โทสะที่เกิดจากการได้ยินเสียง

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Nat_usp, 24 กุมภาพันธ์ 2011.

  1. Nat_usp

    Nat_usp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    676
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,394
    ขอคำแนะนำจากเพื่อนๆพี่ครับว่า

    1. เราจะมีวิธีรับมือกับโทสะจากการได้ยินเสียงที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างไร
    คือตัวผมนี้จะมีปัญหาอยู่ว่าถ้าได้ยินเสียงเพลงดังๆเมื่อไหร่ จะเกิดโทสะทันที โดยเฉพาะเสียงร้องคาราโอเกะ
    ( ปลายปี2551 เกือบยิงคนตาย , ตอนนั้นยังไม่ได้ปฏิบัติและยังไม่ได้หันเข้าหาธรรมะ )
    ถ้าเป็นเสียงพูดดังๆ ( ถึงเป็นเสียงด่าตัวผม ผมก็ไม่เป็นอะไร ) , เสียงพระสวดมนต์ ฯลฯ
    แบบนี้ไม่มีปัญหา ไม่รู้สึกมีโทสะแต่อย่างใด

    2. ผมนั้งสมาธิอยู่ พอจะได้ที่ ( นิ่ง ) มักมีเพื่อนบ้าน หรือ รถที่ขับผ่าน เปิดเพลงดังมากๆ
    มาเสมอ แบบนี้เขาเหล่านั้นจะบาปไหมครับถ้าบาปจะช่วยอย่างไรให้เขาไม่บาป

    Note : ผมซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เมื่อก่อนก็สงบดี
    แต่ยิ่งความเจริญเข้ามามากเท่าไหร่ยิ่งเหมือนสลัม บ้านนู้น บ้านนี้ รถต่างๆ เปิดเครื่องเสียงดังมากมาย<O:p</O:p
     
  2. moshininja

    moshininja เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    211
    ค่าพลัง:
    +103
    1. เราจะมีวิธีรับมือกับโทสะจากการได้ยินเสียงที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างไร
    คือตัวผมนี้จะมีปัญหาอยู่ว่าถ้าได้ยินเสียงเพลงดังๆเมื่อไหร่ จะเกิดโทสะทันที โดยเฉพาะเสียงร้องคาราโอเกะ
    ( ปลายปี2551 เกือบยิงคนตาย , ตอนนั้นยังไม่ได้ปฏิบัติและยังไม่ได้หันเข้าหาธรรมะ )
    ถ้าเป็นเสียงพูดดังๆ ( ถึงเป็นเสียงด่าตัวผม ผมก็ไม่เป็นอะไร ) , เสียงพระสวดมนต์ ฯลฯ
    แบบนี้ไม่มีปัญหา ไม่รู้สึกมีโทสะแต่อย่างใด

    ตอบ แท้จริงอารมณ์โทสะหรือโมโหหรือแม้กระทั่งรื่นรมณ์นั้นเกิดจากเสียงหรือเกิดจากสิ่งใด? เมื่อถึงเวลานั้นอีกครั้งลองกลั้นหายใจและฉุกคิดดูสักสามวินาทีนะครับ แล้วบอกกับตัวเองให้อยู่เฉยๆ ทำใจเงียบๆ สักพัก หายใจกลับเข้าลึก ๆ พยายามหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก่อนอารมณ์โทสะนั้นจะหายไป ขอให้เจริญในธรรมครับ


    2. ผมนั้งสมาธิอยู่ พอจะได้ที่ ( นิ่ง ) มักมีเพื่อนบ้าน หรือ รถที่ขับผ่าน เปิดเพลงดังมากๆ
    มาเสมอ แบบนี้เขาเหล่านั้นจะบาปไหมครับถ้าบาปจะช่วยอย่างไรให้เขาไม่บาป

    ตอบ เรื่องบาปกรรมนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรตามหาเหตุ หรือแสวงหาผล จับต้นหรือชนปลาย เปรียบเหมือนยามเราเข้าไปในป่า ถ้ามีใครสักคนถามคุณว่าต้นไม้ต้นไหนเกิดเป็นต้นแรกของป่า เรื่องราวของบาปกรรมก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่เราพึงเข้าใจแค่ว่าสิ่งนั้นที่เป็นอยู่คือสิ่งนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดมาก็คือสิ่งนั้น มันมาทำหน้าที่ของมันเมื่อหมดภาระฉุดรั้งให้อยู่ไว้ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีสิ่งใดเที่ยงเลย แต่หากจะพูดในเชิงบาปกรรม ให้เราคิดเสียว่าการบรรลุธรรมโดยยาก มีมารขวางนั่นก็เพราะนานมาแล้วครั้งหนึ่งเราอาจเผลอทำสิ่งแบบนั้นไปโดยไม่รู้ตัวหรือจำไม่ได้กับผู้อื่นมาก่อนเป็นต้น แต่หากเจตนาของใครก็ตามเป็นไปเพื่อขัดขวางผู้ปฏิบัติธรรมโดยตรง นั่นถือเป็นบาปใหญ่ ฝากไว้สำหรับผู้ต้องเข้าวัดเข้าวาบ่อย เวลาเจอผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ จะเดิน จะนั่ง จะเปิดประตู หรือรับโทรศัพท์ให้สำรวมตัวเองไว้บ้าง เพราะแต่เดิมมา มีชายคนนึงเคยกระทำการรบกวนพระผู้ปฏิบัติธรรมจนสมาธิเสีย เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนาน เขาได้สะสมบารมีจนเกิดใหม่ได้บวชเป็นพระ บำเพ็ญสมาธิจวบจนจะได้บรรลุ กระนั้นกรรมเก่าแต่อดีตก็แสดงผลทำให้เขาไม่สามารถตรัสรู้ในขั้นสุดท้ายได้นั่นคือ เมื่อเข้าสมาธิถึงจุดหนึ่งอาการไออย่างรุนแรงของสังขารจะดึงสมาธิของพระรูปนี้ออกมาทุกครั้งร่ำไป พระรูปนี้พิจารณาถึงเหตุปัจจัยพบว่าเป็นเศษกรรมในอดีตเนิ่นนานมาที่ตนเคยกระทำให้ผู้ปฏิบัติธรรมหลุดจากสมาธิจึงไม่อาจบรรลุได้ กรรมนั้นจึงมาส่งผลถึงตนในขั้นสุดท้ายก่อนบรรลุธรรมเช่นกัน ไม่ว่าจะรักษาให้หายอย่างไรอาการแห่งกรรมก็ไม่อาจหายไปได้ แต่นับว่าพระท่านผู้มีปัญญาและใจห้าวหาญ รักในนิพพาน หวังหลุดพ้นมากกว่าสิ่งใด จึงเข้าสมาธิเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อสมาธิคงตัวใกล้จุดสุดท้ายแห่งการบรรลุธรรม ก่อนที่ตัวกรรมจะบังเกิดแสดงผลท่านก็ได้ลดระดับสมาธิลงกระทันหันคว้ามีดเชือดคอหอยตัวเองเป็นการใช้กรรม อาการไออย่างรุนแรงไม่อาจเกิดได้อีกแล้ว ท่านจึงกลับเข้าสมาธิอีกครั้ง ตั้งจิตเพ่งไปที่เวทนาที่เกิด และสังขารที่เริ่มเสื่อมถอยเป็นลำดับ จนกระทั่งเข้านิพพานไปในลมหายใจสุดท้าย เป็นประการเช่นนี้แล.....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 กุมภาพันธ์ 2011
  3. Nat_usp

    Nat_usp เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    676
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,394
    ขอบคุณมากๆครับผม ( ข้อสองนี้ท่าจะใช่ เพราะตอนผมเด็กๆไปทำบุญที่วัดเคยป่วนเหมือนกันครับ แต่ตอนนั้นเป็นเด็ก ไม่รู้จริงๆ )
     
  4. bestsu

    bestsu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    277
    ค่าพลัง:
    +617
    ตามความคิดผมนะครับ
    ๑ รู้เท่าทันให้ได้ โกรธก็รู้ เกลียดก็รู้ เจ้ากิเลสนี่มันขี้อายนะ รู้ทันมันเมื่อไรหนีไปทุกที
    ๒ บาป ไม่บาป อยู่ที่เจตนา ขับรถผ่านหรือเปิดเพลงฟัง แต่เขาไม่รู้ว่าเราทำสมาธิอยู่ มันไม่บาปหรอก แต่ถ้ารู้แล้วยังทำ นี่บาปเห็นๆ
    และเพิ่มเติม ท่านต้องฝึกบ่อยๆครับ เมื่อถึงเวลานึง ต่อให้นั่งกลางแดด หรือไปดูคอนเสิร์ต จิตก็ดิ่งลงห้วงแห่งสมาธิได้สบาย
     
  5. glory01

    glory01 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มกราคม 2010
    โพสต์:
    48
    ค่าพลัง:
    +50
    เป็นเหมือนกัน ผมพอแก้ได้บ้างแต่ได้ไม่นาน

    หลังบ้านนั่งกินเหล้าหันลำโพงมาทางห้อง เสียงเพลงดังมากจนคนในห้องพูดกันยังต้องตะเบ็งเสียง ตอนแรกๆก้พอระงับอารมณ์ได้อยู่ 2 ชม ผ่านไปสติแตกเลย

    ยังหาทางแก้อยู่ แต่ตอนนั้น ร่างกายมึนไปหมดเพราะโดนเสียงดังๆอัดใส่เป็นเวลานาน
    เข้าใจว่าคงเป็นกรรม คงเคยทำเขาไว้ เลยต้องโดนคืน
     
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    59,794
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +37,609
    ขอบคุณจขกทและคุณmoshininja ค่ะ และเกิดขึ้นกับตัวเองเลย เพราะตอนนั้นใจกําลังเป็นสมาธิมากๆในโบสถ์ เขามาจากใหนไม่ทราบเปิดประตูเข้ามาหาหลวงพ่อแล้วเกิดจามออกมาลั่นเลย(เหมือนฟ้า่ผ่า)สะดุ้งเฮือกเลยโกรธ ตั้งแต่บัดนั้นเลยหายหมดและไม่เคยทําได้ถึงขั้นนั้นอีก ได้แต่ให้อภัยเขาไป
     
  7. เอกวีร์

    เอกวีร์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2008
    โพสต์:
    3,972
    ค่าพลัง:
    +3,242
    เวลาเราเจอผัสสะอะไรกระทบ แล้ว โทษะ เกิดง่าย อันนี้แปลว่า ทานบารมี 1 ใน10
    ของบารมี 10 ทัศ คุณทำมาน้อย หรือ ทำมายังไม่ตรงกับอรรถของทาน

    คุณสามารถทดสอบได้ง่ายๆ อย่างเคสนี้ เป็นเรื่อง ของเสียง

    คุณลองพิจารณาว่า คุณเคยใช้เสียงของคุณสร้างความสุข เป็นทาน โดยไม่หวัง
    ผลในปิติแลสุข หรือ หน้าตา บ้างไหม

    เคยพูดจาไพเราะกับคนอื่นไหม เคยพูดชมเชยคนอื่นยามที่สมควรชมเชยไหม หรือ
    ว่า เกรงว่าความสงบเสงี่ยมจะเสียไปหากเอื้อนเอ่ยเจรจาพาที

    ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่า มีอาการตระหนี่ธรรม หวงแหนความสงบเสี่ยมจะถูกทำลาย
    ไปเพราะการเอื้อนเอ่ยวาจาออกไป ก็ลองฝึกฝนทำทาน ชนิดนี้ดู บางทีแค่ยิ้ม(โสรัจจะ)
    ให้กับคนที่ทำเสียงดังแม้ต้องข่มใจ(ขันติบารมี) ก็ไม่แน่ว่า บารมี 10 ทัศ ที่จำเป็น
    ต่อการ ภาวนา มันจะเต็มขึ้นมาได้ หากบารมีเต็ม การภาวนาจะไม่ยาก แม้มีอุปสรรค
    ก็เป็นเพียง สิ่งที่ช่วยให้เราภาวนาได้ ไม่ใช่เรื่องขัดขวางหรือทำลายการภาวนาของเรา
    แต่อย่างใด

    ซึ่ง มันจะตอบปัญหาต่อเนื่อง ที่คุณถามได้ทันทีว่า คุณนั่งสมาธิอยู่เขามาทำเสียง ใคร
    บาป

    หากบารมีเต็ม จะไม่โทษว่าเขามีบาป แต่คนนั่งสมาธินั้นแหละบาป เพราะ "จิตขุ่นมัว"
    เป็นคนแรก

    หากบารมีเต็ม จะไม่เห็นหรอกว่า เสียงที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องขัดขวาง มีแต่ นั้นแหละ
    ครูสอนสมาธิอย่างดี เพราะยามที่เกิดเสียงแล้วสะดุ้งหรือโทษะเกิดนั้น มันบอกได้อย่าง
    หนึ่งว่า กำลังอยู่ในสมาธิผิดฝาผิดตัว

    เพราะถ้า อยู่ในสมาธิที่ถูกตัวละก้อ ไม่มีทางที่จะเกิดโทษะแทรก ดูจรณะของผู้ปฏิบัติ
    ดีปฏิบัติชอบได้เลย เมื่อเห็นว่ากำลังอยู่ในสมาธิผิดตัว ส่วนมาก ไม่ต้องกังวลมาก
    เราแค่ ลดระดับการพิจารณามาที่ "ทาน กับ ศีล" แค่นั้นแหละ มันขาดตัวนี้เป็นเหตุ
    เสียส่วนใหญ่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 กุมภาพันธ์ 2011
  8. นิดหนึ่ง

    นิดหนึ่ง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +0
    เสียงก็อยู่ส่วนเสียง ที่มีปัญหาเพราะขาดสติ จิตจึงไปยึดเอาเสียงมาปรุงแต่ง จนเป็นความขุ่นเคือง ไม่พอใจ เกิดความโกรธ โทสะ

    ต้องตั้งสติดึงจิตกลับมาอยู่กับคำบริกรรมหรือลมหายใจเข้าออกให้ได้

    ใหม่ๆ ก็ยาก นานไปก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
     
  9. gaiou419

    gaiou419 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    331
    ค่าพลัง:
    +716
    เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ตอนแรกๆ ที่พึ่งปฏิบัติใหม่ๆ สมาธิไม่แข็งพอ มีอะไรมากระทบ
    นิดหน่อยเช่น หาวมากหรือจาม ก็ไปเลย กว่าจะเข้าสมาธิใหม่ได้ก็นานโข
    พอปฏิบัติมากไปอีกหน่อย ก็พอจะพยุงได้เวลาหาว หรือมีเวทนาที่เกิดขึ้นกับตัว
    แต่พอมีเสียงก็หลุดอีก เมื่อไม่นานมานี้โกรธแมวของพี่ชายมาก ทั้งๆที่เป็นคนรักสัตว์
    แต่พอนั่งได้ที่กำลังดิ่งลง มันก็มาเลียตัวเองแผล่บๆ ดังลั่นข้างๆเรา จริงๆแล้ว
    ถ้าไม่นั่งสมาธิก็ไม่โกรธ ก็เป็นธรรมชาติของแมวที่ต้องทำความสะอาดตัวเอง
    เราไม่พอใจเอง ปรุงแต่งอารมณ์โกรธเอง แล้วเราก็เอาทุกข์เข้ามาเองทั้งหมด
    แมวไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย มันก็ทำที่มันทำปรกติ เหมือนเสียงรถราที่วิ่งผ่าน
    บ้านคุณ เขาก็ขับปรกติของเขา ที่ไม่ปรกติก็คือเรา ที่เก็บไปเป็นอารมณ์โกรธ
    ไม่พิจารณาที่มาของความโกรธ และละมันเสีย พูดง่ายๆ ว่าเรารับเอง รู้เอง
    คิดเอง ปรุงเอง สร้างเอง โกรธเอง โดยที่โลก ก็ยังดำเนินไปเหมือนเก่า
    ดิฉันแก้โดยการ ซื้อ In-Ear headbud มาใช้ ลดการได้ยินไปเสีย 80%
    ยี่ห้อ KOSS นะคะ เพราะรู้ว่ายังไม่แกร่งพอที่จะตัดการรับรู้และปรุงแต่งจากภาย
    นอก ลองเพ่งกำหนดจิตให้มากขึ้น เพราะเวลามีอารมณ์โกรธ ก็พิจารณาอารมณ์
    โกรธที่เกิดขึ้นนั้นเลยนะคะ ว่าจริงๆ แล้ว ใครโกรธกันแน่ จิตไปรู้อารมณ์เฉยๆ
    มันรู้แล้วก็บันทึกไว้ มันก็ทำหน้าที่ของมัน เพราะเราก็เกิดมาเป็นโกฐิล้านกัปป์ภพชาติ
    เป็นมาหมดทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเทวดา มนุษย์ สัตว์นรก เดรัจฉาน เปรต สัมพเวสี
    ไปมาทุกภพแล้ว โกรธมานับครั้งไม่ได้ เสียใจ ดีใจ อะไร จิตมันบันทึกไว้หมด
    ถ้ามันพูดได้ มันก็คงบ่นว่า "อีกแล้ว ของเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่แล้ว จดมาไม่รู้กี่
    ร้อยกี่ล้านชาติแล้ว โกรธตัวเดิมๆ" ทีนี้จิตเรามันไม่ได้โกรธ แต่แค่ไปรู้อารมณ์โกรธ
    เราก็น่าจะพิจารณาได้แล้วว่าโกรธมันอยู่ที่ไหน และเกิดที่ไหน (เกิดที่กายหรือ อะไร)

    จิตทำหน้าที่รับรู้ได้อารมณ์หนึ่งๆ ถ้าความว่างเข้ามาแทนที่ ความโกรธก็อยู่ไม่ได้
    ถ้าความโกรธ ความครุ่นคิดยังอยู่ ความว่างก็อยู่ไม่ได้ เหมือนรถไฟฟ้าที่คุณขึ้น
    ถ้าคันหนึ่งจอดอยู่ อีกคันก็เข้ามาจอดไม่ได้ ถ้าอีกคันเข้ามาจอดแทน คันเก่าก็อยู่ไม่ได้
    ก็ต้องย้ายออกไปตอนนี้ (ด้วยอุปกรณ์ช่วย) ดิฉันมีการพัฒนามากขึ้น คือ มีเสียง
    ก็คิดว่า เสียงเข้ามา ก็สักแต่ได้ยิน ไม่เก็บเข้ามาปรุง จิตที่ว่างเปล่าเป็นดวงสว่าง
    แถวลิ้นปี่ยังอยู่ที่เดิม เวลาจามก็เห็นว่าร่างกายมันจาม จิตที่ลิ้นปี่ก็ยังว่างเปล่าอยู่ที่เดิม
    เดี๋ยวนี้สมาธิก็เลยไม่หลุดง่ายเหมือนก่อน (แต่ก็ยังใช้ headbud) อยู่นะคะ 555
    เป็นกำลังใจให้นะคะ เรามาทางเดียวกัน ต้องช่วยพยุงกันหน่อยค่ะ พลาดพลั้งอย่างไร
    ขออภัยนะคะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. pkaii

    pkaii สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +18
    เมื่อคืนมีคนข้างบ้านกินเหล้า ส่งเสียงดัง เปิดเพลงเธค ทัี้้งหญิงชาย ตั้งแต่หัวค่ำถึง ตีสาม
    พอดีได้หลับไปแล้วตื่นประมาณตี 1 ครึ่งนอนไม่หลับอีกเลย เพราะเสียงนี้
    จะไปบอกทาง จนท.ก็กลัวว่าจะมีปัญหา จึงไม่ได้โทร เลยใช้วิธีนี้ค่ะ
    1. เอา earplug อุดหู หนึ่งข้าง
    2. เอามือถือ ที่เคยโหลด นิทานธรรมะ "ลีลาวดี" มาฟัง รู้สึกว่า
    ดีมาก ๆ เพราะว่า เสียงจากหูเรามันดังกว่า เสียงภายนอก รู้สึกเพลิืนแล้วก็หลับไปเลยค่ะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...