แฟนเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 2 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    … ” การบำเพ็ญบารมีใด ๆ หรือสร้างความดีใด ๆ เราจะตั้งมโนปณิธาน ความปรารถนาหรือไม่ก็ตาม ถ้าความดีมากครั้งเข้า ในที่สุดความชั่วก็สลายตัวไป เราก็เข้าถึงพระนิพพานตามเจตนา หรือ ไม่เจตนาเราก็จะต้องเข้าถึง ในเมื่อความชั่วถูกตัด เป็นสมุจเฉทปหาน.

    .. แต่ทว่า ถ้าปราศจาก “อธิษฐานบารมี” กว่าจะเข้าถึงจุดหมายปลายทาง ก็รู้สึกว่ามันเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือไม่ค่อยจะตรงนัก.

    .. ฉะนั้น องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงแนะนำบรรดาท่านพุทธบริษัท ให้มี “อธิษฐานบารมี”.

    .. ในการที่ท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ตั้งใจกล่าววาจาว่า : “อิมาหัง ภควา อัตตะ ภาวัง ตุมหากัง ปริจจะชามิ” แปลเป็นใจความว่า : ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.

    .. นี่ก็หมายความว่า เราจะเอาชีวิตของเราเข้าแลกกับความดี ที่องค์สมเด็จพระชินสีห์ทรงแนะนำไว้ อย่างนี้.

    .. อาศัยเจตนา และความตั้งใจ จัดว่าเป็นอธิษฐานบารมี บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะเข้าถึงความดี ด้วยความรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง…”

    ( จากหนังสือ “รวมคำสอนธรรมปฏิบัติ” เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๑๖ ของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี )

    16586930_1363003393720541_5278839024713372060_o.jpg
    … ” การบำเพ็ญบารมีใด ๆ หรือสร้างความดีใด ๆ เราจะตั้งมโนปณิธาน ความปรารถนาหรือไม่ก็ตาม ถ้าความดีมากครั้งเข้า ในที่สุดความชั่วก็สลายตัวไป เราก็เข้าถึงพระนิพพานตามเจตนา หรือ ไม่เจตนาเราก็จะต้องเข้าถึง ในเมื่อความชั่วถูกตัด เป็นสมุจเฉทปหาน.

    .. แต่ทว่า ถ้าปราศจาก “อธิษฐานบารมี” กว่าจะเข้าถึงจุดหมายปลายทาง ก็รู้สึกว่ามันเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือไม่ค่อยจะตรงนัก.

    .. ฉะนั้น องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงแนะนำบรรดาท่านพุทธบริษัท ให้มี “อธิษฐานบารมี”.

    .. ในการที่ท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ตั้งใจกล่าววาจาว่า : “อิมาหัง ภควา อัตตะ ภาวัง ตุมหากัง ปริจจะชามิ” แปลเป็นใจความว่า : ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.

    .. นี่ก็หมายความว่า เราจะเอาชีวิตของเราเข้าแลกกับความดี ที่องค์สมเด็จพระชินสีห์ทรงแนะนำไว้ อย่างนี้.

    .. อาศัยเจตนา และความตั้งใจ จัดว่าเป็นอธิษฐานบารมี บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายจะเข้าถึงความดี ด้วยความรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง…”

    ( จากหนังสือ “รวมคำสอนธรรมปฏิบัติ” เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๑๖ ของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี )

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    หลัก ๑๐ ประการ ในการปฏิบัติธรรมให้เร็ว ๆ ไว ๆ

    พระพุทธองค์ทรงพระเมตตาตรัสสอนเมื่อพฤหัสบดีที่ ๘ ต.ค.๒๕๓๕ ที่วัดท่าซุง มีความสำคัญว่า การปฏิบัติธรรมของตถาคตต้องเร็ว ๆ ไว ๆ ไม่เนิ่นช้า ไม่ประมาท โดยพยายามใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุดหรือเสียเวลาน้อยที่สุด ผมขอสรุปเป็นข้อ ๆ เพื่อสะดวกในการจดจำ แล้วนำไปปฏิบัติให้เกิดมรรคผล มีหลัก ๑๐ ประการ ดังนี้

    ๑.เจ้าจงหมั่นพิจารณาสรีระให้เน่าเปื่อยสกปรก (ให้พิจารณากายคตาและอสุภะ)
    ๒. เจ้าจงหมั่นพิจารณาถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก (ให้พิจารณามรณาและอานาปา)
    ๓. เจ้าจงหมั่นพิจารณากฎของกรรม โทษของกาม ให้เกิดจนจิตยอมรับ
    ๔. หมั่นขึ้นไปดูวิมานของตนที่พระนิพพานเพื่อยังอารมณ์จิตให้ผ่องใสอยู่เสมอ
    ๕. หมั่นนึกถึงตถาคต และพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์, พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์, พระอรหันต์สาวกเจ้าทั้งปวงที่จบกิจในพุทธศาสนาแล้วว่า ท่านมาแดนพระนิพพานได้อย่างไร หมั่นจดจำ และทำมรรคผลนั้น ๆ ให้เกิด
    ๖. ระลึกเสมอว่ามนุษโลก-เทวโลก-พรหมโลกมิได้สุขจริง แค่เพียงอาศัยพักทุกข์ชั่วคราว ไม่ช้าก็ต้องไปเกิดใหม่ แต่ส่วนใหญ่ต้องลงอเวจีมหานรก เราจักไม่ต้องการมันอีก (ให้ตัดอวิชชาหรือสังโยชน์ข้อ ๑๐ หรืออุปสมานุสสตินั่นเอง)
    ๗. เมื่อเจ้าเห็นครบวงจรแล้ว จิตก็จงหมั่นพิจารณาตามนั้นจนเกิดความเบื่อหน่าย เพราะเห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยได้อย่างชัดเจน (เห็นกฎของกรรม โทษของกาม)
    ๘. กฎของกรรมใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับเจ้า เจ้าต้องยอมรับกรรมนั้น กำหนดจิตคิดอย่างผู้มีสติรู้สึกว่า ผลของกรรมนี้มีเหตุเนื่องมาจากเราเป็นผู้ก่อเอาไว้ในชาติก่อน เพราะละเมิดศีล ๕ มาก่อนทั้งสิ้น ขอยอมรับกรรมนี้โดยสงบ และขอรับเป็นครั้งสุดท้าย ชาติต่อไปขึ้นชื่อว่าการเกิดมีร่างกายอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์จักไม่มีกับเราอีก ขอมีพระนิพพานเป็นที่ไป (ให้เคารพและยอมรับกฎของกรรม)
    ๙. จริยาใดที่ขัดต่อศีล ธรรม ขอยกเลิกการกระทำนั้น ๆ ด้วยการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน คือ ยอมตายดีกว่ากระทำผิดศีลและธรรมนั้น ๆ (ให้ทรงอธิศีล)
    ๑๐.เราจักประพฤติปฏิบัติศีลและธรรมนั้นด้วยชีวิต แม้จะตายก็ช่าง หากตายเราก็ขอไปพระนิพพานจุดเดียว

    ที่มา : ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 5

    56279989_2317119004975637_2319228528194748416_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    56452212_2731822036845886_8953568818454593536_n.jpg

    วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๒ สามเณร และชีพราหมณ์หญิง บวชถือศีล๘ กรรมบถ๑๐ นักเรียนโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา ร่วมก่อเจดีย์ทราย บริเวณลาน ๒๕ ไร่ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    หลวงพ่อเล่าเรื่องอดีตของท่านท้าวมหาราช

    “..วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ สองวันที่ผ่านมาร่างกายไม่ดี ใช้กำลังสมถภาวนาไม่ได้ ต้องใช้กำลังวิปัสสนาญาณเป็นตัวยืน อารมณ์ของคนเราถ้าเจริญพระกรรมฐานต้องเข้าใจว่า กรรมฐานที่ทรงตัวจริงๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ๑๑ อย่าง และกรรมฐานแบบคิดอีก ๒๙ อย่าง เวลาที่ร่างกายมีกำลังดี ไม่ป่วยไข้ไม่สบายมากจิตจะทรงตัว ใช้กรรมฐานทรงตัวได้ แต่ถ้าจิตเกิดฟุ้งซ่านขึ้นมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บมันกวนมาก มันเพลียมาก ก็ต้องใช้กรรมฐานคิดใช้วิปัสสนาญาณควบ ไม่ต้องการรู้อะไรทั้งหมด

    ท้าวจตุโลกบาล
    มาวันนี้อารมณ์เริ่มทรงตัวขึ้นมาบ้าง ก็ใช้กำลังทรงตัวได้ แต่ถ้าใช้กำลังทรงตัวแน่นไปอีกก็ไม่เห็นอะไร พอขยับจิตเคลื่อนลงมานิดหนึ่งอยู่ในขั้นอุปจารสมาธิ ก็เห็นท่านท้าวมหาราชนั่งอยู่ข้างๆ ท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ เขาเรียกว่า ท้าวจตุโลกบาล มีหน้าที่รักษาคุ้มครองชาวมนุษยโลก ถ้าสร้างความดีก็หาทางป้องกันช่วยเหลือ จะส่งเทวดาไปอารักขา ถ้าสร้างความชั่วก็สุดวิสัยที่จะช่วยได้ก็อดใจไว้ และก็มีหน้าที่บันทึกความดีความชั่วของคนทั้งการพูด การคิด การทำทุกอย่าง สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชอยู่กึ่งกลางเขาพระสุเมรุ คนที่ตายแล้วมาเกิดเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชได้ ต้องเคยได้ฌานสมาบัติ แต่เวลาตายไม่ได้เข้าฌานตาย ถ้าขณะที่ตายเข้าฌานตาย ก็จะไปเกิดเป็นพรหม

    ท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ คือ

    ๑) ท่านท้าวเวสสุวัณ คุมด้านทิศเหนือ

    ๒) ท่านท้าววิรุฬหก คุมด้านทิศใต้

    ๓) ท่านท้าวธตรฐ คุมด้านทิศตะวันออก

    ๔) ท่านท้าววิรูปักข์ คุมด้านทิศตะวันตก

    ท่านท้าวเวสสุวัณ เป็นท่านท้าวมหาราชคุมด้านทิศเหนือ

    ท่านท้าวเวสสุวัณ เป็นท่านท้าวมหาราชคุมด้านทิศเหนือ และเป็นประธานของท้าวมหาราชทั้ง ๔ บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช ในเมืองมนุษย์มักจะทำสัญลักษณ์เป็นรูปยักษ์ จะเห็นได้ตามวัด ตามถํ้าจะมีรูปปั้นยักษ์อยู่ทางด้านหน้าทางเข้า ก่อนที่ท่านจะมาเป็นท่านท้าวมหาราชเขตจาตุมหาราช ถอยหลังไป ๑ ชาติ ในตอนต้นเลยทีเดียวที่ยังไม่มีพระพุทธศาสนา มีแต่ศาสนาพราหมณ์ ท่านมีนามว่า “กุเวรพราหมณ์” เป็นชื่อเดิม ต่อมาท่านเป็นกษัตริย์ครองกรุงราชคฤห์มหานครทรงพระนามว่า “พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์” ท่านเกิดรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารครองกรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งต่อมาทรงออกผนวชบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าทรง พระนามว่า “สมเด็จพระสมณโคดม” ท่านมีพระสหายอีก ๒ องค์คือ พระเจ้าปเสนทิโกศลครองกรุงสาวัตถีกับท่านพันธุรเสนา รวมเป็น ๔ องค์ เป็นเพื่อนรักกันมาก ต่างคนต่างเป็นลูกกษัตริย์ สมัยนั้นไปเรียนหนังสือที่เมืองตักศิลาด้วยกัน

    ต่อมาเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารทรงออกมหาภิเนษกรมณ์ พระเจ้าพิมพิสารทรงคิดว่ามีเรื่องราวกับใคร จึงนิมนต์ให้เข้าประทับในเมือง จะมอบอำนาจให้ครึ่งหนึ่งและสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง ให้เป็นมหาอุปราช พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า “ไม่ได้หนีใคร ทรงเบื่อความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ต้องการแสวงหาโมกขธรรม คือธรรมอันเป็นเครื่องหลุดพ้นจากความตาย และต้องการเอาธรรมนั้นมา สอนคนอื่น”

    พระเจ้าพิมพิสารจึงบอกว่า “ถ้าพระองค์ทรงบรรลุเมื่อไร ขอมาโปรดท่านก่อน”

    พระพุทธเจ้าก็ทรงรับ เมื่อองค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ทรงสอนคนมาตามทาง จนกระทั่งถึงกรุงราชคฤห์มหานคร พบพระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยบริวาร ก็ทรงเทศน์ พอเทศน์จบปรากฏว่า พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบันพร้อมกับคนจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ได้อาราธนาพระพุทธเจ้าเข้าประทับในพระเวฬุวันมหาวิหาร

    อานิสงส์ของการถวายทาน
    ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ที่นั้น พระเจ้าพิมพิสารไปเฝ้าทุกวัน ได้ถวายทานทุกวัน ฟังเทศน์ทุกวัน จึงมีอานิสงส์ดังนี้คือ

    การถวายทาน เป็นปัจจัยให้ได้ทิพยสมบัติ

    การถวายพระเวฬุวันมหาวิหาร เป็นเหตุให้ได้วิมานสวยงาม

    กำลังความเป็นพระโสดาบันและทรงฌานสมาบัติด้วย เป็นเหตุให้มีกำลัง เมื่อไปเป็นเทวดาก็ทรงอำนาจมาก

    เวลาที่ท่านจะตาย ท่านถูกลูกชายคือ พระเจ้าอชาตศัตรู ทรมาน คือพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นกบฏทรยศต่อพ่อ แย่งราชสมบัติแล้วก็ทรมานพ่อ โดยจับขังคุก ต่อมาให้อดข้าว เมื่อท่านยังเดินจงกรมได้ ท่านอยู่ด้วยธรรมปีติ แม้จะอดข้าวก็ไม่ตายผิวพรรณยังผ่องใส ในที่สุดเขาก็เฉือนเท้าไม่ให้เดิน ท่านก็มีความเจ็บปวดมาก แต่จิตใจก็นึกถึงองค์สมเด็จพระจอมไตร ท่านก็มีจิตใจชุ่มชื่น ปวดน่ะปวด แต่ท่านก็ยอมรับนับถือกฎของธรรมดาว่า คนเราที่เกิดมาทุกคน แม้ฐานะจะต่างกัน แต่สภาพจริงๆ มันเหมือนกันคือ มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้นเหมือนกันหมดทุกคน และก็เดินเข้าไปหาความแก่ มีทุกขเวทนา มีการทรมานจากร่างกาย และในที่สุดก็เป็นคนตาย ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ จะเป็นเศรษฐี คหบดี หรือคนยากจนก็ตาม มีสภาพเหมือนกันไม่มีอะไรแตกต่างกัน

    พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ท่านเป็นพระโสดาบันขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เวลาตายท่านออกด้วยกำลังของฌาน ๔ จะต้องไปเกิดเป็นพรหม แต่พอจิตแยกออกจากกายแล้ว ท่านมีความรู้สึกด้วยอำนาจกำลังจิตที่เป็นทิพย์ว่า ก่อนที่ท่านจะมาเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสารท่านเคยเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชมาก่อน ท่านก็เลยไม่ไปอยู่พรหม มาอยู่ชั้นจาตุมหาราชที่เดิม เมื่อท่านเป็นเทวดาแล้ว ท่านก็ฝึกฝนจนเป็นพระอนาคามี และท่านไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว

    ท่านท้าววิรุฬหก ท่านเป็นท้าวมหาราชคุมด้านทิศใต้
    ท่านท้าววิรุฬหก ท่านเป็นท่านท้าวมหาราชคุมด้านทิศใต้ บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช ในเมืองมนุษย์มักเข้าใจว่า ท่านท้าววิรุฬหกและบริวารของท่านเป็น กุมภัณฑ์

    “กุมภะ” แปลว่า “หม้อ” ท่านจึงแสดงรูปร่างอ้วนใหญ่เหมือนกับพ้อมใส่ข้าว ผิวดำปี๋ พุงก็ปลิ้น คอก็สั้น หัวก็โต ฟันก็ขาว เขี้ยวก็โง้งออกจากปาก มีริมฝีปากนูนๆ ตาใหญ่มาก สว่างแวววาวเหมือนกับไฟฉาย มองส่ายไปส่ายมา ทำให้น่ากลัว แต่ความจริงท่านสวยสดงดงามมาก ท่านมาบอกอาตมาว่า ในสมัยเป็นมนุษย์ท่านเป็นคนกรุงเทพฯ อาชีพของท่านเป็นคนมีเงินเดือน เป็นหัวหน้าคนกลุ่มใหญ่มีคนใต้บังคับบัญชานับพันคน ท่านบอกท่านเคยมีโอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวเหมือนกัน เคยเข้าสมาคมกับขุนนางชั้นสูงและกับคนทุกชั้น เพราะท่านมีเมตตาความรัก กรุณาความสงสาร ท่านถือว่าทุกคนฐานะไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่กำลังใจเท่านั้น นอกจากนั้นท่านมีความต้องการหนังเหนียวยิงไม่ออก แคล้วคลาดจากอาวุธ และสามารถแสดงฤทธิ์ ท่านมีอาจารย์เป็นพระและเป็นฆราวาสก็มี ถ้ามีความดีเป็นกรณีพิเศษ การทำให้หนังเหนียวต้องใช้คาถา ก่อนที่จะใช้คาถาทั้งหมด ท่านต้องมีความเคารพพระพุทธเจ้าด้วยความจริงใจ เคารพในพระธรรมคำสอน และเคารพในพระสงฆ์ที่เป็นครูบาอาจารย์ หลังจากนั้นต้องทำจิตให้มั่นคงโดยภาวนาให้จิตทรงตัว ก็คือ จิตเป็นสมาธินั่นเอง ถ้าจิตมีสมาธิสูง กำลังอานุภาพที่ต้องการก็จะมีอานุภาพมาก ถ้ากำลังสมาธิตํ่าของที่เรียนมาก็มีอานุภาพตํ่า การท่องคาถาอาคม การปลุกตัว การปลุกของ ต้องทำทุกวันเพื่อความมั่นคง จิตต้องเข้าถึงฌานสมาบัติ แต่เวลาที่ท่านตาย ท่านไม่ได้เข้าฌานตาย

    เมื่อตายแล้วท่านไปเกิดเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราช ต่อมาก็ขึ้นเป็น เทวดาชั้นอินทกะ (คำว่า “อินทกะ” แปลว่า “ผู้เป็นใหญ่” คือเป็นรองท่านท้าวมหาราช อินทกะนี้มีได้ทิศละพันองค์ พร้อมที่จะเป็นท้าวมหาราชได้ตามความสามารถและวาสนาบารมี ในเมื่อท่านท้าวมหาราชไปจากชั้นนี้ คือจากชั้นจาตุมหาราชไปเกิดเป็นเทวดาชั้นสูงบ้าง หรือว่าไปเป็นพรหมบ้าง หรือมาเกิดเป็นมนุษย์ก็ตาม) จากอินทกะท่านก็เป็นท้าวมหาราช คือท่านท้าววิรุฬหกในปัจจุบันนี้

    ท่านท้าวธตรฐ ท่านเป็นท้าวมหาราชคุมด้านทิศตะวันออก
    วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เห็นท่านท้าวมหาราชมานั่งอยู่ องค์หนึ่งมาตัวสูงเท่ายอดตาล จึงหันไปถามว่า “ใคร” ท่านท้าววิรุฬหกตอบว่า “ท่านธตรฐครับ” พอท่านเข้ามาใกล้ก็เลยถามว่า “ทำไมสูงเหมือนเปรตแบบนี้ล่ะ” ท่านตอบว่า “อย่างนี้เขาเรียกสูงแบบเทวดา ไม่ใช่สูงแบบเปรต” ถามท่านท้าวธตรฐว่า “อดีตของท่านเคยเป็นอะไรมาตอนเป็นมนุษย์” ท่านตอบว่า “อดีตผมเป็นพระราชาเมืองพาราณสีครับ” ก็เลยถามท่านว่า “เวลานั้นไม่มีพระพุทธศาสนาเป็นเทวดาได้อย่างไร”

    ท่านตอบว่า “เทวดาหรือพรหมไม่จำเป็นต้องนับถือพระพุทธศาสนาเสมอไป พราหมณ์ก็เป็นเทวดาเป็นพรหมได้” เวลานี้ท่านเป็นพระอนาคามี เป็นพระอริยเจ้าเบื้องสูง ท่านไม่กลับลงมาเกิดอีกแล้ว

    ท่านท้าววิรูปักษ์ ท่านเป็นท้าวมหาราชคุมด้านทิศตะวันตก
    ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ วันเดียวกันนั้นอาตมาได้หันไปถาม ท่านวิรูปักษ์ ว่า “อดีตท่านเป็นอะไร” ท่านตอบว่า “อดีตผมอยู่ปักษ์ใต้ ประเทศไทยนี่เอง เป็นผู้ชายไทย ฐานะสูงมากสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ฌานสมาบัติแต่เวลาตายไม่ได้เข้าฌานตาย ตายแล้วไปเป็นอินทกะเลย เมื่อท่านวิรูปักษ์องค์เก่าขึ้นไปเป็นพรหม ท่านก็ขึ้นเป็นแทน ท่านเก่งมาก

    เป็นอันว่าก็ได้ทราบประวัติของท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ แล้วว่าใครเป็นใคร ทำให้ทราบว่าการเป็นเทวดาก็ไม่หนักสำหรับพวกเรา การเป็นพรหมก็ไม่หนัก การไปพระนิพพานก็ไม่หนัก การไปนรกก็ไม่หนัก ชอบทางไหนก็ไปได้ทั้งนั้น..”

    จาก หนังสือ ตายแล้วไม่สูญ…แล้วไปไหน

    57133797_2336076859746518_1130372939187748864_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    พระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ความจริงพระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ถ้าพระอริยะเบื้องสูงซึ่งกล่าวว่าพระโสดาบัน คือธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบันเหมือนกับของเด็กเล่น คือ เป็นของทำง่ายๆ มีพรหมวิหาร ๔ ประจำใจ เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบายถ้าเรามีความฉลาด
    ที่มา : ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน หน้า ๔

    57467813_2340369545983916_8971251130092748800_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    กลิ่นธูป ควันเทียน
    ผู้ถาม หลวงพ่อคะ เวลาคนที่ตายแล้ว เราก็ไปกราบศพแต่ได้กลิ่นธูป หรือควันเทียน อย่างนี้หมายความว่าอย่างไรคะ
    หลวงพ่อ นั่นเขาแสดงปรากฏเป็นกลิ่นธูป ควันเทียน ถ้าเป็นกลิ่นธูปก็แสดงว่าอยู่สูง ถ้าเป็นกลิ่นธูปหอมนะ ก็แสดงว่าอยู่สูงมาก ถ้าเป็นกลิ่นกระแจะหรือน้ำหอมธรรมดาก็ไม่ใช่ กลิ่นดอกไม้ก็ไม่เชิง มันผสมผสานกัน อันนี้อยู่ชั้นกามาวจร ถ้าเป็นกลิ่นธูปจัดหน่อยก็ต้องนับเป็น ๒ จุด คือ พรหมกับนิพพาน พรหมกับนิพพานนี่กลิ่นคล้ายคลึงกันมาก
    ผู้ถาม แต่เคยได้กลิ่นเหล้าฉุนๆ อยากทราบว่า เป็นช้นไหนครับ
    หลวงพ่อ โลหะกุมภี…เทวดาชั้นนี้แข็งแรงมาก ใจดีที่สุด ถ้าไปที่นั้นไม่ต้องซื้อข้าวกิน กรอกใส่ปากเลยทนไม่ไหว จับนอนกรอกปากอีก แหม…ไอ้กลิ่นเหล้านี่น่าจะเป็นเทวดาบางยี่ขัน กลิ่นแปลกจริงๆนะ นี่ต้องพิจารณากันก่อนนะ ถ้าหากคนที่เคยเคารพนับถือก็ดี คนที่ไม่เคารพนับถือก็ดี ที่ติดเหล้าแล้วตายไปมีไหม…ต้องนึกถึงคนนั้นก่อน บางทีเขาอาจจะเป็นเทวดา เวลาเขามา เขาอาจจะแสดงกลิ่นเหล้าให้ปรากฏ จะได้ทราบว่าท่านมาแล้ว อย่าไปโทษว่าเขาเป็นสัตว์นรกเสมอไปไม่ได้นะ
    ผู้ถาม ถ้าหากว่าเราได้กลิ่นอย่างนี้ เอากลิ่นเป็นอนุสติเราตายแล้วจะเป็นอย่างไรครับ
    หลวงพ่อ ก็สบาย…ไปอยู่โลหะกุภี ดีจริงๆ เลย ตั้งเป็นฌานไว้นะ ไม่ไปไหนเลย ดิ่ง…ป๋อง…ลงท่อทองแดง!
    ผู้ถาม ยังงั้นเปลี่ยนใหม่ดีกว่า เอาเป็นกลิ่นธูปควันเทียนก็แล้วกันครับ
    หลวงพ่อ เอาอย่างนี้ดีกว่า เอากลิ่นเย็นๆดีไหม…จะได้ลงโลกันตนรกเลย
    ผู้ถาม ที่นี้มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งแกมาเล่าให้ฟังว่าเวลาสวดมนต์เห็นแม่ที่ตายไปแล้วมานั่งอยู่ข้างๆ และได้กลิ่นธูปเสมอ เขาสงสัยว่า แม่ยังห่วงอะไรอยู่หรือเปล่าครับ
    หลวงพ่อ กลิ่นสูงหรือกลิ่นต่ำ
    ผู้ถาม เอ…ไม่ยักบอก เอ๊ะ! หลวงพ่อกลิ่นสูงกลิ่นต่ำเป็นยังไงครับ
    หลวงพ่อ ไอ้กลิ่นต่ำน่ะ กลิ่นมากหน่อย กลิ่นสูงน่ะ กลิ่นธรรมดา เราเคยสัมผัสอยู่เสมอ
    ผู้ถาม อย่างกลิ่นธูปควันเทียนน่ะหรือครับ
    หลวงพ่อ ถ้าอย่างนั้นดี ไม่เหมือนกลิ่นปุ๋งๆ
    ผู้ถาม (หัวเราะ)
    หลวงพ่อ ข้อนี้ตอบไม่ยากเลย ที่มาให้เห็นนั่นแสดงว่า ท่านสบายมากแล้ว ถ้าไม่สบายมากท่านจะมาให้เห็นภาพไม่ได้ ถ้าแสดงให้เห็นปรากฏแสดงว่าเขามีความสุขมาก เมื่อเขาเป็นเทวดาหรือพรหมเขาก็ห่วงลูกหลานจะตกนรก ถ้านึกถึงพ่อแม่เป็นความกตัญญูรู้คุณ เป็นเทวดาได้นะใช่ไหม…แล้วยิ่งสวดมนต์อยู่อย่างนั้น ได้กลิ่นแม่ด้วย มีความรู้สึกว่าแม่มาด้วย อันนี้ดีมาก แต่สงสัยว่าตอนนั้นแกสวดแม่หรือเปล่า ถ้าไม่สวดแม่นะ และแกใจดีนะ เห็นว่าแม่มาด้วย อันนี้เป็นความกตัญญูรู้คุณ แค่ตัวเดียวนี่ไปสวรรค์จิตเป็นอุปจารสมาธิพอดี ถ้าจิตเป็นอุปจารสมาธิจิตมันก็เป็นทิพย์สามารถจะเห็นได้

    (หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๗ หน้า

    57362455_2338929716127899_2960086851903291392_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    เรื่องเจ้ากรรมนายเวร

    เรื่องมันมีอยู่ อย่างพระถูกหอกตาย เรื่องนี้มีอยู่ในพระสูตร คือว่ามันมีอยู่ว่า พระองค์ท่านกำลังเย็บจีวร เย็บไปๆ ไอ้ตัวเรือดมันอยู่ในตะเข็บจีวร ท่านไม่เห็น เข็มก็ไปทิ่มเรือดตาย อย่างนี้ถือว่าเป็นบาปลงนรกไม่ได้ เพราะเจตนาไม่มี ไม่รู้ว่าอยู่ใช่ไหม แต่ก็เป็นบังเอิญเมื่อต่างคนต่างตาย เจ้าเรือดก็ตายไปก่อน พระก็อยู่นานไม่ได้หรอกนะ ไปเกิดชาติหลังเป็นคนด้วยกันทั้งคู่
    เจ้าเรือดไปเกิดเป็นนายพรานป่าฆ่าเนื้อ พระก็ไปเกิดเป็นคน แต่ว่าบวชพระต่อมาวันหนึ่ง พระเดินสวนทางมาเจอนายพราน เห็นพรานถือหอกเกาะกะๆ ท่านก็นึกหวาดเสียว ดีไม่ดีแกบ้าๆ บวม ๆ จิ้มตาย ใช่ไหม ก็เลยหลบเข้าพุ่มไม้ พรานแกฆ่าสัตว์ก็จริงแต่จิตแกก็ดี ถือว่าพระเป็นพระ แกเดินมาเข้าไปนึก เอ๊ะ…พระนี่น่าจะสวนกับเราตอนนี้ เวลานี้ท่านไปไหน หรือบางทีท่านเห็นเราถือหอกเดินมา ท่านจะกลัวเรามั้ง ไอ้หอกจัญไร พุ่งไว้ตรงนี้ก่อนเลยพุ่งหอกเข้าไปในพุ่มไม้แล้วเดินไปมือเปล่าไป ไอ้หอกระยำดันจิ้มมาที่อกพระพอดี นี่ไอ้นี่จะถือว่าเป็นกรรมไม่ได้ ต้องถือว่าเป็นเวร ถ้ากรรมก็ดึงลงอบายภูมิ นี่เป็นเวรมาสนองกัน…

    โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หนังสืออุทิศส่วนกุศล

    58003903_2344155928938611_1884240326424526848_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    จงอย่าลืมว่าเราฝึกฝนกันที่ใจ เรื่องกายนี้ไม่มีความหมาย กายมันเป็นที่อาศัยของใจ ความบริสุทธิ์ผุดผ่องจะมีขึ้นมาได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ใจเป็นสำคัญ ถ้าใจดีเสียอย่างเดียว ปากก็พูดดี กายก็ทำดี ถ้าใจเลว ปากก็พูดเลว กายก็ทำเลว ฉะนั้นเวลาที่ฝึกจะต้องใช้ มัชฌิมาปฏิปทา คือทำปานกลาง หมายถึงว่าทำแบบสบายๆ อารมณ์ฝืนทางกายอย่าให้มี ปล่อยกายมันไปตามปกติ

    58870234_2346500338704170_3126413484825247744_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    ไม่มีเงินทำบุญแต่อยากได้บุญ

    ผู้ถาม : “กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง คือลูกไม่มีเงินจะทำบุญ ก็ต้องไปขอพี่บ้าง น้องบ้าง เวลาไปขอเขาทีไรเขาชอบพูดกระแนะกระแหน หาว่าลูกไม่เจียมบอดี้… อยากเรียนถามหลวงพ่อก็คือว่า คนที่ไม่มีเงินจะทำบุญแล้วอยากจะได้บุญ หลวงพ่อมีคำแนะนำจะให้ทำอย่างไรบ้างเจ้าค่ะ?”
    หลวงพ่อ “ไม่ยาก.. บุญที่ไม่ต้องลงทุนก็มี ถ้าต้องการ ๑.รักษาศีล ศีลไม่ต้องใช้เงิน ๒.เจริญภาวนา ไม่ต้องใช้เงิน ๓.การให้ทาน เราต้องใช้เงินใช่ไหม…จะไม่ใช้ก็ได้ เขาเดินถวายทานเป็นแถว ๆ ปัตตานุโมทนามัย ดีใจกับเขา คนละ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้ง ๑๐๐ คนเท่าไรล่ะ?”
    ผู้ถาม : “อย่างนี้เราไม่ต้องถวายสตางค์หลวงพ่อก็ได้ซิครับ:”
    หลวงพ่อ : “ฉันไม่รับเงินมานานแล้วนะ รับแต่แบงก์อย่างเดียว”
    ผู้ถาม : “อย่างนั้นคนจนก็ไม่ต้องตกใจนะ อาศัยปัตตานุโทมนามัย”
    หลวงพ่อ : “ถ้ามีบ้างก็ทำเท่าที่มีได้ ถ้าไม่มีทำก็นั่งโมทนา นึกในใจยินดีในผลที่เขาทำแล้ว เท่านี้แหละ ๙๐ เปอร์เซนต์ วัน ๆ นับไม่ไหว อย่างที่นี่หาบไม่ไหว ต้องเอาพ้อมมาใส่ และบุญนีไม่สลายตัวด้วย”
    ผู้ถาม : “แหม…คนที่ยกมือ ไม่ต้องลงทุนเลยนะ”
    หลวงพ่อ : “ลงทุนเหมือนกัน ลงทุนแค่ยกมือ ถ้าเขาไม่ยกมือก็ได้ ยินดีด้วยจิตนอบน้อม อย่างฉันนี่ยกทั้งวันปวดแขน ก็เลยไม่ต้องยก เมื่อไม่ต้องยกก็มีผลสมบูรณ์แบบนะ”

    58462021_2347598935260977_1449883373177667584_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    อานิงส์ปลูกต้นไม้ในวัดกับที่สาธารณะ
    โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    การปลูกต้นไม้ในวัด จะเป็นไม้ดอกหรือไม้ผลก็ตาม กับปลูกที่สาธารณะ มีอานิสงส์ต่างกัน เพราะวัดเป็นเขตของสงฆ์ เป็นพุทธเขต เป็นที่อยู่ของผู้ทรงศีลทรงธรรม ฆราวาสสร้างให้เป็นที่อยู่ของผู้ทรงศีลทรงธรรม แต่ผู้อยู่จะทรงศีลทรงธรรมหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของส่วนบุคคล

    แต่จริงๆแล้วบรรดาพุทธบริษัทอุทิศตรงเพื่อพระพุทธศาสนา จึงจัดว่าเป็นของสงฆ์โดยตรง เป็นของพระพุทธศาสนาโดยตรง การไปซ่อมแซมวัดก็ดี บำรุงวัดก็ดี สร้างวัดก็ดี สร้างสวนผลไม้ในวัดก็ดี สร้างสวนดอกไม้ในวัดก็ดี ก็ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนบำรุงวิหารทาน ร่วมในการสร้างวิหารทาน คือ ร่วมกันสร้างกุฏิวิหารเป็นที่อยู่มีความสุข สวนผลไม้ทำให้อิ่มหนำสำราญมีความสุข ดอกไม้สร้างความชื่นใจให้เกิดขึ้นมีความสุข จึงจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิหารทาน

    ฉะนั้น อานิสงส์การสร้างในเขตของวัด ก็เหมือนกับท่าน
    อินทกะ ถวายทานแด่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนามีอานิสงส์มาก

    สำหรับสวนสาธารณะใครก็ใช้ได้ คนมีศีลมีธรรมก็ใช้ได้ คนมีศีลมีธรรมกระพร่องกระแพร่งบ้างก็ใช้ได้ คนไร้ศีลไร้ธรรมก็ใช้ได้ ฉะนั้นอานิสงส์ที่จะพึงได้ก็เหมือนท่านอังกุรเทพบุตร

    แต่ว่าบรรดาพุทธบริษัทก็จงอย่าเลือกเฉพาะผลใหญ่อย่างเดียว จงเลือกทั้งผลเล็กและผลใหญ่ สิ่งใดใกล้มือคว้าไว้ก่อน หมายความว่าถ้าสวนสาธารณะเขาต้องการต้นไม้ดอกไม้ เราก็ไปร่วมกับเขา อย่าลืมว่าข้าวแต่ละจานย่อมมีค่า ข้าว ๑ กาละมังใหญ่ก็มีค่า ข้าวแต่ละจานแม้จะน้อยกว่ากาละมัง แต่หลายๆจานเข้าก็สามารถเต็มกาละมังได้ฉันใด

    บุญกุศล ท่านทั้งหลายทำบุญกับสวนสาธารณะ หรือที่สาธารณประโยชน์ ถึงแม้ว่าจะไม่อยู่ในเขตสงฆ์ ถ้ามีโอกาสทำบ่อยๆ ก็ชื่อว่าจะเป็นการสั่งสมบุญให้เต็มที่ได้เหมือนกัน

    อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ฝนตกทีละหยาดๆ สามารถทำภาชนะให้เต็มได้ฉันใด บุญกุศลที่เราทำแล้วไซร้ แม้จะครั้งละน้อยๆ แต่ว่าทำบ่อยๆ ก็สามารถจะทำให้บุญบารมีของเราเต็มบริบูรณ์ได้”

    ฉะนั้นขอทุกคนจงอย่าเลือกเฉพาะที่สงฆ์อย่างเดียว ส่วนใดที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนไม่จำกัด หมายความว่าเป็นสาธารณะ ให้ทำด้วย น้อยก็เอา มากก็เอา อย่างนี้เราจะไม่เสียทีในการเกิด เพราะเป็นปัจจัยของความสุข ความสวยสดงดงามเป็นการให้ความสุขแก่คนที่เห็น คนได้ใช้ ได้ดม ได้กิน ผลอย่างนี้ถือเป็นทาน…

    58463005_2347725855248285_4153514124359237632_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    แจ้งข่าว …
    พระขวัญเมือง วิมโล (พรรษา ๓๔ )
    ประจำตึกรับแขก ส่วนวัตถุมงคล
    ถึงแก่การมรณะภาพเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๒

    กำหนดการสวดอภิธรรม ๒๕ – ๒๗ เม.ย. ๒๕๖๒
    เวลา ๑๙.๓๐ ที่ศาลาพระพินิจอักษร (ทองดี) ข้างโบสถ์วัดท่าซุง

    วันอาทิตย์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๒
    เวลา ๑๕.๐๐ ทำพิธีฌาปนกิจ ณ เมรุลอย หน้าโบสถ วัดจันทาราม (ท่าซุง) จ.อุทัยธานี

    58461643_2351960314824839_7789260621106642944_n.jpg
    58586597_2351960381491499_8263163631760310272_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    เผากระดาษเงินกระดาษทองวันตรุษจีน

    ลูกศิษย์ : กราบเรียนถามหลวงพ่อ คือที่หนูทำสังฆทานแต่ทีนี้ผู้คนส่วนใหญ่เขาบอกให้หนูไหว้วันตรุษจีนให้พวกที่ปล่อยผีออกมานี่ ก็ทำไหว้กลางแจ้ง หนูก็ทำอยู่สัก 3-4 ปี เพราะตอนหลังนี่ แหม มันยุ่งเหลือเกิน หนูก็เลยมาเปลี่ยนเป็นมาทำสังฆทานให้เขา แต่ไม่ได้ทำวันตรุษจีน แต่ทำก่อนคงไม่เป็นไรนะคะ

    หลวงพ่อ : ปัทโธ่เขาไม่ปล่อยมาวันเดียวหรอก จ่ายล่วงหน้าน่ะดี อย่างเงินเดือนออกวันที่ 30 จ่ายตั้งแต่ 15 ล่ะชอบไหม

    ลูกศิษย์ : ไม่เป็นไรนะคะ

    หลวงพ่อ : ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าอันนี้เข้าใจกันไปเอง เข้าใจกันไปเองว่าต้องวันนั้นวันนี้ปล่อยผีมา อย่างของเราพอถึงวันเสาร์ วันสาร์ทไทยปล่อยผี

    ลูกศิษย์ : แล้วเราไปนั่งทำกับข้าวนี่เขาก็ไม่ได้กิน

    หลวงพ่อ : ไม่ได้กินหรอก

    ลูกศิษย์ : เราก็ทำบุญ ทำสังฆทานให้เขาก็ได้

    หลวงพ่อ : คือว่าจะเป็นแบบ หมอทองคำ ที่พิจิตร แกไม่มีพ่อ มีแต่เตี่ย เตี่ยตายไปแล้วก็ทำแต่กงเต็ก ทำตึก ทำร้าน มีรถ มีธนบัตร แล้วก็เตี่ยแกก็เป็นคนไหว้พระ แกเจอฉันอยู่เสมอ ไม่ถึง 10 วันหรอกเตี่ยมา อีหนู ไอ้แบ็งค์ขี้เถ้าของมึงนี่ ติดขี้เถ้าแล้วจะไปใช้อย่างไรวะ กูใช้ไม่ได้หรอก เราก็เลยถามท่านแล้วจะทำอย่างไร ก็ไปเข้าฝันไว้ชัดเจนเลย ถวายสังฆทานซิลูก ถาม เตี่ยมีทุกข์เหรอ กูไม่ทุกข์หรอก ได้นี่ก็สบายมากขึ้น ที่เจ้าทำน่ะไม่เสียเปล่าหรอก ทีหลังแกก็มาถาม วิ่งไปถามที่วัด เราก็บอก ถวายสังฆทานที่ไหนก็ได้ สังฆทานที่เป็นบุญ แกก็ไม่ยอมจะถวายที่วัด

    ลูกศิษย์ : อย่างนี้แกก็ต้องซื้อกระดาษเงินกระดาษทองทำบุญ แล้วก็แพงด้วย

    หลวงพ่อ : แพง ไปส่งขี้เถ้าให้ผี

    (จากหนังสือรวมคำสอนธรรมปฏิบัติ เล่ม 8 หน้า 486)

    59286029_2355557741131763_7367659810923216896_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    การรับศิษย์ของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    “ทุกคนที่ต้องการเป็นศิษย์ ไม่ต้องขออนุญาต ขอให้ปฏิบัติตามนี้ อยู่ที่ไหน ไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็รับเป็นศิษย์คือ
    1.ศิษย์ชั้น 3 พยายามรักษาศีล 5 เสมอ อาจจะขาดตกบกพร่องบ้าง แต่ก็พยายามรักษาให้ครบถ้วนให้มากที่สุดที่จะทำได้ อย่างนี้ขอรับไว้เป็นศิษย์ชั้น 3 คือศิษย์ขนาดจิ๋ว
    2.ศิษย์รุ่นกลาง มีปฏิปทาดังนี้ มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ พยายามรักษาอารมณ์ให้ทรงสมาธิเสมอตามสมควร ไม่ละเมิดศีลเป็นปกติ อย่างนี้ขอรับไว้เป็นศิษย์รุ่นกลาง
    3.ศิษย์เอก มีปฏิปทาดังนี้
    3.1 รักษาศีล 5 ครบถ้วนเป็นปกติ
    3.2 เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ไม่สงสัยในความดีของท่าน มีอารมณ์ตั้งมั่นว่า ถ้าตายไปจากคนชาตินี้ ขอไปนิพพานจุดเดียว พยายามละความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นปกติ
    ถ้าปฏิบัติได้ตามที่กล่าวนี้ มาพบหรือไม่มาพบ ขออนุญาตเป็นศิษย์หรือไม่ขออนุญาตก็ตาม ถ้าคิดว่าอยากจะเป็นศิษย์ ให้ทราบว่า อาตมารับเป็นศิษย์แล้วด้วยความเต็มใจ”
    พระสุธรรมยานเถระ 25 ธ.ค.2527 (สมณศักดิ์ในขณะนั้น)
    จากหนังสือประวัติครูบาอาจารย์ที่หลวงพ่อพระราชพรหมยานเคารพนับถือ

    59332354_2362161707138033_6378494942477549568_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    อานุภาพของทรัพยากร”ทั้งหลาย จะปรากฎขึ้นใน ตอนกลางสมัยรัชกาลที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยนั้นจะปรากฎว่า ประเทศจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างจะพร้อมมูลบริบูรณ์ จะกลายเป็นประเทศมหาเศรษฐีเขตหนึ่งอย่าว่าแต่เฉพาะในเอเซียเลยแม้แต่ยุโรปก็ต้องเอาใจ”
    ทั้งนี้เพราะอะไรเพราะว่าอำนาจบุญบารมีของกษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์ คือกษัตริย์รัชกาลที่ ๙ เป็นผู้มีบุญบารมีใหญ่
    ปูพื้นฐานเอาไว้ แล้วก็พระโอรสาธิราชที่จะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ก็เป็นพระราชาที่มี บุญบารมีใหญ่“ที่คนทั้งหลายคิดว่า จะทำลายประเทศไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์ มีจิตหยาบปรารถนาจะให้คนไทยทั้งชาติที่มีความเคารพในพระพุทธศาสนาเป็นทาสของบุคคลกลุ่มเดียว ไม่มีความหมายเพราะความหวังตั้งใจของบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ เขาจะพาตัวเขาพินาศไปเองเพราะอำนาจบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีสมรรถภาพเป็นพิเศษ

    59802290_2368469086507295_3617448411353055232_o.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    4,290
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +102
    ตั้งศาลบนดาดฟ้า

    ผู้ถาม :- “แล้วการตั้งนี่ ถ้าคนที่จะตั้งบนดาดฟ้านี่ สมควรไหมครับ ?”

    หลวงพ่อ :- “คนตั้งไม่แน่ แต่พระตั้งได้ เพราะฉันเคยไปตั้ง ใช่ไหมคุณ ได้ ไม่เป็นไรนะ ฉันเคยไปตั้ง เมื่อก่อนยังตั้งศาลอยู่ ก็ไปที่จังหวัดชัยนาท มันหาที่ไม่ได้ ที่ข้างๆ ก็ติดกับตึก ตึกเขาเป็นดาดฟ้านะ ไล่ไปไล่มาก็ถามเทวดา (ไปเชิญเทวดาชั้นจาตุฯ เป็นศาลสี่เสา) หาที่ไม่เหมาะ ก็ถามท่านเวสสุวัณว่า เอาตรงไหนดี…ท่านก็บอกว่า เอาบนหลังคาก็แล้วกัน ก็ให้เขาย้ายขึ้นหลังคา

    เป็นอันว่าพอเชิญท่านเสร็จ เขาหุ้นกับพวกตึกแถวนะ แถวเดียวกันนี่ เข้าหุ้นกันได้ ขณะอัญเชิญท่านมา ท่านก็บอกว่า ที่นี่จะมีไฟนะ ไฟจะไหม้ บอกเจ้าของบ้านเขาด้วยนะ ประเดี๋ยวจะหาว่าผมไม่พูด ถ้าเป็นปกติแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ ถามท่านอีกที วิธีช่วยได้เป็นยังไง…ต้องถามท่าน ท่านบอกให้เขาทำอีกครั้งหนึ่ง ศาลไม่ต้องทำใหม่ แต่ของเชิญทำอีกครั้ง วันหลังก็ได้ หมูใช้สีแดงทา ไก่ก็เหมือนกัน แล้วใช้กระดาษแดงใส่ถาดรองหมูไก่ เขาก็ทำตามนั้น

    เมื่อเชิญท่านเสร็จ ท่านก็บอกว่า ไฟนี้ต้องไหม้นะ แล้วกัน! ถามว่าไหม้ที่ไหน… ท่านบอก ไหม้ที่โรงแรม ถามว่าไหม้มากไหม… ไหม้ผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ติดฝา แต่ต้องไหม้ ไงๆ ก็ต้องไหม้ จะลดเลยไม่ได้ ทีแรกจะต้องไหม้ทั้งหมดเลยนะ ไหม้หมดแถว เขาก็ทำตามนั้น ฉันเลยให้เขาระวังกัน เป็นจริงตามนั้น ไม่ถึง ๑๐ วัน ชั้นสองของโรงแรมมีไฟขึ้นมา เขาวิ่งไปดูกัน ไหม้ผ้าขี้ริ้วจริงๆ แบบขโมยเข้าบ้านแล้วต้องเอาหน่อยใช่ไหม… ไม่งั้นเสียศักดิ์ศรีขโมย”

    61754261_2407753245912212_6702261079172448256_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...