NEW! NEW AGE PLUS+ พลังงานใหม่ พลังงานอิสระ....

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย JINTAWADEE, 11 พฤษภาคม 2018.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    WELCOME TO

    NEW! NEW AGE PLUS+ พลังงานใหม่ พลังงานอิสระ....
     
  2. สตธศร

    สตธศร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +1,345
    สวัสดีค่ะ ตามอ่านไม่ทันเลยพอดีช่วงนี้มีงานต่างจังหวัด เป้นกำลังใจให้นะค่ะ เราทุกคน ต่างมีส่วนที่เหมือนและต่าง แต่สิ่งหนึ่งดังที่ตถาคตเคยบอก ใบไม้ในกำมือ ธรรมชาติ มีภาษาที่เป้นปัจจัตตัง เราเข้าถึงได้ ด้วยตนเองนะค่ะ ดังนั้นยินดีอย่างมากที่ได้รับความรู้จากทุกท่าน แต่ความรู้ยังคงเป้นความรู้หรือข้อมูลดิบ หนูจึงเลือกกินได้เพียงบางอย่าง ที่กระเพาะจะรับไว้ เพราะเมื่อท้ายที่สุดแล้ว ความรู้ยังไม่ใช่วิชชา ที่สมบูรณ์จริงไหมค่ะ บางหลักการอาจใช้ได้ ในกาลเวลาหนึ่ง แต่อาจไม่ใช่สำหรับกาลเวลาหนึ่งก็ได้ แต่สิ่งที่จะตอบเราได้ คือธรรม ซึ่งมาจาก การเข้าใจ ภาษาที่แท้จริงของธรรมชาติค่า เราสื่อสารกับธรรมชาติได้ ด้วยหลากหลายวิธี มีผู้ค้นพบมากมาย ที่ส่งข้อมุลความรุ่เป็นวิทยาทานแก่เราทุกคน แต่สุดท้ายแล้ว หัวใจแห่งการภาวนาที่จะเปิดหัวใจ และทำให้เราเชื่อมโยง กับภาษาที่แท้จริงนั้นได้ค่า ทุกๆสิ่งเป้นไปตามธรรมชาติอย่างไร สิ่งที่เราได้เรียนรุ้ หรือรับรุ้ อาจจะเป้นเพียง 50 หรือ 20 เปอเซ้นก้เป้นได้ 5555 เอาเป้นว่าอย่าซีเรียสกันนะค่ะ ธรรมชาติมีหนทางให้เราเสมอ
     
  3. สตธศร

    สตธศร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +1,345
    "...มนุษย์เรานี้ควรจะมีการให้ต่อกันบ้าง อย่างน้อยก็เวลาสดับตรับฟังความทุกข์ของผู้อื่น ไม่ใช่จะงกๆ เงิ่นๆ ละโมบแต่หาความสุข กอบโกยหาโชคลาภสู่ตนเองโดยไม่นึกถึงผู้อื่น เมื่อเราไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันแล้ว เราจะมีความสุขได้อย่างไร โลกนี้ก็จะมีแต่ความแห้งแล้ง ไร้น้ำใจ จิตใจของคนก็จะพลอยโหดเหี้ยมไปด้วยความเห็นแก่ตัว และจะขาดความสงบสุขในที่สุด…”

    พระบรมโชวาท สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 พฤษภาคม 2018
  4. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ขอบคุณ น้องสตธศรมากนะคะ ที่ได้เข้ามาให้กำลังใจ และสนับสนุน ด้วยข้อความที่สอดแทรกข้อมูลความรู้ในแง่มุมต่างๆ ของธรรมชาติ มาลงในกระทู้เสมอ

    สำหรับตัวข้าพเจ้าแล้ว ธรรมชาติคือการสนับสนุนซึ่งกันและกัน และการวางใจในธรรมชาติ เพราะธรรมชาติจะจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดไว้ให้เราเสมอ

    น้องสตธศรกล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า "ธรรมชาติมีหนทางให้เราเสมอ" ดังนั้นเราจึงควรวางใจในธรรมชาติ ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่าการปล่อยวาง การปล่อยวางจึงเป็นการเริ่มต้นเปิดหัวใจ และทำให้เราเชื่อมโยง กับภาษาที่แท้จริงของธรรมชาตินั้นได้ เพราะธรรม คือ ธรรมชาติ
     
  5. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    การนำคีย์เก่ากลับมาทำซ้ำ ทำใหม่

    การทำซ้ำทำใหม่ เป็นการทำให้เกิดความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ ทำให้เรารู้ข้อผิดพลาด รู้แนวทางแก้ไข อีกทั้งการทำซ้ำๆ เป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในงานที่ทำ ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ขอเพียงแต่หากเราไม่ย่อท้อ ไม่ล้มเลิก ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกล


    Crystal line grid สายใย

    ข้าพเจ้าเชื่อว่าเราทุกคนมีสายใยแห่งความผูกพันของความรักอันปราศจากเงื่อนไข ดั่งเช่นที่แม่ผู้ให้กำเนิดพึงให้แก่บุตรของตน แล้วอะไรคือความรักอันปราศจากเงื่อนไข. เราสามารถรู้ได้และสัมผัสได้จากความรักที่แม่มีให้แก่ลูกของตัวเอง นั่นคือ ความรัก ความเมตตา ความอดทนอดกลั้นการเสียสละและให้อภัย ทั้งหมดคือคุณสมบัติของผู้ที่ได้ชื่อว่า "มารดาผู้ให้กำเนิด"

    เราทุกคน และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนมีแก่นแท้ของชีวิตที่เป็นเพียงพลังงานที่ถูกส่งตรงมาจากพลังงานต้นกำเนิด(เปรียบได้กับแม่ผู้ให้กำเนิด) อยู่ในรูปแบบของพลังงานที่หมุนวนมากมายหลากหลาย เช่นการทำงานในระบบต่างในร่างกาย ทั้งอวัยวะ ทั้งเซลล์ และอื่นๆ จึงกล่าวได้ว่าระบบร่างกายของมนุษย์ เป็นการทำงานอย่างเกื้อกูลกัน และสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างระบบต่างๆมากมาย

    และระบบที่ทำงานอย่างสอดคล้อง และสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นวงจร หมุนเวียน เช่นนี้ สามารถพบได้ในระบบธรรมชาติทุกระบบ หรือในระบบนิเวศน์ทุกระบบ นี่คือความจริงของธรรมชาติ หรือสัจธรรมที่ทุกสรรพสิ่งล้วนมีชีวิต และมีหน้าที่ในการทำงานอย่างสอดคล้อง สนับสนุน ซึ่งกันและกัน หรือต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เหมือนอวัยวะภายในร่างกายของมนุษย์ หากสูญเสียอวัยวะส่วนใดไป หรือเกิดความเสื่อมในอวัยวะใด ความเจ็บป่วยทั้งหลายก็ต้องย่อมบังเกิดขึ้นและท่วงทำนองนี้เป็นไปเช่นเดียวกับระบบโลก และระบบจักรวาล รวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย


    ในอดีต จวบจนถึงปัจจุบัน มีผู้ค้นพบความจริงนี้มากมาย และนำมาเผยแพร่ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับกาลเวลาและยุคสมัย หรืออาจเรียกว่าสามารถย่อยได้ (วลีของน้องสตธศร^^) ในขณะนั้นๆ. สำหรับพุทธะแล้ว ท่านเรียกพลังงานหรือระบบการทำงานที่หมุนวนอย่างสอดคล้อง หรือต้องพึ่งพาอาศัยนี้ว่า "ธรรมจักร หรือการหมุนวนของธรรมชาติ" ซึ่งทุกอย่างถูกตัดลดย่นย่อ ลงมาเพื่อง่ายต่อความเข้าใจในยุคสมัยนั้น หรือ เป็นเพียงใบไม้ในกำมือที่พอหยิบจับได้ หรือพอทำความเข้าใจได้ เหมาะสมกับยุคและสมัยในขณะนั้นๆ.

    ในขณะเดียวกัน เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป การพัฒนาความรู้และความเข้าใจในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทั้งหลายมีมากขึ้น อีกทั้งความเข้าใจผิดในแก่นแท้ของสัจธรรม หรือที่มาของใบไม้ในกำมือนั้น ผิดเพี้ยนไปตามกาลเวลา ตามความบิดเบือน ตามความปรุงแต่งของผู้ลอกคัมภีร์นั้นๆ สำหรับข้าพเจ้าแล้วจึงคิดว่าการนำสิ่งที่ถูกตัดลดมาขยายความใหม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญเป็นอย่างยิ่ง.

    หากเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญและไม่จำเป็นต่อสิ่งที่ปรากฏในยุคปัจจุบันแล้ว กระทู้นี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้น แต่เพราะธรรมชาติกำลังแสดงถึงความขัดแย้งอย่างรุนแรง และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แสดงให้เห็นว่าขณะนี้องค์ประกอบในระบบทั้งหลายกำลังเจ็บป่วย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ ในความสัมพันธ์ และสายใยที่ผูกพันกันไว้ตามหน้าที่ และภาระในวงจรธรรมชาติ


    การทำตามภาระหน้าที่ที่ผูกพันด้วยสายใย อันสนับสนุนซึ่งกันและกันในวงจรธรรมชาติเหล่านี้ คือ ความหมายของคำว่า crystal line grid

    เมื่อใดที่ภาระหน้าที่ ที่สนับสนุนซึ่งกัน และกันได้มีการกระทำเกิดขึ้น. เมื่อนั้น โลก และจักรวาล ธรรมชาติแห่งสรรพสิ่งทั้งปวงทั้งหลาย จะถูกเติมเต็มด้วยความรักและความเคารพในตนเอง และผู้อื่น ด้วยตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญในการมีอยู่ ดำรงอยู่ของตนเอง และสิ่งอื่นๆในระบบนั้นๆ


    *** เราไม่ได้รักใครซักคน ****

    สัจจะ...คืออะไร
    ความรัก....คืออะไร
    ความรักแบบไหน...ที่ทำให้ติดอยู่กับโลก
    ตัวอะไร....ทำให้ต้องเกิดใหม่
    คำว่า "รัก" ...ของท่านเป็นอย่างไร
    พระพุทธเจ้าเมตตาตน...มีแต่ตัด มีแต่ลด
    พระพุทธเจ้าเมตตาสัตว์โลก....เมตตาตัวนี้ คืออะไร
    แล้วเมตตา กับ รัก...มันเหมือนกันไหม
    แล้วตกลงว่า....เราตัดสินใจว่า จะอยู่ หรือจะไป

    ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ทำด้วยความรัก
    แต่ทำด้วย สัจจะกับเมตตา

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "

    Balance forwade

    ด้วยรัก
     
  6. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    เคยเหงาบ้างไหม ในยามที่โลกไร้สรรพเสียง
    เรไรไม่ร้อยจำเรียง ยินเพียงหัวใจไหวระรัว

    คิดถึงบ้างไหม เคยเรียน เคยยั่ว เย้าหยอกเล่นหัว
    เคยคุยส่งเสียงลั่นครัว ไม่กลัวไม่เกรงอันใด

    ลาทีเจอะกัน วันใหม่
    แม้อยู่ไกล ส่งใจไปถึง
    ภาระผูกพันตราตรึง
    ถึงอยู่ที่ใดหัวใจเป็นหนึ่ง
    จะกลับมาให้พบพาน

    รอได้ไหม รอวันที่โลกพร้อมสรรพเสียง
    เรไรร่วมร้อยจำเรียง บทเพลงวิวาห์กังวาน


    กลับมาอีกครั้งกับการทำใหม่ ทำซ้ำ RE-BUILT
    สายใย GRAND EX

    ....... บทเพลง คือการสื่อความหมายที่คาบเกี่ยวกับโลกแห่งความเป็นจริงของสองโลก คือโลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบัน ที่รูปกายอาศัยอยู่ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่ง คาบเกี่ยวอยู่กับโลกของของความเป็นจริงแห่งจิตวิญญาณ และแอบแฝงความจริงของธรรมชาติอยู่ในนั้น

    ด้วยรัก

     
  7. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    *** เราไม่ได้รักใครซักคน ****

    สัจจะ...คืออะไร
    ความรัก....คืออะไร
    ความรักแบบไหน...ที่ทำให้ติดอยู่กับโลก
    ตัวอะไร....ทำให้ต้องเกิดใหม่
    คำว่า "รัก" ...ของท่านเป็นอย่างไร
    พระพุทธเจ้าเมตตาตน...มีแต่ตัด มีแต่ลด
    พระพุทธเจ้าเมตตาสัตว์โลก....เมตตาตัวนี้ คืออะไร
    แล้วเมตตา กับ รัก...มันเหมือนกันไหม
    แล้วตกลงว่า....เราตัดสินใจว่า จะอยู่ หรือจะไป

    ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ทำด้วยความรัก
    แต่ทำด้วย สัจจะกับเมตตา

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "

    สัจจะ หรือ สัจธรรม หรือธรรมชาติแห่งความเป็นจริง คือรูปแบบการหมุนเวียนของพลังงานของขั้วที่แตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยน สนับสนุนซึ่งกันและกันในวงจรชีวิต และในขณะเดียวกันทุกรูปธรรมชีวิต และสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ต่างก็กำเนิดขึ้นมาจากพลังงานชนิดเดียวกันนี้ เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน และพึ่งพาอาศัยกันและกันในระบบนิเวศน์ นี่คือการหมุนวนของธรรมชาติ เป็นการหมุนวนรอบตัวเอง ที่มีการ เกิด-ดับ และขณะเดียวกันก็หมุนรอบผู้อื่น ด้วยการแลกเปลี่ยน มีทั้งการให้และการรับ มีการสนับสนุนและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน กับสิ่งอื่นๆในระบบธรรมชาติ ด้วยความรักในคุณค่าของตนเอง และมองเห็นความสำคัญของตนเอง และหน้าที่ที่สมควรทำในระบบนิเวศนั้นๆ. รวมถึงการมองเห็นคุณค่าและความสำคัญของรูปธรรมอื่นๆ และหน้าที่ที่เขาได้รับ และต้องทำในระบบนิเวศนั้นๆ เช่นเดียวกัน

    เพราะไม่มีสิ่งใดในธรรมชาติ ที่กำเนิดมา อย่างไร้คุณค่า ทุกสรรพสิ่งต่างมีความสำคัญ และมีคุณค่าในช่วงเวลาเฉพาะของมัน เปรียบเสมือนฟันเฟืองในเครื่องจักร แม้จะชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพียงใด ก็สามารถทำให้ระบบเครื่องจักรนั้น เกิดความเสียหาย และอาจต้องหยุดการทำงาน หรืออาจถูกทำลายในที่สุด

    การที่เราจะทำหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพนั้น จำเป็นที่จะต้องมองเห็นถึงความเป็นจริง และความสำคัญของหน้าที่นั้นๆ และมีความรักในหน้าที่นั้นก่อน เมื่อมีความรักในหน้าที่นั้น เราจะทำงานโดยไม่รู้สึก เบื่อหน่าย เพราะเราเข้าใจถึงความสำคัญในหน้าที่นั้นๆที่มีต่อระบบในธรรมชาติ

    หน้าที่ตามธรรมชาติ จึงเปรียบได้กับสัจธรรม ที่จะต้องทำให้สำเร็จ และสิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้คือการเพียรพยายาม ความสนใจศึกษา การเอาใจใส่การใคร่ครวญพิจารณา หาทั้งข้อดีและข้อเสีย และสิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรคในการทำ หน้าที่ของมนุษย์ คือ การเห็นแก่ตัว การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ความขี้เกียจ ความฟุ้งซ่าน ความลังเลสงสัย ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวข้องกับตัวเองทั้งสิ้น

    ข้าพเจ้าก็มองเห็นว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านมีแต่ตัด มีแต่ลดจริงๆ. ท่านตัดลดความเห็นแก่ตัว ตัดลดความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ตัดลดความอาฆาตพยาบาท ตัดลดความริษยา ตัดลดความขี้เกียจ ตัดลดความฟุ้งซ่านและลังเลสงสัย เพราะสิ่งที่ตัดออกทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเครื่องกีดขวางหรือนิวรณ์ที่จะทำให้การทำงานตามหน้าที่ในระบบธรรมชาติไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ล้วนจะต้องอยู่ด้วยกันด้วยความรักความเมตตา และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

    ความรัก และความเมตตาขององค์พระศาสดาทั้งหลาย คือความรักและความปรารถนาดี ที่มีให้แก่เพื่อนร่วม เกิด แก่ เจ็บตาย หรืออยู่ในระบบการหมุนวนของธรรม ชาติ เหมือนกัน หรือวัฏจักรเดียวกัน ด้วยการเป็นผู้นำสาร ของธรรมชาติหรือแม่ผู้ให้กำเนิด มาส่งต่อให้กับมนุษย์ เสมือนกับพระจันทร์วันเพ็ญที่สะท้อนแสงจากพระอาทิตย์ที่เป็นพลังงานต้นกำเนิดมาสู่โลกมนุษย์

    เช่นเดียวกับหนุมานผู้นำสาร 999phudit และท่านอื่นๆ. ที่ต่างทุ่มเทชีวิตในการทำหน้าที่ตามสัจจะด้วยความเมตตา หรือความปรารถนาดีที่มีให้แก่ตนเอง และบุคคลอื่น (ซึ่งก็คือตนเองในอีกมิติ) ที่เป็นเพื่อนร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย

    สรุป ****เราจึงไม่ได้รักใครสักคน**** เพราะทั้งหมดก็คือตัวเราเองทั้งนั้น เรามาเพื่อเรียนรู้ที่จะค้นพบคุณค่าและรักตัวเอง และในขณะเดียวกัน เมื่อเราได้ทำตามหน้าที่เชื่อมต่อสายใยอย่างสมบูรณ์ ก็ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องแบ่งหน่วยย่อยของจิตวิญญาณกลับมาเพื่อทำซ้ำอีกครั้ง เพราะกรรม คือการกระทำ หากไม่สมบูรณ์ หรือไม่ตรงกับสัจจะ ก็ต้องกลับมาทำใหม่ ทำซ้ำ ดังนั้นเราทุกคนจึงมี "กรรมเป็นเผ่าพันธุ์"

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 พฤษภาคม 2018
  8. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ข้อความเก่าจาก คุณ ณ. นำกลับมา Re-post

    เราคือผู้ปรับสภาพ
    เมื่อเราเย็น สิ่งที่อยู่รอบๆ เรา แม้จะร้อนในตอนแรก แต่ต่อมามันก็จะเย็นลงได้
    หากเราร้อน แม้สิ่งที่อยู่รอบข้างจะเป็นน้ำแข็ง มันย่อมละลายได้
    แต่หากเรามาร่วมกันปรับสภาพ ให้จิตเบิกบาน
    ความเบิกบาน ความชุ่มเย็น ความอบอุ่น
    จะโปรยปราย ความหอมหวาน ความนุ่มนวล ไปสู่ทุกตารางจิต
    ดอกไม้แห่งน้ำใจ รวมถึงเสียงเพลงแห่งเมตตา และความรัก
    จะประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นคือพลังอันยิ่งใหญ่
    ซึ่งเป็นพลังแห่งต้นกำเนิด และเราจะกลับไปสู่พลังแห่งต้นกำเนิด อันงดงาม ปภัสสร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 พฤษภาคม 2018
  9. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ข้อความเก่า คุณเซลล์ นำกลับมา Re-post

    หากไม่รู้จัก โลภ โกรธ หลง แท้ๆเป็นอย่างไร จะทราบด้านที่ตรงกันข้ามได้อย่างลึกซึ้งได้อย่างไร

    ข้อความที่โพสวันนี้ ช่างสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากฝันเมื่อคืนเลยครับ

    ถอดความออกมาได้ว่า

    รหัสทุกอย่าง มีการวางกลไกไว้แล้ว ฝังอยู่ใน dna ของแต่ละเซลล์ มีอยู่ 2 ขั้ว เราต้องทำตัวเหมือนปลาที่ว่ายทวนน้ำ เพื่อกระตุ้นให้ขั้ว+ ปล่อยพลังงานออกมา อย่างต่อเนื่อง
    ผลที่สะท้อนออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม ดูได้จาก หน้าตาอิ่มเอิบ ผ่องใส ร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

    แต่หากเผลอสติ เมื่อไร อีกขั้วนึงจะทำงานทันที และทำงานตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว กว่าขั้วแรกด้วยซ้ำ

    เราจึงมักตอบสนอง ในขั้ว- ได้ง่ายกว่า

    จึงต้องฝึกสติสัมปัชัญญะให้มาก

    และอีกตอนนึงก็คือ มีคนใช้รหัสว่า LOVEUU กำลังตามหาคนไปร่วมคณะอยู่ (ยังไม่ขอเล่าครับ ไว้รอให้ชัดเจนซะก่อน)
     
  10. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    198
    ค่าพลัง:
    +3,038
    ไม่มีรหัสอะไรสนุกๆที่ต้องถอด... อีกเหรอคุณจินตวดี
     
  11. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ข้อความเก่า จาก little duck

    กระทู้นี้ถูก
    RE-CONNECT ขึ้นใหม่เพื่อเป็นการ RE-SET โปรแกรมการทำงานของ CRYSTAL LINE GRID ไปในตัว อีกทั้งเป็นการรวบรวมกุญแจทั้งหลายใน ภารกิจหลักซึ่งจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
    ...............



    จากนั้นถึงวันนี้ เวลาก็ผ่านมาจากปี 53 ถึง ปี 61 เป็นเวลา 8 ปีเต็ม สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ตลอดเส้นทางการทำงานของกระทู้ New Age ในช่วง BA หรือ before age หรือช่วงการเตรียมข้อมูลก่อนเข้าสู่ยุคใหม่ นั่นคือ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เป็นการเรียนรู้โดยการเข้าไปมีประสบการณ์จำเพาะ. เพราะไม่มีการเรียนรู้ใดที่จะทำให้เกิดความเข้าใจอย่างคมชัด นอกจากการเข้าไปเรียนรู้หรือมีประสบการณ์ด้วยตนเอง

    อุบัติเหตุทั้งหลาย หรือประสบการณ์ทั้งหลาย จึงคือเหตุการณ์ ที่ถูกทำให้เกิดขึ้น ที่เราต้องพบเจอ เพื่อการเรียนรู้ และเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป

    หากเราไม่เคยมีประสบพบเจอ คนที่เห็นแก่ตัวเพราะถูกกิเลสครอบงำ หากเราไม่เคยเห็นความโกรธ หากเราไม่เคยประสบความทุกข์ หากเราไม่เคยพบการอิจฉาริษยา เราจะไม่เข้าใจในโทษภัย และรู้จักคุณค่าของแง่มุมตรงกันข้าม ซึ่งก็คือ ความรักความเมตตาที่แท้จริงนั้นเลย

    ข้าพเจ้าเรียนรู้จากความทุกข์ และข้าพเจ้าก็เรียนรู้ว่า คนที่ทุกข์นั้นเขาต้องการอะไรมากที่สุด และอะไรที่มีคุณค่าสำหรับเขา ข้าพเจ้าเรียนรู้ความหิว เพื่อมองเห็นคุณค่าของอาหาร และความเมตตา ข้าพเจ้าเรียนรู้ความยากจน เพราะเมื่อยามข้าพเจ้าร่ำรวย ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าควรจะประพฤติตน และปฏิบัติตนอย่างไรต่อผู้ที่ด้อยกว่า

    เราไม่เคยเรียนรู้ในมุมมองอื่น นอกเหนือจากมุมมองที่เรายืนอยู่ บางครั้งเราก็ลืมไปว่าโลกนี้ยังมีอีกหลายมุม และยังมีสิ่งชีวิตอีกมากมายที่เขาไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกันกับเรา

    การหมุนรอบตัวเองซึ่งเป็นคุณสมบัติของแก่นแท้พลังงานภายในตัวเรา ก็ไม่แตกต่างจากการที่เราจะต้องประสบพบเจอกับประสบการณ์ต่างๆในทุกแง่มุม มันเปรียบได้กับการทำงานของจักรราษี และปีนักกษัตริย์ทั้งหลาย ที่ทุกคนล้วนต้องแตกต่างกันตามเอกลักษณ์(ปีเกิด) แม้จะมีส่วนที่คล้ายกันบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด เช่นแม้นจะเกิดปีเดียวกัน แต่อาจจะต่างวันกัน เดือนต่างกัน หรือวัน เดือน ปีเหมือนกัน แต่เวลาตกฟากแตกต่างกัน ดังนี้เป็นต้น มีการเคลื่อนที่ผ่านกาลเวลา ผ่านวันเดือนปีตามจักราศี ซึ่งเปรียบได้กับการหมุนรอบตัวเอง และหมุนรอบสิ่บอื่นๆ เป็นความแน่นอนที่ทุกสรรพชีวิต ต้องหมุนเวียนไปพบเจอทั้งสิ่งดี และสิ่งไม่ดีเหมือนกันทั้งหมด ดังนั้น โหราศาสตร์ จึงเป็นศาสตร์ที่อ้างอิงความจริงของธรรมชาติ หรือสัจธรรม

    สิ่งที่เราได้พบเจอทั้งดีและไม่ดีนั้น ล้วนเกิดขึ้นเพื่อให้เราได้เรียนรู้ในแง่มุมที่เราขาดเข้าใจ ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ คือการเติมเต็มประสบการณ์ช่องว่างของจิตวิญญาณ

    หากคุณคิดว่าเงิน คือสิ่งที่มีค่า ซื้อได้ทุกอย่าง และจำเป็นที่สุดสำหรับชีวิตของคุณ และขณะเดียวกันคุณปฏิเสธ และรังเกียจความจน นั่นหมายความว่าคุณกำลังสร้างช่องว่างของประสบการณ์ ที่ว่ามีอะไรบางอย่างที่เงินก็ไม่สามารถซื้อได้ และยังมีสิ่งอื่นที่จำเป็นสำหรับชีวิตคุณมากกว่าเงิน. และบางทีคุณอาจจะพบว่า เงินก็ไม่สามารถซื้อบางอย่างได้เช่นกัน เช่น สุขภาพของตัวคุณเอง และบุคคลที่คุณรัก และประสบการณ์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นในชีวิตของคุณเพื่อเติมเต็มช่องว่างแห่งประสบการณ์ในอีกแง่มุม และหากการเติมเต็มยังไม่สมบูรณ์ หรือยังขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ภายในช่วงระยะเวลาแห่งชีวิตตัวตนนั้นๆ. เมื่อนั้น หน่วยแห่งจิตวิญญาณที่กำเนิดตามหลังเป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน หรือรูปธรรมชีวิตที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องเข้ามามีประสบการณ์แทน เพื่อการเติมเต็มและกำหนดรู้ด้วยสติสัมปชัญญะอย่างคมชัดของจิตวิญญาณ ดังนั้นเราจึงมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ หรือ มีตัวกระทำที่ไม่สมบูรณ์ทำให้มาเกิดใหม่

    ชีวิต คือการปรับสภาพ เพราะแก่นแท้ของเราคือความรักอันปราศจากเงื่อนไข ที่เป็นคุณสมบัติของพลังงานต้นกำเนิด หรือแม่ผู้ให้กำเนิด ดังนั้นสิ่งใดที่ขัดแย้งต่อความเป็นจริงหรือขัดแย้งต่อสัจธรรม นั่นหมายถึงเรากำลังสร้างช่องว่างแห่งประสบการณ์ เพื่อรอการเติมเต็ม หรืออาจกล่าวได้ว่า เราจำเป็นจะต้องได้พบกับประสบการณ์ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องเข้าไปเรียนรู้ในแง่มุมที่เราขาดความเข้าใจ

    - หากความรักอันปราศจากเงื่อนไขคือขั้วบวก.
    - ความรักอันเต็มไปด้วยเงื่อนไข ก็คือขั้วลบ

    จึงไม่แปลกที่องค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกให้ตัด ท่านบอกให้ลด เพราะสิ่งที่ท่านบอกให้ตัดและลดนั่นคือ การตัดลดความเห็นแก่ตัว ความมีตัวมีตน ตัวกู ของกู ที่เป็นสาเหตุของการสร้างพลังงานในเชิงลบทิ้งเสีย

    *** นั่งบวก คูณ หาร ****

    พระพุทธเจ้า...
    มีแต่ตัด มีแต่ลด ไม่มีเพิ่ม

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "

    ในขณะเดียวกัน พลังงานต้นกำเนิดอันเป็นแก่นแท้ของรูปธรรมชีวิตทุกรูป คือการไหลเวียนของพลังงานสองขั้วอย่างสมดุล ดังนั้น แม้บางคนจะกล่าวว่าพวกเขาใช้กฎของพลังงานอย่างชาญฉลาด ด้วยการขยายความรัก หรือการสร้างความสั่นสะเทือนในสิ่งที่อยากได้ด้วยความรัก เช่นฉันรักความร่ำรวยเป็นต้น. พวกเขามีเงิน มีความสุขสบาย แต่ในขณะเดียวกัน อีกขั้วนึงก็กำลังทำงานอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเสมอ เพราะสิ่งที่คุณปฏิเสธ มันมีโลกแห่งความเป็นจริงของมันอยู่

    สิ่งที่สุดโต่งทั้ง 2 ทาง เหล่านี้ ล้วนสร้างช่องว่างแห่งประสบการณ์ที่เราต้องเข้าไปเรียนรู้ทั้งสิ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่เราสมควรทำ จึงควรใช้ชีวิตอย่างสมดุลย์อยู่บนความเป็นกลาง หรือ บนความสมดุลย์ของพลังงานทั้งสองขั้ว หรือทางสายกลาง มีแค่พอเพียงต่อความต้องการ แต่ไม่เก็บสะสมจนเกินพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

    ดังนั้น ปรัชญา "ความพอเพียง" ของผู้ที่เปรียบเป็นบิดา หรือกำลังแห่งแผ่นดิน จึงเป็นปรัชญาที่คล้องจองกับธรรมชาติหรือสัจธรรม อีกทั้งเป็นเรื่องที่ทำให้ศาสนาและปรัชญาเป็นไปในแนวทางเดียวกันโดยไม่มีความขัดแย้ง


    เช่น เมื่อคุณร่ำรวย จงรู้จักการเพียงพอ และเริ่มต้นการแบ่งปันไปให้ส่วนที่ขาด

    การรู้จักให้โดยเหมาะสมกับกาลเทศะ เหมาะสมกับความจำเป็นแก่ส่วนที่ขาด จึงจะสร้างสมดุลย์ ได้อย่างถูกต้อง และได้สร้างความสุขที่แท้จริงให้เกิดขึ้น. นั่นย่อมไม่ใช่ไปเติมให้ในส่วนที่ล้นอย่างแน่นอน. ดังนั้นในทุกการกระทำจึงจำเป็นที่จะต้องใช้สติสัมปชัญญะเข้าไปกำกับในปัญญาเสมอ

    เมื่อได้จงรู้จักให้ (ครั้งนึง lady of light เคยกล่าวไว้ในกระทู้)

    When you give, then you get ( ครั้งนึง คุณ ณ. ได้เคยกล่าวไว้ในกระทู้)




    ด้วยรัก LOVE UUU











     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 พฤษภาคม 2018
  12. วสุธรรม

    วสุธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    2,266
    ค่าพลัง:
    +8,164
    ตารางสำหรับแปลรหัส...
    28291-1268370001-1c56123323955b90ae3d922739724a7f.jpg
     
  13. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ขอบคุณ คุณ ไร้กรอบ และ คุณวสุธรรมมากค่ะ.

    ทุกคนที่ถูกดึงดูดเข้ามาที่กระทู้ New Age ไม่ว่าจะเป็น 8 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับภารกิจหน้าที่ ก่อนเข้าสู่ยุคใหม่หรือ Before Age

    โพสต์เก่า จากกระทู้นิวเอจเปิดโดย Little Duck เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

    รางวัลที่ 1. 133707 รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 03

    16/2/2553 = 16+2+2+5+5+3 = CC
    CC = Concern = ผู้ที่เกี่ยวข้อง


    วันที่โพสต์ 17/2/2553 = 17+2+2+5+5+3 = 34 = CD
    CD = Connecting Data = การเชื่อมต่อข้อมูล


    133707 = 1+3+3+7+0+7 = 21 = BA
    BA = Before Age = ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคใหม่


    **จะเห็นได้ว่ามีผลลัพธ์เท่ากับวันที่ปิดกระทู้ **


    133 = 13+3 = 16 = P
    707 = 70+7 = 77 =14 = AD
    PAD = Planning All Data = การเตรียมการของข้อมูลทั้งหมด



    **ดูผลลัพธ์ของกระทู้สุดท้ายก่อนที่จะปิดกระทู้ **

    รางวัลเลขท้าย 2 ตัว = 03

    0 = ศูนย์ , สิ้นสุด หรือ สูญเปล่า
    **หมายถึงการสิ้นสุด ปิดกระทู้เดิม**

    3 = C = Continue = ดำเนินต่อไป ..


    **ภารกิจใหม่ที่ต้องดำเนินการต่อ เปิดกระทู้ใหม่**



    เมื่อนำความหมายมารวมกัน หมายถึง..

    ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การเชื่อมต่อข้อมูลก่อนที่จะเข้าสู่ยุคใหม่ (NEW AGE) เพื่อการเตรียมการของข้อมูลทั้งหมด .. จึงต้องทำการปิด เครื่อง และ เปิดเครื่องใหม่ ..

    NEW AGE

    LD411

    รหัสตัวเลขที่ได้มีการโพสตื์ไปแล้วนั้น เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงสื่อความหมาย หากท่านสังเกตุดูจะทราบถึงที่มาที่ไป อย่างไร มีเหตุผล สนับสนุนกันอย่างไร ..

    สิ่งบังเอิญไม่มีในโลก ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็น โพสต์ข้อความล้วนคือกุญแจทุกดอก ต่างคนต่างทำหน้าที่ โดยไม่มีหัวหน้า ไม่มีผู้นำ ข้อมูลอัตโนมัติจะทำงานตามกลไกของข้อมูล

    ALL MY LOVE FOR U

    LD411

    จะเห็นได้ว่าการเตรียมการข้อมูลทั้งหลาย ก่อนเข้าสู่ยุคใหม่เป็นความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งยวด กระทู้นี้เป็นแค่เพียงผู้ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลต่างๆหรือกุญแจสำคัญต่างๆที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องนำมาลง โดยมีข้าพเจ้าเป็นเพียงอุปกรณ์เท่านั้น ดังนั้นข้อมูลทั้งหลาย จึงมีความสำคัญอย่างเท่าเทียมกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่าข้อมูลของทุกๆท่าน ล้วนคือกุญแจสำคัญ มีหน้าที่สำคัญ และมีความสำคัญเท่าเทียมกันทั้งหมด เพราะเมื่อขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ไม่สามารถสร้างภาพรวมที่สมบูรณ์ขึ้นมาได้ เพราะแต่ละบุคคลแต่ละข้อความ ล้วนมีเอกลักษณ์ มีความเชี่ยวชาญจำเพาะที่ไม่เหมือนกัน

    บางท่านเชี่ยวชาญเกี่ยวกับศาสตร์ตัวเลข
    บางท่านเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านการแพทย์
    บางท่านเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านการสอน
    บางท่านเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้าน ศาสนศาสตร์
    แตกต่างกันไปมากมาย

    ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ถูกโปรแกรมลงคอมพิวเตอร์ หรือ ในดีเอ็นเอของแต่ละท่านเรียบร้อยแล้วในรูปของปัญญา.

    ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ปัญญาดีต้องถูกนำมาเรียกใช้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่ตนเอง และธรรมชาติที่มากที่สุด

    New Age จึงเป็นช่วงแห่งกาลเวลาที่มนุษย์เกิดความเข้าใจ และก่อให้เกิดการกระทำที่ถูกต้อง ตรงกับสัจธรรม หรือธรรมชาติโดยไม่ขัดแย้ง เป็นช่วงแห่งการยอมรับถึงความมีคุณค่าและหน้าที่ และการมาปรากฏเป็นคู่ของทุกสรรพสิ่ง โดยไม่ปฏิเสธสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ด้วยเข้าใจในสัจธรรม หรือความเป็นจริงในหน้าที่ตามธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง ไม่มีสิ่งใดสมควรโดนดูถูก แม้แต่สิ่งที่ทุกคนเรียกว่า มาร เพราะมารคือครู ที่ทดสอบความแน่วแน่ ทดสอบความอดทนอดกลั้น ทดสอบความเมตตา เสียสละและให้อภัย ของเราทุกคน ว่าเป็นดังที่ได้พูด ได้คิด หรือไม่

    อีกทั้งประสบการณ์ ทั้งหลาย ล้วนกำลังสะท้อนให้เรามองเห็นภาพรวม ของความคิดข้างในเรา ว่าเราควรจะตัดลด หรือเติมเต็มสิ่งใด

    ข้อความเก่าจากคุณ มีแปปเดียวเมื่อปี 53

    คนความรู้น้อยอย่างผม บอกกับคัวเองและคนที่รักบ่อยๆว่า
    ขึ้นชื่อว่าจิต
    อย่าคิดไปเอาชนะอะไรเลย
    มันเหนื่อย
    มันข่ม กด ทับ
    สุดท้ายก็แพ้มันอยู่ดี
    รัก โลภ โกรธ หลง มันเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดาโลก
    ชนะมันไม่ได้หรอก
    หัดแพ้มัน แบบว่า
    เอ็งเก่งนักใช่มะ
    งั้นข้าไม่ต่อสู้ดิ้นรนละ
    ไม่เอาเรื่องเอาราวไรกะเอ็งละ
    จะฟาดงวงฟาดงาก็ฟาดไป
    เก่งจริงก็เอาให้ตายไปเลยละกัน
    จะได้ขาดกันเสียที
    นั่งดูมัน อย่างรู้เท่าทันมัน
    พอมันหลอกเราว่ามันเป็นเรา เราเป็นมันไม่ได้
    ก็อยู่กันแบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
    ถ้าบางทีโดนหลอกให้หลงไปก็ไม่เตลิดไปไกลมาก


    New Age ไม่ใช่เป็นยุคหรือช่วงแห่งการเวลา ที่ถูกสร้างโดยใครคนใดคนหนึ่ง หรือเกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการร่วมมือร่วมใจ ของกุญแจสำคัญทุกดอก ของทุกๆคน ในการสร้างสรรค์สังคมศรีอริยะ ที่ทุกๆคน ต้องร่วมมือร่วมใจ ทำด้วยความรักความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

    ทุกอย่างจึงไม่ได้อยู่ในมือของใครคนใดคนนึง แต่อยู่ในมือของเราทุกคน

    IN YOUR HAND




     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 พฤษภาคม 2018
  14. วสุธรรม

    วสุธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    2,266
    ค่าพลัง:
    +8,164
     
  15. วสุธรรม

    วสุธรรม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    2,266
    ค่าพลัง:
    +8,164
     
  16. สตธศร

    สตธศร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2009
    โพสต์:
    639
    ค่าพลัง:
    +1,345
    ในสิบปีหนูเชื่อว่าคนจะมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นอนาคต เหมือนกับการที่เรายิงธนูออกไป เราไม่มีสิทธิ์ลังเล เมื่อปล่อยศรออกไปแล้ว เราต้องมั่นคง และรอผลผลิตผ่านเวลานั้น ถ้าพลาดเป้า เราก้เริ่มต้นเล็งไหม่ ดังนั้น สัจจะที่ได้ทำไปจึงเป้นการ ประกาศก้าวแห่งความชอบธรรม ในทุกสถานที่ที่เราได้เริ่มกรทำสิ่งใด

    มนุษย์เรามีสายสัมพันธ์ต่อสิ่งแวดล้อมและนั่นเป็นหน้าที่ ที่แท้จริงของมนุษย์ ลองนึกดูถ้าเราเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เน่าใน ลูกหลาน ดิน น้ำอากาศในผืนที่นั่นจะเป็นอย่างไร เราต่างเหมือนต้นไม้หลากหลายสายพันธ์ การเติบโตจึงไม่เหมือนกัน เราต่างมีสายสัมพันธ์มากน้อยไม่เหมือนกัน พระวินัยจึงเกิดขึ้นมาอย่างสมเหตุผล เพื่อที่ จะรักษา พื้นที่ อันควรเป็น สันติวิหาร แต่การเข้าใจผิดอาจเกิดขึ้นมาอย่างไม่สมดุลย์ และ การกลายพันธ์จึงเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า อวิชชา หรือความไม่รู้ หากเราไม่ยืนยืนหยัดในคุณธรรม หรือศีลธรรม พื้นที่ตรงน้นย่อมกลายเป็นเพียงสถานที่ชำระกรรม เหมือนเช่นสถานที่อื่นๆ

    ความย่อหย่อนลงของ สจฺจ ย่อมนำพาวิบัติมาสู่สถานที่หนึ่งที่ใดได้ จึงอยากฝากไว้ว่า วัดแท้จริงคือพื้นที่อภัยธาน หากหัวใจคุณให้ทานเพื่อนมนุษย์หรือเพื่อนร่วมโลก ด้วยการอภัย คุณจะเป็นธรรมศาลา หรือ สถานที่อันมีสันติภาพไม่ว่าอยุ่ที่ใด ได้โปรดรับ และให้ ชีวิตหนึ่งๆเสมอเหมือนชีวิตตนเองด้วยเถิด หากท่านเป็นสมณะ ชี พรามหณ์ที่ได้ผ่านมาอ่าน อย่าได้ทำกบฺมวลชีวิตใดเสมอเหมือนว่า พวกเขาเป็นเพียงเศษส่วนของกลไกลวฏฺฏจกฺร เลย หากท่านมีหน้าที่ เพื่อเกื้อกูลสมดุลย์แล้ว ได้โปรดเมตตาพวกเขาจนถึงที่สุด ภายใต้ขอบเขตของพรหมวิหารสี่ เพื่อให้ศาสนา และความเมตตา ยังคงอยู่ด้วยเถิด ทุกชีวิตต่างก็มีความรัก ชีวิต เช่นเดียวกบฺเรา.

    32815874_10216163252938445_1984337451245633536_n.jpg

    ขอสันติสุขจงมีแก่พื้นที่ที่เราทุกคนเดินไปถึง
     
  17. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ขอขอบคุณคุณวสุธรรมเป็นอย่างมาก ที่ได้นำคลิปข้อมูลที่มีความเป็นจริง ของธรรมชาติสอดแทรกอยู่ด้านในนั้นมาลง ข้าพเจ้า ก็มองเห็นว่า ธรรมชาติได้สอดแทรกความเป็นจริงของตัวเองในสิ่งที่มันสร้างเสมอ. แม้แต่ร่างกายของมนุษย์ก็คือธรรมชาติ ประกอบมาจากธรรมชาติ ดินน้ำลมไฟ ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์สร้าง ก็คือธรรมชาติที่มีความเป็นจริงสอดแทรกอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นบทเพลง ภาพยนตร์ ศิลปะงานเขียน ดนตรี แม้กระทั่งต้นไม้ ภูเขา ใบหญ้า แม่น้ำลำธาร ภูเขาไฟ ต่างก็มีความจริงของธรรมชาติ หรือ สัจธรรม อยู่ในตัวของมันเองทั้งสิ้น

    ดังนั้น ทุกข้อความ หรือทุกข้อมูลของทุกท่าน ที่ได้นำมาลง ล้วนสอดแทรกความเป็นจริง และความคิดเห็นจากมุมมองส่วนตัว อยู่ด้านในนั้นเสมอ ดังนั้นในการเสพสื่อ ไม่ว่าจากสื่อประเภทใดก็ตาม แม้กระทั่งตัวข้อความของข้าพเจ้าเอง จึงจำเป็นต้อง ใช้สติ และปัญญาในการเข้าไปพิจารณา ว่าสิ่งใดคือความจริง และสิ่งใดคือความคิดเห็น

    อริยสัจ 4 ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า อันดำเนินอยู่บนทางสายกลาง หรือแม้กระทั่ง "รักอันปราศจากเงื่อนไข"ของพระเจ้า ที่องค์พระศาสดาต่างๆได้กล่าวถึง จึงคือความสมดุล ของการมองเห็นคุณค่า ของทุกสรรพสิ่ง หรือมองเห็นคุณค่า และความสำคัญของการมาเป็นคู่ของพลังงานทั้งสอง ที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน ให้เราได้เรียนรู้ และเกิดความรู้ความเข้าใจ ในธรรมชาติความเป็นจริง ในหน้าที่ ที่สมควรทำในระหว่างมีชีวิตอยู่ และเป็นบาทวิถีให้เราทุกคนได้เดินทาง กลับบ้าน อันเป็นจุดหมายปลายทางที่แท้จริงในที่สุด บาทวิถีอันเป็นพื้นฐานเหล่านี้ เปรียบได้กับฐานของปิรามิด ที่สนับสนุน ให้เราทุกคน ได้ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดอย่างแน่วแน่และมั่นคง ดังนั้น เราจะขึ้นไปสู่จุดสูงสุดไม่ได้ หากขาดซึ่งพลังงานอันเป็นคู่ อันเปรียบได้กับผู้สนับสนุนเหล่านั้น เพราะผู้สนับสนุนเหล่านั้น ต่างกำลังส่งเสริม ให้เรา มีความแข็งแกร่ง และแข็งแรงเพียงพอที่จะขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดโดยไม่ล้มลงมาอีกครั้ง ดังนั้น พลังงานในการมาเป็นคู่ของทั้งสองจึงสมดุลและเท่าเทียมกันสมควรถูกยกย่อง และเคารพอย่างเท่าเทียมกัน



    ขอขอบคุณข้อความจากหนุมานผู้นำสาร


    "ใช้ความจริง ไม่ใช้ความเห็น"

    " *** เกิดเป็นคน อยู่ใต้ฟ้า ****

    อย่าด่าฟ้าดิน
    ดิน ฟ้า อากาศ คือ โลกุตตระ
    สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด
    เนื้อ หนัง ฟัน ผม คือ โลกุตตระ
    พวกเราก็มาอาศัย
    เวียนว่ายตายเกิดมีสังขาร
    ฆ่าตัวตาย ก็คือ ทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์
    ผลตอบแทน เหนือคำบรรยาย
    ต้องรับผิดชอบ ผลที่ตนทำ"

    - " หนุมาน ผู้นำสาร "

    ขอขอบคุณข้อความจาก 999phudit

    "ผู้รู้ที่ประเสริฐ .... เขาไม่เอาตังค์ คุณหรอก
    เขาไม่เอาความดี (ใจ) ของคุณหรอก ...แต่ความดีมีความสวยงาม มีจำนวนมาก มีความแข็งแรง มีความทนทาน ต่อภาระที่คุณจะเจออีกมากแค่ไหน... เพราะเมื่อคุณผ่านไปได้ แต่ไม่แข็งแรง ....คุณจะเจออะไรที่ โหดร้าย มาก.."


    " sun หรือ ฟ้าและดิน (ฟ้าอุ้มอากาศ ดินอุ้มน้ำ อากาศหรือน้ำให้เธอดำรงอยู่)
    หรือ
    ผู้ให้กำเนิดและผู้ดูแลมนุษย์

    แล้้วแต่เธอจะเลือก .... หรือ เอาทั้งหมด

    เพราะเป็นผู้มีคุณต่อเธอทั้งสิ้น และ มาจากที่เดียวกัน (เป็นคู่)

    sun ใช่ว่าจะมีมาเดียว .... มีคู่อยู่ภายใน แล้ว"

    999phudit
    ...........................


    ดังนั้น การมาเป็นคู่ของพลังงานทั้งสองของธรรมชาติอันเปรียบได้กับพลังงานที่สนับสนุนโลกแห่งความเป็นจริงทุกโลก จึงเปรียบเสมือนผู้ให้กำเนิด ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเสียสละ และความอดทนอดกลั้น ดังมารดาที่พึงมีให้แก่บุตร

    ไม่ว่าบุตรจะร้องขอสิ่งใด มารดาหรือผู้ให้กำเนิดทั้งหลายย่อมไม่ปฏิเสธ แต่ในขณะเดียวกันก็ปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้ ด้วยตนเองจากผลแห่งการสร้างด้วยการกระทำ ที่อาจเต็มไปด้วยสติและไร้สติเหล่านั้น.

    ความผิดพลาด ย่อมก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่คมชัด ว่าทำสิ่งใดและได้ผลสิ่งใด ความผิดพลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้นในชีวิตล้วนสร้างสรรค์ประสบการณ์ และเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้

    ดังนั้นจึงเห็นควรว่าเราทั้งหลายจึงมีหน้าที่ที่ควรกตัญญูต่อผู้ที่ทำหน้าที่ให้กำเนิด และผู้ที่ทำหน้าที่เสมือนดั่งครูที่ให้บทเรียน บททดสอบเพื่อสร้างความแข็งแกร่งเรานั้น ด้วยความเข้าใจในความเสียสละเหล่านั้น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2018
  18. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ข้าพเจ้าชอบคลิป ของภาพยนตร์ญี่ปุ่น มาริเจ้าเพื่อนยาก เป็นอย่างมาก. ในขณะเดียวกันข้าพเจ้า ก็คิดถึง เจ้าชายน้อยกับหมาป่า เพาะทุกเรื่องราวล้วนสอดแทรกความเป็นจริงของธรรมชาติ หรือสัจธรรมอยู่ในนั้นเสมอ. ข้าพเจ้าชอบตอนจบ ของภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ที่เด็กหญิงผู้เป็นเจ้าของ ได้หนีออกจากค่าย เพื่อออกมารับมาริ ที่ถูกทอดทิ้งไว้ลำพัง สิ่งที่เด็กหญิงได้ทำ คือสัญญาที่ได้เคยให้ไว้กับมาริว่าจะกลับมารับ เพื่อกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

    ในช่วงเวลาแห่งชีวิตที่มีแต่ความเร่งรีบ และสังคมในการเอาตัวรอด บางทีเราก็หลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่คอยสนับสนุนค้ำจุนเรามาตั้งแต่แรกเกิด หากเราใช้ใจและความรู้สึกข้างใน. เราจะพบว่า เราได้ติดหนี้สรรพสิ่งต่างๆมากมาย

    ผู้ให้กำเนิด มารดา-บิดา

    ครูบาอาจารย์ ที่หมายถึงใครก็ได้ที่เข้ามาสั่งสอนเรา หรือค้ำจุนเรา หรือสอนให้เรามองเห็นความจริงและแข็งแกร่งขึ้น

    เราติดหนี้แผ่นดิน แม่น้ำ สายลม ความอบอุ่นของพระอาทิตย์ ที่ให้พลังงานอย่างไม่มีสิ้นสุด

    เราติดหนี้รั้วของชาติ หรือผู้ที่ทำหน้าที่คุ้มครอง ป้องกันภัย ให้กับเราอย่างแท้จริง หรือผู้ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง เช่นทหารผ่านศึกที่ไม่ควรโดนทอดทิ้งหรือถูกลืม ครู ผู้อุทิศร่างกายให้ความรู้แก่ผู้คนในชนบทที่ห่างไกลจากความเจริญ ผู้ที่รักษาความสะอาด จะประกอบสัมมาอาชีวะ ที่มีส่วนค้ำจุนความเป็นอยู่ของเรา ดังนี้เป็นต้น แต่ทุกอาชีพต้องเป็นสัมมาอาชีวะ คือทำอย่างสอดคล้องและถูกต้อง กับแก่นของธรรมชาติหรือสัจธรรม จึงจะเรียกว่าสัมมาอาชีวะ

    และอีกหลายหน้าที่ ที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้น ทำงานอย่างเต็มที่และเต็มใจ รวมทั้งเต็มกำลัง ในการสร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งหลายให้เกิดแก่ส่วนรวม แต่น่าแปลกที่สังคมในปัจจุบัน กลับไม่ให้คุณค่าแก่บุคคลเหล่านั้นเลย หรือมองเห็นคุณค่าของบุคคลเหล่านั้นน้อยมาก เรากลับให้คุณค่ากับผู้ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และมองเราเป็นเพียงแค่ เครื่องมือชิ้นเล็กๆที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น. มันเป็นการเริ่มต้นที่ผิดเพี้ยนและสร้างความผิดเพี้ยนให้เกิดขึ้นแก่สังคมในปัจจุบัน

    ข้าพเจ้าเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละแต่กลับถูกลืม เป็นอย่างดี มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากภายใน และคมชัดด้วยการมีประสบการณ์ ดังนั้นประสบการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า ล้วนนำพาให้ข้าพเจ้า เกิดการเรียนรู้ และเข้าใจในมุมมอง และพร้อมที่จะเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปเหล่านั้น

    ในสังคมที่เร่งรีบ และเอาตัวรอด การกลายพันธุ์ (ขอขอบคุณ คุณ สตธศร) จึงเป็นสิ่งที่พบเจอได้ในทุกระดับ แม้กระทั่งร่างกายมนุษย์ มันเริ่มต้นจากความคิดเห็น ความเข้าใจ ความเข้าข้างตัวเอง และความเห็นแก่ตัว ที่เพี้ยนไปจากความเป็นจริงหรือสัจธรรม และมันก็สะท้อนออกมา เป็นสภาพแวดล้อมภายนอก รวมถึง ร่างกายมนุษย์

    มะเร็ง คือการที่เซลล์กลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอดของตัวมันเอง บางคนก็ใช้วิธีง่ายๆด้วยกันกำจัดมันทิ้งไป แต่มันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะเราไม่ได้แก้มันจากต้นเหตุ สิ่งที่เราสมควรทำ คือการวิเคราะห์ต้นเหตุที่ทำให้เซลล์นั้นกลายพันธุ์ และแก้ไข นั่นเป็นเพราะระบบในร่างกายเสียสมดุลย์ใช่หรือไม่ จึงทำให้เซลล์ทั้งหลายต้องหาทางอยู่รอดด้วยการกลายพันธุ์ ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น นี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องไปพินิจพิเคราะห์

    ดังนั้นการแก้ไข หาแนวทางที่พิจารณา จากเหตุที่เกิดขึ้นว่า เกิดจากต้นเหตุอะไร และแก้ไขให้ตรงจุด จึงเป็นการแก้ไขที่ตรงกับสัจธรรม หรือธรรมชาติ เพราะทุกอย่างล้วนเกิดต่อเนื่องกันไป เมื่อเริ่มต้นผิด ทุกอย่างก็จะผิดไปหมด ดังเช่นที่คุณ 999phudit. ได้บอกเอาไว้

    ดังนั้นระบบ OS อริยสัจ 4 ซึ่งไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หากตรงกับแก่นของสัจธรรมแล้วย่อมใช้ได้เสมอ เช่นเดียวกับข้อมูลของทุกท่าน บางส่วนที่เป็นแก่นสาร ที่ไม่ใช่ความคิดเห็น ยังคงใช้ได้เสมอ

    ดังนั้นในการเริ่มต้นใหม่ นอกจากจะเริ่มต้นจากการเปิดใจแล้วจึงต้องมีการเสียสละ และให้อภัยซึ่งกันและกัน ด้วยเข้าใจว่าทุกชีวิต ล้วนต้องการการอยู่รอด เราทั้งหลาย จึงเป็นเพื่อนพี่น้องกัน ที่สนับสนุนซึ่งกันและกันให้เราเดินทางสู่จุดหมาย

    ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรู ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วม เกิดแก่ เจ็บ ตาย นี่คือสัจธรรม

    ด้วยรัก
     
  19. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    198
    ค่าพลัง:
    +3,038

    แปดปีนานเหมือนกันนะเนี้ย
     
  20. JINTAWADEE

    JINTAWADEE เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 กันยายน 2007
    โพสต์:
    1,525
    ค่าพลัง:
    +4,716
    ข้าพเจ้าเชื่อว่าความรักมีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ สรรพสิ่งทั้งหลายที่เป็นวัตถุธาตุ ต่างก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยแรงสั่นสะเทือนในสนามแม่เหล็กภายในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยพลังงานเดียวกันนี้

    หากมนุษย์อย่างเราเรียนรู้ที่จะใช้กฎแห่งการดึงดูดสร้างสิ่งที่ต้องการด้วยความรักแล้ว. ดังนั้นการสร้างสันติภาพให้เกิดแก่โลกใบนี้ ก็ย่อมทำได้ด้วยกฎนั้นเช่นเดียวกัน ด้วยการรักในสันติภาพ รักในความสามัคคี และแผ่ขยายความรู้สึกรัก ความสามัคคี รวมถึงความปรารถนาดีที่มีต่อกันนั้นให้กับผู้อื่น.

    เรารักที่จะเห็นทุกคนมีความสุข โดยไม่แบ่งแยก เขา-เรา.

    เราส่งความรักความปรารถนาดีจากใจกระจายออกไปเป็นวงกว้าง.

    สิ่งเหล่านี้ คือการสั่นสะเทือนพลังงานสร้างสิ่งที่ต้องการ ด้วยความรักในพลังงานสนามแม่เหล็ก ของโลกแห่งความเป็นจริงนี้ มิตินี้

    "การแผ่เมตตา" สำหรับข้าพเจ้าแล้ว จึงคือการส่งมอบความสุข และความปรารถนาดีให้ทุกสรรพชีวิตที่เป็นเพื่อน ร่วมเกิดแก่เจ็บตายในวัฏจักรเหมือนกันให้ได้พ้นทุกข์

    สำหรับในศาสนาอื่น ข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจว่าเขาสวดกันเช่นไร เนื่องด้วยไม่มีประสบการณ์ แต่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ทุกศาสนา ล้วนชี้แนะแนวทางให้มนุษย์ เดินบนหนทางแห่งรักเหมือนกันทั้งหมด

    พลังงานความรักอันบริสุทธิ์เหล่านี้จะถูกส่งกลับคืนสู่ธรรมชาติ กลับคืนสู่ต้นกำเนิดพลังงาน และถูกส่งกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งหนึ่ง ในรูปแบบของพลังงานอันบริสุทธิแบบเดียวกัน

    มัเหมือนกับการหายใจ เมื่อคุณหายใจเอาอากาศที่บริสุทธิเข้าไป อากาศอันบริสุทธิ์เหล่านั้น ก็เข้าไปฟอกชำระล้างอวัยวะต่างๆในร่างกายเรา ให้ฟื้นกลับคืนสู่ความแข็งแรงอีกครั้งนึง

    ข้าพเจ้ามองเห็นว่า การทำงานของวัฏจักร และระบบเหล่านี้ เป็นไปเหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะในธรรมชาติ หรือในร่างกายของมนุษย์เอง เปรียบได้กับเมื่อเราทานอาหารอะไร ร่างกายก็จะสังเคราะห์อาหารเหล่านี้ผ่านทางระบบอวัยวะต่างๆ ที่มีการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน และต่อเนื่องกันไป ดังนั้นสุขภาพร่างกายจึงเป็นผลมาจากเหตุที่ต่อเนื่องจากการบริโภค. you are what you eat

    เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมของโลกในปัจจุบันนี้ ก็เป็นผลมาจากการสร้างของเรา จากสิ่งที่เราใส่เข้าไปด้วยความเคยชิน

    ความเคยชิน เป็นส่วนหนึ่งของความรัก เพราะความรัก คือสิ่งที่ทำให้เราทำซ้ำได้โดยไม่เบื่อ จนกลายเป็นความเคยชิน

    " 8 ปีนานเหมือนกันนะเนี่ย" จาก คุณไร้กรอบ จึงสะท้อนให้เห็นว่า การที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งใดใดจึงต้องประกอบด้วย "ความรัก" ในสิ่งที่ทำนั้นเสมอ เราจึงสามารถทำได้โดยไม่เบื่อหน่าย


    จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราใช้กฎแห่งความดึงดูดสร้างความรักความปรารถนาดี ให้กับโลก และสรรพสิ่งทั้งปวง มันจะเหมือนกับการที่เราหายใจเอาอากาศอันบริสุทธิ์เข้าไปไหม?

    มันจะเหมือนกับการที่เราเพิ่มโอโซนที่บริสุทธิ์ให้กับโลกและธรรมชาติไหม?

    มันเป็นการสร้างง่ายๆที่ไม่ต้องใช้อะไรเลย นอกจากใจที่เต็มไปด้วยความรักอันไร้เงื่อนไขของตัวคุณเอง ในการทำมันซ้ำ ๆ

    หากเราทำได้ ทุกย่างก้าวที่เราเหยียบย่างไป จะกลายเป็นเขตอภัยทาน ยิ่งพลังงานอันบริสุทธิ์มีจำนวนมากขึ้นเท่าไร ทุกจิตวิญญาณย่อมได้รับการชำระ และปลดปล่อย เปรียบประดุจกับการที่เราหายใจ เอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไป ดูลมหายใจยาวๆลึกๆ ประกอบด้วยความคิดและการกระทำที่บริสุทธิ์ แม้กระทั่งเซลล์มะเร็งที่กลายพันธุ์ หรือเชื้อไวรัสดื้อยาทั้งหลาย ก็สามารถเปลี่ยนแปลงกลับเป็นปกติได้เช่นเดียวกัน

    Love U
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2018
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...