ให้จำไว้ว่าไม่ว่ากายหรือจิตก็ไม่ใช่ของเรา

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย kengkenny, 7 กรกฎาคม 2009.

  1. เปลือกไม้

    เปลือกไม้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2007
    โพสต์:
    13,374
    ค่าพลัง:
    +35,002
  2. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    จะสมมุติไม่สมมุตินี่ ก้จงอย่ากระทำการสุดโต่ง

    อย่าทำเพราะเชื่อว่าจะพาหลุดพ้น อย่าทำเพราะกลัวอำนาจบารมี อย่าทำเพราะหลงใรนความไม่รู้

    บางคนก้เอาแต่พูดว่าดูจิตๆๆๆเถิด อยู่กับปัจจุบันจณะ ไม่ทราบว่ารู้จักทางสายกลางที่แท้ไหม เราควรจะนั่งเพ่งพิจารนาด้วยความเคร่งเครียดและกดบังคับจิตไม่ไห้ฟุ้งซ่านไม่ไห้ทำสิ่งที่ไม่ดี หรือเราควนเพียงรู้จิตว่าตอนนี้เป็นอย่างไร และดูบ่อยๆๆจะรู้จนไม่เกิดจิตที่เป็นอกุศลโดยปริยาย ใครที่ยังมัวนั่งข่มจิต อย่ามาบอกเลยไห้ดูจิตเถิดๆ

    ไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไปนั่นแหละดี
     
  3. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    14,268
    ค่าพลัง:
    +43,600
    เราเพียงแต่อาศัยกายเท่านั้นเอง เมื่อตายไปก็ออกจากกายเนื้อนี้ แต่คนเราทำไมกลับไปยึดติดกับรูปกายภายนอก ไม่เข้าใจ
     
  4. Amoxcycol

    Amoxcycol Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    296
    ค่าพลัง:
    +63
    ต้นไม้ ต้นหนึ่ง
     
  5. ธรรมภูต

    ธรรมภูต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    3,622
    ค่าพลัง:
    +2,186
    จิตก็คือจิต เป็นอื่นไปไม่ได้ ต่างกันแต่
    จิตของปุถุชนนั้น รู้ผิดจากความเป็นจริง(ไม่รู้จักอริยสัจจ์๔ที่ถูกต้อง)
    จิตของพระอริยะเจ้านั้น รู้เห็นตามความเป็นจริง ตามอริยสัจจ์๔ครับ
    ความคิดต่างไม่ใช่สาระสำคัญ
    หยุดคิดเป็นหรือหยุดคิดไม่เป็นต่างหากที่เป็นสาระสำคัญ

    ;aa24
     
  6. Amoxcycol

    Amoxcycol Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    296
    ค่าพลัง:
    +63
    อย่ายอมแพ้ นะจ๊ะ
     
  7. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,915
    ค่าพลัง:
    +7,318
    จิตของปุถุชน เมื่อหยุดคิด ก็ไม่เหมือน จิตของพระอริยะเจ้า เมื่อหยุดคิด
    จิตของปุถุชน ไม่สามารถทำให้รู้ถูกตามความเป็นจริงได้ เพราะขาดปัญญา ขาดสัมมาทิฏฐิ ขาดสัมมาสติ ขาดสัมมาสมาธิ ขาดมรรคจิต ผลจิต

    การรู้จักอริยสัจจ์4ที่ถูกต้อง ของจิตปุถุชน ก็ไม่เหมือนการรู้แจ้งอริยสัจจ์4ของพระอริยะเจ้า ถ้าคุณยังไม่ข้ามโคตร ยังเห็นจิตเป็นตน คุณไม่มีวันเข้าใจถูกตามจริง และไม่ใช่ว่าเราเข้าใจถูกตามจริงแล้วจึงพูดอย่างนี้ แต่เราพูดจากความเข้าใจเรื่อง สัมมาทิฏฐิที่มีของปุถุชน(ความจริงก็คือมิจฉาทิฏฐิ) ต่างจากสัมมาทิฏฐิของพระอริยะเจ้าแบบคนละโลก ต่างกันแบบที่เราไม่สามารถจินตนาการไปถึงได้ ถ้าไม่รู้ของจริงด้วยตัวเอง เพราะขาดโสภณเจตสิกที่เกิดประกอบกับจิต คือปัจจัยหนึ่งที่มีนัยสำคัญต่อการรับรู้จริง และขาดไตรลักษณญาณ ที่เป็นตัวปัญญาการรู้เห็นความจริง เป็นบ่อเกิดแห่งสัมมาทิฏฐิ สัมมาปัญญา ของพระอริยะเจ้า การทำจิตรวมได้ ไม่ได้หมายถึงข้ามโคตรแล้ว เพราะยังไม่ใช่ปัญญาญาณ เราก็ไม่รู้ว่าอะไร บังตาท่านอยู่ ขอให้ท่านโชคดี รอดพ้นวิบากกรรมในเร็ววัน
     
  8. มโน

    มโน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    316
    ค่าพลัง:
    +100
    คัดจากส่วนหนึ่งในโอวาทธรรม ของพระอาจารย์มั่น

    เมื่อพิจารณาในร่างกายนั้นจนชัดเจนแล้ว ให้พิจารณาแบ่งส่วนแยกส่วนออกเป็นส่วน ๆ ตามโยนิโสมนสิการของตน ตลอดจนกระจายออกเป็น ธาตุดิน ธาตุน้ำธาตุไฟ ธาตุลม แลพิจารณาให้เห็นไปตามนั้นจริง ๆ อุบายตอนนี้ตามแต่ตนจะใคร่ครวญออกอุบายตามที่ถูกจริตนิสัยของตน แต่อย่าละทิ้งหลักเดิมที่ตนได้รู้ครั้งแรกนั่นเทียว พระโยคาวจรเจ้าเมื่อพิจารณาในที่นี้พึงเจริญให้มาก ทำให้มาก อย่าพิจารณาครั้งเดียว แล้วปล่อยทิ้งตั้งครึ่งเดือน ตั้งเดือน ให้พิจารณาก้าวเข้าไปถอยออกมา เป็นอนุโลมปฏิโลม คือเข้าไปสงบในจิตแล้ว ถอยออกมาพิจารณากายอย่าพิจารณากายอย่างเดียวหรือสงบที่จิตแต่อย่างเดียว พระโยคาวจรเจ้าพิจารณาอย่างนี้ชำนาญแล้วหรือชำนาญอย่างยิ่งแล้ว คราวนี้แลเป็นส่วนที่จะเป็นเอง คือจิตย่อมจะรวมใหญ่ เมื่อรวมพึบลงย่อมปรากฏว่าทุกสิ่งรวมลงเป็นอันเดียวกัน คือหมดทั้งโลกย่อมเป็นธาตุทั้งสิ้น นิมิตจะปรากฏขึ้นพร้อมกันว่า โลกนี้ราบเหมือนหน้ากลองเพราะมีสภาพเป็นอันเดียวกัน ไม่ว่าป่าไม้ ภูเขา มนุษย์ สัตว์ แม้ที่สุดตัวของเราก็ต้องล้มราบเป็นที่สุดอย่างเดียวกัน พร้อมกับ "ญาณสัมปยุต คือรู้ขึ้นมาพร้อมกันในที่นี้ตัดความสนเทห์ในใจได้เลย" จึงชื่อว่า "ยถาภูตญาณทัสสนวิปัสสนา คือทั้งเห็นทั้งรู้ตามความเป็นจริง"
     
  9. มโน

    มโน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    316
    ค่าพลัง:
    +100
    ย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ
    สงฺฆญฺจ สรณํ คโต
    จตฺตาริ อริยสจฺจานิ
    สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ
    ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ
    ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ
    อริยญฺจฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ
    ทุกฺขูปสมคาทินํ . . . ฯ ๑๙๐-๑ ฯ

    ผู้ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
    ย่อมเห็นอริยสัจด้วยปัญญาอันชอบ คือ
    ทุกข์, เหตุของทุกข์, ความดับทุกข์ และ
    อริยมรรคมีองค์แปด อันเป็นทางดับทุกข์

    He who takes refuge in
    The Buddha, the Dharma and the Sangha
    Sees with wisdom the Four Noble Truths:
    Suffering, The Cause of Suffering,
    The Cessation of Suffering,
    The Noble Eightfold Path leading to
    The Cessation of Suffering.
     
  10. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,915
    ค่าพลัง:
    +7,318
    คราวนี้แลเป็นส่วนที่จะเป็นเอง คือจิตย่อมจะรวมใหญ่

    อนุโมทนา

    จิตรวมเอง กับ เราเจตนาทำจิตให้รวม เหมือนกันไหมหนอ
     
  11. Amoxcycol

    Amoxcycol Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    296
    ค่าพลัง:
    +63
    นักปฏิบัติต้องจิตใจมั่นคง อ่อนไหวต่อโลกธรรมจัง




    An Angel In My Life

    YOURE SO BEAUTIFUL IT HURTS TO ME ITS JUST LIKE A CURSE CAUSE EVERYTIME I SEE YOU SMILE I DONT WANNA WAIT FOR A WHILE TO MAKE YOU MINE IVE NEEDED YOU FOR A LIFETIME OR SO THEN YOU WERE THERE LIKE AN ANGEL IN MY LIFE I MET YOU A LONG LONG TIME AGO NOW I SEE YOU LIKE AN ANGEL IN MY LIFE
    LUV
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2009
  12. Amoxcycol

    Amoxcycol Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    296
    ค่าพลัง:
    +63
    อีกอย่าง การหลีกเลี่ยงที่คิดว่า เราสู้ไป แล้วคิดว่าไม่ไหวเป็นสิ่งที่ดีนะ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
    จิตใจเรา ยังอ่อนไหวมาก เดี๋ยวไปกระทบอะไรเข้า จะยุ่ง
    รู้ใช้ไหม อย่าจับเข็ม จับมีดเวลาโกธรล่ะ เห็นชัดนะ Farm เขา จะแย่เอา

    ทางโลกที่ใกล้จะสำเร็จ ทำให้ได้นะ Two in one แน่ะ
    เหอ ๆๆๆๆ อย่าไปสนใจ น่ารักอยู่แล้ว
     
  13. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475

    ตอบท่านผู้ทรงคุณ หากท่านคิดว่าใช่ และเรียนเพื่อนสหธรรมมิกทุกท่าน เวลาผ่านมานานมากถึง๒๕๐๐ กว่าปีแล้วหลังองค์ศาสดาปรินิพพาน ท่านอาจไม่เชื่อในสิ่งที่ผมกล่าวแต่ไม่เป็นไรเรื่องกรรมฐานความจริงเปรียบดังการเดินสุ่มแบบไร้ทิศทางแต่สิ่งที่ผมควรจะได้จาก สมถกรรมฐานนั้นคือ อุเบกขารมณ์ และ เอกัตคตารมณ์ เป็นเครื่องอยู่ กสิณทั้งหมดทำได้แต่ไม่เหมาะกับตนจึงใช้อานาปานาสติเป็นที่ตั้ง สาเหตุที่กสิณไม่เหมาะเพราะอะไรก็ตามแท้จริงแล้วเป็นสิ่งสมมุติ มีอารมณ์ติดค้าง จึงใช้อานาปานาสติเป็นที่ตั้งผมเคยกล่าวว่า สัมมาสมาธิ คือ การว่างเว้นจากอารมณ์อื่นใดนอกเหนือจากอุเบกขา และ สติ อยู่รึไม่นั้นในกรรมฐาน ๔๐ ก็ไม่อาจทราบ แต่อยู่ในความเป็นพุทธะแน่นอน การพิจารณาธรรมของข้าพเจ้าเนื่องจากข้าพเจ้าผู้มากด้วยกามสุขของโลก ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็น ผ่านมาหมดทั้งสิ้นแต่ผ่านเพื่อการเรียนรู้หาได้ยึดติดมันและเรื่องใดเป็นสิ่งที่เป็นโทษต่อกายและจิตก็ดับเสียซึ่งความอยากนั้นซะ ผมเข้าใจว่าผมมีการพิจารณาแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น และอย่าหวังในสิ่งอื่นๆใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนและผู้อื่นเลย ผมไม่ได้เป็นในสิ่งที่ท่านทั้งหลายอยากให้เป็นหรือไม่อยากให้เป็น ผมเป็นผมเป็นตัวเป็นตนที่เกิดจากธาตุ ๔ ดินน้ำลมไฟ เมื่อถึงเวลาก็คืนเขาไป ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นเพียงเครื่องยึดเพื่อทำกิจที่พึงทำหาใช่เป็นเครื่องมือเพื่อลาภสักการะ เพื่อความเพลิดเพลินประการใด แต่ถ้าหากท่านไม่สงสัยในตนก็อย่าสงสัยในบุคคลอื่นเลย ผมเป็นฆราวาสธรรมดาไม่ประสีประสาเรื่องธรรมนั้นหรอกแค่เพียงอยากจะกล่าวว่าสาเหตุที่มนุษย์นอกจากไม่ได้สู่สุคติภูมิแล้วยังต้องตกสู่อบายภูมิเพราะความไม่เข้าใจในอรรถในธรรมทั้งหลายช่วยกันตีความหมายไปต่างๆนานาๆ ตามจริตตามความคิดของตน บางสิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขัดกับสภาพธรรมทั้งหมดก็มี แม้เรื่อง จิต นี้ก็สำคัญที่ถามว่าพิจารณาอะไร ผมตอบว่าผมพิจารณาความเป็นไตรลักษณ์ของขันทั้ง๕นั้นแหละเป็นมูล ผมทราบแน่ว่ามีแค่นามรูป มีเกิดและดับ อยู่ตลอดกาล เช่นเดียวกันกับหากจะกล่าวหมดทำกาละขันธ์นั้นเสีย ไปสู่ขันธ์ใหม่หรือภพภูมิใหม่ก็เป็นจิตที่เกิดขึ้นใหม่แต่ผลแห่งกุศลและอกุศลเป็นตัวกำหนดส่วนนี้ต้องคิดกันเอาเองแต่แนะนำไม่ควรคิด ให้คิดกาลปัจจุบัน รูป เห็นได้ไม่ยากในความเป็นไตรลักษณ์ แต่นาม เห็นได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกับรูปเพราะไม่มีตัวตนต้องอาศัยการปรุงแต่งสมมติของเราเอง ใครสักกี่คนบนโลกใบนี้จะคิดว่าจิตที่เราครองอยู่นี้ไม่ใช่ของเราไม่เป็นตัวเป็นตนอะไร มีแต่ทุกข์กับสุข เกิดและดับ ตลอดเวลาเรียกไม่เที่ยง(มองอย่างง่ายนะ) และถ้าหากลบองค์ประกอบต่างๆของคำว่าจิตออกไปให้หมด เหมือนเด็กที่เพิ่งเกิด หากเห็นภาพนั้นก็จะเข้าใจว่าแท้จริงจิตคือความว่างเปล่าเรียกอนัตตา นั่นแหละเรียกจิตแท้ และเป็นอนัตตาลักษณะโดยแท้ไม่เปลี่ยนแปรไปเป็นอื่นแน่นอน มนุษย์ทั้งหลายเกิดมามองเห็นแต่ความเป็นรูปพิจารณาเห็นความเป็นไตรลักษณ์ได้แค่ลักษณะหยาบ แค่รูป เรียก อสุภะ แต่พอเป็นผลแห่งผัสสะ ทุกคนจะยอมแพ้กันหมด หาเหตุที่มาไม่พบเพราะไม่เข้าถึงจิตแท้ อาศัยแค่คำบอกเล่า พระไตรปิฏกเป็นเครื่องอยู่หาใช่สิ่งที่ตนเองเห็นไม่ จึงเกิดความเป็นอัตตาเกิดขึ้น ติดค้างอยู่แค่นั้น ผู้เผยแพร่ธรรมส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถอธิบายลักษณะสามประการของไตรลักษณ์ให้เป็นเอกเทศจากธรรมทั้งปวงไม่ได้จึงเกิดการโกลาหลในพระอภิธรรม นานมาแล้วผู้ที่เป็นอริยะสงฆ์เห็นและทราบได้ด้วยจิตอันบริสุทธิ์แต่ปล่อยไปตามกรรม เพราะกรรม และไม่อยากให้เกิดการโต้แย้งอย่างรุนแรงด้วยเมตาสงสารเกรงว่าปถุชนคนเหล่านั้นจะต้องยิ่งตกทุกข์ได้ยากมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นข้าพเจ้าเป็นเพียงฆารวาสไม่ว่าความผิดใดที่ข้าพเจ้าก่อก็ย่อมเป็นของข้าพเจ้า กรรมใดที่ใครกระทำต่อข้าพเจ้าก็ย่อมจะเบาบางกว่ากระทำต่อพระอริยะสงฆ์สาวก ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปทั้งสิ้นที่ทำไปเพื่อให้บุคคลทั้งหลายเลิกสงสัยในพระธรรม ข้าพเจ้ากล่าวตรงๆเลยว่าข้าพเจ้าเป็นฝ่ายเถรวาท คำสอนสั่งคัดกรองจากอริยะสงฆ์สาวกและพิจารณาด้วยปัญญาของตนเอง ด้วยศรัทธาอันหาประมาณมิได้ในคุณแห่ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าไม่ขอตอบคำถามที่เหลือ แต่ข้าพเจ้าบอกท่านทุกคนแล้วว่าแท้จริงแล้ว ธรรมที่เรียกว่าเป็นอนัตตา นั้นคนละความหมายกับ ไม่มีตัวตนหรือว่าสูญ ข้าพเจ้ายังไม่ได้เดินเข้าไปในที่แห่งนั้นแต่ประตูทางเข้าเปิดออกแล้วสำหรับข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าจึงอยากกล่าวกับทุกท่านว่า ประตูทางเข้ามันอยู่ทางนี้อย่าไปทางอื่น ทางอื่นไม่ใช่ทาง ถ้าอยากหลุดพ้นในปัจจุบันชาติหรือไปสู่สุคติภูมิที่ดีเพื่อสั่งสมบารมี หรืออะไรต่างๆที่เป็นกุศลก็ตาม หวังว่าท่านทั้งหลายคงเข้าใจความหมายนี้ ไม่ต้องถามผมเรื่องเนิ่นช้าผมยังมีกิจที่ต้องทำอีกมากบางส่วนเกิดจากอกุศลกรรมที่เคยก่อไว้ บางส่วนต้องเติมให้เต็ม ขอท่านทั้งหลายผู้ถึงพร้อมได้สำเร็จดังหมายด้วยใจด้วยจิตของท่านเถิด ไม่ต้องห่วงผู้อื่นผู้ใด ข้าพเจ้าขอกราบสักการะไว้ล่วงหน้าในกาลบัดนี้ถึงท่านอริยะสงฆ์อริยะบุคคลที่จะเกิดขึ้น ในกาลบัดนี้และอีกต่อไป อนุโมทนา สาธุ ทั้งหมดเพื่อต่ออายุพระพุทธศาสนาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมณโคดม ให้พ้นจากหมู่มารที่คอยทำลายพระศาสนา ด้วยอธิจิตแห่งพระอริยะสงฆ์อริยะบุคคลที่จะเกิดขึ้นในกาลบัดนี้ และกาลเบื้องหน้า
    ขอท่านทั้งหลายจงเจริญในธรรม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2009
  14. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475
    ไม่เคยคิดครับ ขอความสุขความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านครับ
     
  15. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475
    ด้วยเหตุนี้แหละผมถึงยกคำสองคำให้ท่านธรรมทูตหาและให้ผู้อื่นได้ทราบ
    อัสมิมานะ และ อธิมุตติ (อัธยาศัย คือ เครื่องอยู่แห่งสัตว์ทั้งหลาย) ถ้าใครยังไม่รู้ลองทำความเข้าใจในกลางๆของกระทู้
    เจริญในธรรม
     
  16. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475
    ใครจะปรามาสก็เชิญ แต่ขอได้โปรดพิจารณาธรรมนั้นก่อนๆที่อะไรมันจะสายเกินไป
     
  17. หลบภัย

    หลบภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,210
    ค่าพลัง:
    +3,113
    ขอบคุณ นะคุณเก่ง มีความสุขกับการศึกษาธรรมเหมือนกันนะ
     
  18. หลบภัย

    หลบภัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    2,210
    ค่าพลัง:
    +3,113
    การศึกษาธรรมนั้น เราควรเลือกที่จะศึกษาว่า ธรรมไหนเหมาะ กับเรา จริตกับเรา
    ทำไมพระไตยปิกฏถึงมีทั้ง 84ooo ใช่ไหม เยอะนะ แต่เราคงไม่สามารถนำมาใช้
    กับเกิดประโยชน์กับเราได้ทั้งหมด เคยมีคนบอกไว้เหมือนกันนะ หากปัญญามีมากพอ
    จะสามารถคิดเรื่อง พันเรื่อง ให้ออก ในคราวเดียวกันได้ อันนี้คงต้องศึกษาต่อไป
    นั้นแสดงให้เห็นว่า ธรรมที่ศึกษานั้นหากเหมาะกับเราแล้ว ตรงจริตกับเราแล้ว
    ศึกษาให้รู้แจ้ง รู้จริงตามนั้น ความจริงย่อมปรากฏทั้งหมดในคราวเดียวกัน
    ต่อยอดได้ให้ถึงที่สุด แต่มันก็คงไกลสำหรับเราพอดู
    เวลาสำหรับเราตอนนี้เหมือนไม่มีนะ เราปรุงไปแบบนั้น
    เราภาวนามรณานุสติ แล้ว เรารู้สึกแบบนั้น เราปรุงไปแบบนั้น
    เราเลยสงบได้หน่อย

    เพียงแต่ตอนนี้เรารู้สึกว่า ไม่มีเวลา และเราก็ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ
    เราไม่หวังให้ใครเข้าใจเรา เพราะเราก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
     
  19. albertalos

    albertalos เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,463
    ค่าพลัง:
    +1,135
    นานากร สู้ๆ
     
  20. kengkenny

    kengkenny เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    2,878
    ค่าพลัง:
    +2,475
    ทุกอย่างล้วนไม่แน่นอน ขอท่านผู้กำลังจะรู้กำลังจะตื่นอย่าได้กังวล ทำจิตให้บริสุทธิ์ ผมชี้ให้เห็นทางนั้นแล้วหากไม่มีภาระใดก็ขอท่านจงเป็นกำลังนำพระศาสนาให้พ้นอำนาจแห่งมารทั้งปวงเทอญ
     

แชร์หน้านี้

Loading...