โอวาทธรรมปีใหม่ ส.ค.ส.2557 จากองค์หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง จ.อุดรธานี

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย Ramtongthai, 6 มกราคม 2014.

  1. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    อัตชีวประวัติหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
    จากหนังสือ 90 ปี อัตชีวประวัติพระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=3PL-e_i2gow]อัตชีวประวัติหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร - YouTube[/ame]
     
  2. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    การปฎิบัติต่อหลวงปู่มั่น

    วิดีโอธรรมะรุ่งอรุณ เรื่อง "การปฎิบัติต่อหลวงปู่มั่น" โดยพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ณ วัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร

    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=zsyGGVSXkDA]การปฎิบัติต่อหลวงปู่มั่น - YouTube[/ame]
     
  3. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    พระคาถาธรรมไตรสรณคมณ์

    "อิติปิโสวิเสเส อิอิเสเส พุทธนาเม อิอิเมนา พุทธะตังโส อิอิโสตังพุทธะปิติอิ ตะโจพระพุทธเจ้า ขอจงมาเป็นหนัง มังสังพระธัมมเจ้า ขอจงมาเป็นเนื้อ อัฏฐิพระสังฆเจ้า ขอจงมาเป็นกระดูกตะริเพ็ชคงคง อิสวาหะ สวาสุ สวาอิ พุทธะปิติอิ นะมะอะอุมิ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ พุทโธกั้ง (กั้น) ธัมโมบังสังโฆปิด"

    "เรื่องผีสางคางแดงดำอะไรจึงไม่กลัวทั้งนั้น ธรรมพระไตรสรณคมน์เป็นของดีเลิศประเสริฐแท้ ผีเจ้าเข้าสิง ใช้ทำน้ำมนต์ กำจัดปัดเป่าหายไปได้ทั้งนั้น อันนี้ข้อสำคัญมั่นหมาย ฉะนั้นขอให้เอาไปภาวนาเช้าเย็นอย่าได้ขาด ไปไหนมาไหนก็ภาวนาอย่างนั้น ตายแล้วอบายไม่ได้ไป ไฟนรกไม่ได้ไหม้ จะได้ไปสวรรค์โดยเร็วพลัน นี่เรียกว่า คาถาธรรมพระไตรสรณคมน์ เอาไปบริกรรม อย่าได้ขาด อย่าได้ประมาท อันนี้เป็นของดีเลิศประเสริฐแท้"

    หลวงปู่จันทา ถาวโร

    https://www.facebook.com/Thammaphormaekruarjahn?fref=ts
     
  4. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "ความรักคือความปรารถนาดีกับทุกๆคน ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไร นี่แหละความรักที่แท้จริง"

    หลวงตาม้า วิริยธโร

    https://www.facebook.com/Thammaphormaekruarjahn?fref=ts
     
  5. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    “..อย่ารู้สึกว่า ท่านกำลังฝึกปฏิบัติอยู่เฉพาะเวลานั่งขัดสมาธิเท่านั้น พวกท่านบางคนบ่นว่า ไม่มีเวลาพอที่จะทำสมาธิภาวนา แล้วเวลาหายใจเล่ามีเพียงพอไหม?

    การทำสมาธิภาวนาของท่าน คือการมีสติ ระลึกรู้ และการรักษาจิตให้เป็นปกติตามธรรมชาติ ในการกระทำทุกอิริยาบถ..”

    หลวงปู่ชา สุภทฺโท

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  6. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    โดยมากพระอริยเจ้าทั้งหลาย เมื่อเห็นมรณภัยเข้ามาถึง ท่านกำหนดจิตใจของท่านปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นโดยประการทั้งปวง เป็นพระอรหันต์ในขณะที่ใจจะขาด ก็มีมากต่อมาก ที่เรียกตามศัพท์บาลีว่า ชีวิตสมสีสี คือ เมื่อจวนจะหมดลมหายใจเข้าออกแล้ว ก็ตัดกิเลสได้ในขณะนั้น อันนี้ก็มีมาก เพราะว่าจุดนั้นมันไม่ได้มีที่พึ่งอย่างอื่นแล้ว มันพึ่งตัวเอง

    หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  7. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    “พวกเรามีบารมี มีทุนเก่า ทำให้พวกเรามาเข้าวัด มาทำบุญเพิ่มมากขึ้น มีสติปัญญาเพิ่มมากขึ้น ครูบาอาจารย์หรือคนที่ปฏิบัติธรรมอยู่เนืองนิจ ถึงจะมีอายุเยอะหรือเป็นคนเฒ่าคนแก่ เขาก็ยังยิ้มแย้มนั่นเป็นเพราะเขามีจิตใจที่แจ่มใส มีคุณธรรมเป็นของดีติดตัว พวกเราเสียอีกที่เป็นคนหนุ่มคนสาวกับหน้าเหี่ยวยิ้มกันไม่ค่อยออก”

    หลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  8. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    .หากว่าผู้ใดจะมาตัดคอเรา ถ้าเป็นเพราะเชื่อตามพระพุทธเจ้าว่า บาปบุญ นรกสวรรค์ พรหมโลก นิพพาน.. มี เรายอมให้ตัดเลย...นี่แหละ ศาสนาเปิดเผยมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว สอนชาวเราทั้งหลาย ให้เชื่อเถิด ถ้าไม่อยากจม ให้เชื่อพระพุทธเจ้านะ

    ...หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน...

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  9. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    พระคาถาแผ่เมตตาจิตให้ประเทศไทย ของ หลวงปู่ครูบาเจ้าเกษม เขมโก

    "รัฏฐปาลา สมัคคา สทา โหนตุ "

    https://www.facebook.com/Thammaphormaekruarjahn?fref=ts
     
  10. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    ประวัติวันมาฆบูชา

    วันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4

    เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ควรมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้น โดยการประกอบพระราชพิธีคงคล้ายกับวันวิสาขบูชา คือมีการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ มีการพระราชทานจุดเทียนตามประทีปเป็นพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระอารามหลวงต่าง ๆ เป็นต้น โดยในช่วงแรกพิธีมาฆบูชาคงเป็นการพระราชพิธีภายใน ยังไม่แพร่หลายทั่วไป จนต่อมาความนิยมจัดพิธีมาฆบูชาจึงได้ขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร

    นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยวัยรุ่นสาวมักจะเสียตัวในวันวาเลนไทน์หลายหน่วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก (อันบริสุทธิ์) แทน
    ในปี พ.ศ. 2557 นี้ วันมาฆบูชาจะตรงกับ วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์

    ความสำคัญ

    "วันมาฆบูชา" เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์แก่มหาสังฆสันนิบาตในมณฑลวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งในวันนั้นมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการคือ
    1. พระสงฆ์ 1,250 รูปที่พระพุทธองค์ได้ส่งไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามแว่นแคว้นต่างๆ ได้กลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
    2. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นเอหิภิกขุที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น ซึ่งเรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา
    3. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ คือผู้ได้อภิญญา 6 ข้อ
    4. วันที่พระสงฆ์ทั้งหมดมาชุมนุมกันนี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3)
    ด้วยเหตุการณ์ประจวบกับ 4 อย่าง จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จาตุรงคสันนิบาต (มาจากศัพท์บาลี จตุ+องฺค+สนฺนิปาต แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสี่ประการ) โดยประชุมกัน ณวัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว 9 เดือน (45 ปี ก่อนพุทธศักราช)

    จาตุรงคสันนิบาต

    โดยพระอรหันต์ทั้งหลายนั้นต่างไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ อันเป็นที่ประทับ โดยมีคณะทั้ง 4 คือ คณะศิษย์ของชฎิล 3 พี่น้อง คือ คณะพระอุรุเวลกัสสปะ (มีศิษย์ 500 องค์) คณะพระนทีกัสสปะ (มีศิษย์ 300 องค์) คณะพระคยากัสสปะ (มีศิษย์ 200 องค์) และคณะของพระอัครสาวกคือคณะพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ (มีศิษย์ 250 องค์) รวมนับจำนวนได้ 1,250 รูป (จำนวนนี้ไม่ได้นับรวมชฎิล 3 พี่น้อง และพระอัครสาวกทั้งสอง)
    การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในวันมาฆฤกษ์นี้ เป็นไปโดยมิได้มีการนัดหมาย และเป็นการเข้าประชุมของพระอรหันต์จำนวนมากเป็นมหาสังฆสันนิบาต และประกอบด้วย "องค์ประกอบอัศจรรย์ 4 ประการ" คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 องค์นั้น ได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นพระสงฆ์ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง , พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ดังกล่าวแล้ว
    มีผู้เข้าใจผิดว่าเหตุสที่พระสาวกทั้ง 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายนั้น เพราะวันเพ็ญเดือน 3 ตามคติพราหมณ์เป็นวันพิธีมหาศิวาราตรีเพื่อบูชาพระศิวะ พระสาวกเหล่านั้นซึ่งเคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนจึงได้เปลี่ยนจากการรวมตัวกันทำพิธีชำระบาปตามพิธีพราหมณ์ มารวมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทน แต่ความดิดนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะพระศิวะเป็นเทพที่ชาวฮินดูเริ่มบูชากันในยุคหลังพุทธกาล คือตั้งแต่ พ.ศ. 800 เป็นต้นมา

    ประทานโอวาทปาฏิโมกข์

    พระพุทธเจ้าเมื่อทอดพระเนตรเห็นมหาสังฆสันนิบาตอันประกอบไปด้วยเหตุอัศจรรย์ดังกล่าว จึงทรงเห็นเป็นโอกาสอันสมควรที่จะแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" อันเป็นหลักคำสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่ที่ประชุมพระสงฆ์เหล่านั้น เพื่อวางจุดหมาย หลักการ และวิธีการ ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธองค์จึงทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาตนั้น มีใจความดังนี้
    • พระพุทธพจน์คาถาแรกทรงกล่าวถึง พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์อันสูงสุดของบรรพชิตและพุทธบริษัท อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ดังพระบาลีว่า "นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา"
    • พระพุทธพจน์คาถาที่สองทรงกล่าวถึง "วิธีการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งปวงโดยย่อ" คือ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญแต่ความดี และการทำจิตของตนให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง ส่วนนี้เองของโอวาทปาฏิโมกข์ที่พุทธศาสนิกชนมักท่องจำกันไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งคาถาในสามคาถากึ่งของโอวาทปาฏิโมกข์เท่านั้น
    • ส่วนพระพุทธพจน์คาถาสุดท้าย ทรงกล่าวถึงหลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนา 6 ประการ คือ การไม่กล่าวร้ายใคร, การไม่ทำร้ายใคร , การมีความสำรวมในปาฏิโมกข์ทั้งหลาย, การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร และการรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด

    ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

    facebook.com/pages/พุทธมหาเจดีย์หลวงตาพระมหาบัว-ญาณสมฺปนฺโน-ภูผาแดงฯ
     
  11. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "เราจะนอนก็ไหว้พระ ไม่ได้อะไรก็ภาวนาไป ไหว้พระ ๓ ที ๑๐ ที พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง เป็นสรณะที่พึ่งของตน แล้วก็นั่งสมาธิไป ภาวนาไป พุทโธ พุทโธ หลับตานั่งนาน ๆ ไม่นานมากก็ ๕ นาที ๑๐ นาที ค่อยหัดไปทุกวัน ๆ ไป ดีกว่านอนเปล่า ๆ ไม่มีอะไร อยากได้คุณงามความดี สิ่งที่ดีที่ชอบก็ต้องประกอบให้เกิดขึ้นในจิตในใจ

    การภาวนามันเป็นยอดของทานอันเลิศ เก็บอยู่ในจิตในใจทุกภพทุกชาติไปจนได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ก็ต้องอาศัยบำเพ็ญบารมีของตนนี้แหละ บารมีของตนนี้แหละเป็นเสบียงอาหารไปข้างหน้าอีก เกิดไปชาติไหน ก็เป็นคนที่มีความดีความงามอยู่ในจิตใจ เพราะเราได้ฝึกหัดดัดแปลงจิตใจของเราให้มันบริสุทธิ์กาย บริสุทธิ์วาจา บริสุทธิ์ใจ"

    หลวงปู่สาม อจิญฺจโน

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  12. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน
    ต้องอาศัยการควบคุมตนให้ได้
    ใจให้สงบระงับ มั่นคง
    บริสุทธิ์อยู่ ไม่เบียดเบียนใครผู้ใด
    เช่นนี้ ก็พอจะอยู่ได้บ้างอย่างมีสุข"


    หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  13. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    ดร.วิษณุ เครืองามเล่าถึงหลักสูตรครูสมาธิเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา

    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557

    ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม กล่าวต้อนรับนักศึกษาครูสมาธิรุ่นที่ 34 เเละเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนในหลักสูตรของสถาบันพลังจิตตานุภาพ ซึ่งรวมถึงเล่าความประทับใจเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ความสามารถของพระธรรมมงคลญาณ(พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ผู้สร้างหลักสูตรครูสมาธิขึ้นมาซึ่งเป็นวิชาสมาธิที่ยืดหยุ่นเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา

    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=SgS5VkE2jM4]ดร.วิษณุเล่าถึงหลักสูตรครูสมาธิเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา - YouTube[/ame]​


    ดร.วิษณุเล่าถึงหลักสูตรครูสมาธิเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา : สถาบันจิตตานุภาพ
     
  14. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "การทำสมาธิแบบบริกรรม"

    การบริกรรม ทำให้จิตเป็นหนึ่ง
    จิตเป็นหนึ่ง ทำให้เกิดความสงบ
    ความสงบ ทำให้จิตมีพลัง
    จิตมีพลัง ทำให้มีสติระลึกรู้
    มีสติระลึกรู้ ทำให้เกิดปัญญา
    มีสติปัญญา ทำให้รู้ทันอารมณ์
    การรู้ทันอารมณ์ ทำให้จิตเป็นกลางได้


    พระเดชพระคุณ พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

    https://www.facebook.com/onuma.kaewbua
     
  15. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "เราจึงวิตกวิจารณ์กับบรรดาพี่น้องชาวพุทธในเมืองไทย
    มีเรื่องทาน เรื่องศีลมี แต่ภาวนาไม่ค่อยมีใครสนใจ
    หลักใหญ่ที่จะทรงทานทรงศีลไว้เพื่อเพิ่มพูนกำลังวังชาขึ้นไปอีกนั้น
    คือจิตภาวนา มันไม่ค่อยสนใจ ก็เลยให้ทานไปธรรมดา
    เลยกลายเป็นประเพณี เขาให้ทานเราก็ให้ไปธรรมดา
    มันไม่ได้ถึงใจนะ ถ้าจิตภาวนาเข้าถึงใจแล้ว โอ๊ยเรื่องทานก็ดี
    เรื่องศีลก็ดี มันจะหนักแน่นขึ้นทุกอย่าง
    เพิ่มกำลังเข้าไปทุกอย่าง ถ้าได้เจอ
    นี่รากเหง้าหรือแก่นของพระพุทธศาสนาอยู่ที่จิตภาวนานะ"

    @ภาวนามยปัญญาเกิดจากภาคปฏิบัติ@
    ๑๗ มกราคม ๒๕๔๖ -หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
     
  16. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "คนเฮาเกิดมาให้มาสร้างบารมี บ่อว่าคนจนหรือคนรวย มันกะคนคือกัน จนกะคน รวยกะคน เขาให้มาสร้างบุญสร้างกุศล"

    โอวาทธรรม
    หลวงปู่จันทน์เรียน คุณวโร
    วัดถ้ำสหาย อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

    https://www.facebook.com/luangpoosang
     
  17. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    โลกนี้มีแต่ทุกข์ทั้งหมดหาใช่สุขไม่
    จงมาเห็นความจริงกันเสียเถิด
    อย่าได้หลงเกิดให้ทุกข์อีกต่อไป

    ...หลวงปู่แหวน สุจิณโณ..

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  18. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    มาชมบารมี หรือ มาแล้ว สมกับคำเล่าลือไหมล่ะ เขาว่า หลวงตาจามวัดป่าบ้านห้วยทราย มาเห็นแล้วเป็นอย่างไร มีอะไรน่าดูไหม ดูสิ กายนี้ก็แก่เก่าคร่ำคร่า ผิวกระด่างกระดำเต็มไปหมด ฟันก็หายไปเหลือไม่เท่าไหร่ เช้าเย็นก็ต้องชำระมัน
    ดูเล็บสิ ตัดเองก็ไม่ได้ ต้องอาศัยพระเณรมาช่วยตัดให้ ขนตามกายตามตัวก็หลุดหายไป ผมก็ขาวก็หงอกไปแล้ว ไม่เห็นมีอะไรดี

    หากจะมีดีก็ดีไปหาวันตายเท่านั้น เมื่อไหร่มันจะตาย เอ้อ..ดูให้หน่อย วันไหนจะตาย

    มาดูแต่ผู้เฒ่าใกล้ตาย อีกไม่นานก็มาดูคนตาย ตายแล้วมมาดูกระดูก มาดูหุ่นปั้น

    ...หลวงปู่จาม มหาปุญโญ...

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  19. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    ส้วมเคลื่อนที่ !!!

    ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครก น่าเกลียดน่าสะอิดสะเอียน มีอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ขังอยู่ภายในร่างกายโดยมีหนังกำพร้าห่อหุ้มอยู่ ถ้าลอกหนังออกจะเห็นร่างมีเลือดไหลโซมกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้มจะมองไม่เห็น ความสวยสดงดงามเลย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก ที่พอจะมองเห็นว่าสวยงามก็ตรงผิวหนังห่อหุ้มเท่านั้น ผิวหนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไปไม่ คนเราต้องคอยอาบน้ำชำระล้างทุกวัน เพราะสิ่งโสโครกเหงื่อไคลภายในหลั่งไหลออกมาลบเลือนความผุดผ่องของผิวกายอยู่ตลอดวัน ถ้าไม่คอยชำระล้างก็จะสกปรกเหม็นสาบน่ารังเกียจ ทางช่องทวารขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็หลั่งไหลออกมาตามกำหนดเวลาของมันทุกวัน น่ารังเกียจ เลอะเทอะโสมม ซึ่งเจ้าของไม่ปรารถนาจะแตะต้องทั้งๆ ที่เป็นของในกายของตัวเอง ยิ่งพิจารณาไปคนเราก็คือส้วมเคลื่อนที่ หรือป่าช้าที่บรรจุซากศพเคลื่อนที่ และเป็นผีเน่าที่เดินได้ดีๆ นี่เอง

    หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
    วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  20. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,986
    ค่าพลัง:
    +4,684
    "วัตถุสมบัติที่เราโลภกันอยู่ คือว่า พอไม่เป็น อิ่มไม่เป็น หวงแหน กลัวจะหมดเงินหมดทอง ความโลภหมักหมมใจตัวเอง คือไม่คิดล่วงหน้าว่า เราเกิดมากับโลกอันนี้ มีใครบ้างที่มาหอบหามสมบัติของโลกไปได้ตลอดกาล มันไม่มี

    ถ้าคนมีความฉลาดทางสติปัญญาของตัวเอง เขาจะเอาเงินทอง วัตถุธาตุของโลกที่มีอยู่ มาแปลงเป็นบุญกุศลได้ นั่นหมายถึงการให้ทาน เสียสละ นี้คือการสร้างบารมี"



    หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ เทศน์ 1 ก.พ.52


    https://www.facebook.com/WatpabankohDhamma
     

แชร์หน้านี้

Loading...