โมฆะธรรมจะเหลืออะไรบ้างฮับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Neoworld, 29 สิงหาคม 2019.

  1. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    2,188
    ค่าพลัง:
    +8,700
    https://th.wikipedia.org/wiki/โมฆะ

    โมฆะ (อังกฤษ: void) มีความหมายโดยทั่วไปว่า เปล่า ว่าง ไม่มีประโยชน์ หรือไม่มีผล โดยในทางกฎหมายนั้นหมายความว่า เสียเปล่า หรือไม่มีผลบังคับหรือผูกพันตามกฎหมาย

    นิติกรรม (อังกฤษ: juristic act) ที่ตกเป็นโมฆะนั้น เรียก "โมฆกรรม" (อังกฤษ: void act) โดยเป็นนิติกรรมที่เสียเปล่า ใช้บังคับไม่ได้ และจะทำให้กลับคืนดีอีกก็ไม่ได้ เปรียบดั่งคนที่ตายไปแล้ว โดยนิติกรรมจะตกเป็นโมฆะเมื่อมีความวิปลาสอย่างร้ายแรง จนกฎหมายไม่อาจยอมให้มีผลตามที่คู่กรณีในนิติกรรมนั้นประสงค์ไว้ได้ และในประเทศไทย ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆกรรมขึ้นกล่าวอ้างเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนก็ได้ทุกเมื่อ ไม่มีอายุความกำกับไว้

    ทั้งนี้ กฎหมายไทยปัจจุบันเขียน "โมฆกรรม" เป็น "โมฆะกรรม" ตามรูปแบบการเขียนโบราณสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และในเมื่อสัญญา (อังกฤษ: contract) เป็นนิติกรรมสองฝ่าย สัญญาที่ตกเป็นโมฆะจึงเรียก "โมฆสัญญา" และคำว่า "โมฆกรรม" ย่อมหมายความรวมถึงโมฆสัญญาด้วย
    ===============================================
    +++ สภาวะธรรม ณ ปัจจุบันขณะ (Phenomenon appearing) เช่น "ความรู้สึกตัว" ฯลฯ
    +++ หาก "ลุงแมว รู้สึกตัวอยู่" อาการ "รู้สึกตัว ณ ขณะตั้งอยู่ (in the moment of Phenomenon appearing)"
    +++ ตรงนี้ "มีอยู่ หรือ โมฆะ"
    +++ หากลุงแมว "ทำได้ ก็ มีอยู่" หาก "ทำไม่ได้/ไม่เป็น ก็ โมฆะ" เท่านั้นเอง
    +++ คำพูดที่กล่าวมา "มันใช่สัจจธรรม" แน่เหรอ...

    +++ การปฏิบัติธรรม "ของลุงแมว" เกิด Phenomenon appearing (สภาวะธรรม ณ ปัจจุบันขณะ) หรือป่าว...

    +++ ลุงแมว "ทำ ดำรงค์สติมั่น" ได้หรือยัง
    +++ หาก "ทำได้จริง" Phenomenon is appearing in the moment of consciousness/awareness stabilities.
    +++ ทำได้เมื่อไร "สภาวะธรรม" ย่อมปรากฏเมื่อนั้น (อกาลิโก = in no time)
    +++ การ "ทำ ดำรงค์สติมั่น" นั้น มีลำดับจาก "ต้นไปหาปลาย" หรือเปล่า
    +++ หรือ "อาการจาก ต้นไปหาปลาย" เป็นการแสดง report เฉย ๆ (แสดงผลลัพธ์)
    +++ หากลุงแมว "ทำความเข้าใจ" ตรงนี้ไม่ได้ การปฏิบัติธรรมของลุงแมว ย่อมเป็น "โมฆะ"

    +++ "สันทิฏฐิโก ลงมือทำ" "อกาลิโก in no time" "เอหิปัสสิโก เป็นพยานธรรมด้วยตนเอง"
    +++ In no time, phenomenon is appearing in the moment of consciousness/awareness stabilities.
    +++ กัวจะไม่พิศดาร เด๋วลุงแมวจะไม่สะใจ ก็เอาภาษาอังกฤษไปดูเล่น ก็แล้วกัน
    +++ แปลได้ความว่า
    +++ "ไม่จำกัดกาลว่าเมื่อไร เมื่อไรก็ตาม หากทำ ดำรงค์สติมั่นได้ สภาวะธรรม ย่อมปรากฏมาเป็นพยาน ในยามนั้นเลย"

    +++ ส่วนจะ "รู้ ธรรม โดยพิศดาร" นั้น
    +++ ลุงแมวต้อง "ทำ โอปะนะยิโก" ได้เสียก่อน
    +++ ว่าแต่ว่า ตรงนี้ "ต่อให้อ่าน ตลอดชีวิต ก็ ทำไม่ได้หรอก"
    +++ การ "น้อมตน" ลงไปในสภาวะธรรม หรือ
    +++ น้อมสภาวะธรรม เข้ามา "เป็นตน"

    +++ สั้น ๆ แค่นี้แหละ มีแค่ 2 อย่างเอง คือ
    +++ 1. สภาวะธรรม ต้องมี/ต้องปรากฏ
    +++ 2. สภาวะตน ต้องมี/ต้องปรากฏ
    +++ ถึงจะ "ทำโอปนยิโก" ได้


    +++ ถามลุงแมวว่า "ทั้งหมด เป็น โมฆะธรรม หรือป่าว..."
    +++ อยู่ที่ว่า "สภาวะธรรมปรากฏ และ สภาวะตนปรากฏ" แล้วหรือยัง
    +++ แล้ว "เคยลองทำ โอปนยิโก" แล้วหรือป่าว...
    +++ หากอะไร ๆ ก็ไม่เคยทำ ไม่เคยปรากฏ แล้วจะมา "ฟุ้งซ่าน" อยู่ทำไม

    +++ หากทำได้แล้ว/ทำได้จริง ก็จะรู้ได้ด้วยตน (ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ = I known)
    +++ ว่า "สภาวะตน ก็คือ สภาวะธรรม" นั่นเอง (Myself IS an Appearance of a Phenomenon)
    +++ จากนั้น "ทำ" ดำรงค์สติมั่น "วาง" ธรรมเฉพาะหน้า ก็จะ "เป็นสภาวะรู้" ได้เองแล...


    +++ ลุงแมวจะเอาแบบ "โมฆะ/ไม่โมฆะ" ก็เลือกเอาเองนะ
    +++ สุขขะวิปัสสโก ไม่ต้องทำ "โอปนยิโก" ก็ได้ "แค่วาง 2 สภาวะ" ไปเฉย ๆ
    +++ เตวิชโช ทำ "โอปนยิโก ในส่วนของ รูปธรรม (เฉพาะหน้า)"
    +++ ฉฬภิญโญ ทำ "โอปนยิโก ในส่วนของ นามธรรม (เฉพาะหน้า)"
    +++ ปฏิสัมภิทา ใช้ "ทั้ง รูปธรม/นามธรรม" ทำให้มัน "เกิดขึ้น/ตั้งอยู่/ดับไป" ได้ด้วยตน

    +++ ลุงแมว "ทำ" ได้เมื่อไร ก็ "รู้ได้เอง"

    +++ สวากขาโต ภควตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ
    +++ Buddha said "Do it yourself, In no time, Prove it yourself, Adept yourself, Known by yourself."
    +++ ถ้าลุงแมว อยากได้พิศดารมากกว่านี้ ก็ให้ไปที่ https://translate.google.com/
    +++ แล้ว ไปให้มัน "แปล" เอา จะเอา "ภาษาพิศดาร" ยังไงก็ไป "กดปุ่ม" เลือกเอา
    +++ ขอให้ "โชคดี" จากการแปลแบบ "AI = Artificial Idiot" เอาเองนะ
     
  2. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,482
    ค่าพลัง:
    +9,243
    เวลาหลับตาจะเห็นที่เปลือกตา มีสีดำๆ ลองรักษาสภาวะของสีดำ ให้อยู่กับเรานานที่สุด..ซึ่งจะสามารถเห็นตัวจิต ที่เป็นผู้คิดนึกปรุงแต่ง หรือคำภาวนา..แต่จุดมุ่งหมายคือความมืด หรือสีดำที่เปลือกตา ต้องไม่หายไปไหน
     
  3. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,482
    ค่าพลัง:
    +9,243
    เมื่อรักษาสภาวะของสีดำจนมีความชำนาญในระดับหนึ่ง ต่อไปทดลองไม่ต้องรักษาสภาวะ ให้มาอยู่กับตัวตนในปัจจุบัน แล้วดูว่า สามารถมองเห็นจิต ที่คิดนึกปรุงแต่ง เช่นเวทนา หรือความรู้สึกในกาย ที่เกิดขึ้นว่า เห็นทันมั๊ย ดับไปมั๊ย
     
  4. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,482
    ค่าพลัง:
    +9,243
    ไปล่ะคร๊าบบบ
     
  5. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,482
    ค่าพลัง:
    +9,243
    เป็นแค่บทเรียนในชั้นประถมครับ ยังมีอีกเยอะแยะ ฯลฯ..ไปจนกระทั่งหมดความยึดถือ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
     
  6. Lungchai

    Lungchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,482
    ค่าพลัง:
    +9,243
    การหมดความยึดถือ ไม่ใช่การวางเฉย หรือต้องปล่อยวาง แต่เกิดจาดสติรู้แบบออโต้ ด้วยตัวของมันเอง เกิดเอง ละเอง เข้าใจนะคร๊าบบ
     
  7. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    9,541
    ค่าพลัง:
    +10,750
    ความสิ้นยึดที่ถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ
    (เป็นหัวหอกของการหลุดพ้น)
    ยิ่งสิ้นยึดจากภายในมากเท่าไร
    ยิ่งพอใจยินดีในการช่วยผู้ร่วมเกิดแก่แก่เจ็บตายมากเท่านั้นฮับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...