ไปกราบพระครูบาเจ้าบุญชุ่มก่อนท่านจะเข้ากรรมฐาน 3 ปีไม่ออกจากถ้ำ

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย MayBuddhaBlessYou, 22 พฤษภาคม 2010.

  1. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    [​IMG]

    [​IMG][​IMG][​IMG]

    ตัวผู้เขียนเอง ได้มีวาสนาไปกราบพระครูบาเจ้าบุญชุ่มก่อนที่ท่านจะเข้ากรรมฐาน 3 ปี ที่ถ้ำราชคฤห์โพธิสัตว์ อ.งาว จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา คณะเราไปกันประมาณ 30 คนได้ ไปพร้อมกับพระครูบาเจ้าหน่อแก้วฟ้า ซึ่งท่านเป็นศิษย์ของพระครูบาเจ้าบุญชุ่มด้วยค่ะ

    พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ท่านเป็นพระผู้มีแต่ให้ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่ไม่ถือมากในลาภสักการะ ลูกศิษย์ท่านมากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขนาดเจ้าชายจิกมี่ของภูฏาน ยังยกย่องท่านยิ่งนักค่ะ วันที่เจนไปมีชาวใต้หวันมาด้วย ท่านมีกำหนดจะเข้ากรรม 3 ปี ไม่ออกมาเลย ดังนั้นพวกเราจึงต้องไปกราบส่งท่านให้ได้ค่ะ เพราะว่าได้บุญมาก และอยากจะเข้าไปชมบารมีท่านใกล้ๆ ตื่นเต้นมากค่ะในวันนั้น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 39.jpg
      39.jpg
      ขนาดไฟล์:
      63.6 KB
      เปิดดู:
      257
    • 11.jpg
      11.jpg
      ขนาดไฟล์:
      133.1 KB
      เปิดดู:
      435
    • 12.jpg
      12.jpg
      ขนาดไฟล์:
      156.8 KB
      เปิดดู:
      394
    • 13.jpg
      13.jpg
      ขนาดไฟล์:
      114.7 KB
      เปิดดู:
      309
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  2. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    บุญเห็นทันตา

    บุญเห็นทันตา

    วันที่ 16 เมษายน 2552 เจนได้มีโอกาสติดตามท่านครูบาเจ้าหน่อแก้วฟ้า ไปกราบครูบาเจ้าบุญชุ่ม ก่อนที่ท่านจะเข้ากรรมฐานเป็นเวลา 3 ปี ไม่ใช่เข้านิโรธกรรมเหมือนครูบาเจ้าหน่อแก้วฟ้า แต่เป็นการเข้ากรรมฐาน พวกเราจะไม่ได้เห็นท่านภายใน 3 ปีนี้

    วันนั้นไปถึง ครูบาเจ้าบุญชุ่มท่านเข้ากรรมฐานอยู่ พวกเราส่วนใหญ่นั่งรออยู่ในถ้ำ อีกส่วนนั่งสมาธิภาวนา นำโดยท่านพ่อวัชระ ทองพลอย

    อีกส่วน(รวมทั้งเจนด้วย) ออกไปข้างนอก พอเจนเดินออกไปข้างนอกไม่ทันไร ก็เห็นมีรถยนต์จอด 2 คัน แล้วเขาได้นำข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ ของพระลงมา เจนคิดว่าคงจะเป็นญาติโยมนำของเข้ามาถวายท่าน ตอนนั้นมีคนน้อยมาก เจนเลยเดินไปหาพวกพี่เขา แล้วถามว่ามีอะไรให้ช่วยยกไหม เพราะอยากช่วย ที่มองเห็นตรงนั้นก็จะมี มะพร้าว มีผ้าห่ม มีพระพุทธ มีกล่องยารักษาโรค มีหนังสือเป็นกล่องๆ เขาก็บอกจะช่วยก็ได้ครับ


    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2013
  3. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    เจนก็เลยช่วยยกอันแรกคือกล่องยากล่องใหญ่ และไม่เบาเลย พอไปถึงปากประตูเห็นเขียนติดว่า ห้ามเข้าเด็ดขาด เจนก็ยกกล่องกลับไป ไปบอกว่าประตูเขียนว่าห้ามเข้าเด็ดขาด จะเข้าได้หรือค่ะ เขาบอกได้สิครับ เจนจึงเดินไปที่ประตูซึ่งห่างจากที่จอดรถประมาณ 20-30 เมตรได้ พอไปถึงก็มีคนมาสกัดดาวรุ่งอย่างเจนอีก บอกว่าเข้าไม่ได้ เจนจึงหอบกล่องยากลับไปบอกทางนั้นว่า มีคนบอกว่าห้ามเข้าค่ะ พี่คนนั้นก็เลยนำหน้าเข้าไป พอไปถึงคนที่ห้ามก็ปล่อยให้เจนได้แบกกล่องยาผ่านไปได้อย่างภาคภูมิ ใจก็คิด พี่อย่ามาสกัดคนจะทำบุญ หนูจะเอาบุญ

    รอบแรก แรกๆ ก็เดินยิ้มแย้ม เพราะทางไม่ชันเท่าไหร่ แต่พอเดินไปได้สักพักทางก็ชันขึ้น ชันขึ้น เพราะเป็นเขาค่ะ ขึ้นเขาไป ระยะทางน่าจะประมาณไม่ถึงกิโล แต่ว่าพอดีมันชัน ก็เมื่อยนะค่ะ เพราะต้องแบกของด้วย พอไปเกือบจะถึงยอดอยู่แล้ว เห็นพี่ๆ แต่งตัวคล้ายทหาร นั่งหอบอยู่ก่อนแล้ว 4-5 คน มีคนหนึ่งจะวิ่งมาจะรับของที่เจนยก เจนมองไปที่พี่คนนั้นด้วยสายตาที่บอกว่าพี่จ๋าหนูยกเอง หนูยกเอง หนูไหว หนูไหว พร้อมกับส่ายหน้า แต่ไม่พูดอะไร เพราะตอนนั้นพูดไม่ออก เพราะว่ามันหนักมากกกกกก มีแต่เสียงหายใจที่ไม่บอกก็ต้องรู้ว่า หนูเหนื่อยค่ะพี่ พอไปถึง คนไทลื้อ ที่ทำภัตตาหารถวายครูบาเจ้าบุญชุ่ม ยื่นน้ำให้ 1 ขวด เจนไหว้ขอบคุณ แล้วก็นั่งพักหายใจ


    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2013
  4. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    [​IMG]

    รอบ 2 ก่อนจะเดินลงเขา ถามพี่ๆ ที่แต่งตัวทหาร มารู้ทีหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่คอยดูแลท่านครูบาเจ้าบุญชุ่มอยู่ด้วย เจนถามพวกพี่ๆ ว่า ไปอีกไหมค่ะ พวกพี่บอกให้ไปก่อน เจนจึงเดินลงไปถึงปลายเขา ไปช่วยยกอีก คราวนี้เห็นมะพร้าวยังวางอยู่ แล้วมีกล่องหนังสือ เห็นน้องๆ ในคณะมาช่วยยกด้วย

    พวกน้องๆ ยกจำได้ว่ามะพร้าว น้องๆ ยกไปหมดแล้ว เหลือแต่ของหนัก นั่นคือกล่องหนังสือ เจนก็เลยยกกล่องหนังสือไป แม่เจ้าประคุณ เพิ่งรู้ว่าคุณหนังสือนี่หนักมากกกก มากกกกกกกกกก ไหล่แทบหลุด ขาแทบก้าวไม่ไหว เดินไปถึงครึ่งทางบอกว่าต้องไหว ต้องไหว พร้อมกับพูดว่า หนูอยากได้บุญ อยากได้ จริงๆ ไม่ต้องพูดก็ได้แล้วบุญ แค่คิดก็ถึงสวรรค์แล้ว ถ้าเราทำดี บุญถึงไม่ขอก็ได้อยู่แล้ว

    เดินไปรอบนี้เกือบหมดแรง อีก 10 ก้าวจะถึงแล้ว หน้าเกือบมืด ยืนเกาะราวบันไดไว้ก่อน หายใจอีก 1 ฟอด แล้วยันขาก้าวเดินไปจนถึงที่จนได้ เห็นพวกพี่กรมป่าไม้ ยังแซวว่าแข็งแรงมากด้วย เจนตอบขอบคุณค่ะ ไปถึงเจนนั่งหอบแรงมาก มองลงไปเห็นพวกเราผู้อายุไม่สูงวัยเท่าไหร่ เดินขึ้นมาตัวเปล่า เจนบอกว่ามาตัวเปล่าทำไม่ค่ะพี่ ไปช่วยกันขน พี่ๆ ส่ายหน้า ประมาณว่าตูเดินขึ้นมาก็แทบลมจับแล้ว ไม่ว่ากัน ไม่ว่ากัน บุญใคร บุญมัน ทำแทนกันไม่ได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2013
  5. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    [​IMG]

    Ok มารอบสุดท้าย ยกหนังสืออีก คงไม่ต้องอธิบายว่า รอบ 3 นี้ โหดกว่า รอบ 2 เช่นไร เอา 2 คูณไปค่ะ พอเดินลงเขามารอบ 3 นี้ เจนได้เดินผ่านญาติโยมกลุ่มหนึ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ แต่งตัวดี หน้าตายิ้มแย้ม ถือดอกบัวมาด้วย 5 ดอก เจนเห็นดอกบัว มิรอช้าถามพี่ๆ ว่า “ พี่ค่ะ หนูขอดอกบัวสักดอกนึงจะได้ไหม “ พี่คนหนึ่งหันมา บอกว่าได้สิค่ะ แบบไม่ต้องคิดเลย เจนดีใจมาก ไหว้ขอบคุณอย่างงาม แล้วบอกว่า “ หนูจะเอาไปกราบครูบาเจ้าบุญชุ่ม ส่งท่านเข้ากรรมฐาน “ พี่ยิ้มบอกอนุโมทนา ได้ดอกบัวเสร็จ เจนดีใจ เดินไปยิ้มไป คิดกับตัวเองว่า “ บุญนี้เห็นผลทันใจดีแท้ “ ช่วยขนของ 3 รอบ ได้ดอกบัวไปถวายครูบาเจ้าบุญชุ่มด้วย


    เดินถือดอกบัวไป ยิ้มไป ค่อยๆ ประคอง ประหนึ่งว่าดอกบัวนั้นมีค่ามาก เจนเดินตรงไปคุยกับคนที่นำของมาถวาย ได้รู้มาภายหลังว่า พี่เขาเป็นโยมรับใช้ใกล้ชิดครูบาเจ้าบุญชุ่ม คล้ายๆ กับคุณมณฑล นี่แหล่ะค่ะ ตอนแรกไม่รู้เลย เดินไปถึงก็ได้เข้าไปถามพี่คนนี้ว่า มีอีกไหมค่ะของ (ยังไม่พอ จะยกอีกนะเรา) พี่เขาบอกหมดแล้วครับ เจนก็เลยไปคุยกับเขาว่า “ นี่พี่รู้ไหม หนูยกของช่วย 3 รอบ บุญได้ทันตาเห็นเลย เมื่อกี้เดินผ่านพี่คนหนึ่งนำดอกบัวมา 5 ดอก ก็เลยขอเขามาดอกหนึ่ง พี่เขาก็ให้มาด้วย ใจดีจริงๆ ดีใจมากเลยเพราะว่าจะได้นำไปไหว้ครูบาเจ้าบุญชุ่ม เพราะไม่มีดอกไม้มาเลย “
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2013
  6. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    พี่คนนี้เห็นดังนั้นก็อมยิ้ม แล้วบอกให้เจนเดินตามไปที่รถ ในใจคิดว่าอาจจะได้ยกอะไรอีกสักรอบก็ดี จะเอาบุญ พอไปถึงพี่เขาเปิดประตูรถ ในนั้นเห็นของวัตถุมงคลของครูบาเจ้าบุญชุ่มเต็มไปหมด นึกในใจว่าเขาจะให้ผู้หญิงขนได้หรือนี่ ไม่นานพี่เขาก็หยิบอะไรมาไม่รู้ แล้วยื่นให้ ที่เห็นก็คือเป็นพระเครื่องสีออกทองแดงเป็นโลหะ 2 องค์ ของครูบาเจ้าบุญชุ่ม พี่เขามอบให้เจน เจนก็ดีใจ ยกมือไหว้ขอบคุณ พี่เขากำชับว่าอย่าไปบอกใครนะครับ เจนก็เลยไม่บอกใคร แต่ได้เล่าเรื่องนี้ให้บางคนรู้แล้ว

    วันนั้นพวกเราจะได้ของที่ครูบาเจ้าบุญชุ่มท่านแจกก็มีเยอะแยะ ได้แก่หนังสือ 3 เล่ม (ซึ่งเจนอ่านจนหมดแล้ว) เงินแบ้งค์ 20 บาท 2 ใบ ได้เงินอั่งเปาใส่ซองสีแดงด้วย ยังได้ให้สร้อยข้อมือไม้หอมมาอีก 1 เส้นด้วย ทุกๆ คนที่ไปในวันนั้นจะได้ทุกคน ไม่มีไม่ได้ แต่ที่เจนมั่นใจว่าไม่มีใครได้คือ เหรียญพระเครื่องของครูบาเจ้าบุญชุ่ม เจนคิดว่าท่านคงให้เจน เพราะเจนไปช่วยยกของขึ้นเขา ใจหวังเพียงแค่เอาบุญ แต่ท่านก็ได้ให้เหรียญกับเจนมาตั้ง 2 เหรียญ เพื่อเป็นกำลังใจว่า บุญเห็นทันตา จึงเป็นดังเรื่องที่เจนเล่ามานี้แล จบค่ะ


    ภาพถ่าย ณ วันที่ไปส่งท่านเข้ากรรมฐาน 3 ปีค่ะ

    [​IMG]
    [​IMG][​IMG]
    [​IMG]
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 40.jpg
      40.jpg
      ขนาดไฟล์:
      98.4 KB
      เปิดดู:
      388
    • 36.jpg
      36.jpg
      ขนาดไฟล์:
      74.7 KB
      เปิดดู:
      327
    • 37.jpg
      37.jpg
      ขนาดไฟล์:
      125.1 KB
      เปิดดู:
      322
    • 38.jpg
      38.jpg
      ขนาดไฟล์:
      59 KB
      เปิดดู:
      317
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2013
  7. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " ชีวิตในวัยเยาว์ "

    [​IMG]

    คุณแม่แสงหล้าได้แต่งงานกับคุณพ่อคำหล้า ก่อนตั้งครรภ์พระครูบาเจ้าฯ คุณแม่แสงหล้านิมิตฝันว่า “ได้ขึ้นภูเขาไปไหว้พระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่เหลืองอร่ามงามมากนัก” แล้วสะดุ้งตื่นอยู่มาไม่นานนัก คุณแม่แสงหล้าเริ่มตั้งครรภ์ พอตั้งครรภ์ได้ครบ ๑๐ เดือน ก็ได้ให้กำเนิดเด็กชายบุญชุ่ม ซึ่งเป็นเด็กหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู จากนั้นก็มีเหตุแยกจากพ่อคำหล้ากลับไปดูแลแม่อุ้ยนางหลวงที่เคยอยู่ด้วยกัน เพราะไม่มีใครดูแล ส่วนพ่อคำหล้าก็กลับไปดูแลแม่หลวงอุ่น จึงเป็นเหตุให้ต้องแยกกันอยู่ เมื่ออายุครบ ๖ เดือน พ่อคำหล้าได้มาเยี่ยม ซื้อเสื้อผ้ามาฝากลูกด้วย แต่กลับไปไม่นาน คุณพ่อก็ได้ล้มป่วยด้วยโรคบิดกระทันหัน ถึงแก่กรรม เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี เท่านั้น

    เมื่อพระครูบาฯ อายุได้ ๔ ขวบ แม่อุ้ยนางหลวงและคุณแม่แสงหล้าได้ย้ายจากบ้านด้ายไปอยู่บ้านทาดอนชัย ตำบลป่าสักอำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ และสมรสใหม่กับนายสม ชัยวงศ์คำ มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อว่า เด็กชายวีนัส (แดง) และบุตรหญิง ๒ คน คือเด็กหญิงเอื้องฟ้า ถูกสุนัขกัดตาย เมื่ออายุได้ ๔ ขวบ และเด็กหญิงอ้อมใจ เมื่อแม่อุ้ยนางหลวงได้ถึงแก่กรรมไป ครอบครัวของเด็กชายบุญชุ่ม ยิ่งลำบากมากกว่าเก่า บ้านก็ถูกรื้อขาย แล้วอพยพไปอยู่เชิงดอยม่อนเรียบ ทำกระต๊อบน้อยอยู่กัน ๔-๕ คน แม่ลูก ฝาเรือนก็ไม่มี เวลาฝนตกหลังคาก็รั่ว เอามุ้งขาดเป็นเรือน ผ้าห่มก็มีผืนเดียวเวลาหน้าหนาวก็หนาวเหน็บ ต้องนอนผิงไฟเหมือนสุนัขผ้านุ่งผ้าห่มเสื้อกางเกงก็มีชุดเดียวเวลาไป โรงเรียนก็นุ่งกางเกงขาสั้นไป

    เรื่องอาหารก็ตามมีตามได้ เก็บกินเต้าแตง เผือกมัน ผักผลไม้กิน เพื่อยังชีพไปวันๆ บางทีแม่แสงหล้าก็ไปรับจ้างเกี่ยวข้าวและปลูกหอม กระเทียม ได้ข้าวมาเลี้ยงกัน วันละลิตร สองลิตร ก็เอามาหุงต้มเลี้ยงกัน วันไหนข้าวมีน้อย ก็เอาต้มใส่เผือกใส่มัน บางครั้งก็ได้กินหัวกลอยต่างแทนข้าว บางครั้งได้กินข้าวกับพริกกับเกลือบ้าง บางทีแม่แสงหล้า ไม่สบายไปรับจ้างไม่ได้ พระครูบาเจ้าบุญชุ่มและน้องๆ ก็เที่ยวขอทาน ห่อข้าว ตามหมู่บ้านมาเลี้ยงดูกัน บางวันก็ได้มากบ้างน้อยบ้าง พอประทังชีวิต บางคนก็ด่าว่าตางๆ นานา บางคนก็ดีใจ บางคนก็ทุบต่อยตีไล่หมาใส่ ท่านก็ไม่ถือสาโกรธแค้น ส่วนพ่อเลี้ยงก็ไม่สบายเป็นโรคบวมพองทำงานไม่ได้

    พระครูบา บุญชุ่มบางทีก็ต้องเก็บใบตองไปแลกข้าวบางทีก็หาฟืนไปขาย บางวันก็ไปรับจ้างเก็บถั่วลิสง ได้เงินมา ๑ บาท ๒ บาท ก็เอาไปซื้อข้าว น้ำมันและพริก เกลือมาเลี้ยงครอบครัวถึงแม้ชีวิตท่านจะลำบากเพียงใดก็ไม่เคยเป็นเด็กเกเร ลักเล็กขโมยน้อยเด็ดขาย แม่แสงหล้าจะสอนว่า “ห้ามลักขโมยของคนอื่นมาโดยเด็ดขาด” วันหน้าถ้ามีบุญก็จะสบายได้แล บางวันน้องซนไม่มีใครดูแลพระครูบาเจ้าบุญชุ่มก็ฉีกเอาชายผ้าถุงของแม่ผูกขา น้องๆ ติดกับเสาบ้านเสาเรือนไว้ แล้วก็เที่ยวขอทานมาเลี้ยงแม่เลี้ยงน้อง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 2.jpg
      2.jpg
      ขนาดไฟล์:
      145.4 KB
      เปิดดู:
      4,417
    • 4.jpg
      4.jpg
      ขนาดไฟล์:
      117.5 KB
      เปิดดู:
      253
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  8. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " เห็นทุกข์ก็เห็นธรรม"

    เห็นทุกข์ก็เห็นธรรม

    [​IMG]

    ชีวิตความเป็นอยู่ของพระครูบาเจ้าฯ ช่างน่าสังเวช ทุกข์ลำบากเหมือนกับว่า ในโลกนี้บ่มีใครเท่าเทียมได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกข์และสุขก็เป็นอนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่เที่ยงเป็นทุกข์ทนลำบากไม่ใช่ตัวตนของเราบังคับไม่ได้ พิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว พึงจะเบื่อหน่ายการเกิด การตาย ทุกข์ในวัฎฎะสงสารพึงสละละวางความยึดมั่น ถือมั่น พึงคลาย ความอาลัยในตัณหาตัวนำมาเกิด พึงละอวิชชา ความไม่รู้นำมาเกิดภพชาติ ชรามรณะทุกข์ เวียนว่าย ตายเกิด หาที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายบ่มิได้พึงสังเวชเบื่อหน่ายโลกาอามิสทั้งปวงพึง มีจิตยินดีในพระนิพพานเป็นอารมณ์ รีบขวนขวายหาทางดับทุกข์ ความเกิดแก่เจ็บตาย จงสร้างแต่กุศลบุญทาน รักษาศีลภาวนา อย่าขาด อย่าประมาทในชีวิตสังขารไม่ยั่งยืน ไม่รู้ว่าเราจะตายวันใด ที่ไหน เวลาใด ใครไม่สามารถกำหนดได้ ขอให้ทุกคน เราท่านทั้งหลายจงทำดีให้หนีวัฎฎะสงสารไม่ต้องกลับมาเกิดอีกเพราะการเกิด บ่อยๆ เป็นทุกข์ดังนี้แล
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 7.jpg
      7.jpg
      ขนาดไฟล์:
      90.5 KB
      เปิดดู:
      2,723
    • 8.jpg
      8.jpg
      ขนาดไฟล์:
      91.1 KB
      เปิดดู:
      222
    • 9.jpg
      9.jpg
      ขนาดไฟล์:
      308.3 KB
      เปิดดู:
      222
    • 10.jpg
      10.jpg
      ขนาดไฟล์:
      154.6 KB
      เปิดดู:
      252
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  9. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " อุปนิสัยฝักใฝ่ในธรรมของพระครูบาเจ้าฯ"

    เนื่องจากคุณแม่ แสงหล้าเป็นคนมีนิสัยใจดีมีเมตตาเผื่อแผ่โอบอ้อมอารีลูกเต้า ญาติมิตรพี่ๆ น้องๆ เป็นผู้รู้จักบุญคุณเสมอชอบทำบุญไปวัดไม่ขาด ถึงแม้ว่าความเป็นอยู่จะลำบากยากจนขนาดไหน พอถึงวันพระแม่จะจัดหาอาหารตามมีตามได้ไปใส่บาตรทุกครั้ง ก่อนที่คุณยายของพระครูบาเจ้าฯ คือยายแม่อุ้ยนางหลวง ยังไม่เสียชีวิต ดังนั้นเมื่อพระครูบาเจ้าฯ อายุได้ ๔-๕ ปี ก็พาไปนอนวัดปฏิบัติธรรมด้วย ยายสอนว่าให้ไหว้พระสวดมนต์ และภาวนาพุทโธฯ ตั้งแต่เล็กได้คลุกคลีอยู่กับวัดตั้งแต่ตัวน้อยๆ เวลาเข้าโรงเรียนฯ ก็ติดกับวัดเวลาว่างก็ชอบเขาไปไหว้พระในวิหาร บางทีก็ภาวนาตามร่มไม้ ทำอยู่อย่างนี้ตลอดเท่าที่ท่านจำความได้ พระครูบาเจ้าฯ ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์มาตั้งแต่เกิด ถ้าจำเป็นต้องท่านก็เอาคำข้าวจิ้มแต่น้ำแกง บางทีก็ทานข้าวเปล่าๆ บางทีก็ทานกับน้ำอ้อย บางทีก็ทานข้าวกับกล้วยไปวันๆ คุณแม่แสงหล้ารักเอ็นดูพระครูบาเจ้าฯ เป็นอย่างยิ่งไม่เคยด่าเคยตีด้วยไม้หรือฝ่ามือแม่แต่ครั้งเดียวในชีวิต

    อย่าง ไรก็ตามถึงแม้ว่าชีวิตในวัยเยาว์ของพระครูบาเจ้าฯ จะทุกข์ยากลำบาก แต่ท่านก็เป็นเสมือนเพชรในตม คือจิตใจของท่านที่ได้รับการปลูกฝังคุณงามความดีอยู่เสมอ ทั้งจากคุณยายและจากคุณแม่ จากการคลุกคลีอยู่กับวัด กับพระสงฆ์ จึงทำให้จิตใจของเด็กน้อยรู้สึกผูกพันกับบวรพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ถูกสั่งสอนให้ขยันหมั่นเรียนเขียนอ่าน และสอนให้หมั่นเพียรทำงานทุกอย่าง แม่แสงหล้าจะใช้ไปซื้อของในตลาด บางทีมีเงินบาทเดียวได้ของมาสี่อย่าง ซื้อพริก ๑ สลึง เกลือ ๑ สลึง น้ำมัน ๑ สลึง เมี้ยง ๑ สลึง เป็นต้น เพราะเงินสมัยนั้นมีค่าข้าวสารลิตรละ ๑ บาท ก็พอกินไป ๒ วัน เท่าที่จำได้ตอนโตมาแล้วบางทีโรคลมของคุณแม่กำเริบก็ว่าด่าต่างๆ ด้วยความลืมตัวบ้างเสร็จแล้วพอรู้สึกดีขึ้นคุณแม่จะมาขอขมาลาโทษทุกครั้ง โดยการผูกข้อมือรับขวัญให้ทุกครั้ง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 11.jpg
      11.jpg
      ขนาดไฟล์:
      133.1 KB
      เปิดดู:
      202
    • 12.jpg
      12.jpg
      ขนาดไฟล์:
      156.8 KB
      เปิดดู:
      182
    • 13.jpg
      13.jpg
      ขนาดไฟล์:
      114.7 KB
      เปิดดู:
      175
    • 14.jpg
      14.jpg
      ขนาดไฟล์:
      100.8 KB
      เปิดดู:
      221
    • 15.jpg
      15.jpg
      ขนาดไฟล์:
      99.5 KB
      เปิดดู:
      225
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  10. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " การเดินทางของชีวิตฆราวาส"

    เมื่อช่วงวัยเด็ก เคยป่วยด้วยพิษไข้มาลาเรีย เกือบเอาชีวิตไม่รอด เป็นช่วงเดียวกับพ่อเลี้ยงก็ป่วยหนักเช่นกัน ตามความเชื่อของชาวเหนือ ถ้ามีคนป่วยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันต้องแยกกันอยู่ ดังนั้นคุณแม่แสงหล้าจึงนำไปฝากไว้กับญาติผู้ใหญ่ คือแม่คำ พ่อคำหล้า ส่วนน้องชาย ด.ช.วีนัสไปอยู่กับคุณป้า น้องสาวไปอยู่กับพ่อก๋อง แม่เพชร ช่วงนั้น ด.ช.บุญชุ่ม ได้พลัดพรากจากญาติพี่น้อง รู้สึกสะเทือนใจร้องไห้ตามประสาเด็กทั่วไป ที่ต้องแยกันอยู่ ด้วยท่านเป็นพี่ชายคนโต เคยดูแลเลี้ยงดูน้องๆแทนแม่เสมอ จึงทำให้รักและผูกพันต่อกันมาก

    แม้การดำเนินชีวิตของท่านได้ รับความลำบากทุกข์ยากต่างๆ แต่กลับทำให้พระครูบาเจ้าฯ มีความเข้มแข็ง อดทน เป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ดังในช่วงที่ท่านอยู่กับลุงน้อยจันตา มีลูกเลี้ยงของลุงเป็นคนเชื้อสายเขมร รังแก บังคับ ตีต่อย ให้ทำงานหนัก แต่ท่านก็ไม่ถือสาหาความ เพราะท่านผ่านความทุกข์ใหญ่หลวงมามากแล้ว เรื่องแค่นี้ท่านมีความเข้มแข็ง ผ่านพ้นไปได้และมีอยู่วันหนึ่ง หลังจากหยุดพักจากงานและนั่งพักผ่อน ท่านมีนิสัยที่ชอบชุ่มชื่นรื่นเริงจึงขับร้องเล่นซอเมืองเหนืออย่างสบาย อารมณ์ คนงานในบ้านก็โกรธท่านหาว่าเกียจคร้าน เอาก้อนดินใหญ่มาขว้างปาใส่หัวจนเจ็บและมึนงงไปหมด เกือบสลบ แต่ท่านก็ไม่บอกเรื่องที่ถูกคนใช้ทำร้ายให้กับคุณลุง คุณป้า เพราะกลัวคนทำจะเดือดร้อนถูกไล่ออก

    ถึงแม่ว่าท่านต้องทำงาน หนัก แต่ในเรื่องการเรียนหนังสือท่านก็เอาใจใส่ ศึกษาหาความรู้ จนจบประถมศึกษาปีที่ ๔ ด้วยตั้งใจไว้ว่าถ้าหากเรียนจบแล้วจะบรรพชาเป็นสามเณรทันที กระทั่งเมื่อได้บรรพชาเป็นสามเณรอายุ ๑๑ ปี ได้เข้าศึกษานักธรรมสอบได้นักธรรมชั้นตรี ใน พ.ศ. ๒๕๒๖

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 16.jpg
      16.jpg
      ขนาดไฟล์:
      109.8 KB
      เปิดดู:
      216
    • 17.jpg
      17.jpg
      ขนาดไฟล์:
      149.3 KB
      เปิดดู:
      264
    • 18.jpg
      18.jpg
      ขนาดไฟล์:
      117.1 KB
      เปิดดู:
      248
    • 19.jpg
      19.jpg
      ขนาดไฟล์:
      137 KB
      เปิดดู:
      238
    • 20.jpg
      20.jpg
      ขนาดไฟล์:
      108.7 KB
      เปิดดู:
      1,079
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  11. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " สามเณรน้อยใจสิงห์"

    [​IMG]

    [​IMG]

    เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ได้เข้ามาเป็นเด็กวัด โดยมีพ่อลุงทาเอาไปฝากกับเจ้าอธิการสิน จิรธัมโม วัดบ้านด้ายตอนท่านอายุได้ ๑๑ ปี หลังจากเป็นเด็กวัดได้ 3 ปีจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ท่านชอบสงบอยากบวชตั้งแต่อายุ ๔-๕ ปีแล้ว ในสมัยเป็นเด็กนักเรียนชอบนั่งสมาธิภาวนาไม่สุงสิงกับใคร เวลาว่างก็เดินจงกรมที่สนามหญ้าโรงเรียน จนเพื่อนฝูงว่าท่านเป็นบ้า ใครจะว่าอย่างไรไม่สนใจ ท่านถือว่าได้ปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้า

    ใน พ.ศ.๒๕๑๙ ครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร ได้บวชเรียนตามปณิธานที่ตั้งไว้ตั้งแต่เยาว์วัย ถึงเวลาท่านก็กำหนดขอขมาลุงและป้าแทนพ่อแม่ แล้วจึงอาบน้ำและนุ่งผ้าขาวในคืนหนึ่ง พอใกล้รุ่งท่านนิมิตเห็นหลวงพ่อปู่องค์หนึ่งแก่ๆ ผมหงอกสักไม้เท้าจากต้นโพธิ์ใหญ่ที่ในวัดเดินเข้ามาหาท่านแล้วสอนธรรม กัมมัฏฐานให้ภาวนาว่า พุทโธๆและบอกว่าให้หมั่นภาวนาในภายหน้าจะได้เป็นครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่งของ คนทั่วไปและมนุษย์โลกทั้งหลาย แล้วท่านครูบาเฒ่าก็เดินลับหายไป พอสว่างก็ได้ไปบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง อำเภอแม่จัน เจ้าคณะอำเภอเชียงแสนเป็นองค์พระอุปัชฌาย์ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๑๙ ตรงกับเดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ วันพฤหัสฯ เวลา ๙.๓๙ น. ได้บวชเสร็จเรียบร้อย มีสามเณรที่บรรพชารวมกันทั้งตำบลสามสิบสองรูป ปัจจุบันเหลือพระครูบาฯเจ้าองค์เดียว

    ครั้นเสร็จพิธีบรรพชา แล้วก็กลับมาวัดบ้านด้ายเข้ากรรมฐานภาวนา ๓ วัน เริ่มเรียนสวดมนต์ภาวนาทำกิจวัตรต่างๆ มีล้างบาตรล้างถ้วยล้างชามทำความสะอาดวัด ดายหญ้า ท่านทำทุกอย่างที่ทำได้ในวัด จำเป็นที่สุดคือ การเจริญภาวนา ท่านนอนองค์เดียว นอนในกุฏิที่เก็บกระดูกผีตายชอบอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ พอบวชเป็นสามเณรไม่นานเกือบ ๑ เดือน คนทั้งหลายก็เล่าลือกันว่ามีสามเณรน้อยต๋นบุญถือกำเนิดที่วัดบ้านด้ายธรรม ประสิทธ์ ศรัทธาสาธุชนทั้งหลายก็พากันมาทำบุญขอให้ทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ให้ สามเณรบุญชุ่มก็บอกว่า “เราบวชเป็นสามเณรใหม่ยังไม่รู้อะไรสักอย่างให้ตั้งจิตอธิษฐานกันเอาเองเถอะ บางคนก็ขอให้เทศน์สั่งสอน เราก็บอกว่ายังไม่รู้อะไรเลยให้หมั่นไหว้พระทำบุญให้ทานรักษาศีลห้าข้อให้ดี และภาวนาพุทโธๆไปก็จะได้พ้นทุกข์ “
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 21.jpg
      21.jpg
      ขนาดไฟล์:
      109.7 KB
      เปิดดู:
      220
    • 22.jpg
      22.jpg
      ขนาดไฟล์:
      100.4 KB
      เปิดดู:
      224
    • 23.jpg
      23.jpg
      ขนาดไฟล์:
      171 KB
      เปิดดู:
      225
    • 24.jpg
      24.jpg
      ขนาดไฟล์:
      235.5 KB
      เปิดดู:
      223
    • 25.jpg
      25.jpg
      ขนาดไฟล์:
      200.6 KB
      เปิดดู:
      202
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  12. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " อารมณ์กรรมฐานโดยพิจารณาอัฐิ "

    [​IMG]

    มีหลวงพ่อธุดงค์องค์หนึ่ง อยู่อำเภอจุน จ.พะเยา ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้พระครูบาเจ้าฯ เมื่อท่านได้รับพระบรมสารีริกธาตุมาแล้ว ได้น้อมจิตพิจารณาว่า กระดูกของสัตว์โลกทั้งหลายนั้น นับตั้งแต่เวียนว่าย ตายเกิด ในวัฏฏสงสารนี้ หากนำมากองรวมกัน คงกองใหญ่เป็นภูเขาทีเดียว หากแยกกันก็กระจัดกระจายอย่างที่เห็น กระดูกแข้งไปทางหนึ่ง กระดูกเข่าไปอีกทางหนึ่ง กระดูกข้อเท้าไปทางอื่น กระดูกข้อนิ้วเท้าก็กระจัดกระจายไปทางอื่น กระดูกทุกส่วนแยกออกจากกันไปคนละที่คนละแห่ง แล้วก็ผุพังกลายเป็นดินเป็นจุลไป

    ท่านก็น้อมพิจารณาเข้ามา ในกายแห่งตนว่า “ เอวงฺธมฺโม เอวงฺอนตฺติโต ” ยกกระดูกสามร้อยท่อนเป็นกรรมมัฏฐานให้เห็นชัดแจ้งในสังขารรูปนาม ร่างกายอันเน่าเหม็นนี้ไม่ดีไม่งามเป็นอสุภะยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ วิปัสสนาพิจารณาสรรพสิ่งล้วนเป็นอนิจจังไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตาไม่ใช่ของเขาสักอย่าง เห็นความเกิดความดับของรูปนามสังขารดังนี้แล้วก็ยกจิตขึ้นสู่ยถาภูตญาณทัศนะ เห็นแจ้งชัดตามความเป็นจริงทุกอย่าง บังเกิดความเบื่อหน่ายในกองสังขารทุกข์ทั้งหลายอยากจะพ้นไปจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย หาทางที่จะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งหลาย แล้ววางเฉยต่อสังขารทั้งหลายไม่ติดข้องยินดีในสังขารทั้งหลาย

    แล้ว มองเห็นอริยะสัจจะธรรมทั้งสี่ให้เห็นแจ้งชัด ว่านี้คือทุกข์ ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์ ความโศกเศร้าเสียใจเป็นทุกข์ได้ประสบพบสิ่งที่ไม่ได้รักก็เป็นทุกข์ได้ พลัดพรากจากสิ่งที่รักก็เป็นทุกข์ อยากได้อันใดไม่สมปรารถนาก็เป็นทุกข์

    จึงพึงกำหนดรู้ทุกข์อย่างนี้แล้วให้รู้เหตุที่ให้เกิดทุกข์คือสมุทัยทำให้ เกิดทุกข์ คือ ตัณหา ความอยากได้ทั้งสามคือ กามตัณหาในกามอารมณ์ทั้งหลาย ภาวะตัณหา ตัณหาในภาวะน้อยใหญ่ ความมีความเป็นทั้งหลาย วิภาวะตัณหา ตัณหาในความไม่อยากมีอยากเป็น ทุกข์ทั้งหลายเกิดจากตัณหา ทั้งสามนี้ เมื่อดับตัณหา ความอยากได้ก็ดับทุกข์ทั้งปวง ตัณหาขะยังสัพพะ ทุกขัง ชินาติ ดับตัณหาได้ชนะทุกข์ทั้งปวง

    แล้วก็มาพิจารณานิโรธ ความดับทุกข์วิราคะไม่ติดข้องด้วยราคะตัณหา ปราศจากไปแล้ว ปฏิสัคโค ความสลัดออกแห่งตัณหาทั้งหลาย นิโรธ ความดับสนิทไม่เหลือ อาจโย มีอาลัยขาดแล้ว วัฏฏะปัจเฉโต ตัดวัฏฏะทั้งสามขาดแล้ว คือกิเลสวัฏฏะ กรรมะวัฏฏะ วิปากวัฏฏะทั้งสามนี้แล นิโรโธติได้ชื่อว่าความดับทุกข์คือพระนิพพานแล้วให้พิจารณาด้วยปัญญาในวิปัสสนาญาณต่อไป

    ถึงมรรค คือหนทางอันดับทุกข์ คือมรรคมีองค์แปด คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ ๒. สัมมาสังกับโป ความชอบดำริ ๓.สัมมาวาจา ความพูดวาจาชอบ ๔.สัมมากัมมันโต มีการงานอันชอบ ๕.สัมมาอาชีโว เลี้ยงชีวิตชอบ ๖.สัมมาวายาโมมีความเพียรชอบ ๗.สัมมาสติ มีระลึกชอบ ๘.สัมมาสมาธิ มีความตั้งใจชอบ ดังนี้ได้ชื่อว่ามรรคมีองค์แปดคือเป็นหนทางอันประเสริฐไม่มีทางอื่นยิ่งกว่า


    ทางนี้เป็นทางให้ถึงซึ่งความดับแห่งกองทุกข์ในวัฏฏะทั้งหลาย เราพึงทำภาวนาให้รู้แจ้งแล้ว น้อมเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ ดับความเห็นผิดทั้งหลายอันเป็นปุถุชนอันแน่นหนาไปด้วยกิเลส แล้วน้อมจิตเข้าสู่โลกุตรภูมิแห่งพระอริยะเจ้าทั้งหลาย แล้วมาพิจารณาดูมรรคธรรมที่เราได้บำเพ็ญมาตลอดสืบเนื่องติดต่อกันไม่ขาดสาย รู้ความไม่เที่ยงอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก รู้ความจางคลายความกำหนดยินดีในสัพพนิมิตสังขารทั้งหลาย รู้ความเป็นไปแห่งสังขารทั้งหลาย ทุกลมหายใจเข้าออก รู้ความสลัดคืนในกองสังขารทั้งหลายหายใจเข้าออก อยู่น้อมจิตเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ตลอดจึงได้ชื่อว่าเจริญมรรคญาณ ต่อไปให้พิจารณาความดับทุกข์ทั้งหลายเป็นนิโรธญาณผละญาณ แล้วก็ถึง ปัจเจกขณาญาณ พิจารณาสภาวธรรมทั้งหลายเป็นมรรคะสมังคี คือว่าธรรมทั้งหลายมารวมลงกันในที่เดียวคือสติปัฏฐานสี่ สัมมัปปธานสี่อิทธิบาทสี่ อินทรีย์ห้า พละธรรมห้า โพชฌงค์เจ็ด อัฐฐังคิกะมรรคะทั้งแปดมาลงรวมกันที่เดียวได้ชื่อว่ามรรคสมังคีแล้วก็น้อม เอา พระนิพพานเป็นอารมณ์ให้แจ้งแล้วให้รู้แจ้งตามสภาวะธรรมที่เป็นจริง

    แล้วก็มาพิจารณาดูว่าเราได้รู้แจ้งในธรรมหรือยัง ถ้าไม่รู้แจ้งตราบใดก็ละกิเลสไม่ได้ ถ้าตรัสรู้แจ้งแล้วกิเลสธรรมทั้งหลายก็ละได้เองโดยอัตโนมัติไม่ต้องสงสัยเลย ในมรรคผลนิพพานมีจริงทุกอย่างถ้าเราทำจริงต่อมรรคธรรมเราก็จะถึงความดับ ทุกข์วันหนึ่งเราก็มาพิจารณาดูว่าเราละกิเลสได้เท่าใด เหลืออยู่เท่าใด ดูพระอริยะบ้างก็พิจารณาบ้าง พิจารณาว่ากิเลสมีเท่าใดตัดขาดเท่าใดสุดแล้วแต่บุญวาสนา ปัญญาของใครของมัน ท่านที่มีปัญญาแก่กล้าจึงจะพิจารณาได้ ถ้าบรรลุมรรคขั้นต้นก็มีการตัดกิเลสสังโยชน์ได้สามคือสักกายทิฏฐิ ความยึดมั่นเห็นผิดในกาย วิจิกิจฉาความลังเลสงสัยในธรรมดับไป สีลัพพัตปรามาสความถือศีลไม่มั่นคงลูบคลำศีลก็ดับไป ถ้าได้ถึงสกิทาคาก็กระทำให้ความโลภราคะ โทษะ โมหะ ส่วนที่หยาบๆดับไปถ้าได้ถึงอริยมรรค ที่สามคือพระอนาคามี คือผู้ไม่กลับมาอีก ก็ตัดกิเลสสังโยชน์ได้อีก สองคือกามราคะ ความยินดีในกามราคะดับอย่างสนิท ปฏิฆะความโกรธแค้นพยาบาท ดับสนิท ตรงกับคติธรรมคำสอนของท่านครูบาศรีวิชัยให้เป็นคติว่า อู้ร้อยคำบ่เท่าผ่อครั้งเดียว
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 26.jpg
      26.jpg
      ขนาดไฟล์:
      117 KB
      เปิดดู:
      217
    • 27.jpg
      27.jpg
      ขนาดไฟล์:
      154.1 KB
      เปิดดู:
      172
    • 28.jpg
      28.jpg
      ขนาดไฟล์:
      132.4 KB
      เปิดดู:
      221
    • 29.jpg
      29.jpg
      ขนาดไฟล์:
      133.1 KB
      เปิดดู:
      151
    • 30.jpg
      30.jpg
      ขนาดไฟล์:
      258.9 KB
      เปิดดู:
      2,826
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2013
  13. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " ตอบแทนบุญคุณบุพการี "

    มาย้อนถึงคุณแม่แสงหล้าผู้บังเกิด เกล้าตอนที่ท่านบวชเป็นสามเณรนั้นไม่ได้ ยินข่าวคราวว่าคุณแม่ไปอยู่ที่ไหนแห่งหนใด ท่านจึงคิดอาลัยหาแม่เป็นอย่างยิ่ง เห็นคนอื่นเขาตอนบวชมีพ่อแม่ครบอบอุ่นใจ ท่านไม่เห็นพ่อและแม่ทำให้ตื้นตันใจน้ำตาตก แต่ก็อดทนเอา ยังเห็นป้าและลุงดูแลเอาใจใส่ เมื่อคราวที่ท่านได้ไปเทศน์ที่เชียงใหม่จึงให้คนไปสืบเสาะถามหาแม่ พอดีเขาไปเจอแม่นั่งขายกล้วยทอดอยู่ที่ตลาดประตูเชียงใหม่

    ได้ ถามดูก็รู้ว่าแม่มาแต่งานใหม่กับคนแก่อายุหกสิบกว่าอยู่หลังวัดฟ้อนสร้อย เป็นหมอยาสมุนไพรชื่อว่าพ่อน้อยใจมา ชัยเผือก เขาก็บอกว่าลูกได้บวชเป็นเณรแล้ว มาเทศน์อยู่ที่วัดลอยเคราะห์แม่ก็ดีใจ ตอนกลางคืนแม่และพ่อเลี้ยงคนใหม่ก็มาหาท่าน ท่านก็ดีใจเป็นที่สุด ปลาบปลื้มใจที่ได้พบคุณแม่ แม่ก็ร้องไห้เหมือนกัน ท่านก็ให้ยา และขนมของเล็กๆน้อยๆ หลังจากเทศน์ที่วัดลอยเคราะห์เสร็จแล้วก็ไม่ได้ไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน

    ท่าน ก็กลับมาอยู่ดอยเวียงแก้วสร้างพระธาตุต่อ และในพรรษานั้นแม่ก็ได้ตามมาอยู่ด้วยเป็นช่วงๆ มาทำอาหารถวายพระ ออกพรรษาท่านก็กลับไปเชียงใหม่ หลังจากสร้างพระธาตุเสร็จนาน ไฟป่าก็ลุกลามมาไหม้วัดกุฏิวิหารที่มุงด้วยหญ้าไหม้เกลี้ยงหมด ท่านได้ย้ายมาอยู่ที่เกาะทะเลสาบเมืองเชียงแสน บ้านห้วยน้ำรากเป็นวัดเก่า ชื่อวัดเกาะป่าหมากหน่อ อยู่ได้ไม่นานก็มีความประสงค์ไปเมืองพงอีก พอไปถึงก็มีคนบอกเล่าว่ามีพระธาตุอยู่บนดอยบนเขา ปรักหักพังเหลือแต่กองอิฐ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 31.jpg
      31.jpg
      ขนาดไฟล์:
      105.2 KB
      เปิดดู:
      7,606
    • 32.jpg
      32.jpg
      ขนาดไฟล์:
      107.7 KB
      เปิดดู:
      197
    • 33.jpg
      33.jpg
      ขนาดไฟล์:
      128.3 KB
      เปิดดู:
      177
    • 34.jpg
      34.jpg
      ขนาดไฟล์:
      108.6 KB
      เปิดดู:
      143
    • 35.jpg
      35.jpg
      ขนาดไฟล์:
      108.5 KB
      เปิดดู:
      2,696
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  14. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน " การสร้างและบูรณะพระธาตุต่างๆ "

    ท่าน จึงไปจำศีลภาวนาแล้วสร้างพระธาตุขึ้น ชื่อว่าพระธาตุงำเมือง ดอยท้าววัง นั่งเรือไปๆมาๆอยู่ที่เมืองพงนี้เหมือนบ้านเกิด คิดว่าในอดีตชาติคงเคยสร้างบารมีในที่นี้ หลังจากได้สร้าง พระธาตุบ้านป่าข่า พระธาตุงำเมืองเสร็จแล้ว ท่านได้เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าไปเมืองยอง ไปกราบพระธาตุหลวงจอมยอง กลับมาป่วยเป็นไข้มาเลเรียเกือบตาย จากนั้นท่านได้มาเข้าพรรษาที่วัดทุ่งหลวง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีหลวงปู่ครูบาเจ้าธรรมชัยเป็นองค์รักษาไข้ คุณแม่ก็มาเยี่ยมเยียนตลอดโดยให้น้องชายบวชเณรอยู่ด้วย ในพรรษาที่๕ ท่านได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดจอมแจ้ง บ้านกาดขี้เหล็ก ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

    โดยมีคุณแม่ย่าคำแปง คุณธนิต นิ่มพันธ์ คุณตุ๊ คุณสมศักดิ์ คุณอุไร และเจ้าพ่อน้อยโสภณ ณ เชียงใหม่ และญาติโยมหลายๆคนเป็นผู้อุปัฏฐากดูแล ในพรรษาโยมแม่ก็มาเยี่ยมถือศีลด้วยบางครั้งบางคราว ท่านไปสร้าง พระธาตุจอมศรีดับเภมุงเมือง ต.เมืองพง พม่า และมาสร้างวัดพระเจ้าล้านทอง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ คุณแม่ก็ตามไปเยี่ยมร่วมทำบุญทุกที่ พรรษานี้ท่านอยากมาจำพรรษาที่เมืองพง แม่ย่าคำแปงให้จับฉลาก ๒-๓ ครั้ง ก็จับได้ที่วัดจอมแจ้งที่เดิม ท่านจึงได้มาจำพรรษาที่วัดจอมแจ้งอีกในปีนี้ ท่านมีความสุขอิ่มเอมในพระธรรม อยู่กุฏิวิเวกองค์เดียว ได้อารมณ์กัมมัฏฐานดีมาก เดินจงกรมก็สบาย มีสมาธิตั้งมั่น

    ใน พรรษาที่๕นี้ ท่านได้เดินทางไปแสวงบุญ ณ ประเทศอินเดีย ได้นำคณะศรัทธา ญาติโยมไปกราบสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง คือ สถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงธรรมจักร สถานที่ปรินิพพาน และสถานที่สำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธบิดา รู้สึกซาบซึ้งมาก จากนั้นได้ไปจาริกแสวงบุญ ณ ประเทศศรีลังกา มีพระธาตุเขี้ยวแก้วและต้นศรีมหาโพธิ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์พุทธศาสนา เป็นอย่างยิ่ง โดยมีโยมสุพิศ แม้นมนตรี เป็นผู้บริจาคเงินค่าเครื่องบินให้ ขออนุโมทนาบุญด้วย ท่านได้กลับมาเมืองพงอีกได้สร้าง พระธาตุดอกคำแก้ว แล้วไปเมืองยองอีกครั้งที่สอง ได้ไปสร้างพระธาตุจอมแจ้งเมืองยอง กลับมาสร้างพระธาตุจอมสวรรค์บ้านโป่งเมืองพงอีก

    ต่อมา เข้าพรรษาที่๗ ที่วัดเมืองหนองลิ่มคำป่าหมาหน่อบนเกาะทะเลสาบ โดยมีพ่อแหนานเสาแม่นางจันทร์ฟองเป็นผู้อุปัฏฐาก ในพรรษาท่านได้ป่วยเป็นไข้ป่าและทางเดินอาหารได้ลาพรรษามารักษาที่ตึกสงฆ์ โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ ออกพรรษาแล้วท่านได้ไปย่างกุ้งมันตะเล ประเทศพม่า ไปกราบพระธาตุชเวดากอง จากนั้นกลับมาเมืองพง ได้มาสร้างวิหารสร้างพระเจ้านอน

    เข้าพรรษาที่ ๘ วัดพระนอน เมืองพง ( ปัจจุบันชื่อวัดจอมศรีดับเพมุงเมือง )ออกพรรษาแล้วได้ทำบุญฉลองวัดวิหารพระเจ้านอนเสร็จแล้วได้รับนิมนต์โดยคุณ แม่ชรัช คุณหญิงกรรนิฐา สายวงศ์ ได้นิมนต์ไปประเทศเนปาล เที่ยวภูเขาหิมาลัยนำพระพุทธรูปไปถวายที่โปรกขลาเนปาล พรรษาที่๙ได้กลับมาจำอยู่ที่วัดนอนเมืองพงอีก ได้ปฏิบัติธรรมมีความสุขที่สุดและได้เดินทางไปๆมาๆที่พระธาตุดอนเรือง ท่านมีความผูกพันกับพระธาตุดอนเรืองที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีมานานนับ ตั้งแต่อายุ ๑๒-๑๓ ปีที่ได้เข้ามาทำกุศลสร้างบุญบารมีในเมืองพง เคยเดินเท้าเปล่ามากราบพักถือศีลภาวนาที่นี้ตลอด

    ก่อนจะมา พระธาตุดอนเรือง ซึ่งไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อ แค่ได้นิมิตฝันเห็นเจดีย์น้อยตั้งอยู่บนเขาเตี้ยๆ ใกล้แม่น้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ได้มากราบแล้วมีความสุขที่สุด ฝันว่าเราได้ไปอยู่ที่นั้นไม่นานนักจึงได้มากราบจริงๆ เหมือนในนิมิตทุกอย่าง จนกระทั่งถึงพ.ศ. ๒๕๒๘ ท่านจึงบอกศรัทธาญาติโยมว่าจะสร้างพระวิหารครอบพระธาตุดอนเรือง เมื่อลุถึงวันเดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันพุธ เป็นวันวิสาขบูชาได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ สร้างพระวิหาร ท่านยินดีที่สุดในปีนี้ อีกทั้งได้ไปศรีลังกาพร้อมหลวงปู่ครูบาธรรมชัย

    ใน พรรษาที่๙ นี้ ท่านอาพาธเป็นไข้มาเลเรียอีก ได้รักษากินยาและทำสมาธิรักษาด้วยจึงหายดี ออกพรรษาแล้วได้ไปแสวงบุญที่เมืองจีน ปักกิ่ง ได้กราบพระธาตุเขี้ยวแก้ว และพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองจีน


    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  15. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ประวัติพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ตอน "จาริกธุดงค์ ณ ประเทศเนปาล "

    ในพรรษาที่๑๐ พระครูบาฯ มีความตั้งใจอย่างยิ่งจะไปจำพรรษาที่ประเทศเนปาลเชิงเขาหิมาลัย โยมมณีรัตน์ โยมพี่เม้ง (วินัย) ได้นิมนต์หลวงปู่โง่น โสรโย ไปส่งท่านด้วย ได้ไปอาศัยอยู่ที่วัดอานันทกุฏิวิหารกาฐมาณฑุ โดยคุณธรรมมา อารีราชได้ไปฝากให้ ท่านได้พบหลวงปู่โลกเทพอุดรที่เนปาล โดยพระครูบาฯนับถือหลวงปู่โลกเทพอุดรเป็นอาจารย์ใหญ่ได้พบที่ข้างกำแพง พระราชวังเก่า หนุมานโดก้ากาฐมาณฑุ เป็นวังเก่าของกษัตริย์เนปาล

    เล่า กันว่ามีรางน้ำเป็นหิน และมีอักขระศักดิ์สิทธิ์ที่ใครอ่านจบจะมีน้ำทิพย์ไหลออกมา ขณะที่พระครูบาฯ กำลังอ่านอักขระอยู่นั้นปรากฏว่ามีพระเหมือนโยคีกระโดดออกข้างกำแพงวิ่งมาหา ท่าน มีผ้าโพกหัวเกล้าผม หนวดเครายาวรุงรังวิ่งมาจับมือหลวงปู่ นัยน์ตาใสวาววับดั่งแก้วมรกตจึงขอถ่ายรูปไว้ เอาเงินถวายให้ก็ไม่รับ ลักษณะไม่เหมือนโยคีทั่วไป จากนั้นก็มีหมู่นกพิราบหมู่ใหญ่บินวนเวียนมาตรงหน้าหลวงปู่เทพอุดร ไม่นานนักท่านทั้งสองก็หายไปพร้อมกับหมู่นกพิราบ จะพูดมากไปก็กลัวเกินความจริง อย่าพึ่งเชื่อทีเดียว ให้เชื่อผลบุญกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์สอน

    ทุกคนกลับกันหมด เหลือแต่ท่านองค์เดียวที่ได้พำนักอยู่กับพระชาวเนปาล มีหลวงพ่ออมฤตานันท์ เป็นเจ้าอาวาสวัดอานันทกุฏิวิหาร มีหลวงพ่อมหากุมารกัสปะและหลวงพ่อมหานามะ มีพระพม่าองค์หนึ่งชื่อ อินทสาระ สามเณรอินเดียชื่อ พุทธวังสะ และท่านไมตรี ทานแต่ผลไม้มันอาลู (มันฝรั่ง) แตงกวา และกล้วยหอมเป็นอาหาร ในพรรษานี้ พระครูบาฯ มีความสุขกับธรรมชาติที่สุด ตอนเย็นสวดมนต์ภาวนาเดินจงกรม แล้วก็เข้าห้องนั่งภาวนาสมาธิต่อ บางทีถึงสว่างก็มี สว่างมาแล้วท่านก็มาทำความสะอดาลานเจดีย์กุฏิวิหาร ศาลาหอฉัน ทำความสะอาดองค์เดียว

    ถ้าวันไหนมันอาลูหมดก็ลงไป ซื้อในตลาด บางวันอากาศดีเสร็จภารกิจ ท่านก็ขึ้นไปกราบเจดีย์สวยัมภูองค์ใหญ่ ตั้งบนยอดเขาท่านก็ซื้อถั่วลิสงเลี้ยงลิง บางทีก็เอากล้วย ข้าวสารเลี้ยง ลิงที่นี่ตัวใหญ่หางยาวมีหลายพันตัวไม่กลัวคน ท่านได้พำนักภาวนาที่นี่ได้อารมณ์กรรมฐานดี สมาธิตั้งมั่นจนกระทั่งออกพรรษา

    [​IMG]

    [​IMG]

    ด้านซ้ายของภาพ คือภาพของหลวงปู่เทพโลกอุดรที่พระครูบาเจ้าบุญชุ่มกล่าวถึง เดินทะลุกำแพงออกมา ครั้งที่พระครูบาเจ้าบุญชุ่มท่านอยู่ที่เนปาลด้านขวาของภาพคือพระครูบาเจ้าบุญชุ่มค่ะ ภาพนี้เห็นมานานจากหนังสือหลายเล่มแล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคือพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม เพิ่งรู้ตอนได้อ่านจากหนังสือที่ท่านแจกค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  16. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    สาส์นจากพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

    พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ตั้งจิตอธิษฐานงดศาสนกิจเพื่อมุ่งปฏิบัติธรรม ทั้งยังได้ฝากข้อธรรมย้ำเตือนจิตแด่พุทธบริษัท ว่าด้วยความไม่ประมาท หรือ "อัปปมาทธรรม" อันเป็นธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสสั่งสอนไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน

    [​IMG]

    "ข้อความสั่งพินัยกรรมของพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ถ้ำราชคฤห์ เมืองงาว จ.ลำปาง วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ เรื่องเมตตาคำสั่งด้วยมูลนิธิพระครูบาบุญชุ่ม ตามที่ลูกศิษย์ได้จดทะเบียนทำก่อตั้งมูลนิธิของพระครูบาบุญชุ่มนั้น บัดนี้เราขอให้ถอนชื่อเราออก ให้เปลี่ยนเป็นมูลนิธิดอยเวียงแก้วหรือชื่ออื่น บุญพัฒนาเมตตาก็ได้ เราครูบาบุญชุ่มขอถอนตัวออกไม่เกี่ยวข้องด้วยประการใดๆทั้งสิ้น เราขอลาปฏิบัติธรรมสามปี ส่วนการจะสร้างจะทำอย่างไรก็ตามใจ ศรัทธาลูกศิษย์ทั้งหลายให้พากันทำไปตามเหตุผล ตามปัจจัย ตามมี ตามเกิด ขอให้ทุกคนอย่าได้แบกภาระหนัก แทนครูบาเลย ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเทวดาฟ้าดินกำหนด ถ้าหากทุกคนเห็นสมควรจะยุบมูลนิธิครูบาบุญชุ่ม ก็ขอให้ยกเลิกไปก่อนไม่ต้องสร้าง ไม่ต้องทำอะไรให้มันวุ่นวายเดือดร้อนกัน ต่างคนต่างอยู่อย่างสงบ สบายด้วยธรรมก็พอแล้ว จะเอาอะไรจะหวังอะไรในโลกนี้อีก ต่างคนก็ต่างใกล้ตายมาทุกวัน ให้รีบปฏิบัติธรรมดีกว่า การสร้างสิ่งภายนอกไม่มีที่สิ้นสุด จงสร้างความสงบรู้แจ้งสัจจะธรรมอยู่ภายในดีกว่า อย่ามัวแต่โทษคนอื่นให้มองดูที่จิตใจเราคนเดียว รีบทำความเพียร ยินดีในพระนิพพาน การเกิดมาเป็นทุกข์แท้หนอ ขอเมตตาจากจิตบริสุทธิ์ของพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ถ้ำราชคฤห์ เมืองงาว, ลำปาง พูดมากยากนานเอานิพพานดีกว่า คนดีแสวงหาพระนิพพาน คนเดินโลกสงสารแสวงหาของสมมุติไม่หลุดพ้นสักที มีบารมีไม่รู้จักใช้ มีกายไม่รู้จักละ อยู่กับพระไม่รู้จักมาร เดินสงสารไม่รู้จักจบ พบแก้ววิเศษไม่รู้จักเอา ขอลาก่อนท่านทั้งหลาย รีบถ่อ รีบพาย ตะวันจะสาย สายบัวจะเน่า รีบทิ้งวัฏฏะ รีบสละทุกอย่าง รีบวางทางทุกข์ เข้าถึงสุขเย็นแท้นิพพานเอย สาธุด้วยจิตเมตตายิ่ง จากครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร"


    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  17. MayBuddhaBlessYou

    MayBuddhaBlessYou เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2009
    โพสต์:
    2,372
    ค่าพลัง:
    +9,464
    ครูบาบุญชุ่ม เขียนถึงหลวงปู่ดู่

    [​IMG]
    [​IMG]

    อาตมา พระบุญชุ่ม ญาณสงวโร จำพรรษาอยู่ที่พระธาตุดอนเรือง เมืองพงษ์ เขตพม่า ในพรรษาที่ ๒ อาตมาได้นิมิตเห็นหลวงปู่แก่เฒ่าองค์หนึ่ง อายุประมาณ ๘๐-๙๐ ปี มาเทศน์ให้ฟัง ตอนที่อาตมาได้เข้ากรรมปฏิบัติไม่พูด ๗ วัน ท่านเทศน์สอนเรื่องการปฏิบัติให้มีสติและให้อยู่สันโดษ มีขันติ เมตตา และความเพียร ให้ถึงความพ้นทุกข์ ให้ดับเสียสิ้นชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ให้ถึงซึ่งพระนิพพานเป็นที่สุด ท่านเทศน์เป็นภาษาบาลี และแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังอย่างชัดเจน แล้วท่านก็เทศน์สอนเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท และเทศน์ให้ฟังอีกหลายอย่าง อาตมารู้สึกปิติและอิ่มเอิบในรสพระธรรมของท่าน อาตมาจึงนึกถึงหลวงปู่องค์นั้นเสมอว่าท่านนั้นเป็นใคร และยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ได้แต่กราบขอพรท่านตลอดทุกวัน

    ครูบาบุญชุ่ม ญาณสงฺวโร
    วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง อ.ท่าขี้เหล็ก รัฐเชียงตุง พม่า

    ต่อมาไม่นาน หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ท่านเป็นอาจารย์องค์สุดท้ายของอาตมา ที่ท่านได้ส่งตัวอาตมาไปทำความเพียรที่ภูเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล แล้วท่านก็ไปรับกลับมาบวชพระที่เชียงใหม่ และอาตมาก็มาจำพรรษาที่พม่า พอดีอาตมามาทำบุญคล้ายวันเกิดวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๓๑ อาตมาได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่โง่นได้โปรดเมตตามารับเครื่องไทยทานในวันที่ ๔ หลวงปู่โง่นค้างคืนที่พระธาตุดอนเรือง ท่านได้เอ่ยถึงหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าเป็นพระที่มีเมตตาองค์หนึ่งในอยุธยา ได้เป็นพระอริยบุคคลองค์หนึ่ง อาตมาได้ยินก็อิ่มเอิบ ปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง อยากจะไปกราบไหว้บูชาพระองค์นั้น...

    พอดีอาตมาได้ไปทำบุญวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่โง่น พอเสร็จก็ขออนุญาตหลวงปู่โง่นไปกราบหลวงปู่ดู่ หลวงปู่โง่นก็อนุญาต และเขียนจดหมายกำกับไปด้วย พอไปถึงวัดสะแกก็เข้าไปกราบหลวงปู่ดู่ ท่านกำลังนั่งรับแขกอยู่ที่กุฏิไม้ พอได้เห็นหลวงปู่ดู่ก็นึกขึ้นได้ เหมือนในนิมิตตอนเข้ากรรม (หลวงปู่เฒ่าองค์นั้นก็คือหลวงปู่ดู่นั่นเอง) จึงก้มกราบขอพรท่าน ท่านก็ให้พรแล้วยังถวายผ้าไตรกับพระพุทธรูป ๒ องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด ๑ องค์แก่อาตมา และอาตมาก็ถวายน้ำผึ้งและยา ท่านยิ้มแย้มมีเมตตาที่สุด อาตมาเอาพระบรมสารีริกธาตุ น้อมถวายหลวงปู่ดู่ ท่านพูดว่า "เราเพิ่งพูดเรื่องพระธาตุเมื่อตะกี้ บัดนี้ท่านเอาพระธาตุมาถวายเป็นนิมิตหมายมงคลยิ่ง" หลวงปู่ก็ให้พรด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ อาตมาได้เอาพระธาตุอีกส่วนหนึ่ง และลูกประคำให้หลวงปู่ปลุกเสกอธิษฐานจิต ท่านมีลูกศิษย์หนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ ๒๖ หลวงปู่ถามลูกศิษย์ว่า "สว่างไหม เห็นชัดไหม มองไปให้ลึกๆ" ลูกศิษย์ก็ตอบว่า "เห็นแล้ว สว่างแล้ว" หลวงปู่จึงปลุกเสก หลับตาอธิษฐานพระธาตุ และลูกประคำ แล้วท่านก็บอกว่า "พระธาตุนี้ไปอยู่มาหลายแห่งแล้ว เคยอยู่ที่พระธาตุนครปฐม และพระธาตุนครพนม" หลวง ปู่ท่านสั่งให้เก็บรักษาและบูชาให้ดี อาตมาจึงกราบนมัสการลาหลวงปู่กลับวัดพระธาตุดอนเรือง อาตมาระลึกถึง บูชาพระคุณหลวงปู่อยู่มิได้ขาด


    อ้างอิง ครูบาบุญชุ่ม เขียนถึงหลวงปู่ดู่
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มกราคม 2013
  18. นักขัต

    นักขัต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +777
    แม้จะอ่านได้นิดเดียวแต่ก้อได้ข้อคิด
    ติดที่บุญมีน้อย ยังสลัดตัณหาไม่ได้
    ทุกข์เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่รัก T^T
     
  19. jummaiford

    jummaiford เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    10,516
    ค่าพลัง:
    +38,939
    อนุโมทนาบุญด้วยนะครับอยากจะกราบครูบาบ้างไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร
     
  20. วันมงคล

    วันมงคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    414
    ค่าพลัง:
    +1,301
    ขออนุโมทนาในบุญครั้งนี้ของคุณเจนดัวยสาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ.
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_0417.jpg
      IMG_0417.jpg
      ขนาดไฟล์:
      62.2 KB
      เปิดดู:
      93
    • IMG_0425.jpg
      IMG_0425.jpg
      ขนาดไฟล์:
      53.7 KB
      เปิดดู:
      112
    • IMG_0424.jpg
      IMG_0424.jpg
      ขนาดไฟล์:
      55.8 KB
      เปิดดู:
      91

แชร์หน้านี้

Loading...