รับมือ “พายุสุริยะ” ปี 2402 โลกถูก “พายุสุริยะ” กระหน่ำแรงที่สุด

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย สังขารไม่เที่ยง, 5 ตุลาคม 2010.

  1. สังขารไม่เที่ยง

    สังขารไม่เที่ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    5,943
    ค่าพลัง:
    +24,699
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>รับมือ “พายุสุริยะ”</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>5 ตุลาคม 2553 11:06 น.</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><IFRAME style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; OVERFLOW: hidden; BORDER-LEFT: medium none; WIDTH: 450px; BORDER-BOTTOM: medium none; HEIGHT: 35px" src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000138872&layout=standard&show_faces=false&width=450&action=like&colorscheme=light&height=35" frameBorder=0 scrolling=no allowTransparency></IFRAME></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=bottom align=right width=1 height=1>[​IMG]</TD><TD vAlign=bottom align=middle background=/images/linedot_hori.gif height=1>[​IMG]</TD><TD vAlign=bottom align=left width=1 height=1>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=center align=middle width=1 background=/images/linedot_vert.gif>[​IMG]</TD><TD><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=center align=middle width=1 background=/images/linedot_vert.gif>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=right width=1 height=1>[​IMG]</TD><TD vAlign=top align=middle background=/images/linedot_hori.gif height=1>[​IMG]</TD><TD vAlign=top align=left width=1 height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=middle>การปะทุบนดวงอาทิตย์ส่งอนุภาคมีประจุพุ่งตรงมายังโลกที่มีสนามแม่เหล็กป้องกันอันตรายจากอนุภาคเหล่านั้น (ดิสคัฟเวอรี)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>


    </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=bottom align=left height=12>[​IMG]</TD></TR><TR><TD bgColor=#cccccc><TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle bgColor=#ffffff><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%"><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=160><TABLE cellSpacing=4 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=middle>คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=baseline align=middle>ภาพการปะทุบนดวงอาทิตย์เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา (NASA/GSFC/AIA)</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=baseline align=middle>ภาพเส้นสนามแม่เหล็กที่พุ่งขึ้นจากจุดมืดบนดวงอาทิตย์ (Hinode JAXA/NASA/PPARC/ESA)</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=baseline align=middle>ภาพแสงออโรราเหนือชั้นบรรยากาศโลกเมื่อปี 2003 ที่บันทึกโดยโดนัลด์ อาร์.เพตติท (Donald R. Pettit) ลูกเรือสถานีอวกาศนานาชาติ (NASA)</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=baseline align=middle>ศ.ดร.เดวิด รูฟโฟโล</TD></TR></TBODY></TABLE>
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle width=165 height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=4 background=/images/linedot_vert3.gif>[​IMG]</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=7 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>เมื่อ 20 กว่าปีก่อนแคนาดาเคยเกิดเหตุไฟดับครั้งใหญ่หลังถูก “พายุสุริยะ” ถล่ม และย้อนไปไกลกว่านั้นกว่า 150 ปีเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นที่เสาส่งโทรเลขของสหรัฐฯ และยุโรป หากเหตุการณ์เดียวกันเกิดขึ้นในยุคที่ชีวิตคนเราผูกติดกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาจสร้างความเสียหายที่มากกว่านั้น

    ศ.ดร.เดวิด รูฟโฟโล อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ศึกษาดวงอาทิตย์ พายุสุริยะและรังสีคอสมิคมากว่า 20 ปี อธิบายว่า การเกิดพายุสุริยะต้องมีจุดมืด (sunspot) บนดวงอาทิตย์ ซึ่งที่จุดมืดนั้นมีสภาพเป็นขั้วแม่เหล็ก และมีโครงสร้างเส้นแรงแม่เหล็กที่จะออกจากจุดหนึ่งของจุดมืดไปยังอีกจุดหนึ่ง ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กจากการเคลื่อนที่ดังกล่าว และเส้นแรงแม่เหล็กนี้เหมือนหนังสติ๊กที่สะสมพลังงานได้แล้วปลดปล่อยออกมา

    กล่าวได้ว่าดวงอาทิตย์สะสมพลังงานแม่เหล็กจนระเบิดออกมาเป็น “พายุสุริยะ” โดยเส้นแรงแม่เหล็กที่สะสมพลังงานจน “ตึง” จะปลดปล่อยพลังงานออกมาได้ 2 รูปแบบ หากแปลงเป็นความร้อนจะเกิดการปะทุที่เรียกว่า “การลุกจ้า” (solar flare) หรือหากแปลงเป็นพลังงานจลน์จะเป็น “การปลดปล่อยก้อนมวลจากโคโรนา” (Corona Mass Ejection: CME) ซึ่งทำให้อนุภาคมีประจุ ถูกปล่อยออกจากบรรยากาศดวงอาทิตย์ในทุกทิศทาง และส่วนหนึ่งพุ่งตรงมายังโลก และกระทบกับเส้นแรงแม่เหล็กโลก

    ทั้งนี้ จุดมืดจะมีจำนวนมากสุดเฉลี่ยในทุกๆ 11 ปี จากนั้นจะลดจำนวนลงต่ำสุด ซึ่งล่าสุดจำนวนจุดมืดมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2543 และจำนวนจุดมืดต่ำสุดเมื่อปี 2551 แต่ปัจจุบันดวงอาทิตย์ฟื้นตัวช้ากว่าปกติ และยังมีจุดมืดน้อยอยู่

    ดังนั้น คาดว่าวัฏจักรจุดมืดครั้งนี้จะใช้เวลาถึง 13 ปี โดยน่าจะมีจุดมืดมากที่สุดในช่วงปี 2555-2556 ซึ่งจากการคำนวณขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) คาดว่าเดือน พ.ค.56 จะเกิดจุดมืดมากที่สุด

    หากแต่ ศ.ดร.รูฟโฟโลให้ข้อมูลว่า จำนวนจุดมืดนี้ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดพายุสุริยะรุนแรง พร้อมยกตัวอย่างเมื่อปี 2548 ที่เกิดพายุสุริยะรุนแรงทั้งที่ห่างจากปีที่มีจุดมืดสูงสุดถึง 5 ปี และในปีที่เกิดพายุสุริยะรุนแรงนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์มากนัก ทั้งนี้ ความรุนแรงของพายุสุริยะมีหลายระดับและขณะนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจพบการเกิดพายุสุริยะได้ทุกวัน แต่ระดับรุนแรงมากนั้นจะเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้งในรอบวัฏจักรจุดมืด

    การมีสนามแม่เหล็กโลกและชั้นบรรยากาศ ทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกปลอดภัยจากอนุภาคที่ส่งตรงจากดวงอาทิตย์ ตราบเท่าที่เรายังอยู่บนพื้นโลกและพายุสุริยะไม่รุนแรงจนไปเกินไปเรายังคงใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยจากอนุภาคเหล่านั้น แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือมนุษย์อวกาศซึ่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากพายุสุริยะมากกว่าคนบนพื้นโลก รวมถึงดาวเทียมและกล้องโทรทรรศน์ที่โคจรอยู่รอบโลก และโครงการสำรวจอวกาศอื่นๆ

    ผลกระทบจากพายุสุริยะที่ไม่รุนแรงแต่สวยงาม นั่นคือแสงเหนือแสงใต้หรือออโรรา (Aurora) ซึ่งเกิดจากอนุภาคมีประจุที่ส่งตรงจากดวงอาทิตย์ทำอันตรกริยากับชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งจะเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ที่บริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ อย่างไรก็ดี แม้จะมีเกราะปกป้องถึง 2 ชั้นแต่พายุสุริยะที่รุนแรงเคยทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในเสาส่งโทรเลขของสหรัฐฯ และยุโรปเมื่อปี 2402 และทำให้เกิดแสงเหนือแสงใต้ที่เห็นได้ที่ฮาวายของสหรัฐฯ หรือโรมของอิตาลี และผลกระทบรุนแรงล่าสุดเมื่อปี 2532 ที่ทำให้ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าของแคนาดาเสียหายและไฟดับทั้งเมืองนานถึง 9 ชั่วโมง

    อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 1 ส.ค.53 ที่ผ่านมาได้เกิดพายุสุริยะที่นาซาขนานนามว่า “สึนามิสุริยะ” (solar tsunami) ซึ่งด้านที่หันเข้าหาโลกนั้น เกิดการปะทุรุนแรงเกือบทั้งด้าน โดยดวงไฟยักษ์ได้ปลดปล่อยซีเอ็มอีมายังโลกด้วยความเร็ววินาทีละ 1,000 กม. หรือ 3.6 ล้าน กม. ต่อชั่วโมง ซึ่งอนุภาคมีประจุจากดวงอาทิตย์นี้ ได้ปะทะสนามแม่เหล็กโลกเมื่อวันที่ 3 ส.ค. และทำให้เกิดแสงออโรราที่สังเกตได้ แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายที่เห็นได้ชัดเจน

    นอกจากนี้ ศ.ดร.รูฟโฟโลยังได้ให้ข้อมูลที่ทำให้คนไทยได้รู้สึกโชคดีอีกครั้งว่า ประเทศไทยตั้งอยู่บนตำแหน่งเส้นศูนย์สูตรทางแม่เหล็กโลก และมีแกนแม่เหล็กโลกที่เลื่อนมาใกล้ๆ ประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีสนามแม่เหล็กโลกที่เข้มที่สุด ซึ่งเมื่อรังสีคอสมิคหรือพายุสุริยะรุนแรงเข้ามา ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจุดอื่นๆ ของโลก โดยจุดที่มีสนามแม่เหล็กเข้มที่สุดอยู่ใน จ.ชุมพร



    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=right height=10>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 ตุลาคม 2010
  2. สังขารไม่เที่ยง

    สังขารไม่เที่ยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    5,943
    ค่าพลัง:
    +24,699
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>ปี 2402 โลกถูก “พายุสุริยะ” กระหน่ำแรงที่สุด</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=center align=left>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=center align=left>5 ตุลาคม 2553 11:10 น.</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD><IFRAME style="BORDER-RIGHT: medium none; BORDER-TOP: medium none; OVERFLOW: hidden; BORDER-LEFT: medium none; WIDTH: 450px; BORDER-BOTTOM: medium none; HEIGHT: 35px" src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9530000138876&layout=standard&show_faces=false&width=450&action=like&colorscheme=light&height=35" frameBorder=0 scrolling=no allowTransparency></IFRAME></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=600 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=600>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ภาพแสงเหนือที่เกิดจากพายุสุริยะทำอันตรกริยากับชั้นบรรยากาศโลก (Tom Walker / Getty Images/Discovery)</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>ปี พ.ศ.2402 เป็นปีที่โลกต้องจดจำ ถึงผลกระทบจาก “พายุสุริยะ” ซึ่งทำให้การสื่อสารขัดข้องเป็นวงกว้าง เมื่ออนุภาคที่ส่งตรงจากดวงอาทิตย์ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในระบบเสาส่งโทรเลขไปทั่วโลก และหลายพื้นที่ยังเกิดแสงออโรราทั้งที่ปกติจะพบเฉพาะแถบขั้วโลก

    เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2402 เกิดแสงออโรราเหนือท้องฟ้าสหรัฐฯ ที่สว่างจนบางคนนึกว่าเมืองเกิดเพลิงไหม้ ขณะเดียวกันเครื่องมือวิทยาศาสตร์ทั่วโลก บันทึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกชั่วขณะ และระบบการสื่อสารขัดข้องจากกระแสไฟฟ้าที่รบกวนเสาส่งโทรเลข จากนั้นในวันที่ 1 ก.ย. ริชาร์ด ซี.คาร์ริงตัน นักดาราศาสตร์อังกฤษพบจุดมืดกลุ่มหนึ่งบนดวงอาทิตย์

    เพียง 17 ชั่วโมงหลังคาร์ริงตันพบจุดมืด ก็ปรากฏแสงออโรราระลอกที่ 2 ที่สหรัฐฯ ซึ่งสว่างมากจนเปลี่ยนกลางคืนให้กลายเป็นกลางวัน และยังเห็นไปจนถึงประเทศปานามาซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ความสว่างที่เกิดขึ้นมากพอให้ผู้คนอ่านหนังสือพิมพ์ภายใต้แสงสีแดงและเขียวได้ และระบบส่งโทรเลขทั่วสหรัฐฯและยุโรปไม่สามารถทำงานได้อีกครั้ง

    จากการศึกษาของ บรูซ สุรุทานิ จากห้องปฏิบัติการจรวดขับเคลื่อนความดัน ของนาซา พบว่า พายุสุริยะเมื่อ 151 ปีก่อนนี้รุนแรงกว่าเมื่อปี 2532 ที่ทำให้ไฟดับทั่วแคนาดามากถึง 3 เท่า

    อย่างไรก็ดี ปกติสนามแม่เหล็กโลกจะช่วยปกป้องอันตรายจากลมสุริยะหรือพายุสุริยะได้ในบางครั้ง แต่ในกรณีนี้ เกราะป้องกันของโลกทำงานล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

    (อ้างอิง : Scientific American/ Space.com)

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
    Science - Manager Online - �� 2402 �š�١ ����������Д ���˹���ç����ش
     
  3. ChainQLel2

    ChainQLel2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    356
    ค่าพลัง:
    +618
    A THOUSAND SUNS
    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=bftTUAIVMUQ]YouTube - Linkin Park - "The Catalyst" with lyrics[/ame]
     

แชร์หน้านี้

Loading...