๒๘ ธันวาคม วันปราบดาภิเษก ถวายบังคมสักการะ พระเจ้าตากสินมหาราช

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย บุญญสิกขา, 17 ธันวาคม 2009.

  1. ประทีปแก้ว

    ประทีปแก้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2008
    โพสต์:
    3,507
    ค่าพลัง:
    +8,266
    [​IMG]
    “มาดแม้นว่า มีเทพยดาองค์ใดสามารถดลบันดาลให้มีพืชพันธุ์ธัญญาหาร
    แก่พสกนิกรของพระองค์อย่างอุดมสมบูรณ์เห็นทันแก่พระเนตรแล้ว

    แม้จะต้องการเครื่องบวงสรวง ด้วยการตัดพระกรของพระองค์เป็นเครื่องสักการะ
    ก็จะทรงตัดถวายให้โดยพลัน”

    ขอบคุณน้องบุญญ์และอนุโมทนาบุญอนุโมทนาน้ำจิตที่งดงามของน้องค่ะ....สาธุ...สาธุ...สาธุ...พี่แก้วจ้ะ
     
  2. ประทีปแก้ว

    ประทีปแก้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2008
    โพสต์:
    3,507
    ค่าพลัง:
    +8,266
  3. เสรีชน

    เสรีชน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2008
    โพสต์:
    304
    ค่าพลัง:
    +727
    หากเเม้นเลือดเนื้อเเลลมหายใจในกายข้าพเจ้า
    มีประโยชน์ต่อผืนเเผ่นดินสยามนี้บ้าง

    ข้าพเจ้าขอมอบเลือดเนื้อเเละลมหายใจนั้นยกถวายพ่ออยู่หัวตาิกสินมหาราช
     
  4. พระยา

    พระยา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +294
    ความจริงในธนบัตรแทบทุกรุ่นได้ซุกซ่อนของดีไว้หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่รุ่น แล้วแต่ค่าของธนบัตร

    เป็นการนำมาฝังฝากไว้ให้อนุชนและคนได้มองเห็น

    แต่สิ่งที่ซุกซ่อนไว้ เราอาจมองไม่เห็นค่าแม้แต่น้อยก็ได้...

    ชุดแรกคือ ธนบัตรใบละ 20 บาท ที่นำออกมาใช้ในวันที่ 28 ธ.ค. 2524 ด้านหน้าเป็นรูปในหลวง

    ด้านหลังเป็นรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่นำมาจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี ทรงม้าศึกพร้อมทหารคู่พระทัยทั้งสี่

    ทหารคู่พระทัยทั้งสี่มีใครรู้จักบ้าง...ยกมือขึ้นหน่อยเป็นไร

    ผมเชื่อว่ามีคนที่รู้น้อยแทบจะนับนิ้วได้ เพราะบ้านเมืองเราไม่ค่อยเชิดชูบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ชนในชาติกันเท่าใดนัก

    เชิดชูกันอยู่ได้ก็เพียงแค่คนที่มีเงินมีทองเป็นหมื่นล้านเป็นพันล้านบาท

    แถมยังเชิดชูกันแบบถวายหัว มันเป็นเสียอย่างนี้แหละเมืองไทยเรา

    มีเงินก็เรียกน้อง มีทองก็เรียกพี่ ทำความดีข้าไม่รู้จัก และไม่สนใจ...

    คุณๆ ลองควักธนบัตรใบ 20 ออกมาดูซิครับ จะเห็นบรรพบุรุษที่เป็นทหารหาญที่ปกป้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา หน้าที่เรารักษาสืบไป....

    ทหารหาญทั้งสี่ที่เป็นขุนศึกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 4 หน่อ

    หนึ่งคือ พระเชียงเงิน ผมสืบค้นนานมากถึงทหารหาญผู้นี้

    ชื่อ “พระเชียงเงิน” ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุกรมหลวงนรินทรเทวีว่า มิได้หนีมาพร้อมกับพระเจ้าตากสิน แต่เสด็จมาพบในภายหลัง และได้ “ให้พลายแหวนกับพังหมอนทรง”

    แสดงว่า พระเชียงเงิน น่าจะมีบริวารอยู่พอสมควร ถึงกับมีช้างที่จะถวายได้ อีกทั้งบรรดาศักดิ์ที่เป็น “พระ” ก็สูงกว่าบริวารทั้งหมดที่ออกชื่อไว้ในพระราชพงศาวดาร เข้าใจว่าเชียงเงินจะเป็นชุมชนหรือเมืองเล็กๆ
    แถบเมืองตาก-ระแหง

    เพราะแถบนั้นปรากฏชื่อเมือง “เชียงทอง” อยู่ด้วย (พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2, พระนคร, โอเดียนสโตร์, 2505, หน้า 362)

    ถ้าเช่นนั้นก็พอเดาได้ว่า พระเชียงเงิน ก็คงเป็นเจ้าเมืองเชียงเงิน ซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นเมืองตาก-ระแหงมาก่อน และด้วยเหตุนี้ เมื่อได้พบพระเจ้าตากสินจึงได้เข้าสวามิภักดิ์ด้วยแต่ต้น

    ต่อมาพระเชียงเงิน ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าตากสินให้รับตำแหน่งของขุนนางส่วนกลางในระหว่างทางเดินทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาไปเมืองระยอง
    ซึ่งตอนนี้พระเจ้าตากสินได้ประกาศพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรอยุธยาหลังจากหนีออกจากอยุธยาแล้ว

    พระราชพงศาวดารกล่าวไว้ในคราวที่ทรงต่อสู้เหล่าร้ายที่เมืองระยอง พระเชียงเงินได้รับตำแหน่งที่ “ท้ายน้ำ” ไปแล้ว พระราชพงศาวดารเรียกว่า “พระเชียงเงินท้ายน้ำ”

    ครั้นเมื่อปราบเมืองเหนือได้เรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเชียงเงินท้ายน้ำผู้นี้รั้งเมืองสุโขทัย

    จึงปรากฏชื่อว่าเป็น “พระยาสุโขทัย” จนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อก่อน พ.ศ. 2320

    พระเชียงเงินท้ายน้ำ หรือพระยาสุโขทัยนั้น เป็นเจ้าเมืองคนหนึ่งที่พระเจ้าตากสินโปรดให้มาเฝ้าเพื่อทรงสั่งสอน “วิชาการ” ต่อสู้ข้าศึก เพระฉะนั้น พระยาสุโขทัยผู้นี้
    จึงเป็นข้าราชการที่ได้รับความไว้วางพระทัยอย่างสูงจากพระเจ้าตากสินผู้หนึ่ง (จากหนังสือ “การเมืองไทย สมัย พระเจ้ากรุงธนบุรี” โดย ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์)

    คนต่อมาคือ หลวงราชเสนา ซึ่งต่อมาก็คือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท หลังจากพระยาตากสินซึ่งรวบรวมไพร่พลตั้งอยู่ที่จันทบุรี เข้าตีพม่าข้าศึกที่รักษากรุงศรีอยุธยาแตกไปแล้ว
    และเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น สมเด็จพระเจ้าตากสิน สถาปนา กรุงธนบุรี เป็นราชธานี เมื่อ ปีชวด สัมฤทธิศก พ.ศ. 2311 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ในขณะนั้นทรงได้รับการสถาปนาบรรดาศักดิ์เป็น
    พระมหามนตรี เจ้าพระตำรวจในขวา

    ทหารหาญต่อมาคือ หลวงพิชัยอาสา ซึ่งก็คือพระยาพิชัยดาบหักนั่นแหละ พระยาพิชัยดาบหักนั้นเดิมชื่อจ้อย และชอบชกมวยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “นายทองดี ฟันขาว”

    นายทองดี ฟันขาว นั้นถือว่ามีฝีมือในการชกมวยมาก เท้าไว เตะขากรรไกรครูมวยหลายคนสลบไสลไปหลายครั้งหลายครา และได้ชกมวยต่อหน้าพระยาตากเสียด้วย

    เจ้าเมืองตากจึงชักชวนให้อยู่ด้วย นายทองดี ฟันขาว จึงได้ถวายตัวเป็นทหารของเจ้าเมืองตาก (พระเจ้าตากสิน) ตั้งแต่บัดนั้น รับใช้เจ้าเมืองตากเป็นที่โปรดปรานมาก ได้รับยศเป็น “หลวงพิชัยอาสา”

    เมื่อเจ้าเมืองตากได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาวชิรปราการครองเมืองกำแพงเพชร หลวงพิชัยอาสาได้ติดตามไปรับใช้อย่างใกล้ชิด และเป็นเวลาเดียวที่พม่ายกทัพล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการ
    พร้อมด้วยหลวงพิชัยอาสา และทหารหาญ ได้เข้าปะทะต่อสู้จนชนะ ได้ช้างม้าอาหารพอสมควร ได้เข้าสู้รบกับทัพพม่าหลายคราวจนได้รับชัยชนะ พระเจ้าตากสินได้รับการต้อนรับจากประชาชนและยกย่องขึ้นเป็นผู้นำ

    เมื่อกอบกู้เอกราชได้แล้ว พระเจ้าตากสินขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองกรุงธนบุรีและได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ หลวงพิชัยอาสา เป็นเจ้าหมื่นไวยวรนาถ เป็นทหารเอกราชองครักษ์ในพระองค์

    และคนสุดท้ายก็คือ หลวงพรหมเสนา ซึ่งถือทหารชั้นประทวน มียศเป็นจ่าเมือง รับใช้ใกล้ชิดพระยาตากมาแต่ครั้งอยู่เมืองตาก เป็นคนที่ชอบทางด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคม เก่งในเรื่องการใช้ธนู
    เป็นหมอสักยันต์ให้แก่บรรดาทหาร

    ธนบัตรรุ่นนี้นำเอาภาพสมเด็จพระเจ้าตากสินผู้ทรงพระปรีชาด้านการรบ และสามารถกอบกู้อิสรภาพของคนไทยให้กลับคืนมาจากพม่า จนทางราชการประกาศให้วันที่ 28 ธ.ค. ของทุกปี เป็น
    “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มาบันทึกไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา และระลึกถึงผ่านทางธนบัตร

    แต่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยรับรู้

    ที่มา:
     
  5. บุญญสิกขา

    บุญญสิกขา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,863
    ค่าพลัง:
    +14,466
    [​IMG][​


    ปกครองแบบพ่อกับลูก

    <O:p</O:p
    สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปกครองบ้านเมืองคล้ายคลึงกับพระราโชบายของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช คือ แบบพ่อปกครองลูก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์เดียวที่ไม่ถือพระองค์ มักปรากฏพระวรกายให้พสกนิกรเห็น และมักถามสารทุกข์สุขดิบของพนกนิกรทั่วไป ทรงหาวิธีให้ไพร่บ้านพลเมืองได้ทำมาหากินโดยปกติสุข ใครดีก็ยกย่องสรรเสริญ ผู้ใดทำไม่พอพระทัย ก็ดุด่าว่ากล่าวดังพ่อสอนลูก อาจารย์สอนศิษย์ ซึ่งสมกับโคลงยอพระเกียรติของนายสวนมหาดเล็กที่ว่า


    <O:p</O:p

    <TABLE style="WIDTH: 367.5pt; mso-cellspacing: 1.5pt; mso-yfti-tbllook: 1184" class=MsoNormalTable border=0 cellPadding=0 width=490><TBODY><TR style="mso-yfti-irow: 0; mso-yfti-firstrow: yes"><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; WIDTH: 180pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt" width=240>
    พระเดียวบุญลาภเลี้ยง
    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; WIDTH: 7.5pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt" width=10>





    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; WIDTH: 180pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt" width=240>
    ประชากร<O:p</O:p

    </TD></TR><TR style="mso-yfti-irow: 1"><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">
    เป็นบิตุรมาดร<O:p</O:p
    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">





    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">
    ทั่วหล้า<O:p</O:p
    </TD></TR><TR style="mso-yfti-irow: 2"><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">
    เป็นเจ้าและครูสอน<O:p</O:p
    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">





    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">
    สั่งโลก<O:p</O:p
    </TD></TR><TR style="mso-yfti-irow: 3; mso-yfti-lastrow: yes"><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">
    เป็นสุขทุขถ้วนหน้า<O:p</O:p
    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">





    </TD><TD style="BORDER-BOTTOM: #ece9d8; BORDER-LEFT: #ece9d8; PADDING-BOTTOM: 0.75pt; BACKGROUND-COLOR: transparent; PADDING-LEFT: 0.75pt; PADDING-RIGHT: 0.75pt; BORDER-TOP: #ece9d8; BORDER-RIGHT: #ece9d8; PADDING-TOP: 0.75pt">
    นิกรทั้งชายหญิง<O:p</O:p
    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    [​IMG]


    มองเซนเยอร์ เลอบอง บาทหลวงชาวฝรั่งเศสซึ่งเข้ามาในเมืองไทยเมื่อ .. ๒๓๑๘ จดบันทึกไว้ในช่วง .. ๒๓๑๘ บรรยายไว้ในจดหมายถึงผู้อำนวยการคณะต่างประเทศ ว่า
    <O:p</O:p
    “ ... บรรดาคนทั้งหลายเรียกพระเจ้าตากว่าพระเจ้าแผ่นดิน แต่พระเจ้าตากเองว่าเป็นแต่เพียงผู้รักษากรุงเท่านั้น พระเจ้าตากหาได้ทรงประพฤติเหมือนอย่างพระเจ้าแผ่นดินก่อน ๆ ไม่ และในธรรมเนียมของพระเจ้าแผ่นดินฝ่ายทิศตะวันออกที่ไม่เสด็จออกให้ราษฎรเห็นพระองค์ด้วยกลัวจะเสื่อมเสียพระเกียรติยศนั้น พระเจ้าตากไม่ทรงเห็นชอบด้วยเลย พระเจ้าตากทรงพระปรีชาสามารถยิ่งกว่าคนธรรมดา เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงเกรงว่าถ้าเสด็จออกให้ราษฎรพลเมืองเห็นพระองค์ และถ้าจะทรงมีรับสั่งด้วยแล้วจะทำให้เสียพระราชอำนาจลงแต่อย่างใด เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ทอดพระเนตรการทั้งปวงด้วยพระเนตรของพระองค์เอง และจะทรงฟังการทั้งหลายด้วยพระกรรณของพระองค์เองทั้งสิ้น …”

    <O:p</O:p
    <O:p</O:p

    “ ... จนถึงเวลาเดี๋ยวนี้ อาหารการกินในเมืองนี้ยังแพงมาก เพราะบ้านเมืองไม่เป็นอันทำมาหากินมาเป็นเวลา ๑๕ ปีแล้ว และในเวลานี้ยังหาสงบทีเดียวไม่ …

    ”<O:p</O:p
    มองเซนเยอร์ เลอบอง
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 ธันวาคม 2009
  6. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,763
    ค่าพลัง:
    +23,475
    สาธุๆๆ ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆของทุกๆท่านครับ ท่านใดมีก็มาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ธรรมทานกันนะครับ
     
  7. พระยา

    พระยา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +294
     
  8. hi5

    hi5 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +701
    ข้าคือชายชาญ ชาติทหาร
    วิญญาณ แห่งนักรบไทย
    ศึกนี้ หรือศึกไหน
    หัวใจไม่เคยหวั่นเกรง

    และความรักข้า ก็คือดวงใจ เจ้าดวงนี้เอง
    ใครหาญ มาข่มเหงข้าเอง จะหยุดมัน

    ออกศึกข้านึกแต่รบ และรบ
    จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น
    หากรอดชีวิตกลับมาหากัน
    หวังให้เจ้านั้นดูแลหัวใจ

    ชีพพลีนี้เพื่อ แผ่นดิน ชีวา ต้องมามลาย
    ยังขอ ปกป้องไว้ ด้วยสาย โลหิตของเรา
     
  9. hi5

    hi5 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    352
    ค่าพลัง:
    +701
    แตกกรุง... แล้วตั้งกรุง หมายมุ่ง ฟ้าคงแผ่นดิน
    เลือดนี้ พลีหลั่งริน หัวใจรักฝากกรุงศรี
    ดาบแดง แสงเลือดทา ไหลท่วมฟ้านองปฐพี
    ดาบนี้..เราจักพลี ล้างเมฆร้ายให้หมดไป

    ล่มฟ้าล่าแผ่นดิน ฤาสูญสิ้นศักดิ์ศรีไทย
    ใจหาญใจต่อใจกู้กรุงศรีอยุธยา
    ทาบทาฟ้าใหม่งามเหมือนความหวังดังศรัทธา
    เทิดรักเป็นศัตราท้าใจหาญต้านศัตรู

    เออ....เอย ฤาสูญสิ้น....ซึ่งกรุงศรี
    เออ....เอย เทิดรักเป็นศัตรา ต้านศัตรู
    ความ...รักแทนใจ รักแทนใจที่ปรารถนา
    รอวัน...วีนเวลา ฟ้าใหม่มา ให้รักเราทาบทา ฟ้าใหม่งาม

    ล่มฟ้าล่าแผ่นดิน ฤาสูญสิ้นศักดิ์ศรีไทย
    ใจหาญใจต่อใจกู้กรุงศรีอยุธยา
    ทาบทาฟ้าใหม่งามเหมือนความหวังดังศรัทธา
    เทิดรักเป็นศัตราท้าใจหาญต้านศัตรู

    ทาบทาฟ้าใหม่งามเหมือนความหวังดังศรัทธา
    เทิดรักเป็นศัตราท้าใจหาญต้านศัตรู

    เทิดรักเป็นศัตราท้าใจหาญต้านศัตรู
     
  10. บุญญสิกขา

    บุญญสิกขา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,863
    ค่าพลัง:
    +14,466

    [​IMG]

    พระปรมาภิไธย
    <O:p</O:p

    สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีพระนามเรียกที่แตกต่างกัน ดังนี้

    [​IMG]
    <O:p</O:p
    • พระนามเต็ม: "พระศรีสรรเพชร สมเด็จบรมธรรมิกราชาธิราช รามาธิบดี บรมจักรพรรดิศร บวรราชาบดินทร์ หริหรินทร์ธาดาธิบดี ศรีสุวิบูลย์ คุณรุจิตร ฤทธิราเมศวร บรมธรรมิกราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพ ตรีภูวนาธิเบศร์ โลกเชษฏวิสุทธิ์ มกุฏประเทศคตา มหาพุทธังกูร บรมนาถบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพมหานคร บวรทวาราวดีศรีอยุธยา มหาดิลกนพรัฐ ราชธานีบุรีรมย์อุดมพระราชนิเวศมหาสถาน "
    <O:p</O:p
    • เมื่อพระองค์ทรงขึ้นครองราช ทรงใช้พระนามว่า สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์
    <O:p</O:p
    • พระราชพงศาวดาร กรุงศรีสัตนาคนหุต เรียกว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ
    <O:p</O:p
    • พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เรียกว่า พระบรมหน่อพุทธางกูรเจ้า
    <O:p</O:p
    • จดหมายเหตุกรุงธนบุรีในสมุดไทยดำ ชื่อพระราชสาสน์และศุภักษรโต้ตอบกรุงธนบุรีและกรุงศรีสัตนาคนหุตจุลศักราช ๑๑๔๐ ใช้ พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรถอิศวรบรมนาถบรมบพิตร และ พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรุทอิศวรบรมนาถบรมบพิตร
    <O:p</O:p
    • ตอนปลายรัชกาล พระรัตนมุนี ได้ถวายพระนามใหม่ว่า สมเด็จพระสยามยอดโยคาวจร
    <O:p</O:p
    • พระราชพงศาวดาร ฉบับราชหัตถเลขา เรียกว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔
    <O:p</O:p
    • พระนามที่เรียกกันตามหนังสือประวัติศาสตร์ทั่วไป เรียกว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
    <O:p</O:p
    • ประชาชนทั่วไปขนานนาม สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
    <O:p</O:p
    <O:p</O:pจาก วิกีพีเดีย<O:p</O:p
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 2137-110.jpg
      2137-110.jpg
      ขนาดไฟล์:
      29.1 KB
      เปิดดู:
      540
    • 2137-457.jpg
      2137-457.jpg
      ขนาดไฟล์:
      41.4 KB
      เปิดดู:
      716
  11. วิปัสนะ

    วิปัสนะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    601
    ค่าพลัง:
    +647
    พรุ่งนี้จะไปใ่ส่บาตรแล้วอุทิศผลบุญกุศลถวายแด่พระองค์ท่านค่ะ..
    อนุโมทนา..สาธุ
     
  12. บุญญสิกขา

    บุญญสิกขา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,863
    ค่าพลัง:
    +14,466
    [​IMG]



    ในสมัยของพระองค์นอกจากเกณฑ์ผู้คนเข้ากองทัพไปราชการสงครามแล้ว ความเดือดร้อนอื่นๆ หามีไม่เพราะเป็นพระมหากษัตริย์ทรงทศพิธราชธรรมยิ่งมีพระเมตตาจิตต่อพศกนิกรของพระองค์อย่างทั่วหน้า และ มีพระศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา พระองค์ได้ทรงอนุญาตให้ศาสนาลัทธิอื่นเข้ามาเผยแพร่ศาสนาในไทย คือ บาทหลวงฝรั่งเศส แต่ครั้นได้รับสิทธิให้ทำการเผยแพร่ศาสนาของตนแล้ว กลับยุยงให้คนไทยที่เข้ารีดให้ขัดขืนต่อราชการหลายหนเป็นการนำผลร้ายให้แก่ไทย จึงขอทรงให้บาทหลวงคณะนั้นออกไปพ้นพระราชอาณาเขต และทรงห้ามคนไทยมิให้ถือศาสนานั้นอีกเป็นอันขาดในยามรบทัพจับศึก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเหี้ยมหาญ อดทน สมเป็นชายชาตรีชาตินักรบฝีมือเยี่ยมจะเห็นได้ว่าในราชการสงครามแต่ละครั้งในสมรภูมิ นายทัพนายกองตลอดจนไพร่พลมักถูกลงโทษด้วยทำการไม่ได้ดังพระทัยเสมอ เช่น เมื่อคราวเรียกกองทัพกลับแล้วให้เลยไปราชบุรี มีนายทัพคนหนึ่งขัดรับสั่งแวะบ้านเสียก่อน ถึงหัวขาด นี่แสดงถึงความพิโรธของพระองค์


    แต่เมื่อถึงคราวเสียสละพระองค์ก็ยอมตัดสินพระทัยไม่อยู่ดูอาการสมเด็จพระชนนีทรงพระประชวรพระอาการน่าวิตก ทั้งๆ ที่ " เมียร้อยคนหรือจะสู้พระแม่ได้ " แต่ทรงเป็นห่วงราชการสงครามมากกว่าพระราชชนนี ทรงห่วงใยว่า " ถ้ามิได้เสด็จไปบัญชาการ ก็คงจะเอาชนะพม่ามิได้ " ในคราวรบพม่าที่บางแก้ว จังหวัดราชบุรี เมื่อปีมะเมีย พ.ศ. 2317 แล้วทรงปรารภด้วยความน้อยพระทัยว่า " ใช้พวกลูกๆ ไปทำสงครามครั้งใด ถ้าพ่อไม่เข้ากองทัพไปด้วย ไม่เห็นรบชนะศึกสักราย "<!-- google_ad_section_end -->
     
  13. อสูรเทพ

    อสูรเทพ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    95
    ค่าพลัง:
    +57
    ถวายบังคมด้วยใจรักยิ่ง จากเด็กฝั่งธนฯ
     
  14. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,763
    ค่าพลัง:
    +23,475
  15. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,763
    ค่าพลัง:
    +23,475
    อ้างอิง:
    <table width="100%" border="0" cellpadding="6" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td class="alt2" style="border: 1px inset ;"> ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ พระยา [​IMG]
    ได้มาอย่างไรครับพี่ อยากได้บ้างครับ
    </td> </tr> </tbody></table>
    รีบไปประมูลตามรายการข้างล่างเลยครับมีกำหนดไม่เกินประมาณเที่ยงพรุ่งนี้ครับ หากประมูลได้แล้วนำมาโชว์ในนี้บ้างนะครับ

    <script type="text/javascript"><!-- vBulletin.register_control("vB_QuickEdit", "776062", 'VisitorMessage'); //--> </script> [​IMG]
    <input class="inlinemod_checkbox" name="vmessagelist[775628]" id="vmessagelist_775628" value="0" title="" type="checkbox"> เมื่อวานนี้ 04:50 PM
    มหาหิน

    ประมูล สมบัติพ่อให้ 21 รายการ....
    -ราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท
    -ประมูล ครั้งละ 1 บาท ก็มีสิทธิ์
    -ไม่มีค่าจัดส่ง
    -รายได้ทั้งหมด ใช้จ่ายในการเดินทาง และร่วมบุญปีใหม่ ด้วยกัน
    (ไม่นำเงินกลับมา นำแต่อริยทรัพย์ มาให้พวกเราเท่านั้น)
    http://palungjit.org/threads/พ��...205018.38/

    ก็เกิดความคิดที่จะให้ พี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ได้ร่วมบุญกัน
    โดย รายได้ทั้งหมด จะได้นำไปสร้างบุญ สานก่ออานิสงส์
    มอบให้แก่ พวกเราทั้งหลาย..

    แม้เพียง สาธุการ ยินดี

    รายได้ทั้งหมด เป็น ค่าใช้จ่าย และร่วมบุญปีใหม่ กับคณะฯ ตามที่โพสไว้แล้ว

    ด้วยการ เปิดอิสระในการประมูล สมบัติพ่อให้ คือ....

    1. กำหนดวัน/เวลา ปิด ประมูล เวลา 12.12 น. วันที่ 29 ธ.ค.2552
    2. ไม่มี ราคาเริ่มต้น เริ่มต้นที่ 0 บาท
    3. ไม่กำหนดว่า จะต้องประมูลอย่างน้อย ครั้งละ เท่าไร 1 บาท ก็มีสิทธิ์
    4. โอนเงินบุญ และแจ้งที่อยู่ของผู้ที่ประมูลได้ ภายใน 09.09 น.
    ของ วันที่ 30 ธันวาคม 2552 เท่านั้น (โอนช้ากว่านี้ จะถือว่า สละสิทธิ์)
    5. ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับการจัดส่ง (ประมูลได้ในราคา 10 บาท ก็ส่งให้)

    สรุป มี 21 รายการ ก็ลอง ติดตามกันดู นะครับ

    <table id="post2785244" class="tborder" width="100%" align="center" border="0" cellpadding="6" cellspacing="0"><tbody><tr><td class="thead" style="border-style: solid none solid solid; border-color: rgb(255, 255, 255) -moz-use-text-color rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255); border-width: 1px 0px 1px 1px; font-weight: normal;">[​IMG] วันนี้, 10:10 PM </td> <td class="thead" style="border-style: solid solid solid none; border-color: rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255) rgb(255, 255, 255) -moz-use-text-color; border-width: 1px 1px 1px 0px; font-weight: normal;" align="right"> #842 </td> </tr> <tr valign="top"> <td class="alt2" style="border-style: none solid; border-color: -moz-use-text-color rgb(255, 255, 255); border-width: 0px 1px;" width="175"> <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->พรหมประกาศิต<!-- google_ad_section_end --> <script type="text/javascript"> vbmenu_register("postmenu_2785244", true); </script>
    สมาชิก

    [​IMG]

    วันที่สมัคร: Jun 2006
    สถานที่: โลกที่มีแต่ความวุ่นวาย
    ข้อความ: 1,290
    Groans: 19
    Groaned at 1 Time in 1 Post
    ได้ให้อนุโมทนา: 9,391
    ได้รับอนุโมทนา 15,091 ครั้ง ใน 1,279 โพส
    พลังการให้คะแนน: 1229 [​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG]


    </td> <td class="alt1" id="td_post_2785244" style="border-right: 1px solid rgb(255, 255, 255);"> <!-- google_ad_section_start -->ไม่มีเหลือให้เราบ้างสักองค์เลยแฮะ งั้นเริ่มใหม่เลยนะครับ

    1. เหรียญสามัคคีมีสุข - กูผู้ชนะ รมดำ พร้อมเลี่ยมพลาสติก
    [​IMG] [​IMG]<!-- google_ad_section_end --><script type="text/javascript"> vbmenu_register("postmenu_2781569", true); </script>ประมูลที่ราคา 500 บาท</td></tr></tbody></table>
     
  16. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,763
    ค่าพลัง:
    +23,475
  17. centuar

    centuar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    151
    ค่าพลัง:
    +177
    ขออนุโมทนาบุญที่พระเจ้าตากสินทรงกอบกู้เอกราชให้กับปวงชนไทย
     
  18. saipote

    saipote เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2009
    โพสต์:
    6,084
    ค่าพลัง:
    +9,786
    ขอกราบแทบพระบาทของพ่อตากที่รักยิ่ง ที่เราเป็นเราอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะพ่อยอมสละซึ่งกายและชีวี เด็กฝั่งธนค่ะ
     
  19. wicha30

    wicha30 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    53
    ค่าพลัง:
    +110
    พระโพธิสัตว์เขาไม่ฆ่ากันหรอก พระโพธิสัตว์ทั้งคู่ไม่มีด่างพลอย

    ได้มีโอกาสไปไหว้พระเจ้าตากสินตรงหน้าท่านครั้งหนึ่งในชีวิตรู้สึกดีใจมากๆผ่านเข้าไปไหว้ท่านพ่อได้ถือว่าเป็นคนมีบุญแล้วเพราะรถวิ่งผ่านไปมาตลอดวันตลอดคืนเข้ายาก(เข้าทางป้อมไฟแดงปลอดภัย)ผมยังต้องวนประทักษัณซัก1รอบเลยกว่าเข้าไปไหว้ได้ เห็นคนอื่นเขาเตรียมดอกไม้ดาวเรืองไปไหว้ท่านแต่เราตัดหญ้าขนเตรียมไปถวายท่านพ่อให้ม้าท่านทาน(คนเขาคงแปลกใจ)แต่ลูกไม่คิดอะไร
    ขอบุญกุศลบุญบารมีท่านช่วยขณะไหว้ตั้งจิตนิ่งๆนึกถึงท่านอยู่ตกใจเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่แรกนึกว่าท่านสื่อมาทางเสียงปรากฏว่าน้องโทร.ไปตามเรื่องงาน อิอิ
    นึกขึ้นมาได้ๆตัดเล็บใส่ไว้ที่ดินปลูกดอกไม้ตรงหน้าท่านฝากธาตุขันให้ท่านดูแลช่วยเหลือจะได้ไม่พลาดไปจนกว่าจะเข้าพระนิพพานเร็ววันนี้ด้วยเถิด
    พระโพธิสัตว์เขาไม่ฆ่ากันหรอกพระโพธิสัตว์ทั้งคู่ไม่มีด่างพลอย(แม่ไม่กล้าลูกทำเอง)
    รัชกาลที่ 1 มหากาฬผ่านมหายักษ์หมายถึงสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกผ่านพระเจ้าตากสิน ไม่ใช่ฆ่าตามที่ประวัติศาสตร์บอกว่าพระเจ้าตากสินถูกรัชกาลที่ 1 สั่งปลงพระชนม์โดยใส่กระสอบแล้วเอาท่อนจันทน์ทุบให้ตายนั้น อันนี้อาตมาเห็นทีจะต้องยอมรับอาตมานะรับรองว่าคำสั่งก็ต้องเป็นคำสั่งจริงๆ ประหารก็ต้องประหารจริงๆแต่ว่าคนที่ตายนั้นไม่ไช่พระเจ้าตากสิน เป็นคนอื่นเขาตายแทนแล้วพระเจ้าตากสินไปทางไหน ทำไมจึงต้องทำอย่างนั้น นี่เป็นเรื่องของการเมืองพระเจ้าตากสินทรงกู้ชาติสมัยที่กรุงศรีอยุธยาแตกในคราวนั้น ได้ตีฟันฝ่าข้าศึกออกมาจะเอาเงินที่ไหนออกมา แล้วในระหว่างการกู้ชาติจะเอาเงินทองที่ไหนมาการบริหารประเทศต้องใช้เงิน นั่งคิดดูซิความลำบากของพระเจ้าตากสินมีเพียงใดเรื่องนี้มันก็ต้องมีการกู้การยืมกัน อาตมาพูดเท่านี้แหละแต่ขอยืนยันว่าพระจ้าตากสินไม่ได้ตาย ขอให้นักประวัติศาสตร์สืบค้นกันให้ดีแล้วจะพบจุดสำคัญของประวัติศาสตร์จะหาว่าพระราชวงศ์จักรีเป็นกบฎต่อพระเจ้าตากสินแล้วขึ้นเถลิงราชย์ไม่ได้เพราะเป็นพระราชประสงค์ของพระเจ้าตากสินเอง เพื่อหวังจะให้ชาติไทยอยู่รอดทรงความเป็นชาติไทยต่อไป และเพราะอะไรพระองค์จึงไม่ทรงสละราชสมบัติเฉยๆนั่นเป็นเรื่องของการเมืองทำไม่ได้พระเจ้าตากสินมหาราชไม่ไช่เป็นกษัตริย์ที่มีความโง่ไม่รู้เท่าทันคนถ้าพระองค์มีความโง่ไม่รู้เท่าทันคนแล้วจะทรงกู้ชาติได้อย่างไรภายในปีเดียวขอให้ท่านพุทธบริษัททั้งหลายช่วยกันคิดด้วยความเป็นธรรมเถิดช่วยกันพิจารณาด้วยปัญญาที่แท้จริงเอาระบบการเมืองเข้ามาเทียบเคียงกับความจริงแล้วจะทราบความจริงต่อไปในวันหน้าเอากันแค่นี้ก็พอ
    สำหรับรัชกาลที่ 1 นี้ผมเห็นทีจะต้องเขียนเพิ่มเติมเข้าไปอีกเพื่อความกระจ่าง คลายความสงสัยหวังว่าท่านทั้งหลายคงไม่ตำหนิผม ส่วนรัชกาลอื่นๆผมจะเขียนอธิบายสั้นๆซึ่งส่วนมากก็เข้าใจกันดีอยู่แล้ว จะมีก็แต่รัชกาลที่ 1 นี้ที่มีหลายคนยังพากันสงสัยอยู่ ย้อนหลังจากนี้ไป 5ปี ตอนนั้นผมเรียนหนังสือชั้นม.ศ.5 โรงเรียนของฝรั่งที่เชียงใหม่ ตอนเช้ามีการเข้าโบสถ์กันและมีอาจารย์หลายท่านผลัดกันมาเทศน์อบรมนักเรียน มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์ชื่ออะไรจำไม่ได้ ท่านได้พูดถึงเรื่องพระเจ้าตากสิน ตอนหนึ่งท่านกล่าวว่า "พระเจ้าตากสินตามที่ประวัติศาสตร์เขาบอกว่าถูกปลงพระชนม์โดยใช้ท่อนจันทน์ทุบนั้นน๊ะเธอลองลงไปที่นครศรีธรรมราชแล้วถามเขาดูชาวบ้านแถวนั้นจะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ประวัติศาสตร์ก็เขียนไปเช่นนั้นแต่ตัวพระเจ้าตากสินจริงๆมาอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชต่างหากและภายหลังก็สวรรคตที่เมืองนี้เรื่องนี้ชาวบ้านเขาทราบกันอยู่ทั่วไป และเล่าสืบต่อลูกหลานกันมา"ครั้งนั้นผมก็เพียงแต่เก็บความสงสัยไว้ในใจยังไม่ทราบว่าจะหาข้อมูลที่ไหนมาช่วยยืนยันว่าเป็นจริงปีต่อมาผมก็ได้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ ได้อ่านหนังสือในห้องสมุดก็บังเอิญพบหนังสือชื่อ "ใครฆ่าพระเจ้าตากสิน?" เปิดเผยความจริงโดยแม่สงฆนีโพธิสัตว์วรมัย กบัลสิงห์(เรียกแม่อีกคน) จ.นครปฐมซึ่งท่านได้จัดพิมพ์ขึ้นมาเพื่อนำปัจจัยทั้งหมดสร้างพระประธาน วัดเขาขุนพนม อ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช หนังสือเล่มนี้ตัวของท่านบอกว่าจากผลแห่งความสำเร็จในการปฏิบัติทางฌานและญาณของท่านเองจึงทำให้ท่านทราบความจริงทั้งหมดโดยตลอดซึ่งก่อนหน้านี้ท่านก็เคยสงสัยมาก่อนเหมือนพวกเราทั้งหลายแต่เมื่อสำเร็จผลในการปฎิบัติทางนี้แล้ว ทราบว่าความจริงมันเป็นเช่นไรแล้วจึงได้ชี้แจงแถลงไขให้แก่ พวกเราได้รับรู้เอาไว้
    ฉันเขียนไว้ ให้รู้ เพื่อชูช่วย
    โพธิสัตว์ ด้วยกัน นั้นหนักหนา
    <O:pขออย่าได้ คิดว่า ฉันมารยา
    <O:pทำโวยมา อยากดัง หวังโลกีย์<O:p
    เรื่องทางโลก ไม่วิโยค ดอกท่านขา<O:p
    หกสิบห้า ปีกว่า ไม่สูสี<O:p
    บวชใจมา ก็ยี่ สิบกว่าปี<O:p
    เรื่องพรรค์นี้ ใช่ธุระ ไม่ปะปัง<O:p
    สงบอยู่ กับเต้าหู้ และถั่วคั่ว<O:p
    ไม่มีทุกข์ เกลือกกลั้ว มั่วของขลัง<O:p
    ไม่ประจบ ประแจงใคร ใช่จีรัง<O:p
    ไม่อยากดัง อยากดับระงับภัย<O:p
    เอาละครับที่นี้ผมจะขอเริ่มเข้าสู่เรื่องราวกันเสียทีเรื่อง"ใครฆ่าพระเจ้าตากสิน?" นี้หนา 359 หน้า เขียนบรรยายไว้ละเอียดดีแต่ผมจะขอนำข้อความที่เห็นว่าสำคัญๆบางส่วนมาลงไว้ มีดังนี้
    <O:pชีวิตในครอบครัว<O:p
    พระเจ้าตากสินทรงประสูติที่เมืองสามโคก(ปทุมธานี)บิดาชื่อเจียนโล้วแซ่ลิ้มๆ เป็นบุตรของเจียมสุนและนางซ่วนจู มารดาเป็นสตรีไทยชื่อนางนกเอี้ยงๆเป็นบุตรของนายผลึก และนางทองจีบบิดามารดาประกอบอาชีพค้าขายข้าวสาร มีโรงสีข้าวและเรือบรรทุกข้าวสารมีบุตร6คนเป็นชายสามคนคือเจียมสิน(พระเจ้าตากสิน)เจียนซื่อ เจียนจิ้นบุตรหญิงสามคนคือประยงค์ ประหยัด ประยอม<O:p
    ศึกอะแซหวุ่นกี้<O:p
    ทีนี้ผมจะขอตัดตอนเข้าสู่ประเด็นสำคัญของประวัติศาสตร์ที่ทุกคนพากันสังสัยก่อนที่อะแซหวุ่นกี้ จะยกทัพมาพระเจ้าตากสินเตรียมรับศึกอย่างเต็มที่ให้กรมอาวุธขนอาวุธออกมาสำรวจใหม่โดยทั่วถึง ข้าราชการได้ตรวจดูแล้วรายงานว่าอาวุธส่วนมากชำรุดทรุดโทรม เพราะใช้มาหลายครั้งที่เหลือพอแก้ไขได้บ้างแต่ก็ไม่พอมือทหาร ต้องผลิตดาบเหล็กเพิ่มเติมประมาณ 30,000 เล่มและอาวุธของทหารจีนเช่น ง้าว หอก ทวน เพิ่มใหม่อีกประมาณอย่างน้อย 5,000 เล่ม
    เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกพระเจ้าตากสินครั้งนั้นมียศแค่พระยากำแพงเพชรได้คุมพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมของข้าศึกออกมา ครั้นเสียกรุงให้แก่พม่าแล้วข้าวของเงินทองก็ถูกพม่าริบเอาไปหมด พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ยากจนที่สุดไม่มีทรัพย์สินเงินทองเลย ครั้งนั้นยังโชคดีที่มีทหารจีนผู้ซื่อสัตย์ชื่อกิมกังแซ่ลิ้ม และไถ่ แซ่ตั้งได้รวบรวมเงินทองจากญาติมิตรและเพื่อนฝูงทั้งหลายไปตามตำบลต่างๆราว 15วันรวบรวมเงินได้ทั้งหมดหมื่นตำลึง ก็เอามาถวายพระเจ้าตากสินเพื่อเตรียมรับศึกกับวุยอคงหวุ่นและตะเคงมรหน่อง ศึกครั้งนั้นไทยเป็นฝ่ายชนะแต่มาคราวนี้เป็นศึกใหญ่อะแซหวุ่นกี้แม่ทัพใหญ่จะยกทัพมาเองอาวุธที่เหลือก็ทรุดโทรมลงมาก จะต้องหามาเพิ่มเติมใหม่ ซึ่งจะต้องใช้เงินจำนวนมากมากกว่าเดิมหลายเท่านัก และในเวลาอันรวดเร็วด้วย จะทำอย่างไรดีพระเจ้าตากสินทรงลำบากพระทัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระองค์ก็ยากจนยังไม่ทราบว่าจะหาเงินทองที่ไหนมาซื้ออาวุธดี
    <O:pกู้ยืมเงินหกหมื่นตำลึง
    <O:pครั้งนั้นมีชาวจีนผู้หนึ่งชื่อคุงเซียมรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในกรมท่ารู้จักกับพวกเรือสำเภาที่เข้ามาค้าขายในเมืองไทยดีและรู้จักกับนายทหารตรวจด่านเข้าออกของพระเจ้ากรุงปักกิ่งดีเพราะเคยไปปักกิ่งหลายครั้ง ก็รับอาสาไปกู้เงินจากพวกพ่อค้าและข้าราชการจากเมืองจีนโดยคุงเชียมและจีนเจี้ยมซึ่งเป็นเจ้าของเรือสำเภาหลายลำได้ไปติดต่อกับพ่อค้าจีนทางปักกิ่ง ส่วนทางนี้มีกิมกัง แซ่ลิ้ม,ไถ่ แซ่ตั้งและพระอนุชาทั้งสองของพระเจ้าตากสินคือเจียนซี่อ และเจียมจิ้นช่วยหาของในเมืองออกไปขาย เพื่อใช้หนี้สินหกหมื่นตำลึงในครั้งนั้นพระยาราชาเศราษฐีจีนซึ่งเคยว่าราชการอยู่กรมท่าได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญคนหนึ่งที่ทำให้การติดต่อกู้ยืมเงินครั้งนี้สำเร็จผล<O:p
    การเมืองไม่แน่นอน<O:p
    เมื่ออะแซหวุ่นกี้แม่ทัพใหญ่ยกทัพเข้ามาแล้วตีได้เมืองสวรรคโลก และต่อมาก็ตีเมืองพิษณุโลกได้เพราะกองเสบียงของไทยส่งเข้าไปไม่ถึงขณะนั้นก็พอดีพระเจ้ามังระสิ้นพระชนม์อะแซหวุ่นกี้จึงต้องยกทัพกลับฝ่ายคุงเซียมได้ลอบนำจดหมายเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ในเมืองไทยส่งไปยังเมืองจีนอีกสามเดือนต่อมา เมืองจีนก็มีจดหมายตอบมาสามฉบับซึ่งขณะนั้นเมืองจีนมีแผนการณ์อยู่จึงหาเหตุโดยวิธีเร่งรัดจะเอาเงินให้ได้ภายในสิ้นปีนี้และปลอบใจว่าแม้จะเป็นกษัตริย์เกิดในเมืองไทย แต่ก็เป็นลูกจีนจึงต้องขี้นกับเมืองจีนโดยตรงจะไปขึ้นกับพม่าไม่ได้แม้ไม่เชื่อฟังจะยกทัพมาตีเมืองไทยให้แตกใน 7 วัน ในปีพ.ศ.2325 พระเจ้าตากสินทรงเห็นว่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่ขณะนั้นคนไทยก็พึ่งจะตั้งตัวได้ยังไม่มั่นคงแข็งแรงพอและยังมีศึกที่จะต้องสู้รบกับพม่าต่อไปลำพังศึกเดียวก็พอต้านทานได้แต่ถ้าเมืองจีนกรีฑาทัพยกมาอีกก็จะกลายเป็นสองศึกต้องพะวงหน้าห่วงหลัง คนไทยก็จะต้องแหลกลาญลงทรงตรึกตรองอย่างหนักพิจารณาดูอย่างรอบครอบแล้ว ทรงมีรับสั่งให้พระยาธิเบศร์ไปตามเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(รัชกาลที่1)และให้ถือดาบเข้าเฝ้าด้วยเมื่อมาถึงเจ้าพระยาก็วางดาบ รีบกราบถวายบังคม พระเจ้าตากสินทรงรับสั่งว่าให้เข้ามาใกล้ๆพร้อมกับถือดาบเข้ามาด้วยแต่เจ้าพระยากลับผลักดาบนั้นให้ห่างออกไปอีก แล้วจึงค่อยคลานหมอบกราบเข้ามาใกล้ๆจากนั้นก็ปรึกษาราชการแผ่นดินกันโดยพระเจ้าตากสินจะมอบตำแหน่งกษัตริย์ให้แก่เจ้าพระยาซึ่งมีฝีมือการรบเข้มแข็งโดยเฉพาะเป็นคนไทยด้วย อันจะทำให้บ้านเมืองอยู่รอด เมืองจีนจะได้ไม่มาเกี่ยวข้องอีกส่วนหนี้สินนั้นพระอนุชาทั้งสองของพระองค์จะช่วยผ่อนใช้เขาไปเองโดยการนี้พระองค์วางแผนว่า ให้เจ้าพระยายกทัพไปเมืองเขมรถ้าตีได้ก็ให้โอรสของท่านครองจะได้ไม่มายุ่งเกี่ยวกับเมืองไทยส่วนเหตุการณ์ทางนี้พระองค์จะใช้นักโทษขั้นประหารชีวิตหลายคนโกนศีรษะห่มผ้าเหลืองเหมือนพระสงฆ์ทั่วไป แล้วพระองค์จะทรงทำเป็นเสียพระสติเฆี่ยนตีพระสงฆ์ที่เป็นนักโทษเหล่านี้เพื่อให้ชาวไทยโดยเฉพาะชาวจีนทั้งหลายหมดศรัทธาในตัวพระองค์จากนั้นก็ให้พระยาสรรค์ดำเนินตามแผนต่อ คือเป็นกบฏจับพระองค์บวชแล้วส่งข่าวไปให้เจ้าพระยาทราบแต่เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินการไปตามแผนแล้วพระยาสรรค์เกิดลังเลใจขึ้นมาโลภมากคิดจะเป็นกษัตริย์เสียเองจึงได้เอาเงินในท้องพระคลังออกแจกจ่ายซื้อพรรคพวกแล้วยกทัพไปรบกับหลานของเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเอง ปรากฏว่าแพ้ก็เลยหมดท่าพอเจ้าพระยาเข้ามา เรื่องก็เลยใหญ่โตเกินกว่าที่คาคดิดไว้ ต้องจับประหารเสียมากมายอันนี้ความเป็นจริงแล้วพระยาสรรค์นั้น อย่าว่าแต่จะกบฏสู้รบกับพระเจ้าตากสินเลยแม้แต่ทหารเอกคนรองๆของพระองค์ก็ไม่มีทางสู้รบชนะอยู่แล้วเมื่อคราวพระยาสรรค์ยกพวกเข้าปล้นพระราชวังนั้นพระองค์ห้ามทหารเอกทั้งหลายไม่ให้สู้รบให้ยอมแพ้เขาเสียเพื่อให้เป็นไปตามแผนการณ์ที่พระองค์กำหนดไว้
    <O:pตายแทน
    <O:pกำหนดโทษที่พระเจ้าตากสินจะถูกประหารชีวิตโดยใส่กระสอบใช้ท่อนจันทน์ทุบให้ตายนั้น ต่อมาก็เกิดเป็นปัญหาขึ้นมาคือทีแรกจะเอานักโทษประหารชีวิตแทน ภายหลังต้องเปลี่ยนตัว เพราะนักโทษไม่เต็มใจผู้ร่วมแผนเกรงว่าจะเป็นบาป จึงต้องรอผู้ที่เต็มใจถวายชีวิตแทนก็มาได้บุคคลผู้หนึ่งยินดีถวายชีวิตแทนพระองค์ซึ่งเป็นพระญาติห่างๆของพระเจ้าตากสินเอง มีชื่อว่านายมั่นนายมั่นผู้นี้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระองค์และรูปร่างหน้าตาก็คล้ายคลึงกับพระองค์มากไม่ได้เป็นทหาร อยู่ช่วยพระบิดาของพระเจ้าตากสิน ค้าขายมาตั้งแต่เล็กๆมีความกตัญญูซื่อสัตย์ต่อพี่น้อง ทุกคนไว้ใจนายมั่นทั้งนั้น ไม่ว่าการเงินหรือการค้าใดๆ<O:pพระเจ้าตากสินไปไหน<O:p
    หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามแผนการณ์แล้วพระองค์ก็ออกเดินทางในเวลากลางคืนฉลองพระองค์ด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ แบบพ่อค้าขายข้าว ติดตามด้วยนายทหารชั้นผู้น้อย 3คนคือ นายแป้น นายชอบ นายชิดและหญิง 2คนคือคุณประยงค์และญาติอีกคนหนึ่งไปยังเขาขุนพนมซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ วัดเขาขุนพนม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชเมื่อเสด็จมาถึงก็บรรพชาอุปสมบทโดยสมภารจีนองค์หนึ่งอยู่ทางเหนือใกล้เมืองพุทไธมาศมาเป็น พระอุปัชฌาย์ ตอนเช้าพระองค์เสด็จออกบิณฑบาตพวกชาวบ้านแถวนั้นก็จัดพวกผลไม้ถวายชาวบ้านทุกคนเคารพรักพระองค์และทราบว่าพระองค์คือพระเจ้าตากสินถ้ามีคนแปลกหน้ามาถามพวกเขาจะตอบแต่เพียงว่ามีพระจีนองค์หนึ่งกับน้องสาวและญาติๆพากันมาถือศีลกินเจเท่านั้นทรงประทับอยู่เขาขุนพนม 4พรรษาก็เสด็จสวรรคต โดยถอดพระจิตทิ้งพระร่างเมื่อพระชันษาได้ 52 พระพรรษาผู้ที่จงรักภักดีติดตามใกล้ชิดพระองค์เศร้าโศกเสียใจมากร้องไห้เสียงดังสั่นจนพระภิกษุในวัดพากันขึ้นมาดูจึงได้จัดการนำพระศพลงไปเบื้องล่าง บำเพ็ญกุศลตามประสาคนยากทำอย่างเงียบๆถวายพระเพลิงตอนดึกมีผู้จงรักภักดีเฝ้าดูจนพระศพโทรมลงเพียง15-16คนเท่านั้นพอรุ่งสว่างพระทั้งหลายก็ช่วยกันเก็บพระอัฐรวมกันแล้วฝังไว้ที่พระเจดีย์เล็กๆข้างโบสถ์ เมื่อข่าวรู้ไปถึงในกรุงมีขุนนางมาเชิญพระอัฐิ ท่อนพระกรเข้ามาบรรจุไว้ที่พระเจดีย์ วัดบางยี่เรือใต้ธนบุรี ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคตนั้นพระอนุชาคือเจียนซี่อและเจียนจิ้นก็ได้ใช้หนี้แก่เมืองจีนเกือบหมดแล้วโดยส่งสินค้าออกไปขาย และตีราคาเป็นเงินใช้หนี้ ซึ่งครั้งนั้นพระองค์ทรงรับสั่งว่า "พ่อแม่และพี่น้องให้ทั้งกำลังใจ กำลังปัญญาและกำลังทรัพย์แต่เราทำเพื่อชาติ เพื่อตอบแทนพระคุณเมืองแม่แต่อย่างเดียว เรื่องทั้งหมดนี้อีก 187 ปีคนทั้งหลายจะทราบความจริงว่าเราเป็นอย่าง"
    จากข้อเขียนเรื่องพระเจ้าตากสินทั้งหมดนี้ก็พอสรุปได้ว่า คนที่ยืนยันว่าพระเจ้าตากสินไม่ได้สวรรคต เพราะถูกรัชกาลที่1 ปลงประชนม์นั้นมี 4ท่านคือ
    หลวงพ่อไย พระอรหันต์สมัยกรุงศรีอยุธยาหลวงพ่อฤาษีลิงดำลูกศิษย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และแม่สงฆนีโพธิสัตว์วรมัยกบิลสิงห์ ซึ่งสำเร็จผลในการปฏิบัติทางฌาณและญาณ เอาละครับผมก็เขียนมาเสียยึดยาวหลายคนจะบ่นว่าเปล่าๆ ถ้าท่านอยากจะทราบข้อเท็จจริงอะไรดีๆอีกหลายอย่างก็ให้ไปอ่านจดหมายเหตุของกรมหลวงนรินทรเทวีดู แล้วจะทราบความจริงในเรื่องนี้ก่อนที่จะกล่าวถึงรัชกาลต่อไป ผมก็ขอยกคำพูดตอนหนึ่งของหลวงพ่อฤาษีลิงดำเพื่อจะได้เตือนสติแก่ท่านทั้งหลายคือ
    "อาตมาขอยืนยันว่าพระเจ้าตากสินไม่ได้ตายขอให้นักประวัติศาสตร์สืบค้นกันให้ดี แล้วจะพบจุดสำคัญของประวัติศาสตร์"
    เขียนใหม่ตามความจริงได้ก็จะดียุติธรรมดี

    คัดลอกมาจากหนังสือจัดจำหน่ายโดย วินัย โอรัตนสถาพร กรุงเทพฯราคาอดีต12บาทตอนผมยังเด็กอยู่

    หลวงพ่อจุฬ จ.ลพบุรี ก็เคยธุดงไปฐานที่จริงไปนั่งดู ก็ยืนยันจริงตามนั้นแล้วมาเล่าให้ลูกๆหลานๆฟังไว้

    พี่บอกกว่าข้อมูลบางอย่างอาจจะพลาดแต่ประเด็นมันอยู่ที่หลายท่านนั้นกล้าลงมาแก้ต่างให้(Keyไปก็เศร้าใจไปในข้อมูลที่ได้เห็นแต่ร้องไห้ไม่ได้เพราะไม่เห็นตัวอักษร)
    ผมชักจะกลัวพี่เสียแล้วอยู่ให้ห่างผมหน่อยก็จะดีท่านพี่เป็นห่วงอดีตตัวเองแต่ไม่ห่วงชื่อท่านพ่อๆน้อยใจลองไปหาอ่านเอา
    ดูจากข้อความนักเขียนข้างบนแล้วเขาเป็นใครและท่านพี่เป็นใครไม่ต้องกลัวเดือดร้อนหรอก ในที่นี้ก็ไม่เอยชื่อใครให้เดือดร้อน(อดีตที่ผ่านมาแล้วก็หน้าจะลืมและให้มันผ่านไปเก็บมาคิดก็ไม่มีประโยชน์อะไร)ผมก็แค่คนรักท่านพ่อพระเจ้าตากสินมหาราชคนหนึ่งเท่านั้น

    วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม 2550 <?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:eek:ffice:eek:ffice" /><o:p></o:p>
    สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมิได้ถูกประหารชีวิตทุบด้วยท่อนจันทน์แต่อย่างใด!!!! <o:p></o:p>
    Posted by ดร.ธรรมยาตรา , ผู้อ่าน : 333 , 10:55:19 น<o:p></o:p>
    มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้จากพระมหาโพธิสัตว์ 1 พระองค์ และพระอรหันต์ในปัจจุบัน 1 องค์ คือ พระมหาโพธิธรรมาจารย์ วงศ์ศากยะ ภิกษุณี วรมัย กบิลสิงห์ ในหนังสือ "ใครฆ่าพระเจ้าตากสิน?" และหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ยอดพระวิปัสสนาจารย์แห่งยุคนี้ ในหนังสือ"ธรรมะอำนวยพร" ที่หลวงพ่อเล่าว่า......<o:p></o:p>
    หลวงพ่อในป่า(หลวงปู่เทพโลกอุดร) ที่เคยให้กรรมฐานพระบัวเฮียว และองค์นี้สำคัญมาก เคยให้กรรมฐานพระเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้าตากสิน ที่ยกกรีฑาทัพมาจากเชียงใหม่ ไปกวาดต้อนพวกไพรี จนมาถึงสุพรรณบุรี จึงมาเจอพระในป่า ท่านก็บอกว่า......<o:p></o:p>
    "มหาบพิตรนี่บาปมาก ฆ่าแม่ทัพนายกองเยอะ ฆ่าข้าศึกนี่ไม่เป็นไร แต่ฆ่าผู้มีพระคุณนี่บาปมาก".......<o:p></o:p>
    พูดเท่านี้ พระเจ้ากรุงธนบุรีถวายดาบเลย คืนให้กับพระองค์นี้.....<o:p></o:p>
    แล้วก็เจริญกรรมฐานจนสิ้นไป.......<o:p></o:p>
    ความในวรรคท้ายนี่แหละ ที่ตรงกันทั้งสองนัยข้างต้น สมเด็จพระเจ้าตากสินกับคณะ ลงเรืออพยพหนีไปบวชที่เขาพนม นครศรีธรรมราช แล้วมรณะภาพที่นั่น ไม่ได้ถูกประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์แต่อย่างใด แต่ผู้ที่เสียสละถวายชีวิตตายแทนพระองค์ท่าน ชื่อว่า "นายมั่น" เป็นลูกพี่ลูกน้อง ที่มีหน้าตาเหมือนกับพระองค์ท่านมากๆ นั่นแหละ ที่ถูกทุบด้วยท่อนจันทน์จนตาย!!!! นี่แหละ คือ ผู้เสียสละเพื่อชาติไทยอย่างแท้จริง.......<o:p></o:p>
    ๐ กรุงศรีฯแหลกแตกสลายกลายเป็นเถ้า เหลืออิฐเก่าเศร้านักเป็นหลักฐาน<o:p></o:p>
    พระเจ้าตากฯสู้คืนได้ไม่ทันนาน จำเนียรกาลเบ็ดเสร็จเพียง"เจ็ดเดือน"!!!<o:p></o:p>
    ประวัติศาสตร์ชาติไทยไยไม่แก้ อนาถแท้ช้ำใจอะไรเหมือน<o:p></o:p>
    ผู้มีคุณเสียสละละบ้านเรือน แทนคุณเหมือนคนไทยไร้ปัญญา<o:p></o:p>
    มีความนัยหลายอย่างกระจ่างเปิด พระคุณเลิศเทิดทูนศักดิ์ท่านหนักหนา<o:p></o:p>
    เสียสละเกียรติยศหมดนานา เพื่อชาติไทยดำรงมาเพลานี้!!!<o:p></o:p>
    เพราะไม่มีคนไทยไหนจะฆ่า- พระบิดาให้ท่านต้องหม่นหมองศรี<o:p></o:p>
    ใครจะทำได้เล่าหนา?ฟ้าดินมี คิดให้ดีแล้วควรต้องสนองคุณ<o:p></o:p>
    รักชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ภัยกำจัดช่วยเหลือต่างเกื้อหนุน<o:p></o:p>
    จงรู้รัก-สามัคคี....นี้แทนคุณ ไทยอบอุ่นไทยช่วยไทยพ้นภัยเอยฯ<o:p></o:p>
    ดร.ธรรมยาตรา<o:p></o:p>
    Dr.Dhammayatra@gmail.com <o:p></o:p>
    www.buddhapoem.com ที่มาของข้อมูล<o:p></o:p>
    http://www.oknation.net/blog/DrDhammapratarnporn/2007/07/31/entry-1<o:p></o:p>
    <O:p
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มกราคม 2010
  20. วิชา ละ

    วิชา ละ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    323
    ค่าพลัง:
    +2,414
    ขออนุโมทนากับเจ้าของกระทู้และทุกคนด้วยครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...