แมวเหมียวมงคลฟีล์ม ภูมิใจเสนอ!"เทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่"น.64

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย Norlnorrakuln, 10 ธันวาคม 2012.

?
  1. เห็นดีด้วยและขอเป็นกำลังใจต่อไป

    0 vote(s)
    0.0%
  2. ไม่เห็นด้วยนิทานไร้สาระ งมงาย ฯลฯ

    0 vote(s)
    0.0%
  1. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    810
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +2,397
  2. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    "เมื่อใดโลกร้อนด้วยไฟราคะ โทสะ โมหะ ความสงบชุ่มเย็นก็อันตรธานไป เมื่อใดโลกปกคลุมด้วยเมตตาความรักปรารถนาดีต่อกัน ความสงบชุ่มเย็นจักนำความสุขมาให้ ความแข่งดีจักมีประโยชน์อันใด รังแต่จะนำความทุกข์ความเดือดร้อนมาให้ ท่านทั้งหลายจงอย่าได้ทำลายโลกนี้ให้พินาศย่อยยับไปด้วยไฟแห่งฤทธานุภาพเลย แต่จงประลองชัยกันด้วยการบำเพ็ญประโยชน์บนโลกเถิด"

    ทันทีที่อินทราชิตบรรลือพระสุรเสียงแห่งธรรมจบลง เหล่าจตุเทพก็พลันได้สติฟื้นจากความหลง เสมือนเปิดของที่ปิด หงายของที่คว่ำ บอกทางแก่ผู้หลงทาง ให้น้ำแก่ผู้กระหาย ส่องประทีปในที่มืดด้วยปรารถนาให้ผู้มีดวงตาจะพึงมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ทันใดนั้นดวงจิตของท่านทั้งสี่ก็มีกระแสจิตอ่อนโยนขึ้น (เกิดปัญญาจักษุเห็นสภาวะธรรมตามความเป็นจริง) ให้คิดย้อนกลับมองดูผืนแผ่นดินที่ตนใช้เป็นที่สำแดงเดชานุภาพ ปรากฎว่าได้รับความเสียหายพังทลายย่อยยับลงเป็นอันมาก ก่อให้เกิดความสลดสังเวชใจ ต่างอุทานในห้วงมโนนึกทำนองเดียวกันว่า

    "โอ้ หนอ เราอุบัติมาบนโลกใบนี้ได้อย่างไร แล้วเรากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกอยู่หรือไฉนหนอ" ก็สมัยนั้นโลกเป็นที่พึงใจของบรรดาเหล่าสรรพดวงจิตดวงวิญญาณทั้งปวง ต่างเข้ามาถือปฎิสนธิแล้วทำกรรมตามสภาวะที่ตนพึงใจนั้นๆ

    ทนธร หมายเอาธาตุดินเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว สิ่งใดที่อุบัติสืบเนื่องด้วยธาตุดินวัตถุของแข็งทั้งปวงในโลก ย่อมเป็นที่พึงพอใจ ดังนั้นท้าวเธอจึงหมายเอาเรือนไม้เป็นที่สถิตอยู่ มีปฐวีธาตุเป็นอารมณ์ปฐมเหตุก่อให้เกิดฤทธิ์อภิญญา มีรูปพลังงานสีน้ำเงิน

    กำธรภุมเดช หมายเอาธาตุไฟเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว สิ่งใดที่อุบัติสืบเนื่องด้วยความร้อนความอบอุ่นในโลก ย่อมเป็นที่พึงพอใจ ดังนั้นท้าวเธอจึงหมายเอาเรือนถ้ำสูงใหญ่ใกล้กับลาวาพิภพเป็นที่สถิตอยู่ มีเตโชธาตุเป็นอารมณ์ปฐมเหตุก่อให้เกิดฤทธิ์อภิญญา มีรูปพลังงานสีแดง

    ครุฑศศิธร หมายเอาธาตุลมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว สิ่งใดที่อุบัติสืบเนื่องด้วยกระแสลมพัดพาในโลกย่อมเป็นที่พึงพอใจ ดังนั้นท้าวเธอจึงหมายเอาเรือนยอดเขาที่มีลมพัดแรงเป็นที่สถิตอยู่ มีวาโยธาตุเป็นอารมณ์ปฐมเหตุก่อให้เกิดฤทธิ์อภิญญา มีรูปพลังงานสีเหลือง

    นาคธรเดช หมายเอาธาตุน้ำเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสิ่งใดที่อุบัติสืบเนื่องด้วยของเหลวและความลื่นไหลในโลก ย่อมเป็นที่พึงพอใจ ดังนั้นท้าวเธอจึงหมายเอาผืนน้ำใต้แผ่นดินเป็นที่สถิต มีอาโปธาตุเป็นอารมณ์ปฐมเหตุก่อให้เกิดฤทธิ์อภิญญา มีรูปพลังงานสีเขียว

    บัดนั้นท่านผู้อธิบดีเอกมหาเทพอินทราชิต ทราบด้วยจิตอันเป็นทิพย์ว่า ท้าวจตุมหาราชยังมีความกังขาในตัวพระองค์ จึงได้แสดงธรรมฤทธิ์ให้วิจิตรพิศดารยิ่งขึ้นไปอีก(สมัยนั้นผู้มีฤทธิ์ศักดานุภาพสูงสุดถึงจะเป็นที่ยอมรับเคารพนับถือ)

    "จงพินิจเถิดท่านผู้อาจหาญในโลกล้า อันว่าธรรมฤทธิ์นั้นเป็นของล้ำเลิศประเสริฐสุด ในอนาคตกาลยาวไกลจักมีท่านผู้มาบำเพ็ญสำเร็จประโยชน์ในวิชาธรรมฤทธิ์อันเกรียงไกรนั้น ไม่มีผู้ใดจะเทียมเทียบได้ ขอหมู่ท่านจงบำเพ็ญกิจพิทักษ์มหาปฐพีโลกาธาตุนี้ไว้ให้ดำรงคงอยู่ตราบนานเท่านาน เพื่อใช้เป็นมงคลสถานรองรับเหล่าท่านผู้มีปณิธานธรรมอันยอดเยี่ยม ได้มาอุบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่บรรดาเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายจักเป็นมหาอเนกอนันต์คุณยิ่งนัก"...กาลบัดนั้นพลันบังเกิดคลื่นพลังงานใหญ่ เปล่งแสงสว่างไสวเจิดจ้าดุจดาวประกายพรึกแผ่กระจายหมุนวนรอบพระวรกายเทพอินทราชิต(ออร่า) แล้วพุ่งตรงมายังท้าวจาตุมหาราชทั้งสี่...

    ไร้ซึ่งสรรพสำเนียงเสียงใดจักขานไขให้เห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างแจ่มชัด มันเป็นภาษาความรู้สึกแห่งใจของท่านผู้มีทิพยญาณจักพึงสัมผัสเข้าถึงได้ กระแสพลังงานคุณธรรม(เมตตา)ที่ท่านอินทราชิตแผ่มาให้นั้น ใช่ว่าจักตรงเข้าหักล้างทำลาย แต่ยังกลับเพิ่มพูนเสริมรัศมีพลังงานจิตของท้าวจตุเทพให้มีฤทธิ์อำนาจแก่กล้าสูงยิ่งขึ้น

    เหลืองก็เหลืองสดใสผ่องน้ำบุษ
    เขียวก็เขียวอำพันมรกตส่องแสง
    แดงก็แดงพลอยมณีไพลินแดง
    น้ำเงินก็สว่างงามเพชรครามมณี

    เมื่อทุกท่านเข้าใจหน้าที่ของตนแล้วต่างมาเผชิญพร้อมหน้ากันบนยอดเขา ทำมุมทั้งสี่ให้ปรากฎอยู่ มหาราชจอมเทพทรงยิ้มละไม

    "นับแต่นี้เป็นต้นไปเบื้องหลังของพวกท่านจักเป็นเขตแดนพื้นที่พิทักษ์ ขอเหล่าท่านจงบำเพ็ญกิจเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกเถิด จงอภิบาลผองสรรพสัตว์ที่ถือกำเนิดมาในแดนนั้นตามกำลัง"

    ทันใดนั้นอาวุธวิเศษประจำกายก็ปรากฎขึ้น!(เมื่อได้รับหน้าที่มันก็ต้องมีเครื่องหมายประจำตำแหน่งกันหน่อย)...ซึ่งแต่ละท่านต่างก็มีศักดานุภาพเท่าเทียมกัน ไม่ยิ่งไม่หย่อนไปกว่ากัน พร้อมกันนั้นทรงประทานนามใหม่ว่า "ท้าวจตุโลกบาล"ชื่ออย่างเป็นทางการซึ่งได้จากวาระกรรมของเขาในอดีตชาตินั้นเอง คือ ท้าวเวสสุวรรณ,ท้าวธตรฐ,ท้าววิรูปักษ์,ท้าววิรุฬหก

    ๑.ท้าวธตรัฏฐะ อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองคันธัพพ เทวดาทั้งหมด

    ๒.ท้าววิรุฬหกะ อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองกุมภัณฑเทวดาทั้งหมด

    ๓.ท้าววิรูปักขะ อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองนาคะ เทวดาทั้งหมด

    ๔.ท้าวกุเวระ หรือ ท้าวเวสสุวรรณ อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองยักขะเทวดาทั้งหมด


    [​IMG]
     
  3. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    ;ปรบมือ;ปรบมือ;ปรบมือ

    ชื่อที่อยู่เพื่อจัดส่งของทาง email ได้เลยครับ:cool:
     
  4. The eyes

    The eyes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,640
    กรี๊ดดดดดดด!!!! เย้!!!!!!!! ดีใจมากๆ ยังคิดอยู่เลยว่าจะได้รึเปล่า เพราะคำตอบของเรื่องเล่ามักพิศดารเสมอ เย้!เย้!เย้ๆ
    ขอบคุณคุณแมวเหมียวมากๆ เลยนะคะ (f)(f)(kiss)
     
  5. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสนุกเติมสีสันให้นิทานมีชีวิตชีวามากขึ้น โอกาสหน้าเดี๋ยวหาเรื่องแจกของรางวัลอีก กระจะเตรียมเสริมของรางวัลไว้แจกผู้ตอบถูกซ้ำ แต่ก็น่ะเป็นของมีเจ้าของเฉพาะจริงๆ ^_^ :cool:
     
  6. The eyes

    The eyes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,640
    เมื่อเช้าพึ่งแต่งกลอน เพื่อให้เข้ากับภาพวัดทุ่งเศรษฐี ที่พี่ท่านหนึ่งโพสลงในเฟส แต่เป็นแนวสนุกสนาน นิยายจีน ไม่คิดว่าเย็นนี้ กลอนที่แต่งจะมีบางท่อน ที่เข้ากับเนื้อเรื่องของคุณแมวเหมียว เลยยกมาอวด....

    "ตะวันตกเฉียงใต้แดนลี้ลับ
    ที่ไม่อาจมีใครคิดและนึกถึง
    มีจอมดาบ ผู้ไร้นามระบือบึง
    ไม่มีใครนึกถึง เพราะไร้ตน
    ไม่เหมือนกับ อุดร บูรพาทรัพย์
    ทักษิณหนักประจิมสิ้นสงสัย
    สี่ขุนเขายอดสุดไกลแสนไกล
    มารอันใดก็มิอาจจะต้านทาน"

    ปล.ส่งที่อยู่ไปตามmail แล้วค่ะ
     
  7. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    เรื่องราวยังไม่จบเมื่อภายหลังต่อมาได้มีบรรดาเหล่าท่านผู้บำเพ็ญบารมีได้ถืออุบัติเพิ่มขึ้น มีเพียงของวิเศษจากท้าวมหาราชทั้งสี่และวิชชาเฉพาะจึงสามารถช่วยเหลือมวลหมู่มนุษย์ให้พ้นภัยพิบัติได้ แต่จะมีสักกี่คนที่เป็นนักปราชญ์ตัวจริง ศึกคัดกรองท่านผู้มีปรีชาและปณิธานมั่นคงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว(ผู้ไร้ความเพียรก็จักถอนอธิษฐานไปเองตามวาระกาล)

    อย่าพลาดโปรดติดตามตอนต่อไป!
     
  8. ยอพระกลิ่น

    ยอพระกลิ่น สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มิถุนายน 2016
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +9
    มาเล่าต่อสิค่ะ..รออ่านอยู่จ้า
     
  9. บุษบรรณ

    บุษบรรณ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2010
    โพสต์:
    2,220
    ค่าพลัง:
    +8,612
    สวัสดีค่ะแมวเหมียวแวะมาทักทาย
     
  10. The eyes

    The eyes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,640
    รอแมวเหมียว รอแล้ว ก็รออีก
    อีกเรื่องเล่า ที่เกริ่นไว้ ก็เฝ้ารอ
    ไม่เข้าใจ ไม่รู้ เมื่อไหร่หนอ
    ว่าคุณหน่อ นรคุณ จะกลับมา...
    เหล่าขุนพล อีกตั่ง แดน8ทิศ
    รอสถิต ในเรื่องเล่า อันไกรศร
    สุขสวัสดิ์ ในดินแดน แขวงอุดร
    รอละคร อีกเมื่อไหร่ จะได้ยล...

    ปล.ขุนพลในชุดเงินขลิบทอง
    ดาบจอมทองกวัดแขว่งแรงดุกล้า
    ผงาดแผงแรงฤทธิ์พสุธา
    แหวกสายลมเวหา เผาอสุรี...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 3 กรกฎาคม 2016
  11. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    กาลเวลาผันผ่านเนิ่นนานเท่าใดแล้ว เรื่องราวเร้นลับถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นกลายเป็นตำนานนิทานท้องถิ่น แล้วค่อยๆเลือนลางจางหายไป ยุคแห่งศรัทธาใหม่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อความยึดเหนี่ยวทางจิตใจพร้อมความฟั่นเฟือนทางปัญญา ดวงจิตที่หยาบไร้ซึ้งแรงต้านทานถูกครอบงำไปทั่วทุกปวงแดน ดุจจันทิมาธรอัปราแสงด้วยแรงแห่งทมิฬเมฆา แต่ทว่า ดวงจิตผู้พิทักษ์กลับอยู่เหนือกระแสความผันแปรเหล่านั้น ด้วยสำนึกในหน้าที่เฝ้ารอคอยเวลาผู้อุบัติเพื่อประสิทธิ์ประสาทถ่ายทอดสรรพวิชาการแห่งอารยชน

    "ต้นไม้ไร้ใบ รากสูงเทียมฟ้า
    ลูกดอกผลดกหนา หลากสีสัน
    แก่นในและใส้ กลวงตัน
    กระพี้ฉ่ำรสหวาน พิษรุนแรง"

    กลอนปริศนา!ถูกเล่าขานในกลุ่มชน หากใครสามารถไขได้ปรารถนาสิ่งใดจักได้สมความมุ่งมาดปรารถนา บรรดาชายหนุ่มหญิงสาวจำนวนไม่น้อย ต่างขึ้นสู่ยอดเขาทุกคืนวันเพ็ญ จะมีเสียงเพลงดังจากภายในถ้ำ ให้ตอบคำถามกลับเข้าไป แต่ทว่ากาลเวลาผ่านมาเนิ่นนานยังไม่มีผู้ใดสามารถไขปริศนาได้อย่างถูกต้อง เคยมีคนขึ้นไปสำรวจถ้ำในช่วงเวลากลางวัน แต่หาทางเข้าไม่พบ มีเพียงก้อนหินเรียงรายวางอยู่เต็มระแวกนั้น ทั้งที่ตอนกลางคืนได้ทำสัญลักษณ์ไว้แล้ว เพราะเหตุนี้จึงได้ขนานนามเทือกเขานั้นว่า "เขาไร้ช่อง" (ต่อมาภายหลังมีผู้สามารถไขปริศนาได้ เสมือนหนึ่งว่ามีกุญแจไขประตูถ้ำให้เปิดออก นับได้ร้อยพอดี จึงได้ขนานนามใหม่ว่า "เขาร้อยช่อง...หรือถ้ำร้อยช่อง" นับแต่นั้นมา)

    ผู้มีจิตสัมผัสกล่าวว่าเป็นเขตแดนอีกมิติหนึ่ง เป็นโลกศิวิไลซ์อยู่ภายในนั้น มีวิชาการหลากหลายแขนงให้ศึกษาเรียนรู้ รอค่อยผู้มีวาสนาเข้าไปรับเอามาเผยแพร่ยามบ้านเมืองเกิดกลียุค จะได้มีผู้นำที่ดีไว้ฉุดช่วยบ้านเมืองนำหมู่มวลมนุษยชาติให้อยู่รอดปลอดภัย (ความจริงเป็นมิติของมนุษย์ผู้มีศีลธรรมอันใสซื่อบริสุทธิ์ ไร้ซึ้งกิเลสหยาบอกุศลวิบากเลวร้ายเครื่องเศร้าหมองมลทินใจ กล่าวคือ ยังไม่ได้ติดเชื้อกลายพันธ์ุ เป็นคนผู้มีใจหยาบบาปหนาอย่างมนุษย์เท่าทุกวันนี้นั้นเอง ^_^ เขาต้องกันโซนเอาไว้คัดเฉพาะเมล็ดพันธ์ุที่ดีไว้ปลูกในช่วงฤดูกาลอันเหมาะสม...ซึ่งในทุกๆร้อยปีหรือ ?...? ก็จะมีผู้นำออกมา เพื่อถ่ายทอดจิตสำนึกที่ดีของความเป็นมนุษย์ผู้ใจสูงให้กลับคืนความสงบสุขให้แก่โลกอีกครั้งหนึ่ง)

    ความจริงมีกลุ่มผู้ไขปริศนาได้หลายรุ่นแล้ว แต่ไม่มีใครได้กลับออกมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เพราะไม่เห็นความจำเป็นในผู้ไม่มีภารกิจหน้าที่เฉพาะ และคนที่หายตัวไปนั้นก็เป็นอัศจรรย์อยู่ว่าชาวบ้านไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก หรือไม่ก็เป็นกำพร้าตั้งแต่เด็กไร้ญาติขาดมิตร ออกแนวบ้าๆบอๆ อะไรประมาณนั้น (แต่เมื่อได้เข้าไปแล้วก็กลายเปลี่ยนเป็นคนละคน!...จะมีพิเศษก็เฉพาะคนที่หนึ่งร้อยซึ่งเป็นผู้ที่ได้คลายผนึกถ้ำให้เปิดออกได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นผู้นำวิชาการของอริยชนผู้เจริญแล้วในกาลก่อนกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง)

    และนี้ก็คือหน้าที่หนึ่งของเทพผู้พิทักษ์โลก ซึ่งคอยอภิบาลมนุษย์อยู่เบื้องหลัง...ท่านทั้งสี่ต่างก็ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีวาระหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป กล่าวคือยุคสมัยของมนุษย์ชาติเป็นระดับประเทศชนชั้นผู้นำโลก จะมีลักษณะพิเศษที่ได้จากเทพผู้พิทักษ์ท่านนั้นๆด้วย เช่น ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ประเทศผู้มีสัญลักษณ์แห่งวิหก!...เป็นท่านที่ ๒.ท้าววิรุฬหกะ อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองกุมภัณฑเทวดาทั้งหมด

    เมื่อหมดวาระสมัยของท่านที่ ๒ แล้ว ยุคต่อมาก็เป็นผลงานของท่านที่ ๓.ท้าววิรูปักขะ อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองนาคะ เทวดาทั้งหมด ประเทศผู้นำหมู่มวลมนุษยชาติลำดับต่อไปก็จะมีลักษณะพิเศษที่ได้รับจากเทพผู้พิทักษ์ท่านนั้นด้วย ( อ้าว! ใครลูกหลานพญานาคราชเตรียมกำลังบุญของตนไว้ให้ดี เพราะใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนยุคเข้ามาเต็มทีแล้ว!!... ^_^)

    เมื่อหมดสมัยของท่านที่ ๓ แล้ว ก็เป็นยุคสมัยของท่านที่ ๔.ท้าวกุเวระ หรือ ท้าวเวสสุวรรณ อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองยักขะเทวดาทั้งหมด ประเทศผู้นำหมู่มวลมนุษยชาติลำดับต่อไปก็จะมีลักษณะพิเศษที่ได้รับจากเทพผู้พิทักษ์ท่านนี้ (ก็คงต้องรออีกยาวนาน เพราะท่านที่ ๓ สร้างผลงานบารมีไว้ดีมาก เลยได้รับผลอักโข)

    ้เมื่อหมดสมัยของท่านที่ ๔ แล้วก็หมุนเวียนเปลี่ยนมายุคสมัยของท่านที่ ๑.ท้าวธตรัฏฐะ อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ เป็นผู้ปกครองคันธัพพ เทวดาทั้งหมด ประเทศผู้นำหมู่มวลมนุษยชาติลำดับต่อไปก็จะมีลักษณะพิเศษที่ได้รับจากเทพผู้พิทักษ์ท่านนี้...

    ยุคอุบัติโลกท่านแข่งกันด้วยอิทธิฤทธิ์ ไม่มีใครได้เป็นใหญ่กว่าใครในโลก กาลเวลาผ่านไป บัดนี้ท่านแข่งกันด้วยการสร้างบารมี สั่งสมคุณงามความดีไว้ในโลก เลยได้ผลัดกันเป็นใหญ่ปกครองโลกอยู่เบื้องหลัง ธรรมะจัดสรรคลงตัวพอดี ช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก ^_^
     
  12. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    กระทู้ร้างมานาน สงสัยไม่มีใครติดตามอ่านนิทาน มาราธอนแล้วมั้ง ^_^
     
  13. The eyes

    The eyes เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    969
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,640
    โหยยยย!!! ก็รอจนน้ำแห้งแล้วแห้งอีก รอปูเสื่ออ่านตลอดค่ะ ^_^
     
  14. Norlnorrakuln

    Norlnorrakuln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    3,816
    ค่าพลัง:
    +15,093
    "(หญิง) ฟ้าผ่องเพ็ญ งามเด่นดุจดั่งสวรรค ผู้บ่าวบ้านใด๋กัน มายืนชมจันทร์ผู้เดียวหนออ้าย...๚ "

    "(ชาย) ฟ้าผ่องเพ็ญ งามเด่นดุจดั่งสวรรค ผู้สาวบ่านใด๋กัน มายืนชมจันทร์ผู้เดียวหนอเจ้า...๚ "

    เสียงเพลงเอื้อนเอ่ยเสนาะถ้อย ร้อยสุนทรวจีขับผสานผ่านกระทบโสตสัมผัส ดังจะตรึงผู้มาเยือนให้ตกอยู่ภายใต้มนต์สกดมายารำพึง ใช่จะเป็นครั้งแรกที่เสียงเพลงลี้ลับดังแว่วมาพร้อมกลิ่นหอมโชยอ่อนยามรัตติกาล แต่มันก็เป็นอะไรที่พิเศษเสมอสำหรับแขกผู้มาเยือนหน้าใหม่ จะมีก็แต่แขกหน้าเก่าที่รู้สึกชินชากับรสชาติเดิมๆ

    "ก่อนผมมาก็แบบนี้แหละ ผู้ชายก็จะได้ยินเสียงผู้หญิง ส่วนผู้หญิงก็จะได้ยินเสียงผู้ชาย ทุกความรู้สึกนึกคิดในใจเขาล่วงรู้หมด"

    "ใครหรือครับ?"

    "อ้าว ก็เจ้าที่เจ้าทางเทวาอารักษ์ไง คุณไม่รู้หรือ นี่เป็นเพียงด่านแรกเท่านั้นนะ บททดสอบในถ้ำยิ่งอัศจรรย์กว่านี้อีก แต่อย่าได้พูดอะไรส่งเดชไปเชียว เดี๋ยวเป็นบ้าเป็นหลังไปจะหาว่าผมไม่เตือน"

    พรานหนุ่มแนะผู้มาเยือนหน้าใหม่ เพ็ญคืนนี้มีเพียงชายสองคนเท่านั้น ที่หาญกล้าขึ้นเขามาเพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังเข้าไม่ถึง ตำนานเขาไร้ช่องเคยได้ยินกิตติศัพท์มานาน เพิ่งมีโอกาสได้มาสัมผัสก็คราวนี้ ภาณุ ขนลุกซู่เมื่อพรานพงศ์เล่าบรรยายไปพร้อมสถานการณ์จริง

    "ใจคิดอย่างไรก็ไปอย่างนั้น อย่าฝืนข่มอารมณ์ใจของตนเอง เจ้าเป็นผู้ได้รับเลือกอย่าได้ตกประหม่าหรือกังขาอารมณ์ใดให้ใจเศร้าหมอง"

    เสียงแว่วครูอาจารย์ดังสำทับมาในห้วงมโนนึก ความจริงภาณุเป็นศิษย์มีครู หลังจากที่เขาฝึกสมาธิจนถึงขั้นจิตละเอียดดีแล้ว ความรู้ต่างๆก็ผุดขึ้นมาเองโดยที่เขาไม่รู้ตัว! แม้แต่พรานพงศ์ผู้นำทางเองภาณุก็รู้ล่วงหน้าในจิตอยู่ก่อนแล้วว่าเขาคือผู้นำทางขึ้นถ้ำ หากแต่แสดงท่าทีไปตามความเหมาะสม มิได้อวดภูมิความรู้ของตนแต่อย่างใด

    ในที่ทุกสถานต่างมีผู้เฝ้าดูแล เราทำสิ่งใดย่อมมีผู้รู้เห็น ทุกคนที่ผ่านมาในวิถีทางต่างมีหน้าที่ จงทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดอย่าก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น อย่าพูดในสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็น แต่เห็นในสิ่งที่ผู้อื่นพูดตามความเป็นจริงทุกสิ่งไป!

    ความรู้ทางจิตลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่ามันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ขณะที่ภาณุเริ่มสับสนในสิ่งที่ตนเองเป็น เสียงครูอาจารย์ในจิตก็ดังขึ้นบอกให้เขามายังสถานที่แห่งนี้ แล้วจะได้รับคำตอบทุกอย่าง เสียงนั้นมีพลังอำนาจมาก แต่แฟงไว้ด้วยกระแสแห่งความเมตตา มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นซาบซึ้งอย่างประหลาด ซึ่งเด็กกำพร้าอย่างเขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แม้แต่พ่อแม่บังเกิดก้าวแท้ๆของตนก็ตาม...
     

แชร์หน้านี้

Loading...