•••... (ปิดรับ) รับสื่อจิต ประจุพลังงานพุทธาคมลงในเหรียญพระหรือในวัตถุ...•••

ในห้อง 'ดูดวง และ ทำนายฝัน' ตั้งกระทู้โดย วิษณุกรรม, 6 กุมภาพันธ์ 2019.

  1. วิษณุกรรม

    วิษณุกรรม สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    35
    ค่าพลัง:
    +21
    767284D0-1C06-48FF-81EC-97465FCC1DFE.png 3B7C328B-2BC2-4256-9194-82EA26CE8D04.jpeg 6AEBFC99-8F52-413C-8ED4-541D02447E19.jpeg

    (( ปิดรับ ))
    •••...รับสื่อจิต ประจุพลังงานพุทธาคมลงในเหรียญพระหรือในวัตถุ...•••
    (ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ)​

    -สิ่งที่ควรรู้ก่อนการสื่อจิตเพื่อประจุพลังงาน-
    1.เหล่าองค์พรหมท่านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปสงเคราะห์ประจุพลังงานพุทธาคมให้กับผู้นั้นที่บ้านที่หน้าหิ้งพระอันศักดิ์สิทธิ์(ถ้ามี)หรือในห้องใดๆ ก็ได้(ควรเหมาะสม) แต่ก่อนอื่นพรหมท่านต้องตรวจกรรมและสอบถามครูบาอาจารย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนผู้นั้นก่อนว่า อนุญาตให้ประจุพลังงานหรือไม่? ถ้าไม่ คือ จบครับ. ดังนั้น ต้องขออนุญาตก่อนครับ ^_^
    2.รับประจุพลังงานพุทธาคม ไม่ว่าวัตถุนั้นจะเป็นสิ่งใด(ควรเหมาะสม)และต้องสามารถถักร้อยห้อยผูกหรือพกพาติดตัวได้ แต่พรหมท่านจะตรวจดูก่อนว่า วัตถุนั้นเหมาะควรหรือไม่? ที่จะประจุพลังงาน กล่าวคือ ตรวจดูในวัตถุนั้นมีสิ่งใดหรือพลังงานใดสถิตอยู่บ้าง? ควรเคารพในพลังงานนั้นหรือผู้ที่ปลุกเสกมาก่อน เช่น พระอริยสงฆ์เคยปลุกเสกมาแล้ว วัตถุนั้นท่านก็จะไม่ประจุให้ หรือ วัตถุใดควรเคลียร์พลังงานที่ตกค้างอยู่เพื่อใส่พลังงานพุทธาคมใหม่เข้าไป.
    3.การตรวจกรรมก่อนวันทำพิธีประจุพลังงานจริง ก็เพื่อให้องค์พรหมท่านใช้ญาณตรวจดูก่อนในเรื่องกรรมและเรื่องผีเจ้ากรรมนายเวรของคนๆนั้นก่อน(ถ้ามีผีเจ้ากรรมตามทวงหนี้อยู่จะไม่สามารถประจุพลังงานให้ได้ เพราะจะทำให้คนผู้นั้นไม่เสวยกรรมที่ควรเป็น) รวมถึงตรวจดูพฤติกรรมความดีในทาน,ศีล,ภาวนาของคนผู้นั้นว่ามีมากน้อยเพียงใด? ควรไม่ควรที่จะประจุพลังงานให้? ดังนั้น กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องโทรสื่อจิตคุยกัน แต่ถ้าพรหมท่านตรวจดูกรรมให้เสร็จแล้ว ผมจะแจ้งคุณกลับทางข้อความว่า องค์พรหมท่านอนุญาตหรือไม่อนุญาตประจุพลังงานให้กับคุณ สรุปแล้วในวาระนี้ไม่มีการจองคิวครับ.
    4.หลังจากได้รับอนุญาตให้คุณประจุพลังงานพุทธาคมแล้ว ขอให้คุณแจ้งวันเวลาที่แน่นอนที่จะทำพิธีให้ผมทราบล่วงหน้าทางข้อความ inbox ใน Facebook ก่อนครับ เพราะผมต้องแจ้งองค์พรหมให้ทราบอีกที ถ้าถึงวันเวลาที่คุณทำพิธี องค์พรหมท่านก็จะไปทำการประจุพลังงานพุทธาคมให้คุณเองที่บ้านครับ ^_^

    << สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมและควรกระทำในพิธีประจุพลังงานพุทธาคม >>
    1.ให้เตรียมพวงมะลิพวงเล็กใหญ่ตามชอบ 1 พวง เอาพวงมะลิครอบไว้ที่วัตถุที่ต้องการจะประจุพลังงาน หรือถ้าพวงมะลิไม่มีก็หาเด็ดดอกไม้อะไรก็ได้ในรั้วบ้านจำนวนหนึ่งมาโรยรอบวัตถุนั้น และอย่าลืมนำพานมารองวัตถุนั้นด้วยครับ(พานเก่าก็ได้ใช้เพียงชั่วคราวในพิธีเท่านั้น)
    2.พิธีประจุพลังงานพุทธาคมนี้สามารถทำได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนเวลาที่เหมาะควรในการทำพิธี ขึ้นอยู่กับว่าแถวบ้านคุณเงียบสงบเมื่อไร ไม่มีคนกวนเวลาทำพิธี ถ้าเป็นต่างจังหวัด ขอให้เริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 20:00 เป็นต้นไป ถ้าเป็นในเขตเมือง ขอให้เริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 22:00 เป็นต้นไป กล่าวคือ ให้ทำพิธีในเวลากลางคืน เพราะเป็นเวลาแห่งโลกทิพย์และพรหมท่านสะดวก.
    3.ขั้นตอนในพิธีประจุพลังงานพุทธาคมไม่มีอะไรมาก แค่นำพานที่มีวัตถุที่จะประจุพลังงานรวมถึงดอกไม้มาวางไว้ข้างหน้า จากนั้นให้สวดมนต์นั่งสมาธิตามปกติไม่ควรเกิน 30 นาทีเพราะเดี๋ยวพรหมท่านจะรอนาน! ระหว่างพิธีทุกคนจะรับรู้สัมผัสถึงพลังงานในพิธีได้ไม่มากก็น้อยแล้วแต่ระดับ six sense ของคนผู้นั้น ถึงแม้ไม่มีเซ้นส์เลยก็รับรู้สัมผัสได้เช่นกันแต่อาจน้อย.
    4.ในพิธี คุณจะสัมผัสถึงกระแสพลังงานอันบริสุทธิ์แห่งพรหม และกระแสพลังงานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคุณได้ ณ ขณะนั้น คุณจะมีอาการใดอาการหนึ่งหรือหลายอาการเกิดขึ้นที่กายและจิตคุณ เช่น ขนลุกชูชัน,เย็นกายเย็นใจ,อิ่มเอิบใจ,ใจเบาโปร่งโล่ง,อื่นๆ ที่พุทธศาสนาเรียกว่า “ปิติทั้ง 5” หรืออาจเห็นแสงสีอะไรบางอย่างผ่านเปลือกตาขณะนั่งสมาธิอยู่ในพิธี.

    # ขั้นตอนและเงื่อนไขการสื่อจิตก่อนประจุพลังงาน
    1.ให้เขียนข้อความ inbox ไปใน Facebook ว่า "ขอรับการประจุพลังงาน" ที่ Facebook ชื่อ “พี่วิทย์ สื่อจิตแห่งพุทธะ” เท่านั้น.
    2.จากนั้น ให้คุณรอข้อความตอบกลับจากผมว่า “พรหมท่านอนุญาตประจุพลังงานให้คุณหรือไม่?”
    3.ถ้าใครที่ผมยังไม่ได้ตอบกลับข้อความไปให้ แสดงว่า ผมยุ่งอยู่ ให้รอหน่อยครับ.

    << ..ช่วยแชร์ประสบการณ์.. >>
    *** สำหรับผู้ที่เคยประจุพลังงานพุทธาคมไปแล้ว ขอให้คุณช่วยบอกเล่าอาการใดๆ ที่เกิดขึ้นในขณะทำพิธีมาด้วยในกระทู้นี้หรือโพสต์นี้ รวมถึงในอนาคตถ้าวัตถุนั้นเกิดประโยชน์มากน้อยต่อคุณจริงๆ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งตามข้อมูลข้างล่าง ก็ขอให้เล่ามาด้วยนะครับ! เพราะกระทู้นี้ผมจะไม่เขียนเล่าเคสของการประจุพลังงานแล้วครับ ^_^ ***
    .........................................................................

    <<.. จากการสอบถามองค์พรหมเรื่อง “ประโยชน์และคุณสมบัติของพลังงานพุทธาคมที่ประจุลงในวัตถุ” กับ “คำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับพลังงานพุทธาคมนี้” พรหมท่านจึงให้ความรู้ดังนี้.. >>

    •• พลังงานพุทธาคม(พุทธคุณ+อาคม)ในวัตถุนั้นจะมีคุณสมบัติหลักๆหรือประโยชน์ ดังนี้ ••
    1.ป้องกันภูตผีได้ทุกชนิด เพราะกระแสพลังอำนาจแห่งพรหมที่ประจุลงในวัตถุนั้นมีมาก! องค์พรหมบอกว่า ไม่ว่าผีนั้นจะดีเลวหรือเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรก็ไม่สามารถทนต่อพลังงานบริสุทธิ์แห่งพรหมในภพภูมิสูงได้ ดังนั้น ท่านจึงจำเป็นต้องใช้ญาณตรวจดูในเรื่องกรรมและเรื่องผีเจ้ากรรมนายเวรของคนผู้นั้นก่อน มิเช่นนั้นจะส่งผลต่อกรรมเขาโดยตรง ทำให้เขาไม่เสวยกรรมที่ควรเป็น!
    2.ป้องกันและถอดถอนคุณไสย! กรณีนี้พรหมท่านบอกว่า ในวาระนี้เป็นการอธิษฐานจิตพิเศษเฉพาะเจาะจงลงไปว่าให้ถอดถอนคุณไสยใดๆ ทั้งหมดในกายของผู้สวมใส่ [“เนื่องด้วยพลังงานแห่งพรหมที่ประจุลงในวัตถุนั้นมีอำนาจมาก! ท่านจึงต้องใช้ญาณตรวจดูก่อนว่า ถ้าคนนั้นโดนคุณไสยมาก่อน และเป็นเหตุจากกรรมเก่าของเขา ท่านก็จะไม่ประจุพลังงานให้ ท่านจะไม่ก้าวก่ายเรื่องกรรมนี้โดยตรง เพราะถ้าไปยุ่งกรรมคนที่จะโดนวิบากกรรมร่วมด้วยกับเขาก็คือตัวผม แต่ถ้าเขาได้รับวัตถุที่มีพลังงานถอดถอนคุณไสยนี้จากผู้อื่นที่เขาไม่ได้มีเจตนามาขอประจุพลังงานเพื่อรักษาคนโดนคุณไสยโดยตรงก็ไม่เป็นไรครับ ก็ถือว่า เป็นบุญวาสนาของเขาที่จะหมดวาระกรรมนี้ครับ ดังนั้น จะเอาวัตถุนี้ไปรักษาคนมั่วๆไม่ได้ครับ เพราะเกิดจากเจตนาที่จะรักษาคน และจะทำให้คนๆนั้นรับวิบากกรรมร่วมกันไปด้วย แต่ถ้าไม่เจตนา! อยู่ๆคนที่โดนคุณไสยนำวัตถุนี้ไปสวมใส่จนคุณไสยสลายหายสิ้น! ก็ถือว่า เป็นบุญวาสนาของเขาครับ! นี่ก็คือ อีกหนึ่งกุศลอุบายทางปัญญาขององค์พรหมที่ใช้โปรดมนุษย์ครับ ^_^ ”]
    3.มีเมตตามหานิยม เหตุเพราะองค์พรหมเป็นผู้ทรงพรหมวิหารสี่ประจำอยู่ในดวงจิต กระแสพลังงานของพรหมจึงมีกระแสเย็นแห่งเมตตาธรรมสูง ทำให้คนอื่นเขาเกิดเมตตาจิตต่อเรา เอื้อเฟื้อช่วยเหลือสงเคราะห์ทำดีต่อเรามากน้อยตามกำลังบุญกรรมและวาสนาของตนเองนั้นแล.
    4.เสริมกำลังสมาธิจิต ให้สวมใส่วัตถุนั้นขณะสวดมนต์เจริญภาวนานั่งสมาธิ พลังงานแห่งพรหมอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในวัตถุนั้นจะช่วยเสริมกำลังสมาธิจิตให้ผู้นั้นมีความนิ่งสงบลุ่มลึกมากขึ้นเข้าถึงฌานได้ไวขึ้นตามวาสนาบารมีของตน.
    5.ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกายเมื่อสวมใส่เพราะร่างกายเราแตะสัมผัสอยู่ในวงรัศมีของพลังงานที่แผ่ออกมาจากวัตถุ เมื่อแตะสัมผัสพลังงานแล้ว พลังงานดังกล่าวจะไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของผู้สวมใส่และพลังงานจะไปช่วยปรับสมดุลของธาตุดินน้ำลมไฟในร่างกายของเรา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสวมใส่ติดตัวอยู่เสมอ! เพราะจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น! ไม่ใช่ไว้ในกระเป๋าอย่างเดียวมันไม่ช่วยอะไร! พลังงานนี้จะมีรูปแบบความรู้สึกคล้ายๆกระแสไฟฟ้าสถิตที่ไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ให้เป็นปกติ จึงส่งผลในภาพรวมค่อยๆช่วยปรับระบบการทำงานของอวัยวะให้ดีขึ้นจนเป็นปกติ กระบวนการของพลังงานดังกล่าวจึงช่วยลดการเกิดโรคภัยต่างๆในร่างกาย รวมถึงเป็นพลังงานในรูปแบบไฟฟ้าสถิตที่ช่วยรักษาโรคภัยที่มีอยู่แล้วในร่างกายของผู้สวมใส่ให้หายดีขึ้นเร็วช้าขึ้นอยู่กับอาการหนักเบาของโรคภัยนั้น ซึ่งมีหญิงคนหนึ่งที่ประจุพลังงานไปแล้ว และเธอสามารถสัมผัสพลังงานในวัตถุนี้ได้ และเธอบอกเล่าว่า พอวางวัตถุนี้ไว้ในฝ่ามือ เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากวัตถุ จากนั้นก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งจากวัตถุไปตามแขนไหลเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ผมนึกขึ้นได้ถึงอาการภูมิแพ้ที่เป็นโรคประจำตัวของผม ซึ่งปกติถ้าผมกินของทอดบ่อยๆในช่วงนั้น บริเวณลำคอผมจะมีอาการไหม้เป็นแถบๆ และต้องทายาแก้ผิวหนังไหม้หรือแผลไหม้ที่มีฤทธิ์เย็นจึงจะหายไหม้ แต่องค์พรหมท่านดลใจให้ผมอยากประจุพลังงานในพระผงหลวงปู่ดู่ ซึ่งผมไม่ค่อยได้ห้อยไม่ชอบใส่สร้อยคอเพราะมีแผลไหม้บ่อย และช่วงนี้ผมมีแผลไหม้พอดี เหมือนไม่บังเอิญ! หลังประจุพลังงานผมใส่แค่วันเดียว แต่ผมสังเกตได้ว่า แผลไหม้ที่คอกลับหายดีไม่แสบเลยภายใน 2 วัน(ปกติทายาประมาณ 5-7 วันจึงจะหายไหม้) แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้เอ่ะใจอะไร จนมาเขียนเรื่องประโยชน์ที่ช่วยปรับสมดุลธาตุในข้อนี้ ผมจึงแน่ใจแล้วว่า สิ่งที่พรหมท่านย้ำเสมอว่าให้สวมใส่ติดตัวบ่อยๆ ก็ด้วยเหตุผลสำคัญนี้อีกเหตุผลหนึ่งนั้นเอง และวันนี้ผมก็ดันเป็นหวัดมีน้ำมูกด้วย ก็คงจะต้องลองใส่ดูว่าอาการหวัดจะดีขึ้นไหม? ส่วนคุณประโยชน์อื่นๆ ท่านบอกไม่ต้องรีบ! ค่อยๆเรียนรู้และลองใช้ไป.
    6.ช่วยปรับภพภูมิของดวงวิญญาณ ซึ่งผมสงสัยในคุณประโยชน์ข้อนี้ จึงได้สอบถามองค์พรหมเป็นข้อๆ ดังนี้คือ
    1.การปรับภพภูมิให้แก่เหล่าดวงวิญญาณ จำเป็นที่เราจะต้องนำวัตถุพลังงานนี้ไปในสถานที่ที่มีดวงวิญญาณเหล่านั้นอยู่หรือไม่? หรือว่า เราไม่ต้องไปแต่อธิษฐานจิตผ่านทางโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารก็ได้แล้วใช่ไหม?
    •พรหมท่านตอบ ไม่ได้! ยังงัยก็ต้องนำวัตถุพลังงานนี้ไปอธิษฐานจิต ณ สถานที่ที่มีดวงวิญญาณจึงจะสามารถปรับภพภูมิให้ได้ การอธิษฐานจิตผ่านทางโทรศัพท์นั้นกระแสพลังงานในวัตถุจะไปไม่ถึงสถานที่นั้น.
    2.ผู้ที่ใช้วัตถุพลังงานบริสุทธิ์นี้ ถึงแม้จะไม่มีเซ้นส์ไม่มีจิตสัมผัสหรือไม่มีญาณจะสามารถทำการอธิษฐานจิตปรับภพภูมิให้ได้ไหม?
    •พรหมท่านตอบ ถึงแม้จะไม่มีเซ้นส์ใดๆเลยก็สามารถใช้พลังงานบริสุทธิ์นี้ได้ในการปรับภพภูมิให้กับเหล่าดวงวิญญาณ สามารถทำได้โดยใช้มือแตะสัมผัสกับวัตถุพลังงาน จากนั้นให้ตั้งจิตอธิษฐานพูดในใจประมาณว่า “ขออำนาจพลังงานบริสุทธิ์นี้ไปช่วยปรับภพภูมิให้แก่เหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ด้วยเถิด” พูดผิดไม่เป็นไรเจตนาถึงก็พอ ดวงญาณหรือตัวรู้ในพลังงานจะรับรู้ได้ แต่คนไม่มีเซ้นส์อาจสัมผัสไม่ได้ถึงพลังงานและดวงวิญญาณแต่ก็ปรับภพภูมิให้ได้เช่นกัน ส่วนคนมีเซ้นส์มีจิตสัมผัสหรือมีญาณพวกเขาจะรับรู้สัมผัสถึงพลังงานและดวงวิญญาณได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับระดับเซ้นส์สัมผัสของพวกเขาเอง.
    3.ดวงวิญญาณประเภทใดที่สามารถปรับภพภูมิได้?
    •พรหมท่านตอบ ดวงวิญญาณทุกประเภทที่ไม่ยึดติดใดๆไม่มีห่วงใดๆก็จะสามารถปรับภพภูมิได้ เพราะมีดวงวิญญาณบางส่วนที่ไม่ยึดติดไม่มีห่วง แต่ไม่รู้จะไปไหนเพราะไม่มีใครหรือไม่มียมทูตมารับตัว โดยดวงญาณหรือตัวรู้ในพลังงานจะรับรู้ได้ว่าแต่ละดวงวิญญาณมีความยึดติดผูกติดกับสิ่งใดหรือไม่? โดยตัวรู้จะรู้จากกระแสพลังงานที่ส่งกระจายออกไปกระทบดวงวิญญาณเหล่านั้นในครั้งแรก เมื่อรู้แล้ว! ตัวรู้หรือดวงญาณจะส่งพลังงานออกไปอีกครั้งเพื่อปรับภพภูมิให้แก่เหล่าดวงวิญญาณที่ไม่ยึดติดเหล่านั้น ให้ได้ไปเกิดในภพภูมิอื่นตามบุญกรรมของดวงวิญญาณนั้น ซึ่งกรณีนี้ถือว่า เป็นการโปรดสัตว์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภพภูมิสูง.
    4.การปรับภพภูมิใช้พลังงานบริสุทธิ์นี้มากกว่าการถอดถอนคุณไสยหรือไม่?
    •พรหมท่านตอบ การถอดถอนคุณไสยใช้พลังงานมากกว่าการปรับภพภูมิให้ดวงวิญญาณ เหตุเพราะคุณไสยมนต์ดำมันก็เป็นพลังงานเช่นกัน แต่อยู่ที่ว่าพลังงานคุณไสยนั้นจะมีอำนาจมากน้อยเพียงใด ดังนั้น การที่จะไปถอดถอนหรือสลายพลังงานคุณไสยมืดดำนั้นได้ ก็จำเป็นต้องใช้พลังงานบริสุทธิ์ที่มากขึ้นเช่นกันจึงจะถอดถอนได้.

    {.. สำคัญ! ..}
    { ..*** พรหมท่านจึงกำชับว่า อย่านำวัตถุที่มีพลังงานนี้ไปให้คนอื่น เพราะเป็นบุญวาสนาเฉพาะตน! แต่ยืมให้คนอื่นสวมใส่ได้ เพราะถือว่ามีจิตเมตตาอันดีงาม กรณีถ้าทำวัตถุนี้หล่นหายด้วยความประมาท! ท่านสามารถประจุพลังงานให้ใหม่ได้ ***.. }

    •• คำถามคำตอบเรื่องพลังงานที่ประจุในวัตถุนั้น ••
    1.กรณีวัตถุนั้นเกิดชำรุดเสียหาย พลังงานยังอยู่ไหม?
    พรหมท่านตอบว่า พลังงานก็คือพลังงาน ไม่มีรูปแบบรูปทรงที่แน่นอนและมีการไหลเวียนดูดคลายของพลังงานได้ สรุปว่า ถ้าวัตถุเกิดชำรุดเสียหายหรือแตกหัก ก็ยังคงมีพลังงานพุทธาคมไหลเวียนอยู่นั้นเอง.
    2.กรณีวัตถุนั้นตกพื้น,ห้อยไว้พกไว้ต่ำกว่าเอวหรือนำไปรอดใต้ผ้าถุงกางเกงในหรือของต่ำ พลังงานจะเสื่อมหายสลายไปไหม?
    พรหมท่านตอบว่า พลังงานแห่งพรหมผู้บริสุทธิ์เป็นพลังงานละเอียดชั้นสูง ดังนั้น ไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้นต่อพลังงานพุทธาคมในวัตถุนั้น.
    3.แล้วกรณีใดที่จะทำให้พลังงานพุทธาคมในวัตถุนั้นเสื่อมสลายหายไปได้จริงๆ
    องค์พรหมท่านตอบว่า กรณีนี้เราได้คิดเผื่อไว้แล้ว เพราะของดีย่อมคู่ควรแก่คนดี เราจึงอธิษฐานจิตไว้ว่า ผู้ใดที่กระทำผิดศีลข้อ 1,2,3(ไม่รวมถึง ข้อ 4,5) โดยเจตนา เพราะเจตนาคือตัวกรรม ขอให้พลังงานพุทธาคมนั้นจงหายไปสิ้นโดยทันที! กล่าวคือ
    -ถ้าผิดศีลข้อ 1 ปาณาติบาต คือ การฆ่าสัตว์ใหญ่ พลังงานจะหายสิ้น! ส่วนการฆ่าสัตว์เล็ก พลังงานจะลดหายไปมากน้อยตามกำลังของกรรม.
    -ถ้าผิดศีลข้อ 2 อทินนา คือ การลักขโมยหรือการหยิบฉวยเอาไปใช้เอาไปเป็นของตนเอง ถึงแม้จะบอกกล่าวแต่เจ้าตัวไม่ยินยอมให้คือถูกบังคับขู่เข็ญก็นับว่าผิด กรณีนี้ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของกรรม เช่น ลักขโมยหรือโกงกิน พลังงานก็จะหายสิ้น! แต่ถ้าแค่หยิบฉวย พลังงานจะลดหายไปตามกำลังของกรรม.
    -ถ้าผิดศีลข้อ 3 กาเม คือ การมีชู้นอกใจคนรักหรือแฟน กรณีนี้แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ รู้และไม่รู้ กล่าวคือ ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้บอกเราว่า เขามีแฟนหรือมีคู่แต่งงานอยู่แล้ว และมาคบซ้อนกับเรา กรณีนี้ถือว่า คุณไม่ผิดเพราะถือว่าไม่รู้ไม่เจตนา พลังงานจะยังคงอยู่! แต่ถ้าคุณรู้แล้วยังกระทำผิดอยู่คือเป็นชู้ต่อไป(นับตั้งแต่วินาทีที่รู้แล้วยังทำผิดต่อ) พลังงานจะหายสิ้น!

    **หมายเหตุ**
    องค์พรหมท่านบอกว่า พลังงานพุทธาคมในวัตถุนั้นถ้าไม่ถูกทำให้เสื่อม โดยปกติพลังงานนี้จะคงอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปีโดยเฉลี่ย โดยจะมีอายุสั้นลงหรือยาวนานขึ้นกว่านั้นก็แล้วแต่การดูดซับและการถูกใช้ไปตามธรรมชาติของพลังงาน เหตุเพราะกฎธรรมชาติของพลังงานนั้นจะมีปฏิสัมพันธ์สอดคล้องส่งเสริมกันหรือต่อต้านกันก็แล้วแต่พลังงานอื่นที่มากระทบเบียดเบียนพลังงานในวัตถุนั้น เช่น ถ้าเป็นพลังงานดีที่เกิดจากกระแสในบุญทาน,ศีล,ภาวนาของผู้สวมใส่ก็จะเสริมพลังงานให้กัน แต่ถ้าเป็นพลังงานไม่ดีมืดดำที่เกิดจากกระแสกรรมทางกาย,วาจา,ใจของผู้สวมใส่หรือเกิดจากพลังงานคุณไสยมนต์ดำที่มากระทบเบียดเบียนพลังงานในวัตถุนี้บ่อยๆ ก็จะทำให้พลังงานในวัตถุถูกใช้ไปตามธรรมชาติและหมดไปในที่สุดนั้นเอง.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มีนาคม 2019
  2. ปฐมรังสี

    ปฐมรังสี Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 เมษายน 2016
    โพสต์:
    123
    ค่าพลัง:
    +142
    ข้ออื่นๆ เห็นด้วย เว้นแต่ข้อที่ว่า พลังพุทธคุณจะอยุ่ได้ประมาณ 3-5ปี อันนี่ขอแย้ง...เคยได้ยินไหมครับ อัปมาโนพุทโธ อัปมาโนธัมโม อัปมาโนสังโฆ...คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มีประมาณครับ
     
  3. PlaifanNamn

    PlaifanNamn สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2019
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +0
    มารีวิวค่ะ เมื่อวาน (10.11.19) ได้ทำพิธีประจุพลังงานพุทธาคมเรียบร้อย ด้วยที่ตัวเราเองก็นึกไม่ถึงว่าจะได้ทำค่ะ เพราะตอนสื่อจิตกับพี่วิทย์ครั้งแรก ดูเหมือนเรื่องเราค่อนข้างหนักจนเทพจนพรหมไม่อยากสื่อ ทั้งถูกผีตาม ทั้งองค์พรหมของตัวเรามาบอกเองว่าจะเจอวิบากกรรมหนัก จึงทำให้เรื่องประจุพลังงานพุทธาคมตกไป

    แต่แล้วเมื่อวานตอนเที่ยงคืนจู่ๆพี่วิทย์ก็ทักมา ด้วยความที่เราก็ยังไม่หลับพอดีและกลับมาค้างที่บ้านพอดิบพอดี ซึ่งจะถือว่าเป็นเรื่องบัญเอิญอันน่าอัศจรรย์ก็ย่อมได้ พี่วิทย์บอกว่า องค์พรหมของตัวเราได้ไปสื่อจิตกับองค์พรหมของพี่วิทย์ ขอให้ทำประจุพลังงานพุทธาคมให้เพราะท่านเป็นห่วงที่เราโดนผีตาม (ถึงแม้ผีจะมาดีแต่ในระยะยาวก็ไม่ดี) ทั้งจะได้ป้องกันในอนาคตอีกด้วย (เป็นพวกชอบโดนผีตามค่ะ =_=) บวกกับที่องค์พรหมท่านได้สื่อจิตตรวจสอบแล้วพบว่าตัวเรามีเพียงแค่ วิบากกรรมหนัก แต่ไม่มี เจ้ากรรมนายเวร ตาม จึงทำให้สามารถประจุพลังงานพุทธาคม เพื่อเป็นของสิริมงคลติดตัวได้ ซึ่งดีใจมากๆเลยค่ะ เพราะไม่คิดจริงๆว่าจะได้ ตัดใจไปแล้วเลย พอรู้ว่าได้ก็พนมมือไหว้ท่วมหัวเลยค่ะ (ตอนที่องค์พรหมของเรามาบอกว่าเราจะเจอวิบากกรรมหนัก และไม่บอกอะไรอีกเลย ไม่บอกว่าท่านเป็นใคร แล้วผีที่ตามจะเอายัไง ก็มีการตัดพ้อน้อยใจอยู่เนืองๆ ท่านคงสงสารจึงช่วยสงเคราะห์ให้ใจชื้นขึ้นหน่อย ฮาๆๆ)

    ตอนทำพิธีนั้นก็ตีหนึ่งแล้ว โดยตัวเราใช้จี้พระพิฆเนศเป็นสิ่งประจุพลังงานพุทธาคมค่ะ เริ่มแรกตัวเรารู้สึกกังวลใจและค่อนข้างรู้สึกไม่อยากทำ กลัวอะไรบางอย่าง แต่ก็มีจิตฝั่งหนึ่งดึงให้เราทำ เริ่มรู้สึกตั้งแต่กราบองค์พระ รู้สึกถึงพลังงานและมวลต่างๆ จากนั้นก็ทำการสวดมนต์ภาวนาทำสมาธิตามปรกติ (จริงๆแล้วเรามาทางสายฮินดู จะสวดและบูชาองค์พระพิฆเนศเป็นปฐมพรหมสูงสุด จึงได้ทำการสวดบูชาตามแบบฉบับของเรา ไม่ใช่ทางพุทธค่ะ ซึ่งถามพี่วิทย์แล้ว พี่วิทย์บอกว่าทำได้ แค่ให้ตั้งนโม 3 จบ กับไหว้พระรัตนตรัยก่อน) ตัวเรารู้สึกได้เลยว่าตัวเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ จากที่รู้สึกร้อนๆ ทั้งๆที่ห้องไม่ได้ติดแอร์ค่ะ ตอนเข้าไปคือร้อนมาก แต่พอสวดไปเรื่อยๆ ทำพิธีไปเรื่อยๆก็เย็นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตอนนั่งสมาธิคือรู้สึกถึงความเย็นกายเย็นใจ มีความปิติ และรับรู้ได้ถึงทุกพระองค์ (ครูบาอาจารย์) สิ่งศักสิทธิ์ที่มาร่วมยินดีด้วยค่ะ (ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม) และรู้สึกว่าแผ่นหลังมีบางสิ่งสัมผัสและดันไว้ตลอด รู้ได้ถึงแสงสว่างวาวรอบตัวยามที่หลับตาค่ะ เป็นความรู้สึกที่ทำให้อยากทำสมาธิต่อไปเรื่อยๆไม่รู้จบ (แต่สังขารไม่ไหว้ความง่วงคลอบงำ) หลังจากที่เสร็จพิธีก็ได้นำจี้มาห้อยในทันที ตอนแรกก่อนทำพิธีหาสายสร้อยยังไงก็หาไม่เจอ จึงตัดสินใจใช้สร้อยเงินที่มีอยู่ (และถอดยากมากๆ) ห้อยเสียเลย พอห้อยปุ๊บก็รู้สึกอุ่นใจมากๆค่ะ และตัวก็เย็นกว่าปรกติมากเลย

    จากนั้นจึงได้มีการทักพี่วิทย์ไปว่าทำพิธีเสร็จแล้ว มีตอนหนึ่งพี่วิทย์บอกให้ถ่ายรูปจี้มาด้วยเพื่อให้คนที่นี่ที่มีพลัง มีเซนส์ ช่วยตรวจ ตอนนั้นคือเราใส่ไปแล้วและเหมือนมีเสียงคอยกระซิบอยู่ตลอดว่า "ห้ามถอดนะ" จึงทำให้วันนี้เราต้องถ่ายรูปในขณะที่ห้อยอยู่ตามรูปค่ะ แต่ถ่ายเท่าไหร่กล้องก็ไม่โฟกัสที่จี้เลย หรืออาจจะเป็นเพราะสีเสื้อที่ใส่กับแสงไหม แต่เมื่อเอามือรองไว้ก็ชัดได้เท่านี้ค่ะ

    ส่วนประสบการณ์ตอนนี้ยังไม่เจออะไรเพราะเพิ่งทำเมื่อวาน ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาบอกกล่าวอีกนะคะ ขอรบกวนทุกคนช่วยตรวจด้วยว่า การประจุพลังงานนั้น 'สมบูรณ์' แล้วหรือยัง เพื่อให้เรามั่นใจว่าเราทำถูกต้องแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ -/\-

    IMG20190211101048.jpg
    IMG20190211101250.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...