“อายุความ” เรื่องน่าจดจำ /อ้วน อารีวรรณ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย sithiphong, 16 ธันวาคม 2010.

  1. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,440
    ค่าพลัง:
    +141,907
    “อายุความ” เรื่องน่าจดจำ /อ้วน อารีวรรณ
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>14 ธันวาคม 2553 09:13 น.</TD></TR></TBODY></TABLE>

    jatung_32@yahoo.com

    ขอเกาะกระแสความดังจากการตัดสินคดียุบพรรคที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากคำว่า “หมดอายุความ” เป็นคำที่มีความหมายสำคัญมากๆ ควรค่าแก่การจดจำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลายที่คิดจะเป็นโจทก์หรือเป็นผู้เสียหายฟ้องร้องคดีความในศาล แต่พลาดท่าตกม้าตายเพราะคดี “หมดอายุความ” ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่งนัก

    คดีขาดอายุความ คือ กรณีที่คู่กรณีไม่ใช้สิทธิเรียกร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้นั้น ย่อมเป็นผลให้คู่กรณีสูญสิ้นสิทธิเรียกร้องต่อกัน เนื่องจากอายุความ คือ การที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้คู่กรณีดำเนินการเรียกร้องสิทธิต่อกันภายในกำหนดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดนั้นเอง

    ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและไม่ได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาล หรือถ้าได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลแล้ว แต่ผู้กระทำความผิดหลบหนีหรือวิกลจริต และศาลสั่งงดการพิจารณาไว้จนเกินกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด หรือนับตั้งแต่วันที่หลบหนี หรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ก็ให้ถือว่าเป็นอันขาดอายุความ

    (๑) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี

    ความผิดที่ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี ยกตัวอย่างเช่น ความผิดต่อชีวิตองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือความผิดต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร หรือความผิดฐานฆ่าผู้อื่น เป็นต้น

    (๒) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปี แต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี

    ความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปี แต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี ยกตัวอย่างเช่น ความผิดฐานปล้นทรัพย์ หรือความผิดฐานชิงทรัพย์ในกรณีพิเศษ หรือชิงทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องจักร เครื่องกล ของกสิกรรม พระพุทธรูปหรือวัตถุในทางศาสนาที่เป็นสักการบูชาของประชาชน เป็นสมบัติของชาติ เป็นต้น

    (๓) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี

    ความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี ยกตัวอย่างเช่น ความผิดฐานทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม หรือความผิดฐานกระทำการเหยียดหยามวัตถุหรือสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนา เป็นต้น

    (๔) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี

    ความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี ยกตัวอย่างเช่น ความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการชุลมุนต่อสู้นั้นด้วย หรือต้องคำพิพากษาห้ามเข้าเขตกำหนดแต่ยังเข้าไปในเขตกำหนดนั้น เป็นต้น

    (๕) หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น

    ความผิดที่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น ยกตัวอย่างเช่น ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือได้ตามที่กฎหมายกำหนด หรือถูกดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา หรือความผิดฐานลหุโทษ เป็นต้น

    และในกรณีที่เป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันคดีขาดอายุความนะคะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้หญิงเรามักจะผิดพลาดกันในเรื่องที่ไปแจ้งความเมื่อคดีขาดอายุความแล้ว อาจเป็นเพราะไม่ทราบว่า ตนเองต้องรีบดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3เดือน เช่น กรณี ถูกข่มขืน ข้อยกเว้นที่จะไม่อยู่ในอายุความ 3 เดือน คือ การถูกข่มขืนต่อธารกำนัล หรือผู้ที่ถูกข่มขืนได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือผู้ที่ถูกข่มขืนเป็นผู้สืบสันดาน เป็นลูกศิษย์ที่อยู่ในความดูแล เป็นผู้ที่อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการหรือผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์ ในความอนุบาล

    ความผิดอาญา ที่ผู้เสียหายต้องรีบไปแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน เนื่องจากเป็นความผิดอันยอมความได้นั้น นอกจากถูกข่มขืนแล้ว ยังมีการกระทำความผิดอื่นๆ ดังต่อไปนี้

    ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือข่มขืนใจให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการ หรือจำยอมต่อสิ่งใด ด้วยความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน

    ถูกหมิ่นประมาท , ถูกเปิดเผยความลับ , ถูกฉ้อโกงทรัพย์สิน ยกเว้นกรณีฉ้อโกงประชาชน , ถูกยักยอกทรัพย์ , ถูกบุกรุกในเคหสถาน ยกเว้นผู้บุกรุกมีอาวุธ หรือ ร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือบุกรุกในเวลากลางคืน หรือใช้กำลังประทุษร้าย และถูกทำให้เสียทรัพย์ เป็นต้น

    การกำหนดอายุความไว้เช่นนี้ เนื่องจากเมื่อการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้นในสังคม ผลของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในชีวิต ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของตนเอง จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำหน้าที่จับตัวผู้กระทำความผิดนั้นมาลงโทษได้

    แต่เมื่อเวลาผ่านไปประชาชนก็อาจจะไม่ได้สนใจติดตามเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง การปล่อยให้ระยะเวลาเนิ่นนานออกไปเช่นนี้ ความทรงจำของพยานก็อาจจะเลอะเลือน หรือการหาพยานหลักฐานต่างๆ ก็ยากมากขึ้น เพราะอาจสูญหายไปตามกาลเวลา หรือไม่อาจนำพยานมาสืบคดีได้อีก ยิ่งนานเป็นปีๆ ก็ยิ่งทำให้ไม่มีใครจดจำเหตุการณ์ที่เป็นความผิดได้ โอกาสผิดพลาด หรือเกิดความยุ่งยากในการนำสืบพิสูจน์เรื่องราวต่างๆ ย่อมมากขึ้นเรื่อยๆ

    และการที่ผู้กระทำความผิดหรือจำเลยสามารถหลบลี้หนีหน้าหายตัวไปซ่อนเป็นเวลาปีๆ ยิ่งถ้าเป็นคดีร้ายแรงที่ต้องหลบหนีกันเป็นสิบๆ ปีนั้น ถือว่าช่วงเวลาที่ผู้กระทำความผิดหรือจำเลยต้องหลบลี้หนีหน้าหายไปจากสังคมและญาติมิตรเป็นช่วงที่ทรมานผู้กระทำความผิดหรือจำเลยพอสมควรแล้ว และหากผู้กระทำความผิดหรือจำเลยสามารถหลบหนีได้จนพ้นระยะเวลาอายุความ หรือจนคดีขาดอายุความ ย่อมแสดงว่าผู้กระทำความผิดหรือจำเลยได้ควบคุมตนเองได้ดีจนไม่มีการกระทำผิดซ้ำอีก การลงโทษผู้กระทำความผิดหรือตัวจำเลยที่หลบหนีจนคดีขาดอายุความจึงไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกต่อไป

    ซึ่งเรื่องนี้มีแนวคิดหรือหลักการมาจากเรื่อง “กฎแห่งการลืม” อันเป็นแนวคิดทฤษฎีทางกฎหมายอาญาจากต่างประเทศ ที่ถือว่าการกระทำความผิดอาญาเป็นการรบกวนความสงบสุขหรือความเรียบร้อยของสังคมประเทศชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว สังคม ประชาชนหรือผู้ถูกกระทำความผิดได้ลืมเลือนเรื่องราวที่กระทบถึงตนเองไปมากแล้ว จึงสมควรที่จะให้อภัยผู้ที่กระทำความผิดหรือตัวจำเลยได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากช่วงเวลาที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีจนคดีหมดอายุความแล้วนั้น ถือว่าเขาได้รับการลงโทษที่พอสมควรแล้วนั้นเอง

    แต่ในมุมมองของดิฉันเอง คดีอันยอมความได้ ซึ่งมีอายุความเพียงแค่ 3 เดือน ไม่สมควรใช้แนวคิด หรือหลักการ “กฎแห่งการลืม” นี้เลย โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเนื้อตัวร่างกายของผู้เสียหาย โดยเฉพาะการถูกข่มขืน เพราะสตรีที่เป็นผู้เสียหายกว่าจะเอาชนะความหวาดกลัวในตัวผู้กระทำความผิด รวมถึงเอาชนะความอับอายที่ต้องเปิดเผยเรื่องราวเช่นนี้ และกล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองอาจต้องใช้เวลาและความเข้มแข็งอย่างมาก

    ดิฉันมีโอกาสพูดคุยกับผู้หญิงหลายคนที่ถูกกระทำดังกล่าว เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ฝันร้ายเช่นนี้ไปตลอดชีวิต ด้วยสภาพความบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจ และไม่สามารถเอาผิดผู้ชายที่กระทำความผิดเช่นนี้ได้ อันเนื่องมาจากคดีหมดอายุความแล้ว

    ดังนั้นช่วงเวลาเพียงแค่ 3 เดือนจึงสั้นเกินไปที่จะให้ผู้เสียหายทำใจให้อภัยผู้กระทำความผิด และมีแต่จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้กระทำความผิดลำพองใจ ก่อเหตุกระทำความผิดซ้ำได้โดยง่าย ไม่ยำเกรงกฎหมายมากขึ้น

    และดิฉันขอยืนยันว่า พวกเราเป็นเพศที่ลืมยากค่ะ !!!


    http://www.manager.co.th/CelebOnline...=9530000175408

    .
     

แชร์หน้านี้

Loading...