(๑๘) โพธิธรรมทีปนี: พระสกิทาคามีอริยบุคคล

ในห้อง 'พระไตรปิฎก' ตั้งกระทู้โดย anand, 20 ธันวาคม 2010.

  1. anand

    anand เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    1,118
    ค่าพลัง:
    +641
    พระสกิทาคามีอริยบุคคล

    ท่านผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานยังมีวิปัสสนาญาณให้เกิดขึ้นโดยลำดับ จนกระทั่งได้บรรลุถึงพระสกิทาคามีมรรคญาณ อันเป็นมรรคชั้นที่ ๒ สามารถเห้นแจ้งแทงตลอดซึ่งธรรมวิเศษ คือพระจตุราริยสัจกำจัดอวิชชาได้เป็นครั้งที่ ๒ แล้ว ท่านผู้นี้ย่อมมีนามปรากฏในพระบวรพุทธศาสนาว่าพระสกิทาคามีอริยบุคคล พระอริยบุคคลผู้จะกลับมาอีกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


    ท่านพระสกิทาคามีอริยบุคคล ผู้จะกลับมาเกิดอีกเพียงครั้งเดียนี้ นอกจากจะมีกิเลสเบาบางกว่าพระโสดาบันอริยบุคคลเพราะพระสกิทาคามิมรรคที่ท่านได้บรรลุ มีอำนาจทำให้กิเลสทั้งหลายเป็น ตนุกร คือทำให้เบาบางแล้ว ท่านจะเกิดอีกเพียงชาติเดียวเท่านั้น ก็จักได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วก็จักดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพาน ในกรณีที่พระสกิทาคามีอริยบุคคลจักเกิดอีกชาติเียวนั้น ท่านจะไปเกิด ณ ที่ไหนและจักดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานที่ใดนั้น ก็่ย่อมเป็นไปตามประเภทแห่งพระสกิทาคามีอริยบุคคล ๕ จำพวกดังนี้ คือ


    ๑. พระสกิทาคามีอริยบุคคลบางจำพวก ได้สำเร็จเป็นพระสกิทาคามีในมนุษยดลกเรานี้แล้วไปอุบัติเกิดเป็นเทพเจ้า ณ เทวโลกแดนสุขาวดี ครั้นแล้วจึงจุติจากเทวโลกแดนสุขาวดีกลับมาอุบัติเกิดในมนุษยโลกเรานี้ แล้วก็ได้บรรลุพระอรหัตผลและดับขันธ์เจ้าสู่พระปรินิพพานในมนุษยโลกนี่เอง

    ๒. พระสกิทาคามีอริยบุคคลบางจำพวก ได้สำเร็จเป็นพระสกิทาคามีแล้ว กระทำความเพียรเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งได้บรรลุพระอรหัตผล และดับขันธ์เข้าสู่ประนิพพานในมนุษยโลกนี่เอง

    ๓. พระสกิทาคามิอริยบุคคลบางจำพวก ได้สำเร็จเป็นพระสกิทาคามีในมนุษยโลกเรานี้แล้ว ไปอุบัติเกิดเป็นเทพจเ้า ณ เทวโลกแดนสุขาวดีแล้วก็บรรลุพระอรหัตผล และดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานที่สวรรค์เทวโลกนั่นเอง

    ๔. พระสกิทาคามีอริยบุคคลบางจำพวกเป็นเทพเจ้า ได้สำเร็จเป็นพระสกิทาคามี ณ เทวโลกแดนสุขาวดีแล้วได้บรรลุพระอรหัตผลและดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานที่สวรรค์เทวโลกนั่นเอง

    ๕. พระสกิทาคามีอริยบุคคลบางจำพวกเป็นเทพเจ้าได้สำเร็จเป็นพระสกิทาคามี ณ เทวโลกแดนสุขาวดีแล้วจุติมาอุบัติบังเกิดในมนุษยโลกเรานี้ ได้บรรลุพระอรหัตผลและดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานในมนุษยโลกเรานี่เอง
    ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ความอัศจรรย์แห่งพระโอวาทานุสาสนีแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้าย่อมปรากฏโดยประจักษ์สิทธิ์ดังพรรณนามา ผู้ใดมีปัญญาเห็นภัยในวัฏสงสาร พยายามปฏิบัติตามด้วยความเชื่อมั่นตามกระแสพระพุทธฎีกา ผู้นั้นย่อมสามารถที่จักตัดภพตัดชาติซึ่งเป็นเหตุให้ได้ความทุกข์ทรมาน ด้วยการเวียนว่ายตายเกิดในวัฎสงสารได้เป็นขั้นๆ ไปได้อย่างเด็ดขาด ดุจในกรณีแห่งพระสกิทาคามีอริยบุคคลผู้จะกลับมาเกิดอีกเพียงครั้งเดียวดังกล่าวมาแล้ว และบัดนี้เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดจากการที่ได้ฟังเรื่องธรรมล้วนๆ มานานแล้ว ก็จะขอยกเอาประวัติพระสกิทาคามีอริยบุคคลในพระบวรพุทธศาสนา มาเล่าให้ท่านผู้มีปัญญาได้พิจารณาสักเรื่องหนึ่งก่อนดังต่อไปนี้
     
  2. anand

    anand เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    1,118
    ค่าพลัง:
    +641
    อุตตราเทพนารี

    สมัยที่สมเด็จพระมหากรุณาสัมมาสัมพุทธเจ้าแห่งเราทั้งหลายประทับอยู่ ณ พระเวฬุวนาราม ใกล้กรุงราชคฤห์มหานครนั้น ครอบครัวของท่าน "ปุณณเศรษฐี" มีความเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาเป็นอันมาก ทั้งนี้ก็เพราะว่าตัวท่านปุณณเศรษฐีก็ดี ภรรยายของท่านเศรษฐีก็ดีและบุตรีของท่านผู้มีนามว่า "อุตตรากุมารี" ก็ดี ต่างก้ล้วนมีบุญบารมี ได้บรรลุมรรคผลสำเร็จพระโสดาบันอริยบุคคลทั้งสิ้น ต่อมาภายหลังนางอุตตราบุตรีนั้นมิได้มีความประมาท อุตส่าห์ให้ทานและสดับตรับฟังพระธรรมเทศนาจากสำนักแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคอยู่เสมอ วันหนึ่งได้สดับพระจตุราริยสัจเทศนาจบลงแล้ว ก็ได้บรรลุพระสกิทาคามิผล สำเร็จเป็นพระสกิทาคามีอริยบุคคลในพระบวรพุทธศาสนา เมื่อถึงแก่ชีพิตักษัยแล้วก็ได้ไปอุบัติเป็นเทพนารีรเสวยสุขอยู่ในทิพย์วิวมาน ณ ดาวดึงสเทวโลกแดนสุขาวีด

    กาลต่อมาวันหนึ่ง ท่านพระมหาโมคคัลลานเถรเจ้าผู้เป็นองค์อรหันตอัครสาวกเบื้องซ้ายแห่งองค์สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เที่ยวสัญจรไปในเทวโลกด้วยอริยฤทธ์ เห็นทิพยวิมานของอุตตราเทพนารีนั้น จึงมีเถรวาจาไต่ถามว่า

    "ดูกรเทพนารี! วิมานของท่านนี้รุ่งเรืองไปด้วยรัศมี ทิศทั้งปวงก็สว่างกระจ่างแจ้งไปด้วยรัศมี มีครุวนาดังดวงดาวประกายพรึก สมบัติอันเป็นทิพย์ทั้งหลายก็มากมาย น่าใคร่น่าชอบใจเป็นนักหนา ปรากฏมีอยู่อย่างครบถ้วนในทิพยวิมานของท่าน แต่ก่อนเมื่อยังอยู่ในโลกมนุษย์นั้นท่านได้ประกอบกองการกุศลเป็นประการใด จึงได้มีโอกาสมาเสวยทิพยสมบัติมีอานุภาพและรัศมีอันรุ่งเรืองเช่นนี้?"

    อุตตราเทพนารี จึงอัญชลีกรถวายนมัสการองค์อรหันตสาวกแห่งสมเด็จพระบรมศาสดาจารย์แล้วตอบว่า

    "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้ามหาโมคคัลลานะ! เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นคนอยู่ในมนุษยโลกนั้นเป็นสาวิกาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจอมศาสดามิได้เป็นคนมีอิสสาริษยา มิได้เป็นคนมัจฉริยหวงทรัพย์สิน หาโทโสโมโหมิได้ ไปรักษาอุโบสถอยู่มิรู้ขาด มิได้ประมาทในวัน ๑๔-๑๕ ค่ำ พยายามรักษาอุโบสถกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ในวัน ๗ ค่ำแแห่งปักษ์ก็เช่นกันสำรวมอยู่ด้วยดีในศีลเป็นนิตย์ สำรวยกาย วาจา จิตและจำแนกแจกจ่ายซึ่งทานแก่ปฏิคาหกเนืองๆ มิได้ฆ่าสัตว์กระทำปาณาติบาท มิได้เจรจาทุจริต คือกล่าววาจามุสาวาทา เป็นอาทิ นอกจากนั้นยังมีจิตรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งพระอริยสัจธรรมทั้ง ๔ ว่า


    - สิ่งนี่เป็นทุกขอริยสัจ
    - สิ่งนี้เป็นสมุทัยอริยสัจ
    - สิ่งนี้เป็นนิโรธอริยสัจ
    - สิ่งนี้เป็นมรรคอริยสัจ

    "ข้าพเจ้านี้เป็นอุบาสิกาแห่งองค์สมเด็จพระสรรเพชญสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทรงพระนามว่า สมเด็จพระศรีศากยมุนีโคดม ฉะนั้น บัดนี้ข้าพเจ้าจึงได้เสวยซึ่งความสุขด้วยเดชอำนาจแห่งกุศลสุจริต อันติดตามมาเปรียบประดุจดังเงาติดตามตัวฉะนั้น

    "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เมื่อพระผู้เป็นเจ้ากลับจากเทวโลกลงไปถวายนมัสการสมเด้๗พระบรมศาสดาจารย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐแล้ว ขอพระผู้เป็นเจ้าจงเอื้อเอ็นดูแก่ข้าพเจ้า จงนำคำของข้าพเจ้านี้ขึ้นกราบบังคมทูลพระองค์ผู้ทรงสิริอันประเสิฐด้วยว่า

    "อุตตราอุบาสิกา ซึ่งเป็นสาวิกาของพระองค์ เมื่ออยู่ในมนุษยดลกเป็นผู้ตั้งอยู่ในดลกุตรธรรมที่พระองค์ทรงพยากรณ์ว่า พระสกิทาคามิผลนั้นขอฝากถวายนมัสการมาแทบเบื้องพระบาทแห่งองค์ด้วยเศียรเกล้า"

    "ขอพระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดกรุณานำเอาวาจาของข้าพเจ้าดังกล่าวมานี้ไปกราบทูลแด่องค์สมเด็จพระชินสีห์บรมศาสดาเจ้าด้วยเถิด เจ้าข้า"

    องค์อรหันต์ท่านพระมหาโมคคัลลานเถรเจ้าผู้ทรงฤทธิ์รับคำแล้วจึงอำลาอุตตราเทพนารีซึ่งเป็นเจ้าของวิมาน อันมีรัศมีงดงามแปลกประหลาดนั้น ครั้นกลับมาจากดาวดึงสเทวโลกแล้ว เมื่อเข้าไปเฝ้าถวายนมัสการสมเด็จพระมหากรุณาเจ้าคราวหนึ่ง จึงกราลทูลเรื่องราวแห่งอุตตราเทพนารีนั้นให้ทรงทราบทุกประการ สมเด็จพระบรมศาสดาจารย์ทรงพระปรารภเรื่องนี้ให้เป็นเหตุ แล้วจึงทรงพระธรรมเทศนา ให้สำเร็จประโยชน์โสตถิผลแก่โสตชนพุทธบริษทผู้สดับเป็นอันมาก ดังนี้

    ขอสรุปความอีกทีว่า พระสกิทาคามีอริยบุคคลนี้ ท่านย่อมมีคุณวิเศษยิ่งกว่าพระโสดาบันอริยบุคคลเป็นธรรมดา เพราะว่าพระโสดาบันอริยบุคคลนั้น ท่านเป็นพระอริบุคคลขั้นแรก เมื่อมีจิตปรารถนาจักเข้าผลสมาบัติ ซึ่งเป็นการเข้าไปเสวยอารมณ์พระนิพพานในกาลบางคราวตามอำนาจแห่งวสีภาพคือความชำนาญนั้น ท่านย่อมเข้าได้แต่เพียงโสดาปัตติผลสมาบัติเท่านั้น แต่ท่านพระสกิทาคามีอริยบุคคลนี้ ท่านย่อมสามารถที่จะเข้าสกิทาคามีผลสมาบัติได้ตามอำนาจชั้นแห่งพระอริยผลที่ตนได้บรรลุ แต่ข้อสำคัญที่นับว่าวิเศษสุดก็คือว่า ท่านจะกลับมาเกิดอีกเพียงชาติเดียวเท่านั้น ก็จักมีโอกาสได้บรรลุพระอรหัตผล สำเร็จเป็นพระอรหันตอริยบุคคลชั้นสูงสุดในพระบวรพุทธศาสนา แล้วก็จักดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพาน เป็นอันหมดทุกข์ทรมานในวัฏสงสารอย่างแน่นอนคุณกถาที่พรรณนามานี้ เป็นคุณานิสงส์แห่งการรู้แจ้งแทงตลอดซึ่งธรรมวิเศษคือพระจตุราริยสัจ กำจัดอวิชชาได้เป็นครั้งที่ ๒ โดยอำนาจแห่งภาวนามยปัญญา ด้วยประการฉะนี้

    อ่านต่อ พระอนาคามีอริยบุคคล
     

แชร์หน้านี้

Loading...