ไม่ใครเคยมีอาการเหมือนฟ้าแล็บในหัวมั้ยคะ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย Piccola Fata, 22 กรกฎาคม 2020.

  1. Piccola Fata

    Piccola Fata Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2010
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +68
    โดยพื้นฐานเป็นคนปฏิบัติสายวิปัสนาค่ะ แต่พอมีลูกก็เว้นห่างไปพอสมควร กำหนดรู้สึกเท่าที่จะนึกขึ้นได้แค่นั้น

    มีช่วงนึงที่ตัวเรามีความเครียดและกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องในสามีเป็นอย่างมาก
    พยายามคิดอยากแก้ไขปัญหา หาทางป้องกันสารพัดแต่ก็คิดไม่ตก เครียดอยู่หลายวัน
    จนมีจังหวะนึง เราคิดว่าช่างมัน ไม่คิดให้มันเครียดแล้ว
    แล้วก็มีแสงแว๊บเหมือนฟ้าแลบขึ้นในหัวแล้วเรารู้สึกเย็นวูบทั้งตัว (ซึ่งคิดว่าไม่ได้ตาฝาดแน่นอนค่ะ) และเหมือนอยู่ดีๆคิดได้โป๊ะเดียวตัดความอคติ ทิฐิ ความระแวงต่อตัวสามีได้ โดยไม่ต้องไปสรรหาเหตุผลอะไรมาโต้แย้งอีก

    แล้วแสงนั่นเปลี่ยนมุมมองชีวิตเราไปเลย แล้วเราไม่กลับไปเครียดกับมันอีกเลย กลายเป็นมีความสุขขึ้นมา รู้สึกชีวิตราบเรียบพอใจกับชีวิตขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่ชีวิตไม่ได้ดีกว่าก่อนนี้ แต่มันแค่รู้สึกแบบนี้ล่ะพอดีแล้ว

    เราสงสัยค่ะว่ามันใช่สภาวะธรรมอย่างนึงหรือไม่คะ ถ้าใช่มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งที่เราเองไม่ได้วิปัสสนาอยู่เลย
     
  2. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,477
    ค่าพลัง:
    +993
    สมถะ พุทธ เริ่ม เมื่อหมดเจตนา

    วิปัสสน พุทธ จะเริ่ม เมื่อ ขณะจิตนั้นๆ
    กระแสความคิดมันขาด ( เพราะ สติ
    มันจดจำสภาวะ จิตไหลไปคิด ได้
    จึงไปตัดกระแส การไหล การส่งออก
    ทำให้จิต รู้อยู่ที่ฐาน ได้ต่อเนื่องเป็น
    ขณะที่ สองของจิต จะเริ่มเกิด แสงสว่าง พรึ๊บ)

    หากไม่เกิด อกุศลตัดรอน เอ๊อะ อะ ใจ
    ยังมีความ โน้มน้อมไปใน ความสงบ
    สงัด สงัดวาง เป็น อาหารของวิชชาอยู่

    จะเกิดความต่อเนื่อง ในการ รู้อยู่ที่จิต
    หรือ อยู่กับ รู้ เป็น ขณะที่ 3 ต่อเนื่อง

    จิต เกิดดับ แสนโกฏิ ในหนึ่งตาบ ลมหายใจ เข้าออก

    ดังนั้น ความต่อเนื่อง อยู่กับ รู้ หรือ จิตรู้อยู่ที่ ฐาน
    ต่อเนื่อง สามขณะจิต จะสั้น แปปเดียว เหมือน
    ฟ้าแลบ เหมือนงูแลบลิ้น

    จิตที่ ถึงฐาน (สัมมาสมาธิ ) แบบนี้ จะมี ค่า
    กว่า ทำสมถะเข้าฌาณ1-8 มา 500ชาติ

    แต่.......

    กิเลส อาสวะ ขาด หรือไม่

    หรือ แค่ ตทังค ( จิตรวมก็จริง แต่ยังไม่
    ขาด หรือ พาดกระแส เข้า นิพพาน อาจจะ
    ยังเกิด สมถะ ไปข่มจิต ชั่วคราว จึงต้อง
    สังเกตอีกสัก สามเดือน จึงจะ พอพยากรณ์
    ตนได้ แต่ไม่สำคัญตน )

    อย่างไรก็ดี

    จขกท ระบุเองว่า "สงสัย"

    ดังนั้น อาศัย ตามเนื้อผ้า คือ ยังไม่เกิด มรรคผลนิพพาน

    และ ยังไม่เพียงพอต่อ การมี จิต "พาดกระแส"

    จะให้ ชี้ ก็คือ ยังฟังธรรมมาผิดอยู่

    หลักก็คือ ไปเข้าใจว่า " วิปัสสนา เป็นการ ทำอย่างนั้น อย่างนี้ "

    ตรงนี้ ให้ไปลองสังเกตไหม

    พอจิต จะทำวิปัสสนา จะตั้งท่า ทำอย่างนั้น อย่างนี้
    ให้สังเกตไปตรงๆว่า อุปทาน เกิด

    โดยมี "ธรรมะ"

    ธรรมะ นี่แหละ เป็น ที่ตั้งของ อุปทาน นั้นๆ

    เรียกว่า " ธรรมในธรรม "

    สังเกต ความไวของการ ตรวจจับได้ว่า กำลัง
    จะ อุปทาน ใน ธรรม

    แล้ว จะค่อยๆเห็น ความหมดความจงใจ (สมถะ
    พุทธ เริ่ม) และ "สภาวะไหล / ส่งออก " ถูกแสกน
    พบโต้งๆ แต่ไม่ไป เอ๊อะ อะ มีแต่ เป็นกลาง
    ต่อการเห็น ไปเรื่อยๆ
     
  3. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา อาทิตตะปริยายะสุตตัง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,898
    ค่าพลัง:
    +2,370
    การฝึกวิปัสนาก็มีแค่นี้แหล่ะครับ

    "กำหนดรู้สึกเท่าที่จะนึกขึ้นได้แค่นั้น"

    ถ้าทำแบบนี้ได้ ไม่ยากเย็น
    จังหวะ ที่รู้เท่าทัน แม้ขณะจิตเดียว

    มันจะว่างวางโดยอัตโนมัติ สายฟ้า แสงสว่างอะไรพวกนี้ ก็เป็นธรรมดา


    ว่างๆก้ไปฟังพระเพิ่มเติม




     
  4. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,919
    ค่าพลัง:
    +995
    เป็นอาการเครียดที่สะสม ที่ไม่แสดงอาการ เป็นปฏิกิริยาสารเคมีที่หลั่งออกมาไม่สมดุล
    บางคนอาจจะชาทั้งตัว หรือแค่หัว หรือมือเท้า

    แก้โดยนอนพักผ่อนให้พอเพียง
     
  5. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,477
    ค่าพลัง:
    +993
    เอิ่ม ขอโทษ นะ

    ขออนุญาติ เอา ตรงนี้แหละ เป็น ตัวอย่าง ปลากรอบ

    ที่แนะนำ เทวดา ท่านนึงว่า อย่าเสวนา กับ คุง เด็ดขาด

    เพราะ พอจะ จวนเจียนๆ

    มันมักมีอาการ ชักใบ ให้เรือเสีย สลับกัน ชัก สลับกันทำ

    แล้ว วิบาก กรรม ก็ส่งผล ปิด มรรควิธี

    วนเวียน กันอยู่ตรงนี้

    .....

    คือ แสงสว่างเนี่ยะ มันจะมี วิธีสังเกต พระท่านเรียกว่า "มีรสชาติ"

    หลวงพ่อพุธเรียกว่า จุดนัดพบนักภาวนา คือ มี ปิติ (จะถูก
    ต้อง ต้องตามด้วย ปัสสัทธิ พระท่าน ไม่สาธยายหมด )

    ดังนั้น

    ตามที่ จขกท เล่า มันมี วลี รสชาติทาง องค์ฌาณ
    อันนี้ ต้อง อนุโลมไปก่อน อาจจะเป็น การไปจดจำ
    สภาวะแล้วเอามาเล่า เพื่อให้ คนยอยก ก็ยังมีความ
    เป็นไปได้ แต่ เนื่องจาก พูดว่า ไม่มีเจตนาจะกำหนด
    ก็ไม่น่าจะมี พิษภัย หากจะ พูดยอไปบ้างว่า ถูกทางแระ

    แสงสว่าง ต้องเกิด

    แต่ไม่จำเป็นต้องเป็น แสงแฟลช แสงขาว อะไร

    บางคนแค่ ใจมันโปร่ง มองโลก ราบเรียบ นี่ก็คือ
    "โอภาส" ซึ่งหากเป็น โอภาส ร้อยละร้อยจะตาม
    ด้วยการเห็น "อุธธัจจะ ขวางไว้"

    หรือ ไปเผลอเชื่อ "ความสงสัย" ทำให้ อัสมิมานะ
    มันเกิด แล่นไปสำคัญตน

    เอ๊อะ นี่เรา......

    เอ๊อะ หรือว่าเรา......

    เอ๊อะ ท่าเราจะ.......

    โดน สงสัยมันหลอกเอา ให้สำคัญตน โอนลอย
    ได้อีกนิด ก็ ผั๊วะ แล้ว!!
     
  6. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,477
    ค่าพลัง:
    +993
    ส่วน แสงสว่าง แบบ เกิดฟองกาซในลูกกะตา

    เพราะ ผักผ่อนน้อย เซลลูกตาเสื่อม

    อันนี้ มันก็มี แต่ มันจะไม่มี รส สงบ สงัด

    มันจะ มีแต่ วิ้งๆ วิง เวียน มึน ซึม
    กินไม่ได้ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
    ไตพิการ อาหารไม่ย่อย ........เรอ เหม้นเหม็น
     
  7. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,919
    ค่าพลัง:
    +995
    ไม่ใช่ที่ตานะ แสงสว่างที่มันแปล๊บแล้วเราสะดุ้ง มันสะเทือนมาที่หัวใจก็มีค่ะ
    หนูเคยเป็น ไม่ใช่เห็นทางตา
     
  8. Piccola Fata

    Piccola Fata Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2010
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +68

    เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้6-7 เดือนแล้วค่ะ แต่ตอนนั้นไม่ได้สงสัยครุ่นคิดอะไรค่ะ แค่รู้สึกว่าแปลกดีนะอาการแบบนี้ไม่เคยเจอ แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไปไม่ใส่ใจ และปกติเป็นคนไม่อ่านอะไรเกี่ยวกับธรรมมะค่ะ อาจจะคุยเกี่ยวกับศัพท์ทางธรรมไม่รู้เรื่องนะคะ เพราะก่อนนี้เคยทำแบบนั้นแล้วขวางทางปฏิบัติมากๆ

    แต่มาสงสัยเมื่อบังเอิญได้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับ Intuition หรือปัญญาญาณ ได้พูดถึงสภาวะที่เกิด ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ดิฉันประสบ เลยมีความสนใจในภาวะตัวนี้ ซึ่งหาอ่านไม่ค่อยเจอเลยค่ะ แล้วมันจะมีอาการแบบนี้ขึ้นซ้ำๆอีกไหมคะ? แต่ละครั้งจะเหมือนเดิมหรือไม่? และมันจะมาตอนเราไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ทุกครั้งมั้ยคะ? เพราะตอนที่ตั้งใจปฏิบัติไม่เคยเจอภาวะแบบนี้เลย มันได้แค่ความสงบ แต่ไม่ได้ความรู้ความคิดได้แบบฉับพลันแบบนี้ค่ะ
     
  9. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,477
    ค่าพลัง:
    +993
    บอกยากส์ ฮับ

    ศีล ยังไงก็ต้องมี การ ประกอบ

    สมาธิ สมถะ นอกแนว ก็ต้อง ประกอบ
    เหมือนกัน แม้นว่า จะไม่เกี่ยว อะไรกับ
    วิปัสสนา

    สองข้อ บน นั่น จะเป็นเรื่อง วาสนา

    " คนดี ก็จะ ทำดีได้ง่าย " แต่ไม่ใช่ว่า
    เป็นคนดี รักษาศีล ทำสมถะ แล้วจะไม่ ทำชั่ว

    ส่วน ปัญญา ตรงนี้ .........

    มันจะยาก ตรงนี้

    พอพูดไป การภาวนาที่ ถูกอยู่แล้ว อาจจะ
    ผลิกกลับมา เสียหาย ได้

    เอาเป็นว่า

    ขอพูดสั้นๆให้สังเกตว่า

    ปัญญา ไม่เกิดในภพ

    ปัญญาธรรม ไม่มีเสียงพูด เสียงพากษ์
    เสียงว่ารู้อะไร ต่อไปยังไง

    ให้สังเกตเท่านี้ สักสามเดือน แล้วค่อยมาถามใหม่

    ช่วงนี้ ให้ ละเว้น ละขาด การสนทนา ธรรม

    ห้าม อ่านหนังสือ นั้นด้วย

    ให้ เชื่อมขนม มี ตนเป็นเกาะ อย่ามี เพื่อนสอง
    อย่าเปิด อายตนะ


    " ให้ เชื่อมขนม มี ตนเป็นเกาะ อย่ามี เพื่อนสอง
    อย่าเปิด อายตนะ "

    ประโยคนี้ หากได้ยิน แล้ว ไม่สามารถ สัมผัสได้
    ว่าเป็น กลองรบสั่งให้บุก

    ก็จัดว่า การภาวนายังไม่พอ อันนี้ก็ กลับไป
    ปฏิบัติอะไรแบบ บ้านๆ ว่ากันไป ฮับ

    แต่ถ้า ได้ยินแล้ว เอ้ย เหมือน นายพลลั่น
    กลองให้บุก แล้ว บุกเลย ไม่มี ครั้นคร้าม
    ลังเล ก็ จะถือว่า

    แสงสว่างนั้น มีแวว จะใช่ ให้ภาวนาไป
    อย่างที่ เคยทำมา นั่นแหละ ไม่ต้องเพิ่ม
    เติมแต่งอะไร

    แต่อย่าให้ ขาดช่วง นานเกิน 10 ปี พอดี
    ตายไปก่อน จะเสียเปล่า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 กรกฎาคม 2020
  10. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,477
    ค่าพลัง:
    +993
    ถ้าไม่มีเรื่อง ร่างกาย ห่อเหี่ยว หมดแรง ป่วยไข้

    มันก็เหมือน อาการ นักสมถะ นั่งภาวนา แล้ว ตกภวังค์

    อาการ ตกภวังค์ จริงๆ เกิดได้ ทุกอริยาบท
    ไม่ใช่ เกิดกับ ทำสมาธิท่านั่งอย่างเดียว

    ถ้า จิตมันงอกลับเข้ามา กลางตัว แล้ว
    ใจสั่นไหว แต่ ไม่ปริวิตก มีแต่ ความพร้อม
    เอาการ เอางาน เห็นทุกข์ในโลกตัวเท่าหมู
    ( ถ้า หน่วงแสงสว่างไว้ได้ จะเกิด การออก
    รู้ออกเห็น ได้เหมือน ทำสมาธิท่านั่ง แต่จะ
    สั้นๆ พอเพียงแก่ สถาณการณ์ ไม่ไปเที่ยว
    วิมานนั้น วิมานนี้ จนลืมกลับ .... ) ก็จะแก้
    ไข ปัญหา ตรงหน้าได้อย่าง อัสจรรย์

    แต่ถ้า เกิด สังขารมารมันหลอก เกิด มัจจุมาร
    มันหลอก เอ้ย ตายแล้วหละ ป่วยแล้วหละ
    แบบนี้ ก็คือฝึกสมถะ มาน้อยไป รีบออกจาก
    สมถะเร็วเกินไป ทำให้ ไม่รู้คุณ ของจิตเป็นสมาธิ
    เอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้ แถม โดน มารมันหลอก
    เอาอีก

    ถ้าทำได้ ใช้ประโยชน์ได้ ต่อไปจะเจอ อภิสังขารมาร
    kuเก่ง kuเรนนี่ สักพัก วจีทุจริต ก็เสียไปเลย

    แต่ถ้า ผ่านหมด แล้วไม่ไป เออะ อะ

    ให้น้อมแสงสว่างนั้นไว้

    ใจมันจะสั่นๆ อย่าไปเชื่อมัน ให้ ตามเห็นว่าไม่เที่ยง

    แล้วมันจะ พรากออก สำรอกออก เกิด "วิราคะ"

    แล้วจึงเกิด วิเวก

    แล้วค่อนว่ากันต่อเรื่อง วิโมก

    แล้วยังมี อาศัย วิเวก วิราคะ น้อมไปเพื่อ การสละคืน
    ไม่เหลือ อีก

    โอยยยยย เยอะ

    ซู่ ไหม ซู่ !?
     
  11. ไร้คม

    ไร้คม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    892
    ค่าพลัง:
    +356
    คำตอบอยู่ที่ตอนพระเจ้ามิลิล(กาตูนคับ)
    สนทนาถามปัญหากับพระนาคเสนคับ
    อาการแบบเดียวกันกับพระเจ้ามิลิล
    ได้ฟังคำตอบวิสัชนาจากพระนาคเสนคับ
    การอ่านการฟังการพิจารณาจนเห็นความเป็นจริง
    ว่าทำทุกวิธีทางแล้วก็ยังไม่พ้นความเครียดความกังวล จึงยกความเคียดความกังวลขึ้นมาดู
    ความเครียดความกังวลก็เหมือนงูจงอางที่จมอยู่ใต้น้ำ
    พอยกขึ้นดูจึงรู้ว่ากำลังจับงูจงอาง
    เมื่อเห็นว่าเป็นงูจงอางก็ทิ้งทันทีคับ
     
  12. Piccola Fata

    Piccola Fata Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 เมษายน 2010
    โพสต์:
    84
    ค่าพลัง:
    +68
    ชอบการเปรียบเปรยประโยคนี้ค่ะ “ ความเครียดความกังวลก็เหมือนงูจงอางที่จมอยู่ใต้น้ำ พอยกขึ้นดูจึงรู้ว่ากำลังจับงูจงอาง เมื่อเห็นว่าเป็นงูจงอางก็ทิ้งทันที”

    มันเห็นภาพมากๆขอบคุณนะคะที่ช่วยอธิบายให้เข้าใจโดยง่าย
     
  13. กระร่อน

    กระร่อน สุขโข ปุญญัสสะ อุจจะโย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    5,642
    ค่าพลัง:
    +655
  14. กระร่อน

    กระร่อน สุขโข ปุญญัสสะ อุจจะโย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    5,642
    ค่าพลัง:
    +655
  15. หลบไป

    หลบไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    1,919
    ค่าพลัง:
    +995
    กระซู่ แน่นวล
     
  16. กระร่อน

    กระร่อน สุขโข ปุญญัสสะ อุจจะโย

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    5,642
    ค่าพลัง:
    +655
  17. maokvid-1800

    maokvid-1800 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2008
    โพสต์:
    3,477
    ค่าพลัง:
    +993
    ไปสังเกตเอา

    หากเป็น ทุกขาปฏิปทา ปิติ จะไม่ดับ

    ยิ่งตามเห็น ปิติ เป็นของ ดับ ยิ่ง เกิด ยิ่งเบา ยิ่งลอย

    หากเป็น สุกขาปฏิปทา ปิติดับ ทุกอย่างดับ(ปัสสัทธิมันเกิด)
    มีอุเบกขา (สติจึงบริสุทธิ คือ ยังดับ สนิท ไม่มีเหตุให้เกิด
    เพราะ กิเลสไม่กำเริบ ) แล้วก็จะเอา ความดับ มาอาศัย
    ระลึกแทน [ หากภาวนาผิด จะ ไม่เหลืออะไรให้ระลึก
    แล้วก็ จมโลก ไปเลย ]

    รู้ช้า รู้เร็ว ไปหา ซื้อ แฟลต์ มากดเล่นเอา ละกัน

    พลับชช์ !!! วี้.........................
     
  18. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,187
    ค่าพลัง:
    +34,164
    มันเป็นกิริยาที่ใช้บอกอะไรบ้างอย่าง
    คือประมาณนิสัย
    หรือการตัดสินใจในการแก้ปัญหา
    เราดีขึ้นจะเป็นแบบนั้นแระครับ

    ปกติจะมาพร้อมเสียงที่ดังมากๆ
    เหมือนระเบิดด้วยนะครับ

    อนาคตจะมีอีกแบบ ถ้าเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีก
    เอาว่า มาจากด้านหลังทางบนศรีษะแล้วกัน
    บอกได้ประมานนี้ก่อน แต่เสียงจะไม่ดัง ^_^

    เรื่องแบบนี้เคยเขียนไว้ประมาณ ๓ ถึง ๔ ปีก่อนครับ
     
  19. ฐานธมฺโม

    ฐานธมฺโม ทำลายเพื่อสร้างใหม่ ให้ดี ให้งาม..

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    8,747
    ค่าพลัง:
    +1,789
    คิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ จิตจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยไม่ขาดสาย เรียก "วิตก"

    พิจารณาหาทางออกจากเรื่องนั้นๆอยู่อย่างนั้นไม่ขาดสาย เรียก "วิจารณ์"

    โลก กับ ธรรม มันของคู่กัน นะ โยม นะ..

    วางเรื่องโลกก็เห็นธรรม ส่วนจะเห็นมากน้อย ลึกซึ้ง แจ่มแจ้ง แค่ไหน นั่นอีกเรื่องนึง นะ โยม นะ..
     
  20. ฐานธมฺโม

    ฐานธมฺโม ทำลายเพื่อสร้างใหม่ ให้ดี ให้งาม..

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2019
    โพสต์:
    8,747
    ค่าพลัง:
    +1,789
    อตีตาธัมมา อนาคตาธัมมา ปัจจุปันนาธัมมา..

    อดีต อนาคต รวมลงที่ปัจจุบัน นะ โยม นะ..

    ปัจจุบันดี อนาคตก็ดี เรื่องอื่นปล่อยไว้ตามกาลของมัน นะ โยม นะ..

    คิดมากก็พาให้ทุกข์เปล่าๆ คนเราทุกคนล้วนทุกข์เพราะความคิดนี้แหละโยมเอ๋ย..

    ฝึกวางความคิดที่มันไหลไปไม่หยุด ดู นะ โยม นะ..
     

แชร์หน้านี้

Loading...