แสงสีในสมาธิคือสั_ลักษณ์ของชนิดกิเลส(มีวิธีแก้)

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย กระเจียว, 22 กันยายน 2004.

  1. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,008
    สีของแสงคือสั_ลักษณ์ของกิเลส

    แสงที่เกิดขึ้นจากการฝึกจิตในขั้นต้นนี้ เกิดได้ด้วยเหตุที่ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายเราปรับรวมตัวเข้ากันเสมอ จิตนิ่งสงบ แล้วจึงเปล่งแสงออกมาทางจิตใจ ความรู้สึก และแสงนั้นจะมีสีต่างกัน

    สีเหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์จากอารมณ์ภายในของจิตใจ ได้แผ่ออกมาเป็นไปตามสั_ลักษณ์ตัวแทนของกิเลส 3 กอง คือ โลภ โกรธ หลง

    ท่านที่ฝึกจิตให้สงบในขั้นนี้ใหม่ๆ แสงสีนั้นจะปรากฏเป็นสีขาว อันหมายถึง ความบริสุทธิ์ ของจิตเฉพาะในสภาวะขณะนั้นที่นิ่งสงบสะอาดอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วก็จะเปล่งสีที่แท้อันเป็นธาตุแท้ของจิตออกมา



    วิธีแยกพิจารณาสีที่ปรากฏในขั้นนี้

    1. โลภจริต (ราคะจริต)

    ตระกูลสีเขียวหม่นหมอง คือมีสีเขียวเป็นหลักแต่เป็นสีที่ไม่สดใส คือเป็นสีที่ดูแล้วหม่นหมองขุ่นมัว มีสีแก่อ่อนลดหลั่นลงไปตามลำดับแบบขั้นบันได เช่น สีเขียวใบไม้แก่ใกล้จะร่วง สีเขียวใบไม้เน่า สีเขียวตองอ่อน สีเหลืองขุ่นมัว เป็นต้น เป็นสั_ลักษณ์ปรากฏให้รู้ว่า คนประเภทนี้ มีโลภจริตเป็นเจ้าเรือน มีอารมณ์โลภอยากได้ มักติดอกติดใจ มีอารมณ์หนักเบาตามสีแก่อ่อนที่แสดงออกมา

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นสีแสดงออกของคนที่มีเลือดบ้าใฝ่ใจถึงกามตัณหา โดยเน้นหนักไปในด้านความกำหนัดเพศสัมผัสกามราคะ

    วิธีแก้
    ต้องหมั่นฝึกจิต ให้สงบเพื่อมองเห็นผลร้ายของกิเลส เจริ_ปลงอสุภะ พิจารณาถึงความที่ร่างกายคนเรานั้นเป็นสังขารที่ไม่เที่ยงแท้ เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะที่ทุกคนต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ว่าคนที่เรารัก
    หรือตัวเราเองต่างก็ต้องตายเมื่อใดก็ได้ เนื้อหนังผุพัง เน่าเปื่อย ความสวย ความงามที่น่ารักที่เคยมีอยู่ก็จะสลายไปตามกาลเวลา ไม่ยั่งยืนจีรัง

    จิตได้ปลงจนสงบระงับลง ปลงจนทุกครั้งที่เรานึกคิดถึงหรือเวลาที่เราได้พบปะเห็นเพศฝ่ายตรงข้ามที่เราเคยสัมพันธ์ หรือความอยากได้ทั้งปวงว่าเป็นของไม่เที่ยงแท้ เป็นทุกข์ทนอยู่ไม่ได้ แล้วก็ผุพังเน่าไปโดยไม่มีอะไรให้ยึดมั่นถือมั่น จิตปลงเช่นนี้ทุกครั้งที่จิตเรานึกคิดกามราคะ จิตปลงบ่อยๆเข้า จิตก็จะคลายออกจากกามราคะ


    2.โทสจริต (โกรธ)

    ตระกูลสีแดง คือสีที่มีส่วนผสมของสีแดงตั้งแต่ สีแก่ลดหลั่นลงไปตามลำดับแบบขั้นบันไดเช่น สีแดงแก่ แดงม่วง แดง ส้มแดง ส้ม เป็นต้น เป็นสั_ลักษณ์ปรากฏให้รู้ว่าคนประเภทนี้มี โทสจริต เป็นเจ้าเรือน มีอารมณ์ขี้โมโห โทโส เลือดขึ้นหน้าบ่อยมีอารมณ์หนักเบาตามสีแก่อ่อนที่แสดงออก
    อนึ่ง ถ้ามีสีขุ่นมัวเข้าผสม ที่เรียกว่า ช้ำเลือด ช้ำหนอง สีน้ำล้างเนื้อเข้าผสมในสีแดงที่มีอยู่แล้ว แสดงว่า คนๆนี้ เป็นคนโทสะโกรธง่ายแล้วยังเป็นคนขี้โกรธอย่างไม่มีเหตุผล เอาแต่อารมณ์ของตนเป็นให_่ เวลาโกรธขึ้นมาไม่ฟังใครคัดค้านหรือหักห้ามทั้งนั้น

    วิธีแก้
    ต้องหมั่นอบรมฝึกใจเพ่งเล็งไปยังนิสัยที่ตรงกันข้ามกับความโกรธ ปลูกฝังความโอบอ้อมอารี ความเห็นใจ ความสงสารให้เกิดขึ้นในจิตใจ สร้างพลังแห่งกุศลธรรมด้วยการให้ได้ครองพรหมวิหารธรรม 4 ประการคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และ

    หมั่นเจริ_แผ่เมตตาที่ประกอบด้วยเจตนาดีจากส่วนลึกของจิตใจอุทิศกุศลถึง พรหมโลก เทวโลก มนุษย์โลก นรกโลก เจ้ากรรมนายเวร และเผื่อแผ่ไปยังสิ่งมีชีวิตทั้งปวงอย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย

    ด้วยอารมณ์ เมตตา เป็นคนใจดีชอบเผื่อแผ่ช่วยเหลือคนอื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัว
    กรุณา เกิดความสงสารที่เห็นคนอื่นได้รับทุกข์

    มุทิตา ยินดีด้วยกับคนอื่นที่ได้รับความสุข

    อุเบกขา การควบคุมจิตใจให้สม่ำเสมอวางเฉยไว้ได้ ไม่ไปยินดียินร้ายและไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมกับกรรมวิบากของสัตว์โลกที่เราไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้


    3.โมหจริต (ความหลง)

    ตระกูลสีดำ คือสีที่มีส่วนผสมของสีดำตั้งแต่สีเข้มแก่ลดหลั่นลงไปตามลำดับแบบขั้นบันไดเช่น สีดำสนิท สีเทาแก่ เทาอ่อน เป็นต้น เป็นสั_ลักษณ์ปรากฏให้รู้ว่า คนประเภทนี้มี โมหจริตเป็นเจ้าเรือน และอกุศลกรรมกำลังวิบาก ดวงกำลังมืด ได้เข้าปิดบังปั__า ให้เห็นผิดเป็นชอบ จิตใจฟุ้งซ่าน หงุดหงิด รำคา_ และบางครั้งมองไม่เห็นภัยอันตรายในภาวะนั้น จึงอาจจะกระทำสิ่งไม่ดีที่คิดไม่ถึง หรือประสบเหตุการณ์อันไม่คาดฝันมาก่อน เช่น บาดเจ็บเล็กน้อยถึงขั้นสาหัสหนักๆอาจจะถึงตายได้ ทั้งนี้หนักเบาตามแต่อกุศลกรรมที่กำลังวิบากแล้วแสดงออกมาเป็นสั_ลักษณ์ตามความแก่อ่อนของสี

    วิธีแก้

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประพฤติตนเป็นคนดี หมั่นถือศีล สวดมนต์ ไหว้พระทำสมาธิให้ใจสงบเกิดปั__าระลึกชอบ พิจารณาจนแจ้งซึ่งเหตุผลอันดีที่ควรประพฤติปฏิบัติต่อไปด้วยการ แผ่เมตตาอุทิศกุศล อย่างสม่ำเสมอทุกขณะจิต ขอให้เจ้ากรรมนายเวรจงอโหสิกรรมและฝึกเป็นคนใจกว้าง พร้อมอภัยให้กับคนอื่นและตนเอง สร้างจิตใจให้มีอภัยทานเป็นสรณะ และช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่เห็นแก่ตัว

    จิตใจที่มืดมนและอกุศลกรรมที่วิบากก็จะค่อยๆคลายจากหนักเป็นเบาได้จิตก็จะค่อยๆสว่างขึ้น
     
  2. telwada

    telwada เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,862
    ค่าพลัง:
    +1,818
    แสง สี ที่เกิดขึ้นในสมองขณะนั่งสมาธินั้น เกิดขึ้นเพราะ ความรู้ ความจำ อันได้พบเห็น และสัมผัสมา เกิดการปรุงแต่ง หรือฟุ้งซ่าน ไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ในสมาธิ จึงเกิด แสง สี หรือเสียงขึ้น
    ถ้าหากเป็นตามหลักการแพทย์เขาเรียกว่า ภาพหลอน หากเกิดขึ้นบ่อยๆ และไม่สามารถควบคุมได้ ก็ควรไปปรึกษา จิตแพทย์ หรือไปรักษาที่โรงพยาบาลโรคประสาทได้เลยขอรับ
     
  3. กระเจียว

    กระเจียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กันยายน 2004
    โพสต์:
    1,354
    ค่าพลัง:
    +2,008
    นั่นน่ะสิคะ

    ยิ่งถ้าคิดว่าตนเองเป็นพระศรีอาริยเมตไตร ไม่มีหมอที่ไหนรักษาหายหรอก


    บทความนี้ ก็อปมาจาก (เพื่อเป็นธรรมทาน)


    http://www.thai.net/book_2546/
     
  4. bluecoral

    bluecoral Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    20
    ค่าพลัง:
    +70
    เมื่อตอนตีสามคืนที่ผ่านมากำลังคุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่ ก็คุยกันเรื่องธรรมะเพราะต่างคนต่างนอนไม่หลับ แต่ในขณะที่คุย แล้วก็ฟังเค้าคุย ก็หลับตาทำสมาธิไปด้วย ... อยู่ๆก็เห็นแสง สีเขียว หมุนเหมือนเข็มเรด้า ที่มีเงาๆ ก็ดูไปซักพักก็หมุนไปเรื่อยๆ ก็เลยทักขึ้น ว่าแสงอะไรน๊า ซักพักก็หายไปเลย ... ยังสงสัยอยู๋ว่า เหมือนเรด้าจับทิศทางไรซักอย่าง ... ครายเคยเห็นบ้างเนี่ยะ
     
  5. วิญญาณนิพพาน

    วิญญาณนิพพาน ทีมงานอาสาฯ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    20,102
    กระทู้เรื่องเด่น:
    41
    ค่าพลัง:
    +20,956
    ผมชอบกระทู้นี้ครับ มีเหตุมีผลดี อ่านเเล้วทําให้นึกไปถึงกล้องออร่าที่ใช้ถ่ายดูสภาวะจิตใจของคนครับ เจริญในธรรมครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...