โกเดียน ผู้ไม่เชื่อเรื่องบาป-บุญ

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย Sir-Pai, 13 ตุลาคม 2013.

  1. Sir-Pai

    Sir-Pai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,157
    ค่าพลัง:
    +3,358
    เอาเรื่องเล่าธรรมะที่กำลังฮิตกันมาเล่าให้ฟังครับ :)

    โกเดียน อาชีพรับเหมาปลูกสร้างบ้าน วันนั้นโกเดียนไปดูการปลูกสร้างบ้านที่รับเหมาไว้ข้างตลาด จนได้เวลาบ่าย รู้สึกปวดศีรษะ ได้กลับมาบ้าน และกินยาแอสไพรินไปสองเม็ด แล้วนอนพักไปครู่หนึ่ง เกิดปวดปัสสาวะ จึงลุกไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ธุระจวนจะเสร็จรู้สึกหน้ามืด รีบใช้เท้ายันโอ่งน้ำข้างๆ จากนั้นก็หมดความรู้สึก จะนานสักเท่าใดไม่ทราบ มารู้สึกตัวอีกทีจึงลุกขึ้นยืน รู้สึกตัวเบาหวิวและมึน ๆ
    ขณะนั้น พอดีมีคนสามคน เดินตรงเข้ามาเป็นผู้ชาย รูปร่างสูงใหญ่ผิวเนื้อดำแดง สองคนนุ่งดำห่มดำ อีกคนนุ่งขาวห่มขาว โพกผ้าแดงล้วน ซึ่งโกเดียนไม่เคยรู้จักมาก่อน พอจะเอ่ยปากถามคนสองคนที่นุ่งดำห่มดำ ก็ตรงเข้าปล้ำจับแขนเน่น แล้วดึงตัวออกไปทันที ส่วนที่นุ่งขามห่มขาวเดินนำหน้า โกเดียนสะบัดพลางดิ้นพลางจะให้หลุดพร้อมทั้งถามว่า
    “เรื่องราวอะไรกัน จึงได้มาฉุดคร่าเอาตัวไป?” ไม่มีใครตอบเขายังฉุดคร่าไปท่าเดียว เมื่อเห็นว่าดิ้นไม่หลุดแน่แล้ว จึงร้องตะโกนให้คนช่วยเพราะว่าบนเรือนมีคนเดินไปมาพลุกพล่านชุลมุน แต่ก็ไม่เห็นมีใครเอาใจใส่กับเสียงร้องขอความช่วยเหลือของโกเดียนเลย ถูกเขาลากมาถึงหน้าบ้านสวนทางกับคุณหมอชุบที่กำลังเดินจะเข้าบ้าน ร้องเรียกให้คุณหมอช่วยแต่ก็ไม่ได้ผล คุณหมอคงเดินเข้าบ้านอย่างรีบร้อน ไม่เอาใจใส่อะไรเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ชักหมดอาลัยตายอยาก ไม่ดิ้นอีกต่อไป ปล่อยให้เขาพาตัวไปตามสบาย
    โกเดียนคิดต่อไปว่า ทำไมหนอคนเหล่านั้น จึงไม่ได้เอาใจใส่กับเสียงร้องขอความช่วยเหลือคล้าย ๆ กับจะไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ทางที่เขาพาแกไปนั้นก็เป็นหนทางที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่มีในเขตชุมแสงนี้เลย เป็นทางใหญ่เตียนเรียบแลดูเปลี่ยวเงียบเหงาวังเวง ข้างหน้าไกลลิบ ๆ แลเห็นคนถูกคุมตัวเช่นกับโกเดียนไปเป็นหมู่ ๆ ทุกคนเดินก้มหน้า ท่าทางโศกเศร้า
    “หรือเราตายแล้ว” โกเดียนรำพึง คิดวนเวียนไปมาจนถึงทางแยก เขาพาเลี่ยวไปทางซ้ายมือ ทางนี้ดูค่อยมีผู้คนมากหน่อย ทั้งมีบ้านเรือนคับคั่งพบคนที่รู้จักกันเดินสวนทางมาก็ตกใจร้องออกมาว่า “เอ๊ะ! นั่นทิดชุ่มที่ตายไปเมื่อ 6-7 ปีนี่เองนี่หว่า” ยิ่งตกใจหนักมากชึ้น ทำไมตัวเราจึงมาอยู่ที่นี่จำได้ว่า ทิดชุ่มไปซื้อโลงศพที่แก และยังไม่ได้เผาเลย ถ้ายังงั้ย ที่นี่ก็เป็นเมืองผีอย่างแน่นอน พอคิดเช่นนั้นก็ร้องไห้โฮ เราตายแน่แล้ว
    ครู่ต่อมา เขาก็พามาถึงสนามหญ้าที่หน้าตึกใหญ่ เห็นมีคนนั่งอยู่เป็นหมู่ ๆ เต็มไปหมด ล้วยแต่หน้าตาซูบซีด หงอยเหงาเป็นส่วนมาก แล้วเขาก็ผลักโกเดียนเข้าไปในสนามหญ้าข้างคนหมู่หนึ่งส่วนเขาทั้งสามก็เดินเลยเข้าไปในตึกใหญ่ อย่างไม่สนใจใยดี
    โกเดียนทรุดตัวลงนั่งพักเหนื่อยสักครู่ พอหายเหนื่อยรู้สึกหิว และกระหายน้ำเป็นกำลัง จึงคิดหาทางแก้ไขโดยการลุกขึ้นเดินไปตามหมู่คนต่าง ๆ บางหมู่ก็มีคนมาก บางหมู่ก็มีคนน้อย คนหมู่ใดถ้ามีอาหารวางอยู่ข้าง ๆ ตัว ก็มีหน้าตาผ่องใสบางหมู่มีแตดกองกระดาษเผา คล้าย ๆ กระดาษเงินกระดาษทองที่เผาไหว้เจ้า หมู่ที่โกเดียนเข้าไปนั่ง ไม่มีข้าวและน้ำเลยนอกจากกองกระดาษที่เผาไฟ จะเข้าไปขอน้ำหรือก็กลุ่มคนที่ผ่านมาไม่มีคนรู้จักกันเสียเลย จึงไม่กล้าขอ ได้แต่เดินดูต่อไป เมื่อผ่านมาถึงอีกครู่หนึ่ง แลเห็นมีข้าวน้ำบริบูรณ์ ตั้งอยู่เต็มสำรับเพียบแปล้ จึงเดินเข้าไปด้วยความดีใจ เพราะตำได้ว่าคนที่นั้งอยู่ข้าง ๆ นั้นเป็นคนชอบพอกันดี เพิ่งจะตายมาใหม่ ๆ ยังไม่ได้ไปเผาเลย คนผู้นั้น คือ ลุงเอี่ยมมัคคนายก วัดคลองระนงค์ นั่นเอง เมื่อเดินเข้าไปหา ลุงเอี่ยมก็ยิ้มแย้มอิ่มเอิบเป็นอย่างดี พร้อมทั้งรัองทักว่า
    “มาเหมือนกันหรือ?” “มาถึงเมื่อกี้เอง” แล้วทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ พลางบอกลุงเอี่ยมว่า “แหม! เหนื่อยจัง หิวเสียด้วย ของอั๊วไม่มีกินเลย” พลางมองไปที่สำรับและคิดว่าต้องขอกินบ้าง ลุงเอี่ยมพยักหน้ารับรู้ พลางถามว่า “นั่นของลื๊อหรือ?” แล้วชี้มือไปที่สำรับ ลุงเอี่ยม ตอบว่า “ของอั๊วเอง” “ขอกินบ้างได้ไหม? หิวจัง” “ลื้อกินไม่ได้ดอก มันเป็นของใครของมัน ให้กินกันไม่ได้ ของ ๆ ลื๊ออยู่ที่โน่นไงละ” พรางชี้มือไปที่กองกระดาษเผาไฟอยู่ข้าง ๆ นั่นเอง
    “กินเข้าไปได้อย่างไร” โกเดียนอุทานอย่างตกใจ แต่ลุงเอี่ยมไม่ตอบได้แต่หัวเราะหึๆ คิดว่าลุงเอี่ยมอาจจะล้อเล่นก็ได้ คนชอบพอกันหากจะหยิบกินเอาดื้อๆ จะเป็นไรไป ผสมกับความหิวเป็นอันมาก โกเดียนจึงเอื้อมมือไปหยิบขันน้ำ แต่ต้องหดมือมาเป่าทันทีเพราะร้อนเหมือนหยิบเอาไฟมาทั้งดุ้น หันไปมองหน้าลุงเอี่ยมที่นั่งยิ้มไม่พูดจาว่ากระไร ทั้งๆ ที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด จึงถามไปว่า “ร้อนอย่างนี้ ลื๊อกินได้หรือ” “กินได้ซี” พูดขาดคำลุงเอี่ยมก็หยิบขันน้ำขึ้นมาดื่มต่อหน้าอย่างปกติ พอวางขันลงเล้วจึงกล่าวว่า “ไม่ใช่อั๊วหวงลื๊อดอก ของใครก็ของมัน ใครทำบุญมาอย่างไรก็ได้อย่างนั้น” โกเดียนได้เห็นได้ฟังแล้ว รู้สึกสงสัยยิ่งนักและนึกขึ้นได้ว่า เมื่อก่อนนี้ลุงเอี่ยมเคยแนะนำให้แกเลียงพระตามอย่างคนอื่น ๆ เขา โกเดียนไม่เสือมใส ซ้ำยังพูดกับลุงเอี่ยมว่า “เอาไปให้พระกินทำไม กินเองมิดีกว่าหรือ” ลุงเอี่ยมยังบอกว่า “ทำบุญเอาไว้กินเมื่อตายอย่างไรเล่า” โกเดียนฟังแล้วหัวเราะ ยังย้อนถามไปอีกว่า ลื๊อถ้าจะเป็นพระคลังหรือไปรษณีย์ละซิ
    “ตามใจลื๊อ เมื่อไม่เชื่อก็แล้วไป” ลุงเอี่ยมตอบแบบฉุนๆ และโกเดียนก็ไหว้เจ้าเผากระดาษเงินกระดาษทองต่อไปตามความเชื่อ ครั้นมาบัดนี้โกเดียนเสียใจอย่างที่สุดที่ไม่เชื่อคำแนะนำของลุงเอี่ยมจึงต้องประสบกับความอดอยากยากแค้นถึงเพียงนี้ ถ้าจะต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนาน ก็คงเป็นการทรมานอย่างแสนสาหัส กระดาษเผาไฟจะกินเข้าไปได้อย่างไร ถ้าหากขืนกินเข้าไปก็เหลือจะฝืนแล้ว
    พอดีมีคนมาตามลุงเอี่ยม ลุงเอี่ยมถามว่าจะพาไปไหน แล้วก็เดินตามเข้าไปในตึกหลังใหญ่ที่มีคนเดินเข้าออกกันอยู่เสมอ โกเดียนได้แต่นั่งนึกเรื่องอาหาร เมื่อผจญกับความหิวไปได้ครู่หนึ่ง ก็มีคนมาตามตัวไปเช่นเดียวกับลุงเอี่ยม ภายในตึกที่เดินเข้าไปนั้น แลเห็นคนนั่งอยุ่มากมายเขาพาเลี้ยวไปทางข้างขวา ตรงไปที่โต๊ะใหญ่กลางห้อง บนโต๊ะมีสมุดวางซ้อนทับกันอยู่ด้านหนึ่ง สองคนมีสมุดเปิดตรงหน้า อีกคนหนึ่งนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วกดให้โกเดียนนั่งลงกับพื้น พอนั่งลงเรียบร้อย คนที่นั่งตรงกลางก็เอ่ยปากถามว่า
    “แกชื่ออะไร” “ชื่อโกเดียนครับ” “อายุเท่าไร?” “42 ปีครับ” “เมียชื่ออะไร” “ชื่อดำครับ” ถามเพียงแค่นี้แล้วก็หยุดซักไซร้ หันไปถามคนข้างขวามือว่า ถูกไหม? คนถูกถามตอบว่า “ไม่ถูก ต้องชื่อเคียน อายุ 39 ปี เมียชื่อ ใบ” “อ้าว! ก็ผิดตัวละซี” แล้วคนที่นั่งกลาง ก็หันไปสั่งคนที่อยู่ทางซ้ายมือว่า ให้พาตัวไปส่งเสียโดยเร็ว พอสั่งขาดคำ ชายคนหนึ่งที่นั่งซ้ายมือก็ลุกขึ้นเดินมาฉุดแขนให้ลุกขึ้นยืนแล้วพาเดินไปจนถึงตัวตึก เรียกให้อีกคนที่นุ่งผ้าดำเหมือนกันแต่เป็นคนละคนกับที่ฉุดโกเดียนมาจากบ้าน
    พลางบอกคนนั้นว่าให้พาส่งโดยเร็วเมื่อบอกแล้ว เขาก็เดินกลับเข้าไปข้างใน ชายคนใหม่ก็พูดว่า “เดินตามมาซี” โกเดียนเนินตามหลังไปแต่รู้สึกว่าทางนี้ไม่ใช่ทางเดิมขามา เพราะทางรกและเปล่าเปลี่ยวมากไม่พบผู้คนเลยตลอดทาง เดินมาได้สักครูก็พบโครงกระดูกควาย ดูขาวโพลนไปหมด ทั้งดูจะเก่าแก่มากด้วยที่ชายโครงมีน้ำขังอยู่ด้วยคววามหิวกระหายน้ำจัด โกเดียนไม่คิดอะไรทั้งสิ้นหยุดทรุดตัวลง ตั้งใจจะวักน้ำกินเท่านั้น เอื้อมมือไปใกล้ ๆ จะถึงน้ำอยู่แล้วรู้สึกคล้ายๆ กับจะถูกผลักหัวคะมำลงไป มืดหน้าวูบแล้วหมดความรู้สึก สะดุ้งตื่น ตกใจ รู้สึกจะถูกมัดจนขยับตัวไม่ได้ลืมตาขึ้นดู ก็รู้ว่าตัวมานอนอยู่ในโลงผี และได้ยินเสียงคนพูดข้าง ๆ ขณะนั้นรู้สึกอ่อนเพลีย และหิวกระหายมาก ครั้นจะอ้าปากร้องตะโกนก็ไม่มีเสียง
    ครั้นจะลุกนั่งก็ไม่มีแรง ซ้ำยังถูกมัดเสียเน่นหนาจึงไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ลองขยับตัวก็รู้ว่าแขนพอเคลื่อนไหวได้บ้างแล้วก็ขยับข้อศอกไปกระทบฝาโลงดังกุก รู้สึกดีใจจึงพยายามรวบรวมกำลังทั้งหมดดิ้นอยู่หลายครั้ง จนแทบจะหมดแรงใจสั่นระริก จึงมีคนมาเปิดฝาโลงแล้วช่วยยกเอาตัวออกมาและบอกกับคนทั้งหลายว่าต่อไป เลิกไหว้เจ้าเผากระดาษเงินกระดาษทองเป็นแน่แท้ นี้เป็นคำบอกเล่าของโกเดียนผู้ตายไปแล้ว 18 ชั่วโมงแล้วฟื้นขึ้นมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ตลอดเวลาที่ผื้นขึ้นมาใหม่โกเดียนไม่เคยขาดจากการตักบาตรพระทุกเช้า
     
  2. Sir-Pai

    Sir-Pai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 เมษายน 2010
    โพสต์:
    1,157
    ค่าพลัง:
    +3,358
    ผมว่า ท่านโกเดียน เป็นผู้มืดมาสว่างไป แม้ช้าไปแต่ก็ยังถือว่าดีครับ

    ฉะนั้นอย่างเราๆเว็บพลังจิตเข้าถึงธรรมะได้โดยเร็วก่อนก็ขยันขวนขวายทำบุญ ละบาป ภาวนาให้หลุดพ้นกันดีกว่าครับ เพราะถึงแม้เราจะขึ้นสวรรค์แล้วมาเกิดบนโลก เราก็มีสิทธิตกนรกอีกจริงๆ ซึ้งเลย
     

แชร์หน้านี้

Loading...