ใครต้องการถามเป็นการส่วนตัว ไปถามที่อื่น กลัวคนอื่นว่าให้มาที่นี่

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย nilakarn, 20 เมษายน 2013.

  1. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    ถามการปฎิบัตได้ทุกเรื่องครับ จะตอบให้:boo:
    ถามได้ทุกสาย
    ถามได้ทุกคำตอบ
    แต่ถ้าใครต้องการถามส่วนตัว ให้ส่งข้อความมา
    ติดตรงไหน โพสต์ไว้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มิถุนายน 2013
  2. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    การปฎิบัติมี 3เส้นทาง
    1 ฝึกสมถะ ก่อนวิปัสสนา ซึ่งวิธีนีั้เราฝึกกันเยอะมาก
    2 ฝึกวิปัสสนา ก่อนสมถะ ส่วนวิธีนึ้ มีน้อยมาก ไม่ค่อยมีใครฝึกกัน ส่วนมากท่านที่ฝึกสายนี้จะเน้นอยู่ป่าช้าเป็นวัตร เห็นซากศพอยุ่ตลอดเวลาจึงจะฝึกได้
    3 ฝึกสมถะควบคู่วิปัสสนา พระป่าจะฝึกสายนึ้เกือบทั้งหมด

    สำหรับผู้ที่ฝึกใหม่ๆ ไม่รู้ว่าจะเริ่มสายไหน ให้ลองเทียบจริตตามนี้ครับ

    คนเชื่องช้า ให้ฝึก กำหนดลมหายใจ, การยุบพองที่ท้อง

    คนว่องไว ให้ฝึก กสิณ

    ฝึกจับลมหายใจ เน้นช้าๆ
    ฝึกกสิน เน้นไวๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มิถุนายน 2013
  3. อินทรบุตร

    อินทรบุตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2012
    โพสต์:
    2,514
    ค่าพลัง:
    +7,334
  4. noumthebest

    noumthebest เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    74
    ค่าพลัง:
    +306
    กสิณแสงสว่าง

    เค้าบอกว่าให้มองวัตถุอะไรก็ได้ที่มีเเสงผมใช้หลอดไฟครับ ผมนั่งมองได้ 5 นาทีเเล้วหลับตามืดไปหมดเลยครับ ไม่มีหลอดไฟที่ผมมองตอนลืมตาเลย สรุปเเล้วเค้าต้องทำกันยังไงอะครับ คนที่ทำสำเร็จเเล้ว หลับตานี่เห็นเหมือนลืมตายเลยหรอครับ ถ้าบอกให้ใจคิด มันก็เห็นอะนะครับ เเต่หลับตามันก็มืดอยู่ดีอะครับ ช่วยเเนะนำหน่อยครับ
     
  5. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    657
    ค่าพลัง:
    +1,027
    ระวังตาจะเสื่อมก่อนนะคับ หลับเดินจงกลมนั่งสมาธิดีกว่าผมว่าเป็นวิถีของพระอรหันต์เลย ถ้าไม่บรรลุในชาตินี้ก็ช่วยย่นระยะทางได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 เมษายน 2013
  6. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    พึ่งฝึกใหม่หรือครับ ผู้ฝึกใหม่ไม่ควรจะฝึกกสิณเลยนะครับ
    เน้นฝึกลมหายใจครับ ถ้าไม่มีอาจารย์อาจหลงภาพนิมิตได้ครับ
    แต่ถ้าฝึกมานานแล้ว แต่อยากฝึกเพื่อไว้เป็นแนวทางในการปฎิบัติ ต้องดูที่จริตครับ
    ถ้าตัวคุณเองเป็นคนช้าๆๆ สบายๆๆ ไม่ควรฝึกกสิณครับ
    ฝึกสายตรงเลยดีกว่า แต่ถ้าอดใจไม่ได้จริงๆ ให้หาเพื่อนในเวปนี้ คอยช่วยสอนครับ เอาแบบตัวต่อตัวเลย ผมดูแล้วอาจารย์ที่สามารถสอนกสิณในเวปนี้มีเยอะครับ แล้วก็เก่งกว่าผมด้วย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 เมษายน 2013
  7. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อันนี้สาย เจ้าคุณดิลก ใช่ไหมครับ

    ถามถึงการเจริญสติ ในการฝึก หรือ ในชีวิตประจำวัน ครับ

    ถ้าฝึกตามแบบพระป่า ก็คือ เมื่อไหรที่หลับตา จะเจริญสมาธิ แล้วถ้าเมื่อไรที่ลืมตา ก็จะเจริญสติครับ ไม่มีเวลาว่างเลย
    แต่ถ้าอยากฝึกเจริญสติบ้าง ก็แค่เอาจิตไปจดจ่อระลึกรู้ว่าเรากำลังทำอะไร
    อาจจะเป็น กิริยา4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน หรือเป็นอย่างอื่นแล้วแต่ว่า
    อาจารย์ไหนสอนให้กำหนดอย่างไร ก็ทำอย่างนั้นครับ
    วิธีการอาจไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายเดียวกันครับ
    แรกๆที่เจริญสติ อาจจะแปปเดียวก็หายไป แต่พอทำบ่อยๆ ก็จะเหมือนกับ
    การเจริญสมาธิครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 เมษายน 2013
  8. noumthebest

    noumthebest เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    74
    ค่าพลัง:
    +306
    กสิณเเสงสว่างนี่จริงหรือเปล่า ถ้าเราปิดไฟห้องมืดตอนกลางคืน เราสามารถทำให้ตาเราเห็นเหมือนตอนสว่างได้อะครับ ที่ผมสนใจเพราะสิ่งพวกนี้เเหละครับ เเละอยากฝึกสมาธิไปด้วยครับ เเต่กระทู้ที่ผมตั้งเค้าบอกว่าให้ไปที่กสิณสีก่อนครับ
     
  9. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    การฝึกกสิณ ถ้าใครมีของเก่ามาแล้ว ตั้งแต่อดีตชาติ
    สิ่งท่ี่เราเคยฝึกได้ในอดีต ก็จะเกิดขึ้นกับเราในชาตินี้อีกครับ
    เมื่อเราเริ่มฝึกไปสักระยะหนึ่ง ก็จะมีนิมิตติดตาชนิดใดชนิดหนึ่ง
    โผล่ขึ้นมาในขณะที่เรา หลับตาเพ่งอยู่ แล้วก็ไม่ยอมหายไปครับ
    จะรบกวนการฝึกของเราอยู่อย่างนั้น เราก็ถือโอกาสนี้ จับภาพนิมิตที่เกิดขึ้นนั้น มาเป็นการฝึกของเราครับ ทำให้คล่องเลย โดยการนึกครับ
    ถ้าไม่เกิดอะไรเลย อธิษฐานขอให้อาจารย์ในอดีตชาติ มาช่วยสอน
    จะเกิดผลเร็วครับ เน้นที่ คุณต้องแจ้งว่า มีอะไรเกิดขึ้นในภาพนิมิตนั้น
    แต่ถ้าไม่ได้ฝึกมาก่อนในอดีตชาติ อันนี้ยาวครับ ต้องฝึกอีกยาว
    ไปกำหนดลมหายใจ แล้วสังเกตว่า เรานั่งอย่างนี้ รุู้สึกตัวเบาสบายๆ
    นุ่มหรือเปล่า และเราก็มีความรู้สึกว่าการทำอย่างนี้เป็นสุข จนอยากจะทำ
    แล้วทำอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ ชัวร์เลยครับ ไม่ต้องฝึกอย่างอื่นเลย เน้นลมหายใจ
    อย่างเดียว ที่สำคัญ ห้ามให้ใจออกนอกกายครับ แต่จิตออกได้ไม่เป็นไร
    ใจอย่าคิดฟุ้งซ่าน เรื่องงานต่างๆ ทิ้งไปก่อน
    แต่ถ้ายากเกิน เอาแบบง่ายๆ ครับ ปวดตรงไหน ภาวนาว่า ปวดหนอ ตรงนั้น พอตรงนี้หายไป ก็ให้ไปจับตรงอื่นแทน มันจะเจ็บเบาๆ ก่อน
    แต่พาเราไปภาวนา มันจะยิ่งเจ็บหนักครับ สักพักนึง อาการปวดก็จะหายไป
    เมื่อใดที่ไม่รู้สึกถึงอาการปวดเลย นั้นละครับการเข้าฌาณ[/COLOR][/B]
    ปล.การเพ่งหลอดไฟตรงๆ อันตรายครับ ขยับออกให้เกิดกว่า 10 เมตร จะดีกว่าครับ และที่สำคัญ เค้าให้เพ่งแสงที่ออกมารอบๆโคมไฟด้วย ให้รู้สึกถึงแสงที่ส่องมานั้น ถ้าไม่รู้สึกถึง
    มันก็เหมือนการเพ่งสีนั่นละครับ เหมือนการเพ่งลม เราก็รู้สึกว่า มีลมพัดเข้าหาเราเย็นๆ
    หรือการเพ่งไฟ เราก็รู้สึกว่าไฟมันร้อน ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 เมษายน 2013
  10. noumthebest

    noumthebest เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    74
    ค่าพลัง:
    +306
    คนไม่มีพื้นฐานเรื่องกสิณนี่ถ้าฝึกมีโอกาสบ้าหรือเปล่าครบ
     
  11. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    ฌาณ
    ขั้นที่หนึ่ง คือ การบริกรรม เช่น พุทโธ
    ขั้นที่สอง คือ การบริกรรมลดลง จนหายไป หรือ ทิ้งคำบริกรรม
    ขั้นที่สาม คือ ปิติ เกิดอาการตกใจต่างๆ เช่น ขนพอง ตัวลอย
    ขั้นที่สี่ คือ สุข เกิดอาการสุข ดีใจ ปลื้มใจ จนไม่อยากลุก
    ใจดับไปไม่รับรุ้อะไรอีก เหลือแต่จิดอย่างเดียว
    ขั้นต่อไป คือ การทรงฌาณ สามารถนั่งนานๆ โดยไม่ลุก ไม่เจ็บปวด
    ขั้นต่อไป คือ เมื่อไม่ทำสมาธิ ก็ทรงอารมณ์ฌาณ สามารถรับรู้ถึงความรู้สึก
    สุขในการเข้าฌาณ แม้ว่าไม่ได้เข้าฌาณก็ทรงอารมณ์นั้นได้
    ยิ้มได้ทั้งวัน แต่ไม่ค่อยพูด
    คนทักก็ไม่ค่อยรู้สึกตัว ไม่ค่อยทักตอบ ผ่านไปสักแปปค่อยรุ้สึก
    พูดจาเนิบนาบเชื่องช้า พินิจพิเคราะห์
    มองแวปแรกก็รุ้สึกอบอุุ่น แผ่รัศมีออกมาทางใบหน้า
    ไม่ถือสิ่งใดเป็นสิ่งทุกข์ร้อน
    คำพูดที่ออกมา ล้วนเป็นหัวข้อธรรม คนมีวาสนา จึงจะเข้าใจ
    คนทั่วไป ไม่อาจเข้าใจได้ เพราะ ธรรมในตัวเรามีน้อยไม่ถึงท่าน
    ต้องถามท่านผู้รู้ที่มีธรรมมากๆๆ เหมือนกัน ให้ท่านบอก จึงจะรู้ได้
    เรียกว่า การพยากรณ์ หากไปถามท่านเอง ท่านไม่บอก ผิดธรรมเนียม
    ผิดศึลอีก
    [/COLOR][/COLOR]
    ผู้ใดเห็นคน เข้าข่ายลักษณะนี้ ผุ้นั้นยิ่งกว่าถกหวย ห้ามปรามาสเด็ดขาด
    ตกนรกแน่นอน แม้แต่เณรน้อย ก็ห้ามคิด หากเป็นคนธรรมดา ให้บูชาเป็นครูได้เลยครับ
    แต่ที่ผมเห็นมี แม่ชี เข้าข่ายคนหนึ่งครับ ณ สถานปฎิบัติย่านวัชรพล
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 เมษายน 2013
  12. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ jjustdream
    จากเกิดอาการหูดับนั้น หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดอาการนั้นอีกเลย แต่ทำ ไมก็ไม่ทราบได้ พอนั่งสมาธิเสร็จแล้วลืมตาขึ้นมาถึงมีอาการเพลียๆเวียนหัว เป็นมา2-3ครั้งแล้ว
    ตอนทำสมาธิก็เ ห็นแสงสีเหลืองรัศมีสีเขียวด้วยค่ะ


    -ไม่ได้สวดมนต์
    ไม่ได้อาราธนาศีล
    ศึลห้าไม่ครบ
    พักผ่อนไม่เพียงพอ
    ขาดข้อใดครับ
     
  13. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ jjustdream
    จากเกิดอาการหูดับนั้น หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดอาการนั้นอีกเลย แต่ทำ ไมก็ไม่ทราบได้ พอนั่งสมาธิเสร็จแล้วลืมตาขึ้นมาถึงมีอาการเพลียๆเวียนหัว เป็นมา2-3ครั้งแล้ว
    ตอนทำสมาธิก็เ ห็นแสงสีเหลืองรัศมีสีเขียวด้วยค่ะ


    อันนี้ขอฟันธง เลยนะครับ คุณถูกหวยลอตโต ถูกเป็นพันล้าน ยังไม่ดีใจเท่าคุณ
    เพราะว่า ในอดีตชาติ คุณได้ฝึกทั้ง กำหนดลมหายใจ จนสามารถเข้าฌาณสี่ได้
    และคุณกำลังจะได้นิมิตติดตา อันเกิดจากการฝึกกสิณชนิดใดชนิดหนึ่งจนสำเร็จครับ แต่คุณต้องแยกให้ออกนะครับว่า ถ้าคุณฝึกลมหายใจต้องละทิ้งนิมิตทั้งหมดครับ หากเห็นอะไรก็ให้กำหนดว่า เห็นหนอๆ อย่างนี้จนกระทั่ง นิมิตหายไป
    แต่ถ้าคุณฝึกเพ่งกสิณ ก็ใช้นิมิตให้เต็มที่เลยครับ ไม่ต้องกลัวตาย ไม่ต้องกลัว
    ความกลัว กลั้นความสำเร็จครับ
     
  14. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Tamjugg


    แม้จะเพ่งไปที่จุดไหนความคิดย่อมเกิดขึ้นได้นะ คนที่วางจิตจับพองยุบเค้าไปถึงอภิญญากันเท่าไหร่แล้ว วางจิตระหว่างคิ้วคุณไปถึงญาน ฌานรึยัง อย่าพูดมั่วๆถ้ายังไม่รู้แจ้ง


    กลัวทุกข์นั่นก็ผิด นักบวชบางพวกเค้าทรมานตนจนเสียชีวิตยังไม่ถึงไหนยังไม่สำเร็จเค้าเหล่านั้นกลัวทุกข์รึเปล่าหละ เพราะธรรมมะนั้นฝึกที่จิต ผมก็ไม่ได้กลัวทุกข์หมุนรอบฌาน8 หนักจนจะหายใจไม่ออกคุณเคยเจอรึยังมากลัวทุกข์เหอะๆ และก่อนหน้าผมก็ลองเพ่งที่ระหว่างคิ้วไม่นานก็เหวียนหัวทำให้ปฏิบัติธรรมได้ไม่นาน เวียนหัวทั้งวันถ้าเพ่งแล้ว จับพองยุบที่ท้องและเดินจงกลมไม่นานก็ได้ฌานแล้วจิตเป็นสมาธิไวด้วย


    ไม่ต้องเถึยงกันครับ ผมฟันธงให้ พวกคุณเรียนมากันคนละสายครับ
    สายแรก เมื่อเรากำหนด จนเข้าฌาณสี่ได้ นานๆไปสักระยะ แล้วก็จะเกิดอาการตันๆ ตื้อๆ ครับ เพราะการปฎิบัติถึงทางตันแล้วครับสำหรับสายนี้
    เกิดอาการปวดที่บริเวณจมูกที่เราภาวนาครับ ปวดจนไม่อยากนั่งสมาธิเลยครับ
    มันเกิดนิวรณ์ เบื่อๆไม่อยากทำต่อไป บางท่านเกิดอาการไมเกรนกำเริบครับ
    แนะนำให้ 1ฝึกต่อไป จนความเจ็บปวดหาย จะทำให้เกิดเอกัคตารมณ์ คือ
    อารมณ์เป็นหนึ่ง เป็นอารมณ์ของพรหม หากฝึกถึงขั้นนี้ ตายไปได้ไปเกิดเป็นพรหม ในพรหมโลกครับ
    2; ถ้าทำวิธีที่1 แล้วไม่สำเร็จ แนะนำ ให้ฝึกวิปัสสนาครับ มันคือทางแห่งนิพพาน นั่นเอง
    สายที่สอง เมื่อเพ่ง จนถึงขั้นนิมิตจะติดตา จะเกิดอาการเจ็บที่บริเวณกึ่
    งกลางตาทั้งสองข้าง บางคนเรียกตาที่สามครับ ปวดมากจนทนไม่ไหว
    จนไม่อยากหลับตา ให้ฝึกต่อไปเรื่อยๆ ทนเจ็บปวดหน่อย แล้วจะสำเร็จครับ
     
  15. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ tum98
    คือผมเพิ่งเริ่มนั้งสมาธิได้ประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วมีอยู่วันหนึ่งนั่งสมาธิรู้สึกตัวเบาวิวเหมือนไม่มีแขนไม่มีขา แล้วเร่มมีอาการหายใจไม่ออกเหมือนกำลังจะตาย แต่ยังสามารถท่อง พุธ โท ได้ แต่สักผมทนไม่ไหวมันหายใจไม่ออกเหมือนจะตาย เลยลืมตาขึ้นมา ปรากฎว่าหายใจออกเลยไม่ทราบว่าอาการนี้เกิดจากอะไรครับ เก็รงเกินไปหรือป่าว
    มาถูกทางแล้วครับ
    พอคุณท่อง พุทโธ สักพักหนึ่ง พอเริ่มชินแล้วก็ค่อยลดเสียงบริกรรมลง จนเสียงเงียบหายไป แล้วก็ไม่ต้องไปกังวลกับการท่องอีก ให้เลิกท่องไปเลย
    แล้วให้จิตใปจดจ่อ อยู่กับลมหายใจแทน
    เน้น คือ ขั้นนี้ให้เลิกท่องหรือบริกรรม
     
  16. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ noumthebest
    กสิณแสงสว่าง

    เค้าบอกว่าให้มองวัตถุอะไรก็ได้ที่มีเเสงผมใช้หลอดไฟครับ ผมนั่งมองได้ 5 นาทีเเล้วหลับตามืดไปหมดเลยครับ ไม่มีหลอดไฟที่ผมมองตอนลืมตาเลย สรุปเเล้วเค้าต้องทำกันยังไงอะครับ คนที่ทำสำเร็จเเล้ว หลับตานี่เห็นเหมือนลืมตายเลยหรอครับ ถ้าบอกให้ใจคิด มันก็เห็นอะนะครับ เเต่หลับตามันก็มืดอยู่ดีอะครับ ช่วยเเนะนำหน่อยครับ
    ฝึกแรกๆ จะเป็นๆหายๆติดๆดับ แล่วก็ไม่ชัดเจนครับ เลือนรางๆ
    ต้องฝึกนานๆครับ ที่นี้พอติดตาแล้ว พอหลับตาก็จะขึ้นมาเองครับ
    อยากให้เค้าไป เค้าก็ไม่ไปแล้ว จะติดตาตรึงใจคุณอยู่อย่างนั้นละครับ
    เมื่อติดตาแล้ว ก็ลองนึกให้ใหญ่มั่ง เล็กมั่ง ไปซ้ายบ้างขวาบ้าง
    หรือ ขึ้นบนลงล่างก็แล้วแต่ใจคิด ครับ
    แต่เน้นว่า ต้องฝึกนานๆ
     
  17. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ noumthebest
    กสิณแสงสว่าง

    เค้าบอกว่าให้มองวัตถุอะไรก็ได้ที่มีเเสงผมใช้หลอดไฟครับ ผมนั่งมองได้ 5 นาทีเเล้วหลับตามืดไปหมดเลยครับ ไม่มีหลอดไฟที่ผมมองตอนลืมตาเลย สรุปเเล้วเค้าต้องทำกันยังไงอะครับ คนที่ทำสำเร็จเเล้ว หลับตานี่เห็นเหมือนลืมตายเลยหรอครับ ถ้าบอกให้ใจคิด มันก็เห็นอะนะครับ เเต่หลับตามันก็มืดอยู่ดีอะครับ ช่วยเเนะนำหน่อยครับ
    ตอนนี้ผมก็ฝึกกองนั้นเหมือนกันครับ ประมาณ 2 เดือน ภาพก็จะติดตานะครับ ถ้าเกินไปแล้วลองกองอื่นดู หรือ กำหนด ดูดีกว่า สู้ๆๆครับ
     
  18. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
     
  19. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ กาลีนะ
    สวัสดีคะทุกท่าน

    .... ดิฉันเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องการทำสมาธิมาก ตั้งแต่เด็กจนโตตอนนี้อายุก็ สามสิบกว่าแล้วเป็นคนอยู่นิ่งไม่เป็นชอบทำโน้นทำนี้ตลอดเวลา ทั้งร่างกายและสมอง มาช่วงสองสามปีมานี้ดิฉันเริ่มสนใจธรรมมากขึ้น และ เคยมีพระท่านหนึ่งชาวบ้านเรียกท่านว่า "หลวงปู่ฤษีตาไฟ" วัดหนองทารภู อ.หันคา จ.ชัยนาท ท่านเคยทักดิฉันว่า "ถ้าอยากรู้อะไรให้ฝึกนั้งสมาธิเองแล้วจะรู้ทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องมาหาพระ" ทำให้ดิฉันลองสนใจอยากฝึกอย่างที่ท่านแนะนำ

    .. แต่ปัญหาที่เจอบ่อย ๆ คือ พอนั้งไปสักพักจะรู้สึกกลัวคะ เพราะหูเราจะรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงไรอยู่รอบ ๆ (รอบข้างเราไม่มีใครในระยะสามเมตร) บางครั้งก็เหมือนมีใครอยู่ใกล้ ๆ บางที่ก็เหมือนเห็นภาพอะไร ๆ ด้วยความเป็นเด็กจะกลัวมากยอมรับว่าเป็นคนกลัวผีมาก ๆ และ ไม่กล้านั้งเกินห้านาที

    .. ด้วยเหตุนี้เลยคิดว่าเอาที่ง่าย ๆ ก่อนละกัน ก็ได้ความรู้เพิ่มมาว่า เราไม่จำเป็นต้องนั้ง เราสามารถ ยืน เดิน เพ่ง หรือ ทำกิจกรรมใดอยู่ก็ทำสมาธิได้เหมือนกัน .. ดิฉันเลยเริ่มจากตรงนั้น .. และ สวดมนต์บ่อย ๆ ก้ดีขึ้นมาก .. เลยอยากลองนั้งสมาธิดูบ้างว่าจะทำได้ไหม๊ .. เพราะตอนนี้เริ่มกลัวน้อยลง ..

    อ้อ อีกอย่างคะจะเป็นบ่อยยิ่งตอนเป็นเด็ก คือ เวลาจะนอนบางทีเหมือนเราจะหน้ามืดรู้ตัวอีกที เหมือนวิญญาณเราหลุดออกจากร่างคะ เพราะจะเห็นตัวเองนอนหลับอยู่ บางที่ก็จะเห็นเป็นคนอื่นมาคุยด้วย (ซึ่งไม่ใช่คนแน่ ๆ ) โดยเฉพาะนอนแปลกที่ และ เคยฝันว่ามีคนพาไปดูอดีตตัวเองว่าก่อนนี้เป็นใครทำอะไรไว้บ้างสองสามครั้ง บางทีเราไปที่ไหนสักที่แล้วเราจะรู้สึกเหมือนมีวิญญาณอยู่ตรงนั้น คือ เรารับรู้ได้แต่มองไม่เห็นคะ มันทรมานมากไม่รู้จะทำยังไงดี เลยคิดว่าถ้าเรานั้งสมาธิได้จิตใจเราคงสงบกว่านี้ เย็นกว่านี้ ยอมรับนะคะว่าแต่ก่อนเป็นคนที่โมโหง่ายมาก เห็นอะไรไม่ถูกต้องไม่ได้ ลุกพรึบเหมือนไฟนะคะ

    ... เพราะตอนนี้ถึงเป็นแบบเดิมแต่ก็เรียกสติตัวเองได้ดีขึ้นไม่กลัวมากแล้ว ... ถ้านั้งสมาธิได้ดิฉันคงควบคุมจิตใจตัวเองได้มากกว่านี้ รบกวนท่านผู้รู้ช่วยแนะนำให้ดิฉันได้ลองฝึกทำหน่อยนะคะ .. เอาแบบนั้งจากเริ่มต้นคะ .. ขอบคุณล่วงหน้า
    ข้อสำคัญเลยนะครับก็คือ คุณยังกลัวตายอยู่
    ถ้าจะให้นั่งแล้วไม่กลัวตาย ขั้นแรกของการฝึก ต้องฝึกเป็นหมุ่คณะครับ
    คนหมุ่มาก จะช่วยให้เราไม่กลัวตาย
    ขั้นที่สอง ให้มอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระศาสนาครับ ถึงการปฎิบัตินี้จะทำให้ตายก็ยอม
    ขั้นที่สาม ฝึกพูดคนตาย คนเป็น บ่อยๆ ศึกษาเรื่องชาติภพบ้างจะทำให้ไม่กล้วตาย
     
  20. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    1,370
    ค่าพลัง:
    +2,328
    อ้างอิง:
    ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ remixsong
    เทคนิค การนอนเจริญฌาน ในอานาปาณสติแบบง่ายๆ (ตามแบบฉบับของผม)
    คือ นอนในท่าที่ตัวเองถนัด ท่าที่นอนสบายที่สุด (ท่านอนผมคือ นอนตะแคง ยกขาและแขนข้างหนึ่งพาดหมอนข้างไว้) พอรู้สึกนอนสบายๆก็กำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก
    ตามแบบอานาปาณสติ หลังจากนั้นให้เอาส่วนมือหรือแขน ข้างใดข้างหนึ่ง มาไว้ตรงไกล้ๆรูจมูก แล้วกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออกไปยังตรงจุดที่ลมหายใจตกกระทบเพิ่มขึ้นอีกจุดหนึ่ง (ที่มือหรือแขน )จากนั้นก็เริ่มนอนเจริญฌาน กำหนดรู้อาการของ วิตก วิจาร ปีติ สุข ไปเรื่อยๆให้หายไปตามลำดับ จนเหลือ อารมณ์เอกคตาและอุเบกขา นอนเจริญฌานท่านี้พอถึงฌาน 4 เราจะรู้ได้ทันที เมื่อลมหายใจค่อยๆเบาลงๆ ละเอียด และ หายไปในที่สุด
    สำหรับท่านที่คล่องในการเจริญฌานในท่านั่ง ทำแบบนี้ แป๊ปเดียวถึงฌาน 4
    สำหรับท่านที่อารมณ์จิตยังไม่เข้มแข็ง ทำแบบนี้ ท่านจะหลับไปได้โดยง่าย
    การนอนเจริญฌาน ทุกวัน เป็นการรักษาอารมณ์จิตไว้ไม้ให้เสื่อม
    แต่ทางที่ดี ในตอนกลางวัน ควรนั่งสมาธิด้วย เพราะทำในท่านั่ง อารมณ์จิตจะพัฒนาไปได้ไกลกว่า ท่านอน
    ฺ....ผิดถูกประการใดขอ อภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย
    ผมเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง
    ขอบคุณครับ
    ถ้าคืนไหน ผมนอนทำสมาธิ จะไม่หลับเลยทั้งคืนครับ นอกจากออกแล้ว จึงเพลียหลับไปเอง
     

แชร์หน้านี้

Loading...