♣ภูฏานธรรมชาติเหนือธรรมชาติ♣

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย คือ~ว่างเปล่า!, 6 ตุลาคม 2008.

  1. คือ~ว่างเปล่า!

    คือ~ว่างเปล่า! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,647
    ค่าพลัง:
    +472
    ♣'ภูฏาน'ธรรมชาติเหนือธรรมชาติ♣

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 3214.jpg
      3214.jpg
      ขนาดไฟล์:
      10.9 KB
      เปิดดู:
      161
    • 3215.jpg
      3215.jpg
      ขนาดไฟล์:
      21.3 KB
      เปิดดู:
      210
    • 3216.jpg
      3216.jpg
      ขนาดไฟล์:
      27.4 KB
      เปิดดู:
      194
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ตุลาคม 2008
  2. AddWassana

    AddWassana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    11,698
    ค่าพลัง:
    +21,111
    ขอบคุณที่แนะนำค่ะ ถ้ามีความพร้อมและโอกาสคงได้ไปเยือนเมืองที่มีความสุข สงบเช่นนี้
     
  3. pucca2101

    pucca2101 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    5,808
    ค่าพลัง:
    +20,888
    น่าไปจัง
     
  4. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    19,985
    กระทู้เรื่องเด่น:
    258
    ค่าพลัง:
    +63,468
    อ้างอิง...

    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=493 border=0><TBODY><TR><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" bgColor=#e6e2ca border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=left><TABLE cellSpacing=2 cellPadding=2 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width="50%">เรื่องโดย บรูซ ดับเบิลยู. บันทิง</TD><TD width="50%">
    ภาพถ่ายโดย เจมส์ แอล. สแตนฟีลด์
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD class=style17 vAlign=bottom align=left><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=left>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=5 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=style18 vAlign=top align=left> อากาศใต้ร่มเงาของโจโมลารี ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงที่สุดลูกหนึ่งของภูฏาน นั้นหนาวจนร้าวไปถึงกระดูก แต่ กอมเชน หรือนักพรตของหมู่บ้าน ผู้สวมเสื้อคลุมยาวที่โบกไสวกลางสายลม กลับภาวนาให้หิมะตก
    "ผมขอพรเทพเจ้าของเราอยู่เสมอให้หิมะตกเวลาที่มีคนนอกอย่างคุณเข้ามาในหุบเขาของเรา พวกคุณจะได้ไปไกลๆ" เขาพูดพลางจ้องตาผมและยืนพิงราวบันได "คุณใช้ฟืนของเราจนหมดและไม่เคารพประเพณีของเรา"
    ในฐานะที่เป็นนักสิ่งแวดล้อมซึ่งปรารถนาให้แดนสวรรค์ของนักธรรมชาตินิยมคงอยู่อย่างที่เป็น ในฐานะดินแดนแห่งอากาศบริสุทธิ์ ป่าสนกลิ่นหอม และสัตว์ป่าหลากหลาย ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่นักพรตผู้นี้คิด
    ผมนึกสงสัยว่า อาณาจักรแห่งเทือกเขาหิมาลัยอย่างภูฏานจะก้าวพ้นอดีตอันโบราณเข้าสู่โลกสมัยใหม่ โดยไม่ต้องสละทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าหรือขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาได้อย่างไร
    แต่ก็ไม่ทันมีเวลาคิดหาคำตอบ เพราะไม่ทันไร คำภาวนาของกอมเชนก็เป็นจริง เมฆรวมตัวบนท้องฟ้าและหิมะก็โปรยปรายลงมา ทีมงานของเราหาทางออกจากช่องเขาได้อย่างเฉียดฉิวในวันรุ่งขึ้น จากนั้นสภาพอากาศก็ทำให้หุบเขาพาโรตัดขาดจากภายนอกอีกครั้ง
    หิมะปกคลุมหุบเขาพาโรฉันใด ภูฏานก็มีเทือกเขาหิมาลัยช่วยปกป้องจากโลกภายนอกมาเนิ่นนานฉันนั้น ดินแดนที่ตั้งอยู่ระหว่างจีนและอินเดียแห่งนี้มีพื้นที่ไม่ถึง 47,000 ตารางกิโลเมตร หรือพอๆกับสวิตเซอร์แลนด์ และภูฏานก็มีส่วนคล้ายสวิตเซอร์แลนด์ตรงที่พื้นที่ส่วนใหญ่โอบรอบด้วยภูเขา แต่ประเทศที่มีประชากรกระจัดกระจายอยู่ราว 700,000 คนนี้ กลับไม่ได้รับอิทธิพลจากโลกสมัยใหม่นัก แกะบูลชีพ ดอกป็อปปี้ป่า และเสือดาวหิมะเติบโตหรืองอกงามในหุบเขาอันโดดเดี่ยวเช่นเดียวกับเยติหรือมนุษย์หิมะในตำนานต่างๆของชาวภูฏาน ที่นี่ยังเป็นดินแดนแห่งกล้วยไม้และเสืออีกด้วย ไม่นานก่อนหน้านี้ ผมเดินท่องป่าที่ระดับสูงกว่า 3,048 เมตร เสือตัวใหญ่ทิ้งรอยเท้าใหม่ๆไว้ให้เห็นเป็นทาง อันที่จริง เสือในแถบเอเชียใต้มักจะอาศัยอยู่ในป่าที่มีระดับความสูงต่ำกว่านี้ แต่ในภูฏาน มีผู้ยืนยันว่า เคยเห็นเสืออยู่ที่ระดับความสูงถึง 3,658 เมตร
    แม้กระทั่งในทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน เราอาจเห็นหมีควายหรือหมูป่าในสวนหลังบ้าน เพื่อนคนหนึ่งเล่าว่า "เมื่อปีกลาย เมียผมออกไปดูว่าหมาเห่าอะไรและตกใจแทบแย่ที่ออกไปเจอเสือดำเข้า" บนถนนอันเงียบเหงาของทิมพูมีสุนัขมากกว่ารถยนต์ และมีสถานีบริการน้ำมันแค่สองแห่ง แม้ว่าพ่อค้าวาณิชจะเดินเท้าหรือขี่จามรีท่องดินแดนแถบนี้จนปรุมาหลายพันปีแล้ว แต่ภูฏานก็ใช้น้ำมันน้อยมาก จนกระทั่งปี 1962 เมื่อมีการสร้างทางหลวงสายแรกเพื่อเชื่อมทิมพูกับพุนโชลิงของอินเดีย
    ภายหลังการเปิดประเทศ แผ่นดินซึ่งชาวภูฏานเรียกว่า "ดรุกยูล" (ดินแดนแห่งมังกรอัสนี) ก็ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย ขณะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมตามวิถีพุทธศาสนานิกายมหายาน ที่ภูฏานและประเทศอื่นๆในแถบหิมาลัยเลื่อมใสศรัทธา

    อ่านเรื่องราวทั้งหมดอย่างจุใจได้จาก นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    ----------
    ที่มา:<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>[​IMG]<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=963 border=0><!--DWLayoutTable--><TBODY><TR><TD width=256 height=29>[​IMG]
    http://www.ngthai.com/ngm/0609/feature.asp?featureno=2
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD> ภูฏาน</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  5. คือ~ว่างเปล่า!

    คือ~ว่างเปล่า! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,647
    ค่าพลัง:
    +472
    อ้างอิง..ข้อมูลดั้งเดิม

    ภูฏาน

    ทิมพูเมืองหลวงเล็กๆท่ามกลางขุนเขาที่มากไปด้วยเสน่ห์อันน่ายล
    ปี พ.ศ. 2517 ภูฏาน...ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ได้เปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปเที่ยวเป็นครั้งแรกผลปรากฏว่ามีนักผจญภัยเพียง 274 คนเท่านั้นที่ไปเปิดศักราชการท่องเที่ยวของภูฏาน

    ปี พ.ศ. 2536 ภูฏาน กลายเป็นเป้าสนใจของนักเดินทางผู้ใฝ่หาในวิถีอันสงบงามขึ้นมาทันที หลังภาพยนตร์เรื่อง "Little Buddha"ที่ส่วนใหญ่ถ่ายทำในประเทศนี้ออกฉายต่อสายตาชาวโลก
    [​IMG]

    เพราะเสน่ห์ต่างๆในภูฏานนั้นมันช่างชวนหลงใหลยิ่งนัก

    ภูฏาน งดงามไปด้วยทิวทัศน์ของขุนเขาอันสลับซับซ้อนและป่าเขาลำเนาไพรที่อุดมสมบูรณ์

    ภูฏาน เป็นประเทศหนึ่งเดียวในโลกที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานแบบตรันตระเป็นศาสนาประจำชาติ

    ภูฏาน มีวัดวาอารามและงานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    ภูฏาน มีชาวเมืองที่ยังคงดำรงวิถีอยู่ในจารีต วัฒนธรรม และประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่โบราณอย่างแนบแน่น

    และที่สำคัญก็คือ ชาวภูฏานใช้อย่างเรียบง่าย แต่ว่ามากไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และอัธยาศัยไมตรี

    [​IMG]
    ชาวภูฏาน ผู้มากไปด้วยอัธยาศัยไมตรีและแนบแน่นกับจารีตประเพณี

    เสน่ห์ต่างๆเหล่านี้ทำให้ภูฏานกลายเป็นประเทศในฝันที่นักเดินทางถวิลหามากขึ้นเรื่อยๆ

    สำหรับเมืองไทยเกิดกระแสภูฏานฟีเวอร์(อย่างรุนแรง) หลังเจ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จมาเยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

    สาวไทยหลายๆคนนอกจากจะกรี๊ดสลบแล้ว ยังฝันใฝ่อยากจะเที่ยวภูฏานสักครั้ง ซึ่งถึงแม้ว่าเจ้าชายจิกมีจะเสด็จกลับไปนานแล้ว แต่กระแสการ(อยาก)ไปเที่ยวภูฏานของคนไทย(โดยเฉพาะสาวๆ)ก็ยังคงฮิตติดลมบนไม่สร่างซา

    ในทริปนี้ผมจึงขอพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับ ภูฏาน ดินแดนที่หลายๆคน ยกให้เป็นดัง"สวรรค์บนพื้นพิภพ"ที่หากใครได้ไปเยือนสักครั้งก็จะคงความประทับใจไปตราบนานเท่านาน...

    "ทิมพู" เมืองหลวงรวยความสุข

    ทิมพู (Thimpu)คือเมืองหลวงของภูฏานในปัจจุบัน (อยู่ห่างจากเมืองปาโรศูนย์กลางทางการบินหนึ่งเดียวของภูฏานประมาณ 65 กิโลเมตร) ที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 ย้ายมาจากเมืองหลวงเก่าคือปูนาคา ในปี พ.ศ. 2495

    [​IMG]
    ทิมพู ซอง

    ว่ากันว่า ทิมพูอาจจะเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟแดง เพราะเมืองนี้มีถนนเล็กๆเพียงไม่กี่สายเท่านั้น

    ในขณะที่ย่านคึกคักของเมืองนี้ก็จะอยู่ในย่านชุมชนใจกลางเมือง ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสีสันชีวิตอันหลากหลายของชาวภูฏานซึ่งมากไปด้วยรอยยิ้มและอัธยาศัยไมตรี อีกทั้งยังคงไว้ด้วยวัฒนธรรมการแต่งกายที่ยึดมั่นในจารีตอย่างแนบแน่น โดยผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า"โค"(Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า "คีรา"(Kira)

    ใครที่อยากรู้ว่า GNH (Gross National Happiness) หรือความสุขมวลรวมประชาชาติของชาวภูฏานมีมากแค่ไหน ในย่านชุมชนต่างๆของเมืองทิมพูคือหนึ่งในคำตอบที่จะทำให้นักท่องเที่ยวพลอยมีความสุขตามไปด้วย

    คราวนี้หันไปดูศาสนาสถานสำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นอย่าง เม็มโมเรียล ชอร์เตน (Memorial Chorten) ของเมืองทิมพูกันบ้าง

    อัน"ชอร์เตน"นั้น เปรียบได้กับ สถูปหรือเจดีย์ในบ้านเรา ในภูฏานมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ แบบธิเบต (Tibetan Style) มีขนาดเล็กที่สุด(ใน 3 แบบ) มักจะสร้างด้วยหิน แบบเนปาล (Nepalese Style) ที่จำลองลักษณะมาจากพระสถูปโพธานาทในเนปาลมีขนาดใหญ่ที่สุด และแบบภูฏาน (Bhutanese Style) ที่แบ่งเจดีย์เป็น 5 ชั้น แทนธาตุทั้ง 5 ชั้นล่างสุดเป็นฐานสี่เหลี่ยมแทนธาตุดิน ชั้นที่ 2 เป็นโดมแทนธาตุน้ำ ชั้นต่อไปเป็นฉัตร 13 ชั้น แทนธาตุดิน เหนือฉัตรขึ้นไปมีสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์และพระจันทร์ คือ ธาตุลม และชั้นสูงสุดคือส่วนที่เป็นยอดแหลมคือ ธาตุอากาศ

    [​IMG]
    เม็มโมเรียล ชอร์เตน




    สำหรับ เม็มโมเรียล ชอร์เตน ถือเป็นตัวอย่างอันชัดเจนของเจดีย์แบบภูฏาน ที่ชาวภูฏานสร้างขึ้นเพื่อใช้แทนสัญลักษณ์หัวใจของพระพุทธเจ้า และใช้เป็นที่เก็บพระบรมอัฐิของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก ที่ชาวภูฏานยกย่องให้เป็น"พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่" นอกจากนี้ก็ยังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก รูปปั้นของท่าน กูรู รินโปเช(นักบวชที่ชาวภูฏานเคารพนับถือมาก) และรูปปั้นของ ซับดรุง งาวังนัมเกล (ผู้รวบรวมภูฏานเป็นหนึ่งเดียว) รวมถึงรูปปั้นพระโพธิสัตว์ต่างๆให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา ซึ่งชาวภูฏานเชื่อว่าใครที่เข้าไปสักการะจะต้องเดินเวียนขวา(ประทักษิณ)ตามเข็มนาฬิกา ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นสิริมงคล

    นอกจากเม็มโมเรียล ชอร์เตนแล้ว เมืองหลวงแห่งดินแดนมังกรสายฟ้า ยังมี ทิมพู ซอง (Thimpu Dzong) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่มีคนแวะเวียนไปเที่ยวกันไม่ได้ขาด

    ในอดีตซอง(Dzong) เป็นป้อมปราการที่ใช้เป็นฐานที่มั่นป้องกันข้าศึกรุกราน ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่บริหารราชการประจำเขตในกาลต่อมา(ซองบางแห่งจะมีวัด โรงเรียนสงฆ์ และพระภิกษุสงฆ์อยู่ในนั้นด้วย)

    ปี พ.ศ.2536 หลังจากที่ภูฏานหันมาเน้นนโยบายด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น ทางการจึงเปิดซองหลายๆแห่งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามไปด้วย

    สำหรับทิมพู ซองนั้น แรกเริ่มเดิมทีเป็นซองเล็กๆ ชื่อ โดงอนซอง (Do-Ngon Dzong) สร้างในปี พ.ศ. 1759 โดยพระลามะผู้ก่อตั้งนิกายลาปา(Lhapa) แต่หลังจากที่ ซับดรุง งาวังนัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) ได้รวบรวมภูฏานเป็นหนึ่งเดียวแล้ว พระองค์ได้สั่งให้รื้อถอน โดงอนซอง แล้วสร้าง ทิมพู ซอง ขึ้นใหม่ในพื้นที่เดิมในปี พ.ศ. 2157 โดยได้แบ่งเป็นส่วนราชการ และส่วนของสงฆ์ รวมถึงใช้เป็นที่ประทับของท่านในช่วงฤดูร้อน(พ.ค.-ต.ค.)

    ต่อมาในสมัยพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก ได้ทรงโปรดให้สร้างทิมพูซองเพิ่มเติมโดย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการปกครองและการบริหารประเทศ โดยได้เพิ่มเติม ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ห้องทรงงานกษัตริย์และส่วนอื่นเพิ่มเข้ามา


    [​IMG]
    ถนนที่ไร้สัญญาณไฟในทิมพู การันตีถึงความเป็นเมืองหลวงอันสงบงามได้เป็นอย่างดี

    ปัจจุบันทิมพูซองมีห้องทั้งหมดกว่า 1,000 ห้อง แต่ว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าชมเฉพาะส่วน Main Hall ที่ ภายในประดิษฐาน พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ รูปเคารพองค์อื่นๆ และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับศาสนาอันน่ามอง

    ส่วนใครที่อยากสัมผัสกับกับความขรึมขลังของวัดในแบบภูฏาน เมืองทิมพูมีวัดที่น่าสนใจให้เที่ยวชม อย่าง วัดแม่ชี ซิลูคา (Zilukha Numnary) วัดหนึ่งเดียวในเมืองหลวงที่มีแม่ชีจำวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่ วัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดเก่าแก่อายุกว่า 600 ปี ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างให้เที่ยวชม

    นอกจากงานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นแล้ว กรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวภูฏานมักจะไม่พลาดการไปเที่ยวสวนสัตว์ประจำเมืองหลวง ชมสัตว์หลากหลายชนิด โดยเฉพาะเจ้าตัว"ทาคิน"(Takin) ตัวชูโรงของสวนสัตว์แห่งนี้

    ทาคิน เป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงในพื้นที่หนาวเย็น มีหน้าและเขาคล้ายแพะ แต่ว่าไม่มีเครา ตัวใหญ่ประมาณวัว เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ทาคินจะกินใบไผ่หน่อไม้เป็นอาหารหลัก

    [​IMG]
    ทาคิน เป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน



    สำหรับเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของทิมพูที่ชวนสัมผัสก็คือ การขึ้นไปชมเมืองทิมพูในมุมสูง ณ จุดชมวิวประจำเมือง ที่วันไหนฟ้าเป็นใจก็จะได้เห็นตัวเมืองทิมพูตั้งอยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขาได้อย่างชัดเจน ซึ่งถึงแม้ว่าทิมพูจะเป็นเมืองหลวงเล็กๆที่ความเจริญทางด้านวัตถุดูเป็นรองเมืองใหญ่ๆทั่วไปในโลกนี้ แต่ว่าความสงบงาม และวิถีชีวิตของชาวเมืองก็ดลบันดาลให้ผู้ที่ไปสัมผัส เที่ยวชม เกิดความสุขมวลรวมในจิตใจได้ไม่น้อยทีเดียว...(อ่านต่อตอนหน้า)




    **************************************************
    **************************************************

    ภูฏาน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย มีเวลาช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ใช้เงินสกุล"Ngultrum" โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐตกประมาณ 35 Ngultrum

    ภูฏาน ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกในข้อแม้ ต้องไม่เกิน 10,000 คนต่อปี และนักท่องเที่ยวจะต้องจ่ายภาษีรายวัน วันละ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(มี.ค.-พ.ย.) และ 165 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (ธ.ค.-ส.ค.) โดยอัตราภาษีนี้รวมค่าที่พัก ค่าอาหาร การเดินทางภายในประเทศ บริการนำเที่ยว และกิจกรรมท่องเที่ยวหรือค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

    การเดินทางสู่ภูฏาน จากมีสายการบิน Druk Air บินจากเมืองไทยสู่ภูฏาน สำหรับผู้สนใจข้อมูลภูฏานเพิ่มเติมสามารถตรวจสอบได้ที่ http://72.18.135.200/DOTBHUTAN/default.asp หรือที่ สถานทูตภูฏาน 0-2274-4742


    เรียบเรียงโดย : เหล็งฮู้ชง โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 สิงหาคม 2549

    --------------------------
    http://www.telewizmall.com/board/news/news5.php/2006/11/02/1-196.html
     
  6. คือ~ว่างเปล่า!

    คือ~ว่างเปล่า! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,647
    ค่าพลัง:
    +472
    อ้างอิง..ข้อมูลดั้งเดิม

    [​IMG]

    ราชอาณาจักรภูฏาน
    Kingdom of Bhutan




    [​IMG]

    ข้อมูลทั่วไป

    ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย
    มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับทิเบต 470 กิโลเมตร
    และอาณาเขตด้านอื่นๆ ติดกับอินเดีย 605 กิโลเมตร
    ไม่มีทางออกทะเล ( land​
     
  7. คือ~ว่างเปล่า!

    คือ~ว่างเปล่า! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,647
    ค่าพลัง:
    +472
    อ้างอิง..ข้อมูลดั้งเดิม

    ราชวงศ์วังชุก ได้มีอำนาจในดินแดนนี้ เมื่อปี ค.ศ.1907 พระประมุของค์ปัจจุบันคือ พระเจ้า จิกมี ซินเจ วังชุก (His majesty The king Jigme Singye Wangchuk) ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ.1972 ขณะพระชนมายุ 17 พรรษา ทรงปกครองประชาราษฎร์ด้วยพระเมตตามานาน 34 ปี ปัจจุบันทรงมีพระชนมายุ 51 พรรษา

    พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า จะทรงสละอำนาจในปี ค.ศ.2008 เพื่อให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และให้มกุฎราชกุมาร เจ้าชาย จิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก ( Crown Prince Jigme Khesar Namgyel Wangchuk) ขึ้นครองบัลลังก์ โดยมีสภาทั้ง 2 ทำหน้าที่บริหารประเทศ


    พระเจ้าจิกมี ซินเจ วังชุก ทรงมีพระมเหสีทั้งหมด 4 พระองค์ โดยที่พระมเหสีทั้ง 4 พระองค์ ทรงเป็นภคิณีร่วมบิดามารดาเดียวกัน และทรงเข้าอภิเษกสมรสในวันเดียวกัน
    มกุฎราชกุมาร เจ้าชาย จิกมี เคซาร์ นัมเกล วังชุก ประสูติเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 1980 พระชนมายุ 26 พรรษา ทรงเป็นพระโอรสองค์โต ใน พระมเหสีองค์ที่ 3 Ashi Tshering Yangdon Wangchuck
    ท่านทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษในหลักสูตรการบริการต่างประเทศและหลักสูตรปรัชญาการเมือง นอกจากพระอัจริยภาพด้านการศึกษา


    [​IMG]
    [​IMG] untitled.jpg (24.46 KB, 235x350 - ดู 3120 ครั้ง.)
    [​IMG]
    [​IMG] untitled4.jpg (57.02 KB, 392x552 - ดู 3028 ครั้ง.)
    [​IMG]
    [​IMG] untitled1.jpg (31.38 KB, 294x190 - ดู 2992 ครั้ง.)
    [​IMG]





    เวลา เวลาของ ภูฏาน จะช้ากว่าที่เมืองไทย 1 ชั่วโมง

    ภูมิอากาศ ภูกาน มีภูมิอากาศ 4-ฤดู คือ

    ฤดูใบไม้ผลิต จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย
    ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ช่วงนี้จะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม
    ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเย็น
    ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเขา
    ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศจัดเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า
    และจะมีหมอกหนา บางครั้งโดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม อาจมีหิมะตกบ้าง


    เพลงชาติ ประพันธ์ขึ้นเมื่อปี ค. ศ. 1966 ในช่วงแรกของบทเพลงจะกล่าวไว้ว่า


    "In the Kingdom of the Dragon,
    The Southern land of Sandalwood,
    Long Live the King Who Directs the affairs of both state and religion..."



    [​IMG]

    ตราพระราชสัญลักษณ์ หรือ ตราประจำตระกูลของพระมหากษัตริย์
    จะมีสัญลักษณ์รูปอัญมณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดของตราประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์
    มีความหมายว่า "ในอาณาจักรพุทธศาสนาแห่งนี้ กษัตริย์อยู่เหนือสิ่งอื่นใด
    ด้วยความกรุณา เมตตา ในรูปของอัญมณี 3 อย่าง"
    ส่วนคทาเพชรที่อยู่ตรงกลางแสดงถึงความสามัคคี
    ความปรองดองระหว่างประเพณีเก่า และใหม่ในทางศาสนา และกฎหมาย
    ส่วนมังกรสายฟ้าสองตัวที่ขนาบข้าง ทำจากหินเทอร์คอยล์ หรือ ขี้นกการเวก
    หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชื่ออาณาจักร Drul Yul คำว่า Druk
    หมายถึง มังกรสายฟ้า ส่วน Yul หมายถึงประเทศ


    [​IMG]

    ธงชาติ จะประกอบด้วย 2 ส่วน สีเหลืองครึ่งบนของธงชาติ
    หมายถึง อำนาจของพระมหากษัตริย์ เป็นสีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง
    ทั้งทางโลก และทางธรรม ส่วนสีส้ม ครึ่งล่างของธงชาติ
    หมายถึงการปฏิบัติธรรมและความเสื่อมใส และ ศรัทธาของชาวภูฐานที่มีต่อศาสนาพุทธ
    ในส่วนของมังกรที่อยู่ตรงกลางของธงชาติ หมายถึงประเทศดรุกยูล
    มีความหมายว่าดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ตัวมังกรมีสีขาวบริสุทธิ์
    อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของคนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษาที่อยู่ในประเทศ
    ท่าทีที่มังกรกำลังอ้าปากคำรามนั้น แสดงออกถึงความมีอำนาจ น่าเกรงขาม
    ของเหล่าพระผู้เป็นเจ้าทั้งชายและหญิงที่ปกป้อง ภูฏาน

    [​IMG]
    - ประชาชนรอประกอบพิธีทางศาสนา


    สัตว์ประจำชาติ ตัวทาคิน เป็นสัตว์ที่หาได้ยาก มักจะอาศัยอยู่กันเป็นฝูง
    และชอบอาศัยอยู่บนความสูง 4000 เมตร ชอบทานไม้ไผ่เป็นอาหาร

    ต้นไม้ และ ดอกไม้ประจำชาติ ต้นไซปรัส และ ดอกป๊อปปี้สีฟ้า

    [​IMG]
    เงินตราของภูฏาน เรียกว่า นูงล์ตรัม (Ngultrum)
    อัตราแลกเปลี่ยนจะมีค่าเท่ากับเงินรูปีของประเทศอินเดีย ซึ่งประมาณ 40 รูปี ต่อ 1 USD

    ภูฏาน มีอะไรน่าซื้อ
    เมื่อเอ่ยถึงเรื่องช็อปปิ้งที่ภูฏาน หลาย ๆ คนถามเป็นเสียงเดียวกันว่า
    ภูฏาน มีอะไรให้น่าซื้อ แค่ฟังชื่อก็รู้สึกว่าแปลก ๆ เหมือนประเทศนี้อยู่หลังเขาอันไกลโพ้น
    ห่างไกลความเจริญ แล้วจะไปซื้ออะไรได้ อันที่จริงประเทศนี้เขาก็อยู่หลังเขาจริงๆ เสียด้วย
    เพียงแต่เป็นเทือกเขาหิมาลัยที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ถึงความยิ่งใหญ่อลังการ
    และงดงามสุดจะบรรยายเท่านั้นเอง หลายคนจึงคาดไม่ถึงว่าจะได้พบอะไรเด็ดๆ ใน ภูฏาน

    โดยเฉพาะตัวผู้เขียนเองก็คิดว่า ภูฏาน เขามีงาน หัตถกรรม งานฝีมือ
    อย่างเช่น การทอผ้าพื้นเมือง
     
  8. คือ~ว่างเปล่า!

    คือ~ว่างเปล่า! เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2008
    โพสต์:
    1,647
    ค่าพลัง:
    +472
    อ้างอิง..ค้นคว้าจากข้อมูลดั้งเดิม

    "พระพุทธดอร์เดนมา" แห่งภูฏาน พระลักษณะเจดีย์ใหญ่สุดในโลก


    โดย อิทธิ - โพสต์เมื่อ มิถุนายน 7th, 2008
    Tagged: ข่าวประชาสัมพันธ์
    [​IMG]
    "มูลนิธิดวงตะวันสันติภาพ" ร่วมกับสโมสรซอนต้ากรุงเทพฯ 4 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดสร้างองค์พระภายใน เพื่อประดิษฐานไว้ในพระพุทธดอร์เดนมา ณ ประเทศภูฏาน ในวโรกาสเถลิงถวัลยราชสมบัติของมกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ครบ 2 ปี เป็นพระพุทธรูปองค์พระที่ใหญ่ที่สุดในโลกแบบพุทธเจดีย์
    นางวิชชุดา สถลนันทน์ ประธานมูลนิธิดวงตะวันสันติภาพ (The Peaceful Light of Non-violence Foundation : PNV) เปิดเผยถึงโครงการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ณ ประเทศภูฏาน เพื่อถวายแด่มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เนื่องในศุภวาระแห่งการเถลิงถวัลยราชสมบัติของพระองค์ในปี 2551 โดยมี His Eminence Trizin Tsering Rimpoche พระสงฆ์อาวุโสประเทศภูฏาน เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง
    ทั้งนี้ His Eminence Trizin Tsering Rimpoche เป็นประธานมูลนิธิ Buddha Dordenma Image Foundation ซึ่งถือเป็นมูลนิธิที่มุ่งเน้นการสร้างประชาชาติที่มีคุณภาพและมีความรับ ผิดชอบ เพื่อดูแลมรดกของประเทศภูฏาน โดยมีพุทธอุทยานนานาชาติดอร์เดนมา เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ศาสนาพุทธ และกำลังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศากยมุนีประทับนั่งบนวัชรอาสน์ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 169 ฟุต และฐานขององค์พระซึ่งเป็นรัตนบัลลังก์สูง 50 ฟุต ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กขนาดความสูง 12 นิ้ว และ 8 นิ้ว รวม 125,048 องค์ รวมถึงภายในยังเป็นที่ประดิษ ฐานพระบรมสารีริกธาตุ และมนตรา องค์พระ พุทธรูป เคลือบด้วยทองคำอันเป็นที่มาของชื่อ "พุทธดอร์เดนมา-Buddha Dordenma" ที่หมายถึง พระพุทธวัชรอาสน์ที่ทรงไว้ ซึ่งเอกลักษณ์ของความงดงามแบบดั้งเดิมหาที่เปรียบมิได้"
    สำหรับ องค์พระพุทธรูปที่ทำจากสำริดนั้น ขณะนี้ได้ถูกลำเลียงมาทางเรือจากเมืองนานกิง ประเทศจีน โดยช่างผู้ชำนาญในการสร้างพระ เพื่อนำมาประดิษฐานไว้ที่เมืองหลวงทิมปู ประเทศภูฏาน ให้ประชาชนได้สักการะ โดยขณะนี้ทาง His Eminence Trizin Tsering Rimpoche ได้จัดเตรียมสร้างองค์พระพุทธรูปขนาดเล็กเพื่อนำไปประดิษ ฐานไว้ในองค์พระใหญ่จำนวนกว่า 100,000 องค์ โดยเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วโลกได้ร่วมทำบุญสร้างองค์ พระขนาดเล็กดังกล่าว
    ส่วนในประเทศไทยทางมูลนิธิดวงตะวันสันติภาพ และสโมสรซอนต้ากรุงเทพฯ 4 โดยนางพรสรรค์ กำลังเอก ประธานสโมสร ได้ร่วมมือในการเป็นศูนย์กลางให้กับคนไทยในการร่วมบริจาคทุนทรัพย์ในการ สร้างพระพุทธรูปองค์เล็ก ซึ่งองค์พระขนาด 8 นิ้ว ผู้บริจาคจะได้รับการจารึกชื่อลงในแผ่นทองแดงแล้วนำไปไว้รอบห้องปฏิบัติธรรม (Meditation Hall) ขนาดใหญ่บริเวณฐานองค์พระดอร์เดนมาโดยองค์พระขนาดนี้จะบรรจุไว้ภาย ในพุทธดอร์เดนมา
    [​IMG]

    ขณะที่องค์พระขนาด 12 นิ้ว ผู้บริจาคจะได้รับการจารึกชื่อไว้ที่ฐานองค์พระด้านหน้า ซึ่งจะประดิษฐานองค์พระนี้ไว้ในห้องปฏิบัติธรรมที่ฐานของพุทธดอร์เดนมา
    "การสร้างพระศากยมุนี ถือเป็นองค์พระที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า และเป็นศูนย์รวมจิตใจให้มนุษย์ทำความดี ซึ่งความปรารถนา เพื่อให้โลกมีความสงบและมีสันติสุข ซึ่งองค์พระพุทธดอร์เดนมา แห่งภูฏานนี้ ถือเป็นพุทธเจดีย์ (องค์พระที่มีลักษณะเป็นเจดีย์) ซึ่งขณะนี้ในโลกมีไม่มากนัก รวมถึงยังได้ประดิษฐานองค์พระขนาดเล็กไว้ภายในองค์พระด้วย" ประธานมูลนิธิดวงตะวันสันติภาพ กล่าว
    ทั้งนี้ องค์พระขนาด 8 นิ้ว องค์ละ 500 เหรียญสหรัฐ จารึกไว้ที่แผ่นทองแดงและติดไว้รอบๆ ห้องปฏิบัติธรรม และองค์พระขนาด 12 นิ้ว องค์ละ 1,000 เหรียญสหรัฐ จะได้รับการจารึกชื่อไว้ที่ฐานขององค์พระและประดิษฐานไว้ในห้องปฏิบัติธรรม

    ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ 0-2545-3457, 08-1838-8553


    ที่มา:ข่าวสด

    --------------------------
    อ้างอิงข้อมูล: [​IMG]
    http://www.phrathai.net/node/1179
     
  9. ธรรมวิวัฒน์

    ธรรมวิวัฒน์ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    23,125
    กระทู้เรื่องเด่น:
    72
    ค่าพลัง:
    +103,558
    เป็นเมืองที่เป็นธรรมชาติมากครับ ถ้ามีโอกาสก็จะไปเที่ยว ขอบคุณมากครับที่หาข้อมูลมาให้ดูครับ
     
  10. manny_tong

    manny_tong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    514
    ค่าพลัง:
    +542
    เต็มไปด้วยหุบเขา

    สวยงามมากมาย
     
  11. Nud

    Nud เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    1,020
    ค่าพลัง:
    +551
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวและสาระดีๆค่ะ ภูฐานเป็นประเทศหนึ่งที่มีธรรมชาติที่สวยงาม และมีอากาศที่บริสุทธิ นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ น่าไปเที่ยวจังเลยค่ะชาตินี้เราคงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวแน่นอนค่ะ ใครได้ไปเที่ยวเผื่อบ้างเด้อ;aa22
     

แชร์หน้านี้

Loading...