ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : อันเนื่องมาจากโรคเลือด

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย rinnn, 27 พฤศจิกายน 2006.

  1. rinnn

    rinnn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    7,666
    ค่าพลัง:
    +24,008
    <center>[​IMG]
    </center>
    <!--images--><!--images--><!--images--> ตามที่ นสพ. "คม ชัด ลึก" ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับอาการป่วยของ ด.ย.อารดา คงสวัสดิ์ หรือ น้องฟิล์ม อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนเทพประทานพร อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่ป่วยเป็นโรคประหลาด มีอาการเลือดไหลซึมออกทั่วร่างกาย ปวดแสบปวดร้อน รอยเลือดมีลักษณะเป็นริ้วคล้ายถูกเฆี่ยนขึ้นตามใบหน้าและแขนขา
    เมื่อได้อ่านข่าวผู้เขียนก็นึกถึงตำราเกี่ยวกับโรคเลือด ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านหนังสือที่เมืองเฉิงตู ตอนไปเที่ยวจิ่วไจ้โกวมาหมาดๆ ยังไม่ทันได้อ่านเลย จึงรีบเอาออกมาอ่านทันที
    หนังสือเล่มนี้ชื่อ "เสว่เจิ้ง" เขียนโดย ชิวถางจงห่าย คัดกรองเรียบเรียงโดย โอวหยางปิง หลี่เหวินหวา เหว่ยโซ่ว ของสำนักพิมพ์เทคนิควิทยาศาสตร์แห่งนครเทียนสิน ในตำราเล่มนี้ได้บันทึกเกี่ยวกับโรคเลือดของแพทย์จีนโบราณไว้มากมาย
    ผู้เขียนได้เลือกอ่านในบททฤษฎีว่าด้วยยิน หยาง น้ำ ไฟ ชี่ เลือดในหน้า 1 บทน้ำลายเป็นเลือดในหน้า 34 บทเหงื่อเป็นเลือดในหน้า 53 มีความรู้สึกว่าหลายๆ ตอนสามารถอธิบายอาการของน้องฟิล์มบางส่วนได้ แม้ว่ายังต้องถามข้อมูลละเอียดกว่านี้ เพื่อประกอบการวินิจฉัยก็ตาม
    ขอย้ำว่ามิใช่ผู้เขียนสามารถรักษาโรคนี้ได้ เพียงแต่ให้ข้อมูลเท่านั้น หากสนใจเป็นทางเลือกจริง สามารถไปรักษากับสถานพยาบาลที่มีแพทย์จีนประจำอยู่ได้ตามความสะดวกของผู้ป่วยเอง
    เนื้อหาในส่วนที่อธิบายเหตุผลกลไกของการเกิดโรคเลือด (ตามแผนจีน) มีใจความย่อๆ ดังนี้
    ในร่างกายมนุษย์มียินและหยาง ยินหยางสองคำนี้คือน้ำกับไฟ น้ำกับไฟ ก็คือชี่กับเลือด น้ำช่วยสังเคราะห์ชี่ ไฟช่วยสังเคราะห์เลือด
    เหงื่อเป็นน้ำในชั้นหยางหรือชั้นชี่ มีต้นธารมาจากกระเพาะปัสสาวะ ชี่ของกระเพาะปัสสาวะจะผ่านช่องซานเจียว (ร่างกายเราแบ่งเป็นช่องเจียวบน คือจากกระบังลมขึ้นไปถึงศีรษะ ช่องเจียวกลางจากกระบังลมถึงบริเวณไต ช่องเจียวล่างจากไตลงไป...ผู้เขียน) ไปยังกล้ามเนื้อจนถึงผิวหนัง ผิวหนังจึงเป็นชั้นเว่ยภายนอกที่แข็งแกร่ง เป็นชั้นหยางชี่ที่ปกป้องร่างกายภายนอก โรคร้ายทั้งหลายจึงไม่อาจกล้ำกราย ลมปราณเส้นนี้จึงเรียกว่าเส้นไท่หยาง
    เมื่อใดที่อากาศร้อน ความร้อนระอุส่งผลสะเทือนไปยังกระเพาะปัสสาวะ แล้วกระจายไปตามช่องซานเจียวไปทั่วร่างกาย เหงื่อก็จะออกเพื่อระบายความร้อน ดุจบนฟ้ามีเม็ดฝน ยินหยางก็สมดุล โรคก็ไม่เกิด บางครั้งเป็นหวัด เพราะเส้นไท่หยางปกป้องไม่ได้ จึงเป็นไข้ เมื่อรูขุมขนเปิดจะมีเหงื่อออก
    บางครั้งความร้อนเกาะกุม หัวใจ กระเพาะอาหาร ตับ ม้าม จะทำให้มีเหงื่อเย็นออก ถ้าหยางมีน้อย (หมางหยาง) ก็จะมีเหงื่อออกเอง
    ชี่สังเคราะห์มาจากน้ำ น้ำก็คือชี่ เหงื่อก็คือน้ำ เมื่อชี่ถูกขับออกภายนอก เหงื่อก็ออกตาม จากเหตุผลนี้จึงต้องเข้าใจต่อไปอีกว่า เหงื่อจะออกในชั้นชี่ ไม่ได้ออกในชั้นเลือด (ในแผนจีน ชั้นชี่อยู่นอกสุด รองลงไปคือชั้นชี่....ผู้เขียน) แม้เหงื่อจะออกในชั้นชี่ แต่ก็มีความเกี่ยวพันกับชั้นเลือดอย่างแน่นแฟ้น เมื่อชั้นเลือดร้อน ย่อมระอุไปถึงน้ำในชั้นชี่ กลายเป็นเหงื่อลักออก (เหงื่อออกตอนนอนกลางคืน...ผู้เขียน)
    จะเห็นได้ว่า เลือด ชี่ ยิน หยาง ล้วนมีรากเหง้าเดียวกัน เมื่อเลือดในชั้นยินมากพอ น้ำยินในชั้นหยางก็เพียงพอ ผิวพรรณก็ชุ่มชื้น ถ้าน้ำยินในชั้นหยางไม่เพียงพอ ก็จะกระทบเลือดในชั้นยิน เมื่อเป็นหวัดต้องขับออกทางเหงื่อ แต่เหงื่อไม่ออก ก็จะดันไปออกเป็นเลือดออกทางจมูก เลือดนี้เรียกว่า เหงื่อแดง
    ตามคัมภีร์โบราณกล่าวว่า หยางข่มกลับยิน ทำให้เลือดกำเดาไหล ถ้าหยางข่มกลับยินโดยย้อนเข้าภายใน ก็จะมีอาการเลือดกำเดาไหลหรืออาเจียนเป็นเลือด ถ้าออกทางภายนอกจะออกเป็นเหงื่อสีเลือด เรียกว่าเหงื่อแดงออกทางผิวหนัง เลือดเป็นน้ำของหัวใจ ผิวหนังมีปอดควบคุมอยู่ การรักษาในกรณีเช่นนี้จึงต้องใช้ยาจีนที่ ดับไฟในหัวใจ พร้อมกับให้ยารักษาปอดร่วมด้วย เมื่อดับไฟได้ ปอดสมดุล เลือดก็จะไม่ออกทางผิวหนัง เหงื่อแดงก็หาย
    นอกจากหัวใจกับปอดทำให้ออกเหงื่อแดงได้แล้ว ตับก็ทำให้ออกเหงื่อแดงได้เช่นกัน ในกรณีที่ไฟตับขึ้นสูง เหงื่อกับเลือดมีรากเดียวกัน เหงื่อจึงออกเป็นเลือดได้ ในกรณีเช่นนี้ก็ต้องใช้ยาจีนที่ลดไฟตับ
    ยังมีไฟกระเพาะโหมแรงเกินไป ก็ทำให้ออกเหงื่อแดงได้ ในกรณีเช่นนี้ต้องใช้ยาจีนที่ดับไฟในกระเพาะ
    ส่วนการบ้วนน้ำลายเป็นเลือดนั้น ต้องมาดูที่ม้าม ม้ามเป็นอวัยวะที่ควบคุมการย่อยลำเลียง สังเคราะห์สารน้ำ เมื่อสารน้ำอุดมสมบูรณ์ ยินของน้ำก็จะกระจายไปทั่วทุกทิศ ในปากจึงมีน้ำลายน้อยๆ คอยให้ความชุ่มชื้น เราจึงไม่รู้สึกกระหายน้ำ
    แต่ถ้าสารน้ำในม้ามไม่ใสกระจายไปไม่ทั่ว แสดงว่าม้ามอ่อนแอควบคุมน้ำไม่ได้ ขณะเดียวกัน ม้ามก็ปกครองเลือด เมื่อม้ามปกครองไม่ได้เลือด น้ำลายจึงออกมาเป็นเลือดเป็นคำๆ...น้ำลายเลือดออกมาจากชั้นยิน ม้ามเป็นอวัยวะยินในยิน มีเส้นลมปราณไท่ยิน (ไท่แปลว่าใหญ่...ผู้เขียน) จึงควบคุมอวัยวะทั้ง 5 คือชี่จะกระจายจากหัวใจสู่ปอด ไปยังตับ ลงล่างไปยังไตและไปรอบสี่ทิศทั่วร่างกาย เลือดก็ตามไปกับชี่ เมื่อม้ามแข็งแรงปกครองเลือดให้อยู่ในกรอบ แต่เมื่อม้ามไม่แข็งแรงจึงปกครองเลือดให้อยู่ในกรอบไม่ได้ เลือดจึงออกนอกเส้นทางเข้าสู่กระเพาะ ทำให้บ้วนน้ำลายออกมาเป็นเลือดเป็นคำๆ
    ถ้าความแห้งรุกเข้าเส้นม้าม จะมีอาการริมฝีปากแห้ง ถ่ายแข็ง ต้องให้ยาที่ช่วยขับไฟช่วยความชุ่มชื้น
    ถ้าเส้นลมปราณม้ามยินพร่อง สารน้ำเหือดแห้ง เลือดจะไหลไม่หยุด ต้องให้ยาที่ชุ่มชื้นเพิ่มยินเพิ่มน้ำ ตัวม้ามเองเป็นยินแต่ใช้หยาง ผู้ที่ยินในเส้นลมปราณม้ามพร่อง หยางของม้ามไม่มีแรง ลำเลียงเลือดและยินไม่ได้ ชีพจรและหัวใจจึงเต้นอ่อน มือเท้าเย็น กินอาหารไม่อร่อย เหงื่อออกเอง ตัวร้อน จึงต้องใช้ยาที่สร้างเลือดและยาที่บำรุงชี่ดั้งเดิม
    ตอนตื่นนอนเช้าตรู่บ้วนเลือดออกเป็นคำ บ้วนทิ้งแล้วก็หมดไป แต่เช้าวันใหม่ก็มีออก เป็นเพราะตอนนอนเลือดไม่กลับเข้าเส้น จึงไหลออกมาที่ปาก...ในนี้จะมีทั้งชนิดแกร่ง ชนิดพร่อง
    การบ้วนน้ำลายเป็นเลือดถ้าออกจากกระเพาะจะรักษาง่าย แต่ถ้าเกิดจากไต โรคจะลงลึกและหนักแล้ว การรักษาจึงต้องใช้ยา ที่รักษาชีวิตเป็นสำคัญ...

    ที่มาจากหนังสือพิมพ์ [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...