เรื่องเด่น 2 เจ้าอาวาสวัดไทยในอินเดีย ไขปริศนาธรรม “ที่นี่และเดี๋ยวนี้”อยากไปสวรรค์ก็ต้องไปชาตินี้

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์ ชาวพุทธ, 8 กรกฎาคม 2019.

  1. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    3,133
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +5,525
    “อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส เชฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส อยมนฺติมา เม ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ” พระอาสภิวาจาของเจ้าชายสิทธัตถะที่เปล่งออกมาเมื่อครั้งประสูติ ซึ่งแปลได้ว่า “เราจะเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก เราจะเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราจะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นการเกิดชาติสุดท้าย บัดนี้การเกิดจะไม่มีอีกต่อไป”

    e0b8a7e0b8b2e0b8aae0b8a7e0b8b1e0b894e0b984e0b897e0b8a2e0b983e0b899e0b8ade0b8b4e0b899e0b980e0b894.jpg

    นี่คือสิ่งที่ย้ำเตือนให้พุทธศาสนิกชน ตลอดจนผู้มีใจใฝ่ในธรรมพึงระลึกเสมอว่า มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วปรารถนาจะไปสวรรค์ ปรารถนาบรรลุนิพพานได้ ไม่ต้องรอพรุ่งนี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน “พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา” และ “พระครูปริยัติโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหาร” ได้ กล่าวไว้ในการบรรยายธรรม หัวข้อ “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” จัดโดย บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่นประเทศไทย ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว

    แม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมาตลอดตั้งแต่ช่วงเช้า ทว่ามิได้เป็นอุปสรรคต่อผู้มีศรัทธา และความเพียร ดังที่พระธรรมโพธิวงศ์ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ตลอด 3 เดือนในฤดูฝนนี้จะเป็นโอกาสดีที่พุทธบริษัทจะได้ปฏิบัติตนให้พ้นจากความเหนื่อยหน่ายเฉื่อยชา ปราถนาความเพียรในการเข้าถึงซึ่งความดีแบบฉลาด หนึ่งในนั้นก็คือ การศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะในช่วงเข้าพรรษาที่ควรจะยกระดับการประพฤติปฏิบัติตนให้พ้นจากใยแห่งความทุกข์ทั้งหลายโดยอาศัยพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ในการเข้าถึงพระพุทธเจ้าให้ได้

    การเข้าถึงพระพุทธเจ้ามีอยู่หลายทาง วิธีง่ายที่สุดที่สามารถทำได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้คือ การเข้าถึง “อุเทสิกเจดีย์” ก็คือ องค์แทนของพระพุทธเจ้า โดยวัตถุที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาที่เห็นชัดที่สุดคือพระพุทธรูป ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปที่มีบูชาในบ้าน หรือพระคล้องคอที่ใส่ไว้ในเชิงระลึกถึง ซึ่งต่อมาเมื่อได้ปฏิบัติให้ซึ้งก็จะสามารถพัฒนาจิตให้มองเห็นพุทธคุณที่อยู่ภายในได้

    ต่อมาคือ “ธรรมเจดีย์” เจดีย์คือพระธรรมคำสอน ที่บรรจุอยู่ในพระไตรปิฏก 84,000 พระธรรมขันธ์ ศาสนิกชนควรหั่นศึกษาโดยการเรียนรู้ หรือโดยการสาธยายคำสอน ซึ่งธรรมะที่พระพุทธองค์ประกาศเอาไว้ เป็นสิ่งที่พระองค์ได้มอบหมายไว้ว่าหลังจากพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว ธรรมวินัยเหล่านี้จะปฏิบัติหน้าที่แทนศาสดา ผู้ใดประสงค์จะเข้ากราบพระพุทธเจ้า ประสงค์จะได้เห็นพระพุทธเจ้า ก็ต้องเข้าถึงธรรมะที่พระองค์แสดง ดังที่ตรัสไว้ว่า

    “ลูกเอยผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพ่อ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต”

    b8a7e0b8b2e0b8aae0b8a7e0b8b1e0b894e0b984e0b897e0b8a2e0b983e0b899e0b8ade0b8b4e0b899e0b980e0b894-1.jpg

    ลำดับถัดมาคือ “บริโภคเจดีย์” เป็นสถานที่ 4 แห่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสให้พระอานนท์ทรงจำแล้วนำไปถ่ายทอดแก่มหาชนผู้มีความศรัทธาต่อองค์สมเด็จพระบรมศาสดาหลังจากที่พระองค์นิพพานแล้ว ซึ่งผู้เป็นศาสนิกจะสามารถเข้ากราบสถานที่นั้นเสมือนหนึ่งอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้แก่ สถานที่ที่พระองค์ประสูติ ที่ลุมพินีวันสถาน สถานที่ที่พระองค์ตรัสรู้ ควงไม้โพธิ์ อุรุเวฬาเสนานิคม เมืองพุทธคยาในปัจจุบัน สถานที่ที่พระองค์ประกาศพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ลุ่มแม่น้ำคงคา และสถานที่ที่พระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่กรุงกสินารา ซึ่งทั้ง 4 แห่งนี้เป็นเสมือนที่พบพระพุทธเจ้าได้เร็วด้วยศรัทธาที่มีองค์คุณแห่งปัญญานำพาเข้ากราบสังเวชนียสถานแล้วได้ถึงสังเวชนียธรรมได้

    และข้อสุดท้ายในการเข้าถึงพระพุทธเจ้าคือ “ธาตุเจดีย์” หรือการเข้าถึงในสรีระของพระองค์ คือการกราบสักการะพระธาตุ องค์แทน พระบรมสารีริกธาตุองค์ที่เป็นส่วนพุทธสรีระของพระองค์ ซึ่งผู้ใดได้เข้าใกล้ ได้เห็น ได้สักการะ จิตน้อมศรัทธาเลื่อมใสก็จะยังใจให้เสมือนหนึ่งการได้เข้าถึงองค์ศาสดา

    b8a7e0b8b2e0b8aae0b8a7e0b8b1e0b894e0b984e0b897e0b8a2e0b983e0b899e0b8ade0b8b4e0b899e0b980e0b894-2.jpg

    ขณะที่ พระครูปริยัติโพธิวิเทศ ได้เน้นถึงพระอาสภิวาจาของพระพุทธเจ้าว่า เป็นการประกาศศักยภาพของการเป็นมนุษย์ ฐานะที่ทุกคนเป็นมนุษย์ พระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์ ในเมื่อพระองค์ทรงตรัสเช่นนั้นในวันประสูติ ก็แสดงว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นผู้เลิศที่สุดโลกได้ มีสิทธิที่จะเป็นผู้เจริญที่สุดในโลกได้ มีสิทธิจะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลกได้ และก็มีสิทธิที่จะปฏิบัติจนสามารถสิ้นภพจบชาติได้ในชาตินี้ เราต้องใช้อัตภาพการเกิด ใช้ศักยภาพการได้เป็นมนุษย์ให้ถึงที่สุด และทำทุกอย่างให้เป็นปัจจุบัน จะสวรรค์ จะนรก จะนิพพานอยู่ที่เราเป็นผู้กำหนด

    “ เมื่อเราตายชาติหน้าก็กลายเป็นชาตินี้ พอถึงพรุ่งนี้ก็จะกลายเป็นวันนี้ ความเป็นจริงชาติหน้าก็มาไม่ถึง พรุ่งนี้ก็มาไม่ถึง ความเป็นมนุษย์ต้องอยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้ วันนี้ เวลานี้ อยากไปสวรรค์ก็ต้องไปชาตินี้ จะขึ้นสวรรค์ได้ต้องทำดีทุกอย่างเพื่อบอกให้ได้ว่าเราขึ้นสวรรค์แล้ว เมื่อขึ้นสวรรค์ได้ชาตินี้ ชาติหน้าก็คือสวรรค์”

    สุดท้ายพระครูฯ ยังได้น้อมนำเอาปัจฉิมพจน์ของพระพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานมาเป็นเครื่องเตือนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่พุทธศาสนิกชนทุกๆ คนว่าด้วย “ความไม่ประมาท” โดยการเป็นผู้มีสติ หรือก็คือการรู้อยู่กับปัจจุบัน ดังที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสว่า

    “สังขารคือสรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง มีเกิดแก่เจ็บตายมิอาจฝืน ใครเล่าจะต้านทานวันและคืน อย่าประมาทขัดขืนกาลเวลา แม้แต่องค์พุทธะยังละโลก อย่าเศร้าโศกยามพลัดพรากจากปรารถนา เกิดและดับมีให้เห็นเป็นธรรมดา ก่อนม่านตาปิดนิรันดร์หมั่นทำดี สรรพสิ่งล้วนวิบัติ สรรพสัตว์ล้วนต้องตาย สูทั้งหลายอย่าประมาท”

    b8a7e0b8b2e0b8aae0b8a7e0b8b1e0b894e0b984e0b897e0b8a2e0b983e0b899e0b8ade0b8b4e0b899e0b980e0b894-3.jpg

    สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ได้ที่ชั้น 11 อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00-13:30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

    ขอขอบคุณที่มา
    https://siamrath.co.th/n/89372
     

แชร์หน้านี้

Loading...