้างก็รู้สึกตัวชา.. อาการอันจะแสดงออกมาเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เราเห็นต่างๆนาๆว่าเราโดนอาถรรพ์กัดกินชีวิตอยู่ จะด้วยว่าอาถรรพ์จากกรรมที่เราสร้างก็ดี จากเจ้ากรรรมนายเวรก็ดี จากคำสบถสาบานก็ดี จากแรงครูผิดครูก็ดี...อาถรรพ์ทั้งหลายนั่นแหละที่เล่นงานกับชีวิตท่านให้กินติดต่อกันสามสี่วันก็จะดีขึ้น ไอ้อาการที่แสดงออกต่างๆจะทรมานหรือปรากฏเป็นช่วงๆก็จะหายไปไม่มีอาการเหล่านั้นอีก นั่นคืออาถรรพ์ได้หมดไปแล้ว ได้รับการถอดถอน ในขณะเดียวกันหากคนที่ไม่เป็นเลยชีวิตไม่ได้ต้องอาถรรพ์ใดๆอะไรกินเข้าไปจะช่วยให้เวทย์มนต์ดลคาถาที่ถืออยู่ รวมไปถึงแรงครูสรรพวิทยา และเครื่องมงคลทั้งหลายที่ใช้มีพลังพุทธานุภาพแลเทวานุภาพมากขึ้น ท่านว่ายากนักที่จะหาคนเกิดแล้วเกิดอีกแต่ชีวิตไม่ต้องอาถรรพ์ใดๆเลยเหมือนเที่ยวหาหนวดเต่า หาไปก็ตายเปล่า ดังนั้นท่านจึงว่าจะมีหรือไม่มีก็ตามน้ำมันตำรับนี้ทำมาเพื่อให้กินให้ใช้จริงๆ ถ้ามีก็คิดเสียว่าถอดมันออกไป ถ้าไม่มีก็กินเป็นกำลังฤทธิ์เสริมสวัสดิมงคลให้ตัวเองจะได้จัดเต็มเปิดทางทะลวงวาสนาให้พร้อมเจอสิ่งที่สมบูรณ์แบบ

    - ตะกรุดอาญาสิทธิ์ตราประทับหักด่านสามโลก สิ่งนี้นั้นเป็นวิชาเฉพาะในสายพรหมศาสตร์ที่ครูพรหมสฮัมบดีได้สอนพ่ออาจารย์ท่านไว้ ด้วยเป็นวิชาที่จะช่วยหนุนเสริมพลังอำนาจของทุกวิชา ท่านว่าเมื่อเอามาแช่น้ำมันนั้น น้ำมันนอกจากจะแรงทวียิ่งขึ้นไปอีก แม้ตัวเราได้บริโภคอำนาจของยันต์ของวิชาก็จะหนุนพลังอำนาจในชีวิตของเราให้วาสนาเปิดออกด้วย ตะกรุดนี้ทำให้น้ำมันสมบูรณ์แล้วในขณะเดียวกันก็ทำให้คนถือมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบเช่นกัน ท่านว่าที่จริงตะกรุดนี้องค์ครูบรมพรหมผู้เป็นใหญ่ท่านสรรเสริญนัก ว่าวิชานี้มันขับพลังเข้าไปที่ดวงจิตคนใช้โดยตรง "จะทำให้จิตของผู้รับคุณวิชาเป็นอิสระไร้พันธนาการใดๆ แม้นความปรารถนาพันหมื่นก็เป็นดั่งที่คิดหวังไว้ไร้บ่วงกังวล" เมื่อทำตะกรุดแล้วด้วยโองการบรมบิดาท้าวมหาพรหมนั้นท่านว่าตอนม้วนต้องปิดผนึกเสริมพลังคุมสรรพสิ่งทั้งปวงด้วย ถึงกับไม่ไห้เรียกว่าดอกแต่ท่านให้เรียกว่าองค์ตะกรุดทีเดียว(พ่ออาจารย์ท่านว่าคิดๆก็แปลกตั้งแต่ทำตะกรุดมาแม้แต่ตะกรุดจักรพรรดิท่านยังไม่ได้สั่งให้เรียกเป็นองค์แบบนี้) ท่านพูดอย่างน่าคิดว่าว่าตะกรุดชุดที่แช่น้ำมันนี้เมื่อทำเสร็จ "ครูพรหมท่านให้คติไว้ว่าเป็นของกลาง แม้ตาจะมองเห็นแต่ก็พ้นห้วงความคิด ไม่ยึดติดอยู่ในกุศลหรืออกุศลใดๆ มันมีพลังในการพัฒนาตัวมันเองไปพร้อมๆกับการรู้แจ้งในกาย วาจา ใจ ของผู้ใช้งาน จากหยาบให้ละเอียด ทุกมิติ ทุกภพ ให้จบในกาลปัจจุบัน"(พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นวาจาของครูที่สั้นแต่มีความหมายไปไกลหลายปีแสง) เป็นวัตถุยึดเหนี่ยวที่จะทำให้คนถือครองกลายเป็นผู้เจริญรุ่งเรืองแต่ฝ่ายเดียว(ไม่ตกต่ำ) ใครมียันต์นี้จะเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องและไม่ตกต่ำเสมือนพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่ส่องสว่างทั้งเวลากลางวันและกลางคืนไม่มีเมฆปิดบังดุจแสงสว่างอันจะช่วยส่องทางส่องชีวิต ดุจแสงนำทางผู้มืดมนโหยหาให้สมความปรารถนานานัปการดั่งพ่ออาจารย์ท่านว่าไว้

    นอกจากน้ำมันและตะกรุดชุดพิเศษนี้แล้ว ในตัวน้ำมันนั้นครูบรมพรหมท่านโองการให้พ่ออาจารย์ท่านนำพ่อขุนหลักชัยแช่เอาไว้ด้วย
    - พ่อขุนหลักชัย สิ่งนี้เป็นไม้เสาหลักเมืองเก่าที่มีอาถรรพ์มาก มีคนกราบไหว้มาหลายร้อยปี ใครไปลบหลู่ก็เจออาถรรพ์ให้ชีวิตพินาศไปตามๆกัน แต่หากใครได้บูชากราบไหว้ด้วยใจเคารพนบนอบก็จะได้โชคลาภอย่างน่าอัศจรรย์ พ่ออาจารย์ท่าว่าไม้หลักเมืองเก่าแต่โบราณนั้นใต้หลุมมักจะฝังคนเป็นๆอันมีนามมงคลลงไปเป็นการทำอาถรรพ์ให้มหานครนั้นรุ่งเรือง ดังนั้นหลักเมืองที่เชิญมาประดิษฐานจึงต้องเป็นไม้อาถรรพ์ที่มีกำลังมากพอที่จะเป็นหลักแก่คนทั้งเมืองได้ เป็นหลักเมืองเก่าหลักชีวิตเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าไม้นี้มีเทวดารักษามีเทวดาอยู่ชื่อพ่อขุนหลักชัย เป็นไม้หลักเมืองที่มีความอัศจรรย์ในตัวของมันเองนั่นคือเขาลอยน้ำได้ไม่จม(ท่านว่าเมื่อครูพรหมให้นำมาแกะเป็นหลักชีวิตให้คนใช้ใส่ลงไปในน้ำมันด้วยก็เท่ากับอาถรรพ์นี้จะหนุนให้คนใช้น้ำมันชีวิตต้องลอยขึ้นในทางเดียวจะจมลงไปเหมือนก่อนไม่ได้แล้วเพราะมีหลักให้เกาะแล้วนั่นเอง) คนที่เสียหลักโบราณนั้นเขาถือว่าเริ่มชีวิตผิดมาตั้งแต่ต้นเมื่อรั้นเดินไปในทางผิดก็ต้องคิดจนตัวตาย แต่หากมีหลักให้เกาะทำได้ถูกต้องครบถ้วนตามเคล็ดของคนโบราณ ว่ากันว่าคนๆนั้นจะอยู่ในวาสนามหาสมบัติเจริญขึ้นไปชั่วลูกชั่วหลาน ใครที่ได้อาศัยหลักชัยนั้นเกาะอยู่ค้ำอยู่ก็จะมีแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒมงคลเจริญสุขในทุกๆประการ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าโบราณนั้นถือนักว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป แม้คนก็มีหลักในการใช้ชีวิตหากมองข้ามไป จะหาความสุขความเจริญได้ยากมาก ท่านว่าชีวิตใครก็ตามที่มีปัญหาแม้คนในบ้านยังมีปากเสียงโต้เถียงกัน หรืออาจมีคนเจ็บป่วยออดๆแอดๆอยู่เสมอ ยิ่งมีชีวิต ยิ่งอยู่นานก็มีแต่การนำมาซึ่งความเสื่อม ทั้งเสื่อมเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง หาความสุขอันใดไม่ได้เลย นั่นก็เพราะคนเหล่านี้นไร้หลักชัยในชีวิตเหมือนมังกรไร้หัวย่อมบินสะเปะสะปะไปทั่วไม่รู้ทิศรู้ทาง ท่านว่าพ่อขุนหลักชัยนี้เมื่อทำแล้วต้องเชิญเทพทั้งห้ามารักษาตั้งแต่ท้าวมหาพรหม พระวิษณุกรรม พระเสื้อเมืองพระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง ทั้งยังลงวิชามหาพิทักษ์ รุ่งเรืองรู้จบ ยอดมิ่งยอดขวัญ พระคลังเต็มท้อง บังโพยภัย เป็นชัยมงคล เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะมีคุณเป็นเอนกประการตั้งแต่หนุนการมีทรัพย์สินให้มีเงินทองล้นหลามมีใช้ไม่ขัดสน มีความอยู่เย็นเป็นสุขสืบไปทั้งเจ็ดชั่วอายุคน มีโชคชัย ชัยชนะ ชนะศัตรู ชนะอุปสรรคต่างๆ มีความสุขกายสบายใจ ไร้ทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล หนุนตัวให้ดีขึ้นร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุนอยู่เสมอๆ ทั้งพยุงฐานะ พยุงดวงชะตาให้ดีขึ้น ให้ความมั่นคงทำให้ชีวิตมั่นคงแข็งแรง ทั้งป้องกันภัยอันตรายต่างๆ และกลั่นกรองเอาแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามาสู่ชีวิตตน แม้คนที่ได้ไปบูชาก็มักจะฝันเห็นเทวดาทั้งห้าหรือเจ้าพ่อหลักชัยท่านมาโปรดถายในสามวันเจ็ดวัน ท่านว่าเอามาใส่น้ำมันนี้ให้บูชาก็เพื่อจะได้เสริมหลักชีวิต(เพราะปกติไม้หลักเมือง หลักชัยลอยน้ำได้ที่มีอาถรรพ์มากนี้ท่านไม่ให้กับใครเลย)ท่านว่าใครได้บูชาเจ้าพ่อหลักชัยก็มักพบกับความเจริญรุ่งเรืองดีขึ้นขึ้นแบบผิดหูผิดตาเป็นที่อัศจรรย์ใจในศาสตร์วิชาหลักค้ำชีวิตนี้ยิ่งนักจะนำไปถึงซึ่งความมีศักดิ์ศรี ชื่อเสียง เกียรติภูมิ อำนาจบารมี มีคนเคารพนับถือและยำเกรง


    นอกจากนั้นในขวดน้ำมันพ่ออาจารย์ท่านยังได้นำสีผึ้งแท้ๆของหลวงพ่อปานที่ห่านหวงแหนนักไม่ค่อยนำออกมาใช้ ท่านปั้นใส่ลงไปด้วยทุกขวด ท่านว่าให้เอาไว้เป็นพลังงานตั้งต้นนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ท่านทำวิชาสงเคราะห์เราคนรุ่นหลัง ทั้งวิชาสีผึ้งยังเป็นเมตตามหานิยม เมตตามหาเสน่ห์ คนทั้งหลายจะมาชื่นชมหลงใหลดุจดวงดาวส่องประกายแม้อยู่ในที่มืดก็มีคนแลเห็นอยากเข้ามาเชยชม เมื่อผสมลงไปแล้วน้ำมันนี้จึงมีคติทางเมตตามหานิยมอย่างเอกใช้แตะแต้มเป็นเสน่ห์เมตตา ทั้งท่านยังได้นำมาเสกในพิธีจันทร์เพ็ญอีกหลายปีทำให้มีจะมีพลานุภาพเสริมให้ผู้ใช้เป็นที่พิศมัยยินดีแก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย มีชีวิตสุกสกาวเหมือนดั่งพระจันทร์กลางฟ้ายามจันทร์เพ็ญเป็นชีวิตที่โดดเด่นท่ามกลางดวงดารา

    ด้วยเป็นวิชาแห่งครูบรมพรหมสูงสุด น้ำมันนี้พ่ออาจารย์ท่านว่ามันยังให้คุณแปลกๆอีกหลายประการเอาไปใช้จะเห็นด้วยตัวเอง..แม้ใครได้กินหรือสูดดมเป็นประจำก็มักจะระลึกชาติได้ดุจได้สูดดมดอกปราริชาติพฤกษาสวรรค์ ทั้งยังจะระลึกรู้ถึงบุญกุศลบารมีของตนเอง ผู้ใดได้ครอบครองน้ำมันที่มีตะกรุดชุดพิเศษของครูพรหมนี้ทำอะไรครูก็รักษาดุจเรานั่งอยู่กลางใจครูกลางใจพระะพรหม ทั้งยังช้แต้มเพื่อที่จะขจัดฟาดฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆให้มลายสิ้นไปก็ได้...***ท่านว่าให้จำเอาไว้ว่าน้ำมันนี้สำคัญนัก อะไรที่ประนีประนอมไม่ได้จริงๆในชีวิตเรามันก็จะบังคับหักมาให้เราโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆเลย(ในส่วนนี้ท่านพูดไม่ได้มันไม่สมควรทั้งๆที่มีความสำคัญมาก ท่านว่าให้ใช้ไปเดี๋ยวจะรู้เองเช่นนี้จึงเรียกว่าหักด่านสามโลก) ท่านว่าใช้ได้สารพัดก่อนใช้ให้ระลึกถึงพระคุณเทพพรหมทั้งปวงจักบังเกิดสิริมงคลไม่รู้จบ ท่านว่าน้ำมันนี้ฉันทำให้เธอใช้ เพื่อแก้ เพื่อถอด เพื่อถอน ของไม่ดีออกจากตัว ในส่วนของพ่อขุนหลักชัยนั้น "ยิ่งแต้มยิ่งได้ ยิ่งขอยิ่งรวย" พ่อขุนหลักชัยท่านจะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่หวังไว้ ขอเพียงบูชาด้วยความศรัทธา หมั่นรักษาสัจจะ สิ่งที่หวังไว้จักสำเร็จได้ไม่ยาก แม้ขอสิ่งใดก็ให้มีมารยามรู้กาลควรไม่ควรเพราะอย่าลืมว่าท่านเป็นเทวดามีศักดิ์สูงระดับเทพรักษาเมืองรักาษพระนครแต่โบราณแม้ขอสิ่งใดได้สมหวังก็ควรทำบุญอุทิศให้พ่อขุนท่านด้วยเป็นการตอบแทนคุณ เป็นการบอกท่านว่าเรารู้คุณที่ท่านได้เมตตาได้ช่วยเหลือ ทำเช่นนี้หวังสิ่งใดก็ย่อมสำเร็จ น้ำมันชุดนี้ไม่มีส่วนผสมของภูติพรายก็จริงแต่พ่ออาจารย์ท่านว่าเราก็ทำให้แรงดุจมีจิตวิญญาณดังนั้นจึงมีแต่คุณปราศจากโทษใดๆทั้งสิ้น เอาว่าคนใช้จะติดใจทีเดียว

    ในกรณีใช้จนน้ำมันหมด
    - ผู้บูชาสามารถอธิษฐานนำน้ำมันในขวดมาแตะแต้มตนเองเพื่อหวังผลทางสิริมงคลเมตตามหานิยม ติดต่อธุระการงาน เจรจาธุรกิจก็ไร้ซึ่งอุปสรรค ใช้แตะแต้มสิ่งของภายในร้านค้าต่างๆได้ ช่วยให้ขายดิบขายดีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย หรือแตะแต้มคนที่หมายปองให้มีใจแก่เรามากขึ้นตามแต่จะอธิษฐาน แม้แต่การผสมให้ตนเองกินเพื่อถอดถอนเคราะห์กรรมทั้งสิ้นก็ย่อมทำได้ หากน้ำมันใกล้หมดท่านให้เทน้ำมันเก่าออกมาก่อนแล้วจึงเติมน้ำมันจันทน์ที่หาซื้อมาใส่ขวดลงไปกะปริมาณให้พอดีก่อนนำน้ำมันเก่าเททับลงไปใหม่ พ่ออาจารย์ท่านว่านี่มีเชื้อของเก่าก็ต่อได้อีก ต่อไปร้อยครั้งพันครั้งก็มีคุณเหมือนเดิมเพราะเรามีเชื้อความเข้มขลังมีตะกรุดมีพ่อขุนท่านอยู่ในขวดแล้วก็ต่อใช้ไปได้เรื่อยๆ


    ท่านว่าน้ำมันนี้ใครจะใช้บนบานขอให้ช่วยสิ่งใดก็ใช้ได้หลากหลายตามแต่จะขอในเหตุที่เป็นไปได้ วิธีใช้ให้บนขอเรื่องต่างๆได้เลยไม่ต้องเปิดขวด หรือใช้พกติดตัวก็มีอานุถาพมากไปติดต่อธุระต่างๆ อธิษฐานงานให้สำเร็จ...พกไว้ใช้ได้ดุจเครื่องรางเช่นนั้น หรือจะแตะแต้มเนื้อตัวโดยไม่ต้องพกก็ได้ หากจะใช้ทางเสี่ยงโชคก็ให้บอกพ่อขุนกับครูพรหมท่านและนำน้ำมันมาแต้มที่หน้าผาก และฝีปากก่อนออกไปเสี่ยงโชค ปฏิหาริย์ก็จะเกิดขึ้นดังที่ขอ (วิธีนี้ท่านว่าทำได้หลายอย่าง จะใช้กับการเจรจา จีบสาว ทำงาน ขอสิริมงคลให้ทั้งวันพบเรื่องดีๆ ให้บังตาภูตผีปีสาจเจ้ากรรมนายเวรก็ได้ทั้งสิ้น)

    คาถาบูชา
    นิจจังกาลัง ปิยังโหติ เทวะตาปีนิปัตเตยยัง มหาเตชัง มหาตะปัง พะเลเนเน เตเชนะ ชะยะตุ ชะยะมังคะลัง


    *** น้ำมันสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพรหมท่านให้ทำครั้งเดียว ถึงจะหุงใหม่ก็หุงไม่ได้อีก ท่านทำไว้เจ็ดขวดและท่านเก็บไว้ใช้เองสองขวด อีกขวดหนึ่งนั้นครูท่านเอาไป(หายไปเองท่านว่าพลีให้กับครูอาจารย์เพราะน้ำมันนี้แม้เทวดาก็ยังอยากจะใช้) จึงมีให้จองได้สี่ขวดเท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM รายได้ร่วมสมทบทุนสร้งห้องน้ำเป็นแหล่งปลดทุกข์ในวัดที่ขาดแคลนกำลังทรัพย์สืบไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 ตุลาคม 2019
  6. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาลผลาญกัป
    (คำพรมหาเทพ,ลบกฏนามธรรม)


    ให้บูชา 4100 บาท


    ปิดรายการแล้วครับทาง pm

    IMG_20190924_061455.jpg IMG_20190924_061524.jpg
    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน-เจ้าหลุมดำ-พ่ออาจารย์พล.548127/page-24#post-10931541

    แต่ปางก่อนนั้น ศาสตร์เฉพาะของครูพระสยม(พระศิวะ)ท่านย่อมถือเป็นศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ และเข้าถึงได้ยากเนื่องด้วยต้องใช้ปฏิบัติการณ์ทางโยคะ พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมท่านเกรงว่าศิษย์จะขาดที่พึ่ง ทั้งในอนาคตสำหรับคนที่เข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจในพระเป็นเจ้าแล้วก็จะยิ่งออกทะเลแต่งนิทานกันสนุกปากเข้าไปใหญ่ เมื่อสิ้นยุคพ่ออาจารย์แล้วต่อไปครูท่านเกรงว่าผู้ศรัทธาอย่างจริงใจหรือสาวกในองค์พระศิวะจะไม่อาจเข้าถึงขุมพลังงานของพระเป็นเจ้าได้ เช่นนี้ครูท่านจึงให้พ่ออาจารย์สร้างมงคลแรงครูขึ้นมา เพื่อให้เป็นตัวแทนอำนาจของครูอาจารย์ทั้งหลายในคณะของพระศิวะ ในนามเทพสังกัดพระศิวะ เพื่อประโยชน์ใหญ่แก่ผู้ศรัทธา ต่อไปจะได้สามารถเชิญครูได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้สิ้นยุคพ่ออาจารย์ท่านลงไปแล้วก็สามารถอาราธนาครูปลุกเสกเครื่องมงคลได้เอง ใช้แรงครูหนุนชะตาตัวเอง เปลี่ยนชีวิตตัวเอง...ท่านว่าสุดแล้วแต่จะกระทำ ด้วยแรงครูนั้นย่อมเป็นไปได้ทุกสิ่ง ซึ่งมงคลแรงครูนี้องค์พระสยมท่านก็กำหนดให้พ่ออาจารย์สร้างออกมาในลักษณะเทพอาวุธที่ทรงกำลังสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ท่าน นั่นคือตรีศูล

    อันการสร้างเทพศาสตราที่ทรงกำลังสูงสุดนั้นย่อมมีขั้นตอนยุ่งยากเป็นธรรมดา ด้วยตรีศูลนั้นเป็นอาวุธอันทรงพลังประจำกายพระศิวะมหาเทพ มาจากคำว่า “ตรี” แปลว่า “สาม” และ “ศูล” หมายถึง ปัญหาหรือทัณฑ์ทรมาน เมื่อนำมารวมกันแล้ว ตรีศูลจึงหมายความว่า ารบรรเทาความทุกข์สามประการที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ได้แก่ ทุกข์ทางกาย เช่น กระหายน้ำ, โดนทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ทุกข์ทางจิต เช่น โกรธ สงสัย เป็นต้น และทุกข์จากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว, ฝนตก เป็นต้น เมื่อพระศิวะเป็นผู้ถือตรีศูลจึงหมายถึงการที่พระองค์สามารถควบคุมและเยียวยาพลังงานทุกอย่างได้เพื่อจะบรรเทาระงับความทุกข์ทั้งสามประการอันจะเกิดในชีวิตสาวกไม่ว่าจะอยู่ที่ใดทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ เช่นนั้นการสร้างตรีศูลซึ่งเป็นมหาเทพศาสตรานี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งครูพระสยมที่จะหยุดความทุกข์ทั้งทางกาย ทางจิต และธรรมชาติของผู้มีวาสนาได้ครอบครองอย่างสิ้นเชิงด้วย

    โดยทั่วไปแล้ว เข้าใจกันว่าตรีศูลซึ่งเป็นอาวุธที่มีสามง่ามเป็นดั่งตัวแทนของมหาเทพ โดยเป็นผู้สร้าง ผู้ปกป้อง และผู้ทำลาย ในขณะเดียวกันตรีศูลยังยังมีพลังในการทำลายโลกลวงตาทั้งสาม ประกอบไปด้วย โลกปัจจุบัน (กาย) โลกอดีต (กามา) และโลกของจิตใจ (อัตตา) เมื่อโลกเหล่านี้ถูกกำจัดไปได้ จะทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นผู้รู้แจ้งในที่สุด นอกจากนี้สำหรับโยคีหรือผู้บำเพ็ญโยคะแล้ว ตรีศูลยังสื่อถึง พลังงานละเอียด(นาฑี),ความนิ่งเฉย(อิฑา) และความแคล่วคล่องว่องไว(ปิงคลา)โดยสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของจักระในร่างกายที่มาเชื่อมต่อกันแล้วมีรูปร่างคล้ายตรีศูล เป็นพลังงานแห่งชีวิตที่หากควบคุมได้จะทำให้เราเป็นอิสระจากความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวล

    นอกจากจะเป็นศาสตราวุธคู่ใจของมหาเทพซึ่งทรงพลานุภาพสูงสุดในจักรวาลแล้ว ดั่งที่รู้ว่าพระองค์เป็นผู้ประสานพลังแห่งจักรวาล เป็นที่เกรงกลัวแก่อสูรและสิ่งชั่วร้าย เป็นผู้อยู่เหนือเหล่าโยคี เทพเทวา และภูติ ดังนั้นมหาเทพศาสตราชิ้นนี้ที่ครูท่านเลือกให้เป็นเครื่องมงคลแทนพลังงานและแรงครูขององค์ท่านนั้นจึงมีคุณสมบัติเหล่านั้น ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านยังว่าเพราะมีเหตุผลอื่นๆอยู่ด้วยที่น้อยคนนักยากจะรู้และทำความเข้าใจ ด้วยตรีศูลแห่งครูพระสยมนั้นมีอำนาจบันดาลภัยพิบัติให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงมีความหมายแฝงเกี่ยวกับการสร้างตัวตนของมนุษย์ทุกคน เป็นสุดยอดอาวุธที่ใช้ทั้งในการสร้างจักรวาลและทำลายจักรวาลโดยได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงสุดแล้ว นั่นคือนอกจากทำลายจักรวาลเหมือนเทพศาสตราอื่นๆแล้วยังสามารถทำลายห้วงเวลาได้อีกด้วย เรียกว่าสามารถลบตัวตนทั้งรูปธรรมทุกสิ่งในมหาจักรวาลทิ้งไปและเมื่อทำการลบสิ่งใดแล้วยังส่งผลไม่ให้สิ่งนั้นมีกำเนิดขึ้นมาได้อีกนั่นคือลบห้วงเวลาได้ยาวนานถึงกัปกัลป์เลยทีเดียว (*พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอต้องเข้าใจนะที่ครูท่านตั้งใจโดยเฉพาะให้ทำตรีศูลนี้ ก็เพราะตรีศูลนี้ใช้ลบตัวตน ลบความทุกข์ยาก ลบพิบัติภัยทั้งเคราะห์และสิ่งอุบาทว์ทั้งหลายให้หายไปจากชีวิตเธอได้ ซ้ำยังหายไปยาวนานนับกัปกัลป์เช่นนั้น นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงซึ่งท่านจะให้ใช้ตัดความทุกข์ยาก ทุกข์เข็ญนั่นเอง ด้วยสิ่งใดที่ระงับไปเพียงชั่วครู่แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกนั่นคือสภาวะของความทุกข์ยาก สิ่งนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อมันสำคัญและเป็นปัญหาหนักของชีวิตก็เพียงลบตัวตนมันออกไปก็พอ) นอกจากนั้นสภาวะของตรีศูลมหาเทพคือนามธรรมอันยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
    - การสร้าง การรักษา การทำลาย
    - กาลอดีต กาลปัจจุบัน กาลอนาคต
    - โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกบาดาล
    - ความมืด(อวิชชา,ราคะ,กิเลส) ความเกี่ยวพัน(สัญญาของสรรพสิ่งที่ผูกโยงเกิดเป็นกฏแห่งกรรม) ความดีงาม(คุณธรรม)
    จะเห็นได้ว่ายากนักที่จะหาเทพศาสตราใดที่จะเป็นสัญลักษณ์ของนามธรรมทั้งยังมีอำนาจควบคุมนามธรรมอันยิ่งใหญ่ได้มากมายถึงเพียงนี้ เพราะทุกสิ่งนั้นล้วนมีอำนาจขัดกับกฏวัฏสงสารทั้งสิ้น นอกจากจะเป็นเทพศาสตราที่ทรงพลังสูงสุดนั่นคือใช้ลบตัวตนเป้าหมายทิ้งไปโดยไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ไม่ให้เหลือชาติเหลือวิญญาณก็ย่อมได้ ดั่งในกรณีที่ใช้ตัดเศียรพระพรหม พระเคณศ ก็ปรากฏว่าเศียรมหาเทพเหล่านั้นล้วนแต่อันตรธานหายไปอย่างไร้ตัวตนทั้งสิ้น อะไรที่ถูกตรีนี้ทำลายคือสูญสิ้นชนิดเอากลับคืนมาไม่ได้เช่นนั้นเลยไม่เคยปรากฏว่าจะมีสิ่งใดต้านทานได้ จึงเป็นศาสตราวุธที่ไม่ถูกใช้พร่ำเพรื่อแม้ครูพระสยมเอง และเมื่อท่านให้พ่ออาจารย์สร้างแล้วก็ห้ามคนนำไปใช้พร่ำเพรื่อเช่นเดียวกัน


    อย่างที่ทราบกันดีว่าตรีศูลนั้นเป็นอาวุธของพระศิวะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อทำด้วยวิชาเป็นเครื่องมงคลแล้วนอกจากจะเป็นยอดเทพศาสตราครูพระสยมท่านว่าตรีที่ทำให้นี้อยู่ที่ใดยังเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจ,เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ,เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์,เป็นสัญลักษณ์ของเงินทองและความร่ำรวย นอกจากนั้นตรีศูลนี้จะบันดาลให้กระแสกรรมที่กระเพื่อมขึ้นๆลงๆตลอดเวลาของมนุษย์เกิดความมั่นคง เป็นผลให้ชีวิตเกิดความโดดเด่นและถึงซึ่งเกียรติยศชื่อเสียง ด้วยเป็นเทพศาสตราที่คณะเทพของพระศิวะมักนิยมจะถือกันเป็นสัญลักษณ์ไม่ว่าจะ พระศิวะ,พระแม่อุมา,พระแม่กาลี,พระขันธกุมาร,พระพิฆเณศ,พระไภรวะ... เช่นนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านทำตรีศูลอันเป็นตัวแทนแรงครูของคณะเทพ เป็นไศวะศาสตรา จึงจำต้องใช้แรงครูของเทพทุกองค์ที่ทรงตรีศูลในคณะศิวะสาวกนั้น

    เมื่อจะทำแรกเริ่มพ่ออาจารย์ท่านต้องหล่อธาตุกายสิทธิ์แล้วนำเข้าหลอมในพิธีกองกูณฑ์อัคคีหรือพิธีโฮมัมบูชาไฟแด่พระอิศวรเจ้า(ครูพระสยม)แล้วนำมาตะไบเป็นยอดตรีเสกเก็บไว้ จากนั้นจึงได้เตรียมผงว่าน,ผงยา,ผงยันต์ชั้นสูงสุด ที่ใช้ในการแก้ผี แก้อาถรรพ์ แก้มนต์ดำ แก้ไสยศาสตร์ ได้แก่
    - ผงยันต์ ผงยันต์แก้ผีทั้งสองร้อยยี่สิบเจ็ดสูตร,ผงยันต์พระเจ้าสิบหกพระองค์,ผงยันต์ตรีนิสิงเห ,ผงยันต์นอโม,ผงยันต์ธงชัยพระอิศวร,ผงยันต์ธงชัยพระอินทร์,ผงยันต์กันคุณไสย,ผงยันต์กันอาวุธ,ผงยันต์อิติโปโสแปดทิศ,ผงยันต์ไตรสรณคมณ์,ผงปราบไพรี
    - ผงว่าน ว่านแสงอาทิตย์,ว่านไพรเหลือง,ไพรดำ,ขมิ้นอ้อย,ขมิ้นชัน,ขมิ้นขาว,ขมิ้นดี,ขมิ้นทอง,หมุยดำ,หมุยขาว,หมุยช้าง,เฉียงพร้า,หมากผู้,ปด,บอน,หิ่งหายผี,บังบาย,หนาด,เข็ดมอญ,หญ้าคา,ว่านโมกขศักดิ์,ว่านมหาปราบ,ว่านพะตะบะ,ว่านสามพันตรึง,ว่านหนุมาน,ว่านนางคุ้ม,ว่านสากเหล็ก,หนามจันทัน,หนามบ้อง,หนามแสงขัน,หนามเพดาษ,หนามงับ,ระงับใหญ่,ข่าตาแดง,ขิง, พริกไทย,เจ็ดมูลเพลิง,บอระเพชร,ว่านน้ำ,พัดแม่ชี,ชิงชาลี,ธรณีสาร,ส้มป่อย,คนทีดำ,งิ้วดำ,งิ้วขาว,เปราะลาย,พญาว่าน,กำแพงเจ็ดชั้น,ใบมะกรูด,ใบมะนาว
    - ผงยา(ผงอาถรรพ์,ผงเขี้ยวงา) ผงลำผีพ่าย,ผงไล่ผีหนี,ผงตีผีตาย,นอแรด,เขี้ยวเสือ,ดีหมี,ชะมดเชียง,ผงงาช้าง,ผงเขาวัวเขาควาย,ผงตะไบปลายหอกปลายดาบ,ตะใคร่เจดีย์,ผงชันเพชร


    ผงพระอิศวรปราบยุคเข็ญ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าผงยันต์ ผงว่าน ผงยานี้ต้องนำมาผสมผงที่ได้จากพิธีกองกูณฑ์อัคคีของครูพระสยมโดยว่านบางตัวต้องนำมาลงอักขระตามสูตรแล้วจึงเสกปลุกว่านปลุกเสกยาแล้วจึงบดเป็นผง และนำมาปั้นใหม่เป็นแท่งดินสอลงโองการพระอิศวรปราบยุคเข็ญแล้วเสกตามสูตรตามวาระก่อนโดยเชิญคณะเทพศิวะสาวกทั้งหมดตลอดจนมหาเทพแผ่บารมีแบ่งกำลังลงสถิตย์ในผงพระอิศวรปราบยุคเข็ญนี้ทุกอณูจึงจะสำเร็จเป็นผงศักดิ์สิทธิ์ ผงนี้ท่านว่าที่ใช้แก้ผีได้สารพัด,แก้คุณไสยที่เข้าทำไว้ในแผ่นดิน,แก้อาถรรพ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี แก้ได้ทั้งยาสั่ง,ยาเสน่ห์,ยาแฝด,ยาพิษ,ยารัก,ยาชัง,ยาหน่าย,ยาตาย,ยาประสาท,ยามนต์ต่างๆ รวมไปถึงแก้อุบาทว์ที่เกิดจากการทำของต่ำ,แก้คุณไสยที่โดนมานานจนเข้าเลือด,แก้วิชาที่ถึงขั้นวิบัติอย่างแรง ทั้งปัดป้องสิ่งอัปมงคลเสนียดจัญไร ที่สำคัญยังช่วยหนุนนำดวงชะตามิให้ตกต่ำอีกด้วย อันผู้ใดที่มุ่งมาตรปรารถนาให้ร้ายแก่เราหากมันผู้นั่นยังยืนอยู่บนผืนพระธรณีขอเพียงว่าหากเรายังอยู่บนผืนแผ่นดินนี้มันก็ทำอะไรเรามิได้ เรียกว่าตราบใดที่ยังมีแผ่นดินมันอยู่ก็ทำร้ายเรามิได้เลย ตราบใดที่พระเวทย์และพระธรรมยังมีอยู่ในโลกนี้เราจะปลอดภัยในทุกสถาน ทุกกาล ทุกเมื่อ ให้ถือคตินี้ไว้ให้มั่นคง

    พ่ออาจารย์ท่านได้ทำด้ามตรีศูลด้วยการลงตะกรุดสูตรที่ครูพระสยมสั่งไว้ นั่นคือลงด้วยสูตรยันครูธงชัยพระสยม ธงที่ไม่เคยแพ้ใครในสามโลก ธงนี้ได้ชื่อว่าเป็นธงมหาโชค มหาชัย ธงชัยชนะนิรันดิ์กาล แม้นชักออกประกาศขึ้นหรือตกอยู่ณ.ที่แห่งใดแล้ว ย่อมเป็นอำนาจนิรันดร์ที่จะสยบทุกสรรพสิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมท่านให้ลงธงชัยพระสยมนี้ล้อมรอบโองการคำพรมหาเทพ อันประกอบไปด้วย
    - พระศิวะ(เทพแห่งการทำลายล้าง) อำนวยพรแห่งอำนาจและความสำเร็จ,อำนวยพรแห่งความเจริญ,อำนวยพรแห่งอำนาจเหนือบุคคลทั้งหลาย,อำนวยพรอันนำมาซึ่งผลกำไรอันมหาศาล,อำนวยพรอันนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างสูงสุด,อำนวยพรอายุยืน(ต่ออายุผู้ที่ใกล้สิ้นใจได้ชั่วคราว),อำนวยพรบำบัดโรค(สามารถรักษาอาการไข้ที่เป็นมานาน),อำนวยพรแห่งความสมบูรณ์(บันดาลให้พ้นจากความยากจน),อำนวยพรกันอุบาทว์กันเสนียดจํญไรกันคุณไสยอวิชชาทั้งสิบหกภาษา
    - พระวิษณุนารายณ์(มหาเทพผู้ปกปักรักษาโลกมนุษย์) ผู้ดูแลรักษาทุกสรรพสิ่งอำนวยพรขจัดเหล่ามารและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง,อำนวยพรคุ้มครองชะตาชีวิต,อำนวยพรบันดาลวาสนาแก่มนุษย์,อำนวยพรประทานแสงสว่างส่องกระจายในจิตที่มืดบอด,อำนวยพรขจัดบาป,อำนวยพรขจัดความขัดข้อง,อำนวยพรสร้างความภูมิฐานและการชนะทุกสิ่ง
    - พระพรหม(มหาเทพผู้สร้างโลกและลิขิตชีวิตมนุษย์) อำนวยพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา,อำนวยพรแห่งความคิดการสร้างสรรค์,อำนวยพรทางชะตาลิขิต,อำนวยพรบันดาลให้มีความสุขและสมบูรณ์ในชีวิต,อำนวยพรให้เกิดปัญญาในการประกอบอาชีพ,อำนวยพรความแข็งแรงปกป้องให้ห่างจากศัตรู,อำนวยพรความรู้แจ้ง,อำนวยพรให้เกิดความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ
    - พระอินทร์(เทวราชผู้ครองสวรรค์) อำนวยพรบันดาลให้เหตุการณ์ทุกข์ต่างๆคลี่คลาย,ไอำนวยพรบันดาลให้ได้รับการคุ้มครองจากธรรมชาติ,อำนวยพรให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ,อำนวยพรให้ชีวิตมีความสุขปราศจากมลทินและความเศร้าทุกข์ใดๆ
    - ท้าวกุเวร(พระคลังสวรรค์) อำนวยพรประทานทรัพย์สมบัติ,อำนวยพรความมั่งคั่งร่ำรวย,อำนวยพรลาภยศแก้ไขชีวิตให้ราบรื่น,อำนวยพรป้องกันภูติผี ปีศาจกันมนต์ดำปัดคุณไสย์ต่างๆ,อำนวยพระไม่ให้มีชีวิตอับจน,อำนวยพรให้มีกินมีใช้มิได้ขาดอย่างอัศจรรย์
    - ยมเทพ(เทพบรรพบุรุษ) อำนวยพรต่ออายุให้ยาวนาน,อำนวยพรให้หายจากโรคภัยต่างๆ,อำนวยพรให้พ้นจากอำนาจวิญญาณและพลังงานฝ่ายต่ำ
    - พระกาล(ผู้ควบคุมห้วงมิติกาลเวลา) อำนวยพรหยุดทุกข์,เคราะห์,เหตุเภทภัยทั้งหลาย
    - พระฤาษี(อำนาจแห่งธรรมและการบำเพ็ญเป็นพรที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) อำนวยพรปัดเป่าลางร้าย,อำนวยพรส่งเสริมชะตาชีวิต

    ด้วยตรีศูลนั้นเป็นเทพศาสตราระดับสูงสุด เรียกได้ว่าหากพูดว่าเป็นที่หนึ่งแล้วย่อมไม่มีสิ่งใดอันจะมีตัวตนเท่าเทียมได้อีก พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่คิดจะทำก็ยากแล้ว กว่าจะทำได้ก็ไม่ใช่ง่าย เมื่อได้แต่ละอย่างแล้วก็ต้องนำมาประกอบกันและอุดด้วยผงสำคัญที่เตรียมไว้ เพียงแค่ตะกรุดที่ใช้เป็นแกนก็ต้องใช้คำพรและอำนาจของเหล่ามหาเทพสำคัญอันเป็นกฏและตัวแทนของธรรมชาติมากมายผูกขึ้นมา เมื่อประกอบสำเร็จก็ต้องเชิญครูพระสยมแบ่งกำลังจากตรีศูลเล่มจริงของท่านให้กำเนิดในรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อให้คนใช้ได้นำไปสักการะเป็นเครื่องมงคลแรงครูหนุนนำชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าตรีเทพนี้ล้างอาถรรพ์ได้ทั้งปวงแม้แต่อาถรรพ์ชีวิต สุดแล้วแต่จะประดิษฐ์คิดวิธีใช้ได้เลย นั่นเพราะสิ่งนี้มีค่ามากเกินคำว่าค่าควรเมืองไปไกลลิบ

    คาถาบูชา

    ศิวายะ เคารีวัทนาพะชะวะ รินทะ สูระยายะ ทักษะ ธะวะระ นาศะกายะ ศรีนีละกัณทายะ วะรึษะ ธะวะชายะ ตัสไม ศิการายะ นะมะศิวายะ

    * มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาล พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตท่านนั้นทำได้แค่ครั้งเดียว ใครมีวาสนารู้ตัวว่าต้องตัดกรรม ตัดสัญญา ตัดชาติเวรใดๆที่ให้ผลในปัจจุบันอยู่ก็ให้นำไปใช้และเก็บรักษาไว้ให้ดี เวลาใช้ก็บอกกล่าวกับท่านเอาเพราะท่านเป็นเทพศาสตราที่มีจิตวิญญาณเสมือนอำนาจพระเป็นเจ้า เป็นรูปปรากฏของกฏนามธรรมทั้งหลาย ดังนั้นเพียงแค่บอกกล่าวก็ถือว่าดีแล้ว.. ตรีเทพมีทั้งหมดหกเล่มแต่ท่านใช้เองด้วยคู่หนึ่งจึงเหลือให้บูชาเพียงสี่เล่มเท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้สมทบทุนซื้อโลงศพให้คนไร้ญาติสืบต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 ตุลาคม 2019
  7. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    ตะกรุดนารีอุปถัมภ์มหาปัดบาปเคราะห์
    เพชรพญาธรสังเคราะห์กาย (เพชรหึง)


    ให้บูชา 900 บาท

    ปิดรายการทาง pm แล้วครับ

    IMG_20191018_215202.jpg IMG_20191018_215141.jpg

    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ตะกรุดลงถมสังข์อสูรกลืนกินคำสาปคำสาบาน-เจ้าหลุมดำ-พ่ออาจารย์พล.548127/page-18#post-10738248


    สืบเนื่องจากที่มีหลายคนสอบถามถึงครูพระเพชรของท่านเข้ามามาก เพราะมีประสบการณ์แรงใช้ได้จริง อีกทั้งบางคนยังนำไปบำบัดรักษาโรคภัยจนมีร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดีขึ้น ทั้งนี้พ่ออาจารย์ท่านได้สร้างตะกรุดนารีอุปถัมภ์มหาปัดบาปเคราะห์เพชรพญาธรสังเคราะห์กายขึ้นมา โดยความตั้งใจเดิมของท่านคืออยากจะทำให้คนใช้มีเครื่องมงคลที่สามารถใช้ลงอาถรรพ์วิชาแก่ตัวเขาเองได้ด้วยตนเอง

    ดังนั้นท่านจึงทำตะกรุดวิชาพระเพชรพญาธรซึ่งมีอุปเท่ห์และคุณวิเศษอย่างใหญ่หลวงขึ้นมา พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าตะกรุดนี้ท่านตั้งใจจะให้ใช้ด้วยตนเอง เพียงแค่พกพาหรือใช้ตามอุปเท่ห์ก็มีคุณวิเศษเสียยิ่งกว่าไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์หรือลงน้ำมันเสน่ห์ใดๆทีเดียว พ่ออาจารย์ท่านว่าตะกรุดสำคัญของท่านนี้เพียงเอามาตั้งจิตอธิษฐานพกพาอาราธนาติดตัวเท่านั้น ย่อมได้คุณวิชาเป็นทั้งมหาปัดบาปเคราะห์ ทั้งดึงดูดคู่อุปถัมภ์ คู่ที่ให้คุณกับเรา ถ้าอธิษฐานใช้ในการงานหรือชีวิตก็จะปรับสิ่งแวดล้อมให้ดลคุณอุปถัมภ์ตัวเรา เช่นมีเพื่อนที่อุปถัมภ์เรา เจอคู่ค้าที่อุปถัมภ์เราเช่นนี้ นอกจากนี้พระเพชรหากสถิตย์กับตัวผู้ใด ยังกินพลังงานด้านลบต่างๆ กินเชื้อโรคและอวิชชา ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งแข็งแรงยิ่งๆขึ้นอีกด้วย ยิ่งโดนเนื้อตัวก็เหมือนยิ่งครอบ ยิ่งบำบัด ทำให้ร่างกายเราสะอาดบริสุทธิ์ ตรงนี้ท่านว่าทำบ่อยๆยิ่งดีเพราะพลังงานครูจะเข้าทดแทนพลังงานด้านลบและซ่อมแซมพลังงานและสิ่งสึกหรอต่างๆใช้กายสิทธิ์ทำให้ร่างกายเราเป็นกายสิทธิ์ *ท่านว่าเค้าจะสถิตย์อยู่กับร่างกายเราคอยสังเคราะห์พลังงานดูดออก ขับเข้า ถ่ายเทซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ ท่านจึงเรียกวิชาทำตะกรุดนี้ว่าพระเพชรสังเคราะห์กาย

    นอกจากนั้นตะกรุดดอกนี้ท่านยังลงวิชาให้เสริมราศี เสริมสิริมงคลแก่ผู้บูชาด้วย ตรงนี้สำคัญมาก พ่ออาจารย์ท่านว่าสิริและสง่าราศีนี้เหมือนเป็นของขวัญจากฟ้าใครมีนับว่าเป็นยอดคน จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งดึงดูดนำมาซึ่งชีวตที่ดี ทำให้มีโชคชะตาดี มีวาสนาที่ดี ในขณะที่พระเพชรดูดซับเชื้อโรคและพลังงานลบออกจากร่างกายครั้งนี้ท่านก็ลงมหาสิริไว้ด้วยซึ่งวิชานี้จะดึงดูดเติมเต็มพลังงานด้านบวกเข้าไปแทนที่ ด้านนึงดูดซึมพลังงานลบอีกด้านหนึ่งดูดเพื่อทดแทนพลังงานบวกเติมเต็มซึ่งกันและกันท่านจึงลงวิชาเสริมราศีและสิริมงคลที่เรียกว่ามหาสิริ ดังนั้นตะกรุดพระเพชรนี้จึงมีคุณวิเศษยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนำมาใช้อาราธนาเสริมเสน่ห์แล้วยังใช้ทางด้านอื่นๆได้อีกด้วย

    ท่านเพียรจารเพียรเสกเชิญองค์พระเพชร กำกับอาถรรพ์ สุดท้ายยังได้นำสีผึ้งเพชรพญาธรที่เป็นสีผึ้งเสน่ห์ชั้นครู โดยสีผึ้งนี้ท่านว่าทำยากมาก เพราะคนที่จะทำได้นั้นต้องรู้ว่าว่านเสน่ห์ต้นไหน ที่ใด มีจิตวิญญาณเพชรพญาธรรักษา จึงค่อยทำพิธีกู้ว่านนั้นมานำมาเคี่ยวเป็นสีผึ้ง พ่ออาจารย์ท่านว่าสีผึ้งนี้จึงมีญาณว่าน ญาณครูเพชรพญาธรทุกวรรณะอยู่เต็มอานุภาพ ใช้ได้ทุกทางสุดแล้วแต่จะอาราธนาบอกกล่าว ท่านพิจารณาเห้นควรแล้วจึงนำมาอุดให้หนุนส่งคุณเสริมอำนาจกับตัวตะกรุด ท่านว่าสีผึ้งนี้ทำให้ตะกรุดดอกหนึ่งๆนั้นมีอานุภาพของพระเพชรอยู่มากมาย

    นับเป็นโอกาสอันดีที่พ่ออาจารย์ท่านทำตะกรุดจิ๋วชนิดนี้ขึ้นมา เนื่องจากท่านตั้งใจลงวิชาอย่างมากจะเห็นได้ว่าแม้ตะกรุดดอกเล็กๆท่านยังเมตตาลงเสียเต็มสูตรเพื่อให้ได้ของดีที่สุดจริงๆ พ่ออาจารย์ท่านว่ากว่าจะได้ดอกนึงนั้นต้องเรียกสูตร สวดเชิญกำกับทุกขั้นตอนใช้พลัง ใช้ปราณเยอะมาก แต่เดิมนั้นพ่ออาจารย์ท่านเคยบอกกล่าวไว้ ว่าเทพยดาจำพวกเพชรพญาธรนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งมารที่มีจิตมารรุนแรง ท่านจึงไม่ได้ทำสายนี้จริงจังซักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าท่านจะไม่ได้สร้างไว้เลยเพราะวิชาเพชรพญาธรแท้ๆแบบไม่ใช่ของเล่นนั้น ท่านว่าให้คุณมากและเป็นสรรพวิทยาการที่ตกทอดมาแต่โบราณ ดังนั้นท่านว่าถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด และพระเพชรของท่านนั้นต้องชุบให้ไม่มีจิตมารจึงจะใช้ได้

    พ่ออาจารย์ท่านจึงได้ตั้งใจสร้างเพชรพญาธรหรือที่ท่านเรียกว่าพระเพชรขึ้น ซึ่งท่านตั้งใจไว้แล้วว่าจะสร้างในรูปแบบของเครื่องราง ซึ่งพระเพชรนั้นจะมีคุณมากท่านว่ามากชนิดที่ว่าไม่มีปรากฏในเครื่องรางอื่นใดมาก่อน เพราะท่านจะทำและเสกรูปแบบวิชาเฉพาะของครูเทพท่านเสริมส่งลงไปด้วย

    ท่านว่าเพชรพญาธรนั้นมีสี่จำพวก ซึ่งแต่ละจำพวกก็จะมีวรรณะและฤทธิ์แตกต่างกันไป ตั้งแต่ระดับต่ำที่มีร่างกายสีทองแดง สูงขึ้นมาหน่อยก็เป็นสีเงิน และสีทอง ตลอดจนกายศักดิ์สิทธิ์หรือเนื้อสีผิวกายสิทธิ์ ซึ่งยิ่งมีระดับสูงกว่าก็ยิ่งมีฤทธิ์มากกว่าและสามารถเสพย์หรือกินชนชั้นที่ต่ำกว่าตนเองหนึ่งขั้นได้ ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจแต่เริ่มว่าท่านจะสร้างพระเพชรกายศักดิ์สิทธิ์พรือพระเพชรกายสิทธิ์ขึ้นให้เป็นพระเพชรขั้นสูงสุด พ่ออาจารย์ท่านสำเร็จวิชาพระเพชรกายสิทธิ์ ท่านว่าพระเพชรกายสิทธิ์หน้าทองนี่แหละเป็นเสน่ห์ที่สุดแค่เห็นหน้าก็อ่อนระทวยลืมเลือนทุกสิ่ง

    เมื่อดำริเช่นนั้นท่านจึงขออนุญาติครูเทพครูพรหมทั้งหลาย เพื่อที่จะสร้างเครื่องรางสุดวิเศษชิ้นนี้ให้ดีที่สุด เพราะท่านรู้ว่าเครื่องรางชิ้นนี้สามารถช่วยคนได้มหาศาล ซ้ำวิธีการใช้ก็ไม่จำเป็นต้องพกในที่สูงหรือห้อยคอตลอดแต่อย่างใด ซึ่งครูพรหมและครูเทพทั้งหลายก็ได้นิมิตให้ท่านเห็นรูปแบบที่ควรจะทำและยังได้แนะเคล็ดในการเสกตลอดจนบอกถึงการลงตะกรุดคุณวิชามหาปัดบาปเคราะห์ให้ด้วยเพื่อใช้สงเคราะห์คนอันจะเป็นประโยชน์ใหญ่

    ตะกรุดมหาปัดบาปเคราะห์นั้นเป็นวิชาชั้นสูงซึ่งพ่ออาจารย์บอกว่าเป็นส่วนของวิชาเทพนิมิตร นั่นคือเทวดาสงเคราะห์ให้รู้ให้เรียนเพื่อที่จะช่วยเหลือสัตว์ที่ตกอยู่ในกองทุกข์ วิชาเหล่านี้ไม่เจริญกรรมฐานไม่ได้กสิณย่อมเรียนไม่ได้ ท่านว่าปกติตั้งแต่เกิดจนตายนั้นสรรพชีวิตทั้งหลายย่อมตกอยู่ในกฏแห่งกรรมที่ตนเองได้สร้างขึ้น และในวาระของชีวิตสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น เทวดาซึ่งเป็นฝ่ายบาปเคราะห์ก็ยังมีวาระให้เวียนมาเสวยอายุอีก เรียกได้ว่าจะหนีเคราะห์กรรมนั้นเป็นเรื่องที่ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลย พ่ออาจารย์ท่านว่าวิชานี้จึงเป็นสิ่งที่พิเศษอยู่ในตัวเองที่ท่านสร้างขึ้นตามมติของครูบาอาจารย์ ท่านว่าตะกรุดแต่ละดอกทำยากถึงยากมากที่สุด อะไรที่เกี่ยวกับเคราะห์กรรมนั้นอย่าหมายว่าจะทำออกมาได้ง่ายๆ ท่านว่าต้องใช้ฤกษ์ผานาทีลงจารด้วยกสิณตลอดจนเรียกสูตรว่ามนต์กำกับ ท่านว่ายากหรือไม่กว่าจะทำให้สำเร็จได้ดอกหนึ่งนั้นท่านว่าทำเสียไปไม่รู้กี่ดอก ที่เสีย ที่ไม่เต็มก็ไม่เอามาใช้ ต้องเพียรจารชักยันต์ไปทั้งหน้าหลังเต็มสูตรตามที่ครูท่านเมตตาบอก

    ท่านว่าตะกรุดมหาปัดบาปเคราะห์นี้ พื้นฐานคือมีอำนาจหลีกเลี่ยงเคราะห์กรรมทั้งหลาย ไม่ใช่ฝืนกฏแห่งกรรมไม่ให้เกิด แต่จะปัดเคราะห์กรรมทั้งหมดออกไปให้พ้นตัว ท่านว่าให้มันเกิดปกติ แต่ทำอย่างไรก็ไม่ถูกตัวหรือต้องตัวเรา ซึ่งวิชานี้ท่านว่ามีอำนาจครอบคลุมในระบบดวงดาวโดยเฉพาะดาวบาปเคราะห์ทั้งหลายด้วย เมื่อพระเคราะห์เสวยอายุ ท่านว่าก็ปล่อยเค้าเสวยไป แต่เค้าจะทำอะไรเราไม่ได้เพราะครูท่านปัดออกหมดด้วยอาถรรพ์แห่งคุณวิชา ใครที่กลัวว่าอนาคตหรือปัจจุบันนั้นดวงจะตกหรือดวงจะแตกท่านว่าเลิกคิดได้เลย ซ้ำในตะกรุดนั้นท่านยังได้ลงวิชาที่ท่านถนัดเสริมไว้อีกคำรบหนึ่งด้วย นั่นคือวิชามหาสะเดาะ ท่านว่ากันไว้ถึงสองชั้น นอกจากปัดออกแล้ว หากยังมีเคราะห์กรรมเหลือหลุดรอดเข้ามาได้เมื่อมาเจอกับมหาสะเดาะทุกอย่างก็จะสงบลง ท่านว่าไม่ต้องไปหาที่สะเดาะเคราะห์ที่ไหนอย่างใดให้เสียเวลาอีก เพราะพอเคราะ์กรรมความซวยความตกต่ำทั้งหลายมาถึงเจอคุณวิชาต่างๆเหล่านี้ ครูท่านทั้งปัดทั้งสะเดาะให้เราในตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนั่นเอง ท่านว่าตะกรุดนี้มีวิธีใช้ง่ายๆนั่นคือให้พกติดตัวไว้ตลอดอย่าห่างตัวเพียงเท่านั้น

    ตะกรุดมหาปัดบาปเคราะห์นั้นท่านว่าเป็นวิชาที่แปลก เพราะหากมันอยู่กับตัวเราติดตัวเราตลอด ในระหว่างที่มันอยู่กับเรานั้นมันจะดูดซับเคราะห์กรรมและสิ่งไม่ดีต่างๆที่สะสมไว้ในร่างกายของเราออกมา วิชานี้จึงประสานเข้ากับคุณวิเศษของเพชรพญาธรขั้นกายสิทธิ์ได้อย่างลงตัว ท่านว่าวิชานี้ดูดซับและขับออกมาลงในตัวเพชรพญาธร ส่วนตัวเพชรพญาธรนั้นก็มีอำนาจกินพิษกินความซวยทั้งหลายที่อยู่ในร่างกายเราเป็นอาหารเพิ่มฤทธิ์ให้กับตัวเอง

    พ่ออาจารย์ท่านจึงเน้นย้ำว่าเครื่องรางเช่นนี้ย่อมไม่ปรากฏมีขึ้นโดยง่ายแน่ๆ โดยท่านทำตามโองการฟ้าที่ท้าวสักกะเทวาท่านแนะนำโดยได้จารอักขระเรียกสูตรร่างจำแลงองค์เพชรพญาธรพร้อมกำกับวิชาหน้าหลังเต็มสูตรในแผ่นตะกั่วขอมโบราณพันปีที่ซึมซับพลังงานและธาตุวิชาอาถรรพ์ได้ดีที่สุด ท่านนั่งย่ออักขระค่อยๆเพียรทำไปทีละดอก ท่านว่าต้องสำเร็จจริง ช่วยคนได้จริงจึงจะใช้ได้ โดยร่างจำแลงของพระเพชรนั้นมีหน้าที่ดูดกลืนอาถรรพ์และทำงานต่างๆตามเเต่ผู้เป็นเจ้าของจะปรารถนา

    ท่านว่าพระเพชรของท่านนั้นยิ่งคนใช้มีเคราะห์กรรมเท่าไหร่ยิ่งมีฤทธิ์แรงมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเอาติดตัวไว้ได้นานเท่าไหร่ ยิ่งมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เพราะว่าเค้ากินพิษ กินเคราะห์กรรม กินคุณไสยฝ่ายต่ำ กินตะกอนเวรกรรมและสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเป็นอาหาร รวมไปถึงอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหลาย นี่เห็นหรือไม่ ท่านว่าเค้ากินหมดอะไรที่ว่าไม่ดีไม่งามในตัวเรา เค้ากินไปก็ยิ่งเพิ่มฤทธิ์ให้กับเค้า มันจึงเข้าทำนองว่าได้ประโยชน์ร่วมกัน เค้าก็อยากจะช่วยเรากินมากๆเพื่อเพิ่มฤทธิ์ให้ตัวเองเรียกว่าเสพย์เพื่อฤทธานุภาพ ส่วนตัวเรานั้นเมื่อพระเพชรเสพย์สิ่งปฏิกูลทั้งหลายในตัวเราออกไปแล้วเราก็จะดูอ่อนกว่าวัยกลายเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดขึ้นมาทันตาเห็น พอสิ่งอาถรรพ์ทั้งหลายหมดไปเรื่องดีๆมันก็จะตามเข้ามาไม่รู้จักหมด ท่านว่าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรเลี้ยงเค้าเอาแค่ว่าตราบใดยังอยู่ในกฏแห่งกรรมยังโดนดาวบาปเคราะห์จรทับตามวาระอยู่พูดง่ายๆตราบที่ยังหายใจเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรให้เค้ากิน

    พระเพชรของท่านนั้นท่านว่ามันแปลกและดีเช่นนี้ ท่านว่าพระเพชรนั้นเก่งเหมือนกับเทวดาองค์หนึ่งเลยแต่เค้าสามารถทำอะไรทั้งหลายที่เค้าประสงค์ได้มากกว่าเทวดา และตัวเค้านั้นยังมีความรู้ครอบคลุมในทุกศาสตร์วิชาทั้งสิบแปดศาสตร์ พ่ออาจารย์ท่านนั้นสร้างพระเพชรขึ้นมาโดยกำกับมหามนต์ลงไปหลายบท ทั้งมนต์มหาระงับดับทุกข์ มนต์พระกาฬ มนต์จักราวุธพระเจ้าห้าพระองค์ ... ท่านว่ามนต์ทั้งร้อยแปดชนิดท่านใส่ไปทั้งสิ้นเพื่อให้พระเพชรนั้นมีฤทธิ์ทุกด้านตามที่ท่านชุบขึ้นมา

    ท่านชุบตะกรุดให้เป็นพระเพชรขั้นสูงสุด ใช่แต่เพียงเท่านั้นท่านยังใช้มนต์กำกับให้พระเพชรเสพย์เหล่าเพชรพญาธรวรรณะทองซึ่งมีฤทธิ์รองลงมาจนครบร้อยแปดครั้ง ซึ่งทั้งร้อยแปดครั้งนั้นท่านว่าเหล่าเพชรพญาธรวรรณะทองคำทั้งหลายล้วนแต่ยอมพลีเลือดเนื้อร่างกายของตนให้กับพระเพชรทั้งสิ้นเพื่อฤทธิ์เดชและอำนาจอันเป็นที่สุด ท่านว่าพระเพชรรุ่นนี้จะเรียกว่าเป็นเจ้าในหมู่เพชรพญาธรก็ไม่ผิดเพราะได้เสพย์เพชรพญาธรวรรณณะทองถึงร้อยแปดหน จะหาเพชรพญาธรที่มีฤทธิ์เช่นนี้อีกเป็นไม่มี และเรื่องเมตตามหาเสน่ห์นั้นท่านว่าอย่าไปคิดมาก ขนาดเลือดเนื้อเค้ายังพลียอมเป็นอาหารให้ได้ จะนับอย่างใดกับคนใช้ ปรารถนาอะไรก็อธิษฐานเอาเถิด

    พ่ออาจารย์ท่านว่าพระเพชรนั้นนอกจากกินสิ่งไม่ดีและอาถรรพ์ทั้งหลายแล้ว เค้ายังกินอาคมมาเพิ่มฤทธิ์ให้กับตัวเองด้วย ท่านว่าไม่ต้องห่วงไปว่าจะไปทำร้ายไปดูดกลืนพลังงานพระเครื่องของใครท่านว่าข้อนี้ไม่ต้องห่วง ท่านกำกับมาดีแล้ว อาคมทั้งหลายนั้นไม่ได้มีเฉพาะในพระเครื่อง แต่ในสถานที่อาถรรพ์ต่างๆที่วันๆนึงเราเดินผ่านหรือโคจรผ่านไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยตลอดจนอาคมทั้งหลายอันผู้มีวิชาปล่อยมาในอากาศท่านว่านี่มีเยอะมาก เต็มไปหมดทุกรูทุกเลี้ยวเพียงแค่เรามองกันไม่เห็น สิ่งเหล่านี้เค้าล้วนเสพย์ล้วนกินได้ตลอดเวลาเพิ่มฤทธานุภาพให้กับเค้า หน้าที่ของเรามีเพียงพกเค้าอย่างเดียวเท่านั้น พกให้โดนเนื้อโดนร่างกายเป็นดีที่สุด ท่านว่าที่พูดนี่ยังน้อยเพราะนอกจากนั้นแล้วเค้ายังกินพลังของภูติผีปีศาจตลอดจนคุณไสยมนต์ดำด้วย

    ตะกรุดนี้ท่านว่าให้คนรับตั้งใจใช้ให้ดี ไม่ต้องไปทนุถนอมอะไรเค้ามาก ใช้ให้เต็มที่ให้โดนเนื้อโดนตัวไปไหนไปกันเค้าชอบเช่นนั้น ถ้าจะมีความปรารถนาสิ่งใดเป็นพิเศษก็ให้ตั้งอารมณ์ให้ดีและบอกกล่าวความปรารถนานั้นไปให้เพราะเพชรเค้ากินอารมณ์ของเราแล้วเค้าก็จะสนองงานให้กับเราเอง ท่านว่าเครื่องรางเช่นนี้ทำยากเพราะมันแก้ดวง แก้จุดอับจุดบอดในชีวิตได้ทั้งหมด อาถรรพ์ร้ายโรคภัยทั้งหลาย สรรพสิ่งอุบาทว์อันชักนำมหันต์ทุกข์หาความสุขไม่ได้ทั้งหลายมันกันและแก้ทางกันหมด และกว่าจะทำได้ท่านว่าเล่นซะจนเหนื่อยเหมือนกัน ดังนั้นท่านจึงตั้งใจไว้แต่เริ่มว่าจะทำเพียงครั้งเดียว ทำให้ครั้งเดียวแล้วจบกันท่านว่าจะไม่ทำอีก ให้คนที่เค้ามีความประสงค์ที่จะบูชาครูเพชรพญาธรจริงๆเท่านั้นไปบูชา ใครได้ไว้ก็ถือเสียว่าเขาทำบุญมามากและมีวาสนาต้องกันจริงๆ

    วิธีใช้
    พ่ออาจารย์ว่าให้ยกตะกรุดพระเพชรขึ้นจบหัว ตั้งจิตให้ว่าง ให้จิตเบา สบายๆ อย่าร้อน อย่าขุ่นมัว จับอารมณ์ให้สบายๆนึกถึงสายน้ำ นึกถึงธรรมชาติ ต้นไม้สีเขียวทั้งหลาย ให้อารมณ์เราจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านี้ แล้วอารมณ์เราจะเย็นจะสบายไม่ร้อนหรือขุ่นมัวตามที่กล่าวแต่ต้น ทำเช่นนี้สักพักหนึ่งไม่ต้องอธิษฐานอะไรทั้งสิ้นเพียงเท่านี้ท่านว่าก็ใช้ได้แล้ว มันง่ายเพียงเท่านั้น ท่านว่าเพราะพระเพชรนั้นเค้ากินอารมณ์เราเป็นอาหาร ถ้าทำได้เช่นนี้ก็เป็นเสน่ห์เป็นโชคลาภอย่างที่สุดแล้ว วันนั้นจะมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเราไม่รู้หมดรู้จบรู้สิ้น เมื่อทำจิตให้เบาสบายแล้วก็ให้นำพระเพชรมาพกไว้จะส่วนไหนของร่างกายก็ได้ แต่ให้ติดเนื้อต้องตัว อย่าเอาไว้ห่างตัวเราเด็ดขาด ท่านว่าให้รักษาให้ดีดุจของคู่ชีวิตนั่นทีเดียว

    ตะกรุดนี้พ่ออาจารย์ว่าขอให้ผู้พกอาราธนาติดตัวนั้นใช้ให้เป็นจะมีอานุภาพมาก ท่านว่าเมื่อได้ไปให้อาราธนาบูชาไว้ที่เอว และคราวใดจะใช้จึงให้นำขึ้นมาระลึกถึงครูเพชรพญาธรเสร็จแล้วก็นำมาวนใบหน้า เมื่อวนเสร็จแล้วก็ให้นำกลับไปที่เอวตามเดิมตะกรุดเมื่ออยู่ตรงเอวนั้นก็จะเกาะกินดูดซับเคราะห์ตลอดจนทุกข์โศกโรคภัยของเรา นอกจากนี้ท่านว่าหากปรารถนาจะทำกิจใดก็ดีให้สำเร็จ เรียกว่าเอาให้ได้เรื่อง ไปทำอะไรแล้วได้โชคได้ชัยกลับมา ไม่พบกับความผิดหวัง พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ดูเวลา สำหรับกิจที่จะทำนั้น ตรงนี้สำคัญมากท่านว่าวันหนึ่งใช้ได้หลายรอบ ใช้ได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงานเพราะปกติวิสัยมนุษย์นั้นวันๆย่อมเจอปัญหาและมีสิ่งที่ปรารถนาที่ต้องทำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเสนห์เพศตรงข้าม การเข้าหาผู้ใหญ่ ทุกสิ่งที่ยังต้องลุ้นยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังไม่ได้ชัยชนะ โชคชะตายังไม่เข้าข้าง ท่านว่าให้อาราธนาตะกรุดนี้แล้วดูเวลา ขอเพียงรู้วิธีใช้และดูเวลาเป็นเท่านั้นเราจะไปทำกิจนั้นๆเวลาใดด้วยอานุภาพของตะกรุดตัวนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าให้เราอาราธนาตะกรุดในเวลานั้นๆแล้วเอาไปวนส่วนต่างๆดังนี้

    1. เมื่อจะทำกิจต่างๆเวลาเช้าถึงก่อนเที่ยงก็ดี ให้อธิษฐานขอความสำเร็จแล้วนำตะกรุดวนใบหน้า

    2. เมื่อจะทำกิจต่างๆตั้งแต่เที่ยงจนถึงหกโมงเย็น ท่านว่าให้อธิษฐานแล้วนำตะกรุดวนบริเวณอก

    3. เมื่อจะทำกิจต่างๆหลังหกโมงเย็นลงไปจนถึงหกโมงเช้า ท่านว่าให้อธิษฐานแล้วจรดตะกรุดที่หน้าผากลากลงมาจรดปลายเท้า

    พ่ออาจารย์ท่านว่าเคล็ดเหล่านี้สำคัญมากสำหรับคนบูชา ถ้าทำได้ตามนี้จะทำอะไรก็ตามย่อมสำเร็จ ซ้ำยังพ้นออก นำออก จากความอัปรีย์จัญไรทั้งปวงอีกด้วย

    คาถาบูชา
    โอมพระเพชรพญาธร เธอเสด็จจรขึ้นบนอากาศ กูจะตวาดเรียกให้มึงมา โอมปลุกมหาปลุกกูจะปลุกมึงให้ลุก ลุกแล้วอย่านั่ง เจ้าครูกูสั่งให้มึงไปเรียกไปหา กูจะเรียกมึงมา กูจะใช้มึงไปหา.......(พูดสิ่งที่เราปรารถนา)...มาให้กับกู มาเรโสเอหิพุทธานุภาเวนะ มาเรโสเอหิธัมมานุภาเวนะ มาเรโสเอหิสังฆานุภาเวนะเอหิ

    พ่ออาจารย์ท่านเปรียบเครื่องมงคลตะกรุดจิ๋วชุดนี้เอาไว้ในด้านผลสัมฤทธิ์ ว่านำไปใช้แล้วจะออกผลเร็วดั่งลมเพชรหึง คือมีอานุภพมากรุนแรงและรวดเร็ว สำเร็จว่องไว จนกลายเป็นคำเรียกติดปากแทนเครื่องมงคลชิ้นนี้ว่ารุ่นลมเพชรหึง ... รวดเร็วปานลมเพชรหึง หมายถึงรวดเร็วปานมหาวาตะพายุใหญ่พัดโหมกระหน่ำนั่นเอง

    ตะกรุดวิชาชุดนี้ท่านว่าต้องใช้ความตั้งใจมาก ทำยาก เสกยาก ทุกขั้นตอนจึงทำไว้ได้ไม่มาก เพราะตาท่านไม่ค่อยดี ท่านเห็นว่าเป็นตะกรุดขนาดเล็กจึงตั้งใจออกให้บูชาทั่วถึงกัน โดยคนที่นำไปอาราธนาใช้นั้นให้คิดเสมอว่าตะกรุดนี้ติดอยู่กับตัวเราเขาจะช่วยสังเคราะห์ร่างกายของเรา ดึงดูด ขับถ่ายพลังงานซึ่งกันและกัน เป็นสภาวะการเกื้อกูลกันที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งคู่ ...****ท่านว่าจะพกกี่ดอกก็ได้ ถ้าอยากให้การทำงานเป็นระบบ ให้เค้าสังเคราะห์ร่างกายเราเร็วและมีประสิทธิภาพก็ใช้ได้หลายดอก ใครหวังผลเยอะหน่อยก็ใช้มากหน่อยจะสองหรือสามก็ได้ ใครที่ไม่รีบค่อยๆเป็นค่อยๆไปไม่ได้แข่งกับเวลาก็ใช้เพียงดอกเดียว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 ตุลาคม 2019
  8. @un

    @un เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    239
    ค่าพลัง:
    +1,415
    มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาลผลาญกัป
    (คำพรมหาเทพ,ลบกฏนามธรรม)

    ปิดครับ
     
  9. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    รายการนี้มีคนจองมาก่อนหน้าทาง pm ครับ
    ต้องขออภัยด้วยนะครับ

    ปล.ผมดูจากเวลาที่โพสจอง กับเวลาที่ pm มาจองเทียบกันครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 ตุลาคม 2019
  10. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    น้ำมันเป็นต่อเลิศภพจบแดนมารฟ้าสะท้อนกรรม
    (ปรับแต่งกรรม)

    ให้บูชา 3500 บาท
    ปล. รายการนี้ผมแบ่งให้ในราคาเบากว่าที่บูชามาเล็กน้อยครับ น้ำมันมีใช้ไปบ้างเล็กน้อย และยังไม่เคยเติมน้ำมันเพิ่มแต่อย่างใด ของมงคลทุกอย่างในน้ำมันอยู่ครบ และผมยังไม่เคยคีบขึ้นมาดูเลยครับ ปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ อยู่ระหว่างกึ่งกลางของด้ายขาวด้านบนกับขอบแผ่นยันต์ด้านบน

    IMG_20191018_215710.jpg IMG_20191018_215731.jpg IMG_20191018_215759.jpg
    IMG_20191028_210750.jpg

    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-เวตาลถวายพรเนื้อไม้คานอาถรรพ์-ราชาเวตาล-พ่ออาจารย์พล.548127/page-25#post-10972797


    วิชาสร้างน้ำมันสำคัญของท้าวมาลัย(พญามาราธิราช)
    พ่ออาจารย์ท่านว่าน้ำมันนี้เป็นของทิพย์ ของเทวดา เพราะพระผู้สร้างและมีดำริให้สร้างนั้นท่านเป็นกายทิพย์นั่นก็คือท้าวมาลัยหรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่า"จอมฟ้า" ซึ่งน้ำมันนี้จะมีพุทธคุณพื้นฐานในทางบำบัดโรคร้ายนานาชนิด ตลอดจนโรคอันเกิดจาก"เคราะห์กรรม" บันดาลในเรื่องทุกข์ภัยให้คลายเคลื่อน จนถึงทุเลาเบาบางลง และหายสาบสูญไป ท่านว่าน้ำมันสำคัญนี้ต่อให้ไม่ใช้เลยเพียงนำมาพกติดตัวอาราธนาไว้เหมือนเครื่องรางนำไปไหนมาไหนด้วยเช่นนี้ก็ล้ำเลิศนัก ด้วยคุณวิเศษดังกล่าวผู้ใดมีก็ถือว่าเป็นผู้มีวาสนา ด้วยเป็นของทำยาก อัศจรรย์ พันลึก คือมีคุณขลังดั่งคำคนสมัยโบราณท่านอุปมาไว้ว่าใช้แลกบ้านแลกเมืองก็ยังได้ เช่นนั้นจอมฟ้าพญามารท่านจึงกำกับการณ์นี้โดยควรและกล่าวถึงสูตรการทำน้ำมันนี้ไว้แก่พ่ออาจารย์ว่า "เป็นมงคลวิเศษ ผู้มีบุญได้ใช้น้ำมันคุณวิชานี้จะเหนือกว่า ยิ่งใหญ่กว่า จนถึงมีความสำเร็จ มีพละกำลังมากกว่าคนอื่นสิบหกช่วงตัว มีกำลังสิบหกแรง มีวาสนาสิบหกชาติ มีอำนาจสิบหกชั้น"


    ดั่งที่กล่าวไว้ว่าน้ำมันนี้ใครได้จุลเจิมหรืออาราธนาใช้ติดตัวจะมีชัยชนะเหนือผู้อื่นไปไกลหลายช่วงตัว แม้ต่อสู้แข็งขันแข่งบุญแข่งวาสนากับใครก็ทำให้เป็นต่อคู่แข่งทั้งนั้นจำชนะนำหน้าเขาไปไกลมากโข ทำกิจการงานอันใดก็มีผลสำเร็จแรงกว่าคนอื่นได้มากกว่าที่ควรได้,มีมากกว่าที่ควรมีดั่งลงแรงสิบผลงานออกมาร้อยแบบนี้ จะค้าขายทำมาหากินก็ได้เงินได้ชัยมีกำไรเหนือคนอื่นอยู่หลายช่วงชั้น แม้แต่เล่นหวยเสี่ยงโชค,เสี่ยงดวง,การพนันท่านว่าเวลาคนดวงมันเปิดสุดๆก็จะมีโอกาสชนะเจ้ามือได้ง่ายๆ เอาว่าขอให้คนใช้นำไปใช้ในทางที่ดี คิดดี ทำดี จะทำอะไรก็เป็นบุคคลพิเศษมีแต้มเป็นต่อคนอื่นเขาหรือแม้กระทั่งใช้ในทางเทาๆ ทางที่ไม่ดีก็ยังมีชนะเหนือคนอยู่ดี ยิ่งกว่านั้นคนที่พกเครื่องมงคลทั้งหลายก็ดี คนที่มีของขลังสำนักต่างๆ หรือในร่างกายมีรอยสัก เคยฝังเข็ม,ฝังตะกรุด,ฝังเหล็กไหล,ฝังปรอท,ลงทองทั้งหลาย ให้เอาน้ำมันนี้เจิมๆนวดๆถูๆวนบริเวณเครื่องรางเหล่านั้น หรือจะเป็นรอยสักและของที่ฝังตามร่างกาย ท่านว่าเพียงเท่านี้สิ่งทั้งหลายก็จะมีแรงมีพละกำลังอำนาจพุทธคุณมากกว่าเดิมสิบหกช่วงตัว น้ำมันมารฟ้าสะท้อนกรรมนั้นท่านว่าเป็นของกายสิทธิ์ที่ใช้แต่งกรรม ให้คนใช้มีกำลังวาสนาสูงเท่ายอดเขาพระสุเมรุมาเรียงต่อกันเป็นทางสวรรค์ให้เดินขึ้นไปเรื่อยๆ ทั้งยังแต่งให้ผู้ใช้น้ำมันมีเดชมากดังเทวดาในกามภพ ท่านอุปมาว่ามีฤทธิ์มากอยากทำอะไรก็ทำได้ดุจว่าจะดึงเอามหาสมุทรและพระมหาปฐพี ทั้งสี่ทวีปให้พลิกกลับก็ได้ดังนั้น ผู้ใช้จะมีฤทธิ์มากชีวิตเขาจะบินได้ด้วยปีกทั้งสองข้างของตัวเอง(พ่ออาจารย์ท่านว่าหมายถึงไปได้สูง,ไปได้สุดในกิจที่ปรารถนาอยากกระทำด้วยกำลังของตัวเอง ขึ้นไปได้เรื่อยๆไม่กลัวแรงลม แรงปะทะ แรงโน้มถ่วงที่กดเราอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้น) ดุจว่าตัวเราเมื่อสยายปีกเวลาใดก็จะผุดขึ้นขึ้นมาเหนือมหาสมุทรทั้งสี่ทวีป ไม่ได้เป็นบัวใต้ตมตอต่อไป จะสัญจรไปได้ทั่วนภากาศเหยียบไปได้ทั่วแผ่นดินเช่นนั้น

    สำหรับผู้มีวาสนาได้รับน้ำมันในสายวิชาของจอมฟ้า(พญามาร)นี้ พ่ออาจารย์ท่านให้ถือคติที่ว่าตัวเราอยากจะทำอะไรก็ต้องได้ดีไม่มีใครกล้าขวาง "เปรียบตัวเราดั่งพญามารยามแผลงฤทธิ์..เมื่อพญามารแผลงฤทธิ์แม้หมู่เทพเทวาท้าวมหาพรหมยังขวัญหายใจสั่นหนีตายกันวุ่นวายไปถึงกำแพงจักรวาล ดั่งตัวเราเมื่อจะทำกิจใดผู้เป็นใหญ่ทั้งหลายก็ย่อมต้องหนีต้องหลบหน้าให้เรา ต่อให้เป็นผู้วิเศษ,ผู้ศักดิ์สิทธิ์ใดๆก็ขวัญหายใจสั่นเฉพาะอยู่เบื้องหน้าเรา" น้ำมันชุดนี้ท่านว่าเอาไว้ใช้สำหรับคนที่โดนนินทา หรือโดนกระทำ,ให้ร้าย,กลั่นแกล้งต่างๆ... เรียกว่ายิ่งโดนหนักเท่าไหร่ยิ่งมีกำลังมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งโดนรังแกได้ดีเป็นผลสนองกลับต่อตัวเองมากขึ้น ท่านว่าสมัยนี้หายากที่จะมีซักวันนึงที่คนจะไม่พูดถึงเราเลย ชีวิตเราจะไม่โดนใครนินทาว่าร้ายเลยในแต่ละวัน ท่านว่ามันหนีกันไม่พ้นหรอกทั้งเรื่องโดนพูดส่อเสียด,ให้ร้ายหรือนินทาลับหลังอยู่แล้วนี่แค่พื้นๆ แต่ที่หนักกว่านั้นคือการกลั่นแกล้ง,เรื่องอิจฉาริษยา,ทั้งเขม่นกัน,ไม่ชอบหน้ากัน,ไม่ถูกชะตากัน น้ำมันนี้นอกจากให้ผลกับผู้ที่โดนนินทาแล้ว ยิ่งโดนแกล้ง โดนดูถูก โดนกระทำ โดนให้ร้ายต่างๆก็ยิ่งมีผลสะท้อนกลับให้เราได้ดีแรงขึ้น มีวาสนามากขึ้นเป็นเงาตามตัว ท่านว่าถึงขั้นเกลียดแรงรักแรงแบบนั้นเลย กล่าวง่ายๆไอ้ที่เกลียดเราเดี๋ยวก็กลายมาเป็นเพื่อนเป็นเมียเราหมด ส่วนไอ้ที่ดูถูกเรา คอยแกล้งเรา สักพักเดี๋ยวเราจะได้ดีเกินหน้าพวกนั้นไปอีกไกล (ท่านว่ายิ่งคนแกล้งเราเก่งเท่าไหร่,ชะตาแรงเท่าไหร่,วาสนาดีเท่าไหร่ สิ่งเหล่านั้นล้วนแต่มาส่งเสริมเราที่เป็นศัตรูเขาทั้งสิ้น) บางคนที่เคยใช้ก็เรียกน้ำมันนี้ว่า น้ำมันขี้โกงบ้าง,น้ำมันบ้าดีเดือดบ้าง,น้ำมันบ้าระห่ำบ้างหรือตั้งฉายาให้ว่าน้ำมันซาดิสเพราะต้องโดนกระทำถึงจะได้ดีและมีกำลังวาสนา แต่ความจริงแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่านี่คือน้ำมันแต่งกรรมหรือจะเรียกเพราะว่าน้ำมันชีวิตเป็นต่อก็ไม่ผิด ซึ่งคนเราทุกวันนี้มันหนีไม่พ้นเรื่องนินทาว่าร้ายพูดลับหลังอะไรเหล่านี้อยู่แล้ว ท่านว่าท่านหวงแหนเอาไว้นานนักไม่ค่อยให้ใครใช้นอกจากพวกที่โดนแกล้งหนักๆจริงๆ เพราะน้ำมันนี้ใช้แล้วมันซึมเข้าเนื้อเข้าตัวต่อไปมันจะโกงเขาหมด(ท่านว่าแบบนั้น) ถือคติที่ว่ายิ่งเกลียดแรงยิ่งรักแรง ยิ่งดูถูกยิ่งได้ดี ยิ่งโดนกระทำกำลังแลวาสนายิ่งสูงส่ง(ท่านว่าคิดเอาเองเรื่องพวกนี้มันเรื่องพื้นฐานชีวิตของคน ในแต่ละวันไม่มีเรื่องใดที่คุณจะหนีพ้นซักเรื่อง)

    ที่มีอานุภาพวิเศดังนี้เพราะพ่ออาจารย์ท่านใช้น้ำตาพญามารนำมาเป็นส่วนผสมหลักตามโองการของจอมฟ้าที่ให้หุงน้ำมันชุดสำคัญนี้ น้ำตาพญามาร...ของวิเศษนี้จะมีอานุภาพอัศจรรย์เพียงใด เกี่ยวข้องกับพญามารอย่างไร ทำไมพ่ออาจารย์ถึงขนาดออกปากกล่าวถึงอานุภาพอันน่าประหลาดว่า " บิดเบือนคราเคราะห์ เยาะเย้ยเวรกรรม ผันผวนชะตา ปั่นป่วนพรหมลิขิต ".....ความพิเศษของน้ำตาพญามารนั้นทำไมถึงมีอานุภาพเพียงนั้น
    พระพุทธองค์ได้ทรงยกย่องในคราหนึ่งว่า "บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ(ใหญ่)อสุรินทราหูเป็นเลิศ บรรดาบุคคลผู้บริโภคกามพระเจ้ามันธาตุราชเป็นเลิศ บรรดาผู้ใหญ่ยิ่งมารเป็นเลิศ "...(พุทธดำรัส)"
    "ซึ่งพญามารนี้ เวลานี้ท่านช่วยชาวบ้านพวกพุทธมามกะทุกคน ใครนับถือพระพุทธเจ้าพญามารต้องบังคับบัญชาให้ลูกน้องไปช่วยเหลือ คือ เทวดาที่ประคับประคองพวกเรานี่แหละ"(หลวงพ่อฤาษี)
    หากจะสร้างน้ำมันวิเศษอันมีพระบารมีของจอมฟ้าอยู่เต็มภูมิโดยเฉพาะและยังใช้อาราธนาให้เข้ากับกรรมหรือวงจรสำคัญที่มีคุณลักษณะพิเศษนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะสร้างแล้วย่อมยากอย่างแท้จริง ด้วยต้องใช้วัตถุและมวลสารที่เป็นของพญามารมีบารมีของท่านจริงๆมาทำ สิ่งนี้ย่อมเรียกได้ว่าเห็นยากเอายาก ตามปกติวิสัยของพญามาราธิราชนั้นท่านเป็นพระมหาโพธิสัตว์ใหญ่องค์สำคัญ แต่คนส่วนมากก็ยังยึดติดกับคำว่ามาร ไม่ได้เข้าใจว่าท่านคือเทวดาจำพวกหนึ่ง ไปเข้าใจเสียว่ามารคือตัวตนที่น่าเกลียดน่ากลัว จินตนาการให้น่าสยดสยองดุจยักษ์มารเช่นนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าแท้จริงแล้วพญามารนอกจากจะเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่ที่มีบารมีล้นฟ้าแล้ว ยังมีฐานะเป็นถึงจอมภพหรือเจ้าสวรรค์ชั้นปรนิม ขึ้นชื่อว่ามีภพภูมิที่สูงส่ง กายทิพย์ย่อมสง่างามและมีความปราณีตมากกว่าเทวดาต่ำชั้นลงไปทั้งหมด ท่านว่าในกามภพนั้นแม้เราคิดว่าเทวดาตั้งแต่จาตุมหาราชิกาไปจนถึงนิมานรดีมีรูปงาม แต่นั่นย่อมไม่อาจเทียบได้กับชั้นปรนิม นับประสาอะไรจะไปเทียบกับค่าความเป็นทิพย์พญามาร ดังที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่า "ในบรรดาผู้ใหญ่ยิ่งทั้งหมด มารเป็นเลิศ .... พญามารมีโคตรเสมอด้วยพระอินทร์ " จะเรียกว่าพญามารคือประมุขฝ่ายมารหรือเทวดาฝ่ายมารในสวรรค์ชั้นสูงสุดก็ได้ เช่นนั้นท่านจึงมีความเป็นทิพย์ประณีตที่สุดอันจะพึงมีได้ในสวรรค์และเทวดาทั้งมวลก็ไม่ผิด แท้จริงแล้วมารก็คือเทวดา หากแต่มีหน้าที่เฉพาะของเขา ซึ่งตรงนี้หน้าที่ของพญามารก็คืออำนาจที่จะบัญชากามคุณทั้งหลายประกอบด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ด้วยท่านมีหน้าที่ดูแลและควบคุมมหาวงจรแห่งกามคุณ การดูแลวงจรที่ยิ่งใหญ่นั้นเมื่อมองในมุมกลับหากพ้นจากจุดนี้ก็จะถึงซึ่งความเป็นอริยะเช่นกัน ดังนั้นเมื่อไม่มีมารแล้วจะมีพระอริยะได้อย่างไรจุดนี้พ่ออาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า "ของบางอย่างอาจมองว่าขัดแย้งกัน แต่แก่นแท้กลับหนุนเสริมเกื้อกูลซึ่งกันและกันโดยที่เราไม่อาจเข้าใจ เมื่อขาดสิ่งหนึ่ง บารมีของอีกสิ่งหนึ่งย่อมจะไม่เกิดขึ้นได้เลย อย่าคิดรังเกียจเทวดาฝ่ายมารเพราะหากไม่มีท่าน จะมีใครเล่ามาสร้างบททดสอบอันนำไปสู่เส้นทางพุทธภูมิและอริยภูมิทั้งหลาย" หากไม่มีเหล่าเทวปุตตมารบรรดาโพธิสัตว์แลเทวดาทั้งหลายย่อมไม่มีหน้าที่ให้กระทำเพื่อที่จะเพิ่มบารมีของตน ย่อมไม่มีบททดสอบต่างๆเพื่อการก้าวล่วงไปถึงความเป็นอรหันต์หรือโพธิญาณในตนทั้งสิ้น พญามารนั้นท่านก็มีหน้าที่ของท่าน หากให้กล่าวกันจริงๆแล้วหน้าที่ของมารนั้นกลับเป็นคุณประโยชน์กับหมื่นจักรวาลและสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังประกอบกรรมสร้างคุณงามความดีโดยเฉพาะกับคนที่บารมีเรายังไม่เต็ม ไม่ถึงพร้อม ยังไม่ใช่อริยะบุคคลในชาตินี้อย่างแน่นอนอยู่มากเสียด้วย หน้าที่นั้นคือหน้าที่ของการสร้างสรรค์จะเรียกว่าพญามารก็เป็นพระผู้สร้างองค์หนึ่งทีเดียวย่อมไม่ผิด เพราะพญามารคือกษัตริย์แห่งภพปรนิมในฝ่ายมาร ภพนี้เทวดาทั้งหลายปรารถนาสิ่งใดก็ตาม จะมีเทวดาในภพต่ำกว่าหรือภพนิมมานรดีมาคอยตามเนรมิตถวาย เรียกว่ามีหน้าที่สร้างพลังความปรารถนา มีหน้าที่คิดสิ่งต่างๆให้เทวดาภูมิที่ต่ำกว่านำความคิดของตนเองไปกระทำให้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้นหากเป็นเรื่องการสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับกามคุณทั้งห้าก็ไม่มีเทวดาที่ไหนจะมีฤทธิ์ มีอานุภาพใหญ่ มีความประณีตที่จะสร้างสรรค์ได้เหนือไปกว่าเทวปุตตมาร แม้แต่มหาพรหมก็ยังไม่เป็นเลิศในกามคุณเช่นนั้น


    ท่านได้นำน้ำตาพญามารอันเป็นของสำคัญยิ่งยวดซึ่งผูกพันธ์กับพญามารมากนัก พ่ออาจารย์ท่านว่าฉันจะเล่านิทานให้ฟังนะ หากแต่เป็นนิทานที่เคยเกิดขึ้นจริง คนที่มองเห็นเขาก็จะเชื่อ ส่วนคนที่มองไม่เห็นนั้นก็จะคิดว่าเป็นนิทานหลอกเด็กไป นี่เป็นอดีตในห้วงเวลาหนึ่งของพญามาราธิราช...เมื่ออดีตกาลนั้นท่านไม่สามารถเอาชนะพระโพธิสัตว์ได้ จนพระบรมโพธิสัตว์ได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็รู้สึกโศกเศร้าน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่อาจดำรงค์พระองค์อยู่ในเทวโลกได้ จึงมานั่งน้อยใจหม่นไหม้อยู่บนพื้นโลก ท่านได้นั่งขีดเขียนแผ่นหินศิลาในมหาทวีปเทียบวิชาความรู้ระหว่างตนเองกับพระพุทธองค์ ก็รู้ว่าตนกับพระพุทธเจ้านั้นยังห่างไกลกันอยู่ด้วยพระพุทธองค์ทรงรู้มากกว่าตนถึงสิบหกประการ ตั้งแต่บารมีสิบ อินทรียปโรปริยัติญาณ สยานุสยญาณ มหากรุณาสมาบัติ ยมกปาฏิหาริยญาณ อนาวรณญาณ สัพพัญญุตญาณ เมื่อท่านรู้ความแตกต่างท่านก็กำสรวลโศกเศร้าจนน้ำตาแห่งพญามารได้หลั่งลงต้องปฐพี เป็นน้ำตาแห่งความสำนึกและกลับตัวกลับใจพร้อมกับทำพิณประจำพระองค์หล่นไว้ตรงนั้น ซึ่งองค์อมรินทร์ก็ได้มาเชิญพิณนั้นพร้อมกับนำน้ำตาพญามารซึ่งเป็นกายสิทธิ์ธาตุประดิษฐานในพานทองนำกลับไป "...เมื่อพ่ออาจารย์จะทำเครื่องมงคลแทนครูพญามารนั้น องค์อมรินทร์ท่านว่าถ้าจะให้ควรก็ให้นำน้ำตาพญามารประดิษฐานลงไปด้วย โดยท่านได้นำน้ำตานั้นมามอบให้แข็งค้างไว้แต่เบื้องอากาศ พ่ออาจารย์ท่านต้องทำพิธีอัญเชิญและนำขวดน้ำมันจินดามณีมารองรับ ส่งผลให้น้ำมันจินดามณีเปลี่ยนสีไปใสกระจ่างดุจสีน้ำทะเลเมื่อผสมกลมกลืนเข้ากับน้ำตาพญามาร ท่านจึงเรียกน้ำมันนี้ว่าน้ำตาพญามาร

    ท่านนำน้ำตาพญามารส่วนนึงมาสร้างน้ำมันมารฟ้าสะท้อนกรรม โดยท่านได้นำเอาคตของเจ้าปู่ชัยพรหมและของศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเช่น แร่เหล็กไหลปรอท,เหล็กไหลตาน้ำ,เหล็กไหลแม่น้ำโขง,พญาเหล็กไหล,เหล็กดำ,สมิงเหล็ก,อกธรณี,ทองมหาสัตตะโลหะ,แร่โคตรเศรษฐีแม่ชีประทุม,ไม้เท้าพญายม,นิ้วเพชรพระอิศวร,พระขรรค์จักรพรรดิ,กำไลจักรพรรดิ,ขวานสำฤทธิ์โบราณ,คตปรอทชมพูนุช,เหรียญฟูนัน,มีดทิเบต,วัชระโลหะ,ยอดฉัตร,ยอดเจดีย์,ขวานฟ้า,ปรอทกรอ..ท่านนำของสำคัญเหล่านี้มาหุงกับน้ำมันว่านสูตรเฉพาะที่พญามารท่านสั่งให้พ่ออาจารย์หาและทำไว้แล้วจึงนำของกายสิทธิ์ทั้งหลายมาเคี่ยวรวมกับน้ำตาพญามารเพื่อหุงอีกคำรบหนึ่ง พร้อมทั้งใช้เพลิงพิธีหลอมเอาตบะและอานุภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายนั้นมารวมกันให้มีพลังงานเหนือโลกที่อยู่เหนือกฏและความเป็นไปทุกอย่างของโลกท่านว่าบอกได้เพียงเท่านี้จริงๆ

    น้ำมันมารฟ้าสะท้อนกรรมนี้สร้างยากท่านว่าหากไม่ดูฤกษ์จะไม่สัมฤทธิ์ผลเลย แล้วพญามารท่านยังกำกับให้ลงเหล็กจารในแผ่นตะกั่วด้วยบท"มารฟ้าข่มสรรพสัตว์" พ่ออาจารย์ท่านว่านี่เป็นบารมีของพญามารปางข่มที่แม้แต่ฤทธิ์ของพรหมหรือเทวดานางฟ้าก็ไม่อาจจะต้านอำนาจพญามารปางนี้ได้ หากใครมีศัตรูท่านว่าต้องนี่เลยเพราะจะดีมากหากใช้ในการข่มศัตรู ยิ่งใครทำงานแล้วโดนรังแกจากหัวหน้าบ้าง จากเพื่อนร่วมงานบ้าง ยิ่งมีคนแกล้งคนดูถูกเราเอาว่ายิ่งได้ดีมากขึ้น ยิ่งโดนเกลียดโดนกระทำยิ่งมีคนเข้ามารักเรามากขึ้นเป็นเงาตามตัว มนต์พญามารข่มสรรพสัตว์นี้ท่านว่าเป็นวิชาโบราณที่หาผู้รู้สร้างได้ยาก เพราะถ้าพญามารท่านไม่สอน ไม่ครอบให้ก็ไม่มีทางที่จะทำให้สำเร็จได้เลยแต่เมื่อสร้างสำเร็จ เสร็จตามสูตรแล้วจะมีคุณใหญ่ เป็นกำลังหนุนเราไปหลายกัป ให้ดีครบด้านแรงฤทธิ์มากครอบคลุมทั้ง ลาภ ยศ สรรเสริญ เจริญ ก้าวหน้า สมบัติพัสถาน มีชัยชนะปราศจากศัตรู ดวงชะตาดีมีสง่าราศีพร้อมสรรพดังนี้แลใครก็สู้ไม่ได้ ต่อให้ไปได้ครูดีมีฤทธิ์แม้จะเป็น ยักษ์มาร คนธรรพ์ รากษส พญาครุฑ นาค กินนร เทวดา นางฟ้า มหาพรหม ก็มีฤทธิ์สู้พญามารอันเป็นตัวตนสำคัญที่อยู่เหนือกฏวัฏจักรมิได้ เพราะตัวท่านได้รับการละวางและงดเว้นจากกฏแห่งเผ่าพันธุ์เป็นกรณีพิเศษ พ่ออาจารย์ท่านว่าพวกเธอรู้มั๊ยแต่เดิมนั้นมีคติสืบต่อมาว่าอันพญามหาโพธิสัตว์ผู้เป็นใหญ่นั้นย่อมจะไม่จุติในภพเทวปุตมาร หากแต่ท้าวมาลัยหรือจอมฟ้านี้ได้เปลี่ยนแปลงกฏบรรพกาลที่เคยมีมาทั้งหมดไปแล้วทั้งสิ้นโดยตัวของท่าน เพราะตัวท่านเป็นเทวปุตตมารและเป็นพระมหาโพธิสัตว์ใหญ่ยิ่งอันมีพระชาติพระนามแน่นอนแล้วนั่นเอง เช่นนั้นน้ำมันสำคัญนี้ของท่านย่อมแปรเปลี่ยนสิ่งที่คงอยู่มาแต่เดิมหากอะไรที่มันไม่ดี ไม่ควรจะมี มีแล้วก็ไม่ก้าวหน้าไม่ทำให้ชีวิตเราพัฒนามากขึ้นก็ควรจะเปลี่ยนแปลงได้แล้วดังนี้

    น้ำตาพญามาร ...ของวิเศษเทวโลกที่มีอานุภาพอันน่าอัศจรรย์ยิ่งดั่งที่พ่ออาจารย์ท่านได้กล่าวไว้ว่า " บิดเบือนคราเคราะห์ เยาะเย้ยเวรกรรม ผันผวนชะตา ปั่นป่วนพรหมลิขิต " เป็นธาตุบารมีของพญามาราธิราชอย่างแท้จริงพ่ออาจารย์ท่านได้นำมาหุงเป็นน้ำมันเฉพาะศาสตร์,เฉพาะกิจเพื่อให้เราได้มีโอกาสใช้แต่งแต้มเจิมตนเป็นสิริมงคลและจะได้แต่งกรรมตนเอง พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าคนเรานั้นถ้าถึงกับบิดเบือนคราเคราะห์ เยาะเย้ยเวรกรรม ผันผวนชะตา ปั่นป่วนพรหมลิขิตได้แน่นอนว่าชีวิตนี้ย่อมไม่มีไม่รู้จะให้เดือดร้อนเรื่องอะไรแล้ว อันจอมฟ้าพญามารนั้น หากลงมาทำหน้าที่หนุนส่งผู้ใด ด้วยฐานะที่ตนก็มีหน้าที่สร้างสรรค์กามคุณ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองในเทคโนโลยีและวิวัฒนาการทั้งหลายของทุกชาติพันธุ์ มีหน้าที่ดูแลความเป็นไปและความเจริญก้าวหน้าของโลกแลมนุษยชาติ ด้วยกามคุณนี้ก็คือความสะดวกสบาย ความยิ่งใหญ่ในภพ ในชาติ หลายคนสงสัยว่าพวกที่รวยๆ อยู่เฉยไม่ทำอะไรก็รวย หรือพวกที่ใช้เงินให้ตายใช้ทั้งชาติมันก็ยังไม่หมด พวกที่มีบารมีมากคับฟ้าคับแผ่นดินใครก็เอาลงมาไม่ได้ หรือสถานที่อันใหญ่โตโอ่อ่าเกินความจำเป็น เกินประโยชน์ใช้สอย เกินชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งคนและสถานที่เหล่านี้ นั่นคือการอุปถัมภ์ในสังกัดของเหล่าเทวปุตตมารนั้นทั้งสิ้น แม้ตัวจอมฟ้าพญามารก็ได้เคยกล่าวไว้เบื้องหน้าพระบรมศาสดาว่า "ตัวพระองค์มีฤทธิ์ที่จะบันดาลภูเขาทั้งลูกให้เป็นทองคำได้ มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในกามสามารถขวนขวายเรื่องทรัพย์ อำนวยประโยชน์สุขต่างๆตามแต่จะประสงค์ " ดังนั้นบุคคลใด สถานที่ใด หากได้รับความอุปถัมภ์หรือบารมีจากเทวปุตตมาร บุคคลเหล่านั้นก็จะถึงซึ่งความเปลี่ยนแปลง ความเจริญรุ่งเรือง สมกับอานุภาพทางด้านสร้างสรรค์ความสุขอันเกิดแต่กามคุณของพญามาราธิราช ***ทั้งนี้ในขวดน้ำมันพ่ออาจารย์ท่านยังได้ใส่เครื่องมงคลแกะสลักจากไม้กายสิทธิ์ธาตุอันมีคุณเป็นมหากำเนิด เป็นตัวก่อเกิดเฉพาะทางเสริมคุณแห่งการสร้างสรรค์กามคุณของพญามารลงไปด้วยทุกขวด...จะเป็นอะไรผู้ครอบครองเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะรู้ ท่านว่าให้เปิดดูเอาเอง(เคล็ดการใช้ท่านว่าใช้น้ำมันแตะแต้มเจิมหน้าผากเป็นสิริมงคลได้ แต่ถ้าจวนตัวหรือจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้ในกิจสำคัญรอช้าไม่ได้ท่านว่าให้ช้อนเครื่องมงคลไม้แกะสลักนั้นขึ้นมา ใช้เครื่องมงคลนั้นจุ่มน้ำมันเจิมหน้าตาตัวเอง) ทั้งยังลงตะกรุด"บริโภคกาม"เพื่อให้คนใช้ได้มีวาสนารับผลความเจริญและความสุขทั้งหลายในโลกอันสรรค์สร้างและแต่งแต้มจากกามคุณนั้น

    พ่ออาจารย์ท่านว่าคราวนี้ที่ทำน้ำมันสำคัญชุดนี้ก็เพื่อให้บารมีของจอมฟ้าท่านซึมซับเข้าสู่ร่างกายของผู้มีจิตศรัทธา ท่านว่าอำนาจคุณวิเศษจากน้ำมันชุดนี้หากนำมาใช้แตะต้องสัมผัสโดยตรงมันจะซึมเข้าเนื้อเข้าตัว ท่านว่านี่ตรงทางเลย แล้วก็ไม่เป็นอันตรายเพราะไม่มีมวลสารของพรายหรือสัตว์ใดๆแม้แต่น้อย พ่ออาจารย์ท่านว่าคุณวิเศษของน้ำมันนั้นแม้ตัวเธอจะตายสังขารจะไหม้ไปกับไฟแล้ว หากเธอเคยใช้น้ำมันนี้มันก็จะติดตัวเธอไปทุกชาติภพ ให้เสวยสุขอยู่ในชาติตระกูลที่ดี มีกามคุณอันละเอียดอ่อนบริโภคอยู่ทุกเมื่อทุกขณะและจะมีผลสะท้อนกรรมปรับแต่งกรรมนั้นตามคุณลักษณะน้ำมันติดตัวเธอไปทุกชาติจนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพาน

    คาถาบูชา
    นะโม วะสะวะตีมาเร อนาคะตังเส พุทธัสสะ(ใช้ภาวนา)
    โอม วสวัตตีโพธิสัตโตนะโมพุทธานะ ปาฏิหารัญจะ ทวาทะสะ กาละกัญชะมหา ภิสมาปะสะนะวา อิติสิทชะติ


    *** น้ำมันสำคัญนี้พ่ออาจารย์ท่านทำไว้ได้ห้าขวด ท่านว่าหากใช้จวนจะหมดแล้วให้เหลือเชื้อน้ำมันไว้แล้วนำเอาน้ำมันจันทร์ไปซื้อมาเติมให้เต็มก้ใช้ได้เหมือนเดิม รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าจอมฟ้าท่านจะรับครอบชะตาเปิดวาสนาในกามภพและกามคุณทั้งปวงให้หนหนึ่งทั้งยังจะประสิทธิ์กำกับน้ำมันให้เฉพาะด้วย ท่านกล่าวเสมอว่าน้ำมันของท่านนั้นมีเฉพาะผู้ที่ผูกพันธ์หรือมีวาสนากับท่านเท่านั้นที่จะรู้คุณและนำไปใช้ได้ เพราะท่านดลใจให้คนที่ไม่มีวาสนามองข้ามไป รายได้ร่วมสมทบทุนสร้างพระใหญ่สืบต่อไป
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 พฤศจิกายน 2019
  11. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    อสูรเทพวีรภัทรมหากาล(ผู้ทรงอาญาสิทธิ์ประหารเทพเจ้า)
    เนื้อผงมหาสูตรผสมปูนอธิษฐาน

    ให้บูชา 700 บาท

    ปิดรายการนี้แล้วครับ

    IMG_20190608_200950.jpg IMG_20190608_201017.jpg

    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-เวตาลถวายพรเนื้อไม้คานอาถรรพ์-ราชาเวตาล-พ่ออาจารย์พล.539894/page-37#post-9534991


    จากที่เกริ่นไว้เเล้ว พ่ออาจารย์ท่านมีดำริที่จะสร้างครูซึ่งเป็นเทพอสูรขึ้นมาเพื่อให้ศิษย์ทั้งหลายได้ใช้บูชา

    ทำไมต้องเป็นครูอสูร ก็เพราะว่าความดุร้ายและเกรี้ยวกราดตลอดจนเทวานุภาพนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเชิญญาณท่านให้แฝงและประสิทธิ์อย่างเต็มกำลังเพื่อนำไปช่วยเหลือคุ้มครองผู้บูชาตามประการต่างๆ และเพื่อให้เหมาะสมแก่กลียุค ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านได้อธิษฐานบอกกล่าวครูบาอาจารย์ไว้ ว่าต่อไปใครที่มีพระผงรุ่นนี้ไว้บูชาจะสามารถรอดพ้นจากเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆได้ สามารถดำรงค์ตนอยู่ได้เป็นปกติในยุควิกฤติและคับขัน

    มีผู้ถามมาว่า พ่ออาจารย์ท่านจะสร้างและเชิญเทพอสูรพระองค์ใดเพื่อเผยแพร่บารมี ก็พูดได้เต็มปากเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกและที่แรกของโลก ที่สร้างเทพอสูรวีรภัทรขึ้น เพื่อให้ออกไปช่วยเหลือเหล่าศานุศิษย์นับจากนี้ต่อไปหากมีใครนำไปทำก็ถือได้ว่าเขาเหล่านั้นได้เช็ดขี้ตีนพ่ออาจารย์พลท่านเเล้วก็ว่าได้

    มาถึงจุดนี้หลายๆคนคงไม่เคยได้ยินพระนามของเทพอสูรวีรภัทร ว่าเป็นเทพองค์ไหน หากจะพูดถึงพระพิราพก็คงจะได้ยินกันบ้าง

    พ่ออาจารย์ท่านเล่าว่า พระศดาศิวะมหาเทพนั้น มีปางอยู่ 2 ปาง ที่ถือได้ว่าเป็นปางที่มีฤทธานุภาพแรงกล้าและดุร้าย นั่นก็คือ
    1. มหาวีรภัทร
    2. ไภรวะ(พิราพ)


    ซึ่งทั้ง 2 ปางนี้ก็เกิดในวาระที่ต่างกัน พระไภรวะ(พิราพ) เกิดขึ้นตอนตัดเศียรที่ 5 ของพระพรหมมา ซึ่งเศียรนี้หมายถึงอัตตาเป็นความลุ่มหลงในตัวตนของตนเอง คนส่วนใหญ่จะสร้างเเละทำพระพิราพกันเยอะ แต่เเท้ที่จริงเเล้วพระพิราพหรือไภรวะนั้นคือ พระศิวะที่มีบาปติดตัวเนื่องจากไปตัดเศียรที่ 5 ของพระพรหม จึงต้องไปบำเพ็ญเพียรในปางไภรวะจนพ้นบาปกรรมนั้น

    ในส่วนของมหาวีรภัทรนั้น เป็นการที่มหาเทพ ได้ใช้ศิวะมายาหรืออำนาจของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดแห่งจักรวาล เพื่อสร้างมหารูปแห่งการทำลายล้างขึ้นมา เป็นอสูรเทพ นามว่าวีรภัทร และใช้พลังแห่งศักติ ให้กำเนิดมหากาลี ขึ้นมาพร้อมๆกัน จะกล่าวได้ว่ามหาวีรภัทร และมหากาลีนั้น ได้ถูกพระศิวะใช้มายาแห่งพระผู้เป็นเจ้าสร้างขึ้นมาแต่เดิมอยู่แล้วก็อาจกล่าวได้

    ซึ่งการปรากฏรูปของมหาเทพศิวะในปางมหาวีรภัทรนั้น ท่านได้ปรากฏขึ้นเพื่อใช้อำนาจเเห่งการทำลายล้างเพื่อจะประหารเหล่าเทพยดาโดยแท้

    โดยในกาลนั้นพระทักษะประชาบดี ซึ่งถือเป็นมานสาบุตรแห่งพระพรหมมา เป็นบิดาของพระแม่สตี ชายาของพระศิวะ ได้กระทำการหลู่เกียรติของพระเป็นเจ้า ทำให้พระนางสตีได้ใช้เพลิงแห่งสัตยาเผารูปกายพระนางทิ้งไป เป็นเหตุให้พระศิวะเจ้าพิโรธอย่างถึงที่สุด จึงได้ให้กำเนิดพระมหาวีรภัทรขึ้นพร้อมกับมีบัญชาให้ดำเนินการทำลายพิธีของท้าวทักษะ

    ในการณ์นั้นเหล่าเทพยดามากมาย ไม่ว่าจะอินทร์พรหม ยม ยักษ์ หรือวรุณ เทพยดาทั้งหมดได้เข้าช่วยเหลือปกป้องท้าวทักษะประชาบดี ซึ่งได้เชิญตนเองมาเป็นสักขีพยานในพิธีที่ท้าวทักษะจัดขึ้น

    พระมหาวีรภัทรกับมหากาลีนั้น เมื่อพระเป็นเจ้าได้ใช้ศิวะมายาเพื่อให้กำเนดขึ้นแล้ว ก็ได้เร่งรีบไปจนถึงเมืองแห่งทักษะประชาบดี ทั้งสองพระองค์ได้ทำลายเมืองนั้นจนพินาศย่อยยับ กระชั้นเข้ามาถึงภายในโรงราชพิธี

    ฝ่ายพระมหาวีรภัทรนั้น เหล่าทวยเทพทั้งหลายได้เข้าปกป้องพระทักษะ ก็ไม่สามารถสู้กำลังเเห่งพระมหาวีรภัทรได้ เทพเจ้าองค์สำคัญทั้งหลายต่างได้รับบาดเจ็บและพิการไปตามๆกัน แม้กระทั่งพระผู้ทรงธำรงค์รักษาจักรวาลอย่างพระวิษณุนารายณ์ ซึ่งท้าวทักษะเคารพนับถือ และได้เชิญพระเป็นเจ้าของตนให้ปกป้องชีวิตของเขา พระวิษณุนารายณ์ได้เข้าทำการยุทธ์กับเทพอสูรมหาวีรภัทรก็ยังไม่สามารถเอาชัยชนะได้ ต้องอันตรธานหายไปจากมณฑลพิธี เมื่อไม่มีใครปกป้องแล้ว พระวีรภัทรจึงตัดศรีษะท้าวทักษะประชาบดีโยนลงในกองไฟที่กระทำพิธี เป็นการประกาศชัยชนะของพระมเหศวรสดาศิวะให้กึกก้องไปทั้งสามโลก

    พระมหาวีรภัทรนั้น เป็นเทพอสูรที่มาอานุภาพร้ายแรง ดุดันและร้ายกาจมากที่สุด อันจะพึงมีบังเกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกาล เพราะถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมภารกิจศักดิ์สิทธิ์ อันจะต้องทำการประหารท้าวทักษะประชาบดี ซึ่งเป็นมานสาบุตรแห่งพระบรมบิดาพรหมเทพ ซึ่งอำนาจแห่งพระทักษะประชาบดีนั้น ไม่เพียงเป็นที่เคารพนับถือในหมู่ทวยเทพทั้งหลาย ซ้ำยังขยายอำนาจ พอๆกับที่จะพูดได้ว่า กลืนโลกไว้เป็นของตนเองทั้งโลกเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการจะประหารพระทักษะประชาบดีนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายหรือใครก็สามารถกระทำได้ เพราะเหนือหัวพระทักษะนั้น ก็มีพระบรมบิดาพรหมเทพเป็นพ่อผุ้ให้กำเนิด และมีพระวิษณุนารายณ์ที่มหาทักษะนับถือให้การปกปักษ์คุ้มครอง

    ซึ่งภารกิจแห่งพระมหาวีรภัทรก็ทำให้เทพยดาทั้งหลายเข็ดขยาดไปตามๆกันเพราะนอกจากจะบาดเจ็บล้มตายเเล้ว ยังมีพิการต้องกลับไปเลียแผลเก่ากันอีกมากมาย เป็นการรบที่บุคคลเพียงสองคน ได้เอาชนะกองทัพเทพทั้งกองทัพรวมไปถึงเอาชัยชนะแก่พระผู้เป็นเจ้าอย่างศรีหริวิษณุเทพด้วย

    ซึ่งพระมหาวีรภัทรนั้นคือศิวะมายาแห่งความเกี้ยวโกรธที่มีอานุภาพสูงสุดเเห่งพระผุ้เป็นเจ้า

    พ่ออาจารย์พลท่านนับถือและเข้าถึงพระศิวะ เวลาจะกระทำพิธีใดท่านจะบอกกล่าวหรือขอนิมิตรเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกันท่านได้แสดงศิวรูปให้พ่ออาจารย์ได้เห็นในปางของมหาวีรภัทร เนื่องจากพ่ออาจารย์ท่านมีความเทิดทูนและไม่ทิ้งสายไศวะศาสสตร์อันจะทำให้ผู้เคารพนับถือเจริญก้าวหน้าได้ ประกอบกับท่านมีความลังเลที่จะจัดสร้างเทพอสูรพระองค์ใดขึ้นดีเพื่อให้เหมาะแก่ยุคสมัย ที่จะออกไปช่วยเหลือเหล่าศิษย์ได้เด็ดขาดและเต็มกำลัง

    เมื่อได้นิมิตรจากพระศิวะให้สร้างมหาวีรภัทรขึ้น พ่ออาจารย์ท่านปิติเเละดีใจอย่างยิ่ง ท่านกล่าวเสมอว่าการสร้างพระรูปมหาวีรภัทรนั้นถือเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง เพราะพระรูปนี้เป็นพระรูปแห่งการทำลายล้างอันมีทิพย์อำนาจสูงสุดแห่งพระเป็นเจ้าทั้งหมด เป็นการทำลายล้างอกุศลและบาปกรรมเพื่อจะให้กำเนิดสิ่งที่ดีงามมั่นคงขึ้นมาทดแทน ผู้บูชาจะก้าวล่วง พ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย และเริ่มมีสิ่งที่ดีงามปรากฏแก่ชีวิตตนเองด้วยอานุภาพแห่งเทพอสูรวีรภัทรนี้

    ผมได้เรียนถามท่านว่า ระหว่างมนต์พระกาฬกับรูปพระวีรภัทรนี้ ถ้าจะใช้ในทางมหาสะท้อน สิ่งไหนจะมีอำนาจรุนแรงกว่ากัน ซึ่งพ่ออาจารย์ได้กล่าวว่าที่จริงแล้วไม่สมควรเปรียบเทียบกัน เนื่องจากเป็นส่วนของจิตและวิชาที่จะกระทำ เเต่หากพูดถึงเกียรติและศักดิ์ศรีแล้วอย่าว่าแต่พระกาฬซึ่งเป็นเทพบริวารของพระยมราชเลย เเม้ตัวพระยมเองก็โดนพระวีรภัทรทำร้ายสาหัสมาแล้ว พระรูปนี้สิ่งไม่ดีไม่อาจเข้าใกล้หรือรังควานได้เลย สิ่งอกุศลไม่ดีทั้งหลายตลอดจนวิญญาณร้ายจะกลายเป็นอาหารที่พระมหาวีรภัทรท่านเสพย์ท่านกินไปหมดสิ้น แม้มีใครคิดร้ายต่อเรา ไม่ต้องพูดอะไรหรอก หากเราบูชาและมีพระวีรภัทรมหากาลนี้อยู่ในคอ เตรียมดูความพินาศฉิบหายของคนเหล่านั้นได้เลย

    รูปลักษณ์ของพระผงมหาวีรภัทรที่พ่ออาจารย์ใช้ทำเครื่องมงคลนั้น จะเป็นพระศิวะที่อยู่ในปางของอสูร มีพระเนตรที่สามบริเวณพระนลาฏ ใส่ตุ้มหูหัวกระโหลก ทรงมงกุฏเปลวเพลิง มีเขี้ยวโง้งลงที่บริเวณปาก ถ้าเป็นปกติ พระมหาวีรภัทรท่านจะมี 1,000 เศียร 2,000 กรเลยทีเดียว

    ในส่วนของผงที่นำมาจัดสร้างนั้น ผมขอเรียกให้กระชับว่าผงมหาสูตร พ่ออาจารย์ท่านได้ปรุงผงนี้ขึ้นมาเฉพาะเป็นกรณีพิเศษเก็บไว้นานแล้ว เพื่อที่จะทำครูในสายเทพอสูรโดยเฉพาะ โดยท่านได้นำผงว่านยามาตำรวมกัน ซึ่งว่านที่ใช้นั้นท่านจะคัดเฉพาะว่านที่เก่ง มีฤทธิ์ มีตัวตนเป็นกายสิทธิ์ หาได้ยาก จับได้ยาก พลีได้ยาก มาบดสะสมไว้ร่วมกับผงมหายันต์ลบตามสูตรของท่านที่เน้นเลือกเก็บเฉพาะที่เสกจนเรียกว่าอักขระดิ้นได้พร้อมกับเข้าด้วยผงอาถรรพ์อีก 9 ชนิดที่หาง่ายแต่เอายาก ไม่สามารถเปิดเผยที่มาได้

    * ปัจจัยจากการบูชาพระวีรภัทรมหากาลนี้พ่ออาจารย์จะเก็บไว้ดำเนินการทำนุบำรุงซ่อมแซมถาวรวัตถุเป็นการต่อยอดบุญในพระพุทธศาสนาต่อไปตามที่ท่านเห็นสมควรแต่ละโครงการ

    จะมีให้ร่วมทำบุญบูชา 2 เนื้อด้วยกัน
    1. เนื้อผงมหาสูตรผสมปูนอธิษฐาน ร่วมทำบุญองค์ละ 700 บาท
    2. องค์ครู เนื้อผงมวลสารมหาสูตรล้วน ฝังเศียรเทพอสูรวีภัทรเนื้อชินตะกั่ว ตะกรุดตราล้างโลก ตะกรุดพ่อคาถาแม่คาถา ร่วมทำบุญองค์ละ 6,000 บาท


    * พ่ออาจารย์ท่านมีดำริว่า จะสร้างให้เฉพาะเท่าที่ผงมีในกระปุกนี้ ผงหมดก็เลิกสร้าง ทำได้กี่องค์ก็เอาเพียงเท่านั้น

    คาถาบูชา
    โอม ยักษะกะ สวะรูปะ ชฏาธะรายะ ปินากะ หัสสะตายะ สะนาตะนายะ ทิวะยายะ เทวายะ ทิคัมพราย ตัสไม ยะการาย นะมัสศิวาย พระศิวะผู้ทรงอยู่ในพระรูปของมหายักษ์ ทรงมุ่นมวยผม ทรงตรีศูลปินากะ เป็นพระผุ้เป็นเจ้าอันมีมาแต่บรรพกาลอยู่ในสวรรค์ เป็นเทพผูเปลือยพระวรกาย อักษรยะคือพระศิวะ ข้าขอไหว้พระศิวะพระองค์นั้น ศานติ ศานติ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 ตุลาคม 2019
  12. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    พระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์ พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑

    ให้บูชา 4100 บาท

    IMG_20191116_154459.jpg IMG_20191116_154526.jpg

    เนื้อผงมวลสารล้วนเเก่ผงโถครูหลวงพ่อปาน(วรรณะสีเทาองค์ครู) ฝังตะกรุด 5 ดอก
    ตะกรุดด้านหลังคือ นะพลิกเเผ่นดิน นะมี นะเงิน นะเมตตา และนะเสน่หา

    เกร็ดสำคัญ พระองค์นี้เป็นยุคแรกๆของพ่ออาจารย์พล ผงมวลสารเข้มข้นมากๆ และที่สำคัญยังมีเกศาของครูบาอาจารย์หลายองค์และเกศาพ่ออาจารย์พลผสมลงไปในเนื้อพระด้วย โดยผมแทบจะไม่เห็นว่าท่านผสมเกศาลงไปในเครื่องมงคลยุคหลังๆเลย ซึ่งเกศาท่านนั้นเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อมต่อกับพ่ออาจารย์พลโดยตรงตลอดเวลา ทุกครั้งที่ท่านทำสมาธิหรือเสกวัตถุมงคลใดๆก็ตาม พลังงานก็จะเพิ่มพูนมาที่นี่ด้วยครับ และพระพิมพ์นี้ท่านยังมีนิมิตฝันถึงฝูงปลาตัวใหญ่จำนวนมากมายอันหมายถึง อุดมด้วยมหาลาภอย่างที่สุด


    อ้างอิงจาก
    https://palungjit.org/threads/ร่วมทำบุญบูชา-ดวงธาตุยาตราเบญจราชันมหาวิสุทธิวัตถุ-ผังจักรวาลศรีจักราสุริยันจันทรโคจร-พ่ออาจารย์พล.539894/page-9#post-9327945

    อันนี้จะขอเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง ตอนที่พ่ออาจารย์ท่านได้เข้ากราบพบหลวงพ่อฤาษีลิงดำนั้น ท่านได้สนทนากับพ่ออาจารย์หลายเรื่อง จะขอยกบางเรื่องที่ท่านสนทนากันมาให้รับทราบ
    หลวงพ่อฤาษี อีกหน่อยคนเขาจะลำบากกันมาก แกทำพระให้ข้าหน่อยสิ
    พ่ออาจารย์พล พระอะไรครับ
    หลวงพ่อฤาษี แกทำสมเด็จองค์ปฐมให้ชั้นหน่อยนะ เอาผงนี่ไปเก็บไว้ด้วย
    พ่ออาจารย์พล ให้ทำเมื่อไหร่ครับ
    หลวงพ่อฤาษี ถึงเวลาข้าจะไปหาเเกเองนั่นเเหละ
    พ่ออาจารย์พล ผมเต็มใจเพราะคิดเสมอว่า สร้างพระ1องค์ให้เขานี่ก็เป็นกุศลสูงส่งเเล้ว
    หลวงพ่อฤาษี เออ แกมันเหมือนโบราณจารย์สมัยก่อนข้าชอบ ครกอันสากอันไม้ดุ้นก็มานั่งเพียรทำไปไม่สุกเอาเผากิน อย่างน้อยแกก็ไม่ลืมที่ข้าบอก ว่าไม่จำเป็นอย่าไปเอาพระโรงงาน ให้ทำกับมือ สมัยนี้ใครเขาไปถึงไหนเเล้ว แกก็ยังทำแบบคร่ำครึอยู่เหมือนเดิม นี่แหละที่ดีกว่าเขา ข้าเลยอยากให้เเกทำพระให้ข้า

    แล้วท่านก็ไม่ได้เข้าไปหาหลวงพ่อฤาษีลิงดำอีกเลย
    หลังจากนั้นหลวงพ่อก็เข้านิพพานไป จนกระทั่งพ่ออาจารย์ได้ฝันถึงท่านได้มาพูดคุยด้วย

    พ่ออาจารย์พล ท่านมาได้อย่างไร ไหนว่านิพพานไปแล้ว สติเราหลงหรืออย่างไร
    หลวงพอฤาษี ข้ามีสัญญากับแกอยู่ ถ้าแกอยากรู้ว่านิพพานเเล้วมาได้อย่างไร แกก็ตามข้าไปสิ
    พ่ออาจารย์พล ผมยังมีภารกิจที่ยังไม่บรรลุ คงตามหลวงพ่อไปไม่ได้
    หลวงพ่อฤาษี วันนี้ข้ามาตามสัญญา ถึงเวลาเเล้วนะ แกจะต้องทำพระให้กับข้า
    พ่ออาจารย์พล จะให้ทำพระอะไรหรือหลวงพ่อ
    หลวงพ่อฤาษี แกจำผงที่ข้าให้แกได้มั๊ย นั่นเป็นผงของหลวงพ่อปานนะ แล้วก็มีผงที่ข้าทำผสมไว้ด้วย แกเอาผงนั่นสร้างสมเด็จองค์ปฐมให้หน่อย
    พ่ออาจารย์พล ผมคิดว่าจะไม่ทำเพราะทำรูปพระพุทธเจ้าธรรมดาก็พอแล้ว
    หลวงพ่อฤาษี อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย เดี๋ยวท่านจะสื่อลงมาเอง ขอให้เเกรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดทำจริงๆจังๆให้มันเป็นประวัติศาสตร์ เอาผงที่แกลบๆไว้มาเข้ากับผงของชั้น และที่สำคัญใบลานจารึกอักขระธรรมคาถาอาคมสมัยอยุธยานั่น แกจะเก็บไว้ให้ปลวกมันกินหนูมันเเทะถึงเมื่อไหร่ เผาเอาถ่านมาผสมซะ
    พ่ออาจารย์พล ทำไมต้องใช้ใบลานตำรับนั้น พระผงใบลานสมัยนี้เขาก็เอาใบลานสดไม่ก็ถ่านใบลานใหม่ๆมาทำทั้งนั้น
    หลวงพ่อฤาษี แกเชื่อข้า สมัยข้าก็ไม่ได้ทำไว้แกมีวัสดุพร้อมกว่าข้ามีเเรงมีธาตุขันธ์พร้อมก็ทำซะเถอะ มันดีกับตัวแกเองด้วย ลานจารึกพระธรรมจัดว่าเป็นของที่มีสิริมงคลสูงเหมาะจะทำพระรูปของท่าน
    พ่ออาจารย์พล แล้วผมจะเสกอย่างไร ก็หลวงพ่อแนะเเต่วิธีทำ
    หลวงพ่อฤาษี แกจะห่วงอะไร ถึงเวลาข้าจะมาทำให้เองนั่นเเหละ ตอนมีชีวิตทำได้เเค่ไหน ตอนนี้ข้าทำได้มากกว่านั้นอีก อีกอย่างนึงถ้าแกทำข้าจะสอนวิธีเชิญเเละเสกให้

    เมื่อพ่ออาจารย์รับปากเพราะจำสัญญาใจกันได้ เเละได้รู้กลเม็ดเคล็ดลับการทำการเสกเเล้ว หลวงพ่อฤาษีท่านก็ตั้งชื่อพระรุ่นนี้ให้ท่านว่าพระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ จึงเป็นมูลเหตุแห่งการสร้างมาเเต่บัดนั้น

    สืบเนื่องจากเหตุการณ์นี้ พ่ออาจารย์จึงได้จัดทำพิมพ์พระเเบบโบราณขึ้นด้วยตัวท่านเอง ในกรณีนี้ถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่ฟ้าเปิดเเละก็ทำตามคำสั่งเบื้องบนโดยเเท้จริง เเถมยังกินระยะเวลานานมากกว่าจะได้ทำ

    พระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์ พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ นี้ดีอย่างไร ในมุมมองสามัญชนของผม พ่ออาจารย์ได้สร้างไว้ให้ทดแทนพระผงของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่อาจจะมีของปลอมของเสริม เเละตั้งใจทำให้เป็นประวัติศาสตร์เพราะทำกับมือท่านผสมเองทำเอง จัดเป็นครั้งเเรกเลยก็ว่าได้สำหรับการสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมที่ตัวอาจารย์เองสร้างเองทุกขั้นตอน

    การเเกะเเม่พิมพ์นั้น ท่านแกะตามคำสั่งหลวงพ่อฤาษี นั่นคือใช้เคล็ดสำเร็จทันใจ ซึ่งข้อแม้นี้พ่ออาจารย์จะต้องเเกะเเม่พิมพ์ให้เสร็จภายในวันเดียวนั่นเอง จะทำค้างเเล้วมาลงมือต่อแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งท่านก็ทำได้ เสร็จภายในวันนั้น เป็นเคล็ดที่จะให้ผู้ที่บูชาพระมหาพุทธพิมพ์นี้เวลานำไปใช้จะได้สำเร็จทันใจ

    พระรูปที่เเกะจะเป็นรูปของสมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่1ทรงเปล่งฉรรพพรรณรังษี ท่านว่าหลวงพ่อฤาษีกำหนดให้สร้างมาแบบนี้ ท่านบอกเราว่าทำเอาไว้เถิด เหมือนพระองค์ท่านทรงฉายพระรัศมีลงมาต้องเนื้อต้องตัวเราเพื่อโปรดเหล่าสรรพสัตว์ผู้ยากทั้งหลาย เวลาห้อยข้าอธิษฐานไว้เหมือนให้ร่างกายคนบูชาเขาอาบด้วยพระรัศมีของพระองค์เป็นกำเเพงเเก้วปกปักรักษา เป็นสง่าราศีเป็นบุญแก่ร่างเนื้อร่างวิญญาณของเขา

    ปทุมชาติเจ็ดกลีบรองรับพระสมเด็จองค์ต้นที่ให้เเกะเพราะหมายถึง สัตตรัตนมงคลทั้ง7ประการ อันเป็นสมบัติที่เกิดเเต่พระเจ้าจักรพรรดิ์ที่มีบุญญาธิการและบำเพ็ญบารมีมาเต็ม10ทัศ สมบัติทั้ง7นี้ ได้เเก่
    - จักรรัตนะ จักรแก้ว
    - หัตถีรัตนะ ช้างแก้ว
    - อัสสรัตนะ ม้าแก้ว
    - มณีรัตนะ มณีดวงแก้ว
    - อิตถีรัตนะ นางแก้ว
    - คหบดีรัตนะ ขุนคลังแก้ว
    - ปรินายกรัตนะ ขุนพลแก้ว
    เพื่อหวังประโยชน์ให้ผู้บูชาบำเพ็ญบารมีให้เต็มเเละอีกนัยน์หนึ่งคือให้ผู้บูชาได้ครอบครองสมบัติเหล่านี้ โดยมีพระสมเด็จองค์ต้นท่านประทับรักษาไว้ เมื่อมนุษย์ผู้ใดได้สมบัติทั้ง7นี้ ได้ชื่อว่าผู้นั้นบริบูรณ์ทั้งทางโลกเเละทางธรรมเปี่ยมด้วบบุญญาธิการอย่างยิ่ง


    พระสมเด็จองค์ปฐมของพ่ออาจารย์นี้ดีอย่างไร ท่านบอกตามที่หลวงพ่อฤาษีบอกว่าสมเด็จท่านเป็นผู้ริเริ่มทำเนียมต่างๆของพุทธวงศ์ เป็นที่เคารพและให้เกียรติแล้วยิ่งในมวลหมู่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พุทธคุณนั้นนอกจากวาสนาบารมีอำนาจ ยังดีทางโชคลาภที่จะหลั่งไหลมาอย่างมหาศาลอีกด้วย เเต่สิ่งหนึ่งซึ่งจะหาไม่ได้เลยในวัตถุมงคลอื่นก็คือความมั่นคงของชีวิตที่รากฐานผู้บูชาจะเเข็งเเรงมากเปรียบดั่งพระพุทธศาสนาที่สืบทอดพุทธวงศ์สืบมานับจำนวนประมาณมิได้

    ผู้มีสมเด็จองค์ปฐมไว้บูชา หากใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ก็ดี อมนุษย์ก็ดี หรือสัตว์ร้ายก็ดีมีจิตคิดร้ายกับเราจะร้อนรุ่มจนทนไม่ได้ต้องถอยไปในที่สุด และยังสามารถป้องกันอาวุธวิทยาศาสตร์ได้หลายชนิด อาทินิวเคลียร์,สารเคมี,ก๊าซพิษ,ก๊าซชีวะภาพ,ฝนกรดและโรคระบาดทุกชนิดนี่เป็นอานุภาพของสมเด็จองค์ปฐมซึ่งเป็นองค์ต้นของพุทธศาสนา ที่บำเพ็ญบารมีถึง 40 อสงไขยแสนกัป(อันนี้เป็นอานุภาพขององค์ปฐมในสายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

    พูดถึงในส่วนของจำนวนการสร้างก่อน พ่ออาจารย์บอกว่าทุกอย่างท่านกำหนดไว้เเล้วนะ จำนวนต้องเป้ะ แต่ของเราท่านให้ทำได้เรื่อยๆ แต่ห้ามเกิน99องค์ ก็เลยถามท่านว่าที่ว่าห้ามเกินนั้นหมายถึงเนื้อไหน ท่านบอกว่ารวมกันทั้งหมดนั่นเเหละห้ามเกินจำนวนนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่า1ใน99 นั้น ถือว่ามีบุญอย่างยิ่งเลยเพราะเป็นการสื่อจากหลวงพ่อฤาษีเเละสมเด็จองค์ปฐมโดยตรง

    การสร้างนั้นจะต้องสื่อขอพระบารมีอันมากประมาณมิมีกำหนดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่เคยบังเกิดมีในโลกมีพระสมเด็จองค์ปฐมวงศ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่1เป็นที่สุด มาเป็นประธานพร้อมด้วยหมู่พระอรหันต์เอตทัคคะของพระศาสนาในเเต่ละยุครวมไปถึงเทพพรหมทั้งหลายเเละมหาโพธิสัตว์แห่งอนาคตวงศ์ทั้งหมดให้มาประชุมกัน จากนั้นก็อาราธนาหลวงพ่อฤาษีลิงดำเชิญท่านให้มาช่วยกันตามสัญญาให้ท่านเชิญครูบาอาจารย์ในสายท่านลงมาเสก

    พ่ออาจารย์ถึงกับออกปากว่าเป็นการเสกพระที่เราสบายที่สุด เพราะท่านเป็นธุระจัดการกันให้หมดเลย เราเเค่นั่งอธิษฐานจิตเจริญพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเเต่เพียงเท่านั้น มากันแน่นฟ้าไม่มีที่ว่างเลย บารมีท่านยิ่งใหญ่จริงๆแต่ก็ดีนะถือเคล็ดว่าตัวเราสบายคนเอาไปใช้ก็สบาย กำหนดจิตตามดูเวลาเสกท่านมากันจริงๆเเละที่สำคัญคือเราเสกเเค่ที่ทำได้ กดได้องค์สององค์เราก็เสก ท่านก็ผลัดเปลี่ยนกันลงมาเป็นหมู่คณะประจุวิทยาคมเสร็จเเล้วก็กลับไป เช้า เที่ยง เย็น ดึก ไม่มีซ้ำคณะกันเลย หมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นจักรผัน เป็นของดีที่ดีที่สุดจริงๆ

    สำหรับมวลสารที่ใช้จัดสร้างนั้น เรายืนพื้นด้วยมวลสารที่หาไว้ทำพระปิดตาตามสูตรหลวงปู่ยิ้ม
    - ท่านได้รวบรวมพญากาฝากที่เป็นสิริมงคล คดไม้มงคล ไม้มงคลที่ตายพราย ต้นว่านมงคล เกสรดอกไม้ ไม้ไผ่ตัน ไม้รวกตัน คดข้าวสารดำ ข้าวสารหิน สมุดใบข่อย สมุดใบลานเก่าๆที่ขาดไม่ได้ใช้ ผงธูปไหว้พระ ข้าวสุกก้นบาตรพระนำมาตากแห้ง ลูกมะพร้าวกะลาตาเดียวเป็นมหาเสน่ห์ ลูกมะพร้าวกะลาไม่มีตาเป็นมหาอุตม์ คดมะพร้าว กิ่งโพธิ์นิพพานคือโพธิ์ที่หักมาเองทางทิศตะวันออก ไม้ไก่กุก ปูนากระตุกเดือน5นำขุยที่อยู่ปากรูมา กบจำศีลเดือน5ตายคารูกบนำมาเผาไฟป่นเป็นผง เขี้ยวงูจงอางตัวที่ฟักไข่จนตายคาไข่ที่ฟัก(ตัวนี้โดนไฟครอกตาย) ไม้คานคุก ไม้คานประตูคุก ตัวชันโรงที่ต้องอยู่กลางเเจ้งเท่านั้นถ้าอยู่ตามโพรงไม้ใช้ไม่ได้ เวลาพลีต้องให้ดวงอาทิตย์ส่องตรงกับปากรูพอดีจึงนำมาทำเป็นผงได้ ไม้คานเเม่หม้ายที่ใช้หาบของขาย สากเบือเเม่หม้ายที่สามีตายเป็นอาถรรพ์แก้คุณไสยต่างๆ
    - ไม้คานและสากของผู้หญิงที่ไม่มีสามีจนเเก่ตายเเละตายวันเสาร์เผาวันอังคาร เขาควายเผือกที่ถูกฟ้าผ่าตาย เขี้ยวเสือโปร่งเป็นมหาอำนาจ เขี้ยวหมูตันเป็นมหาอุตม์ คดสมองวัวจะเป็นก้อนหินที่อยู่ในสมองวัวมีอานุภาพทางตบะเดชะ ผู้เจตนาร้ายไม่กล้าขยับปากด่าว่าให้ร้ายป้องกันเขี้ยวงาอยู่ยงคงกระพัน คดขนุนเป็นของที่เกิดในพืชถือว่าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเองตามธรรมชาติ คดขนุนที่เกิดจากลูกขนุนที่มีลูกขึ้นอยู่ใต้ดิน เมื่อผ่าดูจะพบคดขนุนเชื่อว่ามีเทพยดารักษามีอานุภาพค้ำดวงชะตา เมตตามหาอุตม์ งาช้างดำ(งาที่กลายเป็นหิน)มีอานุภาพครอบจักรวาล งากำจัด งากำจาย งาช้างน้ำ เขากวางคุด ใช้ทางมหาอุตม์คงกระพันเสน่ห์เมตตา ถ้าค้าขายก็จะได้ชัยชนะค้าขายดี เขากระจงคุดมีอานุภาพทางคลาดแคล้ว พญางูปากเบ็ดมีอานุภาพทางโชคลาภ
    - ตะไคร่โบสถ์ ตะไคร่เสมา ตะไคร่เจดีย์ใหญ่ กระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่าที่เลิกใช้เเล้ว ดินสังเวชนียสถานทั้ง4 แร่ธาตุต่างๆได้เเก่ เพชรหน้าทั่ง ดินกากยายักษ์ เหล็กสังขวานร เหล็กน้ำพี้ รังเหล็กไหล ข้าวตอกพระร่วง สัตว์ที่มีรูปร่างแปลกๆเช่นจิ้งจกสองหาง กิ้งก่าสองหาง นำมาเลี้ยงไว้จนตายเผาไฟเเละบดเป็นผง อัญมณี 12 สี ตะไคร่หลักเมืองเก่า น้ำฝนเดือนห้าตกรดหลังคาโบสถ์โดยนำโอ่งมารองกลางเเจ้งใช้ผสมทำผง ผงลบมือพุทธคุณ ปถมัง อิทธิเจ ตรีนิสิงเห มหาราชและอื่นๆ(บอกคร่าวๆกันคนโขมยสูตรทำผง)



    หลังจากนั้นจึงเพิ่มเติมผงลบตามสูตรต่างๆที่กดพระพิชัยมาลาลงไป ได้เเก่ผงอิติปิโสกลบทต่างๆ ได้เเก่ อิติปิโสห้ามโจร อิติปิโสห้ามไฟ อิติปิโสห้ามพยาธิ อิติปิโสห้ามอุบาทว์จัญไร อิติปิโสห้ามกลียุค อิติปิโสห้ามโทโส อิติปิโสห้ามโมโห อิติปิโสห้ามโรคที่บังเกิดภายใน อิติปิโสห้ามสัตว์จัตุบาท อิติปิโสพระขรรค์ไชยศรี อิติปิโสบัวบาน อิติปิโสสะท้านธรณี อิติปิโสดำเนินงาน อิติปิโสโลกสามภพ อิติปิโสล้ำเลิศ อิติปิโสจักรพรรดิ์สมบัติ อิติปิโสสั่งสอนสัตว์ อิติปิโสปิดทาง อิติปิโสทรงทาง อิติปิโสสังขาลิก อิติปิโสต้อยติด อิติปิโสถวายชีวิต อิติปิโสพระเจ้าลีลางาม อิติปิโสมโหรจินดา อิติปิโสมโหธร อิติปิโสพระเจ้าทรมานสัตว์ อิติปิโสดับพยาธิ อิติปิโสส่องโลก อิติปิโสดับทุกข์ อิติปิโสเกราะเพชร อิติปิโสชมญาณ อิติปิโสไตรเทพ อิติปิโสสว่างทั่วไตรภพ อติปิโสเป็นครูสัตว์ทั้งปวง อิติปิโสเบิกทวาร อิติปิโสทับบาดาล อิติปิโสเต็มที่ อิติปิโสนวหรคุณ อิติปิโนพคุณ อิติปิโสถอยหลัง(วิชาเพชรกลับ) อิติปิโสหูช้าง อิติปิโสแปดทิศ อิติปิโสถอด อิติปิโสนารายณ์แปลงรูป อิติปิโสฤาษีย้ายรูป อิติปิโสย้ายรูปถอยหลัง อิติปิโสภุชฌงค์ซ่อนหัว อิติปิโสภุชฌงค์ซ่อนหาง อิติปิโสนารายณ์7บท (นารายณ์กลืนจักร นารายณ์คลายจักร นารายณ์ประสมจักร นารายณ์หักจักร นารายณ์ถอดจักร นารายณ์ยกจักร นารายณ์ปิดสมุทร) อิติปิโสมงกุฏพุทธเจ้า เป็นต้น นำมาผสมกับผงรัตนมาลาที่ท่านลบเเบบเต็มสูตรซึ่งลบยากมากเเต่ละอักขระต้องเเตกออกไปเป็นคาถาบทใหญ่กว่าจะได้นับร้อยบท ผงเหล่านี้มีอิทธิคุณครอบจักรวาลตามเเต่จะอธิษฐานใช้แบบฝอยท่วมหลังช้าง ท่านว่าจะฝืนดวงยกดวงกลับดวงอยู่ในนี้ทั้งหมด

    ทั้งนี้ยังไม่พอเพื่อให้ถึงความเป็นที่สุดเเห่งพระเนื้อผง ท่านยังได้นำผงทำพระสมเด็จกระปุกครูของท่านที่สืบทอดมาเเต่สมเด็จโต วัดระฆังผสมลงไปด้วยเพื่อให้สมกับคำว่าจักรพรรดิ์จริงๆ นอกจากนั้นยังมีผงพระปฐมเจดีย์หลวงพ่อน้อย ผงยาจินดามณีหลวงปู่เพิ่ม เเละผงว่านยาต่างๆเกิน108ชนิดและที่สำคัญคือผงจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่วัดสะแก ซึ่ง1ช้อนสร้างพระได้ 1,000 องค์ เเต่นี่กล้าพูดเลยว่า 1 ช้อน ท่านสร้างเเค่ 1-2 องค์ ใครอยากใช้พระที่มีพุทธคุณไม่ต่างจากหลวงปู่ดู่ทำทิ้งไว้อย่าได้พลาด พุทธคุณรุนแรงแน่นอน

    นอกจากนี้ยังผสมผงโถครู ที่หลวงพ่อฤาษีมอบไว้ให้ทำพระสมเด็จองค์ปฐมโดยเฉพาะ เหมือนคำปกาศิตเเละสัญญาใจระหว่างท่าน ผงนี้พ่ออาจารย์ได้นำมาผสมผงใบลานอยุธยาเผาโขลกตำจนละเอียด

    พ่ออาจารย์ว่าเวลาเสกจะเห็นดวงจิตของหลวงพ่อปานท่านคุมอยู่ตลอด ผงที่หลวงพ่อฤาษีให้มานี้เเน่นอนว่าต้องมีส่วนผสมหลักเป็นผงลบของหลวงพ่อปานที่ท่านเอาไว้อุดพระพิมพ์ทรงสัตว์ของท่านเเน่นอน ผงนี้มีค่ามากเพราะพระองค์ละหมื่นละเเสนอุดนิดเดียว แต่พอถึงทีเราทำองค์หนึ่งๆหลวงพ่อฤาษีท่านให้เราผสมเป็นช้อนๆทีเดียว ใครมีผงนี้เเน่นอนล่ะ ไม่อดไม่อยาก ที่ว่ายากว่าจนก็จะเป็นเศรษฐี มีครบทั้งกันเเละเเก้ เมตตามหานิยม จัดเป็นผงลบของบูรพาจารย์ที่มีพุทธคุณครอบจักรวาลตามเเต่จะอธิษฐาน ใครได้ไปลองดูได้เลย วันนี้อยากอาราธนาองค์พระไปทางไหนก็บอกกล่าวท่าน ใช้ได้ครอบคลุมทุกด้านทีเดียว

    เมื่อทำองค์พระนั้นใช้วิธีเเบบโบราณคือตอกตัด เเละพระทุกองค์จะรองด้วยใบโพธิ์ของกิ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก เป็นเคล็ดให้คนใช้เจอทางออก ชีวิตไม่มีอุปสรรคทางตันในทุกๆเรื่อง คนเราถ้ามีปัญญามองเห็นทางออกเสมอเหมือนโชคช่วยฟ้าช่วย ก็ประสบความสำเร็จไม่ยากในยุคข้าวเเพงหมากเเพงเช่นนี้

    ถือเป็นโอกาสเเละวาระมหามงคลโดยเเท้จริง ที่พ่ออาจารย์ได้รับคำสั่งให้สร้างยอดวัตถุมงคลในยุคที่เปี่ยมไปด้วยเหตุการณ์ร้ายทั้งทางจิตใจเเละสภาพสังคม เหมือนฟ้าอยากจะช่วยเหลือโปรดสัตว์ทั้งหลาย ที่มีปัญหากันอยู่ในทุกวันนี้ให้ได้พบทางออก

    ท่านว่าถ้าใครนั่งสมาธิทำกรรมฐานก็ให้เอาองค์พระพกไว้ถือไว้เวลานั่งสมาธิด้วย จะรู้สึกอบอ่นเเละโล่งสบายสามารถเข้าออกญาณได้ไวเเละเป็นเร็วขึ้นเวลาสวดมนต์ก็เอาท่านไปวางไว้ที่หน้าตักพระปะธานที่เราสวดด้วยเป็นการบูชาท่านไปในตัว

    วัตถุมงคลนี้ใครดีเเล้ว ชีวิตไม่มีอุปสรรคไม่มีปัญหาเเล้ว มีความสุขเเล้ว ท่านว่าอย่าได้มาเอาไป ให้เก็บไว้ให้คนที่เขาเดือดร้อนได้ใช้ได้บูชา เพราะจะหายอดผงอย่างผงของหลวงพ่อปานหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ทำไว้ให้เก็บไว้สร้างนั่นยากเต็มที ผงของเราเรายังลบได้เเต่ผงของท่านนี่สิที่หาไม่ได้ พระทุกองคผสมมวลสารจริงทุกองค์ขอให้วางใจได้เลย

    - พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑เนื้อผงมวลสารผสมผงโถครู (วรรณณะขาว) บูชา 1,000 บาท
    - พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ เนื้อผงมวลสารล้วนเเก่ผงโถครูหลวงพ่อปาน(วรรณะสีเทาองค์ครู) ฝังตะกรุด 5 ดอก ให้ผู้บูชาบอกเเนบมาว่าปรารถนาพุทธคุณด้านใดเป็นพิเศษท่านจะเลือกนะเลือกยันต์ลงให้ตามที่ปรารถนา เป็นของเฉพาะกาลเฉพาะคนเฉพาะบุญของตน บูชา 4,000 บาท
    - พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ เนื้อไม้ช่อฟ้าเเกะ หลังอุดผงมวลสารล้วนเเก่ผงโถครูหลวงพ่อปาน(วรรณะสีเทาองค์บรมครู) ฝังขตะกรุดเเละของวิเศษต่างๆตามเเต่ท่านจะพิจารณา ให้ผู้บูชาบอกเเนบมาว่าปรารถนาพุทธคุณด้านใดเป็นพิเศษท่านจะเลือกนะเลือกยันต์ลงให้ตามที่ปรารถนา เป็นของเฉพาะกาลเฉพาะคนเฉพาะบุญของตน บูชา 10,000 บาท


    *ทั้ง 3 เนื้อ สร้างรวมกันไม่เกิน 99 องค์ ครบจำนวนก็ปิดจอง ขอบอกไว้ก่อนว่าผงองค์ครูกับบรมครูนี้จะหอมมาก เนื้อองค์พระที่ผมเห็นคือเป็นสีเดียวกับผงโถครูหลวงพ่อปานเลย พูดง่ายๆว่าท่านไม่ได้ผสมอะไรเจือลงไปเท่าไหร่นักเเทบจะตักผงเพียวๆมาผสมให้เลยจะอ่อนทางผงลบผงว่านยา ส่วนเนื้อสีขาวนั้นจะเเก่ผงลบของท่าน


    ข้อปฏิบัติ
    คาถาบูชาสมเด็จองค์ปฐม
    นะโม กาเยนะ วาจายะ เจตะสา วา วะชิรัง นามะ ปะฏิมัง อิทธิธรรมะปาฏิหาริยะกะรัง
    สมเด็จพ่อองค์ปฐมต้นพุทธะรูปัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สะทา โสตถี ภะวันตุ เม


    คาถาแผ่เมตตาขอบารมีสมเด็จองค์ปฐม
    สวดอย่างน้อย 9 จบ อย่างมากตลอดเวลา
    นะโมพระพุทธสิกขีพระพุทธเจ้า ขอได้โปรดดลบันตาลให้สรรพสัตว์ทั้ง 3 โลก ได้หลุดพ้นจากภัยพิบัติวัฏฏสงสารโดยสิ้นเชิง
    ด้วยพระบารมีมิอาจประมาณ ลูกขอนอบน้อมนมัสการด้วยจิตใจ ขอให้ลูกมีจิตสะอาดสว่างใส หลุดพ้นไซร้สู่บ้านนิพพานเทอญ สัมปะจิตฉามิ


    คุณประโยชน์ของการอุทิศส่วนกุศลแผ่เมตตาจิตให้สรรพสัตว์ทั้ง 3 โลกไปกับฉัพพรรณรังสี รัศมี 6 ประการ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์แรกเริ่มมีดังนี้
    1. โปรดช่วยสรรพสัตว์ได้ แดนเปรต อสุรกาย มนุษย์โลก สัตว์ทั้งที่มีชีวิตและเป็นภูมิผีวิญญาณเร่ร่อน แผ่ไปทั่วเทวโลก พรหมโลก ได้รับโมทนาบุญกับเรา การแผ่เมตตา แผ่ส่วนกุศลไปยังสรรพสัตว์ทั้ง 3 โลก รวมถึงเจ้ากรรมนายเวร จงทำทุกวัน จงตัดเวรตัดกรรม ให้อโหสิกรรมต่อกัน ยกเป็นอภัยทาน ถวายพระพุทธเจ้า ถ้าเราโกรธตอบจะเพิ่มภพชาติให้เกิดมาใช้หนี้เวรกรรมกันอีก
    2. สวดด้วยจิตศรัทธาแท้ เทพ พรหมรักใคร่ สรรเสริญ เมตตาติดตามรักษาเราให้อยู่เย็นเป็นสุข
    3. สวดตลอดเวลา คิดปรารถนาสิ่งใดก็สมหวัง
    4. สวดตลอดเวลาจิตเป็นสมาธิ ภาวนาจิตไม่ฟุ้งซ่าน จิตสะอาดปราศจากนิวรณ์
    5. จิตสะอาดสว่างไสว จิตหลุดพ้นจากการหลงยึดติดในขันธ์ 5 จิตเป็นจิตประภัสสร เป็น จิตพระอริยบุคคลได้ง่าย เพราะเป็นจิตที่มีเมตตา เคารพบูชา พระรัตนตรัยมองเห็นภัยในวัฏฏสงสาร เป็นจิตฉลาดไม่มีอวิชชา เป็นจิตที่มีพระนิพพานเป็นกรรมฐานได้ 8 กรรมฐาน คือ
    1) พุทธานุสสติกรรมฐาน
    2) ธรรมนุสสติกรรมฐาน
    3) สังฆานุสสติกรรมฐาน
    4) พรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
    5) อุปสมานุสสติกรรมฐาน นึกถึงความดียิ่งของพระนิพพาน
    6. เป็นการอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ตัดเวรตัดกรรม ยกเป็นอภัยทาน ถวายพระพุทธเจ้า ถ้าเจ้าโกรธก็เป็นการเพิ่มภพเพิ่มชาติ
    7. การอุทิศแผ่กุศลไปยังสรรพสัตว์ทั้ง 3 โลก จงทำทุก ๆ วันละอย่างน้อยสวด 9 จบ ช่วยทั้งคนทั้งผี ทั้งสัตว์โลก สัตว์นรก ช่วยเทพเทวดา มีโอกาสโมทนากับพวกเราด้วย
    8. พระคาถาสวดพระนามพระพุทธเจ้านี้ พระท่านให้ไว้แก่มวลมนุษย์มาจากเบื้องบนพระนิพพาน ให้สวดทุกวัน เพื่อช่วยมวลเวไนยสัตว์ และตนเองก็หลุดพ้นจากนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ไม่ต้องได้เกิดในแหล่งอบายภูมิ 4 อย่างนี้ เป็นการเสริมบารมีให้แก่ตนและผู้อื่น
    9. การแผ่พลังจิตให้เป็นพลังไปรอบทิศจักรวาลทั้ง 3 โลกนั้น ทำจิตให้ว่างจากขันธ์ 5 ว่างจากกิเลสตัณหา ทำบุญกุศลทุกอย่าง ขอถวายทางจิตให้องค์สมเด็จพระบรมครูพระพุทธเจ้าโปรดโมทนาบุญกุศลทุก ๆพระองค์ เพื่อประโยชน์สูงสุดแด่มวลสรรพสัตว์ทุกจิตดวงธรรมญาณได้รับผลบุญที่ลูกแผ่ไปให้ทุกดวงจิตธรรมญาณเทอญ การขอแรงพลังจิตขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการขอแรงคลื่นวิทยุของท่านผู้เป็นใหญ่บุญบารมีใหญ่ ช่วยอีกแรงหนึ่งเพื่อให้สรรพสัตว์ 3 โลก ได้ยินคลื่นวิทยุได้ดียิ่งขึ้น จิตของสัตว์อบายภูมิน้อยนักที่จะได้รับได้ยินเหมือนคนตาบอด แต่ถ้าเขาโมทนายินดีรับกับการอุทิศบุญกุศลแผ่เมตตาไปให้กับเขา ก็ทำให้เขาเป็นสุข พ้นทุกข์จากอบายภูมิได้ทุกคน เราต้องทำจิตให้สะอาดทำจิตว่างจากขันธ์ 5 ปล่อยพลังจิตไปทั่วรอบทิศจักรวาล
    10. สวดพระคาถาพระนามองค์สมเด็จพระปฐมบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝากบุญกุศลไว้กับท่านท้าวยมราชได้แน่นอน โปรดสัตว์ได้ทั่วทั้ง 3 ไตรภพ แล้วแต่จะกำหนดจิตโปรดได้หมดทุกประเภท ทั้งชาติกำเนิด 4 คือ(เกิดในไข่ เกิดในคูต เกิดเป็นตัว เกิดขึ้นเอง เช่น ผี เทพ พรหม ) ภูมิวิถี 6 คือ
    1) สัตว์นรก
    2) เปรต
    3) อสุรกาย
    4) สัตว์เดรัจฉาน
    5) คน
    6) เทวดา พรหม
    โปรดสัตว์ได้ตามวาระจิตของวิญญาณใด ถึงพร้อมย่อมสามารถเข้าถึงสุขติภูมิ คือ สวรรค์ และคนชั้นสูงมีความสุขตามฐานะ กฎของกรรมต่าง ๆ ที่คอยกีดกั้นขวางงาน เป็นเมตตาบารมี กฎของกรรมก็ตามไม่ทัน เพราะบุญใหญ่ เวลาการบำเพ็ญบารมีของแต่ละท่านก็แตกต่างกันคือ พระสาวกภูมิ ต้องบำเพ็ญบารมีนาน 1 อสงไขยกับแสนกัป พระอัครสาวก ต้องบำเพ็ญบารมีนาน 2 อสงไขยกับแสนกัป พระปัจเจกพุทธเจ้า ต้องบำเพ็ญบารมีนาน 2 อสงไขยกับแสนกัป พระพุทธเจ้าปัญญาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมีนาน 4 อสงไขยกับแสนกัป พระพุทธเจ้าศรัทธาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมีนาน 8 อสงไขยกับแสนกัป พระพุทธเจ้าวิริยะธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมีนาน 16 อสงไขยกับแสนกัป

    เรื่องพระสมเด็จองค์ปฐม

    พระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม ทรงสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกแห่งโลกธาตุ ทรงค้นพบวิชาว่าด้วยการบำเพ็ญบารมีเพื่อความพ้นทุกข์และสำเร็จตามพระประสงค์ จากนั้นทรงบัญญัติรวบรวมพระสูตรพร้อมทั้งทรงฝึกบุคคลเพื่อให้ถึงความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร และฝึกบุคคลเพื่อสืบทอดพุทธวงศ์ดำรงไว้ซึ่งพระสัทธรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์


    ระยะเวลาที่ทรงตั้งพระทัยมั่นค้นคว้าโดยไม่มีแบบอย่างและไม่มีครูผู้ฝึกเป็นเวลาประมาณมิได้แค่พระพุทธเจ้าที่บำเพ็ญบารมีแบบ วิริยะธิกะพุทธเจ้า ซึ่งมีการบำเพ็ญบารมียาวนานมากคือรวมทั้งสิ้น ๘๐ อสงไขย โดยแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ

    1. ปรารถนาในใจ ๒๘ อสงไขย
    2. เปล่งวาจาต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓๖ อสงไขย รวมเป็น ๖๔ อสงไขย จึงได้เป็นนิตยะโพธิสัตว์
    3. รับพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกจึงบำเพ็ญบารมีต่ออีก ๑๖ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป จึงจะถึงกาลมาตรัสรู้ได้

    ดังนั้นพระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมจะต้องทรงใช้เวลานานสักเท่าใดกว่าพระองค์จะทรงมาตรัสรู้สั่งสอนสรรพสัตว์และสืบทอดพุทธวงศ์ได้ด้วยพระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดพุทธวงศ์พระสัทธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และจุดประกายความสว่างในจักรวาลให้โลกได้เริ่มรู้จักการสั่งสมบุญบารมี


    เมื่อทรงใช้เวลาอันมิอาจจะประมาณได้จนพระองค์สามารถสรุปแนวทางอันแน่นอนแล้วก็ยังทรงเวียนว่ายในวัฏสงสารอยู่นานกว่า ๔๐ อสงไขย จึงทรงดูกาลที่จะทรงลงมาตรัสรู้บนโลกในพระชาติสุดท้าย ขณะนั้นมนุษย์มีอายุขัยประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี ทรงออกมหาภิเนษกรมณ์เมื่อพระชนมายุได้ ๔๐,๐๐๐ ปี หลังจากทรงผนวชได้ ๒๐,๐๐๐ ปี จึงทรงบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แรกของโลก จึงถือเป็นการอุบัติแห่งปฐมบรมครูพระผู้รู้แจ้งทุกสรรพสิ่งของโลกธาตุทุกสรรพวิชาในจักรวาลที่ไม่มีใครเทียบและเสมอเหมือนพระองค์ได้ ทรงโปรดเวไนยสัตว์และประกาศพระสัทธรรมสร้างรากฐานก่อตั้งพระพุทธศาสนาอยู่เป็นเวลาประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปี จึงได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน


    พระพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐมทรงพระนามว่า สมเด็จพระพุทธสิกขี แต่พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ต่อมาก็ทรงมีพระนามซ้ำกัน โดยเฉพาะพระนามนี้มีด้วยกันถึง ๕ พระองค์ จึงขอถวายพระนามว่า สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่ ๑ พระองค์จึงทรงเป็นต้นวงศ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์จึงสมควรยกย่องพระองค์เป็น สมเด็จองค์ปฐมบรมครู อย่างแท้จริง ส่วนพระนามอื่นๆนั้น ชนทั่วไปยกย่องเรียกขานพระนามอีกมากมายเหมือนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่ได้ทรงรับการกล่าวขานพระนามมากมายเช่นกันด้วยความเคารพความศรัทธาอย่างยิ่ง


    คณาจารย์ครูบาอาจารย์ผู้รู้ได้เล่าสืบต่อกันมาด้วยท่านเหล่านั้นเป็นผู้สืบทอดเชื้อสายแห่งพุทธวงศ์มา จึงมีความรู้ตามวิสัยแห่งพุทธะไปด้วยและท่านที่มีความกล้าหาญอดทนเป็นอย่างยิ่งที่นำเรื่องสมเด็จองค์ปฐมมาเผยแผ่ให้ชนทั้งหลายไม่ลืมต้นกำเนิดแห่งพุทธวงศ์ คือ พระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง เด่นชัดที่สุด ต่อมาสายหลวงปู่ปาน โสนันโท วัดบางนมโค, ศิษย์สายหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก, หลวงปู่ขันตยาภรณ์ สุสานไตรลักษณ์ แม่วาง เชียงใหม่ และน่าจะมีอีกหลายท่านแต่ยังไม่ถึงกาลเวลาหรืออย่างไรจึงยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควรบัดนี้น่าจะถึงกาลเวลาที่ผู้รู้จะได้ยังกิจนี้ให้สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์เกื้อหนุนแก่พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองไม่มีประมาณจะยังจิตให้ แก่สรรพสัตว์ได้รักในการบำเพ็ญบารมีในทางที่ไม่ประมาทและเป็นความเจริญในชาติบ้านเมืองอันเป็นจุดนำไปสู่ความเจริญและสันติภาพของโลกด้วย

    การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้า
    1. ปัญญาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมี ๔ อสงไขย กับแสนมหากัป
    2. ศรัทธาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมี ๘ อสงไขย กับแสนมหากัป
    3. วิริยาธิกะ ต้องบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขย กับแสนมหากัป


    มูลเหตุการสร้างพระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์ พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑

    อันนี้จะขอเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟัง ตอนที่พ่ออาจารย์ท่านได้เข้ากราบพบหลวงพ่อฤาษีลิงดำนั้น ท่านได้สนทนากับพ่ออาจารย์หลายเรื่อง จะขอยกบางเรื่องที่ท่านสนทนากันมาให้รับทราบ

    หลวงพ่อฤาษี อีกหน่อยคนเขาจะลำบากกันมาก แกทำพระให้ข้าหน่อยสิ
    พ่ออาจารย์พล พระอะไรครับ
    หลวงพ่อฤาษี แกทำสมเด็จองค์ปฐมให้ชั้นหน่อยนะ เอาผงนี่ไปเก็บไว้ด้วย
    พ่ออาจารย์พล ให้ทำเมื่อไหร่ครับ
    หลวงพ่อฤาษี ถึงเวลาข้าจะไปหาเเกเองนั่นเเหละ
    พ่ออาจารย์พล ผมเต็มใจเพราะคิดเสมอว่า สร้างพระ1องค์ให้เขานี่ก็เป็นกุศลสูงส่งเเล้ว
    หลวงพ่อฤาษี เออ แกมันเหมือนโบราณจารย์สมัยก่อนข้าชอบ ครกอันสากอันไม้ดุ้นก็มานั่งเพียรทำไปไม่สุกเอาเผากิน อย่างน้อยแกก็ไม่ลืมที่ข้าบอก ว่าไม่จำเป็นอย่าไปเอาพระโรงงาน ให้ทำกับมือ สมัยนี้ใครเขาไปถึงไหนเเล้ว แกก็ยังทำแบบคร่ำครึอยู่เหมือนเดิม นี่แหละที่ดีกว่าเขา ข้าเลยอยากให้เเกทำพระให้ข้า

    แล้วท่านก็ไม่ได้เข้าไปหาหลวงพ่อฤาษีลิงดำอีกเลย

    หลังจากนั้นหลวงพ่อก็เข้านิพพานไป จนกระทั่งพ่ออาจารย์ได้ฝันถึงท่านได้มาพูดคุยด้วย

    พ่ออจารย์พล ท่านมาได้อย่างไร ไหนว่านิพพานไปแล้ว สติเราหลงหรืออย่างไร
    หลวงพอฤาษี ข้ามีสัญญากับแกอยู่ ถ้าแกอยากรู้ว่านิพพานเเล้วมาได้อย่างไร แกก็ตามข้าไปสิ
    พ่ออาจารย์พล ผมยังมีภารกิจที่ยังไม่บรรลุ คงตามหลวงพ่อไปไม่ได้
    หลวงพ่อฤาษี วันนี้ข้ามาตามสัญญา ถึงเวลาเเล้วนะ แกจะต้องทำพระให้กับข้า
    พ่ออาจารย์พล จะให้ทำพระอะไรหรือหลวงพ่อ
    หลวงพ่อฤาษี แกจำผงที่ข้าให้แกได้มั๊ย นั่นเป็นผงของหลวงพ่อปานนะ แล้วก็มีผงที่ข้าทำผสมไว้ด้วย แกเอาผงนั่นสร้างสมเด็จองค์ปฐมให้หน่อย
    พ่ออาจารย์พล ผมคิดว่าจะไม่ทำเพราะทำรูปพระพุทธเจ้าธรรมดาก็พอแล้ว
    หลวงพ่อฤาษี อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย เดี๋ยวท่านจะสื่อลงมาเอง ขอให้เเกรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดทำจริงๆจังๆให้มันเป็นประวัติศาสตร์ เอาผงที่แกลบๆไว้มาเข้ากับผงของข้า และที่สำคัญใบลานจารึกอักขระธรรมคาถาอาคมสมัยอยุธยานั่น แกจะเก็บไว้ให้ปลวกมันกินหนูมันเเทะถึงเมื่อไหร่ เผาเอาถ่านมาผสมซะ
    พ่ออาจารย์พล ทำไมต้องใช้ใบลานตำรับนั้น พระผงใบลานสมัยนี้เขาก็เอาใบลานสดไม่ก็ถ่านใบลานใหม่ๆมาทำทั้งนั้น
    หลวงพ่อฤาษี แกเชื่อข้า สมัยข้าก็ไม่ได้ทำไว้แกมีวัสดุพร้อมกว่าข้ามีเเรงมีธาตุขันธ์พร้อมก็ทำซะเถอะ มันดีกับตัวแกเองด้วย ลานจารึกพระธรรมจัดว่าเป็นของที่มีสิริมงคลสูงเหมาะจะทำพระรูปของท่าน
    พ่ออาจารย์พล แล้วผมจะเสกอย่างไร ก็หลวงพ่อแนะเเต่วิธีทำ
    หลวงพ่อฤาษี แกจะห่วงอะไร ถึงเวลาข้าจะมาทำให้เองนั่นเเหละ ตอนมีชีวิตทำได้เเค่ไหน ตอนนี้ข้าทำได้มากกว่านั้นอีก อีกอย่างนึงถ้าแกทำข้าจะสอนวิธีเชิญเเละเสกให้

    เมื่อพ่ออาจารย์รับปากเพราะจำสัญญาใจกันได้ เเละได้รู้กลเม็ดเคล็ดลับการทำการเสกเเล้ว หลวงพ่อฤาษีท่านก็ตั้งชื่อพระรุ่นนี้ให้ท่านว่าพระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์พระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑ จึงเป็นมูลเหตุแห่งการสร้างมาเเต่บัดนั้น

    ซึ่งน่าแปลกที่ท่านรู้ได้อย่างไรว่าพ่ออาจารย์เก็บลานธรรมเก่าๆเอาไว้ หลังจากนั้นท่านก็ได้นำใบลานมาขออนุญาติครูบาอาจารย์แต่อดีตที่จารึกคาถาต่างๆไว้พร้อมกับคัดลอกเก็บและนำมาเผาเอาถ่านมาผสมผงที่หลวงพ่อฤาษีได้มอบให้ไว้


    ซึ่งทางพ่ออาจารย์ได้มีดำริกับผมว่า ไหนๆก็ทำเเล้วเอามาผสมกันสีกระด่างกระดำมันไม่สวย คุณกรณ์ขอเเรงช่วยเราหน่อยได้มั๊ย ช่วยตำผงกับถ่านใบลานนี้ให้มันเป็นเนื้อเดียวกันจับเเล้วนุ่มมือ เมื่อเรารับปากเพราะคิดว่าง่าย ท่านก็หยิบผงที่หลวงพ่อฤาษีมอบให้มาโรยที่หัวของเรา

    มันไม่ง่ายเลย เพราะว่าผมใช้เวลาตก3-4ชั่วโมงค่อยๆตำจนผงกับใบลานเป็นเนื้อเดียวกันทีละครกๆเป็นครกหินเสียด้วย ทำเสร็จสรรพได้ผงล้วนๆ2กระปุกนั่นเเหละ พ่ออาจารย์บอกว่าผงของหลวงพ่อฤาษีนี่มีคุณภาพดีใช้ได้เลยเพราะมีผงของหลวงพ่อปานรวมอยู่ด้วย ผงนี้หลวงพ่อปานท่านใช้อุดพระพิมพ์ทรงสัตว์ของท่าน ถ้าสถาปนาเป็นพระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์ พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑เสร็จเมื่อไหร่ จะได้วัตถุมงคลชั้นยอดให้บูชากันเป็นขวัญบ้านขวัญเรือนขวัญชีวิต

    แต่เหนืออื่นใดผมปวดเเขนเเละล้าอย่างมาก ไม่คิดว่าเเค่การตำผงจะทำให้เเขนปวดได้ขนาดนี้ ก็มาเเจ้งความคืบหน้าไว้ เพราะพิมพ์ไม้เเกะท่านก็เสกตามกลเม็ดอยู่เเละมีการกดองค์ลองพิมพ์ออกมาเเล้ว ในการทำนั้นวิจิตรเเละปราณีตแบบโบราณมากนึกถึงสมเด็จโตทำพระเลย เพราะว่าท่านจะนำใบโพธิ์ในกิ่งที่ชี้ไปทางทิศตะวันออกมารององค์พระไว้ตามคำสั่งหลวงพ่อฤาษีทำให้พระมีลายใบโพธิ์ติดด้านหลัง เมื่อกดพระเสร็จก็ต้องใช้ตอกตัดเนื้อเกินออกแบบพระโบราณ ติดตามรายการนี้ไป วันนี้ท่านอาจจะลองกดเนื้อผงโถครูหลวงพ่อฤาษีที่เพิ่งตำเสร็จก็เป็นได้


     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 ธันวาคม 2019
  13. ธัญญ์นิธิ

    ธัญญ์นิธิ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    1,796
    ค่าพลัง:
    +6,038
    หลายๆ รายการสร้างน้อยมากและหมดไปนานแล้ว หลายๆรายการมีประสบการณ์มาก หลายๆรายการท่านที่มีจิตสัมผัสพิเศษมีครูบาอาจารย์ตามให้มาบูชา หลายรายการผมก็เสียดายน่าจะได้ใช้ก่อนมีครอบครัว แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะมารู้จักพ่ออาจารย์พลก็หลังแต่งงานแล้ว นับเป็นโอกาสอันดี ผมได้อธิษฐานต่อเครื่องมงคลทั้งหลายเหล่านี้ ให้ครูบาอาจารย์เลือกคนที่ท่านอยากไปอยู่ด้วย มีบุญบารมีที่จะได้ครอบครอง กระจายออกไปดีกว่าเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ศรัทธา ถ้าสะสมอยู่ที่ผมคนเดียว ก็แขวนไม่หมด และลูกหลานคนในครอบครัวก็ไม่ได้มีความสนใจทางนี้เลย ถ้าหมดรุ่นผมไปก็คงจะไม่มีคนเห็นคุณค่า ผมขอนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งแบ่งไปทำบุญต่อ ทั้งการปล่อยปลาหน้าเขียง ร่วมไถ่ชีวิตโคกระบือที่กำลังจะถูกฆ่า และร่วมสร้างถาวรวัตถุในพุทธศาสนา ร่วมสร้างห้องน้ำ ร่วมสร้างโรงพยาบาล ร่วมสร้างพระใหญ่หลายองค์ ร่วมสร้างพระมหาเจดีย์ ร่วมบูรณะพระธาตุเจดีย์องค์สำคัญ ทำบุญทอดกฐินหลายๆวัด ถวายครูบาอาจารย์ทุกๆพระองค์ ซึ่งได้ทำไปแล้วอย่างต่อเนื่อง เป็นบุญกุศลให้กับทุกๆท่านที่ได้บูชาเครื่องมงคลเหล่านี้ไปด้วยครับ

    เลขที่บัญชีครับ

    บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์
    ประเภทออมทรัพย์
    ชื่อบัญชี ธัญญ์นิธิ เจียรจรูญวงศ์
    เลขที่บัญชี 1602471548

    ค่าจัดส่งครั้งละ 100 บาท ครับ
    โอนแล้วแจ้งที่อยู่หลักฐานการโอนทาง PM ได้เลยครับ


    สรุปรายการที่เหลืออยู่สามารถจองบูชาได้ครับ

    ณ วันที่ 17/1//2019

    1. องค์กำเนิดบรรพกาลวราหาคลี่แผ่นดิน(หมูกินเสือตรีกาลมหาสะเดาะ)
    ให้บูชา 4100 บาท

    2. จันทร์ลอยมหาชัย ชนะพนัน เหนือดวง (ท้าวกบิลพรหมถวายหัว)
    เหลือ 1 องค์ ให้บูชาองค์ละ 800 บาท

    3. มงคลพญาปลายกตรีกูฏหนุนโลกแบกวัฏจักร (มัจฉาโต้วารี แท่งยามหาสะดาะ)
    ให้บูชาเป็นคู่ครับ คู่ละ 1800 บาท

    4. พระยอดมงกุฎธรรมอนันต์โพธิวงศ์สรรพสิทธิ์ (องค์ธรรมสภาฝังยาปัดอุบาทว์)
    ให้บูชา 4100 บาท

    5. เวทย์ศาสตราอาถรรพ์เศรษฐีพันโกฏิวาสนาร้อยชาติภพ
    (พญาแมงป่องเล่นฤทธิ์)

    เหลือ 1 ตน ให้บูชาตนละ 800 บาท

    6. ตะกรุดเพชรกลับชีวิตรุ่งโรจน์สำเร็จสมประสงค์(นิราศทุกข์ทั้งผอง)
    ให้บูชา 1600 บาท

    7. ตะกรุดพระอินทร์กินอาหาร (นั่งรับทรัพย์เปิดโลกเบิกบารมี)
    ให้บูชา 900 บาท

    8. พระธรรมสวามีผงพุทธอุปถัมภ์พยาบาลรักษาปิดเคราะห์ซ่อนกรรม
    (พระสร้างคน,ยกฐานะ)
    รายการนี้แถมดวงแก้วกำลังพระจักรพรรดิ์ชะลอกรรม

    ให้บูชา 4100 บาท

    9. เหรียญหล่อจอมกษัตริย์นาคามหานาคดึกดำบรรพ์
    (พญาอนันตเศษะเจ้ามหานาคเทวา)

    เหลือ 1 เหรียญ ให้บูชา เหรียญละ 800 บาท

    10. ไม้ครูสมประสงค์ไศวะภูมิมณฑลมเหศวรอัสตรา (พรหมทัณฑ์)
    มี 6 เล่ม ให้บูชา เล่มละ 900 บาท

    11. น้ำมันเป็นต่อเลิศภพจบแดนมารฟ้าสะท้อนกรรม (ปรับแต่งกรรม)
    ให้บูชา 3500 บาท

    11. พระสมเด็จมหาพุทธพิมพ์ พระสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธสิกขีทศพลญาณที่๑
    ให้บูชา 4100 บาท


    โปรโมชั่นต้อนรับปีใหม่ครับ เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น
    บูชาเครื่องมงคลพ่ออาจารย์พลในกระทู้นี้
    (เฉพาะที่เหลืออยู่ตามรายการด้านบน)
    บูชา 1 รายการ แถม 1 รายการ (ที่ค่าบูชาน้อยกว่าหรือเท่ากันครับ)
     

แชร์หน้านี้

Loading...