#โพสต์ให้อ่าน เพื่อแบ่งปัน

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย nouk, 20 กรกฎาคม 2019.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    กองทัพธรรมรวมลงที่จิตเพื่อประหานกิเลสให้เป็นสมุจเฉท

    เมื่อไม่มีการประหาน กิเลสมันก็ไม่ตาย การเล่นกับกิเลสก็เป็นเหมือนหมองู สุดท้ายโดนฉกตายเพราะงู

    กองทัพธรรมของพระอริยเจ้า หมายถึง โพธิปักขิยธรรม 37 องค์ธรรมแต่ละองค์คือทหารกล้า ต่อสู้เพื่อประหานกิเลสในจิตตน
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    กระดิ่งทำไห้เกิดเสียง.สำเนียงทำไห้เกิดภาษา.คาวมรู้ทำไห้เกิดปัญญา.เมื่อเกิดปัญญาก็จะเห็นตามคาวมเป็นจริง.ที่เขียนส่งมา.เขียนส่งมาด้วยคาวมจริงใจ.
     
  3. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    "ธาตุมีอยู่สอง หรือมีสองธาตุ คือเป็นธาตุที่ไม่มีความรู้ อีกธาตุหนึ่งเป็นธาตุที่มีความรู้

    ธาตุอย่างหนึ่งคือธาตุที่ไม่มีความรู้อะไร ไม่มีความรู้เลย เขาจะเอาไปเผาก็สบายมาก นอนเฉย อันนี้ธาตุไม่มีความรู้ ธาตุไม่มีความรู้คือร่างกายของเรา คนเราสัตว์โลกมีกายมีจิต กายเป็นของที่เจริญเติบโต เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างเราก็เห็นกันอยู่ สิ่งที่เจริญเติบโตก็เอาสิ่งที่มีในโลกนี่เอามาเป็นเครื่องเจริญเติบโต

    ส่วนจิตนี้เป็นของที่มีอยู่อย่างนี้ เป็นธรรมชาติที่มีอยู่อย่างนี้ เป็นธรรมชาติที่มีแต่ธาตุรู้ ไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีวัตถุเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่จะไปจับไปส่องให้รู้ให้เห็น แต่ธาตุรู้คือจิตนี้สามารถที่จะเอาจิตที่สว่างส่องให้เห็นชัดได้ จิตที่มีความสว่างไสวส่องเข้ามาดูจิต สามารถที่จะเห็นจิตชัดได้ จิตเป็นของมีอยู่ จิตดวงนี้เป็นสิ่งที่ไม่เสียหาย เป็นสิ่งที่ไม่ตายเป็น เพราะเป็นธรรมชาติที่มีอยู่แต่ไหนแต่ไรไม่ใช่ของเกิด

    พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีธรรม ก็ทรงบำเพ็ญใส่จิตดวงนี้ จิตดวงนี้ได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า เป็นจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสตัณหาเจือปน ก็จิตดวงนี้ เรียกว่า จิตเข้าถึงพระนิพพาน คือดับกิเลสตัณหาทั้งหมดก็จิตดวงนี้ล่ะ ดวงที่รู้ๆนี่ล่ะ จิตพระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นอย่างนี้ จิตเราก็เป็นอย่างนี้ จิตทั่วโลกธาตุเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น..."

    หลวงปู่แบน ธนากโร
    วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    คัดลอกมาฝากค่ะ

    ภูมิจิตพระอนาคามี
    *******************
    พระอนาคามี ยังมี “มานะ” อยู่ แต่มันเป็นของละเอียด แต่ความสำคัญตนว่าเหนือเขา ในพระอนาคามีไม่มี แต่ท่านมีมานะของท่านอย่างหนึ่งนั่นแหละ

    “มานะ” เป็นภูมิของพระอรหันต์จะตัดขาดได้ อวิชชาก็ยังอยู่ พระอนาคามีก็ยังมีความเห็นไม่ลงรอยกับแนวทางอริยมรรคในขั้นนี้ คือ ในขั้นอรหัตตมรรค ท่านยังข้องใจสงสัยอยู่ เพราะความข้องใจสงสัยก็จัดเป็นมานะประเภทหนึ่ง คือ ยังไม่เห็นด้วยอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นจึงยังข้องอยู่ ไม่ใช่มานะแบบสำคัญว่าตนดีกว่าเพื่อน หรืออะไรทำนองนี้ คือว่าทิฏฐิมันยังไม่ลง ยังไม่ลงสนิทดี คือ การพิจารณามันยังไม่แตก ยังมีความข้องใจอยู่ บางสิ่งบางอย่างที่มันละเอียดนี่ มันยังข้องๆ อยู่อเพียงแต่สงสัยว่า นี่มันใช่หรือเปล่า ใช่หรือไม่ใช่ มันก็จัดเป็นพวกมานะแล้ว

    พระอนาคามียังตัดสังโยชน์ละเอียดไม่ได้อีก ๕ เพราะภูมิจิตของท่านละเอียด บางท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าท่านสำเร็จแล้ว นี่ก็เป็นมานะเหมือนกัน แต่มานะทิฏฐิที่ไปสำคัญว่าตัวดีกว่าเพื่อนกว่าฝูงหรือไปข่มคนโน้นคนนี้ท่านไม่มีแล้ว

    ความที่จิตคิดมาก คนทั้งหลายว่าจิตฟุ้งซ่าน ภูมิจิตของพระอนาคามีนี่ ถึงแม้ว่าจิตท่านจะฟุ้งซ่าน ก็ไม่มี “ปฏิฆะ กามราคะ” ปฏิฆะไม่มี ฟุ้งนี่มันฟุ้งๆ ไป ความยินดีความยินร้ายไม่มี

    พระอรหันต์จิตก็ฟุ้งเหมือนกัน ฟุ้งด้วยความรู้ ด้วยสติปัญญา แต่ความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญในความคิดอ่านของท่านไม่มี ความยินดีไม่มี ความยินร้ายไม่มี จิตของพระอรหันต์สักแต่ว่ากิริยา คิดก็เป็นเพียงแต่กิริยาจิต

    พระอนาคามียังหลงสังขารอันละเอียดอยู่ ... กามราคะ ปฏิฆะท่านหมดไปแล้ว ที่ท่านต้องไปเกิดเป็นพรหมมีรูป (รูปพรหม) อันนั้นมันเป็นวิสัยของพระอนาคาเป็นอย่างนั้น ท่านไปเกิดในพรหมโลกชั้นสุทธาวาส แล้วก็ไม่ย้อนกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ บำเพ็ญเพียรต่ออยู่ที่นั่น ก็ได้สำเร็จอรหันต์

    ทีนี้ถ้าหากว่าท่านไปเกิดเป็นพรหม ชนิดที่ไม่มีรูป (อรูปพรหม) ท่านก็ไม่มีโอกาสได้บำเพ็ญต่อเพราะว่าการบำเพ็ญธรรมนี่มันต้องอาศัยกายเป็นหลัก

    “กามราคะ” เป็นกิริยาอาการของจิตที่มีความกำหนัด ซึ่งจะมีรูปก็ตาม ไม่มีรูปก็ตาม ในความรู้สึกนี่มันก็เกิดความกำหนัด แต่รูปราคะนี่ ความกำหนัดในรูป คือมันต้องเห็นรูป แล้วมันจึงเกิด หรือจิตคิดถึงรูปที่เราชอบ มันก็เกิด

    “ปฏิฆะ” ความหงุดหงิดใจ มันเป็นจุดเริ่มของความโกรธ กามราคะเป็นจุดเริ่มของความกำหนัดยินดี ปฏิฆะเกิดจากไหน มันเกิดจาก “อรติ” คือ ความไม่ยินดี กามราคะเกิดจาก “รติ” คือ ความยินดี

    “อรูปราคะ” ความยินดีในรูป หมายถึงจิตที่ไปยินดีใน อรูปฌาน เช่น อย่างพรหมไม่มีรูป พรหมนี่มีอยู่ ๒ ประเภท รูปพรหม อรูปพรหม พวกอรูปพรหมนี่ติดในความไม่มีรูป จึงไปเกิดเป็นอรูปพรหม การบำเพ็ญเพียรของเขา บำเพ็ญไปสู่ความไม่มีรูป


    หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
     
  5. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    #หลับในฌาน ลงนรกไม่ได้

    ผู้ถาม : หลวงพ่อคะ หนูไม่ค่อยจะมีเวลาทำสมาธิเลยค่ะ จะทำยังไงดีคะ.?

    หลวงพ่อฯ : คนที่ไม่มีเวลา ไม่มี นอกจากขี้เกียจ

    ผู้ถาม : กลางวันทำงาน กลางคืนก็ติดธุระ บางทีจะนั่งสมาธิ ลูกก็กวน

    หลวงพ่อฯ : จะนั่งทำไม ให้ลูกมันหลับ เวลาเรานอนน่ะ สมาธิทำทั้ง นั่ง นอน ยืน เดิน เขาไม่ได้ห้ามต้องนั่งเสมอไป ใช่ไหม จริง ๆ แล้ว ถ้าเรามีสมาธิก่อนหลับ สัก ๒ นาที ก็พอใจแล้ว สมาธิไม่ต้องมาก ที่พระพุทธเจ้า ตรัสกับ พระสารีบุตร ว่า...

    "สารีปุตตะ ดูก่อน สารีบุตร บุคคลใดมีจิตว่างจากกิเลส วันหนึ่งชั่วขณะจิตหนึ่ง เราขอกล่าวว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีจิตไม่ว่างจากฌาน"

    เห็นไหม! ก็มัวเอาแต่เรื่องนั่งที่เขาว่า อีตอนนอนนั่นแหละ นอนสบาย หัวถึงหมอนปั๊บ นึกถึง "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต" นึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ และภาวนา "พุทโธ" หายใจเข้า นึกว่า "พุท" หายใจออก นึกว่า "โธ" หายใจ ๒ ฟื้ด หลับไปเลย ใช้ได้เลย อย่าลืมนะ ตอนที่ภาวนา หลับเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีนะ ว่า ถ้าจิตไม่ถึงฌานนี่ มันจะไม่หลับ ถ้าจิตถึงฌานปั๊บ มันจะตัดหลับทันที ทีนี้ว่าถ้าภาวนา หรือ ว่านะโม อยู่ ถ้ามันหลับเวลานั้น มันจิตถึงฌาน ขณะที่หลับอยู่กี่ชั่วโมง เขาถือว่า ทรงฌานนั้นอยู่ระหว่างหลับ ถ้าตายระหว่างนั้น จะไปตามกำลังของฌานทันที เห็นไหม ที่ว่าไม่มีเวลา คนขี้เกียจนะ เวลามันมี ใช่ไหม

    ถ้าจะให้ดี เวลาตื่น เอาอีกนิด ไม่ต้องลุก ถ้าไม่ปวดอุจจาระปัสสาวะ นะ พอตื่นปั๊บ เอาอีกหน่อย จับลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า นึกว่า "พุท" หายใจออก นึกว่า "โท" ๒ - ๓ ครั้ง ก็พอแล้ว จิตไม่นึกถึงใคร แค่นี้ใช้ได้ทุกวัน ขอยืนยันว่า ลงนรกไม่ได้..

    ----------------------------
    #หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    ...”รู้อย่างนี้บวชตั้งนานแล้ว”...

    ...ช่วงที่อยู่คนเดียว ก็เดินจงกรมสลับกับการนั่งสมาธิ พยายามตัดการหาความสุขทางร่างกาย ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และอ่านหนังสือธรรมะ อ่านแล้วก็พอจับแนวทางในการปฏิบัติได้ เช่น มรรค ๘ มีอะไรบ้าง เราก็ตรวจดูว่าเรามีหรือเปล่า หรือขาดอะไร ถ้าขาดก็เติม เช่น ขาดสัมมาสติ ขาดสัมมาสมาธิ ก็พยายามฝึกสติอยู่เรื่อยๆ พยายามนั่งมากๆ พอออกจากสมาธิแล้วก็กลับไปเดินจงกรมใหม่

    ปฏิบัติอย่างนั้นมาประมาณหนึ่งปี เงินที่เก็บไว้ใช้ใกล้จะหมด ก็เลยถามตัวเองว่าจะเอายังไงดี ถ้าอยากจะปฏิบัติต่อก็ต้องไปบวช เพราะจะได้มีเวลา

    ถ้าไม่อยากบวชก็ต้องไปทำงาน แต่เวลาในการปฏิบัติจะเหลือน้อย เพราะต้องใช้ไปกับการทำงาน จึงได้ตัดสินใจไปบวช

    แต่จริงๆ ตอนต้นก็ไม่อยากจะบวช เพราะคิดว่าเหมือนการไปติดคุก “ไปเข้ากรงขัง “แต่พอได้บวชแล้ว ได้เข้ากรงแล้ว
    "มารู้ว่าเป็นกรงทอง..
    รู้อย่างนี้บวชตั้งนานแล้ว"

    .
    บวชแล้วดีจะตายไป ..แต่กิเลสมันไม่ชอบ
    มันชอบอิสรภาพ มันยังอยากไปโน้นมานี่ ยังอยากจะทำอะไรตามใจชอบอยู่
    “แต่มันเป็นโทษมากกว่า”

    .
    แต่พอถูกบังคับให้อยู่กับที่ มันก็เลย
    "ต้องสู้กับความอยากที่จะไปโน่นมานี่"
    มันก็เลย..."ทำให้จิตสงบ"
    พอสงบแล้วก็..สบาย
    มันก็เฉยๆ ทีนี้อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้.

    .......................................
    .
    คัดลอกหนังสือ สัมมาทิฏฐิ
    พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
    ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน
    วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  7. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    คนที่อยู่ข้างนอก..แต่ไม่มีคาวมสุข.ก็ไม่ต่างอะไร.กับติดคุก.แห่งอิสระภาพ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 23 กรกฎาคม 2019
  8. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    วจีสุจริต

    เว้นจากการพูดเท็จ
    เว้นจากการพูดส่อเสียด
    เว้นจากการพูดคำหยาบ
    เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อเหลวไหล

    คือแม้ว่าจะเป็นความจริง แต่หากว่าเป็นคำส่อเสียดก่อให้เกิดความแตกร้าว เช่นนำความข้างนี้ไปบอกข้างนั้น นำความข้างนั้นมาบอกข้างนี้ เพื่อจะยุให้ทั้งสองฝ่ายแตกกัน แม้จะเป็นความจริงที่ไม่ควรพูด เพราะทำให้เขาแตกกัน เข้าในพวกส่อเสียด

    หรือแม้ว่าเป็นคำหยาบ ไม่ได้มุ่งจะหลอกลวงให้เข้าใจผิด แต่ว่าเป็นคำหยาบคาย เช่นเป็นคำด่าว่า เป็นสัตว์ดิรัจฉานอย่างโน้นอย่างนี้ อะไรเป็นต้น

    หรือแม้วาจาอย่างอื่นซึ่งเป็นการกล่าว กดให้เลวลง ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น และก็ไม่ได้มุ่งที่จะหลอก แต่ว่ากล่าวด้วยความโกรธ ด้วยความเหยียดหยาม ต้องการจะกดเขาให้เลว ก็ไม่ควรพูด

    และแม้ว่าเป็นคำที่เพ้อเจ้อเหลวไหล ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย ไม่มีขอบเขตจำกัด หาสาระแก่นสารมิได้ หรือว่ามีสาระแก่นสารน้อยเกินไป ก็เป็นคำไม่ควรพูด
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    วจีทุจริต

    วาจาเช่นที่กล่าวมานี้ คือ การพูดเท็จก็ดี การพูดส่อเสียดก็ดี การพูดคำหยาบก็ดี การพูดเพ้อเจ้อเหลวไหลก็ดี ก็นับว่าเป็น วจีทุจริต คือ การพูดที่เป็นทุจริตเสมอกัน

    เพราะฉะนั้นแม้เป็นความจริง ก็ไม่ใช่ว่าเป็นข้อที่ควรพูดเสมอไป ต้องอยู่ในขอบเขตอันสมควร

    : ทศบารมีและทศพิศราชธรรม
    : สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

    ====

    การให้ธรรมเป็นทาน เป็นทานสูงสุด ผู้ให้ให้ด้วยความเมตตา หวังบุญกุศลในธรรมทาน หากให้ด้วยความไม่เมตตา ท่านไม่เรียกธรรมทาน

    ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็น อกาลิโก ปฏิบัติได้ทุกยุคทุกสมัย ไม่มีกาล ไม่มีสมัย เป็น โอปนยิโก เป็นธรรมที่พึงน้อมเข้ามา ก็คือน้อมใจเข้ามาสู่ธรรม หรือน้อมธรรมเข้ามาสู่ใจ ฯลฯ

    ใครทำดีทำชั่วเมื่อใด ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนนั้น ก็จะประจักษ์แจ้งในจิตในใจของเขาเองเมื่อนั้น ไม่ว่ากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ความจริงคนอื่นๆ ไม่สำคัญเท่าไหร่เลย สำคัญที่ตัวเราเองนี่แหละ ต้องแก้ที่ตัวเรา แก้ที่ใจเรา แก้ที่ความคิดของเราเอง เหตุดี ผลก็ดี เหตุไม่ดี ผลก็ไม่ดี
     
  10. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    ..วาจาเป็นเสียง..ออกภายนอก..ก็วาจานี่เเหละ.บ่งบอกถึงภายใน.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 กรกฎาคม 2019
  11. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    สติคืออะไร...มีสภาพอย่างไร?

    สติ เป็นสภาพธรรมที่เป็นโสภณเจตสิก คือเจตสิกฝ่ายดี.เป็นสภาพธรรมที่ระลึก เป็นไปในกุศล เช่นในขณะที่ให้ทาน.....ไม่ใช่เราที่ให้ แต่เป็นขณะที่สติเกิด จึงระลึกที่จะให้.

    วันหนึ่งๆ ทุกคนก็คิดที่จะได้....มีขณะไหนบ้างที่คิดจะให้ ขณะใดที่คิดจะให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สุขต่อผู้อื่น ขณะนั้น คือ สติและโสภณเจตสิกอื่นๆ ซึ่งเกิด และทำกิจหน้าที่ มีทั้งศรัทธา หิริ โอตตัปปะ อโลภะ อโทสะ อโมหะ....ทั้งหมด ๑๙ ประเภท.

    แต่ลักษณะของสติ คือ ระลึก แล้วแต่ว่าจะระลึกไปในทาน ศีล หรือภาวนา ขณะที่สติระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เพื่อความเข้าใจถูกในลักษณะนามธรรม หรือรูปธรรมนั้น เพราะได้ฟังว่า นามธรรมและรูปธรรม...มีลักษณะที่ต่างกัน แต่ลักษณะของนามธรรมจะไม่ปรากฏ...ถ้าสติไม่ระลึกรู้ลักษณะของนามธรรม และลักษณะของรูปธรรมก็ไม่ปรากฏ...ถ้าสติไม่ระลึกรู้ลักษณะของรูปธรรม.
     
  12. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    ศีล...มีใว้คุมร่างกาย...สมาธิ...มีใว้คุมวาจา..ปัญญา...มีใว้คุมจิตใจ...
     
  13. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    5Jkx.jpg
     
  14. nouk

    nouk เพราะยึดจึงทุกข์

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    11,401
    ค่าพลัง:
    +23,706
    เรื่อง : ควายเขาแหลมชนกัน

    ทาน ศีล ภาวนา ต้องประพฤติปฏิบัติเอา ไม่ใช่ไปท่องแข่งกัน แล้วเอามาอวดกัน พอตอนไปเจอกัน มัคทายกวัดก็ไปชนกัน เคยเห็นมัคทายกชนกันมั๊ย มัคทายกชนกัน มันเขาแหลม ทำไมถึงชนกันก็เพราะมันเขาแหลม เหมือนกันกับควายเขาแหลมนั้นแหละ

    คำว่า "ชนกัน" คือต่างตัวต่างอยากเอาชนะ ถือว่ารู้ศาสนพิธีเยอะ ธรรมก็รู้มันจำได้ เจ้านั้นก็รู้เหมือนกันน่ะซิ มันไม่ลงกัน ต่างตัวต่างอยากเอาชนะกัน สองตัวชนกัน มันเขาแหลม มันก็เจ็บนะสิ เกิดความโกรธ ถ้าคนชนะก็ดีใจว่าตัวเองเก่ง ถ้าคนแพ้ ก็โกรธอาฆาต พยาบาทจะเอาคืน

    แน่ะ! มันไม่เป็นธรรมสักชิ้น ไม่เป็นบุญกุศลในจิตใจเลยนั่น ท่องจำเท่าไหร่ยิ่งเกิดทุกข์ เพราะมันไม่เป็นธรรม ท่องจำได้เท่าไหร่ ยิ่งไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ประพฤติปฏิบัติเอา

    ธรรมเทศนา : พระอาจารย์สุบรรณ์ สิริธโร วัดถ้ำผาเกิ้ง

    จากเพจ...วัดถ้ำผาเกิ้ง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    เมื่อเราทำทุกอย่างด้วยคาวมเต็มใจ.เราจักได้กำลังใจ.ที่เต็มกลับมา.ไม่ว่าดีหรือไม่ดี.
     
  16. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    จะเป็นใหญ่สักแค่ไหน.หากไม่มีคุณธรรม.ก็เป็นผู้นำที่ดีไม่ได้.คุณธรรมคือทำไปแล้ว.เป็นคุณเป็นประโยชน์.กับผู้อื่นและตัวเอง.
     
  17. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    ผู้ที่ให้ทานแล้วอยากได้บุญ.จะให้ทานมากมายสักเท่าใด.ก็ไม่มีบุญ.หากไม่รู้ว่า.ทานกับบุญติดอยู่ด้วยกัน.บุญคือการระงับคาวมยาก.ระงับคาวมยากได้มาก.ก็เป็นบุญมาก.ระงับคาวมยากได้น้อย.ก็เป็นน้อย.ระงับคาวมยากไม่ได้.ก็ไม่เป็นบุญเลย.ให้ทานแล้วยากได้บุญมาก.จนกลายเป็นผู้กระหาย.ซึ่งบุญ
     
  18. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    งมเข็มในมหาสมุทรที่ว่ายาก.ยังมีโอกาสที่จะหาเจอ.แต่งมงายนี่ซิ.งมอยู่กี่ชาติก็ไม่เจออะไร.เพราะไม่รู้ว่าตัวเอง.งมหาอะไร
     
  19. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    สิ่งทั้งหลายอยู่ในกาลเวลา.ผู้ที่ออกจากกาลเวลา.คือผู้ที่ประเสริฐ.อย่างแท้จริง.
     
  20. เพื่อนผู้รอนาน

    เพื่อนผู้รอนาน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    689
    ค่าพลัง:
    +815
    ศีลเปรียบเสมือนดิน.หากดินมันแห้งมันแล้ง.ปลูกอะไรมันก็ไม่งอกไม่งาม.มีแต่จะแห้งเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...