ใครเคยโดนภาพหลุมดำบ้าง

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Suryar, 5 มิถุนายน 2018.

  1. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    มีคนโยนภาพหลุมดำให้ในเว็บวิเคราะห์ตรรกศาสตร์ทางเรขาคณิต

    บอกว่า ต้องการความช่วยเหลือเมื่อสิบปีก่อน

    จากนั้น ธาตุไฟแตก

    พยายามรักษาอาการให้หายมาเรื่อยไป

    แต่อาการเจ็บดั้งจมูกขณะทำกรรมฐานไม่หายไป

    ยิ่งฝืนนั่งยิ่งน้ำตาไหล

    ใครพอแนะนำได้มั้ยว่า ควรทำอย่างไร

    ปล. เพื่อนของเราก็โดนภาพหลุมดำ โดยมีคนหลอกว่าเป็นการฝึกกสิณดิน แต่เขาไม่ปวดดั้งจมูกเลย เพราะอะไร
     
  2. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    เป็นเพราะ

    ทำสมาธิไม่ได้ จิตไม่มีกำลัง มั้งครับ

    แนะนำว่าให้ภาวนาบริกรรมให้จิตเป็นสมาธิ ฌาน อาการจะหายไป
     
  3. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    พยายามทำสมาธิแล้ว

    แต่จะเห็นภาพเชื่อมต่อกับคนที่หลอกให้ดูหลุมดำเช่น

    กำลังก้าวขึ้นรถหลังเลิกงาน กำลังทำกิจกรรม outdoor เป็นต้น

    แชลแนลไปเชื่อมกับเขาหมดเลยค่ะ

    ยกเลิกแชลแนลยังไงดีคะ

    ปล. เจ็บดั้งจมูกมาก ขอให้เขา ตดและเรอ ออกมาหลังการดื่มนมธรรมดาที่มิใช่แลคโตสฟรี เลยอ่ะค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 มิถุนายน 2018
  4. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรนะ เพราะไม่เคยเป็นแบบนั้น

    แต่ถ้าให้ตอบตรงๆ ก็คือ เราต้องทำให้จิตเรามีกำลัง ครับ จิตเรามีกำลัง เราก็จะสามารถ ตัดได้ทุกอย่างครับ รู้ตัวสติทันเมื่อไหร่ ก็กำหนดจิต ตัดทิ้ง ให้หมดครับ อย่าเอาสติไปยึดอีก เจอภาพก็กำหนดตัดทิ้ง หัดไปเรื่อยๆ ครับ จิตมีกำลัง เราก็จะตัดทิ้งได้ครับ

    ถ้ากำลังตัวเองไม่พอ ก็ขอให้ ครูบาอาจารย์สงเคราะห์ ช่วยเหลือ ครับ หาวัตถุมงคลมาช่วยป้องกัน กำลังครูบาอาจารย์ ครับ
    ลองเข้ากลุ่มดูครับ
    https://www.facebook.com/groups/1023744431052097/
     
  5. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    ลองมาหลายที่แล้วค่ะ

    ตัดการสื่อสารไม่ได้เลย

    สิบปีแล้วค่ะ

    เคยคิดว่าเป็นกรรมจากชาติที่แล้วค่ะ
     
  6. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    เท่านี้ไม่พอ เรายังเชื่อมไปถึง นกของเขา ที่บินบนฟากฟ้า

    เขาเลี้ยงนกแข่ง

    เราเห็นภาพฟากฟ้าสวยงามมากเวลาทำกรรมฐาน

    คือมิใช่เชื่อมเฉพาะเขา

    แต่เชื่อมนกของเขาด้วยค่ะ
     
  7. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    เหมือนส่งจิตออกไปเลยนะ

    แนะนำได้ว่า เวลาทำกรรมฐาน ให้มี สติ จดจ่ออยู่กับคำบริกรรมมิให้ขาดสาย ครับ ถ้าเผลอสติ หลุดจากคำบริกรรมไปส่งจิตออกไปจับอย่างอื่น รู้ตัวเมื่อไหร่ ให้กำหนดจิต ตัดทิ้งในทันที แล้วกลับมาบริกรรมตามเดิม ครับ หัดไปเรื่อยๆ ให้ชำนาญ เวลามีนิมิตภาพอะไรขึ้นมา จิตเราจะมีกำลัง สามารถตัดภาพนั้นทิ้งได้ แล้วกลับมาที่คำบริกรรมในกรรมฐานมิให้ขาดสายตลอดการปฏิบัติครับ
     
  8. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    มิได้ส่งจิตออกนอก สมุทัยนะคะ

    พอเริ่มฌานสอง อ้าว เจ็บดั้งจมูก

    เริ่มปล่อยวาง เพราะน้ำตาไหล

    ภาพนิมิตรจะทะยอยเข้ามาเมื่อปล่อยวาง

    ขึ้นฌานสามสี่ไม่ได้เลยค่ะ
     
  9. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    หมายถึง เช่นถ้าเรา จดจ่ออยู่กับคำบริกรรม แล้วเราหลุดจากคำบริกรม คือการส่งจิตออก ไปจับสิ่งอื่น ครับ
     
  10. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    ลืมเล่าว่า ตอนที่โดนหลุมดำ เกิดอาการอาเจียนสามวัน
    แล้วเริ่มเจ็บดั้งจมูก นับตั้งแต่นั้น

    มีอาการร้อนมากต้องอาบน้ำแข็ง

    อาบเสร็จ ธาตุไฟแตก เพราะอาบบ่อย

    ไปนั่งกรรมฐาน ได้แค่อานาหรือมากสุดฌานสอง

    ไปไม่ถึงฌานสี่แล้ว

    คิดว่า ใช้กรรมไปวันวันค่ะ
     
  11. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ถ้าเอาตามตรงๆ ถ้าจิตเข้า ปฐมฌาน จริง อาการทางร่างกายก็จะไม่รับรู้แล้วนะครับ
    ถ้ายังรับรู้อาการทางกายอยู่ ก็แสดงว่า ยังไม่ได้เข้า ปฐมฌาน ครับ
     
  12. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    บริกรรมไป พอนิ่ง ก็เจ็บดั้งจมูก

    เคยคิดจะหาอาจารย์ แต่กลัวโดนหลอกอีกค่ะ
     
  13. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    ปฐมฌานยังสะดุดที่น้ำตาไหล
    อาการคล้ายไปกันค่ะ
    แต่นี่เจ็บดั้ง แล้วน้ำตาไหล
    เทียบให้ฟังค่ะท่าน
     
  14. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    ตามความเข้าใจ ปฐมฌาน ยังมีความปิติ

    ใช่มั้ยคะ

    น้ำตาไหลออกมาเอง

    แม้เราไม่สนใจ แต่มีสติว่าน้ำตาไหล

    ผิดถูกช่วยแก้ไขด้วยค่ะท่าน
     
  15. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    ไม่ใช่ครับ

    ปิติของ ฌาน ก็คือ ปิติของฌาน ครับ

    ไม่ใช่ อาการปิติน้ำตาไหล ของร่างกาย กายหยาบ ครรับ
     
  16. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    ของท่านคงเข้าเกียร์แล้วสมู้ท

    เครื่องไม่กระตุก ไม่มีอาการเวลาเช้นจ์เกียร์

    ที่เจอคือลดระดับเกียร์ไม่ได้ มันค้าง ต้องรอจนกว่ารอบเครื่องจะต่ำเอง หรือ สูงเอง แล้วเกียร์จะเปลี่ยนเอง

    อาการเครื่องกระตุกหรือ น้ำมันรั่ว ไม่เคยสนใจ มารับรู้ตอนถอนออกจากสมาธิคือเมื่อดับเครื่องได้ค่ะ

    ผิดถูกขอคำชี้แนะนะคะ ไม่ทราบจะอธิบายยังไง เลยใช้เกียร์แมนนวลค่ะ
     
  17. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    งั้น สภาวะนิ่งไปเย็นไปใสๆ ก็มิใช่ปิติ ใช่มั้ยคะ
    พอมัน นิ่ง เย็น ลึก ใส น้ำตามันไหลเองค่ะมิได้กำหนด

    นี่สับสนมานาน เพิ่งเข้าใจว่า มิใช่ปฐมฌาน
     
  18. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    6,789
    ค่าพลัง:
    +29,316
    ไม่ค่อยเข้าใจที่ถามเท่าไร แต่จะพูดในภาพรวมๆให้ฟังแล้วกัน
    ภาพหลุมดำ เข้าใจว่าเป็นภาพที่เห็นในนิมิตนะ..
    และภาพหลุมดำ มันจะเห็นได้ปกติอยู่แล้ว
    ในกรณีที่ฝึกกสิณเพื่อสร้างกำลังจิตและความสามารถใน
    การเข้าถึงพลังงานที่เป็นนามธรรมทั้งภายนอกภายในครับ
    เพียงแต่จะเกิดกำลังจิตได้ จะต้องปั่นมันวนซ้ายให้ได้เท่านั้น
    ซึ่งภาพนี้มันจะเกิดหลังจากที่สมาธิเข้าถึงระดับปฏิภาคนิมิตได้ก่อน.
    ซึ่งการเห็นภาพแบบนี้ได้ มันสามารถเห็นได้ในกำลัง ๒ ระดับ
    และในเรื่องกสิณนั้น การจะแนะนำใครได้ว่าควรฝึกกองไหน
    จะต้องพอทราบข้อมูลในอดีต ที่ฝั่งในจิตคนนั้นมาก่อน
    ว่ากองไหนมีความหนาแน่นมากที่สุด ถึงค่อยแนะนำได้ครับ
    ไม่งั้นถ้าแนะนำไม่ถูกให้ฝึกทั้งชาติ ก็ไม่มีทางฝึกสำเร็จ
    จนใช้งานได้ มีแต่มโนรู้เองเห็นเอง
    ไปวันๆพอให้หลงตัวเองเล่นๆ
    ทั้งๆที่ไม่มีกำลังจิตครับ
    การเข้าถึงภาพหลุมดำแยกเป็น
    ๑.ในกำลังระดับสมาธิไม่เกินปฐมฌาน
    และ๒.ในกำลังสมาธิระดับที่ต่ำกว่า ปฏิภาคนิมิต เล็กน้อย....


    ในกำลังสมาธิไม่เกินปฐมฌาน ตรงนี้หละ ตัวหลอกอันดับต้นๆ
    ที่ชาวโลกมักจะหลงกับการ ได้เข้าไปผ่านหลุมดำหลอกหลวงนี้
    และเมื่อผ่านไปแล้ว ก็จะไปได้พบเห็น แต่สิ่งที่ดีๆ...แต่หา
    รู้ไหมว่า สิ่งที่พบเห็นนั้น มันก็มาจากสัญญาในจิตของผู้นั้นนั่งเอง
    จึงเป็นเหตุให้ หลายๆดวงจิต หลงตัวเอง คิดว่า บรรลุธรรมขั้นสูง
    เป็นอรหันต์ เป็นผู้ที่พ้นแล้ว ซึ่งแท้จริงๆแล้ว มันเป็นเพียง
    แค่มายาจิตอย่างหนึ่ง ประเภทที่หลอกให้หลงง่ายๆเพียงแค่นั้นเอง...

    และจะยิ่งหลงไปกว่านี้ เพราะในระดับกำลังสมาธิลูกชิ้นปิ้งนี้
    หากผู้นั้นไม่สนใจเรื่องการสร้างกำลังสติทางธรรม และเรื่องเดินปัญญา
    ด้วยแล้ว จะยิ่งหลงได้ง่ายเข้าไปอีก ประมาณว่า ่เข้าทางภาพหลุมดำมัน
    ยิ่งชอบเรื่องพิเศษๆ ชอบผลของกรรมฐานที่พิเศษ ประมาณว่า เพื่อให้ตนเองพิเศษกว่าใคร ยิ่งเป็นเสมือนของหวานของภาพเลยหละครับ...

    เพราะมันสามารถเห็นได้แม้ในเวลาลืมตาปกติ เพราะใช้กำลังสมาธิไม่มาก เพียงแค่อาศัยการทำงานได้ของจิตในเวลาปกติชั่วคราว
    เช่น พึ่งตื่นนอน หรือกำลังปลดทุกข์ จะเห็นพวกนี้ได้แบบสิวๆ...
    ข้อที่มันทำให้หลงตัวเองได้ง่ายและหลงสภาวะได้ง่ายๆว่า
    เป็นกำลังฌาน ๔ เพราะว่า มันสามารถปั่นภาพพวกนี้วนขวาได้
    แบบสิวๆ ก็เลยเผลอคิดว่า ตนเองเป็นผู้ไม่ธรรมดา ทั้งๆที่
    การปั่นวนขวาได้นั้น ต่อให้ปั่นชาตินี้ยันชาติหน้า หรืออีกสิบชาติ
    ก็ไม่ได้เกิดกำลังจิตอะไร เอาไว้เพียงแค่ซ้อมปั่นพอได้อยู่
    ยกเว้นว่า จะปั่นมันวนซ้ายจนมันเล็กเท่านิ้วโป้
    ด้วยจุดที่แตกต่างกันในร่างกาย
    และดึงเข้ามาที่ตัวได้ ก็จะเริ่มต้นไปกรรมฐานพิเศษอื่นๆได้
    ประเด็นนี้ค่อยว่ากันภายหลัง.....
    เอาเป็นว่า ในกำลังระดับสมาธิขั้นนี้ ห้ามไปสนใจไอ้หลุมนี้
    เป็นอันขาด ให้ละ ให้ทิ้งไปเลย แล้วสร้างสมาธิสะสม
    เพื่อไต่ระดับสมาธิขึ้นไปในขั้นต่อไป จนถึงระดับปฏิภาคนิมิต
    หรือ ถึงจุดที่สามารถแยกกายกับจิต และควบคุมจิตให้อยู่นิ่งๆ
    ในร่างกายได้เป็นปกติ ก็จะปลอดภัยต่อกายและจิตได้เอง



    ๒.ในกำลังระดับที่ต่ำกว่าปฏิภาคนิมิตหน่อยหนึ่ง
    พอเกิดภาพหลุมดำขึ้นมา ถ้าเข้าใกล้มาเกินไป
    ก็จะถูกภาพมันดูด ไปโผล่ที่ไหนก็ได้ ในระบบสุริยะจักรวาลนี้
    และก็จะทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะไปเกร๊งกล้าม
    ปั่นอุคนิมิต ต่อในสถานที่ๆถูกดูดไป พอจะได้ประโยชน์บ้าง
    ถ้าโดนดูเข้าไป ก็ให้ระลึกรู้ตัว ก็จะกลับสู่สภาวะปกติได้ภายใน
    เสี้ยววินาที
    และถ้าอยู่ไกลไป ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย กับภาพหลุมดำเช่นกัน
    ในผู้ที่ต้องการจะสร้างกำลังจิต ซึ่งมันก็เป็นเบสิก ของคนฝึกกสิณ
    เพื่อไปทางสร้างกำลังจิต เพื่อใช้ในส่วนด้านพลังงานอยู่แล้ว
    ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร....

    แต่ จะต้องหามุมที่พอดีและระยะที่พอดี
    ให้เจอด้วยตัวเอง ซึ่งการจะรักษาระยะห่างให้พอดีเพื่อไม่ให้ถูกดูดนั้น
    จะต้องอาศัย กำลังสมาธิและกำลังสติสะสมที่มากพอ
    และมุมที่จะปั่นมันได้ คือ มุมประมาณเรายืนบนระเบียงชั้นสอง
    แล้วมองลงมาที่พื้นชั้นล่างๆ ถ้าสามารถปั่นวนซ้ายได้
    ก็จะเกิดกำลังจิต ที่สามารถใช้งานเล่นกับพลังงานได้
    ทั้งภาพนอกภายใน ในเวลาลืมตาปกติในชีวิตประจำวันแบบสิวๆ....
    ถ้าคนพอมีกำลังสมาธิสะสม ก็จะไม่เกิดอะไรกับร่างกาย.....

    ปล. เล่าให้ฟังเล่นๆ
    ท้ายนี้กรณีคนที่ธาตุไฟแตกยังไงก็ปวดบริเวณจมูก
    เพราะว่าเส้นพลังงานที่ปกติจะวิ่งจากแนวกระดูกสันหลัง
    เป็นเส้นตรงๆขึ้นด้านบนนั้นมันขาด ก่อนที่จะถึงท้ายท้อย
    คือมันวิ่งขึ้นมา แล้วไปหมุนอยู่ปลายที่ใต้ท้ายทอย
    ไอ้ที่หมุนนี้ มันก็จะไปชนกับกระแสความคิดของสมอง
    ที่ปกติมันจะหมุมอยู่ภายในกระโหลกศรีษะของเราปกติ
    ถ้านึกไม่ออกก็คือ สมมุติกระแสสมองเราเหมือนลูกโป่งใบหนึ่ง
    ขนาดที่ศรีษะเรา
    มันก็เหมือนเราเอาลูกโป่งเล็กๆอีกใบ
    มาดันลูกโป่งนี้ตรงด้านหลังข้างล่าง
    มันก็เลยเกิดคลื่นที่จะพลังให้ลูกโป่งขนาดเท่าศรีษะ
    มันเสียรูป ต่ำแหน่งที่มันเสียรูปก็จะไปยังด้านหน้าลูกโป่ง
    ตรงช่วงกลางๆพอดี เพราะลูกเล็กมันดันจากข้างหลังล่าง
    และไอ้ช่วงกลางๆที่เสียรูป มันก็คือบริเวณจมูกนั่นหละครับ

    วิธีแก้ คือ
    ๑.จัดระเบียบเส้นสายพลังงานใหม่
    ๒.ปรับระบบหายใจใหม่ เข้าออกให้ลึกถึงท้อง
    และเข้าออกหยุดที่ปลายจมูก
    ๓.เจริญสติให้ต่อเนื่อง พูดง่ายคือเริ่มใหม่เลย
    เพราะจิตมันไร้การควบคุมตัวเองได้ และตัว
    สัมผัสภายใน มันจะยังไม่ผูกเรื่องกับการการระลึก
    ถึงทางด้านสัมผัสต่างๆ คือ เข้าถึงง่ายๆ แต่ขาดสติ
    ในการควบคุมไม่ให้ยึด ไม่ให้นึกถึง
    ๔.เจริญสติจนเดินปัญญาได้ และเดินปัญญาไป
    ซักระยะหนึ่งจนเกิดปัญญาทางธรรม
    ๕.เคารพพระรัตนตรัย ให้มั่น ทำบุญอุทิศส่วนกุศลบ่อยๆ
    ตัดเรื่องนามธรรมที่รับรู้สัมผัสได้ ทั้งหมด...
    ๖.ให้ปลอดภัย ให้อฐิษฐานพระคลอบกายไว้ด้วย
    เวลาไปไหน ที่สำคัญคือก่อนจะนอน ป้องกันปราณรั่ว
    หรือตัวสัมผัสภายในส่งออกไปรับรู้เรื่องราวต่างๆ

    ทั้ง ๕ ข้อนี้ถ้าทำได้ ก็จะกลับมาปกติทั้งกายและใจได้
    แต่ว่า จะต้องใช้เวลาหน่อยนะครับ
    ที่เคยเห็นเร็วสุด ก็ครึ่งปีเป็นอย่างน้อยครับ
     
  19. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,417
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,490
    นิวรณ์ 5

    นิวรณ์มี 5 อย่าง คือ
    1. กามฉันทะ
    2. พยาบาท
    3. ถีนมิทธะ
    4. อุทธัจจะกุกกุจจะ
    5. วิจิกิจฉา

    ถ้าจิตเราเป็น ฌาน นิวรณ์ 5 จะเกิดไม่ได้ครับ
    นิวรณ์5 เป็นข้าศึกแห่งฌาน
     
  20. Suryar

    Suryar Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    427
    ค่าพลัง:
    +473
    ท่านนพ

    เขาเอาภาพเรขาคณิตมาโพสต์แล้วถามว่าเห็นอะไร

    นึกว่าเป็นเกมส์ภาพสามมิติ เลยจ้องมอง

    อาเจียน และถ่ายท้องไปสามวัน

    จากนั้น แชลแนลเชื่อมกับเขา

    เห็นทุกอย่างที่เขาทำ ตอนที่นั่งสมาธิ

    เห็นนกที่เขาเลี้ยงแข่ง โบยบิน บนฟากฟ้า

    ไม่เคยยึดติด

    แต่บาดเจ็บปางตาย

    ออกจากงานมาเพราะทำงานไม่ได้

    ทรมานมากค่ะท่านนพ
     

แชร์หน้านี้

Loading...