โรคภัยไข้เจ็บ อันเกิดจากการนั่งสมาธิ / การฝึกจิต / การฝึกพลัง

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย suwi, 10 ตุลาคม 2008.

  1. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    ในเทพมนุษย์ มังกรแดงและมังกรน้ำเงิน จะอยู่เป็นคู่ (มีขนาดไล่เรี่ยกัน)
    ในเวลาที่เหมาะ(เมื่อคุมได้ จะขึ้นกับการกำหนดจิต) มังกรทั้งคู่จะออกมาเริงระบำกัน
    สิ่งที่เกิดคือวาตะธาตุ สีม่วงใสเจิดจรัสไปทั่วจักรวาลน้อย
    อำนาจจิตที่ดี(พลังสีเหลือง-จากสุมนาวาตะ) ย่อมคุมกำลังแห่งมังกรทั้งสองให้มากให้น้อยได้
    แสงสีแห่งมังกรทั้งสองและอำนาจจิต ที่เกิดขึ้น จะสลับสับเปลี่ยนเป็นดั่งสีรุ้งกินน้ำ กระจายทั่วไปในอากาศธาตุรอบขุนเขาสุเนรุ
    ลองควบคุม และเล่นสนุกดู
     
  2. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    จากข้อความดังกล่าวข้างบน จะเห็นได้ว่า
    ผู้ที่ฝึกพลังได้ดี ไม่ได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นอริยะเจ้า แม้แต่เศษเสี้ยวของโสดาแม้แต่น้อย
    เขาผู้นั้นก็อาจเปล่งแสงสี(ออร่ารอบตัว)เป็นแสงสีต่างๆได้

    ดังนั้น ผู้ที่สามารถเปล่งแสงรอบตัวได้ จึงไม่จำเป็นต้องเป็นพระอริยะเจ้าเสมอไป
    เขาเป็นเพียงผู้ฝึกพลังจิตได้สูง

    ในพระอริยะเจ้า ผู้เห็นมรรค และผล(เริ่มต้น) แต่ไม่อาจรวมพลังจิต เข้าคุมพลังแห่งมังกรทั้งสองได้ ท่านก็ไม่อาจเปล่งแสงเจ็ดสีรอบตัวได้
    แต่อาจจะได้สีใดสีหนึ่งหรือหลายๆสีเท่านั้น

    ที่กล่าวไว้นี้เพียงเพื่อให้ทุกท่านทราบว่า แสงสีรอบตัว มิใช่ปริญญาที่บ่งบอกว่าเขาสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นอริยะจ้าแล้ว
     
  3. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้น สมมุติว่าเป็นการฝึกรอบแรกสำเร็จ
    ก็ให้ฝึกรอบที่สองต่อดังนี้

    ให้ภาวนะว่า เกสา ทรงกลมแห่งดวงแก้วจะเกิดหนาแน่นรอบศีรษะ
    ให้พิจารณาว่า เรารับรู้ถึงทรงกลมแล้ว ทุกสิ่งที่ป็นทรงกลมย่อมมีจุดศูนย์กลางอยู่
    ให้ลองเสาะหาจุดศูนย์กลางของทรงกลมดู
    วิธีที่ง่ายวิธีหนึ่งคือ ลองหดขนาดของทรงกลมที่อยู่รอบศีรษะให้เล็กลง หดเข้าหาศูนย์กลาง(มีหลายวิธี แล้วแต่จริตคน)

    ใครทำได้แล้วลองเล่ามาให้ฟังหน่อย จะได้เขียนต่อได้ ไม่อยากเขียนเอง เออเอง
     
  4. ตัวกลมๆ

    ตัวกลมๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    722
    ค่าพลัง:
    +5,941
    เมื่อวานที่ไปดักเอายาอาจารย์สุวิที่บูธ042 โชคดีได้เรียนไปด้วย เข้าใจแล้วค่ะว่าศูนย์กลาง
    อยู่ที่ไหน เมื่อวานใช้ความคิดไม่ได้ใช้ความรู้สึก และก่อนนี้กังวลกับการหายใจ เข้าออก
    พอบอกว่าไม่ต้องสนใจ นานเท่าไหร่ก็ได้เลยสบาย

    ซัก4-5ปีที่ผ่านมา เหมือนมีใครมาดึงเอาตัวเองออกทางด้านหลังประมาณท้ายทอย
    แล้วก็เห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียง ตัวเราลอยอยู่สูงๆ แต่มองไม่เห็นหลังคา

    คิดว่าฝึกรอบแรกผ่าน(เกรดD เหะๆ)แล้วค่ะ เมื่อวานอ.สามตาบอกว่าโล่งดี:D รออ่านและฝึกต่อค่ะ
     
  5. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    มีคนตอบมา หนึ่งท่านแล้วจ้า
    ท่านอื่นๆ ไปไหนกันหมด ช่วยกันสังฆยนาหน่อย
     
  6. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    ไม่มีผู้ช่วยเลยวุ้ย
    ไม่มีใครมาต่อความยาวสาวความยืดกันเลยนิ

    เอาเถอะโดดข้ามปกิณกะแปลกๆอันเป็นผลพลอยได้ เป็นของเล่นหนุกๆ จากเกสา โลมา ฯ ไปเลยดีก่า
    แล้วสรุปเข้าสู่การอาบน้ำอุ่น/น้ำร้อน-น้ำเย็น/น้ำแข็ง เลย
     
  7. Inner Smile

    Inner Smile เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    699
    ค่าพลัง:
    +451
    มาแย้วก้าบ.. จุดกลางอยู่ตรงข้างในบริเวณกลางศรีษะต่ำกว่าหว่างคิ้วเล็กน้อย แถวๆดั้งจมูกครับ ...ยังสนใจอยู่ครับ
     
  8. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    อ้างอิง:
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ suwi [​IMG]
    เมื่อฝึก เกสา โลมา ฯ (ทุกท่านที่ได้อ่านถึงตรงนี้ คงได้วิธีฝึกแล้วและทุกคนคงได้ทดลองฝึกกันแล้ว)<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    บางท่านอาจฝึกทีละตัว จนได้ความรู้สึกดังที่กล่าวไว้ในตำราแล้วจึงเลื่อนไปฝึกตัวต่อไป ทีละตัวจนหมด<O:p</O:p
    บางท่านอาจฝึก ทีละตัวเช่นกัน แต้กำหนดตัวละ ๑-๕ นาที แล้วกำหนดตัวต่อไป วนไปเรื่อยๆเป็นรอบๆ
    บางท่านอาจฝึกไปภวนาไปกำหนดรู้ไป ตามตำรา ไหลไปเรื่อยๆ<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    ทุกแบบที่กล่าวมา ไม่มีถูกไม่มีผิด ทำได้ตามจริตของตน<O:p</O:p

    แต่เมื่อทำแล้ว ท้ายสุด จะทรงความรู้สึกดังนี้

    เกสา จะให้ควรามรู้สึกดังมีพลังเปล่งออกจากหัวเป็นทรงกลม
    โลมา จะให้ความรู้สึก ดังมีเกราะแก้วคลุมรอบตัวเป็นทรงกลม
    และถ้าขยายความรู้สึกให้กว้างออกไปอีก ทรงกลม ทั้งสองลูกจะกลืนกันเป็นทรงกลมลูกเดียวหุ้มทั้งตัว

    นะขา จะรู้สึกดังมือที่วางบนหน้าตักได้ประคองลูกแก้วใสปิ้งไว้ในฝ่ามือ หนึ่งลูก

    ทันตา ดวงแก้วที่ฝ่ามือจะวิ่งเข้าไปในตัวที่ท้องน้อย วิ่งขึ้นไปที่ฟันและทะลุออกบนศีรษะ(ในบางท่าน ดวงแก้วคล้ายละลายเป็นละอองไอแห่งพลัง ซึมเข้าในท้องน้อย)
    ความรู้สึกดังตัวยาวๆดังเสาต้นหนึ่ง
    เสาต้นนี้โบราณเรียด เสาสุเมรุ หรือเขาพระสุเมรุ
    เมื่อดวงแก้วทะลุศีรษะออกไป หัวเสาจะถูกเจาะเป็นรูเล็กๆ ๑ รู
    ในบางท่าน ดวงแก้วจะพุ่งขึ้นไปสูงมาก และเก็บละอองเย็นจากจักวาลกลับลงมาด้วย

    ตะโจ ความรู้สึกดังน้ำเย็นไหลออกจากรูที่หัวเสาไหลอาบเสาลงมา
    และน้ำนั้นดังน้ำพุกระจายาบไปทั่ว ทำให้สัมผัสถึงผิวของทรงกลมบางๆ ซ้อนอยู่ภายในของทรงกลม ที่ภาวนาเกสา โลมาพร้อมกัน
    และรับรู้ถึงความว่างเวิ้งวาง ในพื้นที่ระหว่าเสาสุเมรุกับผิวทรงกลม(ตะโจ)ที่ซ้อนยู่ในทรงกลม(ของเกสา โลมา)

    ความเวิ้งว้างระหว่างเสาสุเนรุกับผิวตะโจ คืออากาศธาตุ


    ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้น สมมุติว่าเป็นการฝึกรอบแรกสำเร็จ
    ก็ให้ฝึกรอบที่สองต่อดังนี้

    ให้ภาวนะว่า เกสา ทรงกลมแห่งดวงแก้วจะเกิดหนาแน่นรอบศีรษะ
    ให้พิจารณาว่า เรารับรู้ถึงทรงกลมแล้ว ทุกสิ่งที่ป็นทรงกลมย่อมมีจุดศูนย์กลางอยู่
    ให้ลองเสาะหาจุดศูนย์กลางของทรงกลมดู
    วิธีที่ง่ายวิธีหนึ่งคือ ลองหดขนาดของทรงกลมที่อยู่รอบศีรษะให้เล็กลง หดเข้าหาศูนย์กลาง(มีหลายวิธี แล้วแต่จริตคน)

    ใครทำได้แล้วลองเล่ามาให้ฟังหน่อย จะได้เขียนต่อได้ ไม่อยากเขียนเอง เออเอง


    </TD></TR></TBODY></TABLE>


    เพื่อง่ายในการอธิบาย สมมุติ จิต เป็น CPU คอยประมวลผล และส่งไปควบคุมอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ
    CPU ต้วนี้จะทำงานได้ ต้องมี input ที่ป้อนข้อมูลให้เพื่อใช้ในการประมวลผล
    หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ คือแหล่งนำเข้าข้อมูล
    ลักษณะของข้อมูลที่ได้ คือ เสียง(หู), ภาพ(ตา), กลิ่น(จมูก), รส(ลิ้น), สัมผัส(กาย), ความรู้สึก(ใจ)

    ในการฝึก เกสา โลมา รอบแรก ตามที่กล่าว เป็นการฝึกความรู้สึก
    เมื่อเรารู้สึก(สัมผัส)ได้ถึงดวงแก้วต่างๆ ตามที่กล่าวไว้ นั่นคือ ใจเราเริ่มเป็นทิพย์ สามารถสัมผัสสิ่งที่เป็นทิพย์ได้ด้วยใจแล้ว
    จะได้มากได้น้อยชัดเจนแค่ใหน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการฝึก

    และต่อมา ได้ทิ้งปริศนาไว้ว่าจุดศูนย์กลางของทรงกลม แห่งเกราะแก้วดวงที่ ๑ อันเกิดจาก คำภาวนาว่า เกสา อยู่ที่ใด
    ตำแหน่งที่นั้นคือ ที่นั่งของจิต ที่ใช้ขับเคลื่อนหุ่นยนต์มนุษย์

    เมื่อหดความรู้สึกให้ดวงแก้วเล็กลง เพื่อหาศูนย์กลาง ความรู้สึกจะจับได้ที่หน้าผาก ว่ามันสว่างโร่
    และรู้ว่าจุดศูนย์กลางจริงๆไม่ได้อยู่ที่หน้าผาก แต่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน(ตรงที่ Inner Smile กล่าวไว้)

    จุดที่สว่างโร่กลางหน้าผาก คือสิ่งที่เห็น(ภาพ) ส่วนผู้เห็นคือตาอยู่ที่จิตที่ศูนย์กลางกั๊กศีรษะ
    ลักษณะคล้ายกับว่าเป็นท่อยื่นจากกลางกั๊กศีรษะไปที่หน้าผาก
     
  9. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    จุดที่สว่างโร่กลางหน้าผาก คือสิ่งที่เห็น(ภาพ) ส่วนผู้เห็นคือตาอยู่ที่จิตที่ศูนย์กลางกั๊กศีรษะ
    ลักษณะคล้ายกับว่าเป็นท่อยื่นจากกลางกั๊กศีรษะไปที่หน้าผาก

    เมื่อภาวนา โลมา เกราะแก้ว ดวงที่ ๒ เริ่มเกิด เป็นทรงกลมรอบตัว
    เกราะแก้วนี้จะหนาแน่แค่ใหน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการฝึก

    แน่นอน ทรงกลมย่อมมีศูนย์กลาง มองหาศูนย์กลางนี้ แล้วหดดวงแก้ให้เล็กลง (อยู่ที่ลิ้นปี่โดยประมาณ)
    ให้สังเกตุ จุดสว่างโร่กลางหน้าผาก จะค่อยๆเคลื่อนที่ไปที่ ดวงแก้วที่ลิ้นปี่
    นั่นคือ ตาจิต(ผู้ดู) เปลี่ยนจุดมอง ไปที่ดวงแก้วลิ้นปี่
    จะชัดเจนแค่ใหนอยู่ที่ความนิ่งนาน และเข้มข้นในการฝึก

    เมื่อรวมความรู้สึก เกสา โลมา เข้าหากัน ดวงแก้วอันเกิดจากเกสา และโลมาจะขยายคลุมทั่วตัว
    หดดวงแก้วดวงใหม่เข้าหาศูนย์กลางอีกครั้ง จุดศูนย์กลางของทรงกลมจะเคลื่อนที่ไป สว่างโร่อยู่ที่ กระดูกอก
    สิ่งที่เห็นจะเคลื่อนที่จากลิ้นปี่สู่อก (แต่ตายังอยู่ที่เดิมคือกลางกั๊กศีรษะ)

    ภาวนาว่า นขา ดวงแก้วจะหดเล็กลงไปอยู่ที่ฝ่ามือ
    มองไปที่จุดศูนย์กลางของดวงแก้ว
    สิ่งที่เห็น จะเคลื่อนจากกระดูกอกไปที่ฝ่ามือ

    ภาวนาว่า ทันตา ดวงแก้วจะหดเล็ดลงเหลือเพียงจุด วิ่งเข้าในกาย วิ่งขึ้นไปที่คอ(ในปาก)
    สิ่งที่เห็นก็เคลื่อนที่จากฝ่ามือไปที่คอ(ในปาก)
    แล้วขยายตัวสว่างโร่คุมไปที่หน้าผาก
    อยู่ในภาวะนี้นานพอควรแล้วภาวนาต่อ

    ภาวนาว่า ตะโจ ความสว่างโร่ที่เห็นที่หน้าผาก จะไต่ขึ้นไปบนหัว(เสาสิเนรุ)
    แล้วเทซาลงมาอาบเสา(ขุนเขา)ทั้งต้น

    จะมองเห็นความเวิ้งว้างระหว่างเสา และผิวแห่งตะโจ (อากาศธาตุ)
    ทรงอารมณ์ที่ความว่างแห่งตะโจ นานเท่านาน

    แต่ละคนมีจริตไม่เหมือนกัน
    ลางคนชอบที่จะทรงอารมณ์ที่ จุดศุนย์กลางดวงแก้วที่ฝ่ามือ
    ลางคนชอบที่จะทรงอารมณ์ที่ จุดศุนย์กลางดวงแก้วที่ศูนย์กลางกาย
    ลางคนชอบที่จะทรงอารมณ์ที่ จุดศุนย์กลางดวงแก้วที่กระดูกอก
    ลางคนชอบที่จะทรงอารมณ์ที่ จุดศุนย์กลางดวงแก้วที่คอ
    ลางคนชอบที่จะทรงอารมณ์ที่ จุดศุนย์กลางดวงแก้วกลางหน้าผาก
    ลางคนชอบที่จะทรงอารมณ์ที่ จุดศุนย์กลางแห่งความว่างเวิ้งว้างที่พบ

    เลื่อกสิ่งที่ชอบและทรงอารมณ์นิ่งในนิ่ง กลางดวงแก้วดังกล่าว

    นี่คือการฝึกรอบที่ ๒ ของ เกสา โลมาฯ
    ตาทิพย์ ใจทิพย์ได้เกิดขึ้นสมบูรณืพร้อมแล้ว

    และเราใช้ความเป็นทิพย์สองสิ่งนี้เข้าสำรวจ เสา สิเนรุ คือกายนี้
    (ขอตัดตอนข้ามการฝึกในรอบต่อๆไปออก เพื่อเข้าสู่การอาบน้ำร้อน น้ำแข็งกัน)
     
  10. เต๊ะจุ๊ย

    เต๊ะจุ๊ย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    212
    ค่าพลัง:
    +695
    'จารย์.... ยากอ่า... เกสา โลมาเีนี่ยยย
    ต้องนั่งไป อ่านคู่มือไป ถึงจะค่อยๆทำได้..

    แง้วววว สุดๆ
     
  11. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    ไอ้จุ้ยเอ้ย....ไอ้จุ้ย

    มีแต่เขาอ่านทำความเข้าใจก่อน
    พอจำได้ และเข้าใจแล้ว จึงเริ่มเข้าที่ฝึก

    ขืนฝึกตามเบบที่บอกมา คงชาติหน้าตอนบ่ายๆนะ
     
  12. house072

    house072 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +177
    อาจารย์ หนูเริ่มทำเมื่อคืนตอนตีสามกว่าๆ ทำยากจริงๆนะคะ ตัวสะบัดสะบัด อีกแล้ว ไม่ได้ ชัก แบบเดิมนะคะ แบบสะบัด สะบัด ยิ่งตอน ถึง ทันตา อ่ะค่ะ ลมวิ่งพล่าน หนูก็สู้อยู่แป๊ปนึง โอย แพ้มาน ล้มตัวนอนอ่ะ คืนนี้ว่าจะสู้อีก ไม่รู้จะไปได้แค่ไหน แต่ก้อจะพยายาม ดูค่ะ
     
  13. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    ความย่อท้อแต่กลางทาง ย่อมนำความเสียเปล่าในทุกสิ่ง


    ความมานะพยายามอยู่ที่ใด ย่อมยังความปรารถนาให้สำเร็จ
     
  14. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้สัมผัส
    ขุนเขาสิเนรุ ตั้งอยู่ท่ามกลางอากาศธาตุ
    ตัวขุนเขาประกอบขึ้นจากมหาภูติรูปสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ (หุ่นมนุษย์)
    ที่เชิงเขามีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่ง ชอนลึกลงเบื้องล่างสู่ฐานของขุนเขา
    ถ้ำนี้เป็นที่กักขัง/อาศัยของมังกรไฟสีแดงตัวหนึ่ง
    ในตัวมังกรมีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่ง เจิดจรัสแดงกล่ำดังทับทิมเนื้อดี
    โบราณตั้งชื่อว่า สุริยะรัตมณี

    เมื่อมองย้อนขึ้นบนตัวขุนเขา ก็มีสายนที เป็นทางกระจายอยู่ทั่วขุนเขา
    มีทั้งนทีเป็นทางในแนวตั้ง และแนวนอนเฉียงๆ (ทางเดินแห่งเลือดลม-เส้นลมปราณ)

    เมื่อมองไปที่ยอดเสาจะเห็นเป็นคล้ายดุมหัวเสา ที่ฐานของดุมหัวเสาก็มีถ้ำเล็กๆอยู่ชอนไชขึ้นเบื้อบน ไปทะลุที่กลางหัวเสาอีกด้านซึ่งมีปากถ้ำที่โตกว่า
    ถ้ำนึ้เป็นที่กักขัง/อาศัยของมังกรอีกตัวหนึ่ง เป็นมังกรสีน้ำเงิน ที่เย็นฉ่ำดังสายน้ำ
    ในตัวมังกรสีน้ำเงินก็มีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่ง สีน้ำเงิน(อมม่วงจางๆ)กระจ่างใส
    (โบราณเรียกสิ่งนี้ว่า จันทรามณี)

    มองลึกเข้าไปในตัวขุนเขา จะเห็นสายนทีเล็กๆแดงฉานกระจ่างใสพวยพุ่งขึ้นจากฐานแห่งขุนเขา(ก้นถ้ำ) สู่กลางถ้ำเบื้องบน
    ดุจดังปล่องลาวาที่ชอนไชจากใต้โลกขึ้นสู้ยอดเขา ในภูเขาไฟในโลกมนุษย์
    เป็นเส้นทาง ระบายความร้อนในกายแห่งมังกรแดง สู่กายแห่งมังกรน้ำเงิน
    โบราณเรียกเส้นทางสายนี้ว่า "ปิงคลา นที"

    เมื่อมังกรน้ำเงิน ได้พลังจากมังกรแดง ก็เกิดแรงดันพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน
    บ้างออกมาที่ปากถ้ำกลางหัวเสา(ตาที่สาม)
    บ้างพุ่งขึ้นทะลุปลายหัวเสาขึ้นไป แล้วอาบซานลงมาสู่เบื้องลาง
    น้ำที่พุ่งขึ้นและอาบซ่านลงมานี้มีเส้นทางเฉพาะ โบราณเรียก "อิทา นที"

    นทีแห่ง อิทา-ปิงคลา มีขนาดไม่กว้างใหญ่ มังกรทั้งสองตัวที่ถูกกักขังในถ้ำไม่อาจไปมาหาสู่กันได้
    ได้แต่เพียงส่งพลังให้แก่กันและกันผ่านทางนที อิทา-ปิงคลาเท่านั้น

    น่าสงจ้านเนาะ-เค้ารักกาน อยากไปมาหาสู่กันก็ไปมะด้าย-ได้แต่ปิ้งๆกานผ่านช่องทางเล็กๆนี้เท่านั้น)
     
  15. Baby_par

    Baby_par เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มกราคม 2007
    โพสต์:
    2,743
    ค่าพลัง:
    +3,265
    เห้อๆ อาจารย์พูดซะขำเลยค่ะ ห้าๆ
     
  16. Baby_par

    Baby_par เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มกราคม 2007
    โพสต์:
    2,743
    ค่าพลัง:
    +3,265
    ปัจจุบันนี้ ปลายังอยู่เกสาอยู่เลย ห้าๆๆๆๆ แบบว่าไม่ต้องนั่งสมาธิหรือทำอะไร นึกเกสาก้เป็นแก้วดวงแรกแค่นั้นเอง ห้าๆ

    ส่วนนั้งสมาธิปัจจุบันปลาไล่ไป108 วิธีงะ แหะๆ กรรมของเรา รับของเขามาเยอะไม่รู้จะทำวิธีไหน แฮ่ๆๆ

    แล้วทำไมปลานั่งสมาธิเงียบๆชอบเผลอตลอดเลย

    เวลานั่งฟังเพลง(สตริง) ห้าๆ ไม่เคลิ้ม แถมยังนั่งได้นิ่งได้นานอีกค่ะ ห้าๆๆ
     
  17. TOEFL_iBT

    TOEFL_iBT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    200
    ค่าพลัง:
    +439

    รอ อ.สุวิ มาเล่าต่อครับอ่านกำลังสนุกเลย...อิอิ
     
  18. runandyaow

    runandyaow Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    96
    ค่าพลัง:
    +65
    เหมื่อนท้องจะอืด จุกเสียดนะครับ กันยาก็ไม่หาย ทำไงดีครับ
     
  19. suwi

    suwi เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +18,543
    มาผิดกระทู้เป่าเนี่ย

    กิน ขมิ้นชัน ๒ ส่วน บอรเพ็ด ๑ ส่วน เกลือทะเล ๑ ส่วน ดีปลี ๑ ส่วน
    ตากแห้งบดผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินก็หายครับ
    หรือเอาที่เขาทำขายก็ได้
    ขมิ้นชัน ๒ แคปซูล
    บอรเพ็ด ๑ แคปซูล
    ดีปลี ๑ แคปซูล
    เกลือทะเล ๑ หยิบมือ(ประมาณ ๑ แคปซูลนะ) ละลายน้ำแล้วกินตามกันเข้าไป
    (ถ้าเลือกใช้เกลือตังผู้ได้ จะดีมาก ใช้ประมาณ ๑ เม็ด)
     
  20. weenalimbrick

    weenalimbrick สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +2
    รบกวนอยากให้คุณสุวิช่วยเหลือ ผลการเจ็บป่วยจากการนั่งสมาธิด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าจะติดต่อปรึกษาเป็นการส่วนตัวได้ที่ไหนคะ
    คนมีกรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...