10 วัตถุลึกลับโบราณ ที่ท้าทายทฤษฎีวิวัฒนาการของมนุษย์

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย nondanun, 8 ตุลาคม 2010.

  1. nondanun

    nondanun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    5,980
    กระทู้เรื่องเด่น:
    13
    ค่าพลัง:
    +32,613
    [FONT=&quot]OOPARTS โอพาร์ทส หรือย่อมาจาก Out Of Place Artifacts นี้แปลตรงตัวแล้วหมายถึง"วัตถุเหนือยุค" หมายถึงวัตถุซึ่งไม่น่าจะมีปรากฏอยู่ในยุคนั้นๆซึ่งถูกสร้างขึ้น ที่มีชื่อเสียงได้แก่ เครื่องบินเจ็ตทองคำ(โคลัมเบีย) กะโหลกคริสตัล(แอสเทคและที่อื่นๆ) รูปวาดนักบิน(มายา) รูปเฮลิคอปเตอร์+รถถัง+เครื่องบินรบ(อียิปต์) ฯลฯ กล่าวกันว่าการค้นพบสิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานว่า ในสมัยโบราณ มนุษย์มีวัฒนธรรมซึ่งล้ำหน้ากว่าที่เราคาดคิดไว้มากนัก ถือเป็นการค้นพบที่พลิกประวัติศาสตร์โลกทีเดียว[/FONT]
    [FONT=&quot]ใน ช่วงหลายร้อยปีมานี้ มีการพบวัตถุลึกลับต่างๆ มากมายทั่วโลก(ไม่ยักมีไทย) ซึ่งวัตถุแต่ละอย่างไม่สอดคล้องกับทฤษฏีความเป็นไปของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารยธรรม, ความฉลาดของสมอง, ความคิดของมนุษย์ ฯลฯ และนี้คือ 10 วัตถุโบราณที่กำลังท้าทางคำตอบ ว่ามันคืออะไรกันแน่ และมันมีไว้เพื่ออะไร[/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ [/FONT][FONT=&quot]10 Klerksdorp sphere [/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]หรือ [/FONT][FONT=&quot]The Grooved Spheres เป็นโลหะลึกลับที่มีการค้นพบกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยคนงานเหมืองใน Ottosdal เมืองเล็กๆ ในประเทศแอฟริกาใต้ได้ขุดค้นพบวัตถุโลหะทรงกลมลึกลับจำนวนหนึ่ง ขึ้นมาในชั้นหินแร่ไพโรฟิลไลท์ โดยไม่ทราบที่มาและแหล่งกำเนิดได้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ มันเป็นวัตถุโลหะทรงกลมลึกลับนี้วัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางรอบวงได้ประมาณ 1 นิ้วกว่าๆ (0.5-10 ซม.) และมี 2 แบบ คือโลหะสีน้ำเงินอ่อน มีสีขาวเป็นจุดๆ อีกแบบเป็นทรงกลวง ข้างในบรรจุข้าวสาลี และจากการตรวจสอบหาอายุวัตถุลึกลับนี้จากชั้นของหินพบว่ามันมีอายุนานถึง 2,800 ล้านปี!!(ในวีพีมีเดียอังกฤษบอกว่า 3,000 ล้านปี) ซึ่งมันเป็นยุค[/FONT][FONT=&quot]พรีแคมเบรียน[/FONT][FONT=&quot]([/FONT][FONT=&quot]Precambrian)หรือบรมยุคกำเนิดโลก ดู จากยุคแล้วก็บอกได้แน่นอนว่าไม่มีวิทยาการที่สามารถใช้ไฟหลอมโลหะเป็นทรงกลม ได้แน่ๆ แถมเป็นยุคที่ไม่มีมนุษย์อีก ทำให้จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครทราบคำตอบว่าใครเป็นทำโลหะทรงกลมเหล่านั้น?? และทำเพื่ออะไร?? ทำให้ตั้งข้อสมมุติฐานว่าเกิดจากธรรมชาติเท่านั้น.....[/FONT]
    [FONT=&quot] [FONT=&quot]
    [/FONT]
    [FONT=&quot] อันดับ 7 [/FONT][FONT=&quot]The Dropa Stones[/FONT][/FONT]

    [FONT=&quot] [​IMG] [/FONT]
    [FONT=&quot]ในปี [/FONT][FONT=&quot]1938 นักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งนำโดยดร.ชีปูเตย[/FONT][FONT=&quot]([/FONT][FONT=&quot]Dr. Chi Pu[/FONT][FONT=&quot])[/FONT][FONT=&quot] ได้เข้าไปสำรวจเทือกเขาเป่ยอัน-คารา-ยูลา[/FONT][FONT=&quot]Baian-Kara-Ula[/FONT][FONT=&quot] ในเมืองจีน ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ในถ้ำแห่งหนึ่งเข้า สิ่งมหัศจรรย์นี้เป็นวัตถุอารยธรรมโบราณฝังรูปร่างเหมือนแผ่นศิลาทรงกลมหลาย ร้อยแผ่นฝังอยู่ฝุ่นตามพื้นถ้ำ ศิลาเหล่านี้วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ [/FONT][FONT=&quot]9 นิ้ว แต่ละแผ่นมี รอยสลักเป็นวงกลมที่ศูนย์กลาง แล้วแกะหมุนวนแบบลายก้นหอย ดูคล้ายแผ่นเสียง ทว่ามีอายุราว 10,000-12,000 ปี เมื่อเพ่งพินิจให้ดีก็จะพบว่า ที่จริงแล้ว เส้นสายเหล่านั้นเป็น อักษรภาพตัวเล็กจิ๋วที่บอกเล่าเรื่องราวที่เหลือเชื่อว่า ครั้งหนึ่งเคยมียานอวกาศบินมาตก ที่เทือกเขาแห่งนั้น ยานอวกาศที่ว่ามีนักบินเป็นเผ่าชนที่เรียกตัวเองว่า โดรปา ซึ่งมีการพบซากของมนุษย์ที่อาจเป็นลูกหลานของชนกลุ่มนี้ในถ้ำด้วย [/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ [/FONT][FONT=&quot]8 The Ica Stones[/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]ในช่วงทศวรรษ [/FONT][FONT=&quot]1930 บิดา ของดร.ฮาเวียร์ คาบรีบรา นักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม ผู้ศึกษาเรื่องราวของชนพื้นเมืองในเปรู ได้พบหินหลายร้อยก้อนตามหลุมศพของชาวอินคาโบราณ ดร.คาบรีบราได้สานต่องานของพ่อ ด้วยการสะสมก้อนหิน ซึ่งเป็นหินภูเขาไฟเหล่านี้ได้มากถึงกว่า 1,100 ก้อน ซึ่งประมาณว่ามีอายุราว 500-1,500 ปี และต่อมารู้จักกันในชื่อก้อนหินอิคา หินเหล่านี้มีรอยสลัก บางชิ้นเป็นเรื่องราวทางเการแพทย์ เช่นผ่าตัด ตัด หัวใจ และปลูกถ่ายสมอง แต่ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ ภาพสลักรูปไดโนเสาร์ ทั้งบรอนโตซอ รัส ไทรเซอราท็อป สเตโกซอรัส และเทอโรซอร์ รูปของคนขี่ไดโนเสาร์ รูปกล้องโทรทัศน์ แล้วก็แผนที่โลกที่มองลงมาจากทางอากาศ ปัจจุบัน ยังไม่มีนักโบราณคดีคนใดอธิบายเรื่องนี้ได้ แม้ นักวิชาการบอกว่า หินอิคาเป็นของที่กุขึ้นมาเอง แต่ก็ไม่เคยมีการ วิจัยเพื่อพิสูจน์ความจริงหรือหักล้างในเรื่องนี้ หินอิคาจึงเป็นก้อนหินที่น่าพิศวงต่อไป[/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ [/FONT][FONT=&quot]7 Giant Stone Balls of Costa Rica[/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]เมื่อทศวรรษ [/FONT][FONT=&quot]1930 ขณะ กำลังหักร้างถางพงในป่าทึบของ ประเทศคอสตาริกาเพื่อทำสวนกล้วย พวกคนงานได้เจอลูกหินขนาดต่างๆ หลายสิบลูก หลายลูกมีรูปร่างกลมดิก ขนาดก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่เท่า ลูกเทนนิสไปจนถึงลูกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 ฟุต หนักถึง 16 ตัน เห็นได้ชัดว่าลูกหินพวกนี้ไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ แต่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ปัญหาก็คือ[/FONT][FONT=&quot]ไม่ได้พบร่อยรอยมนุษย์ที่อยู่ใกล้เคียงแม้แต่น้อย แม้แต่เศษเครื่องปั้นดินเผาก็พบสักชิ้น มันไม่น่าจะเป็นฝีมือมนุษย์ เพราะว่าลูกบอลยักษ์กลมดิกมาก[/FONT][FONT=&quot]จากข้อสันนิษฐานพบว่าลูกบอลยักษ์เหล่านี้เกิดขึ้นก่อนมนุษย์จะเกิดเสียอีก คือเกิดในยุคแทร์เซียรีพีเรีนดซึ่งนานกว่า 40 ล้านปีมาแล้ว[/FONT][FONT=&quot] คนพวกไหนมาสร้างเอาไว้ ทำขึ้นมาด้วยจุดประ สงค์อันใด และที่สำคัญมีเครื่องไม้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีอะไรจึงทำลูกหิน ได้กลมเกลี้ยงถึงปานนี้[/FONT][FONT=&quot]?[/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ 6 Oera Linda Book[/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot][FONT=&quot][FONT=&quot][FONT=&quot](ปล. ขอบคุณคุณ [/FONT][FONT=&quot]Pongzynews ครับ)[/FONT]
    [FONT=&quot]"Oera Linda Book เป็น หนังสือของพวก รีสแลนด์(ฟรีสแลนด์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเน เธอร์แลนด์) เป็นหนังสือที่เขียนด้วยมือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เทพนิยาย และศาสนา ที่ปรากฏออกมาเมื่อศตวรรษที่ 19 หนังสือ นี้ประกอบด้วยเรื่องความหายนะ, ชาตินิยมที่ผู้หญิงเป็นผู้นำครอบครัว,เทพนิยาย พบว่ามีการภาษาที่ใช้เขียนเล่มเป็นภาษาของชนชาติยุโรปและของชนชาติอื่นๆ รวมอยู่ด้วย โดยเนื้อหาที่เขียนถูกรวบรวมและจัดเรียงโดย(เจ้า)แม่ผู้นำขนบธรรมเนียมท้องถิ่น ที่อุทิศตัวเป็นนักบวชหญิงของเฟรย่า ( Freya ) เทพีแห่งความรัก บุตรีแห่งมหาเทพ Wralda กับ Irtha มารดาแห่งปฐพี ด้วยเหตุนี้ภาษาที่ใช้จึงเป็นภาษากรีกโบราณและภาษาฟีนิเชี่ยน ฉบับปัจจุบันถูกพบว่าเขียนในปี 1260 ส่วนฉบับที่เก่าแก่กว่าถูกพบว่าเขียนในช่วงระหว่าง 2194 ปีก่อนคริสตศักราช ถึง ค.ศ.803 ซึ่ง สมัยนั้นไม่มีทางที่เขียนภาษาแบบนี้ได้แน่ๆ แต่กระนั้นก็มีการโต้แย้งว่ามันอาจเขียนขึ้นก่อนหน้านั้นแล้วทำให้ดูเหมือน โบราณเท่านั้น[/FONT]
    [FONT=&quot]
    อันดับ 5 [/FONT]
    [FONT=&quot]Impossible Fossils[/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]อย่าง ที่เราเคยเรียนกันสมัยมัธยม ซากฟอสซิลที่ปรากฏอยู่ตาม ก้อนหินนั้น ต้องใช้เวลาก่อตัวนานนับล้านปี แต่ก็มีฟอสซิลจำนวนหนึ่งซึ่งดูจะ ขัดกับหลักธรณีวิทยาหรือประวัติศาสตร์ ชนิดผิดฝาผิดตัวอย่างสุดๆ เช่น ฟอสซิลรูปมือประทับของมนุษย์ที่พบในชั้นหินปูน ซึ่งประมาณว่ามีอายุ [/FONT][FONT=&quot]110 ล้านปี เป็นต้น แล้วยังมีสิ่งที่เชื่อว่าเป็นฟอสซิลนิ้วมือของมนุษย์ ที่พบในเขต อาร์กติกของแคนาดาอีก ชิ้นนี้มีอายุราว 100-110 ล้านปี ไม่แต่เท่านั้น ยังมีการพบรอยเท้ามนุษย์ ซึ่งมองเหมือนสวม รองเท้าแตะ ที่เมืองเดลตา มลรัฐยูทาห์ ในชั้นหินดินดาน อายุราว 300-600 ล้านปีด้วย [/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ 4 [/FONT][FONT=&quot]Out-of-Place Metal Objects[/FONT]
    [FONT=&quot][​IMG] [/FONT]
    [FONT=&quot]เมื่อ [/FONT][FONT=&quot]65 ล้าน ปีก่อน ตามตำราบอกว่ามนุษย์ยังไม่เกิด และแน่นอนเรื่องช่างโลหะย่อมไม่มีแน่ แต่แล้วในฝรั่งเศสดันมีการค้นพบท่อโลหะ ทรงกึ่งรูปไข่ ที่ขุดพบในหินชอล์ก ยุคครีเตเชียส(Cretaceous) ซึ่งเป็นยุค[/FONT][FONT=&quot]สุดท้ายของยุคเมโสโซอิค หรือ "ยุคไดโนเสาร์" ก่อนทวีปต่างๆ ก็ได้แยกออกจากกันเช่นในปัจจุบัน[/FONT][FONT=&quot]ได้อย่างไรกัน[/FONT][FONT=&quot]? ...นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกรณีทำนองนี้มีมากมาย เช่น...เมื่อปี 1885 มีการพบท่อ โลหะในก้อนถ่านหิน ซึ่งเห็นได้ว่าทำขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ ...เมื่อปี 1912 คนงานของโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งก็เจอกาน้ำโลหะใน ถ่านหินก้อนใหญ่ จากยุคหิน(Mesozoic)[/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ 3 [/FONT][FONT=&quot]Ark Of The Covenant[/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]หรือหีบพันธะสัญญานั้นเองครับ ที่จริงยังไม่มีใครเจอมันหรอก แต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับมันนั้นช่างน่าพิศวงเหลือเกิน[/FONT]
    [FONT=&quot]ลักษณะของหีบพันธะสัญญาคร่าวๆ ตามตำนาน เล่าว่า เป็นหีบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำด้วยไม้ชิดติม[/FONT][FONT=&quot] (Shittim) ยาว 2.5 คิวบิท กว้าง และสูงเท่ากัน คือ 1.5 คิวบิท (เทียบหน่วยคิวบิทของอียิปต์ ซึ่ง 1 คิวบิทเท่ากับ 525 ซ.ม. หีบก็จะยาว 1.3 เมตร กว้างและสูง 76 ซ.ม. )บุด้านนอกและด้านในด้วยแผ่นทองคำ โดยรอบหีบด้านบนยกเป็นขอบสูงขึ้นเล็กน้อย ที่มุมสี่ด้านมีห่วงทองคำสำหรับสอดไม้คาน เพื่อแบกหามเวลาเดินทาง และไม้คานทำจากไม้ชนิดเดียวกันหุ้มด้วยแผ่นทอง(มีคำสั่งห้ามถอดไม้คานออก ด้วย) ส่วนฝาหีบ เรียกว่า Mercy Seat หรือ “การุณอาสน์” มีขนาดรับกับตัวหีบ และบุแผ่นทองเช่นเดียวกัน ด้านบนมีเทวดาสององค์สยายปีก หันหน้าเข้าหากัน ปีกทั้งสองโอบคล้ายซุ้มโค้งเหนือหีบ [/FONT]
    [FONT=&quot]มีเรื่องเล่ากันว่า หีบพันธะสัญญาเป็นหีบที่สร้างขึ้นตามพระบัญชาของพระเจ้า([/FONT][FONT=&quot]??) เพื่อเป็นที่บรรจุแผ่นหินจารึกบัญญัติ 10 ประการของพระองค์ ที่ประทานแก่ โมเสส ในระหว่างที่เขาพาพวกฮีบรูเร่ร่อนอยู่กลางทะเลทราย อันกันดาร โดย[/FONT][FONT=&quot]ชนชาวฮีบรูจะแบกหีบแห่งพันธสัญญาตลอดการเดินทาง[/FONT][FONT=&quot]ใน พระคัมภีร์ไบเบิลเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ของหีบ ที่มีพลังมากมายมหาศาลถึงขั้นสามารถทำลายล้างผู้บังอาจเข้าไปแตะต้อง และถูกพระเพลิงเผาวอดตาย[/FONT]
    [FONT=&quot]แน่ นอนหลายคนที่ได้รู้เรื่องราวหีบพันธะสัญญานี้ได้บอกว่ามันน่าเหลือเชื่อและ หากเป็นเรื่องจริงละก็มันน่าจะเป็นวิทยาการอะไรสักอย่างที่ไม่มีในยุคนั้น ดังนั้นจึงมีข้อสันนิฐานตามมาว่า หีบพันธะสัญญาน่าจะ ขวดแก้วไลเดน ([/FONT][FONT=&quot]Leyden Jar) ซึ่ง ปีเตอร์ แวน มุสเซนโบรค ได้คิดค้นขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1745 (เป็น อุปกรณ์เก็บสะสมประจุไฟฟ้า แบบง่าย) ซึ่งอุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวกับไฟฟ้าทั้งสิ้น สมัยก่อนนั้นมีการใช้ไฟฟ้าได้อย่างไรกัน?? และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครพบหีบพันธะสัญญาที่แท้จริง ทำให้ไม่สามารถรู้ว่าหีบพันธะสัญญาคืออุปกรณ์อะไรกันแน่[/FONT]

    [FONT=&quot]อันดับ 2. The Coso Artifact
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]ขณะออกไปหาเก็บก้อนแร่และหินสวยงามบนเทือกเขาโอ ลัน คา ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงฤดูหนาวของปี [/FONT][FONT=&quot]1961 วอลเลซ เลน([/FONT][FONT=&quot]Wallace Lane[/FONT][FONT=&quot])[/FONT][FONT=&quot], เวอร์จิเนีย แม็กซี([/FONT][FONT=&quot]Virginia Maxey[/FONT][FONT=&quot]) และไมค์ ไมค์เซล([/FONT][FONT=&quot]Mike Mikesell[/FONT][FONT=&quot]) ได้เจอหินที่เข้าใจว่าเป็นแก้วผลึก ก้อนหนึ่ง ทั้งสามชอบใจมาก เพราะคิดว่าถ้าเอากลับไปขายที่ร้านอัญมณี ของตัวเอง คงได้ราคาพอควร แต่เมื่อกะเทาะออกดู ไมค์เซลก็เจอวัตถุชิ้นหนึ่งอยู่ข้างใน มองเหมือนเครื่องเคลือบสีขาว ตรงกลางมีแท่งโลหะแวววาว ผู้เชี่ยวชาญประมาณว่า ต้องใช้เวลาร่วม [/FONT][FONT=&quot]500,000 ปี กว่าที่เจ้าก้อนผลึกนี้จะก่อตัวห่อหุ้มวัตถุนี้ไว้ภายในได้เช่นนี้ ทั้งๆ ที่วัตถุดังกล่าวมองเหมือนเป็นผลงานจากน้ำมือของมนุษย์ เมื่อตรวจสอบเจ้าแท่งโลหะดังกล่าวอย่างละเอียดด้วยการ เอกซเรย์ ก็พบว่ามันมีสปริงเล็กๆ ติดอยู่ที่ปลายข้างหนึ่ง บางคนที่ได้เห็น บอกว่ามันมองเหมือนหัวเทียนของเครื่องยนต์ แล้วหัวเทียนเข้าไปอยู่[/FONT]
    [FONT=&quot]ในก้อนหินอายุ [/FONT][FONT=&quot]5 แสนปีได้อย่างไร? [/FONT]
    [FONT=&quot]
    [/FONT]
    [FONT=&quot]อันดับ 1 [/FONT][FONT=&quot]Piri Reis[/FONT]
    [FONT=&quot] [​IMG][/FONT]
    [FONT=&quot]ในปี ค.ศ. [/FONT][FONT=&quot]1979 ในระหว่างที่มีการซ่อมแซมมหาราชวังคอนสแตนทิโนเปิล (Constantinople) ในอิสตันบูล ประเทศตรุกี ก็ได้มีการค้นพบภาพวาดแผนที่ที่ถูกวาดลงบนหนังกวาง ซึ่งถูกวาดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1513 แผนที่ดังกล่าวมีการลงชื่อแสดงความเป็นเจ้าของโดยของนายทหารเรือชาวเติร์กชื่อ Piri Haji Memmed ทำให้มีการเรียกแผนที่นี้ว่า Piri Reis คาดว่ามันถูกทำขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1513 [/FONT]
    [FONT=&quot]แผนที่ของ [/FONT][FONT=&quot]Piri Reis เป็นสิ่งที่ท้าทายนักประวัติศาสตร์อย่างมาก เนื่องด้วยแผนที่นี้[/FONT][FONT=&quot]มัน แสดงภูมิศาสตร์สมบูร์แบบเกินกว่าแผนที่ธรรมดาทั่วไป อีกทั้งยังมีเส้นรุ้งเส้นแวงที่ชัดเจน ซึ่งเป็นไปตามหลักวิชาการแผนที่สมัยใหม่ทุกประการ มันแสดงถึงพิ้นที่ของทวีปอาฟริกาใต้อย่างละเอียดละออเป็นพิเศษ รวมไปถึงทวีปอื่นๆอย่างคร่าวๆ ซึ่งนับว่าเหลือเชื่อที่สุด เพราะถูกทำขึ้นหลังจากโคลัมบัสคนเก่ง ค้นพบโลกใหม่ เพียง [/FONT][FONT=&quot]21 ปี เท่านั้น เวลาสั้นๆแค่นี้ไม่น่า จะมีใครสำรวจจนทำแผนที่ที่แทบจะครอบคลุมโลกแบบนี้ออกมาได้ ยิ่งน่าทึ่งกว่านี้อีกคือมันมีทวีปแอนตาร์กติก้าด้วย ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีการค้นพบทวีปดังกล่าวนี้เลย ( แอนตาร์กติก้าค้นพบราวๆ ปี 1800)[/FONT][FONT=&quot] เขาสามารถแสดงชายฝั่งของทวีปที่อยู่ภายใต้น้ำแข็งหนาเป็นกิโลได้อย่างไร[/FONT][FONT=&quot]หากไม่ใช้กรรมวิธีสมัยใหม่ทางภูมิศาสตร์ที่เรียกกันว่าการสำรวจจากทางอากาศ [/FONT]
    [FONT=&quot]จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครอธิบายได้ว่าคนวาดแผน [/FONT][FONT=&quot]Piri Reis นี้มีวิธีการวาดอย่างไรถึงทำให้มีความสอดคล้องกับข้อมูลทางธรณีในยุคปัจจุบัน ทั้งๆที่มันถูกวาดขึ้นในปี 1513


    ที่มา[/FONT]
    [/FONT][/FONT]
    [/FONT]
    [/FONT]
    http://writer.dek-d.com/cammy/writer/viewlongc.php?id=486572&chapter=172
     
  2. Aqua-ma-rine

    Aqua-ma-rine เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 เมษายน 2008
    โพสต์:
    820
    ค่าพลัง:
    +1,242
    อารมณ์เหมือนย้อนเวลาหามิติทับซ้อน
     
  3. free_hippy

    free_hippy Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    40
    ค่าพลัง:
    +52
    อารมณ์ประมาณนั้นเลย(เหมือนข้างบน)
     
  4. free_hippy

    free_hippy Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    40
    ค่าพลัง:
    +52
    อารมณ์ประมาณนั้นเลย(เหมือนข้างบน)
     
  5. ucon888

    ucon888 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กันยายน 2009
    โพสต์:
    299
    ค่าพลัง:
    +992
    โลกเราเจริญแล้วเสื่อม แล้วกลับเจริญขึ้นอีก มานมนานแล้ว
    ไม่อย่างนั้น คงไม่มีคำว่า อสงไขย กัปป์ กัลป์ขึ้นมาหรอกครับ
    วัตถุต่างๆ ในยุคสมัยก่อน ก็ถูกกาลเวลาอันนานแสนนาน สลายไป
    มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ฝังอยู่ในหิน ในดินให้เราเห็นกัน ซึ่งก็แค่ 1-2 พันล้านปีหลังนี่เอง
    ฉะนั้น ที่บอกว่าโลกเราเพิ่งมีอายุ 4500 ล้านปีนั้น จิ๊บ ๆครับ
    ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้ทำนายว่า สุเมธดาบส(พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือพระโคตม) จะได้คำทำนายเป็นพระพุทธเจ้า ก็เมื่อแผ่นดินสูงขึ้นได้โยชน์หนึ่ง (16 กม.)
    คิดดูก็แล้วกันครับ ว่าจะกินเวลานานขนาดไหน
    โลกเรานี้ มีสิ่งให้เราค้นหาอีกมากครับ และในบางยุคก็มีความเจริญทางศิลปวิทยาการ ยิ่งกว่าในยุคเรา อย่างเทียบกันไม่ได้ครับ
     
  6. ตันติปาละ

    ตันติปาละ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    4,421
    ค่าพลัง:
    +4,649
    ถ้าเราเชื่อพระพุทธเจ้า ก็ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว โลกของเราทุกวันนี้เชื่อแต่
    นักวิชาการ ทั้งที่นักวิชาการเป็นแค่ความคิดส่วนตัวของเขา อย่างปัญหาเรื่อง
    ของภาคใต้ นักวิชาการก็มาวิจารการทำงาน แล้งบอกว่าให้ทำอย่างโน่นอย่างนี้
    แต่พอเขาให้ลงมาทำเองกลับไม่กล้า การค้นพบข้อมูลมากมายหลายอย่าง
    นักวิชาการยังไม่ยอมรับ กลัวว่าที่ผ่านมาตัวเองผิดมากกว่า เลยไม่กล้าที่จะยอม
    รับความจริง ขอขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ที่นำข้อมูลดีๆมาฝาก อนุโมทนาครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ตุลาคม 2010
  7. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,364
    ค่าพลัง:
    +52,214
    เป็นสิ่งน่าสนใจ แต่ก็ไม่แปลกอะไร
    เพราะโลกมีอายุเป็นแสนล้านปี
    หินที่คิดว่าเก่าแล้ว ก็พึ่งถูกหลอมอีกครั้ง

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "
     
  8. ChainQLel2

    ChainQLel2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    356
    ค่าพลัง:
    +618
    [​IMG]

    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ตุลาคม 2010
  9. rwoot

    rwoot เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2008
    โพสต์:
    336
    ค่าพลัง:
    +191
    จริงๆแล้วยุคเราโบราณต่างหากนะครับ...

    ยุคก่อนๆเรายิ่งนานมากเข้า...จริงๆแล้วมันไฮเทคโนโลยีล้ำกว่ายุคเราเยอะแยะ...ยุคปัจจุบันของเรายังหาปัญญาทำปิรามิดแบบปีซ่าไม่ได้เลยนะครับ...
     
  10. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    น่าจะมีในเมืองไทยบ้างจังเลย
     

แชร์หน้านี้

Loading...