1999 โลกพินาศ ๒๕๔๒ แผนอยู่รอด

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย paang, 16 ธันวาคม 2006.

  1. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    [​IMG]



    1999 โลกพินาศ ๒๕๔๒ แผนอยู่รอด

    • รศ.ดร. พิชัย โตวิวิชญ์ รวบรวม
      กลุ่มประชาชนผู้สนับสนุน
      โครงการสวดมนต์เพื่อความมั่นคงของชาติ
      เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
      เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา
      ๖ รอบ "๗๒ พระพรรษามหาราช"
    จัดพิมพ์เผยแพร่
    (ห้ามจำหน่าย)


    ผู้รวบรวม: รองศาสตราจารย์ ดร. พิชัย โตวิวิชญ์

    วัตถุประสงค์: เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนชาวไทยตื่นตัวโดยประพฤติและปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม

    และช่วยกันพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของโลก เพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษย์โลกและเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช เนื่องในมหามงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ "๗๒ พระพรรษามหาราช"


    ทัศนะพระราชวราจารย์ (วิญญ์ วิชาโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร


    อาตมาภาพขอโมทนาแก่ รองศาตราจารย์ ดร. พิชัย โตวิวิชญ์ และผู้สนับสนุนโครงการสวดมนต์เพื่อความมั่นคง ฯ ที่ร่วมกันทำหนังสือที่น่าศึกษาพิจรณาเกี่ยวกับพระพุทธพจน์ทำนาย และคำพยากรณ์ต่าง ๆ

    ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือความสามัคคีร่มเย็นเป็นสุขของประชาชน ด้วยการให้แนวทางอยู่รอดไว้ในหนังสือเล่มนี้

    เจริญพร
    พระราชวราจารย์ (วิญญ์ วิชาโน)
    วัดบวรนิเวศวิหาร
    ๓ สิงหาคม ๒๕๔๐
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 ธันวาคม 2006
  2. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    [​IMG]



    ทัศนะ ม.ล. จิรายุ นพวงศ์ องคมนตรี


    [​IMG]


    ภัยพิบัติต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอตามกฎ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับ ไปเป็นธรรมดาของโลก

    ความไม่ประมาทในธรรมะ หมั่นปฏิบัติตนให้อยู่ศีลธรรม บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
    จึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรปฏิบัติ

    เราควรจะบำเพ็ญกุศลด้วยการทำดีมีศีลธรรมเป็นการปฏิบัติบูชาเพื่อน้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    ข้าพเจ้าขออนุโมทนาแก่ผู้ร่วมจัดทำและจัดพิมพ์ "1999 โลกพินาศ ๒๕๔๒ แผนอยู่รอด" ที่มีกุศลเจตนาเตือนสติให้มนุษย์ไม่ตกอยู่ในความประมาท และเพื่อแสดงความจงรักภักดีแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยทั่วกัน


    ม.ล. จิรายุ นพวงศ์
     
  3. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    [​IMG]

    ทัศนะ ดร. สุธี อากาศฤกษ์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี


    [​IMG]


    มหันตภัย หรือ อุบัติต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจริง หรือไม่ เมื่อไหร่ ก็ตาม เป็นเรื่องที่เป็นไปตามภาวะของกฎอนิจจัง

    หากว่าเรามีการประพฤติตนอยู่ในหลักแห่งการเป็นผู้มีศีล คือมีความสะอาดทั้งกาย วาจา และใจ แล้วมีสมาธิ คือมีความสงบ ย่อมจะมีปัญญา คือ แสงสว่างเกิดขึ้น ซึ่งย่อมเป็นหนทางอยู่รอดพ้น จากอันตรายได้ ตามหลักของสัจธรรม


    สุธี อากาศฤกษ์
     
  4. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    คำนำ

    [​IMG]
    • ข้าพเจ้าทำจุลสารนี้ออกมาเผยแพร่ เพื่อเพื่อนมนุษย์จะได้ไม่อยู่อย่างประมาท โดยได้ใช้หนังสือหลายเล่มเป็นข้อมูล หาใช่ใช้จินตนาการของตนเองไม่

      ความมุ่งหมายของจุลสารฉบับนี้ ส่วนหนึ่งต้องการปลุกระดมเพื่อนมนุษย์ให้ตื่นมาทำความดีกัน เช่นสวดมนต์ ทำสมาธิ ประพฤติดีใน ศีล 5 เป็นต้น

      โดยเฉพาะเป็นการสนองพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้พวกเรารักษาป่าและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมพระราชดำรัสจอง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเน้นให้ชาวไทยอนุรักษ์ป่าเป็นต้น

      นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังต้องการให้พวกเรา ได้รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ถ้าหากเกิดขึ้นจริง เราก็ได้เตรียมตัวและแก้ไข จะได้อยู่รอดปลอดภัย

      ฉะนั้นขอให้ท่านที่มีโอกาสอ่านจุลสารนั้นแล้วกรุณา ส่งต่อ ๆ ไปให้ผู้อื่นได้อ่านด้วย ก็จะช่วยเผยแพร่ความรู้เหล่านี้ให้เกิด ประโยชน์ได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
      ส่วนท่านที่อ่านแล้วไม่เชื่อ ก็ขอให้รอคอยกาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

      ข้าพเจ้ามิได้หวังว่าท่านต้องเชื่อ เพราะมนุษย์เรามีสิทธิเสรีภาพในความคิด ความเชื่อ ถ้ามนุษย์เราคิดอะไร เชื่ออะไร บังคับกันได้ โลกคงไม่วุ่นวายเช่นทุกวันนี้
      ท่านจะเชื่อหรือไม่เป็นสิทธิเสรีภาพของท่าน บังคับกันไม่ได้

      ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านผู้อ่านที่ไม่ประมาท หมั่นประพฤติปฏิบัติในการสร้างคุณงามความดี มีศีลธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การมีสมาธิและสติปัญญา อันจะเป็นหนทางสู่ความเจริญ รุ่งเรืองแคล้วคลาด และปลอดภัยจากอุปัทวันตรายทั้งหลายทั้งปวงตามสัจธรรมที่ว่า "ศีล สมาธิ ปัญญา"

      อนึ่ง ขอวิงวอนให้ประชาชนชาวไทยทุกท่านพยายามช่วยกันอนุรักษ์ป่ารักษาสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อน้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ "๗๒ พระพรรษามหาราช" ซึ่งจะเป็นหนทางอยู่รอดของมวลมนุษย์ชาติได้ไม่มาก็น้อย

      อย่างน้อยที่สุดก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติโดยตรงเป็นการส่วนตัวและครอบครัว และยังจะเกิดผลดีต่อสังคม ประเทศชาติ และมนุษยโลก ไม่ว่าโลกนี้จะพินาศตามทำนายหรือไม่ก็ตาม
      ด้วยความปรารถนาดีต่อมนุษยชาติ

      รองศาสตรจารย์ ดร. พิชัย โตวิชิชญ์
      ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      เขตปทุมวัน กรุงเทพ ฯ ๑๐๓๓๐
     
  5. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    เหตุจูงใจ

    [​IMG]
    • มูลเหตุจูงใจที่ทำให้ข้าพเจ้าทำจุลสารฉบับนี้ออกสู่ สายตาประชาชน เพราะมีนักพยากรณ์ นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และผู้มีฌานญาณทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้อ้างคำพยากรณ์ของนอสตราดามุส นักพยากรณ์บรรลือโลกที่เคยพยากรณ์เอาไว้ว่า ปี ค.ศ. ๑๙๙๙ เป็นปีแห่งโลกาพินาศ เป็นปีที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๓ ปีแห่งความหายนะ โดยยืนยันว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่พึงปรารถนาที่จะให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น

      บังเอิญ ปี ค.ศ. ๑๙๙๙ ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นปี่ที่รัฐบาลไทยจะจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒" ซึ่งข้าพเจ้าในฐานะประธาน ชมรมสวดพระคาถาชินปัญชร ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม ตามโครงการสวดมนต์เพื่อความมั่งคงของชาติ เนื่องในวโรกาส "๗๒ พระพรรษามหาราช" มาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๐ อยู่แล้ว ในปี ค.ศ ๑๙๙๙ หรือ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นปีมหามงคลของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

      ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงมี "สิ่งดลใจ" ให้รีบจัดทำจุลสารนี้ออกมาเผยแพร่แก่ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อปลุกเร้าให้ทุก ๆ ท่านไม่ตกอยู่ในความประมาท

      เฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่มีสายตาไกลโปรดให้ความร่วมมือกับโครงการสวดมนต์เพื่อความมั่นคงของชาติ และปฏิบัติตามแผนอยู่รอดที่ได้แนะนำอยู่ในจุลสารนี้

      โดยร่วมกันสวดมนต์อธิษฐานขออัญเชิญพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดเสริมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ให้ทรงปราศจากพระโรคาพาธ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อให้พระองค์ท่านทรงมีพระชนม์มายุ ยั่งยืนยาว เพื่อทรงเป็นหลักชัยของพสกนิกรชาวไทยต่อไปให้ยาวนานที่สุดท่าที่จะนานได้
      ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


      <HR>
    • ท่านสาธุชนผู้สนใจจะให้การสนับสนุน การจัดพิมพ์จุลสารนี้เพื่อเผยแพร่ให้มากยิ่งขึ้น โดยไม่มีการจำหน่าย โปรดติดต่อ
      รศ.ดร. พิชัย โตวิวิชญ์ ตามที่อยู่ท้ายคำนำในหน้า ๓
     
  6. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    พระพุทธพจน์ทำนาย*

    [​IMG]
    • คณะธรรมทูตผู้ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระศรีมหาโพธิ์ที่ประเทศอินเดียเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้คัดลอกพระพุทธพจน์ทำนายจากศิลาจารึกเขตมหาวิหารในสวนมฤคทายวัน แปลได้ดังนี้

      "สาธุ อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระเมตตากรุณาแก่สัตว์โลก ซึ่งเกิดมาล้วนแต่ลำบากยิ่งนัก ในคราวที่พระองค์ไกล้ถึงพระชนมายุย่างเข้าพระปรินิพานตามกาลเวลา จึงตรัสแก่พระอานนท์ผู้ศิษย์อันสนิทพากเพียรพยาบาลว่า

      ดูกรอานนท์ สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดมาล้วนแต่ลำบากทุกชาติ ทุกศาสนา ตามธรรมชาติที่หมุนเวียนของโลก โลกหมุนไปไกล้ความแตกทำลายจนถึงสมัยที่อาตมานิพพานไปแล้วได้ ๕๐๐๐ ปี

      เมื่อโลกไปไกล้กึ่งจำนวนที่อาตมาทำนายไว้ (๒๕๐๐ ปี) มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทิศเสียครึ่งหนึ่ง

      ในระยะ ๓๐ ปี สิ่งที่ศาสนิกชนไม่เคยพบเห็น ยักษ์หิน ถูกสาปให้หลับก็กลับคื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งหนัก เมื่อไกล้กึ่งศาสนาของอาตมา ก็ทวีภัยใหญ่ขึ้นทุกทิพาราตรี และมนุษย์นอกศาสนาก็จะมารบราฆ่าฟัน กันถึงเลือดนองแผ่นดินและแผ่นน้ำ แม้ในอากาศก็มี อำนาจภัยจากฟ้าทุกทิศานุทิศ ไฟจะลุกลามเผาผลาญมนุษย์ไม่ขาดระยะต่างฝ่ายต่างทำลายกันย่อยยับเหมือนยักษ์กระหายเลือด

      แผ่นดินแผ่นน้ำจะเดือดเป็นไฟ และตายกันไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรา ต่างฝ่ายต่างหมดกำลังด้วยกันตามวิสัยของยักษ์ร้ายนอกศาสนา ซึ่งกำเนิดมจากสัตว์ป่าอำมหิต

      ส่วนศาสนิกชนผู้ขวนขวายในทางบุญตามเดิมวัจนะของอาตมา ก็จะสามารถระงับร้อนไม่รุนแรง

      บ้านใดที่เคารพสักการะพระศรีมหาโพธิ์และกาสาวพัสตร์จะได้รับวิบัติเบาบางลง แต่จะหนีธรรมชาติไม่พ้น

      เริ่มแต่ศาสนาอาตมาล่วงมาได้ ๒๔๘๕ ปี เป็นต้นไปไฟจะลุกมาทางทิศตะวันออกไหม้วัดวาอาราม สมณชีพราหมณ์จะอดอยากยากเข็ญ คนบ้านจะเข้าป่า สัตว์ป่าจะเข้ากรุง เมืองหลวงจะร้อนเป็นไฟ ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทรจะชอกช้ำสงครามจะทั่วทิศ ศึกจะติดเมือง ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวจะขาดแคลน ทั่วแคว้นจะอดอยาก พลูหมากจะหมดเปลือง ปราชญ์เปรื่องจะสิ้นสูญ ราชตระกูลอำมาตย์ ราษฎรทุกคนจะพากันถืออำนาจไม่เป็นธรรม ไม่เคารพหลักธรรม โดยปรวนแปรนิยมเชื่อถือถ้วยคำของคนโกง คนกล่าวคำเท็จ คนประจบสอพลอย่อมได้รับการเชื่อถือในท่ามกลางสังคมสันนิบาต ผู้ดีมีศีลธรรมประพฤติชอบไม่มีเสียง (อธรรมพูดจ้อ แต่ธรรมเป็นใบ้) จะเกิดการจลาจลวุ่นวาย ลูกจะพลัดแม่ แม่จะพลัดจากลูก โคกจะเป็นน้ำ ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมืองทรงเมืองจะเข้าไพร เทวดาจะเรียกแมลงบี้เหล็กโกฏิหนึ่งผีเสื้อแสนหนึ่งมาปล่อยแสนหนึ่งมาปล่อยไข้เป็นไฟผลาญ

      เมื่อศาสนาของอาตมาล่วงมาได้ ๒๕๐๗ (ปีมะโรง) คนเปลี่ยนสภาพเดินเป็นคลาน ล่วงได้ ๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง) ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล ล่วงได้ ๒๕๑๒ (ปีระกา) เมืองมนุษย์จะมืด ๗ วัน ๗ คืน โลกดิ่งสู่ความหายนะ

      บุคคลเจริญด้วยเมตตา กรุณา ไม่เบียดเบียนข่มเหงอิจฉาพยาบาทและไม่ประทุษร้ายซึ่งกันและกัน ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม และยึดถือคาถาของอาตมาจะพ้นภัยพิบัติ ให้เจริญภาวนาดังนี้

      "หิตะชิราทัน มันกะโลอังคะ ศิลากะละสา สาสะสะติ โหตะถิ โหคะหะคะเน" ให้ท่องบ่นภาวนาเป็นนิจ ให้จดอักษรใส่กระดาษหรือผ้าขาวปิดไว้หน้าบ้าน หัวนอน หรือพันศรีษะไว้ สารพัดภัยพินาศ สันติประสิทธิ์
      ดูกรอานนท์ อาตมาสงสารสัตว์โลกเป็นล้นพ้นที่มีอายุขัยอยู่ได้ไกล้ยุคกึ่งยุคลลาย

      เมื่อศาสนาของอาตมาล่วงมาได้ ๒๕๑๒ (ปีจอ) พระจันทร์จะเริ่มเปล่งแสงฉายโลก ครั้นล่วงได้ ๒๕๑๕ (ปีชวด) นับพ้นระยะปี ๓๐ ปี พวกอธรรม คือพวกที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในสัตย์ ไร้ซึ่งศีลธรรมนั้นจะหมดสิ้นไปเพราะพวกมิจฉาทิฐิจะดับสูญไปจากโลก อธรรมแพ้ในที่สุด ครุฑจะบินกลับถิ่นสถาพร คนที่จรจะกลับเข้ากรุงบำรุงธรรม ธรรมจะชนะ พระจะอยู่บ้านเมืองต่อไป การงานของมนุษย์จะสำเร็จด้วยอริยศาสตร์ซึ่งไม่ต้องเบียดเบียนแรงผู้ใด ทุกคนจะสมบูรณ์ด้วยศีลธรรมและชีวิตผาสุก มหากษัตริย์ธรรมิกราชผู้เป็นพระโพธิสัตว์ องค์หนึ่งจะเกิดภายในความอุปภัมถ์ของพระมหาเถระโพธิสัตว์ทั้งสององค์นั้น

      จะจัดการบำรุงศาสนาของอาตมา ในระยะนี้เป็น "ยุคศิวิไล" พระมหาเถระโพธิสัตว์ จะเกิดในสมัยของอาตมาล่วงมาแล้ว ๒๔๕๔ ปี

      เมื่อล่วงได้ ๒๔๖๗ ถึง ๒๔๘๖ พระมหากษัตริย์ธรรมิกราชจะมาเกิด ทั้งสองพระองค์นั้นสถิตอยู่ ณ เบื้องทิศตะวันออกของมัชฌิมประเทศ ระหว่างปีจอปีกุน เมื่อศักราช ๒๕๑๓ กับ ๒๕๑๔ ผู้มีบุญทั้งสองพระองค์นั้นจะเสด็จเข้าบำรุงศาสนาให้เที่ยงแท้สมณชีพราหมณ์จะเสด็จมา ๘๔,๐๐๐ รูป

      ดูกรอานนท์ อาตมาสงสารสัตว์ เวลานั้นพลโลกยังเหลือน้อยเต็มที
      คำทำนายของอาตมานี้ยังให้สัตว์ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
      ผู้ใดรู้แล้วเชื่อ หรือไม่เชื่อ ไม่บอกเล่าให้ผู้ใดรู้กันต่อ ๆ ไป นับว่าเป็นกรรมแห่งสัตว์ต่างสิ้นสุดกันตามกาลเวลา

      ผู้ใดปรารถนาจะได้เห็นหรือทันมีบุญ ให้รักษาศีลห้าประการหนึ่ง ยำเกรงบิดามารดา รู้จักบุญคุณท่านผู้มีคุณหนึ่ง ให้เจริญภาวนาในพรหมไตรสภาพหนึ่ง คาถาว่าดังนี้

      พุทธิทุกขัง อนิจจัง อนัตตา นโมสัพพราชา ขัตติโย อิติ ปารมิตา ตึสา อิติ สัพพัญญุมาคตา อิติ โพธิ มนุปปัตโต อิติปิโส จ เต นโม"

      รู้แล้วอย่าประมาท ให้ท่องบ่นภาวนารักษาศีล

      <HR>
      *หมายเหตุ คัดจากหนังสือ "พระพุทธพจน์ ทำนาย วิบากกรรมของประเทศ และชี้จุดบอดจุดแก้ของสังคม" : สุริยัน โรหติเสถียร รวบรวม หน้า ๖-๑๐ โครงการธรรมไมตรี จัดพิมพ์ : พิมพ์ที่ พี อาร์ ออฟเซ็ท ปี ๒๕๓๘
     
  7. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    1999 โลกพินาศ ๒๕๔๒ แผนอยู่รอด

    [​IMG]
    • ปี ค.ศ. ๑๙๙๙ เป็นปีโลกาพินาศ ตามคำทำนายของนอสตราดามุสและนอสตราดาโต

      ภัยธรรมชาติจะเกิดในปี พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๒ นอสตราดามุส พยากรณ์ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๓ ในปี ค.ศ. ๑๙๙๙ และภัยธรรมชาติ น้ำจะท่วมโลก เหตุการณ์จะรุนแรงตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๔

      สำหรับวันเกิดเหตุจะมีดวงดาวเรียงกลับกันอยู่ ๑๐ ดวง ขาวสว่าง ๗ ดวง ดำสนิท ๓ ดวง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มหมอกสีดำเป็นกลุ่มก้อนพลังงาน ๒ กลุ่ม ต่อท้ายดวงดาวดำทั้ง ๓ ดวงนี้ด้วย

      ดาวทั้ง ๑๐ ดวง และกลุ่มพลังงานอีก ๒ กลุ่ม เรียงตัวกันในแนว ๑๘๐ องศา คือเป็นแนวเส้นตรง

      เหตุการณ์สำคัญจะเริ่มเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป

      การที่ดาวทั้งสิบดวงเรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงนี้ ทำให้เกิดแนวพลังงานสนามแม่เหล็กขึ้นอย่างรุนแรง พลังงานของดาวแต่ละดวงจะถูกตีกลับไปกลับมาจนคนบนโลกมนุษย์สัมผัสได้ คนจะมีอาการขนหัวลุกโดยไม่มีสาเหตุ สสารและวัตถุที่มีอำนาจแม่เหล็กจะเคลื่อนย้ายผ่านประตูมิติได้
      หมายเหตุ อธิบายเพิ่มเติมว่า ประตูมิตินี้คงจะหมายถึงระดับของคลื่นพลังงานที่เป็นตัวสร้างมิติต่าง ๆ เช่น มิติของมนุษยโลกที่มีอยู่ในระบบสุริยจักรวาลนี้หรือมิติของโลกวิญญาณที่มีเช่น ยักษ์ มาร อสูร เทวดา พรหม เป็นต้น มิติโลกวิญญาณที่คล้ายกับโลกมนุษย์มีเป็นพัน ๆ มิติ การที่คลื่นสนามแม่เหล็กมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากแรงดึงดูดคงจะมีผลกระทบต่อคลื่นพลังงานเป็น

      ตัวสร้างมิติหรือในทางกลับกันที่เราเห็นได้ เช่น การทดลองปิรามิด หรือ ใช้วิทยุสื่อสารและสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่มักมีปัญหาเป็นต้น

      ในวันเกิดเหตุจะเกิดสุริยุปราคาขึ้นก่อน เมื่อดวงจันทร์โคจรเข้ามาแนวเส้นตรงเดียวกับโลกมนุษย์ และดวงอาทิตย์ในเวลาเดียวกันก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของภัยธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง แผ่นดินจะไหวทั่วโลก นานถึง ๘-๙ ชั่วโมง ถ้ารุนแรงมากอาจถึง ๘-๙ วัน
     
  8. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น มีอยู่ ๔ ระดับ

    [​IMG]

    ๑. ทำลายทั่วจักรวาล คือไม่มีอะไรเหลืออยู่ในจักรวาลเลยแม้แต่ดวงอาทิตย์ก็แตกสลายไปด้วย

    ๒. ดาวพระเคราะห์บางดวงในระบบสุริยจักรวาลแตกสลายไป ซึ่งจะทำให้ระบบสุริยจักรวาลเสียสมดุล วงโคจรของดวงดาวอาจจะเปลี่ยนไป

    ๓. ไม่มีดาวพระเคราะห์ดวงใดแตกสลายไป แต่ว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงและเสียหายมากบนพื้นผิวหรือเปลือกของดาวพระเคราะห์แต่ละดวง เช่น เกิดแผ่นดินแยกและภูเขาไฟระเบิดทั่วไปหมดทั้งดวงดาว เท่าที่ทราบขณะนั้นประเมินว่าจะเกิดในระดับที่ ๓

    ๔. เกิดความเสียหายขึ้นกับพื้นผิวหรือเปลือก ของดาวพระเคราะห์แต่ละดวง แต่ว่าระดับความรุนแรงน้อยกว่าข้อที่ ๓ คือ เกิดความเสียหายเป็นบางจุดบางพื้นที่ ในกรณีที่เกิดความเสียหายบนพื้นโลก เช่น เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นบางประเทศ เกิดภูเขาไฟระเบิดเป็นบางจุด ฯลฯ
     
  9. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับโลกมนุษย์ สามารถแยกออกเป็นภัยที่เกิดขึ้นในรูปของธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

    [​IMG]


    ๑. ดิน ภัยที่เกิดขึ้นในรูปของดิน คือ แผ่นดินไหว แผ่นดินแยกถล่มทลาย ฯลฯ

    ๒. น้ำ ภัยที่เกิดขึ้นจากน้ำ ได้แก่ ภาวะฝนแล้งติดต่อกันยาวนานในบางประเทศ และเกิด ภาวะน้ำท่วมในบางประเทศ ในระหว่างที่เกิดการซ้อนกันของดวงดาวต่าง ๆ ทำมุม ๑๘๐ องศาอีก น้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย น้ำทะเลจะหนุนเนื่องท่วมสูงมาก จนเกิดคลื่นขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ ๑,๐๐๐ ถึง ๒,๐๐๐ ฟุต เนื่องจากคลื่นใต้น้ำซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล

    ๓. ลม ภัยที่เกิดขึ้นในรูปของลม ก็มีลมพายุชนิดต่าง ๆ เช่น ทอร์นาโด ลมไต้ฝุ่น เกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและแผ่นดินแยกนี้ จะมีอากาศบางชนิดเป็นพิษอย่างร้ายแรงขึ้นจากใต้พิภพ ทำให้มนุษย์ที่สูดอากาศเหล่านี้เข้าไปต้องตายหมด

    ๔. ไฟ ภัยที่เกิดขึ้นจากไฟ ได้แก่ ภูเขาไฟระเบิดมีไฟพลุ่งขึ้นจากใต้พิภพตามรอยแผ่นดินแยกหรือมีคลัง เชื้อเพลิง บ่อน้ำร้อน ท่อแก๊สระเบิด และลุกเป็นไฟ

    ก่อนเกิดเหตุ ท้องฟ้าจะมีเมฆดำขนาดใหญ่แผ่ปกคลุมไปทั่ว มีฝนตกตลอดเวลา ผสมพายุและฟ้าผ่าในพื้นที่นั้น ๆ ตลอดเวลาและต่อเนื่องเป็นเวลาหลาย ๆ วัน
     
  10. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

    [​IMG]

    ภาคใต้ จะพบกับพายุน้ำท่วม แผ่นดินไหว และ คลื่นขนาดยักษ์พัดเข้ามา ทุกสิ่งทุกอย่างจะสูญสิ้นไปหมดแผ่นดินจะหายไปหมด คนที่อาศัยอยู่จะเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เหลือแต่เกาะไม่กี่เกาะ น้ำอาจท่วมถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของภาคใต้

    ภาคกลาง จะพบพายุฝนตกอย่างหนัก แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงแผ่นดินจะจมลง เนื่องจากแผ่นดินไหวและทรุดตัวลงกลายเป็นทะเล (ทางไปภาคใต้น้ำจะท่วมถึงจังหวัดนครปฐม ทางเหนือจะถึงนครสวรรค์)

    ภาคตะวันอกเฉียงเหนือ จะพบภัยพิบัติน้อยกว่าภาคอื่น ๆ เพราะว่าภาคนี้ประสบเคราะห์กรรมอยู่เสมอ เป็นการใช้หนี้กรรมอยู่เป็นประจำแล้ว โดยภาคนี้จะพบลมพายุและแผ่นดินไหวบ้างเล็กน้อย

    จังหวัดที่ปลอดภัย ก็มี อุดรธานี อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ชัยภูมิ เป็นต้น แต่ปัญหาสำหรับภาคนี้ก็คือ ผู้คนที่รอดตายจะต้องพบกับโรคระบาดและอดอยาก เพราะพืชพันธุ์ธัญญาหารจะถูกภัยธรรมชาติทำลาย

    ภาคเหนือ จะพบกับภัยธรรมชาติ คือแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก มีไฟพลุ่งขึ้นมาจากใต้พิภพ มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก เช่นเดียวกับภาคใต้และภาคกลาง
    จังหวัดที่ปลอดภัยได้แก่ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และพิษณุโลกบางส่วน

    ภาคตะวันออก พื้นที่ริมทะเลจะถูกน้ำท่วมหมด

    สรุปว่า หลังจากเกิดภัยพิบัติแล้ว ประเทศไทยจะต้องทำแผนที่ใหม่ เพราะดินแดนบางส่วนจมลงใต้ทะเล

    ประเทศที่เป็นเกาะ เช่น เกาะฮาวาย ของ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน ฯลฯ จะจมหายไปเกือบหมด
    • ประเทศไทยเสียหายน้อยกว่าทุกประเทศ คือ ได้รับความเสียหาย ๗๐% ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ จะเสียหาย ๙๐% ภายหลังจากเกิดภัยพิบัติแล้ว



    ทั่วโลกจะมีชีวิตรอดเหลือเพียงไม่เกิน ๑๐๐ ล้านคน จากประชากรทั้งโลกในปัจจุบันมากกว่า ๕,๐๐๐ ล้านคน




    ประเทศไทยจะเหลือมากกว่าประเทศอื่น ๆ โดยจะมีมนุษย์เหลือประมาณ ๓ ล้านคน เพราะประเทศไทยบังเอิญโชคดีที่มีพระโพธิสัตว์ ๒ องค์ ที่รับผิดชอบโลกมนุษย์อยู่เวลานี้คือ

    สมเด็จพระสังฆราชคูรูปาจารย์ (หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด) และ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ได้ดลใจให้พวกเราสร้างสิ่งดุลกรรมให้แกประเทศขึ้นมา ๒ สิ่ง

    คือ "ปัญจเจดีย์พิทักษ์โลก" ที่ภาคเหนือ และ "เจ้าแม่กวนอิม ๔ ปาง พิทักษ์ไทย" ที่ฝั่งทะเลตะวันตก ทางเข้าสู่ประตูภาคใต้

    จึงทำให้โลกมนุษย์ยังอยู่รอด และจะพยายามทำให้เหตุการณ์ชะลอช้าลงไปอีก ๓๐ ปี (หากได้รับความร่วมมือจากมนุษย์เป็นอย่างดี เหตุการณ์ก็จะเบาบางลงได้)
     
  11. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    หนทางแก้ไข

    ๑. รวมผู้มีอำนาจจิตมั่นคงในศีลห้า

    ๒. รวมกลุ่มสวดมนต์ให้มากทั่วโลกเรียกว่าต้องดำเนินการให้มีโครงการสวดมนต์เพื่อความมั่นคงของโลกมนุษย์ขึ้นให้ได้

    ๓. บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของผู้มีฌานญาณสูง เช่น ใบโพธิสัตว์ เหรียญมงคลจักรวาล ฯลฯ

    โลกมนุษย์ก็จะรอดได้อีกนานเท่าที่จะนานได้ แต่ต้องปลุกระดมให้มนุษย์ทั่วโลกสวดมนต์ภาวนา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยปลูกป่าให้มาก อย่าทำลายป่า ก็จะมีทางรอดได้มากกว่านี้
    <!-- TRANSIT - TOC -->​
     
  12. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    คนที่รอดชีวิตภายหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ จำแนกได้เป็น ๓ ประเภท คือ


    ๑. พวกที่รอดชีวิตแต่สูญเสียสติสัมปชัญญะอย่างสิ้นเชิง ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากมีจิตใจและสติที่ไม่เข้มแข็งพอ เพราะไม่ได้ฝึกเจริญกรรมฐานมาก่อนไม่สามารถทนต่อสภาพของเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น คนตายจำนวนมาก

    แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก ฯลฯ

    ๒. พวกที่รอดชีวิตแต่สูญเสียสติสัมปชัญญะไปชั่วขณะหนึ่ง หรือบางส่วน ที่เรียกว่ากึ่งดีกึ่งบ้า พวกนี้ได้แก่ พวกที่ฝึกหัดกรรมฐานมาบ้างจนมีพื้นฐานพอสมควร แต่ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ

    ๓. พวกที่รอดชีวิตและมีสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีจิตใจเข้มแข็ง มองเห็นการเกิดแก่เจ็บตายเป็น

    ของธรรมดาของมนุษยโลก หรืออาจจะกล่าวว่าผู้ที่เคยเจริญมรณานุสติมาเป็นประจำแล้ว จนไม่กลัวความตาย และมองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์นั่นเอง

    หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ผ่านพ้นไปแล้ว โลกมนุษย์คงเหลือแต่ผู้มีศีลธรรม คนชั่วทั้งหลายจะเสียชีวิตไปหมดหรือกลายเป็นคนบ้า สูญเสียสติสัมปชัญญะ

    เพชรนิลจินดาและทรัพย์สมบัติทั้งหลายจะผุดขึ้นมาเกลื่อนพื้นโลก พันธุ์ไม้ต่าง ๆ แปลก ๆ จะออกดอกออกผลเต็มไปหมด

    อาหารการกินจะอุดมสมบูรณ์มาก แต่ใช้เวลาอีกหลายร้อยปี โลกมนุษย์จะค่อย ๆ วิวัฒนาการขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากถาวรวัตถุทั้งหลายถูกทำลายลงไปหมด

    ทัศนคติและค่านิยมในยุคนี้จะตรงกันข้ามกับในยุคก่อนเกิดภัยพิบัติคือ มีความเจริญทางจิตใจและมีคุณธรรมสูงขึ้น แต่ความเจริญทางวัตถุจะมีน้อยมาก เพราะจะต้องก่อสร้างกันใหม่หมด เพชรนิลจินดาทั้งหลายที่กองเกลื่อนพื้นดิน จะไม่มีค่า อาหารการกินจะมีค่ามากกว่า

    ประเทศไทยซึ่งจะมีคนรอดชีวิตมากกว่าประเทศอื่น ๆ จะค่อย ๆ เจริญขึ้นมาจนภาษาไทยอาจเป็นภาษาหลักของโลกในที่สุด เนื่องจากคนในประเทศอื่น ๆ ถึงแม้ว่าจะรอดชีวิตก็จะมีสติวิปลาสไปหมด

    ชาวไทยผู้มีศีลธรรม ซึ่งเหลือรอดจากภัยพิบัตินี้จะเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้เอาไว้ให้คนรุ่นต่อไปรับทราบ โดยเฉพาะกลุ่มชนที่สวดมนต์ภาวนาจะมีบทบาทมาก

    จากนี้ไปอีก ๓๐๐-๔๐๐ ปี วิชาการสิ่งก่อสร้าง ฯลฯ จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งควบคู่กับจิตขอมนุษย์ในโลกซึ่งเจริญเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์คือ มีชีวิตที่งดงาม
     
  13. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    การเตรียมตัวในขณะนี้



    • ๑. ให้ชาวโลกทุกคนเร่งรีบทำจิตใจให้สงบและเข้มแข็ง คือ ให้บำเพ็ญภาวนานั่นเองให้ทุกคนพยายามหาเวลาฝึกกรรมฐานอย่างเข้มแข็ง รวมทั้ง พากเพียรเจริญมรณานุสติไว้ว่า การตายเป็นธรรมดาของคนทุกคน ไม่มีใครสามารถหลีกเหลี่ยงได้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไว้ หากแม้นต้องเสียชีวิตในภัยพิบัติ จิตใจจะได้สงบเวลาตายจิตวิญญาณจะได้ไปอุบัติในภพภูมิที่ดี

      ๒. ให้ชาวโลกทุกคนรักษาศีล ๕ ให้ได้ เพื่อลดการเบียดเบียน ทำให้มีความสงบเย็น และสันติสุขเกิดขึ้นในโลก อย่าได้ทำสงครามและทะเลาะวิวาทกัน จะได้ไม่เพิ่มพลังแห่งความชั่วร้ายให้สูงขึ้น เพราะจะเร่งให้ภัยพิบัติเกิดเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น

      ๓. ให้ชาวโลกทุกคนมีความเมตตา กรุณา เท่ากับทำบุญทำทาน ช่วยเหลือแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน เพื่อไม่ให้มีผู้ทุกข์ใจร้อนใจ ก่อให้เกิดความร่มเย็นขึ้นในโลกมนุษย์

      การเตรียมตัวในระยะที่ภัยพิบัติใกล้จะเกิดขึ้น

      จะต้องหาบทสวดมนต์ภาวนา ซึ่งใช้ในการสวดเพื่อระงับหรือบรรเทาภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก ภูเขาไฟระเบิด

      สวดพระพุทธมนต์ พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง ฯ) มงคลจักรวาฬใหญ่ (สิริธิติ ฯ) และ สวดพระคาถาชินปัญชร

      หรือ นะมะพะทะ หรือ "นะโม ตัสสะมัย อะภัยมัททะ อะวะโล กิเตศะวะราย โพธิสัตตะวาย มหาสัตตะวาย นะมะพะทะ" (บทสวดบูชาเจ้าแม่กวนอิม) เป็นบทท่องให้ขึ้นใจแล้วจะปลอดภัยทุกคน และบ้านเรือน ตลอดจนประเทศชาติและโลกมนุษย์ จะรอดได้มาก
     
  14. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    การปฏิบัติตัวในขณะที่เกิดภัยพิบัติ

    • ๑. เข้าฌานแล้วหนีไปอยู่พรหมโลก

      ๒. ขึ้นยานอวกาศแล้วหนีไปอยู่นอกโลก

      การหนีจากภัยพิบัติทั้ง ๒ วิธีข้างต้นจะปลอดภัย ในกรณีที่ถึงขึ้นโลกแตกสลายเป็นจุณ ซึ่งจะไม่ถึงขนาดนั้นแล้ว เพราะผู้มีฌานญาณได้ทำการแก้อาถรรพ์ให้โลกแล้ว คือได้สร้างทั้งเมืองศาสนา และอุทยานศาสนา
    • ถ้าหากว่ายังไม่รุนแรง ถึงระดับที่กล่าวนี้ คือ เพียงแต่เปลือกโลกได้รับความบอบช้ำมากหรือน้อย แต่ไม่ถึงขั้นแตกสลายก็อาจหลบหนีได้ โดยวิธีดังต่อไปนี้

      ๓. หนีไปอยู่ในเขตพื้นที่ซึ่งไม่เกิดภัยพิบัติ ผู้ที่มีความสามารถมากจะหยั่งรู้ได้ด้วยญาณ

      ๔. ผู้ที่รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์ อาจจะรอดชีวิตได้ ถ้าไม่มีกรรมเก่าอันหนักหนาจริง ๆ

      ๕. ผู้ที่ฝึกกรรมฐานมาบ้าง และสามารถทำจิตใจให้สงบได้แต่ยังไม่ถึงขึ้นฌาน ก็อาจจะรอดชีวิต แต่หากตาย จิตวิญญาณจะไปอุบัติในภพภูมิที่ดี

      ๖. ในขณะที่เกิดเหตุ คือจันทรุปราคาหรือสุริยุปราคา ก็ให้ทำพิธีสวดมนต์กลางแจ้ง

      ๗. ให้ทุก ๆ คนในโลก หยุดการใช้เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า และหยุดการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้หมด แม้แต่การเคลื่อนที่ของมนุษย์และสัตว์ คือให้ทุกคนอยู่เฉย ๆ ถ้านั่งกรรมฐานได้ก็นั่งกรรมฐาน เนื่องจากว่าการเคลื่อนไหวและการใช้พลังงานไฟฟ้าหรือแม่เหล็กต่าง ๆ จะเป็นการซ้ำเติมให้เกิดความสับสนของสนามพลังงานในระบบสุริยจักรวาลมากขึ้น

      อาหารจะขาดแคลนตลอดจนถึงปัจจัยสี่ ดังนั้นจึงควรมีการเตรียมตัวดังต่อไปนี้
     
  15. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    อุปกรณ์การดำรงชีวิตในป่า

    (แล้วแต่จะคิดหาได้)

    ๑. เชือกอย่างเดียว ๑๐ เมตร ต่อคน
    ๒. จักรยานวิบาก ๑ คัน ต่อ ๑ คน พร้อมทั้งอะไหล่ เช่น ยางใน ลูกปืน (ถนนหนทาง จะพังพินาศหมดในเวลานั้น)
    ๓. ผ้าร่ม ผ้าปูที่นอน มุ้งธุดงค์ และกลด
    ๔. มีด หม้อสนาม กระติกน้ำ แก้วพลาสติก
    ๕. เรือไฟเบอร์กล๊าส หรือ เรือยาง ถ้าสามารถนั่งได้จำนวนมากคนแล้วยิ่งดี
    ๖. ที่สำคัญมากคืออาหาร และแหล่งเสบียงอาหาร
    ๗. ยารักษาโรค เช่น ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้อักเสบ ยาแก้ไข ฯลฯ
    ๘. เชื้อเพลิงและอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น เทียน น้ำมันก๊าด ไฟฉาย ฯลฯ

    นอกจากนี้ในช่วงภัยพิบัติ นั้นขอให้ผู้ที่มีปัจจัยสี่ แบ่งปันช่วยเหลือผู้ที่อดอยากขาดแคลน

    ในเวลาเช่นนั้นทรัพย์สมบัติ และทองไม่มีความหมายแล้ว
    • เหตุการณ์ที่เล่ามานี้ ไม่ได้ต้องการให้ท่านเชื่อ เพียงแต่บอกให้ท่านตั้งอยู่บนความไม่ประมาท แต่มนุษย์อย่าตั้งตนอยู่ในความประมาทแหละดี

      ความจริงเหตุการณ์เหล่านี้ได้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้ว แต่เกิดน้อย ทำให้สังเกตไม่ชัด เนื่องจากเทพพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้านทานไว้ เช่น ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ


      สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และผู้สำเร็จอื่น ๆ อีกมาก

      แต่มนุษย์ไม่รู้สึก เพราะฉะนั้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔ จะรุนแรงขึ้น
      แต่เนื่องจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี เป็นผู้ช่วยดูแลโลกมนุษย์ร่วมกับมนุษย์กลุ่มหนึ่ง

      หาวิธีช่วยเหลือให้เหตุการณ์เบาบางลงและอย่าเกิดเร็วเกินไป ให้เลื่อนออกไปอีก ๓๐ ปี

      ฉะนั้นจึงขอเชิญชวนมนุษย์ผู้มีสัมมาทิฐิรวมผนึกกำลังเพื่อลดภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ให้เบาบางลง

      เนื่องจากเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไรเร็วหรือช้า ย่อมขึ้นอยู่กับมนุษย์ในโลกนี้เท่านั้น

      เพราะเป็นความอยู่รอดของมนุษย์ ไม่ใช่ความอยู่รอดของเทพพรหม ฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับมนุษย์ต่อมนุษย์

      เมื่อท่านได้อ่านคำบอกเล่านี้แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง?

      ถ้าเชื่อก็ขอให้รวมกลุ่มสวดมนต์ และขอให้ผู้ที่ปรารถนาดีต่อมนุษยชาติรวมกลุ่ม เพื่อให้พลังจิตที่มีอยู่ในโลกมนุษย์ช่วยลดเหตุการณ์ธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในโลกมนุษย์ให้เบาบางลง

      อย่าถึงขึ้นแตกสลาย

      ท่านที่ไม่เชื่อ ก็ขอให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

      เราไม่ขอรับรองว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไร เพราะเป็นเรื่องของฟ้าดินและมนุษย์เท่านั้น

      ทุกคนมีพลัง ขอให้ชาวโลกใช้พลังในทางที่ถูก อย่าแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทำลายกัน

      ธรรมชาติกำลังจะทำลายเราอยู่แล้ว ขอให้โลกมนุษย์จงมีความสามัคคีกัน

      เราไม่กล้ารับรองว่าบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี จะสามารถชะลอเหตุการณ์ออกไปได้ ๓๐ ปี

      เพราะ พลังอภิญญาฝ่ายดำขณะนี้มีถึง ๙๕% แล้ว ถ้าพลังอภิญญาฝ่ายขาวไม่รวมสามัคคี ผนึกเป็นหนึ่งก็คงไม่สามารถหลีกเหลี่ยงเหตุการณ์ครั้งนี้ได

      โอ้อนิจจามนุษย์เอ๋ย
      ความตายกำลังตามใกล้ท่านเข้ามาทุกขณะแล้ว
      ท่านยังหลงอยู่หรือ?


      <HR>หมายเหตุ ข้อมูลจากท่านผู้รู้ผู้มีฌานญาณ และ จากหนังสือ "พระสูตรพ้นเคราะห์ภัย" ในบทพุทธทำนาย (รายละเอียดอ่านได้จากรายการเอกสารเพิ่มเติม)
     
  16. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    มหันตภัยของโลก*


    • มหันตภัยที่กำลังคุกคามโลกมนุษย์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต พอสรุปได้ดังนี้

      ๑. ภัยจากน้ำท่วม และมลภาวะสิ่งแวดล้อม
      ๒. ภัยจากสงครามเศรษฐกิจ
      ๓. ภัยจากสงครามพลังจิต
      ๔. ภัยจากสงครามโลกครั้งที่ ๓
      ๕. ภัยจากสงครามจักรวาลระหว่างดวงดาว
      ๖. ภัยจากอุกกาบาตขนาดยักษ์ที่หลุดจากดวงอาทิตย์ กำลังเดินทางมาชนโลก

      "ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์เราควรจะดำรงชีวิตอยู่อย่างธรรมชาติ
      ปฏิบัติยึดมั่นในปัญจศีล พัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรม ศีลธรรม
      เพื่อให้ธรรมนำโลก ก็คงจะช่วยผ่อนคลายจากหนักเป็นเบา
      ในการที่มนุษย์จะเผชิญมหันตภัยข้างต้นได้ไม่มากก็น้อย..."


      เชื่อหรือไม่เป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของท่าน?
    • *คัดจากหนังสือ "วิธียุติสงครามจักรวาล" พล.ต.ต. พิบูลย์ ภาษวัธน์ รวบรวม
     
  17. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    คำส่งท้าย

    • ขอขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านจุลสารนี้จนจบและขอให้ช่วยส่งต่อไปให้ผู้อื่นได้อ่าน

      เพื่อเป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หากท่านผู้อ่านมีความคิดเห็น คำติชม หรือ ข้อเสนอแนะอย่างไร ข้าพเจ้ายินดีน้อมรับด้วยความขอบพระคุณและยินดีพิจารณาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในการจัดพิมพ์ครั้งต่อไป ถ้ามีผู้สนใจให้การสนับสนุน

      โปรดติดต่อได้ที่
      รองศาสตราจารย์ ดร. พิชัย โตวิวิชญ์
      ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
      จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      เขตปทุมวัน
      กรุงเทพ ฯ ๑๐๓๓๐
     
  18. paang

    paang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2005
    โพสต์:
    9,494
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +34,317
    ภาคผนวก

    • คำทำนายชะตาเมืองไทยของสมเด็จโต

      ในหนังสือ "ปัญญาไทย ๑" ที่เขียนบันทึกเกี่ยวกับประวัติ ผลงาน อภินิหาร และเกียรติคุณของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ของ มหาอำมาตย์ตรีพระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันท์) ซึ่งเป็นฉบับที่ ม.ล. พระมหาสว่าง เสนีย์วงศ์

      รวบรวมในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยไม่มีการแก้ไขข้อความเดิม ในหน้า ๒๗ มีการพยากรณ์ถึงชะตาเมืองไว้ อย่างน่าสนใจดังนี้.-

      หลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ได้มรณภาพลงเมื่อวันเสาร์แรม ๒ ค่ำ เดือน ๘

      ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๑๕ ตอนเที่ยงคืนเช้าวันรุ่งขึ้น นายอาญาราช (อิ่ม) ศิษย์ก้นกุฏิ

      ของเจ้าประคุณสมเด็จ เข้าไปเก็บกวาดในกุฏิของท่าน ขณะทำความสะอาดพื้นกุฏิ นายอาญาราชได้พบเศษกระดาษชิ้นหนึ่งซุกอยู่ใต้เสื่อเป็นลายมือของเจ้าประคุณสมเด็จ เขียนสั้น ๆ

      โดยสังเขป เป็นคำทำนายชะตาเมือง มีความว่า

      มหากาฬ พาลยักษ์ รักมิตร สนิทธรรม จำแขนขาด ราษฎร์จน ชนร้องทุกข์ ยุคทมิฬ ถิ่นกาขาว ชาววิไล


      <HR width="100%">
    • หมายเหตุ คำทำนายของสมเด็จข้างต้นนี้หาอ่านได้จากหนังสือ "NOSTRADAMUS นอสตราดามุส" ศาตราจารย์ เจริญ วรรธนะสิน พิมพ์ครั้งที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๐
    • *************
     
  19. nadbue

    nadbue เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +128
    อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาท มีความรัก เมมตา กรุณา อุเบกขา หมั่นสวดมนต์
     
  20. sacrifar

    sacrifar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    551
    ค่าพลัง:
    +3,221
    ศีล สมาธิ ภาวนา อย่าให้คุณธรรม จริยธรรมในใจถูกทำลาย สาธุ.. ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...