“สุโขทัย-ศรีสัชฯ-กำแพงเพชร” เที่ยวมรดกโลก ไม่เคยตกเทรนด์

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย sithiphong, 11 กรกฎาคม 2012.

  1. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,350
    ค่าพลัง:
    +141,923
    .

    “สุโขทัย-ศรีสัชฯ-กำแพงเพชร” เที่ยวมรดกโลก ไม่เคยตกเทรนด์
    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2555 16:44 น.

    -http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9550000085193-

    <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"><tbody><tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="500"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="500"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ วัดมหาธาตุ อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัย</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> การเที่ยวชมโบราณสถานวัดวาอาราม อาจจะไม่สนุกสนานเหมือนการเที่ยวผจญภัยหรือเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติ ที่ได้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการท่องเที่ยวที่ไม่เคยตกเทรนด์ ซึ่ง“ตะลอนเที่ยว”เอง ชื่นชอบไม่น้อย เพราะการได้ชมโบราณสถาน ก็เหมือนกับได้ย้อนวันเวลาไปสู่อดีตอันรุ่งเรืองของบ้านเมืองเราและการได้ จินตนาการถึงภาพอดีตก็สนุกไม่น้อย

    ในครั้งนี้ “ตะลอนเที่ยว” ได้มีโอกาสเดินทางไปชมโบราณสถานซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นถึง “มรดกโลก” กับกรมศิลปากร ที่จัด “โครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ครั้งที่ 2” ขึ้น โดยเดินทางมาชม “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร” มาคราวนี้เลยได้รับความรู้จากเจ้าสำนักตัวจริง และยิ่งทำให้ซาบซึ้งกับคุณค่ามรดกไทยมากกว่าเดิม

    สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” ตั้งแต่ปี 2534 ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนิเซีย แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของศิลปกรรมไทยในยุคแรกเริ่ม ที่ยังเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมและขนมธรรมเนียมประเพณีไทยที่ยังคงสืบทอดมาจน ปัจจุบัน

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="500"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="500"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">โบราณวัตถุล้ำค่าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> เรามาเริ่มต้นกันก่อนที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ในอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย แต่ก่อนจะเข้าไปชมโบราณสถาน ถ้าจะให้ดี เราควรจะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์เสียก่อนเพื่อจะได้เข้าใจภาพรวมและได้รู้ข้อมูล คร่าวๆ ของแหล่งโบราณสถาน รวมทั้งยังจะได้รู้ว่าไฮไลต์ของแต่ละแห่งอยู่ที่ไหน จะได้ไปชมครบไม่เสียเที่ยว อีกทั้งโบราณวัตถุมีค่าต่างๆ ก็จะเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ด้วยเช่นกัน อย่างที่ “ตะลอนเที่ยว” แวะมาที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง” ซึ่งอยู่ติดกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จัดแสดงวัตถุโบราณที่มีขนาดใหญ่ เช่น พระพุทธรูปศิลา แผ่นจำหลัก เสมาธรรมจักรศิลา เตาทุเรียงจำลอง เป็นต้น ส่วนอาคารลายสือไท 700 ปี จัดแสดงศิลปวัตถุสมัยสุโขทัย ทั้งพระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผา เครื่องสังคโลก ศิลาจารึก และอาคารพิพิธภัณฑ์ ที่มีข้าวของล้ำค่ามากมายเก็บรักษาไว้ ทั้งโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร

    หลังจากนั้นก็ได้เวลาชมตัวโบราณสถาน ที่แม้จะเหลือเพียงซากอาคาร แต่ “ตะลอนเที่ยว” ก็ยังสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองสุโขทัย ซึ่งในอดีตเคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ โดยโบราณสถานในอุทยานฯ มีทั้งในกำแพงเมืองและนอกกำแพงเมือง รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 200 แห่ง โดย “วัดมหาธาตุ” เป็น วัดขนาดใหญ่และสำคัญที่สุด ตั้งอยู่กลางเมืองสุโขทัย สิ่งสำคัญในวัดคือพระเจดีย์มหาธาตุรูปดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็น เจดีย์ประธาน โดยเจดีย์รูปแบบนี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัย โดยแท้ ชั้นล่างสุดมีพระพุทธสาวกเดินพนมมือประทักษิณ บนฐานเดียวกันยังมีปรางค์ 4 องค์ประจำอยู่บริเวณมุมทั้ง 4 ทิศ และบริเวณมุมทั้ง 4 ทิศยังมีเจดีย์ทรงปราสาทแบบศรีวิชัยผสมลังกา 4 องค์ ยังไม่รวมเจดีย์รายกว่า 200 องค์ ในบริเวณวัดอีกด้วย

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="500"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="500"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">วัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> ภายในวัดมีวิหารที่สำคัญคือวิหารพระศรีศากยมุนี หรือวิหารหลวง ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์พระมหาธาตุ ศิลาจารึกหลักที่ 1 ได้กล่าวถึงสภาพใจกลางเมืองสุโขทัยว่า กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฎฐารส มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม ซึ่งพระพุทธรูปทองน่าจะหมายถึงพระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริด ศิลปะสุโขทัย สร้างในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ประมาณปี 1904 ปัจจุบันพระศรีศากยมุนีประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศนเทพวราราม สามารถไปกราบไหว้กันได้

    นอกจากนั้นก็ยังมี “วัดศรีสวาย” ที่โดดเด่นด้วยพระ ปรางค์ 3 องค์ ศิลปะแบบลพบุรี พบทับหลังสลักรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชิ้นส่วนของเทวรูปและศิวลึงค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัดนี้เคยเป็นเทวสถานของพราหมณ์มาก่อนแล้วจึงแปลงเป็น พุทธสถาน “วัดสระศรี” งดงามด้วยเจดีย์ทรงลังกาซึ่งตั้งอยู่กลางสระตระพังตระกวน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="350"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="350"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">เจดีย์วัดมหาธาตุ ด้านล่างมีพระพุทธสาวกเดินพนมมือประทักษิณ</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> ส่วน “วัดศรีชุม” เป็นอีกหนึ่งวัดนอกกำแพงเมืองที่ ไม่ควรพลาดชม วัดนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ นามว่าพระอจนะ มีความหมายว่า ผู้ไม่หวั่นไหว มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาชุมนุมทัพที่ "วัดศรีชุม" พระองค์ทรงวางแผนสร้างกำลังใจให้กับทหารโดยการให้ทหาร คนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระเพื่อและพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้เกิดตำนาน "พระพูดได้" ขึ้นที่วัดศรีชุม

    ที่จังหวัดสุโขทัยยังมีอีกหนึ่งมรดกโลก คือที่ “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย” เช่นเดียวกัน เราขอแวะไปหาความรู้เป็นพื้นฐานที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก” ในอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ที่นี่จัดแสดงเรื่องราวน่าสนใจหลายอย่าง ทั้งพัฒนาการความเจริญรุ่งเรืองของเมืองสวรรคโลกในอดีตตั้งแต่ยุคก่อน ประวัติศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ จัดแสดงเครื่องสังคโลก หรือเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตขึ้นเมื่อกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เครื่องสังคโลกมีความสวยงามโดดเด่นเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาเป็นเวลานาน และถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของกรุงสุโขทัยเลยทีเดียว และนอกจากนั้น ที่นี่ก็ยังจัดแสดงพระพุทธรูปเก่าแก่ที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีในบริเวณ เมืองเก่าสุโขทัย และยังมีส่วนจัดแสดงประวัติและผลงานของพระสวรรควรนายก อดีตเจ้าอาวาสวัดสวรรคารามและเจ้าคณะจังหวัดสวรรคโลก ผู้ก่อกำเนิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="350"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="350"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">โบราณวัตถุจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> จากพิพิธภัณฑ์ เดินทางต่อไม่ไกลนัก “ตะลอนเที่ยว” ก็มายืนอยู่ที่ “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย” ในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งในอดีตเป็นเมืองที่เกินขึ้นก่อนที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จะขึ้นครองกรุง สุโขทัย แต่ในระยะนั้นมีชื่อว่าเมืองเชลียง ก่อนจะกลายเป็นเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองสวรรคโลกในที่สุด

    สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมในอุทยานก็คือ “วัดช้างล้อม” ที่ มีโบราณสถานสำคัญคือเจดีย์ประธานทรงลังกา ซึ่งตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีช้างปูนปั้นเต็มตัวประดับโดยรอบฐานทั้ง 4 ด้าน รวม 39 เชือก ช้างที่ประดับอยู่ตรงมุมจะมีขนาดใหญ่และมีลวดลายปูนปั้นประดับที่คอ ต้นขา และข้อเท้า ถือได้ว่าเป็นช้างพิเศษ เชื่อกันว่าวัดช้างล้อมนี้เป็นวัดที่กล่าวไว้ในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า พ่อขุนรามคำแหงให้ขุดอัญเชิญพระธาตุขึ้นมาบูชาและเฉลิมฉลอง หลังจากนั้นจึงฝังลงกลางเมืองศรีสัชนาลัย และก่อเจดีย์ทับลงไป

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="500"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="500"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">โบราณสถานวัดเจดีย์เจ็ดแถว</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> “วัดเจดีย์เจ็ดแถว” ตั้งอยู่ใกล้วัดช้างล้อม โบราณสถานสำคัญคือเจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูม อีกทั้งยังมีเจดีย์ราย และอาคารขนาดเล็กแบบต่างๆ กันถึง 33 องค์ ส่วน “วัดนางพญา” ก็ มีความโดดเด่นตรงลวดลายปูนปั้นอันงดงาม ทั้งรูปกึ่งวานรกำลังวิ่ง ลวดลายพรรณพฤกษา และรูปเทพนม ซึ่งเป็นฝีมือชั้นครู รูปแบบศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น

    มาปิดท้ายกันที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรซึ่งเป็นแห่งสุดท้าย “ตะลอนเที่ยว” แวะชม“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร” ก่อน เช่นเคย ทำให้ได้รู้ถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเมืองกำแพงเพชรตั้งแต่สมัยก่อน ประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิมสมัยก่อนประวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 2,500-1,500 ปี มาแล้ว และในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20 ก็เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณต่างๆ เช่น นครชุม ไตรตรึงษ์ เทพนคร โกสัมพีนคร คณฑี และบางพาน ก่อนจะกลายมาเป็นเมืองลูกหลวงและเมืองหน้าด่านของสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="350"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="350"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">เทวรูปพระอิศวร ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> สำหรับโบราณวัตถุที่นำมาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ก็เช่น เครื่องมือหินขัดแบบต่างๆ ภาชนะดินเผา ตะเกียงดินเผาแบบโรมัน เครื่องสังคโลกแบบสุโขทัย นอกจากนั้นก็ยังมีพระพุทธรูปและเทวรูปอีกมากมาย โดยองค์ที่เป็นไฮไลต์ได้แก่ เทวรูปพระอิศวรหรือพระศิวะ ศิลปะอยุธยา ที่เจ้าพระยาธรรมาโศกราช เจ้าเมืองกำแพงเพชรให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2053 และเทวรูปพระนารายณ์และเทวสตรี ศิลปะสุโขทัย หล่อด้วยสำริด ชำรุดเหลือเพียงส่วนพระองค์ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชร ซึ่งล้วนแล้วแต่เก่าแก่แต่งดงาม

    ชมภายในพิพิธภัณฑ์กันไปแล้ว คราวนี้มาชมในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรกันบ้าง โบราณสถานเมืองกำแพงเพชรแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือโบราณสถานหรือกลุ่มวัดที่อยู่ในเมืองที่เรียกว่าคามวาสี และกลุ่มวัดที่อยู่นอกเมือง หรืออรัญวาสี ในวันนี้ “ตะลอนเที่ยว” ไม่ได้ชมทั่วทุกวัด แต่ก็ได้ชมหลายวัดที่น่าสนใจ เช่นที่ “วัดช้างรอบ” ที่มีสิ่งก่อสร้างสำคัญคือเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ รูปแบบองค์เจดีย์ปรับปรุงมาจากเจดีย์ช้างล้อมในศิลปะสุโขทัย แต่ที่นี่ประดับรูปช้างปูนปั้นครึ่งตัวจำนวน 68 เชือก ประดับลวดลายปูนปั้นที่แผงคอ กำไลโคนขาและข้อเท้า ผนังระหว่างช้างแต่ละเชือกตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นนูนสูงรูปต้นไม้งดงาม แต่ค่อนข้างเสียหายไปมาก

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="500"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="500"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">วัดช้างรอบ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> “วัดพระนอน” แม้จะไม่มีองค์พระนอนให้เห็นเพราะองค์ พระพังทลายไปหมดสิ้น แต่ภายในวิหารยังเหลือแท่นประดิษฐานพระนอน และเสาวิหารรองรับหลังคาซึ่งเป็นเสาศิลาแลงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่แท่งเดียวไม่ มีรอยต่อ กว้างด้านละ 1 ม. สูง 4-5 ม. เป็นความโดดเด่นที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการใช้วัสดุขนาดใหญ่ในการสร้าง อาคาร และแสดงให้เห็นถึงคุณภาพศิลาแลงเมืองกำแพงเพชรที่มีชื่อเสียงมากกว่าใคร

    “วัดพระสี่อิริยาบถ” โดดเด่นมณฑปขนาดใหญ่ ทำหน้าที่แทนเจดีย์ประธานของวัด มณฆปเป็นทรงจตุรมุข กึ่งกลางเป็นแท่งสี่เหลี่ยมทำเป็นมุขยื่นออกมาสี่ทิศ แต่ละด้านก่อผนังให้เว้าเข้าไปเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น 4 อิริยาบถ ได้แก่ พระพุทธรูปลีลา พระพุทธรูปนอน พระพุทธรูปนั่ง และพระพุทธรูปยืน ซึ่งเหลืออยู่เพียงองค์เดียวที่สภาพสมบูรณ์ที่สุด

    </td> </tr> <tr> <td class="body" align="left" valign="baseline"> <table align="Center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tbody><tr> <td align="center" valign="top"> <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" width="350"> <tbody><tr> <td align="center" valign="Top" width="350"> [​IMG] </td> </tr> <tr><td class="Image" align="left" valign="baseline">พระพุทธรูปยืนที่วัดพระสี่อิริยาบถ</td></tr> </tbody></table></td> </tr> <tr> <td align="center" height="5" valign="top">[​IMG]</td> </tr> </tbody></table> และนี่ก็เป็นมรดกโลกอันล้ำค่ายิ่งของไทยเรา ที่น่าจะหาโอกาสไปชมให้ได้สักครั้งหนึ่ง ซึ่งหากใครมาเที่ยวในช่วงนี้โบราณสถานก็กำลังชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน ซึ่งแม้จะเฉอะแฉะไปบ้างแต่ฉ่ำเย็นเดินเล่นสบายใจ เพียงมีร่มซักคันหรือเสื้อกันฝนซักตัว พร้อมจักรยานปั่นชมไปชิลล์ๆ น่าจะถูกใจคนชอบท่องเที่ยวแบบเนิบช้าที่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในยุคนี้ ขณะที่การเที่ยวชมโบราณสถานมรดกโลกต่างๆเหล่านี้ ไม่ว่ากี่ปีๆจะผ่านไปก็ยังคงทันสมัยไม่เคยตกเทรนด์เสมอ

    ***********************************************************

    ผู้สนใจเที่ยวชมโบราณสถานและสิ่งน่าสนใจในพื้นที่มรดก โลก“สุโขทัย-ศรีสัชฯ-กำแพงเพชร” สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โทร. 0-5569-7310,อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โทร.0-5567-9211 และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โทร.0-5571-1921

    สำหรับใครที่ชื่นชอบในความงดงามของโบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ทางกรมศิลปากร ได้จัด “นิทรรศการภาพถ่ายโบราณสถาน”ขึ้น ในโครงการประกวดภาพถ่ายโบราณสถานทั่วประเทศเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร ผู้สนใจสามารถไปกันชมได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์</td></tr></tbody></table>
    .
     

แชร์หน้านี้

Loading...