ไม่มีพุทธศาสนา ถ้าไร้พระไตรปิฎก

ในห้อง 'พระไตรปิฎก' ตั้งกระทู้โดย aprin, 25 ธันวาคม 2007.

  1. aprin

    aprin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    7,475
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +22,491
    ไม่มีพุทธศาสนา ถ้าไร้พระไตรปิฎก
    วรธาร ทัดแก้ว

    [​IMG]
    [​IMG]




    พระไตรปิฎกคือคัมภีร์สูงสุดของพุทธศาสนา ที่ได้รวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาไว้เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการศึกษาค้นคว้า เป็นคัมภีร์ที่บอกเราว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร และสอนว่าอย่างไร


    เมื่อใดก็ตามที่คนเรายังศึกษาเล่าเรียน อ่าน แปล ค้นคว้าพระไตรปิฎก และปฏิบัติตามหลักคำสอนในพระไตรปิฎกอยู่อย่างแพร่หลาย พุทธศาสนาก็จะยังดำรงอยู่สืบไป แต่หากวันใดไม่มีคนสนใจ คำสั่งสอนต่างๆ ของพระพุทธเจ้า รวมถึงของพระสาวกที่อยู่ในพระไตรปิฎกก็เปรียบเหมือนคัมภีร์เปล่า ที่ไร้คุณค่าและไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เลย และเมื่อนั้นเอง พุทธศาสนาก็คงถึงกาลอวสานไปจากโลก


    **มีอะไรในพระไตรปิฎก

    หากเปรียบพระไตรปิฎกเหมือนภาชนะใส่ของ ก็คงประกอบด้วย ตะกร้า 3 ใบ (ปิฎก = ตะกร้า) ที่ใช้สำหรับใส่สิ่งของสำคัญและเป็นประโยชน์แก่ชาวโลก


    สิ่งสำคัญที่ว่าคือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งแยกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ธรรม (คำสอน) และวินัย (คำสั่ง)


    ส่วนที่เป็นธรรมก็ยังแยกออกเป็น 2 ส่วน เนื่องเพราะพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมไว้มากมาย คือ พระสูตร หรือเรียกอีกอย่างว่า พระสุตตันตะ และพระอภิธรรม


    ธรรมะต่างจากวินัยที่ตรัสในวงจำกัด คำว่าแคบกว่าก็คือ เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติเป็นสิกขาบทสำหรับภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์เท่านั้น ไม่ใคร่จะเกี่ยวกับฆราวาส ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนทั้งสองคือภิกษุและภิกษุณีดำรงอยู่ด้วยดี เป็นระเบียบงดงาม และเป็นที่นำมาซึ่งความเลื่อมใสแก่มหาชน

    ธรรมหรือเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่บุคคลในโอกาสต่างๆ ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยการเสด็จไปโปรดคนโน้นคนนี้ เช่น พรานป่า ชาวนา กษัตริย์ ชาวบ้าน ภิกษุ เป็นต้น ด้วยการแสดงธรรม หรือตอบข้อซักถามของเขาเหล่านั้นจนหายสงสัย บางครั้งไม่ได้เสด็จไปไหนก็มีผู้มาทูลถามปัญหาก็มีมากมายหลายครั้ง เช่น เทวดามาถามปัญหาพระพุทธเจ้า ณ วัดเชตวัน พาวรีพราหมณ์อยากรู้คำสอนในพุทธศาสนาก็ส่งศิษย์ 16 คน มาถามปัญหา เป็นต้น


    ธรรมที่พระองค์แสดงหรือตรัสสนทนากับบุคคลในสถานการณ์และสถานที่ต่างๆ แต่ละเรื่องจบไปเรื่องหนึ่งๆ นี้ เรียกว่า สูตร เช่น ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุชื่อเมฆิยะ ก็เรียกว่า เมฆิยสูตร


    เมฆิยสูตร เป็นเรื่องของพระเมฆิยะที่ทำความเพียรในป่ามะม่วง แต่ไม่อาจบรรลุธรรมได้ เนื่องจากถูกวิตก 3 ครอบงำ จึงทำให้จิตของท่านดิ้นรน กวัดแกว่ง ไม่มีสมาธิ พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปแสดงธรรมให้ฟัง โดยแสดงเป็นอุปมาอุปไมยให้ท่านเข้าใจว่า ปลาที่ถูกซัดขึ้นบก เมื่อไม่ได้น้ำก็ย่อมดิ้นรนไปมา เหมือนกับจิตยินดีในกามคุณ 5 เมื่อภิกษุยกขึ้นจากที่อยู่คือ กามคุณ 5 แล้วซัดไป (มุ่งสู่) ในวิปัสสนากรรมฐาน เผาด้วยความเพียรทางกายและทางจิต ก็ย่อมดิ้นรน คือไม่อาจที่จะติดอยู่ในกามคุณ 5 นั้นได้ (เพราะถูกอำนาจวิปัสสนากวัดแกว่ง)


    ธรรมที่มาในรูปนี้มีมากมาย เรื่องหนึ่งๆ ก็มีสาระไปอย่างหนึ่ง ตามแต่พระองค์จะตรัสแก่บุคคลประเภทใด มีความรู้และมีสติปัญญาระดับไหน ซึ่งนอกจากเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้ว ยังมีเทศนาของพระสาวกสำคัญบางรูป ทั้งพระเถระ พระเถรี ตลอดถึงภาษิตของเทวดาที่ทรงรับรองว่าเป็นสุภาษิตอีกจำนวนมาก เช่น สังคีติสูตร ก็เป็นสูตรที่ว่าด้วยการทำสังคายนา ที่พระสารีบุตรได้แสดงวิธีการทำสังคายนาไว้เป็นตัวอย่าง โดยท่านได้รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าแสดงไว้เป็นข้อธรรมต่างๆ มาแสดงตามลำดับหมวด ตั้งแต่หมวด 1 ไปจนถึงหมวด 10


    ธรรมประเภทนี้ เรียกว่า พระสูตร และเมื่อนำมาใส่ในปิฎก ก็เรียกว่า พระสุตตันตปิฎก


    ธรรมอีกประเภทหนึ่ง คือ ธรรมที่แสดงตามเนื้อหาของธรรมล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับบุคคลหรือสถานที่ ไม่คำนึงว่าใครจะฟังทั้งสิ้น เอาเนื้อหาเป็นหลัก ยกหัวข้อธรรมอะไรขึ้นมา ก็อธิบายเรื่องนั้นให้ชัดเจนไปเลย เช่น ยกจิตขึ้นมา ก็อธิบายไปเลยว่า จิตคืออะไร มีลักษณะอย่างไร มีทั้งหมดกี่ดวง ความเป็นไปแต่ละดวงเป็นอย่างไร จิตถูกกิเลสครอบงำจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น

    ธรรมประเภทซึ่งเป็นวิชาการล้วนๆ นี้ เรียกว่า พระอภิธรรม และเมื่อนำมาใส่ในปิฎกก็เรียกว่า พระอภิธรรมปิฎก


    ส่วนที่เป็นคำสั่งคือวินัยนั้น เป็นส่วนที่ว่าด้วยสิกขาบทของภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ ที่บอกว่าภิกษุ ภิกษุณี ทำอะไรได้-ไม่ได้บ้าง และการที่ทำไม่ได้หรือห้ามทำนั้น หากภิกษุ ภิกษุณี ละเมิดก็มีโทษปรับที่เรียกว่าอาบัติ ตั้งแต่สถานเบาไปถึงสถานหนัก สูงสุดคือขาดจากความเป็นภิกษุ ภิกษุณี

    นอกจากนั้น ยังกล่าวถึงความเป็นมา ความเป็นอยู่ของสงฆ์ ตลอดถึงระเบียบวิธีปฏิบัติของสงฆ์ ที่เรียกว่าสังฆกรรมต่างๆ เช่น การบรรพชา อุปสมบท เรื่องอุโบสถ กฐิน การคว่ำบาตร การลงโทษภิกษุที่ประพฤติผิดธรรมผิดวินัย เป็นต้น เมื่อนำมาใส่ในปิฎก เรียกว่า พระวินัยปิฎก และเมื่อรวมแล้วจะครบ 3 ปิฎก เรียกว่าพระไตรปิฎก


    **พระไตรปิฎก...สำคัญไฉน

    หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ก็มีพระไตรปิฎกนี่แหละที่รวบรวมพระธรรมวินัย ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นศาสดาแทนพระองค์ของชาวพุทธ ดังนั้น เราจึงถือกันมาเป็นหลักถึงทุกวันนี้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าจากไปแล้วสิ่งสำคัญคือจะต้องรักษาคำสั่งสอนนั้นไว้ให้ดำรงอยู่สืบไป โดยการศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติตามคำสอนในพระไตรปิฎกด้วยความนับถือจริงๆ


    พระไตรปิฎกจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการตัดสินความเชื่อถือ และการประพฤติปฏิบัติตนของชาวพุทธว่า ความเชื่อและการปฏิบัตินั้นถูกต้องตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาหรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามคำสอนที่รวบรวมไว้ในพระไตรปิฎก หรือคลาดเคลื่อนผิดแปลกจากนั้นก็ไม่ใช่พุทธศาสนา ถ้าถูกต้องตามนั้นก็เป็นพระพุทธศาสนา


    เกี่ยวกับพุทธศาสนาที่เราเห็นในปัจจุบัน เช่น โบสถ์ วิหาร กุฏิ ศาลา การเที่ยวบิณฑบาต การใช้ไตรจีวรของภิกษุ สังฆกรรมต่างๆ เช่น การบวช การกรานกฐิน การลงอุโบสถ สวดปาติโมกข์ การลงโทษพระที่ประพฤติไม่ยำเกรงพระธรรมวินัย การแสดงอาบัติ เป็นต้น หรือการที่ชาวบ้านต้องการทำบุญทำทานอย่างใดอย่างหนึ่ง เรื่องทาน ศีล ภาวนา รวมทั้งหลักธรรมคำสอนต่างๆ ของพระพุทธเจ้า เช่น ขันติ โสรัจจะ รัตนะ ไตรลักษณ์ อริยสัจ อิทธิบาท พละ โพชงค์ มรรค ปฏิจจสมุปบาท พระนิพพาน เป็นต้น ล้วนมาจากพระไตรปิฎกทั้งสิ้น


    หากไม่มีพระไตรปิฎก เราชาวพุทธก็ไม่สามารถที่จะรู้จักถ้อยคำ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนาที่กล่าวมาได้เลย แม้ภิกษุเองก็ไม่มีมาตรฐานที่จะวัดว่าที่ตนเองประพฤติปฏิบัตินั้น อย่างไรผิด อย่างไรถูก อะไรเป็นอาบัติ อะไรไม่เป็นอาบัติ อะไรเป็นอาบัติหนัก อะไรเป็นอาบัติเบา เป็นต้น ได้


    เห็นแล้วใช่มั้ย? ถ้าไม่มีพระไตรปิฎกเสียอย่างเดียว เป็นหมดกัน คือ หมดสิ้นพระพุทธศาสนา !! นั่นเอง




    เรื่องประกอบ C2
    ซีดีพระไตรปิฎก

    วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2550
    http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=magazine&id=210952
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ธันวาคม 2007
  2. eddy1965

    eddy1965 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    369
    ค่าพลัง:
    +475
    เห็นด้วยมีแล้วได้ใช้เป็นบรรทัดฐานสำหรับปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน แต่ไม่เห็นด้วยหากมีแล้วไม่สามารถนำพาธรรมให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง และไม่เห็นด้วยกับการนำไปใช้ก่อประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่มที่ปรุงแต่งจนวิจิตพิศดารและแยบยลจนเกินกว่าประชาชนตาดำๆ จะเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ นำธรรมสู่ความเป็นธรรดาและเป็นธรรมชาติที่แท้จริงให้กับเรา
     
  3. คนมีกิเลส

    คนมีกิเลส เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    3,973
    ค่าพลัง:
    +19,412
    สร้างพระไตรปิฏกธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก็ได้อานิสงส์ ๑๐ กัลป

    ขอขอบคุณสำหรับข่าวสารอันเป็นประโยชน์นี้
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่ได้สร้างพระไตรปิฎก
    และขออนุโมทนาบุญจากการให้ธรรมทานนี้ครับ
    สาาาาา...ธุ<O:p</O:p
    สาาาาา...ธุ<O:p</O:p
    สาาาาา...ธุ
     
  4. numsaknoy_2524

    numsaknoy_2524 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +12
    กามฉันทะ กามเป็นเหตูให้ตั้งบ้านเรือน....ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น
     
  5. บุษบากาญจ์

    บุษบากาญจ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 พฤษภาคม 2007
    โพสต์:
    9,484
    ค่าพลัง:
    +20,281
    อนุโมทนา การให้ธรรมเป็นทาน ประเสริฐกว่าการให้ทั้งปวง สาธุ สาธุ สาธุ
    [​IMG] [​IMG] [​IMG]
     
  6. rux

    rux เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    308
    ค่าพลัง:
    +990
    มีพระไตรปิฎกก็ไร้ค่า ถ้าไม่ปฏิบัติ

    จิตเดียว กายเดียว หนังแผ่นเดียว
     
  7. ahantharik

    ahantharik เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    1,597
    ค่าพลัง:
    +6,342
    [​IMG]
     
  8. อธิมุตโต

    อธิมุตโต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    4,741
    ค่าพลัง:
    +13,081
    ถ้าไร้พระไตรปิฎก หากไม่มีคน บอกกล่าวเรื่องพระธรรม สืบมา ศาสนาก็ สูญได้

    คนจักปฏิบัติไม่ถูก ... ไร้แนวปฏิบัติ :)
     
  9. parapuda

    parapuda เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +250
    พุทธศาสนิกชนพึงนำคำสอนไปปฏิบัติตาม จึงจะบังเกิดประโยชน์ครับ
    "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต"
     
  10. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายทำไม ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,824
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +91,046
    อ นุ โ ม ท น า ส า ธุ

    มีคนที่รักศรัทธาพระพุทธองค์ ไม่มีทางที่ไร้พระไตรปิฎก
     
  11. thanya sukjaem

    thanya sukjaem Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +95
    ขออนุโมทนาสาธุครับ เห็นด้วยกับคุณaprinครับ เพราะพระไตรปิฎกถ้ากล่าวอีกนัยหนึ่งก็ คือ รัฐธรรมณูญของหรือแห่งพุทธศาสนจักรนั่นเอง สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีการจรรโลงและสร้างสรรให้เจริญถาวรสืบต่อไป
     
  12. poprock

    poprock เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    117
    ค่าพลัง:
    +812
    ธรรมใดเกินแต่เหตุ พระพุทธองค์ทรงตรัสเหตุแห่ธรรมนั้น..

    อนุโมทนา สาธุ๊ _//\\_
     
  13. จะเป็นคนดี

    จะเป็นคนดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +267
    ศีล สมาธิ ปัญญาคือคุณค่าอันประเสริฐสำหรับมนุสสาภูมิรีบขวนขวายเถิดท่านผู้รู้แล้วซึ่งปรมัตถธรรมทั้งหลายอย่าให้เวลาสูญเปล่าเลย
    <!-- / message -->
    <!-- / message -->
     
  14. manmanee

    manmanee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    34
    ค่าพลัง:
    +134
    มีเพียงพระพุทธ ศาสนาย่อมดำเนินไปมิได้
    มีเพียงพุทธะ และ พระธรรม ศาสนาย่อมดำเนินไปมิได้
    มีพระพุทธ พระธรรม แลพระสงฆ์ ศาสนาย่อมดำเนินไปได้ด้วยดี

    พระพุทธ คือ พุทธองค์ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
    พระธรรม คือ คำสอนที่ตรัสไว้ชอบแล้ว
    พระสงฆ์ คือ ผู้ปฏิบัติให้แจ้งซึ่งธรรม อันพุทธองค์ตรัสไว้ชอบแล้ว

    เมื่อครบซึ่งรัตนทั้ง 3 พุทธศาสนาย่อมดำเนินไปได้ด้วยดี

    แมนมะเนคะยอง
     
  15. สี บุญมา

    สี บุญมา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มกราคม 2008
    โพสต์:
    104
    ค่าพลัง:
    +315
    เห็นกระทู้ก็เคืองพอสมควร แต่ก็เข้าใจได้ในความปราถนาดี
    ก็พยายามมาลงเป็นผู้ตอบหลังๆจะได้ไม่มีใครอ่าน
    ความจริงแล้ว พระไตรปิฏกเกิดขึ้นในสมัยหลังๆราวๆสัก 500 ปีหลัง
    ปรินิพาน ดังนั้นแล้วพุทธศาสนาก็ยังอยู่ได้ ถึงไม่มีพระ พุทธศาสนาก็ยังคงมีอยู่
    ไม่มีหรือดับหาย(ปรินิพาน)ของพระพุทธเจ้าไป พุทธศาสนาก็มีอยู่เพื่อรอให้คน
    ได้ค้นพบ(พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป) พุทธะไม่มีวันหายไปหรอก
    แต่ก็เติมใจอนุโมทนาในการทำนะ
     
  16. ดาราจักร

    ดาราจักร ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    1,707
    ค่าพลัง:
    +10,089
    พระไตรปิฎก ในที่นี้ คงหมายถึง พระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้า

    ถ้าไม่มี ก็คงจะ มีแต่ศาสนาอื่นๆ เช่น ฮินดู คริสต์ อิสลาม ให้เรานับถือครับ

    ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ครับ

    เพียงแต่ว่า ไม่สอนให้หลุดพ้น จากวัฏสงสาร หรือ มหาทุกข์นี้ได้

    ก็เป็น คนดี ที่เวียนวนอยู่ใน ภพ ชาติ ต่างๆ ไม่สิ้นสุดครับ

    อนุโมทนาครับ
     
  17. ตระกูลศักดิ์

    ตระกูลศักดิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    167
    ค่าพลัง:
    +1,370
    ผมได้มีโอกาสได้สร้างตู้และหนังสือพระไตรปีฎกถวายวัด ในชีวิตนี้ 2 ครับผม
    ยอมรับว่ารู้สึกดีครับและยิ่งมีโอกาสถวายดอกบัวบูชา 9 ดอกบูชาพระบรมสารีริกธาตุในวันวิสาขบูชา และร่วมสาธยายพระไตรปิฎกด้วยที่สนามหลวง 3ครั้ง รู้สึกอิ่มใจสุขอย่างบอกไม่ถูกครับผม
     
  18. evonaga

    evonaga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    166
    ค่าพลัง:
    +642

แชร์หน้านี้

Loading...