เรื่องเด่น โรคซึมเศร้าแก้ด้วยอานาปานสติ โดย หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย beverzone, 15 สิงหาคม 2019.

  1. beverzone

    beverzone ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    588
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +2,163
    EF672A96-6382-4419-BC57-2E3759ECCC20.jpeg
    ถาม : โรคซึมเศร้ารวมถึงโรคทางจิตเภทนั้น เกิดจากบุพกรรมใดในอดีตครับ ? เพราะมีญาติเป็นอยู่ โดยตอนนี้รักษากับจิตแพทย์และใช้ยาแผนปัจจุบัน (ยาต้านเศร้า) แต่ทำได้เพียงแค่ทรงอาการไว้ ไม่สามารถหายเป็นปกติได้
    ตอบ : การเจ็บไข้ได้ป่วยทุกอย่างมีผลจากเศษกรรมปาณาติบาตทั้งสิ้น ที่บอกว่าเป็นโรคซึมเศร้าแล้วรักษาไม่ได้เพราะเป็นกรรม นั่นเข้าใจผิด ถ้าสามารถสอนให้เขาภาวนาได้ เมื่ออารมณ์ใจตั้งมั่น โรคนี้จะหายเอง

    ถาม : หายขาดเลยหรือครับ ?
    ตอบ : ถ้าหลุดจากสมาธิเมื่อไรก็เป็นอีกเพราะชอบคิด ส่วนใหญ่เกิดจากการคิดสงสารตนเอง เพราะรักตัวเองมากจนเกินไป มีอะไรก็โทษว่าตัวเองเป็นหลัก ท้ายสุดเป็นย้ำคิดย้ำทำ ไม่สามารถถอนจิตออกมาจากตรงนั้นได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือแนะนำให้ปฏิบัติในอานาปานสติ ให้จับลมหายใจเข้าออกเป็นหลัก ถ้าภาวนาจนอารมณ์ใจทรงตัวได้ โรคนี้จะหาย

    ต้องบอกว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากใจที่ไม่มีเครื่องยึด ฉะนั้น...อยู่ที่ตัวเขาเอง ถ้าสภาพจิตของตัวเองมีเครื่องยึด ไม่มัวไปคิดถึงเรื่องของตัวเองอยู่ก็ไม่เป็นหรอก ถ้าสามารถคิดถึงพระได้ทั้งวันเหมือนกับที่คิดสงสารตัวเองนี่บรรลุธรรมไปนานแล้ว

    ถาม : คิดมากแล้วทำให้กลายเป็นซึมเศร้า ?
    ตอบ : จริง ๆ แล้วก็คืออย่าไปคิดต่อ ส่วนใหญ่แล้วเราจะไปคิดต่อ ทำให้ซ้ำหนักขึ้น แต่การที่จะหยุดความคิดได้นั้น สมาธิต้องดีพอ ก็คืออยู่กับลมหายใจปัจจุบันโดยไม่ไปคิดต่อ ถึงเวลาซักซ้อมการเข้าออกสมาธิให้คล่องตัว พอเรารู้สึกจะซึมเศร้าขึ้นมา เราก็หนีไปอยู่กับสมาธิ ก็จะรอดไปชั่วคราว

    อารมณ์โกรธ น้อยใจ เสียใจ สะสมไปนาน ๆ ก็ซึมเศร้า พวกนี้แก้ด้วยการบ้องหู...! เอาให้ขี้หูลั่นแล้วจะหาย นั่นเป็นตัวสักกายทิฎฐิเต็ม ๆ เลย คือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ในเมื่อเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ถึงเวลาคนอื่นทำไม่ถูกใจ กระทบขึ้นมาก็น้อยใจ เสียใจ โกรธ เกลียด ต้องบอกว่าเอาขี้ใส่ตัว ไม่กลัวเหม็นอีกด้วย

    ถาม : เขาบอกว่าเป็นสารเคมีในสมอง ?
    ตอบ : แล้วทำไมสารเคมีดี ๆ ไม่รู้จักเอาออกมาบ้าง ? ถึงเวลาก็นั่งกรรมฐานไปสิ ไม่ต้องทรงฌานหรอก เอาแค่ปีติเท่านั้นแหละ จะเอาสารเคมีฝ่ายดีสักกี่ตันก็มีให้ พวกนี้เป็นกิเลสล้วน ๆ ขี้โกรธ ขี้กลัว ขี้น้อยใจ สรุปแล้วคือขี้ทั้งนั้น ในเมื่อเอาขี้ใส่ตัวก็เหม็นเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่อยากเหม็นก็ทิ้ง ๆ ไปบ้าง
    ...................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...