ไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา กระจายออกเป็นมรรค ๘

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 24 มกราคม 2023.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    11,292
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,634
    ค่าพลัง:
    +22,863
    326740818_3238878013090507_6734930287888108283_n.jpg

    มรรคหรือว่าหนทางแห่งการพ้นทุกข์ที่เป็นสายกลาง ๘ อย่าง ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ? ก็คือ สัมมาทิฐิ มีความเห็นที่ถูกต้อง อย่างเช่นเห็นว่าร่างกายนี้มีแต่ความทุกข์ โลกนี้มีแต่ความทุกข์
    สัมมาสังกัปปะ มีความดำริหรือความคิดที่ถูกต้อง อย่างเช่นคิดจะออกจากกองทุกข์ คิดจะเว้นจากราคะ เป็นต้น

    ลำดับต่อไปก็คือ สัมมาวาจา เป็นผู้ที่มีวาจาถูกต้อง ก็คือพูดดี พูดไพเราะ พูดในสิ่งที่ก่อประโยชน์ เว้นจากการโกหก เว้นจากการส่อเสียด เว้นจากคำพูดหยาบ และเว้นจากการเพ้อเจ้อเหลวไหล
    สัมมากัมมันตะ มีการกระทำที่ถูกต้อง คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม เว้นจากการดื่มสุราหรือเสพยาเสพติด

    สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพในทางที่ถูกต้อง ก็คือประกอบการอาชีพใด ๆ ก็ตาม เราก็ไม่เลี่ยงภาษี ไม่จำหน่ายในสิ่งที่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่จำหน่ายในสิ่งที่ขัดต่อความเป็นพุทธมามกะ ก็คือ ไม่ขายสุรา ไม่ขายยาพิษ ไม่ขายอาวุธ ไม่ขายมนุษย์ ไม่ขายสัตว์ที่มีชีวิต เป็นต้น

    สัมมาวายามะ คือมีความเพียรที่ถูกต้อง ได้แก่ เพียรละความชั่ว เพียรระมัดระวังไม่ให้ความชั่วเกิดขึ้นในใจ เพียรสร้างสมความดี และเพียรพยายามให้ความดีนั้นเจริญมากขึ้นไปทุกวัน
    สัมมาสติ มีสติตั้งไว้ถูกต้อง ซึ่งอรรถกถาจารย์กล่าวว่า เป็นการตั้งไว้ในมหาสติทั้ง ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม อาตมภาพสรุปง่าย ๆ ว่า มีสติอยู่กับปัจจุบัน อย่าให้นิวรณ์ ๕ อย่างกินใจของเราได้ ก็จัดเป็นสัมมาสติ

    สัมมาสมาธิ คือการที่สามารถทรงอัปปนาสมาธิ ตั้งแต่ฌานที่ ๑ ฌานที่ ๒ ฌานที่ ๓ ฌานที่ ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งทรงไว้ได้ จัดเป็นสัมมาสมาธิ เหตุที่ต้องทรงให้ได้อย่างน้อยฌานที่ ๑ เพราะว่า จะได้มีกำลังเพียงพอในการช่วยปัญญาตัดกิเลส ถ้าหากว่ากำลังยังไม่เพียงพอที่จะช่วยปัญญาตัดกิเลส ไม่ถือว่าเป็นสัมมาสมาธิ

    ในมรรค ๘ นั้น โบราณาจารย์ท่านย่อลงมาเหลือเป็นไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิและปัญญา แต่ความจริงถ้าว่าตามลำดับ ก็ต้องเป็น ปัญญา ศีล และสมาธิ เพราะว่าสัมมาทิฐิ ความเห็นที่ถูกต้อง สัมมาสังกัปปะ ความคิดที่ถูกต้องนั้น เกิดจากปัญญา

    สัมมาวาจา คำพูดที่ถูกต้อง สัมมากัมมันตะ การกระทำที่ถูกต้อง สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง เป็นศีล

    สัมมาวายามะ ความเพียรที่ถูกต้อง สัมมาสติ การตั้งสติไว้ถูกต้อง และสัมมาสมาธิ การดำรงสมาธิให้ตั้งมั่นได้ถูกต้อง จัดเป็นส่วนของสมาธิ

    ดังนั้น..ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายถึงพร้อมด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา ก็แปลว่าท่านปฏิบัติอยู่ในทางสายกลาง ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเอาไว้เมื่อ ๒,๕๖๔ ปีล่วงมาแล้ว

    การที่ท่านทั้งหลายได้มายังวัดท่าขนุนแห่งนี้ เพื่อทำบุญในวันอาสาฬหบูชา ทายกก็นำท่านทั้งหลายสมาทานศีล โดยเฉพาะศีลอุโบสถ ซึ่งทุกท่านสามารถรักษาได้สมบูรณ์บริบูรณ์ เพราะตั้งแต่สมาทานมาจนป่านนี้ เราไม่ได้ทำให้ศีลขาดแม้แต่สิกขาบทเดียว เมื่อพ้นจากวันหนึ่งคืนหนึ่งไปแล้ว ท่านทั้งหลายก็สามารถที่จะรักษาศีล ๕ ต่อไปได้ ถ้าอย่างนี้ก็แปลว่า เราปฏิบัติในไตรสิกขาข้อแรกคือศีล โดยสมบูรณ์แล้ว

    ในระหว่างที่ท่านทั้งหลายตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา สภาพจิตของเราต้องดำรงความเป็นสมาธิ ไม่เช่นนั้นแล้วกำลังใจก็จะแวบไปคิดในเรื่องอื่น ซึ่งทำให้เราไม่สามารถที่จะฟังธรรมได้เข้าใจต่อเนื่อง ก็แปลว่าท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติในสมาธิของไตรสิกขา

    โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่ตั้งใจมาบวชเนกขัมมะเพื่อปฏิบัติธรรม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๙ พรรษา ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติสมาธิตั้งแต่เช้ามืด ก็คือตี ๔ มาแล้ว และถ้าหากช่วงว่างในแต่ละวัน เรายังต้องเดินจงกรมและภาวนาด้วย ก็แปลว่าท่านทั้งหลายปฏิบัติในส่วนของสมาธิสิกขามากกว่าญาติโยมทั่วไป

    การที่เราถึงพร้อมด้วยสมาธิสิกขา แปลว่าเราปฏิบัติอยู่ในมรรค ๘ ตรงทางแน่นอน ก็เหลือแต่ปัญญาสิกขา คือการใช้ปัญญาพินิจพิจารณาให้เห็นความจริงว่า ร่างกายนี้ก็ดี โลกนี้ก็ดี ประกอบไปด้วยความทุกข์ยากนานัปการ มีแต่โรคภัยที่ก่อให้เกิดความน่ากลัวและอาจจะถึงแก่สิ้นชีวิตลงไปได้

    ขึ้นชื่อว่าการเกิดมามีร่างกายที่เต็มไปด้วยความทุกข์เช่นนี้ เราไม่พึงปรารถนาอีก การเกิดมาอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์ เต็มไปด้วยสงคราม เต็มไปด้วยภัยธรรมชาติ เต็มไปด้วยโรคภัยเช่นนี้ เราไม่พึงปรารถนาอีก เราต้องการอย่างเดียวคือพระนิพพาน ให้วางกำลังใจสุดท้ายอยู่ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนพระนิพพาน

    ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า ท่านปฏิบัติในไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งกระจายออกเป็นมรรค ๘ ได้โดยถูกต้องสมบูรณ์ ท่านทั้งหลายก็ดำเนินอยู่ในทางสายกลางที่ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ก็คือไม่ใช่สุคติ คือหนทางแห่งการไปในภพภูมิที่ดี ไม่ใช่ทุคติ คือหนทางแห่งการไปเกิดในภพภูมิที่ไม่ดี แต่เป็นหนทางแห่งพระนิพพาน คือ การเข้าถึงความดับทุกข์ทั้งปวง

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
    ที่มา : www.watthakhanun.com

    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนา #watthakhanun
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...