ใจ เป็นมหาเหตุ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย อโศ, 13 เมษายน 2012.

  1. อโศ

    อโศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,684
    ค่าพลัง:
    +5,803
    รักษาความว่างให้ใจเป็นปกติ
    การรู้ทันบ้างไม่ทันบ้าง ในสิ่งกระทบสัมผัส เป็นขั้นของการเจริญสติ และรักษาอารมณ์สมาธิ
    ถ้าไม่มีสติ ก็ไม่มีทางเกิดสมาธิ
    สมาธิไม่สามารถเกิดเองได้โดยไม่มีสติเป็นเครื่องบำรุงรักษา
    สตินี้จึงสำคัญมาก ไม่มีสติ ถือว่า ไม่มีึความเพียร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 เมษายน 2012
  2. deemonster

    deemonster เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +803
    ตรงนี้ผม เห็นต่างครับ
    ผมว่าสติมีอยู่ในคนปกติทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดการรู้ ที่พาไปเห็นสติครับ
    สติเขามีในการกระทำทุกอย่าง เพียงแต่ไม่รู้
    เมื่อรู้สติ รู้จักการสัดส่ายของสติ
    รู้จักการตั้งอยู่ จดจ่อสิ่งเดียว เรื่อยๆ ต่อเนื่อง รู้ว่ามี เข้าใจ และเห็นจริง
    เมื่อเบาความไม่รู้ รู้เกิด สมาธิจะปรากฏครับ
     
  3. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80

    ไม่จำเป็นต้องตีกินกันเลย ถูกไหม อโศ
    ทางใครก็ทางใคร ใครเพียรมาทางไหนเขาก็ใส่ใจแต่สิ่งนั้น
    ไม่จำเป็นเลยต้องไปยกตัว ว่าเราเพียร เขาเพียรไม่เท่าเรา
    ส่วนสำนวนที่มันเฟือ ก็ทักไปตามที่เห็น หากการทักเป็นการขัดก็ขออภัย ถ้ามันไม่เกิดสติขึ้นมา

    เก็บอาการหน่อยก็ดีนะ ^^

    ส่วน ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ฯลฯ พระพุทธองค์มีปกติสอนอย่างนี้
    เรื่องสมาธิ นั้นนั่งหลับตาเป็นกันทุกคน ไม่น่าเอามาอวดหรอก
     
  4. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80
    ไม่ดีหรอก ไปคว่ำวิปัสสนาญาณ
    อ่านตำรา มันได้แค่ความทรงจำ แต่การพิจารณาเข้าถึงสภาพธรรม เป็นการปฏิบัติ
    อโศมีการศึกษาน้อย ไม่ชอบศึกษาธรรมจากพระวจนะชอบของป่า ของลูกทุ่งเข้าใจง่ายๆ
    นั้นก็เป็นจริต เป็นสันนาลที่สั่งสมมา จะให้หนอนตำราอย่างนายเจ๋งไปเพียรแบบอโศก็ไม่ใช่ทาง
    ฉนั้นแล้วไม่จำเป็นเลย ที่ต้องไปกล่าวผู้นี้ ผู้นั้นเอาคำพระพุทธเจ้ามาชี้
    ก็หัดให้เกรียติตนเหมือนที่ผู้อื่นให้เกรียติตนบ้างเถิด

    ใครจะกล่าวทางใด มันก็ทางของเขา ไม่ใช่ว่าโลกทั้งโลกมีแต่หลวงปู่ หลวงพ่อ
    ก็เวลานี้ พระสัทธรรมยังมีอยู่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ อินทรีย์ อริยะสัจ ปฏิจสมุปบาทยังมีอยู่
    อย่าพระธรรมให้หดสั้น เหลือแต่นั่งหลับตาเดี๋ยวปัญญามันเกิดเองเลย ^^
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 18 เมษายน 2012
  5. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,875
    มนุษย์มีสติอยู่จริง แต่จะมีมากน้อยไม่เท่ากัน คนแก่ชราก็มีสติ แต่สติมีน้อยนิด

    บางคนที่มีสติมาก แม้แก่ชราแล้ว ก็ยังจดจำได้แม่นยำ แต่บางคนเป็นอัลไซเมอร์

    ความแตกต่างมีให้เห็นอยู่บนโลกนี้ รอบๆบ้าน ในพื้นที่ใกล้เคียง หากลองสังเกตุดู

    นี่คือผลแห่งการฝึกสมาธิ แต่หากเป็นเช่นที่คุณกล่าวอยู่ ผลแห่งการฝึกสมาธิคงไม่เกิด

    เพราะเมื่อไม่จำเป็นต้องฝึกสมาธิก็มีสติอยู่แล้ว ผู้ที่เข้ามาอ่านจะเข้าใจคลาดเคลื่อน

    ว่าสติอยู่มีโดยปกติแม้ไม่ได้ฝึก และ ก็จะมองไม่เห็นว่าการมีสติมากๆนั้นดียังไง

    หากมีสติทุกๆนาที ทุกๆวินาที ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทำได้ยากยิ่ง เป็นสิ่งที่ควรเจริญ

    การเจริญสติ ให้มีมาก คงที่ คงนาน ปัญญาก็จะเจริญตามด้วย

    สาธุครับ
     
  6. deemonster

    deemonster เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +803
    อ่านให้รอบคอบสักนิดนะครับ ผมได้กล่าวทักไว้ในเบื้องต้นแล้ว
    เมื่ออ่านไม่รอบคอบก็จะพลั้งไปเช่นนี้
     
  7. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,875
    อนุโมทนาสาธุครับ เป็นธรรมที่บ่งชี้ถึงการพิจารณาตนเอง จริตของแต่ละคนมาแตกต่างกัน

    ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะบังคับให้เดินตามกัน การงานในโลกก็มีมากมาย

    หากกระทำงานชิ้นเดียวกันทั้งโลก ย่อมเกิดปัญหาแน่นอน ควรแล้วที่เดินตามจริตตน

    สาธุครับ
     
  8. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,875
    หากเป็นประโยคนี้ ผมก็ยังกล่าวเช่นเดิมครับ ผู้ที่มีแต่การใช้สมองคิด

    แต่หากไม่มีเรี่ยวแรง จะให้กระทำการให้สำเร็จก็ยังยากอยู่ แต่ผู้ที่มีเรี่ยวแรง

    แต่ไม่มีสมองที่ใช้ในการคิด ก็ยากยิ่งเช่นกันที่จะกระทำให้สำเร็จ

    การปฎิบัติ จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็หาไม่ได้ครับ ต้องมีทั้งสองสิ่งร่วมกันครับ

    สาธุครับ
     
  9. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80
    ตอบกำปั้นทุบดิน

    สมาธิจนดิ่งไม่รู้โลก สุขหนอ นั้นเรียกมีสติหรือ

    สติ กับ ความเพียร ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ไปบัญญัติขึ้นเองไม่ดีหรอก ศาสนาเสื่อมหมด

    ถามหน่อย สติระลึกอะไร
     
  10. deemonster

    deemonster เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +803
    จริงๆผมก็อ่านข้อความของคุณอยู่บ้างนะ
    ลองอ่านๆดู ย้อนไปย้อนมาในคำตัวเองนะครับ
    กับประโยคนี้ มันขัดกันเองอย่างเหลือ ร้ายเชียวล่ะ
    ผมเองผ่านอาการแบบคุณมาพอควร พอจะเข้าใจบ้าง แม้ไม่เหมือนกันทีเดียว
    ไม่อยากจะขัดผู้ปฏิบัติหรอกครับ
    แค่ต้องสะกิดกันบ้างว่า ต้องยอมรับความไม่รู้ของตัวเองให้มากๆ
    หาให้เจอที่หาไม่เจอ ครับ
     
  11. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,875
    การมีสติดูได้ไม่ยาก แค่จดจำได้ทุกวินาทีที่ผ่านมาไหม แค่วันเดียวนี้เอง จดจำได้ไหม

    ไม่ต้องไปดู ไปคิดไกล เมื่อเช้านี้ทำอะไรอยู่ มีไหมที่ลืมบางอย่างไปชั่วขณะ

    เพียงแค่ลืมเรื่องราวบางสิ่ง ก็นำความเป็นทุกข์มาให้แล้ว และ ถ้าทั้งชีวิตล่ะ จะทุกข์มากแค่ไหน

    สาธุครับ
     
  12. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80


    นี่ก็ดีแต่หงายหมา ยกตนถล่มชาวบ้าน
    ธรรมะเป็นของพระพุทธองค์ เราก็ศึกษาตามที่พระพุทธองค์สอนนั้นแล
    จิตมีโทสะ มีโลภะ ให้มีสติรู้ที่เวทนาว่าขณะนั้นเป็นโสมนัท หรือโทมนัส หรือเฉยๆ
    ก็รู้มันตรงปัจจุบันที่เกิดเดี๋ยวนั้น ไม่นานก็จะรู้สังขารปรุงแต่ง
    ปัญญาที่รู้อกุศลเป็นกุศล เป็นการเจริญกุศล
    หากเจริญความเป็นปัจจัยรู้รูปนาม ก็พิจารณาตรงอารมณ์ที่รับมาตรงทวาร๕
    อารมณ์เกิดทางอายตนะใดก็รู้ ถ้าสติแจ่ม ก็พิจารณาที่เหตุเกิด ที่ติดข้องนั้นแลตัณหา ความสูญอยู่ที่ปัญญาพิจารณา
     
  13. oatthidet

    oatthidet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    3,498
    ค่าพลัง:
    +1,875
    คุณบอกว่าสติมนุษย์มีอยู่แล้ว ผมก็บอกว่าที่มีมันน้อยนิด มันกระทำสิ่งใดให้สำเร็จยาก

    ตรงนี้ผม เห็นต่างครับ
    ผมว่าสติมีอยู่ในคนปกติทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดการรู้ ที่พาไปเห็นสติครับ
    สติเขามีในการกระทำทุกอย่าง เพียงแต่ไม่รู้
    เมื่อรู้สติ รู้จักการสัดส่ายของสติ
    รู้จักการตั้งอยู่ จดจ่อสิ่งเดียว เรื่อยๆ ต่อเนื่อง รู้ว่ามี เข้าใจ และเห็นจริง
    เมื่อเบาความไม่รู้ รู้เกิด สมาธิจะปรากฏครับ

    สติที่มีน้อย ก็เหมือนคนที่มีเรี่ยวแรงน้อย ถึงมีสมองที่ใช้คิด ก็สำเร็จได้ยากครับ

    สาธุครับ
     
  14. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80
    สาธุครับ

    มีสติ ต้องไม่ลืมสัมปชัญญะ นี้เป็นกุศลวิตก เป็นสัมมาสังกัปปะ

    ฉนั้นแล้ว สติระลึกเพื่อออกจากกาม เพื่อคลายกำหนัด

    การรู้ตัว รู้สมมุติบัญญัติ รู้นิมิตอนุพยัญชนะ พวกนี้ไม่ใช่ปรมัตถ์
     
  15. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80
    ขอตัวก่อนนะครับ ^^
     
  16. deemonster

    deemonster เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2007
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +803
    นั่นล่ะ เป็นการคิดตีความเอาเอง
    เอาเป็นว่า ผมบอกว่า เพราะเราไม่รู้นี่ล่ะครับสำคัญ
    ไม่รู้ว่าสติเป็นอย่างไร มันจึงมีบ้างไม่มีบ้าง
    เห็นว่ามันน้อย มาก เพราะความไม่รู้
     
  17. อโศ

    อโศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,684
    ค่าพลัง:
    +5,803
    ซัวเจ๋ง คุณเป็นคนเริ่มก่อน ไปวิจารณ์ตำหนิคนอื่นก่อน

    ถ้าคุณให้เกรียติคนอื่น คุณคงไม่พูดจาทะลึ่งตึงตังแบบนี้หรอก

    คำว่า...ตีกิน กำปั้นทุบดิน สมาธิจนดิ่งไม่รู้โลก คว่ำวิปัสสนาญาณ ศาสนาเสื่อมหมด
    ดีแต่หงายหมา ยกตนถล่มชาวบ้าน

    ถ้าใช้คำพูดแบบควายๆ อย่าคุยกันเลย เสียเวลา จะเป็นศัตรูกันเปล่า...

    เลิกคุย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 เมษายน 2012
  18. <Q>

    <Q> Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2011
    โพสต์:
    1,907
    ค่าพลัง:
    +80
    มันก็ปัดให้พ้นตัวถูกไหม

    ไม่มีใครไปเป็นศัตรูใครหรอ ^^

    พูดธรรมเป็นต่อยหอย กระทบโลก กระทบธรรมมันก็สวนทางที่กล่าวมา นี่ก็พิจารณาเอา

    ส่วน คำที่ว่าสำนวนดี ความหมายตามนั้น ไม่มีอะไรในก่อไผ่ นี่ก็ไปปรุงเพิ่มเอาเอง

    ลองอีกสองวันกับมาอ่านประโยคเดิมสิ ให้จำโทสะไว้ ดูสิว่ามันมั่นคงเหมือนเดิมไหม

    นั้นแหละคนปฏืบัติมันต่างกับคนไม่ปฏิบัติอย่างไร ^^

    อโศ เป็นคนมีโทสะนะ เวทนามันเป็นโทมนัสใช่ไหม ต้องกดข่มถูกไหม ^^

    เอานะ ผมให้อโศเลิกคุย คุณได้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้
     
  19. อโศ

    อโศ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,684
    ค่าพลัง:
    +5,803
    นิสัยถาวร แกว่งปากหาเสี๊ยน ด่าไม่เลือกหน้า

    น่าจะรู้ตัวเอง เป็นที่รังเกียจของสังคม จิตใจสกปรก


    ไอ้บ้านี่ มันพยายามจะลาก จะโยง จะเหยียบให้ได้.......

    บิดเบือน ใส่ใคล้ ใส่ความ....ยั่วยวน ถากถาง เสี๊ยมให้ทะเลาะกัน

    ด้วยวิธีการแบบที่ใช้อยู่.......เสียปาก แลบลิ้นแผล่บๆ...ลากเข้าไปกินในน้ำ


    ถ้าเอาเขาลงด้วยธรรมไม่ได้ ก็ใช้วิธีชกใต้เข็มขัด.....ดิสเครดิต

    มันก็เป็นอีร็อบเดิม....

    สะอาดแค่ไหน ในจิตน่ะ.....

    ถ้าเขาไม่มาตอบ จะต่อว่า ถากถาง ยั่วยวน อะไรอีกล่ะ.....
     
  20. boatsa2538

    boatsa2538 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    55
    ค่าพลัง:
    +90
    ขอ แทรกให้บรรยากาศผ่อนคลายหน่อยแล้วกัน ... ใครเคยเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าบ้าง ชวนสนธนา นะ .:cool::cool::cool:
     

แชร์หน้านี้

Loading...