แลกเปลื่ยนประสบการณ์และเรื่องเล่าไสยเวทย์เมตตาเปิดโลก

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย เมตตาเปิดโลก, 13 พฤษภาคม 2019.

  1. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 20
    หลังจากที่ขอขมา ตั้งบายศรีแล้ว ก็นึกว่าจะจบลงหมด
    กรรมกันแล้ว แต่เมื่อมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เล่าเรื่องการ
    ลอยขันธ์ครู ปรากฎว่าจะเกิดอาการขนลุกขึ้นมาทันที โดย
    ตอนแรกคิดว่าว่าคิดไปเอง แต่เมื่อบังเอิญคุยถึงเรื่องนี้อีก
    ครั้งก็เกิดอาการเช่นเดิม จึงนำเรื่องนี้เรียนถามหลวงปู่
    ท่านเมตตาบอกให้ว่า เค้ายังไม่ไปไหน อยู่กับเรานั่นแหละ
    อ้าวแล้วทำไงล่ะทีนี้ ต้องไปคืนที่วัดมั้งสงสัย แต่ใน
    ขณะนั้นก็ไม่อยากจะหวนคืนไปแล้ว ก็เลยปล่อยไปอย่าง
    นั้น เวลาผ่านไปไม่นานมีเหตุได้พบอาจารย์ฆราวาส
    ท่านหนึ่ง ท่านได้ดูให้ก็ได้คำตอบเช่นเดียวกัน เลย
    ปรึกษาเรื่องการทำ การเสกของ ว่าในจิตใจมันอยาก
    จะทำขึ้นมา ไม่รู้เรียกว่าร้อนวิชาหรือเปล่า
    ก็คิดว่าจะลองทำดู ถ้าไม่เป็นผลจะได้เลิกทำซะ
    ถ้าครูอาจารย์จะต้องการให้ทำทางด้านนี้ก็ขอให้ใช้แล้ว
    ได้ผล มีประสบการณ์ จึงได้ลองทำขึ้นมาครั้งแรกคือ
    ตะกรุดเมตตาเปิดโลก วันนี้ขอจบเท่านี้ก่อน วันถัดไปจะ
    มาเล่าต่อครับ
     
  2. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 21
    เมื่อได้ลองทำตะกรุดเมตตาเปิดโลกขึ้นมาแล้ว
    ต้องทดสอบ ขั้นแรกทดสอบด้วยตัวเองก่อนถึง
    จะเห็นผล เมื่อพกติดตัวไปที่ใดจะมีคนเมตตา ช่วยเหลือ
    และเจรจาง่าย แต่ที่พิเศษของตะกรุดนี้ไม่เหมือนใคร คือ
    เมื่อนำมาจับในกำมือจะรับรู้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจาก
    .
    ตะกรุด ในครั้งแรกคิดว่าตะกรุดเป็นเนื้อเงินอาจจะสะสม
    ความเย็นในโลหะ แต่เมื่อมือเราอุ่นหรือร้อน ไอเย็นของ
    โลหะก็น่าจะหายไป แต่ตะกรุดนี้จะแผ่ไอเย็นออกมาตลอด
    โดยการกำสัมผัสไม่ต้องเข้าสมาธิ หรือจับพลังใดๆๆ
    กระแสนี้เป็นกระแสเมตตาส่งมาที่ตะกรุด โดยครูอาจารย์
    เบื้องบน ไม่มีประมาณ
    ผมลองให้คนอื่นจับก็ได้ผลเช่นเดียวกัน คือมีความเย็น
    แผ่ออกมาจากตะกรุด แจกให้คนรู้จักไปทดลองใช้ก็ได้
    ประสบการณ์ที่ดีมาก เรื่องเมตตามหานิยม
    ทั้งยังนำไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยถ่ายแสงออร่า
    และได้รับความเมตตาจากอาจารย์ฆราวาสสายเสน่ห์ที่ทุก
    คนรู้จักได้ดี จับพลังดู ท่านบอกว่ามีกระแสเย็นออกมา
    เรื่อยๆๆ คล้ายระรอกของคลื่น
    วันนี้ขอจบเท่านี้ก่อน วันถัดไปจะเล่าเรื่องครูอาจารย์
    มาพบในนิมิตร
     
  3. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 22
    หลังจากทำตะกรุดเมตตาเปิดโลกได้จนเห็นผล
    สำเร็จ เห็นผลทันทีที่อาราธนาพกพาติดตัว ตะกรุดนี้ยัง
    สามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้ แต่เป็นเคล็ด
    วิชาที่ต้องทำสมาธิดึงเอาความเย็นของตะกรุดมาครอบ
    ตัวไว้ ซึ่งลองทำดูเล่นๆ จากกรณีนี้แสดงว่าครูอาจารย์
    ท่านมาช่วยเหลือ ต้องการให้ทำสิ่งเหล่านี้ช่วยเหลือ
    คนที่เดือดร้อน และมีปัญหาต่างๆ ซึ่งเราต้องพบเจอ
    ทุกวัน ผมซาบซึ้งในคุณครูอาจารย์ที่ไม่ทอดทิ้งศิษย์
    คนนี้ จึงทำการตั้งขันธ์ครูอีกครั้งเพื่อบูชาครู ผมเล่า
    อย่างไม่อาย เพราะต้องการให้คนทราบเรื่องราว
    ความเป็นจริงอย่างไม่ปกปิดซ่อนเร้น ความจริงคือ
    ความจริงวันยังค่ำ
    แต่ในใจยังคงสงสัยและลังเลว่ามันเป็นไปได้
    หรือ แม้ว่าจะเป็นไปแล้ว จึงทดลองทำขุนแผนขึ้นมา
    ชื่อว่า ขุนแผนมหาเศรษฐี ในครั้งแรกคิดว่าถ้าเราทำ
    จากมวลสารต่างๆๆ มวลสารอาถรรพณ์ หรือมวลสาร
    ของครูอาจารย์ท่านอื่นเอามาผสม ตามแบบที่เค้าทำ
    กันทั่วไปนั้น เราคงไม่ทราบว่าวัตถุมงคลนี้ถ้าใช้แล้ว
    มีประสบการณ์ดีขึ้นมา จะเกิดจากมวลสารที่เราผสม
    ลงไปหรือเกิดจากการที่เราปลุกเสกเอง
    เอาอย่างนี้เลย ผมใช้ผงปูนทำเป็นผงอิทธิเจ แล้ว
    ผสมน้ำ กดพิมพ์ออกมาเป็นขุนแผน ไม่มีมวลสาร
    อาถรรพณ์ ไม่มีมวลสารเกจิใดๆๆ เพื่อจะพิสูจน์ว่า
    สิ่งที่เราปลุกเสกนั้นมาจากตัวของเราเอง และจะมี
    พลังออกมาเท่าใด ให้มันทราบกันไปเลย
    ไม่ต้องกลัวใครจะไม่สนใจ หรือกลัวว่าจะขายไม่
    ออก เพราะผมไม่ได้ขายมวลสาร ไม่ได้ขายนิยาย
    แต่ขายความเป็นจริง ถ้าคุณต้องการลอง มาเช่า
    ได้ ไม่แพง ผมเคยพูดกับคนที่ใช้ของสำนักเมตตา
    เปิดโลกไปว่า ขุนแผนรุ่นนี้อีกหน่อยจะมีคนตามหา
    เพราะเป็นรุ่นแรก และประสบการณ์ดีมาก
    ซึ่งคนที่ตามหาก็มีผมหนึ่งในนั้นด้วย คิดดูเอาเอง
    แล้วกันคนที่เช่าไปพกพาบูชา ล้วนได้รับประสบการณ์
    ด้านเมตตา โชคลาภ มหาเสน่ห์ ทำให้ผมมาคิดว่า
    จริงๆๆแล้วของที่ไม่มีมวลสารนั้น ขอให้จิตถึง
    ครูบาอาจารย์ท่านเมตตามาช่วยเหลือ จะมี
    ประสบการณ์มากกว่าหรือไม่แตกต่างกันเลย
    หลังจากนั้นผมยังคงทำสีผึ้งเมตตาเปิดโลกต่ออีก
    เพื่อตอกย้ำมั่นใจในวิธีการของผมที่ไม่เน้นมวลสาร
    ของใช้ได้ดีไม่ต้องจำเป็นต้องมีมวลสาร ขอให้ทำ
    ให้ถึง เท่านั้นก็พอแล้ว
    เรื่องประสบการณ์เหนือโลก ใช้จิตตัวเดียวเท่านั้น
    สีผึ้งเมตตาเปิดโลกนั้นเหมือนแก้วสารพัดนึก แค่สีปาก
    เจิมหน้า วางจิตสบายๆ ประสบการณ์จะเกิดขึ้นเอง
    ใช้ขายของ หรือติดต่อธุรกิจก็ดี แต่มีข้อแม้ต้องทำจิต
    เมตตา เพื่อเสริมเพิ่มพลัง เป็นของดีอีกชิ้นที่ไม่เป็นรอง
    ขุนแผนมหาเศรษฐี แล้วแต่คนจะนำไปใช้กัน
    วันนี้เล่าเพลิน เล่าไม่ถึงเรื่องพบเจอครูในนิมิต
    วันถัดไปเล่าแน่นอนครับ
     
  4. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 23
    มีวาระได้ทำตะกรุดสมปรารถนาบรรจุปรอท
    และลูกอมเทียนขี้ผึ้งแท้บรรจุปรอท ซึ่งในพิธีปลุก
    เสกได้เชิญครูปรอทมาร่วมปลุกเสกด้วย ซึ่งเป็น
    วิชาโบราณ ในครั้งนี้ขณะปลุกเสกได้เกิดนิมิต ครู
    ปรอทได้มาร่วมปลุกเสก ท่านเป็นพระหนุ่มผิวคล้้ำ
    สวมจีวรสีกรักคล้ายกับพระป่า หน้าตาผ่องใสดูแล้ว
    ยังหนุ่มอายุประมาณ 27-28 ปีเท่านั้น ได้มานั่งปลุก
    เสกตรงข้ามด้านหน้า นับเป็นครั้งแรกที่ครูท่านมา
    แสดงตัวในนิมิต ลูกอมปรอทรุ่นนี้พิเศษมากที่สีของ
    เทียนขี้ผึ้งที่หุ้มปรอทจะสีใสๆเนียนสวย ซึ่งขณะนี้
    ถ้าใครจะสอบถาม หมดไปนานแล้วครับ คงเหลือ
    รุ่นใหม่ที่ทำเป็นเบี้ยแก้บรรจุปรอทแทน วันหน้า
    จะเล่าเรื่อง พบเจอปอบวิชาที่อีสาน คอยติดตามอ่านได้
     
  5. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 24
    ติดค้างไว้เรื่องบอปวิชา วันนี้จะมาเล่าให้ฟัง
    ในสมัยนั้นย้อนไปราวๆๆเมื่อ 7-8 ปีก่อนนั้น เริ่มเล่น
    เครื่องรางและสนใจในวิชาและคาถา เพราะเวลาเช่า
    บูชาเครื่องรางมา จะมีคาถามาให้ด้วย ก็ท่องกำกับ ทำให้
    เราสนใจอยากศึกษา สมัยนั้นก็ท่องไป ก็ไม่รู้หรอกว่าต้อง
    วางจิตยังไง เพราะคนขายหรืออาจารย์จะไม่บอก พวกนี้
    เป็นเคล็ดวิชา ถ้าทำได้ก็ปลุกเสกของได้เลย มันไม่ยาก
    ถ้าเราเข้าใจมัน แต่ไม่มีคนบอกนี่สิ ให้มาท่องก็ท่องไป
    บางทีก็หามาเพิ่ม จนสนใจอยากศึกษาก็เลยไปหาไปพบ
    อาจารย์ ที่ใครว่าเก่งว่าดี ไปหา สุดท้ายก็กลับมาเพราะ
    มีศิษย์ใกล้ชิด ทั้งกีดกัน ทั้งดูดทรัพย์และผลประโยชน์
    จนมีคราวหนึ่งเหมือนเรื่องบังเอิญ มีพระโทรเข้ามา
    เรื่องชะมดเช็ด เพราะลงขายเครื่องรางไว้ ท่านโทรมา
    สอบถาม สุดท้ายได้คุยเรื่องชะมดเช็ด ท่านจะเอาไปทำ
    สีผึ้งเสน่ห์ เลยฝากตัวไปขอเรียน จึงเดินทางไปยังอีสาน
    เพื่อพบเจอและศึกษาเรียนวิชา พอมาถึงได้พบเจอ
    ยังเป็นเณรอยู๋เลย โอ้วสมัยนั้นเณรคำกำลังดัง 5555
    คงคิดว่าศึกษามาแต่เล็กเลย ก็เลยได้พูดคุย ให้คัดลอก
    ตำรา วิชาผูกหุ่น ทำเสน่ห์ ตำรามีเป็นเล่มๆๆ อ่านแล้ว
    ก็งงว่าไปเอามาจากไหนเยอะแยะ ท่าทางจะมีอาจารย์
    เก่งให้ตำรามา จดก็ไม่หมด เอาเท่าที่มี วิชาเยอะแยะ
    แต่ไม่เคยบอกวิธีใช้ วิธีท่อง จนทุกวันนี้เข้าใจแล้วว่า
    มีเป็นร้อยเป็นพันวิชา ทำไม่ได้ทำไม่ดี ก็มีไปเปล่า
    ประโยชน์ สู้มีวิชาเดียวแต่ทำได้เห็นผลไม่ได้ วันนี้
    ข้อความเยอะแล้วเอาไว้เล่าวันถัดไปครับ เดี๋ยวจะ
    ตาลายซะเปล่าๆ
     
  6. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 25
    อยู่ที่นั่นก็เห็นชาวบ้านนำพาคนอาการเหมือนนอนสั่น
    พามาหา คงถูกผีเข้า เณรจอมขมังเวทย์ก็ร่ายเวทย์มนต์
    ฟังเป็นภาษาเขมรและภาษาอะไรไม่รู้ แล้วก็พรม
    น้ำมนต์ใส่คนที่พามา พอคนนั้นโดนน้ำมนต์ก็สั่นสะท้าน
    แต่สุดท้ายก็ยังคงสั่น เณรเลยถือหวายมาหวดกับพื้นดัง
    บ๊าปๆๆ โอ้โห้คราวนี้คงออกเจอหวายอาคมไป แต่เณร
    ใช้แค่ขู่ไม่ได้ตีหรือหวดแต่อย่างใด วันนั้นก็เลยไม่สำเร็จ
    ให้พ่อแม่พากลับไป เรานั่งดูอยู่ก็ว่าทำไมไล่ไม่ไป ช่วง
    เย็นเณรจะเข้ากุฎิสวดมนต์เสียงดังมาก เราก็คิดว่าไม่เจ็บ
    หรอไงหรือครูจะลง 555 เณรให้คัดแต่ตำรา ไม่ได้สอน
    อะไรเลย บอกว่าจะพาไปเรียนธรรมกับครูธรรม
    ตกดึกสี่ทุ่มเณรพาไปหาครูอีกคนเป็นหมอธรรมในหมู่บ้าน
    พาไปเรียนนอกสถานที่ นั่งปั่นธรรมที่เถียงนา หนาวก็
    หนาว คิดว่าทำไมเราต้องมาลำบากขนาดนี้เลยว่ะเนี่ย
    ฝึกอยู๋ชั่วโมงกว่าไม่ไหวหนาว กลับกุฏิดีกว่า ตอนกลับ
    มาที่กุฎิเณรบอกว่ามีของขลังจะให้ แต่ทำบุญแล้วแต่จิต
    ศรัทธา เณรไปหยิบมาพร้อมรอให้เราวางเงินใส่พาน
    ก็คิดว่าแล้วแต่ศรัทธาเลยใส่ไป สองร้อย เณรเหลือบ
    ตามองบอกว่า อืมน้อยไปนะ 5555 เณรจอมขมังเวทย์
    เริ่มออกลายแล้ว เราก็แกล้งซื่อใส่ให้อีกสองร้อยบอก
    หมดแล้วครับมีเท่านี้ เณรก็ยอมรับไปทำหน้าผิดหวัง
    นิดหน่อย ก่อนจะจากกันเณรกำชับว่าจะขึ้นมาที่บ้าน
    เตรียมต้อนรับให้ดี อืมผมเริ่มไม่ไว้ใจแล้ว แหม
    ท่าทางเราจะเจอพวกต้มตุ๋นซะแล้วแบบนี้ แต่เราก็
    บอกไปว่าพร้อมต้อนรับ ยินดีเสมอ ผมก็เล่นไป
    ตามเกมส์ของเณร เณรดีใจออกนอกหน้าคิดว่าเรา
    หลงเชื่อ คงเตรียมแผนไถเงินชุดใหญ่แล้ว
    ถือว่าเป็นคราวซวยของผมจริงๆๆ มาอีสานเจอ
    พวกแอบอ้างหลอกเอาเงิน ที่ผมเล่าเนี่ยก็อยาก
    ให้ทุกคนใช้สติครับ เป็นประสบการณ์ ตอนหลัง
    ผมกลับมาแล้ว รีบหาชื่อเจ้าของตำราที่ผมคัดมา
    มีชื่อพระองค์หนึ่งเขียนว่าเป็นเจ้าของตำราวิชา
    ปรากฎว่าในอินเตอร์เน็ตกูเกิล มีชื่อพระองค์นี้
    ด้วย เป็นเจ้าอาวาสในจังหวัดทางอีสาน รู้สึก
    ว่ามีชื่อเสียงเรื่องวิชาอาคมด้วย ทำเครื่องราง
    ออกมา ทดลองยิงหน้าโบสถ์เลย ปรากฎว่าไม่ออก
    ผมเลยสืบหาโทรไปที่วัดนั้นทันทีเพื่อสอบถาม
    ถึงเรื่องเณรจอมลวงโลกองค์นั้น ว่ามีความเป็นมา
    อย่างไร แล้วทำไมตำราวิชาถึงไปอยู่ที่เณรองค์น้ั้น
    แหมเรื่องราวกำลังเข้มขัน แต่วันนี้ขอจบก่อน
    วันหน้าจะมาเล่าต่อครับ
     
  7. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 26
    เมื่อเจอเบอร์วัด ก็รีบโทรไปขอสายพระที่เป็นเจ้า
    อาวาสเจ้าของตำราวิชา เมื่อเล่าเรื่องราวของเณรจอมลวง
    โลกให้ฟัง พระองค์นั้นได้เล่าว่า เณรองค์นี้มาตื้อขอเรียน
    วิชา เห็นว่าเป็นเณรและรำคาญด้วยก็เลยให้ตำราไปก๊อปปี้
    สำเนาไม่คิดว่าเณรจะเอามาหลอกลวงคน เรื่องเณรไล่ผี
    พระองค์นั้นยังบอกว่าเณรไม่เคยเรียน ไล่ผีไม่ได้ มีชาว
    บ้านที่นั่นมาบอกว่า เณรไปไล่ผี คนนั้นโดนเณรเอาน้ำมนต์
    สาด แถมตีด้วยหวาย สุดท้ายคนที่ผีเข้า เตะเข้าก้านคอ
    เณร แล้วบอกว่า กูไม่สบายเอาน้ำมาราดกูทำไม แถมเอา
    ไม้มาตีอีก ผมฟังแล้วยังหัวเราะ มิน่าเณรเลยเข็ดไม่กล้า
    เอาหวายไปตีผี สงสัยจะกลัวโดนผีเตะก้านคอ แต่พระองค์
    นั้นก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนเรื่องเณรนั้นเท่าไหร่ แต่ซักไซร้ไล่ถาม
    เรื่องว่าเณรพูดอะไรเกี่ยวกับตนเองไหม ผมก็บอกไปว่า
    เณรไม่ได้พูดอะไร พระองค์นั้นร้อนตัวเล่าออกมาให้ผมฟัง
    ว่า ตนเองโดนใส่ร้ายจากชาวบ้านว่าเอาเงินผ้าป่าไป
    หลายแสน เอ้า! เป็นงั้นไป แถมบอกว่าถ้าผมสนใจเรื่อง
    วิชามาเรียนกับท่านได้เลย ยินดี ผมยังเข็ดกับเณร
    ไม่หาย ไม่เอาแล้ว แต่เรื่องอมเงินผ้าป่า ผมไม่ขอยุ่งหรือ
    อยากรู้เพราะกรรมใครก็กรรมมัน เอาเป็นว่าผมรู้ความจริง
    เกี่ยวกับเณรแล้วก็ดำเนินการโทรแจ้งไปที่เจ้าคณะจังหวัด
    เพื่อจัดการเณรรูปนี้ไม่ให้ไปหลอกใครอีก โทรไปเจ้าคณะ
    บอกว่าให้ไปคุยกับเลขาเจ้าคณะจังหวัด โทรไปหาเลขา
    เลขาบอกว่าให้โทรไปคุยกับเจ้าคณะอำเภอ ก็ไล่ไปให้คุย
    กับเจ้าคณะตำบล สุดท้ายไล่ไปคุยกับเจ้าอาวาสวัดนั้น เจ้า
    อาวาสวัดนั้นก็คือน้าชายของเณรนั่นเอง
    ผมได้แต่สังเวชใจ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย ในเมื่อพระ
    แต่ละท่านเห็นเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่
    จะจัดการ หรืออาจไม่สำคัญเท่าภารกิจของท่านแต่ละองค์
    ที่ตำแหน่งใหญ่โต
    แล้วอีกสามวันเณรนั้นก็โทรมาหาผม คงจะหาทางมาที่
    กทม.และต้องการหลอกเพื่อเอาเงิน ผมรู้สึกไม่อยากคุยได้
    แต่ไม่รับสาย เณรพยายามติดต่อมาสองวัน สุดท้ายให้น้า
    ชายที่เป็นเจ้าอาวาสโทรมา น้าชายองค์นี้เณรจะคอยส่ง
    เงินส่งส่วยให้ตลอดเวลาที่หลอกเอาเงินชาวบ้านได้
    น้าชายไม่เคยสนใจว่าเณรจะทำอะไร รู้แต่ว่ามีเงินมาให้
    และคอยอยู่เป็นเพื่อนที่วัด นี่ขนาดเณรสั่งให้เจ้าอาวาส
    โทรมาคุยกับผมได้ ผมก็บอกไปตรงๆๆว่าเลิกโทรมาได้
    แล้ว เรื่องนี้ผมได้คุยกับพระผู้ใหญ่แล้ว ถ้ายังมายุ่งกับผม
    ผมจะร้องเรียนหลังจากนั้นไม่กล้าโทรมาหาอีกเลยครับ
    บางท่านสงสัยอ้าวผมเล่าเรื่องบอปวิชา แล้วไหนล่ะครับ
    บอป ผมไม่ได้เล่นลิ้นหรือเล่นความหมายใดๆๆ เพียงแต่
    อยากคุยเรื่องเณรให้จบเพื่อเป็นอุทาหรณ์กับของ
    พวกนี้ มีคนหลอกลวงเพื่อหวังเงินทอง ขอให้ใช้สติ
    พิจารณา บางคนอาจจะเจอเหมือนผม อาจอายไม่กล้าเล่า
    แต่เชื่อเถอะครับคนเรามันต้องโง่มาก่อนฉลาด ใครที่ว่าตัว
    เองฉลาดอันนั้นมันพวกดูถูกคน ลืมตัว ไม่มีใครเกิดมา
    ฉลาดเลย ต้องโง่มาทั้งนั้น เรื่องเจอบอปนั้นผมเจอตอน
    ขากลับขณะขับรถ หลังจากแยกจากเณรก็ขับกลับมาใน
    เวลาเย็น วันนี้ข้อความเยอะซะแล้ว วันถัดไปครับ
    เล่าถึงตอนเจอบอปแน่นอนครับ วันนี้ขอจบเท่านี้ก่อน
     
  8. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 27
    ขากลับกทม. ผมออกจากอีสานช่วงจะเย็นแล้ว
    ขับมาเรื่อยๆๆตามทาง รถพอมีขับตามๆกัน แต่ก็มีช่วง
    ทำความเร็วได้ ช่วงโล่งๆๆ สมัยนั้นยังไม่มีเครื่องจับ
    ความเร็วเหมือนสมัยนี้ จนผมขับมาเข้าโคราช ช่วงนั้นเป็น
    เวลา สามทุ่มกว่าๆๆ ซึ่งถือว่ายังไม่ดึกอะไร ขับมา
    ประมาณ 120 กม.ต่อ ชม. จนผ่านสามแยก เมื่อมองไปที่
    สามแยกนั้น ก็ประหลาดใจว่าแต่ก่อนเป็นสี่แยกมีไฟแดง
    แต่ปัจจุบันปิดทำเป็นสามแยก เลิกใช้ไฟแดงแต่ยังมีเสา
    ไฟให้เห็น ไม่ให้รถวิ่งตัดทางกัน ปมสงสัยแต่ไม่สามารถ
    หาคำตอบได้และไม่รู้ด้วยว่าจะหาไปทำไม จนผ่านสาม
    แยกมาแค่ 5 เมตร เท้าผมที่เหยียบคันเร่งไว้ ได้ถูกยก
    ออกเฉยๆๆ เครื่องยนต์ รอบจัดแต่ไม่มีการเหยียบคันเร่งก็
    ส่งเสียงตื้อ และความเร็วได้ถูกกระชากลงโดยไม่ได้แตะ
    เบรค ผมก็ไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้เหมือนกันว่า
    ทำไมผมถึงทำเช่นนั้น ผมทำไปเพื่ออะไร แต่เท้าผมมันถูก
    ยกจากคันเร่งเองเฉยๆๆ ชั่วความคิดแค่แว๊บเดียว ผมรู้สึก
    เหมือนว่าด้านซ้ายมือจะมีอะไรเข้ามาหา ผมชำเลืองตาม
    มองโดยไม่ได้ขยับหันหน้าไปมอง ผมจำได้ดี ตาผมไม่
    ฝาด มันเหมือนหมาตัวนึงวิ่งออกมาจากริมถนน แต่มัน
    เหมือนจะโผล่มาเลยไม่ได้วิ่งมาจากที่ไหน โผล่วิ่งมาหารถ
    ของผมที่กำลังแล่นอยู๋ วิ่งมาเร็วมากจากข้างถนน ซึ่งระยะ
    ทางก็ประมาณ 50 เมตร วิ่งตรมาที่รถผม ผมคิดว่าจะทำยัง
    ไงดี จะหักหลบหรือแตะเบรคดี แต่รถข้างหลังก็มีวิ่งตาม
    มาด้วยความเร็ว กำลังคิดอยู่ มันวิ่งแว๊บมาใกล้ที่ด้านข้าง
    รถด้านหน้า มันทำให้ผมยิ่งตกตะลึงเพราะมันไม่ใช่หมา
    ธรรมดาที่ผมเห็น ที่เห็นทีแรก มันระยะไกล แต่ตอนนี้มัน
    ประชิดอยู่ตรงด้านหน้ารถแล้ว ผมไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ได้ตก
    ตะลึงภาพที่เห็น หมาสีดำตัวใหญ่เท่าม้า ที่บอกเท่าม้า
    เพราะมันสูงกว่าหลังฝากระโปรงรถกะบะวีโก้ของผม
    นัยย์ตาสีแดง ลิ้นยาว ผมได้แต่ตะตะลึงคิดว่าถ้าจะ
    ชนก็ชนผมจะไม่ทำไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเบรคหรือหักหลบ
    ผมดูหมาดำปีศาจตัวนั้นวิ่งผ่านหน้ารถไป ตามันกับ
    ตาผมได้มองกันไม่กระพริบ เหมือนว่าผมกับมันจ้องตากัน
    อยู่ในช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ทั้งที่เวลาผ่านไปแว๊บเดียว
    ทำไมผมรู้สึกเช่นนั้นก็ไม่รู้ เหมือนจ้องตามันอยู่นานถึง 2-3
    นาที ไม่น่าเชื่อว่ามันวิ่งผ่านหน้ารถผมไปโดยไม่โดนชน
    เลย ขาหลังมันเฉียดหน้ารถไปนิดเดียว ทั้งๆๆที่จังหวะที่
    มันวิ่งมาน่าจะชนแต่ก็ไม่ชน มันวิ่งผ่านไป ผมไม่กล้ามอง
    ตามไป เพราะกลัวจะทำให้รถเสียหลัก แต่เป็นเรื่องที่น่า
    แปลกว่ามันวิ่งผ่านหน้ารถผมไป ซึ่งอีกด้านจะมีรถวิ่งสวน
    เป็นอีกเลนซ์นึง กลับไม่มีรถคันไหนบีบแตรหรือเบรค มัน
    เหมือนว่ามีผมคนเดียวเท่านั้นที่เห็นมัน
    ผมขับมาเรื่อยๆๆ โดยไม่มองไปที่กระจกหลัง ขับมา
    ประมาณ 30 นาทีได้จึงจอดลงดูที่ปั๊มน้ำมัน เมื่อไม่มีอะไร
    ผิดปกติ ผมก็รีบขับกลับกทม.ทันที โดยไม่แวะที่ไหนอีก
    เลย หมาปีศาจตัวนั้น น่าจะเป็นบอปวิชาที่ออกหากินที่
    แยกตรงนั้นและทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยจนต้องปิดสี่แยก
    ให้เหลือแค่สามแยกไฟแดง ถือวาผมโชคดีที่รอดมาได้
    ช่วงนั้นไม่มีความรู้เรื่องวิชาหรือคาถาแต่อย่างใด คงเป็น
    เป็นครูอาจารย์หรือเทวดาประจำตัวมาดลใจให้ยกเท้าออก
    จากคันเร่ง ซึ่งคนเราเมื่อมีครูรักษาแล้วสามารถรอดพ้นสิ่ง
    เหล้านี้ได้ถ้าไม่เกินกรรมที่เราทำไว้ ผมมั่นใจจนทุกวันนี้ที่
    เวลาพูดถึงครูอาจารย์จะเกิดอาการขนลุกจากเรื่องที่เคย
    เล่าให้ฟัง เราทำสิ่งใดท่านจะมาช่วยให้ประสบความสำเร็จ
    ถ้าสิ่งนั้นไม่ผิดศีลธรรม
    วันนี้ผมขอจบเรื่องเล่าเพียงเท่านี้ ตอนหน้าผมจะมาเล่า
    เรื่อง สิ่งที่ทำให้ผมเชื่อเรื่องไสยเวทย์และเรื่องวิญญาณ
     
  9. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 28
    พูดถึงเรื่องไสยเวทย์หรือไสยศาสตร์นั้น คงหนีไม่พ้น
    เรื่องพรายหรือผีที่เราดูหนังในสมัยก่อน ที่จะมีหมอผีใช้
    วิชาบังคับผีให้ไปทำร้ายคนหรือไปทำเสน่ห์เรียกผู้ชายให้
    กลับมาหาเมียหลวง หรือเมียน้อย สุดท้ายเมียน้อยหรือ
    เมียหลวงคนนั้น ก็ไม่พ้นเสร็จหมอผีบ้ากาม
    มันเป็นคอนเซปทั้งในหนังและชีวิตจริง ที่หมอเสน่ห์จะหา
    โอกาสล่วงเกินหรือกระทำชำเรา โดยเอาพิธีกรรมมาอ้าง
    แต่ในชีวิตจริงนั้นมันไม่เข้มขลังเหมือนในหนังเท่านั้นเอง
    หมอผีคนนั้นถ้าทำได้แบบนี้ จะหาความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์
    จากที่ไหน คนเราเมื่อทำตัวเสื่อมอะไรก็เสื่อมหมด แหม
    พูดเกริ่นซะยาวเลย เอาเป็นว่าวันนี้วอร์มเครื่องไปเบาๆๆ
    ก่อน ไม่ได้เล่ามาหลายวัน วันถัดไปมาเล่าต่อครับ
    วันนี้ขอเท่านี้ก่อน
     
  10. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 29
    ผมเคยพูดถึงเครื่องรางที่เห็นผลชัดเจนที่สุด
    นั่นก็คือเครื่องรางสายพรายหรือสายผี และมันก็มี
    โทษมากกว่าคุณ บางท่านอาจจะไม่ทราบเพราะ
    ท่านอาจยังไม่เจอพรายที่เฮี้ยนและแรงๆๆ ตอนนั้น
    ใครที่พบเจอประสบการณ์ที่เฮี้ยนและแรงจะชอบ
    มากและยอมทุ่มซื้อทำให้ราคาในตลาดสูงและยิ่งมี
    ประสบการณ์ที่พบเจอผี ยิ่งทำให้ราคาถีบตัวสูงขึ้น
    ไป ในสมัยก่อนก็เช่นกัน ผมก็ชอบเหมือนที่ใครๆ
    หลายคนชอบ ซึ่งมันทำให้ผมเชื่อว่า ผีมีจริง
    ไสยเวทย์มีจริง แม้ว่าแต่ก่อนในสมัยเด็กผมอาจ
    ได้พบเจอผีมาบ้าง แต่มันก็นานมาแล้ว บางทียัง
    คิดว่าตาฝาดไปเอง แม้จะเห็นกับสองตาตัวเอง
    และก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าผีตนนั้นจะมา
    ปรากฎตัวให้เด็กอย่างผมเห็นเพื่ออะไร หรือต้องการ
    สิ่งใดในเมื่อสมัยนั้น ผมยังไม่รู้จักเข้าวัด ไหว้พระเลย
    สักนิด มันอยากจะหลอกก็มาหลอก วันนั้นผมยัง
    จำได้ ตอนนั้นอายุได้ประมาณ 8 ขวบ นอนตื่นมา
    แต่เช้ามืด น่าจะประมาณซักตี 5 ครึ่ง ผมก็ไม่ใช่
    เด็กตื่นเช้าอะไร แต่ไม่รู้ทำไมวันนั้นตื่นเช้า ตื่นมาก็
    หันมามองที่หน้าต่างห้องว่าจะดูว่าฟ้าสว่างแค่ไหน
    พอหันหน้ามามองเท่านั้น อือหือ มีคนยืนที่หน้าต่าง
    เป็นชายผมยาวรุงรัง หน้าออกดำๆๆ ใส่เสื้อเก่าๆๆ
    เหมือนคนตายมาหลายวันเลย ผมตะลึงแล้วก็คิดว่า
    ผมนอนห้องชั้นสอง แถมระเบียงตรงหน้าต่าง
    เป็นบ่อปลา ไม่มีทางคนจะไปยืนได้ จากนั้นผมรีบ
    หันหน้าซุกที่นอนทันที มารู้ตัวอีกทีเวลาตอนนั้น
    ก็จะสิบโมงเช้าแล้ว ผมรีบลุกจากที่นอนแล้ววิ่ง
    ลงมาข้างล่างทันที มันเป็นประสบการณ์ที่ผมเห็น
    ผีกับตาที่ระเบียงบ้าน ระยะห่างแค่ 5เมตร ผมยัง
    พยายามคิดว่าผมฝันไปหรือเปล่า แต่มันไม่ใช่เลย
    คราวหน้าผมจะมาเล่าเรื่องพรายจากเครื่องราง
    ที่ผมไปบูชาเช่ามา นอกเหนือจากที่เคยเล่าให้
    ฟังไปบ้างแล้ว วันนี้เอาพอเริ่มๆๆไปก่อนแล้วกันครับ
     
  11. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 30
    ในวัยหนุ่มนั้น ไม่เคยจะรู้จักเรื่องของเสน่ห์อะไร
    เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่คิดไปเอง ได้แค่แขวนพระเครื่อง
    ก็แขวนหาเกจิที่มีชื่อเสียง ไม่ได้คิดอะไรที่จะระลึกถึง
    ความดีดั่งเช่นเจตนารมณ์ผู้ทำและผู้สร้างต้องการ มอง
    แค่เปลือกนอกเหมือนเราขับรถราคาแพงๆ ใครเห็นก็
    มองตาลุกวาว นี่อันนี้เป็นการแขวนพระของผมในวัยหนุ่ม
    ซึ่งในสมัยนี้ก็ยังมีหลายคนที่ทำแบบนี้ ไม่กี่ปีนี้เคยไป
    เที่ยวบ้านแฟนที่ต่างจังหวัด มีการเลี้ยงต้อนรับ เค้าลงไป
    โยนแหได้ปลาเป็นๆมา จากนั้นก็ไม่มีพิธีอะไรทำกันตรงนั้น
    แหละ จับมาทุบหัว ผ่าเฉือนกันสดๆๆ ผมเห็นนี่ถึงกับสะดุ้ง
    เพราะเค้าถอดเสื้อแขวนพระอยู่ในคอเลย ก็แล้วแต่คนจะ
    คิดกันไป เค้าก็อาจจะนำมาเพื่อทำอาหาร แต่ผมนี่ไม่กล้า
    กินไปกับเค้าด้วยเลย วันนั้นเลยนั่งหิวจนกว่าจะกลับ
    แต่ด้วยแม้ผู้สวมใส่จะมีกิเลสหยาบช้า แต่พระพุทธองค์
    และพระอรหันต์ผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยเมตตา ถ้ายังไม่ใช่กรรมของ
    เราแล้ว ท่านก็เมตตาช่วยเหลือเราดั่งเช่นผมในวัยรุ่น
    คึกคะนองเรียนช่างกลแต่ได้ไปทำงานต่างถิ่น ได้ถูกเจ้า
    ถิ่นซึ่งเป็นเด็กบ้านที่นั่นมาหาเรื่อง เพื่อนตัวแสบก็ไม่น้อย
    หน้าจะลุยเหมือนกัน สุดท้ายขากลับเพื่อนตัวแสบหนีหาย
    ไปก่อนเหลือผมกับเพื่อนไม่กี่คน เด็กบ้านพาพวกมาดักปิด
    ล้อมเต็มไปหมด ก็ได้แต่รวมสมัครพวกเพื่อนละแวกนั้น
    ให้ระดมมาจะทำการเปิดศึกสถาบันชางกลกับเด็กบ้าน
    วันนั้นเดินเข้าไปเคลียร์สองต่อสอง แต่พวกนั้นไม่พูด
    พล่ามทำเพลง ยังไม่ได้เอ่ยปากพูด ซํดกันนัวเนีย ผม
    เหมือนตกอยู่ในวงล้อมพวกเด็กบ้าน เพื่อนที่อยู่ด้านนอก
    เข้ามาไม่ได้เพราะโดนพวกที่ล้อมด้านนอก ชักมีดหัวตัด
    กันเอาไว้ เอาไงทีนี้ต้องวิ่งแหวกออกไป อยู่ที่ตรงนี้จมคา
    กองตีนแน่ เลยวิ่งฝ่าออกไปพอวิ่งไปเห็นซอยอยู่ซอยหนึ่ง
    คิดจะวิ่งหนีเข้าไปในซอย อยู่ๆๆทำไมวิ่งไปขามันลื่น
    ล้มลงที่กลางถนนตรงนั้น รู้ในภายหลังว่าซอยที่ผมจะวิ่ง
    เข้าไปก็คือซอยบ้านของพวกนี้นี่เอง เข้าไปคงเหลือแต่ศพ
    แน่ พอล้มลงกลางถนนต้องรีบลุกขึ้นโดยไว พวกนั้นตาม
    มาล้อมไว้ ประเคนทั้งเข่า หมัดและแข้ง พวกนั้นประมาณ
    เกือบสิบคนรุมเข้ามาที่ตัวผม แต่แปลกมากทั้งชกทั้งจับคอ
    ตีเข่า มันไม่โดนตัวผมเลยมันเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ตอนนั้น
    เหมือนชุลมุนมีบ้างโดนถีบมาทางข้างหลังแต่ก็ไม่ล้ม
    สวนกันไปมาตรงนั้นร่วมสองนาที แต่ผมก็ไม่ล้มจนรถ
    บนถนนติดยาว คนมาแห่ดูเต็มไปหมด มีเสียงตะโกน
    จากด้านหลังว่าตำรวจมา พวกนั้นเลยแตกฮือหนีไปใน
    ซอยที่ผมจะวิ่งเข้าไปทีแรก ผมเดินกลับมาก็เกือบโดนตี
    ด้วยแผงล็อตเตอรี่ เพราะขนาดคนขายล็อตเตอรี่ยัง
    เป็นพวกมันเลยครับ สรุปว่าคนที่ตะโกนก็คือพวกผม
    ที่เข้ามาไม่ได้ ตะโกนเข้ามา ผมรอดมาได้แบบไม่เจ็บตัว
    ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่พอมานึกอีกทีผมห้อยรูปถ่าย
    พระอรหันต์องค์หนึ่งเลี่ยมกรอบพลาสติก ราคาออกวัด
    หลักสิบบาท ทันท่านอธิษฐานจิต พระอรหันต์องค์นั้น
    ก็คือหลวงปู่แหวนครับ แหมวันนี้เลี้ยวออกข้างทาง
    อีกแล้ว วันถัดไปครับ วันนี้ต้องขอโทษด้วยเล่าแล้วมัน
    เพลิน อยากให้ทราบบารมีพระเครื่องแม้รูปถ่ายพระเกจิ
    ท่านเมตตาทุกคน ถ้าไม่ใช่กรรมแล้วท่านเมตตาช่วย
     
  12. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 31
    เรื่องเล่าถ้าผมเรียบเรียงเหตุการณ์แล้ว ผมจะเขียน
    ลงเพื่อไม่ให้ตกหล่นหรือพยายามไม่ให้ข้ามไปข้ามมา
    จะได้ไม่งง เดี๋ยวจะเกิดคำถามต่างๆนานากับคนที่ขี้
    สงสัย จะเล่าให้เคลียร์ๆ แต่บางอย่างจะพยายาม
    ไม่เอ่ยชื่ออาจารย์หรือเอ่ยชื่อสำนัก เพราะไม่อยาก
    มีปัญหากัน แม้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ตาม สมัยนั้นพอ
    เริ่มรู้จักสายเสน่ห์ก็ไม่พลาดที่จะรู้จักปู่เจ้าสมิงพราย
    ที่ก่อนหน้านั้นมีวลีเด็ดจากอาจารย์ท่านหนึ่งว่า
    บูชาองค์ปู่เจ้าถึงไม่ยุ่งเรื่องผู้หญิง แต่ก็จะมีเข้ามา
    เอง. ผมถึงกับไปสักน้ำมันยันต์ปู่เจ้าสมิงพราย
    พร้อมกับครอบเศียรปู่เจ้าสมิงพรายกับท่าน
    อาจารย์เวส ฤษเวทย์ ที่น้อยคนนักที่จะสักยันต์
    นี้เพราะเป็นยันต์ครู มีข้อห้ามเยอะ และที่เป็น
    ข้อห้ามที่ทำได้ยากคือ ห้ามผู้หญิงขึ้นคร่อมตัว
    วนกับมาเรื่องปู่เจ้าสมิงพรายที่ท่านมีบริวารเป็น
    พราย จึงมีข้อคิดอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้าใครเลี้ยงพราย
    เล่นพราย ต้องมีปู่เจ้าสมิงพรายไว้บูชาเพื่อควบคุม
    พราย ไม่ใช่ปู่เจ้าสมิงพรายอย่างเดียวที่ควบคุมพราย
    แต่ที่แท้จริงท้าวเวสสุวรรณก็มีบริวารลูกน้องเป็น
    เทวดา เป็นผี เป็นพราย เหมือนกัน
    ตอนนั้นเริ่มเล่นเสน่ห์ พรายกำลังดัง ทั้งอาจารย์
    หลายอาจารย์ แห่กันทำออกมาเพื่อตอบรับกับ
    ตลาดที่มีความต้องการสูง ผมเช่ามาทดลอง
    กันสนุกสนาน และแลกเปลื่ยนความรู้และ
    ประสบการณ์ตามเวบบอร์ด มองเป็นเรื่อง
    สนุกแต่มันก็มีความน่ากลัวแอบแฝงอยู่
    บางคนมาเล่าว่าเห็นเงาลางๆๆ คนอื่นเห็น
    มีผู้หญิงเดินตาม ช้างก็ว่ามาเข้าฝัน โผล่มาอำ
    ตอนนอน ผมไม่เคยที่จะเจอจะเห็น แต่ก็
    ต้องเชื่อเพราะการใช้เครื่องราง ต้องศรัทธา
    และมีความเชื่อ แต่ก็มีคนรอบตัวผมซึ่งเป็น
    แฟนของผมเองได้เจอประสบการณ์น่ากลัว
    แทน วันนี้ขอจบลงเท่านี้ก่อน วันถัดไป
    จะมาเล่าต่อครับ
     
  13. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 32
    เรื่องประสบการณ์หลอนที่แฟนผมเจอบ่อยครั้ง ทั้งๆ
    ที่ผมก็อยู่ด้วยจะไม่เจอ ส่วนมากพรายที่เลี้ยงจะเป็น
    พรายผู้หญิง ครั้งหนึ่งผมเช่าบูชามาเป็นพรายของ
    อาจารย์มีชื่อด้านพรายเลยครับ และก็มีข่าวลือว่า
    อาจารย์คนนี้ก็เสียชีวิตไปเพราะพรายนี่แหละ
    พรายผู้หญิงตนนี้ ที่บอกว่าเมื่อนำมาบูชาต้อง
    จัดอาหารเลี้ยงเซ่นต้อนรับเป็นเวลา 3 วันติด
    ต่อกัน พอเลี้ยงครบ 3 วัน ภายในอาทิตย์นั้น
    เป็นเรื่องเลย ผมกำลังจะเข้าห้องเพื่อนอน
    พอเข้าไปแฟนผมสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง บอกว่ามี
    ผู้หญิงเงาดำๆๆ ลอยมาทับหน้าอกเธอ จนหาย
    ใจไม่ออก ดิ้นก็ไม่ได้ พอผมเข้ามาถึงขยับตัวได้
    ผมก็คิดว่าเธออาจจะคิดไปเอง แต่ก็ไม่ได้การ
    ถ้าเราเล่นของพวกนี้แล้วมีปัญหากับคนในบ้าน
    จะต้องให้เค้าไปซะ ถือว่าเป็นพรายที่ไม่ดี ผมก็
    ได้ขายออกไปในราคาที่ขาดทุน แหมแต่รู้ไหม
    บางอย่างในเซ็ตเดียวกันนั้นราคาดันทะลึ่งขึ้นไป
    ถึงหมื่น ได้แต่คิดว่า อืมเป็นไปได้นะ
    มีอีกครั้งหนึ่งไปได้ของพิเศษที่คนตามหามา แหม
    ดันไปได้จากคนที่เป็นเกย์ ทำงานพวกนวดชาย
    ด้วยกัน เป็นโอปาติกะผู้หญิง ที่เรียกแบบนี้เพราะ
    เค้าเป็นเทวดานางไม้ ไม่ใช่พราย แต่พวกนี้จะ
    ชอบเสพกาม ผมได้มานั่งปวดหัวอยู๋ 2 วัน ไม่รู้
    ทำไม เลยโทรไปถามปรึกษาคุณหมู กลิ่นธูป
    เรื่องของชิ้นนี้ ได้รับการยืนยันว่า เค้ามาทำให้รู้
    ลองบอกกล่าวไปเลยว่า ถ้าอยากอยู๋ให้หายปวดหัว
    ถ้าไม่อยากอยู่จะได้ให้ไป เท่านั้นแหละ หายปวดหัว
    เลยทันที ดูความแรงของนาง แรงแค่ไหน หลัง
    จากวันนั้น หน้านางจะลอยเข้ามาในมโนจิต ไม่ว่า
    ทำไร จะนั่งทำงาน นอน ทานข้าว หรือแม้แต่นอน
    กับแฟน อะไรมันจะขนาดนั้น หรือเราคิดไปเอง
    แต่อีกอย่างที่ยอมรับเลยเรื่องค้าขาย ค้าขายดีมาก
    จนคนเอาสินค้ามาส่งว่า ทำไมขายดีแบบนี้
    ทั้งๆๆที่ไม่ได้ติดต่อลูกค้าเท่าไหร่ กลับมาที่
    ภาพนางมาติดในมโนภาพ ผมมองว่าคิดไปเอง
    ช่างมันเถอะเดี๋ยวก็ลืมมันไปเอง ผ่านมา 3 เดือน
    วันนั้นกำลังเข้านอนตี 3 แฟนผมซึ่งหลับไปแล้ว
    ผมนอนลงไปยังไม่ถึงนาที แฟนผมสะดุ้งร้องกรี๊ด
    ผมตกใจคิดว่าเธอคงฝันร้ายแล้วผวาร้องออกมา
    แต่เธอเล่าให้ฟังว่า มีผู้หญิงคนนึงมาทับร่างเธอ
    แล้วบอกชื่อเป็นชื่อโอปาติกะตนน้้น บอกว่าขอ
    ยืมร่างเธอหน่อย แต่แฟนผมไม่ยอมร้องกรี๊ด
    ออกมาด้วยความตกใจ ผมคิดว่ามันใช่หรอ
    เอาอีกแล้ว โทรปรึกษาคุณหมู กลิ่นธูป
    คุณหมูบอกว่าเธออยากได้ผมเป็นผัว ให้
    เรายอมๆๆไป แล้วอยากได้อะไร นางจะ
    จัดการให้หมด ทั้งเงินทอง ค้าขาย เออ
    แต่เมียผมไม่ยอมนี่สิ แหม ทำไมไม่ไป
    เข้าร่างนักศึกษาแถวบ้านก็ได้ เป็นอันว่า
    ขายออกครับ ไม่เอาไว้แม้ว่าจะทำมาค้าขาย
    ดีมาก เป็นของที่ผมตั้งแต่เล่นเครื่องรางหรือ
    พรายมา ยอมรับเลยว่าเฮี้ยนและแรงจริงๆๆ
    ตอนนี้ไม่ต้องไปถามหา ราคาไปหลายหมื่นแล้ว
    และถึงมีเงินก็หาของไม่ได้ด้วย วันนี้ขอจบ
    เพียงเท่านี้ก่อน วันถัดไปถึงตอนที่ผมโดนบ้าง
    และ มันแรงจริงๆๆ ไอ้ผีเนี่ย
     
  14. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 33
    แล้วผมก็ได้เจอได้โดน แถมโดนหนักเสียด้วย
    ผมเคยเล่าเรื่องการสักยันต์หรือสักน้ำมัน ที่โดน
    พรายดึงจิตให้ไปเช่าบูชาหรือไปที่สำนักเพื่อสัก
    ยันต์หรืออะไรก็ได้ แค่ได้ไปที่ตรงนั้น
    ตอนนั้นเวบบอร์ดกำลังเป็นที่นิยม จะมีการแลก
    เปลื่ยนข้อมูลและรวมถึงการมีหน้าม้ามาเชียร์
    ขายของขลังของตัวเอง รวมไปถึงศูนย์พระ
    ก็มีสร้างหน้าม้ามาโปรโมตดันประสบการณ์
    เพื่อให้คนแห่ไปเช่าซื้อ รวมถึงมีอาชีพย่อยๆๆ
    เด็กเดินของจับเสือมือเปล่า เอารูปมาโพสก่อน
    จะเดินไปซื้อของส่งเมื่อมีคนสั่งมา สมัยนั้นเงิน
    สะพัดมาก ทำให้ศูนย์พระบางศูนย์ยกฐานะตัว
    เอง เปิดขยายสาขาเพื่อหวังจะเติบโตบนธุรกิจ
    ตรงนี้ อนิจจามันก็เป็นเหมือนฟองสบู่ ที่รอวัน
    สลายตัว เมื่อมีการซื้อขายบ างทีของก็ยังไม่ได้
    ทำการปลุกเสกหรือทำเพิ่ม ก็โดนเทลงมาที่
    ตลาด นั่นก็คือการทรยศต่ออาชีพตัวเอง
    และส่งผลให้ชื่อเสียงครูอาจารย์ที่ปลุกเสกแย่ลง
    เพราะนำไปใช้แล้วไม่มีประสบการณ์
    อ้าวเลยไปไกล กลับมาเล่าต่อ เดี๋ยวไม่ได้เริ่ม
    มาต่อที่สำนักสักยันต์แถวรามคำแหง ที่มีคาถาที่แปลก
    ไม่เหมือนใคร ผมฟังแล้วก็ยังแปลกใจ นี่กูเชื่อไปได้
    ไงว่ะเนี่ย แต่ด้วยที่มีประสบการณ์นางไม้ที่บูชามา
    แต่แรงเกินจนต้องขายทิ้ง เลยคิดว่าน่าจะมีวิชาดี
    น่าเชื่อถือ มาสักน้ำมันที่นี่ เมื่อสักแล้วก็อย่างที่บอก
    สักแล้วก็อยากมาสักอีก บางทีไม่มีอะไรทำก็อยากมาที่นี่
    เมื่อขาดสติ พวกนี้มันจะดึงจิตคุณได้ง่ายมาก ตรงนี้
    ผมยังไม่ทราบเรื่องว่าผมโดนเอาน้ำมันพรายสัก
    เข้าตัวไปแล้ว อ้าวแล้วผมรู้ได้ไง มาพูดลอยๆๆได้ไง
    หยุดตรงนี้ไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะมาเล่าต่อเรื่องน้ำมัน
    พรายสักเข้าตัว
    วันหนึ่งที่นี่ได้ทำลูกกรอกโดยเอามวลสารคือเนื้อเด็กที่
    ตายแล้วมาผสมกับว่านแล้วทำการเสก โดยศพเด็ก
    ได้ถูกซื้อมาจากตลาดมืด
     
  15. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 34
    ไม่ได้เล่าหลายวัน ติดธุระครับ เพราะเรื่องมันนานมาก
    หลายปี ต้องนั่งเรียบเรียง รวบรวมนึก เพราะกลัวลืม
    เนื้อหาบางตอน เรื่องคราวที่แล้ว ที่พบเจอสำนักนั้น
    ได้ทำลูกกรอกขึ้นมา โดยซื้อมวลสารมาจากตลาดมืด
    ซึ่งการซื้อมวลสารพรายนี้เป็นเรื่องปกติในสมัยนั้น
    ตอนนั้นแม้ราคาแพง แต่ด้วยความอยากจะเจอแบบ
    เฮี้ยนๆๆ ไม่น่าเชื่อ ผมควักเงินจ่ายค่าลูกกรอกองค์ครู
    ที่เป็นเนื้อว่านผสมเนื้อเด็ก องค์เท่าเหรียญสิบบาท
    ในราคา 5000 บาท ผมก็ไม่รู้ซื้อมาได้ยังไง กลับมาบ้าน
    ก็นำมาตั้งที่หิ้ง แล้วตั้งน้ำเปล่าให้ พร้อมทั้งเรียกให้มา
    วันนั้นผมเข้านอนเวลาตีสาม นอนตะแคงหลับกำลังจะ
    เคลิ้มหลับไป ช่วงนั้นมันเป็นช่วงจิตกำลังเข้าสู่ภวังค์
    ก่อนจะหลับ ผมรู้สึกว่าด้านข้างหัวของผมเหมือนมี
    คนเหยียบ เตียงนอนมันยุบตัวลง จากนั้นเหมือนมีมือ
    ของคนตีลงมาที่หัวผมอย่างแรง ผมสะดุ้งลืมตาขึ้นมา
    ทบทวนว่าเราฝันไปหรือเปล่า มันคลับคล้ายคลับคลา
    ผมยังนอนสงสัย แต่ช่างเถอะจะเช้าแล้ว นอนต่อดีกว่า
    ในใจยังระแวงว่าจะโดนมาตีอีกหรอไม่ นอนเฝ้าดู
    อยู่เป็นชั่วโมง จนเคลิ้มกำลังจะหลับ คราวนี้ชัดเลย
    มาแบบเดิมเลย เตียงนอนเหมือนมีคนเหยียบเดิน
    ขึ้นไปนั่งบนหัวเตียง จากนั้นก็รัวมือตีเลย 2-3 ที
    แรงมาก ที่ผมรู้ว่าผมไม่ได้ฝันเพราะผมนอนเอามือ
    ปิดหัวไว้ มือผมสะบัดเลย มันไม่ได้ฝัน แต่เป็นเรื่อง
    จริงว่าผมโดนผีเด็กหลอก เล่นงานผมในบ้านของผม
    เอง ชัดเลยว่าผีมีจริงครับ เลยลุกเดินไปที่หิ้งบอก
    ว่ารู้แล้วว่ามา จากนั้นบอกกล่าวเจ้าที่และปู่ฤาษี
    ให้คุ้มครองและดูแลเด็กผีตนนี้ มันเฮี้ยนไม่เบา
    จากนั้น มันหายซ่าไปเลยครับ ไม่มีซักแอะเลย
    จนไม่รู้ว่าโดนอะไรไป เค้าไม่น่าจะอยู๋แล้ว
    จากนั้นผมก็ขายออกไปในราคาพันเดียว
    ขาดทุนเพียบ แต่ต้องขอบคุณเด็กผีตนนี้ทำให้
    ผมได้รู็จักว่าผีมีจริงแบบไม่ต้องสงสัยเลย
    ไสยเวทย์มีจริง ถ้าผีมีจริง นรกก็มี โลกหน้าก็มี
    เราอยู๋ควรทำบุญไว้อย่าประมาท เราไม่รู้
    ว่าเราจะมีอายุถึงเมื่อไหร่ ชีวิตไม่แน่นอน
    เมื่อวันนั้นมาถึงจะได้ไม่ต้องมาเป็นผีเร่ร่อน
    หลังจากนั้นผมก็บ้ากุมารทอง เช่าบูชามา
    เลี้ยง และประสบการณ์ก็มีบ้าง และบางทีก็
    โดนอาจารย์คนทำกุมารดึงจิตโดยใช้กุมาร
    ของเราเองที่เช่ามา เรียกเราไปเช่าของ
    บูชามาเพิ่ม อาจารย์พวกนี้จะเน้นทำบุญ
    เพื่อหนีกรรมที่ตัวเองทำไว้ มันเป็นชะตา
    ของเค้าที่กำหนดมาแล้ว เหมือนที่ผมต้อง
    มาเล่าเรื่องต่างๆ เพื่อให้ทุกท่านระลึกไว้
    ว่าบุญ กรรม และผี ไสยเวทย์ มีจริง
    วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ครับ
     
  16. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 35
    วันนี้มาเล่าต่อจากตอนที่ 33 ที่ค้างไว้เรื่องโดนเอา
    น้ำมันพรายสักเข้าตัว จากสำนักสักยันต์แถวรามคำแหง
    ไม่ต้องเอ่ยถามชื่อนะครับ ผมไม่อยากมีปัญหากับพวกนี้
    มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ในวงการนี้ ซึ่งแม้แต่ผม
    ก็โดนจ้องโจมตีด้วย ผมก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ผมทำ มันทำ
    ความเดือดร้อนให้กับเค้าหรือเปล่า หรือมันไปทับเส้น
    ทางหาแดกของใคร หรือกลัวความลับตัวเองจะรั่วไหล
    ออกมา ผมไม่ค่อยอยากจะเอ่ยถึงชื่อก็เพราะแบบนี้
    สิ่งที่คนไม่รู้มีอีกเยอะ เหรียญมันมีสองด้าน แต่เรา
    มองเพียงด้านเดียว ให้ใช้สติปัญญา คิดและพิจารณา
    บางคนพูดเรื่องวิชาอย่างกับการโหลดเกมส์ โหลดมา
    ก็เล่นได้เลย มันน่าขำนัก ผมเคยบอกแล้วว่าคาถา
    และวิชามันไม่ได้อยู่มาก่อนโลกจะกำเนิด คนเราผูก
    เขียนมันขึ้นมา เพียงแต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นไปได้ก็มา
    จากแรงครู ครูนี้อาจจะเป็นอะไรก็ได้แล้วแต่วิชา
    ไม่ว่า พรหม เทพ หรือแม้แต่ อสูรกายที่มีฤทธิ์
    ใครๆก็เทิดทูน ยกย่องครูอาจารย์นี้ เพื่อความศรัทธา
    นำไปสู๋ความศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่มีครูแล้ว เรามันก็
    มนุษย์ธรรมดาคนนึงที่มีกิเลสอยู๋ล้นเหลือเหนือกว่า
    คนทั่วไปเสียด้วยซ้ำ ว่าเลยยาวไปไกลเลย
    วนกับเข้าเรื่องดีกว่า
    สำนักนี้เดิมทีทำของสายพรายออกมา มีกลุ่มลูกศิษย์
    ใกล้ชิด คอยปั่นราคา อาจารย์ก็ทราบแต่ทำเป็นไม่รู็
    เพราะต้องพึ่งพวกนี้เป็นแขน ขา มือ ตรีน รวมถึง
    การเอาน้ำมันพรายมาสักเข้าตัวคนที่มารับการสักน้ำมัน
    ความจังไรของที่นี่มันไม่จบเท่านี้ เยอะแยะแต่งานเลี้ยง
    ก็มีวันเลิกรา อาจารย์ท่านนี้เคยโดนพรายตัวเองกินตัว
    แทบวายชีวี แต่ดวงยังไม่ถึงที่รอดตายมาได้ แต่ทุกวันนี้
    ก็หมดแล้วไม่มีชื่อเหมือนเมื่อก่อน พวกเห็บหมาเกาะกิน
    ก็แยกย้ายไปหาเกาะที่อื่น ผมตั้งแต่ได้รับการสักน้ำมันมา
    ก็จะมีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว บางทีก็อารมณ์ขึ้นมาไม่
    รู้ตัว ใจอยากจะไปสักเพิ่ม หรือไปเช่าเครื่องรางมาบูชา
    ไม่มีอะไรทำก็อยากมาที่สำนักซะแบบนั้น ผมไม่เอะใจ
    เพราะคิดว่าเราอาจจะอยู๋ในหลงช่วงแรกๆๆ มาแปลกใจ
    ตรงสวดมนต์นี่เอง ที่ทำให้ผมประหลาดใจ และทำให้ผม
    ทราบว่าคาถาบทนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผมก็มีสวดมนต์
    บ้าง แต่ไม่ทุกวัน เอาที่ใจสบาย อยากสวดก็สวด แต่พอ
    ผมสวดคาถาชินบัญชร แค่ยังไม่ถึงสี่ววรค มีอาการขน
    ลุกตั้งที่ต้นคอแถวแผ่นหลังด้านบน ผมคิดว่าอาจเป็น
    อาการปิติ ขนที่ลุกนั้นมันไล่จากแผ่นหลังด้านบนลง
    ไปด้านล่าง ผมก็ยังสวดต่อไป ขนมันลุกหนีลงไปที่
    หน้าแข้ง ผมก็หยุดสวด งงว่าเป็นอะไร ก็ลองสวด
    ใหม่อีกที คิดว่าอาการปิติมันคงไม่ได้มีทุกครั้งหรอก
    แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ขนมันลุกอีกแล้วแล้วก็วิ่งลง
    มาด้านล่างเหมือนเดิม ผมก็คิดไปอีกว่าอาจจะเพราะ
    เราไปสักลงยันต์มา ของอาจจะขึ้นก็ได้ด้วยมนต์บทนี้
    เพราะลองบทสวดอื่นไม่มีอาการใดๆๆเกิดขึ้น แต่
    ผมลองแล้วลองอีก สวดทีไรขนลุกแบบนี้ทุกที แต่
    ก็ไม่คิดว่ามันคือพรายที่แฝงเข้ามาในร่างเราแล้ว
    วันนี้ขอตัวนอนก่อนครับ แล้วจะมาเล่าต่อ ใคร
    ชอบหรืออยากฟังก็กดไลฟ์ให้ด้วยนะครับ ผมจะได้
    ไม่คิดไปเองว่า มาเล่าอะไรไม่มีคนชอบหรือคนอ่าน
    จะได้ไปทำอย่างอื่นดีกว่ามาเสียเวลาเล่าเรื่องที่ไม่
    มีคนอยากฟัง
     
  17. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 36
    สิ่งที่ผมเจอนั้น ผมไม่ทราบว่าคืออะไร แต่
    ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะไม่ได้สวดมนต์เป็น
    ประจำเท่าไหร่ จนวันหนึ่งผมได้พบเจอกับ
    เพื่อนคนหนึ่งที่รู้จักกันมา แล้วเพื่อนคนนี้
    ได้มาพูดคุยกับผมเรื่องตำหนักทรง ที่เค้าได้
    ไปมาโดยอาจารย์ที่เป็นหมอดูแนะนำไป ซึ่ง
    บอกตามตรงเรื่องพวกนี้ ผมไม่ได้เชื่อถืออะไร
    ที่เห็นตามข่าวทีวี และหนังสือพิมพ์ แต่ด้วยวัน
    นั้นเพื่อนคนนี้ได้ขอให้ไปเป็นเพื่อนเพื่อเดินทาง
    ไป ผมจึงไปเป็นเพื่อนด้วย เมื่อไปได้พบเจอที่
    นั้น ไม่ได้มีผู้คนเยอะแยะพลุกพล่านแต่อย่างใด
    วันนั้นลงทรงพอดีเลย เพื่อนเลยได้สนทนาพูดคุย
    ก็แนวสอนเรื่องธรรมะ แต่ไม่วายเพื่อนก็โยนหิน
    ถามทางให้กับผม ว่าอยากรู้เรื่องอะไรให้ถามท่านสิ
    ผมมีความไม่เชื่อถือเรื่องพวกนี้อยู่แล้วก็ได้ถามไป
    ว่าท่านเป็นใคร ท่านบอกว่าไม่ต้องรู้หรอกว่าเป็นใคร
    ท่านถามกลับมาว่า เคยไปรับขันธ์ที่ไหนมาหรือเปล่า
    ผมบอกว่าเคยครับ ท่านบอกว่าวิชาที่รับมาเป็นครูพราย
    นะ ให้เอาขันธ์ไปลอยทิ้งเถอะ แม้ว่าครูพรายนั้นทำอะไร
    เราไม่ได้เพราะเรามีครูอาจารย์คุ้มครองอยู่ เก็บเอาไว้
    ก็เปล่าประโยชน์ ระแวงกันไปมาเปล่าๆๆ ไม่มีประโยชน์
    ให้เอาไปลอยแม่น้ำทิ้งไป ผมก็ได้แต่ฟังเท่านั้น เพราะ
    ยังไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ว่าท่านรู้จริงๆ จนมาทักอีกเรื่อง
    เรื่องการสักยันต์ ว่าไปสักอะไรมา ผมได้ตอบไปว่า
    สักน้ำมันเป็นยันต์พ่อแก่ ร่างทรงท่านนั้นบอกว่าไม่ใช่
    ผมก็นั่งนึกว่า เอหรือว่ายันต์เก้ายอด ท่านก็บอกไม่ใช่
    ผมก็คิดว่าร่างทรงคงมั่วทักผิดแล้ว น่าจะไม่รู้จริง
    เลยทำท่านึกไม่ออก จนร่างทรงทักมาว่าที่สักคล้าย
    เสือแต่ไม่ใช่เสือ แล้วมันคืออะไรล่ะ ผมมานั่งนึก
    ว่าเคยสักด้วยหรือ นึกแป๊บเดียวตกใจว่ารู้ได้ไง
    ผมเคยสักคชสีห์ ที่ตัวเป็นสิงห์แต่หัวเป็นช้าง คิดว่า
    ถ้าร่างทรงมั่วก็อาจตอบไปว่าเสือหรือสัตว์หรือ
    อะไรไป แต่ทักแม่นเหมือนกับรู้ และยันต์คชสีห์
    ไม่ใช่ยันต์นิยมที่คนจะสักเยอะ ตอนนั้นผมเริ่มจะ
    เปิดใจเชื่อ แต่ต้องถามต่อไปเพื่อดูว่าจะมีข้อมูลอะไร
    เพิ่มเติมไหมที่ดูจะน่าเชื่อถือ ร่างทรงนั้นทักว่านี่เป็น
    พราย พรายตัวนี้ไม่ได้มีฤทธิ์มากอะไร ตอนนี้พ่อดูเค้าอยู๋
    เค้ากลัวจนตัวสั่นหมดแล้ว แต่พ่อไม่รังแกเด็กหรอกนะ
    อ้าวแล้วจะทำยังไงครับมันอยู่กับตัวผมแล้ว มาทักแล้ว
    แต่ไม่ได้ทำไร เวรกรรม นี่ผมต้องให้มันอยู่กับตัวผมไป
    ตลอดเลยหรอไงนี่ ผมบอกว่าช่วยเอาออกให้หน่อยครับ
    ท่านบอกว่า ท่านไม่รังแกเด็กหรอก ผมอ้อนวอนเท่าไหร่
    ท่านก็ไม่ได้ทำให้ แต่ท่านให้เอาขันธ์ครูผีไปลอยน้ำซะ
    ผมก็ลากลับมาด้วยความเศร้า นี่ตกลงว่าในตัวผมมีพราย
    กับตัว แล้วจะทำยังไง แล้วมันจะกินตัวเราไหม คิดไป
    ต่างๆๆนา แต่ผมไม่ลืมสิ่งที่ร่างทรงกำชับเรื่องขันธ์ครูผี
    ผมได้เอาไปลอยหลังวัดแห่งหนึ่งที่เป็นท่าน้ำ ท่านบอกว่า
    เอาไปลอยแล้วหันหลังกลับทันทีและห้ามกลับไปมอง
    ผมอาศํยช่วงเย็น ช่วงคนไม่มี เพราะเดี๋ยวคนจะแตกตื่น
    หาว่ามาทิ้งขยะหรือมาปล่อยของ ไปถึงก็จัดใส่ถุงทั้งพาน
    แล้วก็ลอยไป น้ำในท่าน้ำช่วงเย็นมันไหลไปเรื่อยๆๆ
    แต่ทำไมถุงพานขันธ์ครูที่ลอยมันไม่ไป และวนกลับมา
    ที่ท่าน้ำ ผมและเพื่อนตกตะลึง แต่ก็พร้อมใจกันหันหลัง
    กลับแล้วไม่หันมามอง พร้อมรีบออกจากวัดไป ต่างคน
    ไม่พูดอะไรจนผ่านไปครึ่งชั่วโมงจอดพักรถ ก็เลยพูดกัน
    ว่าคิดเหมือนกันไหม มันบอกว่าใช่พานมันวนกลับมา
    ไม่ยอมไป ผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว แต่สุดท้ายก็จบ
    ด้วยดีแต่มันยังเหลือพรายที่ติดตัวผมนี่สิจะทำยังไง
    กับมันดี ติดตามตอนต่อไปครับ ผมจะมาเล่าว่าจะทำ
    ยังไงกับมันดี
     
  18. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 37
    ผมนั่งคิดนอนคิดหลายตลบ จะทำอย่างไรดี
    ที่จะเอาพรายออกไปจากร่างกายของผม มัน
    ไม่ยอมออกไป แม้จะท่องบทสวดชินบัญชร มัน
    ก็ได้แต่หลบหลีกลงไปที่เท้าด้านล่าง เพราะบทสวด
    ชินบัญชรจะเป็นบทเชิญพระเข้ามาตามส่วนต่างๆๆ
    ของร่างกาย มันก็อาศํยหนีลงไปที่ปลายเท้า แหมมัน
    ฉลาดจริงๆๆ สองเดือนกว่าอยู่กับมันแล้วรู้สึกไม่สบาย
    ใจและรังเกียจที่เราต้องมีบางสิ่งอยู่ในตัว เคยคิดจะไปหา
    พระที่เก่งๆๆให้เอาออก แต่ก็ต้องสืบหาข้อมูลให้แน่ใจ
    เพราะอาจจะไปเสียเวลาได้ สมัยนั้นหมอปลายังไม่เกิด
    ไม่งั้นอาจโดนหมอปลาทุบหลังก็เป็นได้ เวลาเราเจอ
    ปัญหาจริงๆๆกลับนึกไม่ออกเหมือนผงเข้าตา จนวันนึง
    เห็นในอินเตอร์เน็ตลงข่าว มีงานไหว้ครูแถวฝั่งธน
    ก็เลยคิดได้ว่า เราไปเข้าพิธีไหว้ครู ครูท่านคงช่วยปัด
    เป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป เลยตั้งหน้ารอวันซึ่งเป็นอาทิตย์
    หน้า พอถึงวันไหว้ครู ทำไมเราขี้เกียจตื่นก็ไม่รู้ ตื่นขึ้น
    มาก็รีบอาบน้ำ ทำธุระ ขับรถมาร่วมพิธีไหว้ครู มาทัน
    เวลาพอดี บูชาพานครูเพื่อเข้าพิธ๊ไหว้ครู แต่...........
    คนมาเยอะมาก ทางวัดจัดที่นั่งในศาลา แต่คนเต็มศาลา
    จนไม่มีที่จะนั่ง โธ่ๆๆๆๆ หมดกัน อุตส่าห์มาทันเวลา
    แต่ไม่มีที่จะนั่ง วัดจัดที่นั่งไว้น้อยมาก ได้แต่ยืนเซ็ง
    เอ้าไปทานอาหารที่โรงทานแล้วกัน ไหนๆก็มาแล้ว
    ก็ทานจนอิ่ม ฟังคนมาไหว้ครูทำพิธีจนเสร็จ เราก็คง
    ได้เวลากลับบ้าน พิธีการประกาศว่า ทางวัดได้กราบ
    เรียนเชิญหลวงพี่ท่านหนึ่งมาจากวัดดัง โดยจะทำ
    การครอบเศียรพระพิราพให้ เศียรพระพิราพนี้
    เป็นเศียรเก่าแก่ของเกจิดังท่านหนึ่ง ใช้งานไหว้ครู
    มาหลายพิธีแล้ว ผมก็คิดว่าไหนๆๆมาแล้วไม่ได้
    ไหว้ครู ครอบเศียรก็ยังดี จึงเดินไปต่อแถวรอให้
    ครอบเศียร คนที่เสร็จพิธีไหว้ครูคงจะหิวกัน เลย
    แห่ไปโรงทาน คนที่รอครอบเศียรเลยมีไม่มาก
    แต่หลวงพี่ก็ไม่ได้ครอบเศียรอะไรนาน ถ้านับ
    เวลาก็ประมาณ 3-4 วินาที พอถึงคิวผม ท่านครอบ
    เศียร ผมมีอาการขนลุกแบบสวดมนต์ชินบัญชร
    มันหนีอีกแล้ว แต่คราวนี้แปลกที่มันหนีลงไปที่แขน
    แล้วต่อจากนั้นผมมีอาการที่ศรีษะ ขนหัวลุก มันโล่งๆๆ
    โปร่งๆๆ สบายๆๆ ผมแปลกใจเพราะไม่เคยมีอาการ
    เช่นนี้มาก่อนทั้งๆที่เคยครอบเศียรมาแล้วหลายครั้ง
    ก็คิดว่าครูพระพิราพลงมาประทับ ใครที่เคยอ่าน
    มาหลายตอน ต้องย้อนไปที่เรื่องเล่าอตนที่ 15 ที่ผม
    มีพระที่เคยเป็นครูพราหมณ์เคยบอกทักว่า ผมมีครู
    สายยักษ์ ทั้งๆๆที่ผมไม่เคยเล่าให้เค้าฟัง เหตุการณ์
    ที่เค้าทักคือหลังจากผมครอบเศียรจากวัดนี้ไปแล้ว
    และมีเรื่องแปลกที่ผมรู้ภายหลังอีกด้วยว่า ร่างทรง
    ที่ผมได้ไปพบเมื่อตอนที่แล้ว ท่านก็คือปู่พระพิราพ
    เรื่องเหตุการณ์มันช่างบังเอิญ เหมาะเจาะจงแบบ
    เขียนไว้เป็นเรื่องหรือพล็อตเรื่องไว้ ทั้งๆๆที่มัน
    ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นไปแบบนี้ วันนั้นที่วัดมีการฝัง
    ตะกรุดเสน่ห์ที่ท้องแขน เดี๋ยวผมจะมาเล่าตอนหน้า
    ว่าเมื่อครอบเศียรครูท่านแล้ว มีผลต่อเครื่องราง
    ที่เราใช้และคาถาต่างๆๆ ผมกลับมาในวันนั้น อยาก
    สวดมนต์ จึงเข้าห้องสวดมนต์และบทชินบัญชรด้วย
    แต่ต้องประหลาดใจเมื่อไม่มีอาการขนลุกเหมือนทุก
    ครั้งที่ผ่านมา ผมแปลกใจเลยท่องอีกรอบ ไม่มีอาการ
    นั้น มันหายไปแล้วจากชีวิตผม ผมนั่งคิดปู่พระพิราพ
    มาลง พรายมีหรือจะอยู่ได้ เรียบร้อยครับ ผมไม่มี
    มันอีกแล้ว เข็ดเลยครับไม่เอาอีกแล้ว สักน้ำมัน ใช้
    เครื่องรางดีกว่า ใครที่คิดจะเล่นเครื่องรางต้องอย่า
    ละเลยบูชาครู มีทั้งตั้งขันครู ถ้าคุณไม่มีความรู้
    ผมแนะนำให้บูชาเศียรครูครับ ผมกำลังเปิดจอง
    ลองดูข้อมูล ผมปักหมุดไว้ด้านบน หรือจะหาที่อื่น
    มาบูชาได้เหมือนกันครับ เหมือนที่คนเค้าบอก
    เล่นของเล่นคาถา ต้องบูชาครู ช่วยเสริมมนต์
    ช่วยเสริมพลัง คาถา ความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์
    ศิษย์ไม่มีครู เหมือนงูไม่มีพิษ วันนี้ขอจบลง
    เท่านี้ วันถัดไปจะเล่าเรื่องประสบการณ์หลัง
    จากครอบเศียรครู ปู่พิราพมาลง
     
  19. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 38
    ไม่เล่ามาหลายวัน เนื่องจากมีธุระและส่งสีผึ้งเมตตา
    เปิดโลก แจกแก่ผู้ที่ศรัทธามารับไปบูชา สีผึ้งนี้ดี
    ครอบจักรวาล ขอให้จิตตั้งมั่น บูชาแล้วหมั่นทาคิ้ว
    ทาหน้าผาก จะบังเกิดสิ่งดีดีให้แก่ตัวเองและคน
    รอบข้าง มีอย่างเดียวที่ฝืนไม่ได้ คือเรื่องกรรม
    ไม่มีใครฝืนได้แม้แต่พระพุทธองค์ มันเป็นกฎของ
    จักรวาลนี้ มาเล่าต่อวันที่ครอบเศียรพระพิราพและ
    ไล่พรายในร่างออกไป วันนั้นได้ทำการฝังตะกรุด
    เงินมหาเสน่ห์ ตะกรุดนี้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ
    ในพิธีนี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า การครอบครูมาประสิทธิ
    ทำให้เกิดความขลังและความศักดิ์สิทธิ์แก่วัตถุ
    มงคลและคาถาต่างๆๆเพิ่มขึ้น ตอนหลังเลิกจาก
    การฝังตะกรุดเงิน ผมได้นัดเพื่อน เพื่อไปพบเจอ
    สาวนางหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อน เพื่อไปกราบ
    พบอาจารย์ฆราวาสท่านหนึ่งที่เก่งเรื่องการทำ
    น้ำมนต์ จึงไปนัดเจอนั่งรอที่ท่าน้ำ ผมและเพื่อน
    ได้ไปนั่งรอที่ท่าน้ำ ซึ่งผมและเพื่อนนั่งรอคนละที่
    แต่ไม่ห่างมากนัก ในขณะที่นั่งรอ ผมรู้สึกได้ว่า
    มีสาวคนหนึ่งมานั่งข้างๆๆติดกัน ผมก็คิดว่าเธอ
    คงมารอขึ้นเรือโดยสาร ไม่ได้คิดอะไร แต่ผม
    สังเกตุเห็นเธอนั่งจ้องหน้าผมด้านข้าง ผมคิด
    ว่าเธอคงมองไปทางด้านที่อยู่ถัดไป แต่เธอ
    มองอยู่แบบนี้ถึง 20 นาที จนผมชำเลืองมอง
    ว่าสรุปมองหน้าผมหรือเปล่า ปรากฎว่าเธอมอง
    หน้าผมตาไม่กระพริบ ในใจผมคิดว่าเธอคง
    สติไม่ดี ผมเลยนั่งเฉยๆๆ สักพักเธอก็เดินจาก
    ไป ผมก็คงคิดว่าเธอบ้า สติไม่ดีมานั่งมองหน้าผม
    ผ่านไปแค่ชั่วครู่ มีสาวอีกคนมานั่งข้างผม เหมือนเดิม
    มานั่งจ้องหน้าผมอีกแล้ว ผมแปลกใจว่า มันมี
    อะไรกัน ทำไมมีแต่ผู้หญิงมานั่งมอง ผมได้แต่
    เก็บความสงสัยไว้ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ นั่งไปเรื่อยๆๆ
    พอสักพักสาวที่นัดไว้ได้มาถึง เพิ่งเจอกัน
    ครั้งแรก แต่แปลกใจมากเธอพูดคุยเหมือนรู้จักกัน
    มานานแถมเดินจับแขนผมเดินไปข้างๆๆด้วยกัน
    เพื่อนชายผมที่ไปด้วยเห็นเหตุการณ์ตลอด
    ภายหลังมาสอบถามผม ผมนึกว่ามันจะมองไม่
    เห็นสรุปว่าผู้หญิงที่มานั่งมองหน้าผมนั้น
    เป็นเรื่องจริงที่เพื่อนผมมันเห็นตลอด แต่มันสงสัยว่า
    ของมันก็ฝังตะกรุดเงินมาเหมือนผม แต่ทำไมไม่มีเหตุ
    การณ์แบบผม นี่แหละครับเรื่องของการไหว้ครู การ
    ครอบครู บูชาครู เมื่อครูประสิทธิ เมื่อใช้อาราธนา
    วัตถุมงคลหรือคาถาจะขลังยิ่งนัก และการมีของมี
    เครื่องรางต้องหมั่นปลุกหมั่นใช้ วางไว้ไม่ปลุกไม่พก
    ไม่ใช้ ก็ไม่เกิดประโยชน์ ตะกรุดเงินนี้เมื่อนั่งสมาธิ
    ภาวนา เมื่อทำได้ถึงจะกระตุกและเต้นได้ ก็เป็นฤทธิ์
    ของครูอาจารย์ที่บรรจุคุณเอาไว้ ที่พิสูจน์ได้ถ้าเรา
    หมั่นทำสมาธิและภาวนา เมื่อจิตถึงจะเชื่อมกับพลัง
    ต่างๆๆเหล่านี้ ให้เราสัมผัสได้
    วันนี้เอาเท่านี้ก่อน
    คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องพวกที่ชอบเล่นของแรง มีผล
    ยังไง เรื่องจริงที่พบเจอจนหลอน
     
  20. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +269
    เรื่องเล่าเล่นๆๆตอน 39
    เมื่อไม่กี่วันนี้มีคนมาสอบถามตะกรุดที่ผมฝัง ที่เล่า
    เรื่องตอนที่ 38 ต้องอ่านรายละเอียดดีดีนะครับ
    เพราะวันนั้นเพื่อนที่ผมไปด้วยกัน ก็ฝังตะกรุด
    แบบเดียวกับผม แต่ไม่มีประสบการณ์ ผมจะบอกว่า
    เมื่อวันนั้นที่ครอบเศียรครูพระพิราพ ครูท่านลง
    มาช่วยไล่พรายที่มาจากน้ำมัน และเป็นผลดีที่ทำให้
    เครื่องรางที่ผมใช้ มีความขลังและความศักดิ์สิทธิ์
    เพราะครูท่านส่งเสริม เป็นข้อสำคัญสำหรับคน
    ที่จะเล่นเครื่องรางหรือสักยันต์ เมื่อจะให้เกิดความขลัง
    จึงต้องมีการถือครู ถือของ เช่นต้องสวดบูชาครู หรือ
    มีข้อห้ามต่างๆ ตามแต่ละวิชาหรืออาจารย์ แต่เรื่องนี้
    ก็แล้วแต่บุคคลครับ มาเข้าเรื่องเล่าวันนี้ดีกว่า วันนี้มา
    เล่าเรื่องของแรง ของแรงในที่นี้คือ พรายหรือภูติ บาง
    ทีรวมไปถึงโอปาติกะด้วย ถ้าเราไม่มีวิชาหรือครู
    อาจารย์ เราก็เหมือนของเล่นสนุกของพวกมัน มัน
    อยากจะทำไรก็ทำได้ ช่วงหนึ่งผมสะสมกุมาร
    พอสมควร เป็นเพราะรู้และสัมผัสได้ว่า พวก
    นี้มีตัวตนจริง แต่บางทีเราก็ไม่อาจสัมผัสได้
    เรื่องการสัมผัสได้หรือไม่นั้น มันไม่ได้ทำได้
    ทุกคน ผมเคยเลี้ยงอยู๋ตัวนึง กุมารพรายองค์
    นี้เป็นองค์แรกที่ผมเลี้ยง เลี้ยงมาหลายปีแล้ว
    ไม่เคยเจออะไรเลย จนช่วงหนึ่งน้ำท่วมเมื่อปี
    54 น้ำท่วมสูงมาก จำต้องทิ้งบ้านเพื่อไปหลบอาศํย
    พื้นที่ ที่ไม่ท่วม จึงขนแค่ของใช้จำเป็นและเสื้อผ้าไป
    และผมก็ไม่ได้นำกุมารนี้ไปด้วย ทิ้งไว้ที่บ้านนั่นเอง
    บอกว่าให้เฝ้าบ้านไว้นะ ผมก็พูดไปเพราะจะได้ดูว่า
    เราไม่ได้ทิ้งเค้า เมื่อไปอยู่ที่ใหม่ประมาณ 1 เดือน
    ก็ย้อนกลับไปที่บ้านน้ำท่วมเพื่อสำรวจข้าวของ และ
    ดูสภาพบ้าน เดินทางไปดูบ้าน ท่วมหนักมาก ผมได้นำ
    ข้าวไปให้กุมารที่เฝ้าบ้านทานด้วย เพราะส่วนมาก
    ผมจะให้เค้าทุกวันพระ ไม่ได้เข้าไปตั้งเดือน เค้าคงหิว
    ดีนะที่แฟนผมเข้าใจเรื่องแบบนี้ ไม่งั้นคงว่าผมบ้าไป
    แล้ว เมื่อสำรวจสภาพบ้านแล้วก็กลับมาพื้นที่น้ำไม่ท่วม
    ผมไม่ได้เอากุมารมาเพราะ มาอาศํยบ้านแม่อยู๋ชั่วคราว
    เกรงว่าจะไม่สะดวก รุ่งเช้าแม่ผมมาบอกว่าฝันเห็นเด็ก
    สองคนมากระโดดโลดเต้นบนทีวีและพื้นในห้องนอน
    ผมก็คิดว่าแกคงฝันทั่วไป เพราะผมไม่ได้เอาร่างกุมาร
    มาด้วย แต่พอแม่บอกคำหนึ่ง ทำให้ผมเชื่อว่านั่นคือกุมาร
    ของผม แม่บอกว่ามีสองคน คนนึงอายุแค่ 5 ขวบยังเด็กๆ
    อีกคนคนพี่ โตแล้วน่าจะ 10 ขวบ แต่ที่แปลกคนพี่หน้าเป็น
    สีทองทั้งหน้า ไม่รู้ทำไมเป็นแบบนั้น ผมตะลึงเพราะกุมาร
    ที่ผมเลี้ยงไว้มีตัวนึงที่จะทาสีที่หน้าเป็นสีทอง แต่เสื้อผ้าและ
    สีผิวไม่ได้เป็นสีทอง ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญคงไม่ได้เดา
    ถูกง่ายๆๆ กุมารสามารถติดตามคุณได้ครับ แม้ว่าร่างเค้าจะ
    อยู๋อีกที่หนึ่ง เค้าสามารถไปไหนมาไหนได้ ไม่จำเป็นต้อง
    อยู่ที่เดียว นี่ถึงเป็นเหตุที่เราต้องเรียกต้องปลุกเค้า คุย
    กับเค้า เค้าจะได้อยู่ใกล้ๆเราตลอด บางทีต้องสอนให้
    เค้า เค้ายังเด็ก เหมือนไม่กี่วัน นอนอยู่ดีๆ ลูกกรอกลูกรัก
    ที่เพิ่งทำเสร็จไปไม่นานนี้ วิ่งเข้ามาในห้องนอน มา
    นั่งเล่นบนโต๊ะคอม แหมมากันไม่บอกกล่าว ก็โดน
    วัวธนูไล่ไปสิครับ วันนี้ขอจบเท่านี้ก่อน ยังมีเรื่อง
    เกี่ยวกับโอปาติกะที่มาจากเหล็กไหล ไว้คราวหน้า
    จะมาเล่าให้ฟัง
     

แชร์หน้านี้

Loading...