๖. อุปสมบทเป็นพระภิกษุ (หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม)

ในห้อง 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' ตั้งกระทู้โดย พามมะวดี, 17 กรกฎาคม 2009.

  1. พามมะวดี

    พามมะวดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    435
    ค่าพลัง:
    +1,856
    หลังจากได้ที่อ่านหนังสือหลวงปู่ตื้ออจลธมฺโมพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์ในยุคปัจจุบัน โครงการหนังสือบูรพาจารย์เล่ม2 จบลง
    ก็ขอเผยแผ่ให้ท่านที่ไม่มีหนังสือเล่มนี้ได้อ่านด้วย
    หนังสือจะแบ่งออกเป็น2 ภาค
    ภาค1 ธรรมประวัติ (109 เรื่อง)
    ภาค2 พระธรรมเทศนา ( 6 กัณฑ์)
    จะขอนำมาลงไว้เป็นตอนๆจนจบเล่ม
    ...............................................................................................................................
    [​IMG]
    - ๖ -
    อุปสมบทเป็นพระภิกษุ
    <O:p

    ต่อจากนั้น หลวงปู่ตื้อ ก็ได้เข้าไปอยู่เป็นศิษย์วัด ไปเรียนรู้ธรรมเนียม<O:p</O:p
    พระ และฝึกขานนาคเตรียมตัวที่จะบวช<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    ในบันทึกไม่ได้บอกถึงวันเวลาและสถานที่บวช ทราบแต่ว่า
    ท่านบวชในฝ่ายมหานิกาย บวชกับพระอุปัชฌาย์คาน ที่อำเภอท่าอุเทน
    จังหวัดนครพนม<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    ตามประวัติ บอกไว้ว่า หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่ออายุ ๒๑ ปี
    บวชครั้งแรกในฝ่ายมหานิกาย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๒ บวชอยู่นานถึง ๑๙ พรรษา จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๑
    จึงได้ญัตติเป็นฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่
    โดยมีท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระครูพิศาลสารคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูนพีสีพิศาลคุณ (ทอง โฆสิโต) เป็นพระอนุสาวนาจารย์<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    หลวงปู่ตื้อ อยู่ในฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ๔๖ พรรษา จวบจนท่านละสังขาร
    เมื่ออายุ ๘๖ ปี รวมอายุพรรษาทั้งสองนิกาย ๖๕ พรรษา
    </O:p
    หลังจากที่หลวงปู่ เข้าพิธีอุปสมบทที่อำเภอท่าอุเทนแล้ว ท่านก็กลับไปจำพรรษาที่วัดบ้านเกิด
    เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยขั้นต้น และท่องบ่นบทสวดมนต์ต่างๆ ตามที่พระเณรใช้สวดกันเป็นประจำ<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    เมื่อหลวงปู่ตื้อ บวชครบ ๗ วัน ปู่จารย์สิมของท่นได้มาที่วัด ถามพระหลานชาย
    ว่าต้องการจะสึกหรือยังไม่สึก ถ้าสึกจะได้กลับไปจัดเสื้อผ้ามาให้<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    หลวงปู่ตื้อ ท่านรู้สึกลังเลในตอนนั้น ใจหนึ่งก็อยากจะสึก ใจหนึ่งก็ไม่อยากสึก
    แต่มาคิดได้ว่า ถ้าสึกในขณะนั้นชาวบ้านจะพากันเรียกว่า “ไอ้ทิด ๗ วัน”
    ทำให้อับอาย จึงบอกปู่จารย์สิมว่า<O:p</O:p
    <O:p</O:p

    “อาตมายังไม่อยากสึก ขออยู่ไปก่อน รอให้ออกพรรษาก่อนเถิด”<O:p</O:p

    หลวงปู่ตื้อ ท่านก็บวชอยู่ได้จนครบพรรษาแรก ได้หัดท่องหัดสวดมนต์เจ็ดตำนาน
    สิบสองตำนาน จนจำได้ขึ้นใจ ออกไปสวดงานต่างๆ ในหมู่บ้านรวมกับพระอื่นๆ ได้
    </O:p
    พอออกพรรษาแรกได้เดือนเศษๆ ปู่จารย์สิม ก็มาถามอีกว่าอยากจะสึกแล้วยัง
    พระหลานชายก็ทำเฉยเสีย เพราะรู้สึกว่าใจคอรู้สกึสงบสบายดีอยู่ ท่านคิดในใจว่า
    ท่านบวชเรียน แค่พรรษาเดียวการเล่าเรียนพระธรรมยังไม่ได้อะไรเลย
    การอาราธนาศีล ๕ ศีล ๘ อาราธนาเทศน์ ก็ยังทำได้ไม่คล่อง จำได้ผิดๆ ถูกๆ
    เมื่อสึกออกไป ถ้าถูกไหว้วานให้นำอาราธนาต่างๆ ถ้าว่าไม่ได้คงจะอายเขาแน่
    </O:p
    หลวงปู่ตื้อ ท่านบอกปู่จารย์สิม ว่าตอนนี้ท่านยังรู้สึกสบายดีอยู่ จะขอบวชไปเรื่อยๆ ก่อน<O:p</O:p
    <O:p</O:p
    .......................................<O:p</O:p


    <O:p</O:p
     

แชร์หน้านี้

Loading...