ซูกระแท้ว....แซวกระทู้....

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย raming2555, 14 เมษายน 2014.

  1. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +8,517
    เค้า ชอบเถียงกัน

    บ้างก็เพราะอยากให้ อีกฝ่ายยอมรับ ความเก่งของอีกฝ่ายนึง

    ตอนแรก ก็ถกปรัชญากัน แต่ทีนี้ หน้ามืด ก็ทะเลาะกัน ถึงด่า กันในที่สุด

    แต่นานๆที มีคน บอกว่า เท่าที่ลอง แล้วพบอย่างนั้นเจออย่างนี้ คนที่ฝึกเจอเหมือนรึต่างกันอย่างไร

    แบบนี้ก็ น่าอ่านหน่อยค่ะ เนอะ
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    58,635
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +34,771
    ...........................
    พี่ชนะขาดลอยค่ะ ไม่ช้าแล้วววว ขออโหสิจากทุกๆท่านด้วยค่ะ(บุเรงนองๆๆ)
     
  3. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    ภาษา วาจา การแสดงออก มันฟ้องจิตใจของคนได้ครับ...
    คนที่ฝึกฝนจิตของตนดีแล้ว ไม่ยุ่งด้วยกับคนจำพวกนี้ครับ...
    เป็นที่น่าเสียดายชื่อยี่ห้อบอร์ด...แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้สักเท่าไร...
    ทุกวันนี้ก็หนีไปสอนกันในกลุ่มไลน์บ้าง ในกลุ่มเฟสบ้าง...
    หลายคนก็ทิ้งเวปนี้ไปแล้วครับ....
    เพราะเบื่อพฤติกรรมคนไม่กี่คนนี่เอง...

    ขอไว้อาลัยแพล็บ...
     
  4. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    พี่ต้อยอย่าห่วงไปเลยครับ...
    ไม่มีใครในนี้ที่ไม่ตาย...
    จะตายช้าตายเร็ว พวกเราตายแน่นอนครับ...ไม่มีเหลือ...

    แต่ว่าที่สำคัญจริงๆไม่ใช่อยู่ที่ว่า ตายตอนไหน ตายเมื่อไร ใครจะตายก่อนตายหลัง...
    ความสำคัญจริงๆมันอยู่ที่ตอนนี้เรายังมีลมหายใจอยู่...
    เราได้ทำในสิ่งที่มีค่าคู่ควรต่อการเกิดมาชาตินึงนี้แล้วหรือยัง...
    เราได้ทำความเพียรในการเผากิเลสให้สุดกำลังของเราแล้วหรือยัง...

    หรือว่าเรายังตกเป็นทาสของกิเลสอยู่เท่าเดิมหรือว่ามากกว่าเดิม...
    ตายลงไปตอนนี้เรามีสุคติเป็นที่แน่นอนแล้วหรือยัง...
    สำรวจสังโยชน์ทั้งสามข้อต้น เราขัดเกลาเบาบางลงแล้วไหม?
    หากตายลงในเวลานี้...เราจะมีสิ่งที่ต้องรู้สึกเสียดาย ว่ายังไม่ได้ทำอะไรอยู่ไหม?

    ความตายไม่น่ากลัวหรอกครับพี่....
    การมีชีวิตอยู่ไปแบบไร้ค่าต่างหากเล่า ที่น่ากลัว...
     
  5. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    [​IMG]

    ท่านผู้สร้างจะรู้ก็ดี ไม่รู้ก็ดี ... ท่านได้สร้างเอาไว้พร้อมสวดบูชาด้วยคาถาจักรพรรดิ์...
    มีสร้างเอาไว้อีก28องค์ ที่รอยต่อจังหวัดสระบุรี และ ลพบุรี เป็นดินแดนขอมเก่า แล้วพระคุณเจ้าที่สร้าง ก็สวดบรรจุด้วยคาถาจักรพรรดิ์
    รูปที่เอามาลงนี้ของวัดทางเหนือ...เชื่อว่าหลายคนรู้จักดีอยู่แล้ว...

    รูปนี้เป็นศิลปะขอม...เป็นเทพเทวะที่ทางขอมบูชามาแต่ครั้งโบราณ...
    ผลที่จะเกิด หลังจากสร้างเสร็จสมบูรณ์ ทั้งลักษณะนั่ง และยืน เมื่อบรรจุด้วยคาถาบูชาพระของหลวงปู่ดู่ ซึ่งมีพลังมาก ด้วยผู้คนจำนวนมาก
    ผลจะเป็นอย่างไรทราบไหมครับ?
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 พฤศจิกายน 2015
  6. THE SEVEN

    THE SEVEN เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    154
    ค่าพลัง:
    +870
    เป็นที่น่าเสียดายคนที่สามารถแนะนำทั้งสมาธิ หรือวิปัสสนาผู้อื่นได้กำลังหนีหายไปกันหมด
    น่าเสียดายผู้มาใหม่ไม่มีผู้มีประสบการณ์มาช่วยชี้แนะ
    น้อยคนนักที่จะอ่านจากพระไตรปิฏกหรือคำสอนจากครูบาอาจารย์แล้วนำไปปฏิบัติเองได้ถูกต้องหรือมีความเจริญเป็นรูปธรรมนั่นเอง
    ถ้าผมมีความสามารถก็จะช่วยแนะนำพวกเขา แต่ไม่มีความรู้พอหรือไม่มีญาณรู้ที่จะตรวจสอบอารมณ์
    แน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นที่จะไปยุ่งกับคนจำพวกนั้นเลย เพลีย
     
  7. THE SEVEN

    THE SEVEN เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    154
    ค่าพลัง:
    +870
    ก็คงจะเป็นไปตามกรรม ตามเหตุ เพราะว่าจังหวัดที่ติดกับเขมรหรือใกล้เคียงกันก็มีโอกาสที่จะสร้างตามศิลปะขอม ด้วยความไม่รู้พุทธศิล หรือรูปบูชาเทวา แถมไม่รู้ว่าเป็นอริศัตรูมีกรรมสืบเนื่องกันมาอีก แต่มักจะมีธรรมคู่ก็ควรจะมีวิธีแก้ซินะ
     
  8. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    เรื่องกฎของกรรมนั้น...ใครก็ไม่สามารถหลีกหนีให้พ้นไปได้ครับ...
    จะทำได้อย่างมากก็ผ่อนหนักให้เบาลงมาสักนิดหนึ่ง...
    หรือจะขยับเวลาออกไปอีกสักหน่อยหนึ่ง...
    แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเกิดอยู่ดี...

    ดูอย่างตระกูลศากยะ ที่ถูกวิฑูฑกะ สังหารจนสิ้น...พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปห้ามถึง 3 ครั้ง สุดท้ายครั้งที่ 4 ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎของกรรม...
    ...........................

    เรื่องราวเมื่อพันกว่าปีก่อน สมัยที่ขอมยังครองอำนาจอยู่บนแผ่นดินสุวรรณภูมินี้
    ชาวไทยน้อยหรือไทยอาหม อยู่ทางแถบยูนนาน และอพยพถอยลงมาทางใต้ มาถึงเขต ล้านนา เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก ก็ต้องพบเข้ากับพวกขอม ที่มีจิตใจอำมหิต เมื่อไม่ใช่พวกตัว ก็ฉุดไปข่มขืนฆ่า...

    ระยะแรกที่มีการสู้รบกัน ก็เพื่อป้องกันชุมชนของตนเอง...จำเป็นต้องฆ่าขอม แต่ส่วนมากจะโดนขอมฆ่า...จนมาถึงยุคของเจ้าพรหมมหาราช ที่รวบรวมคนไทยขึ้นมาเพื่อสู้กับขอมจนชนะ ตามที่ทุกคนรู้กันดีจากที่หลวงพ่อฤษีท่านได้บันทึกเอาไว้...

    แต่เรื่องต่อมาที่ไม่ได้เล่าเอาไว้ก็คือ...
    การสู้รบที่มีประปรายมาเรื่อยๆนั้น เวลานั้นคนไทยเริ่มจะมีชัยและไม่กลัวขอมแล้ว มีการระวังป้องกันชุมชนของตนจนเข้มแข็ง รวมตัวกันเข้มแข็งแล้ว ก็มาคิดกันว่า ถ้าเราจะปลอดภัยจริงๆ เราต้องกำจัดพวกขอมดำนี่ให้สิ้นซาก...
    ตอนนี้เองที่เป็นกรรมหนัก...ฆ่ากันในสมัยแรกเพื่อป้องกันตัว...แต่สมัยหลังคือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเลย...

    เวลาไล่ฆ่ากันนี่ ลูกเล็กเด็กแดงคนแก่ คนท้อง ฆ่าหมด ฆ่ายันสัตว์เลี้ยงทุกตัวไม่มีเว้น จนขอมดำสิ้นไปจากแผ่นดิน...
    รบกันครั้งสุดท้ายอยู่รอยต่อลพบุรีกับสระบุรี เป็นที่มั่นชัยภูมิที่สุดท้ายของขอมดำ สู้กันหลายวันหลายคืน เลือดท่วมปฐพี...

    นับแต่นั้นมาก็เวียนตายเวียนเกิดกันไป...
    จนมาได้พบเจอหน้ากัน...
    เธอผู้นี้ก็ได้ให้ดูรูปพระพุทธรูปที่ไปสร้างไว้ตรงที่ดินแดนเดิม ซึ่งเคยสู้รบกันมา...
    เป็นลักษณะของเทวขอม 28 องค์ สร้างตามพระพุทธเจ้า 28 องค์ พร้อมบอกว่าพระอาจารย์สวดบรรจุไว้ด้วยคาถาจักรพรรดิ์ และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่สนับสนุนการสร้างเป็นจำนวนมาก...ตัวเธอผู้นี้ ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ..พระอาจารย์เรียกว่า"แม่หญิง" ไปกับนายทหารหนุ่ม หน้าตาดี มีอนาคตไกล...

    เห็นแล้วก็เหงื่อซึม...ภาพในอดีตก็ย้อนกลับมาให้เห็น...นั่นเป็นการสู้รบครั้งสุดท้าย
    ความอาฆาตแค้นก็เรื่องนึง...แต่เรื่องกฎของกรรมก็เรื่องนึง...
    ทำไมไม่อโหสิกรรมเหรอ? ผมบอกแล้ว ขอให้เธออโหสิกรรม แม้แค่ผมคนเดียว เธอก็ไม่อโหสิกรรมให้...555+ แต่จริงๆผมไม่ขำเลย ... ไม่มีอะไรตลก มีแต่สลดใจ...

    พอมาเห็นทางเหนือก็สร้าง...ก็เริ่มเห็นแล้วว่า...จะเกิดอะไรขึ้น...ป้องกันยังไงได้ไหม...
    มีวิธีป้องกัน...ทำไปแล้ว...แต่ก็ได้แค่ยืดระยะเวลา...
    จะเล่าต่อก็เกรงใจ...ขอผมบินออกไปก่อนดีกว่า...แล้วจะเล่าให้ฟัง...
     
  9. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,288
    ค่าพลัง:
    +12,620
    ผมกำลังมาชวนรักชาติ พี่ระมิงค์จะบินไปไหน
     
  10. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    เห็นน้าแมว น้ากล้วย อยู่ประจำบอร์ดอภิญญา จะเข้าไปทักทายก็เกรงใจ หมู่คณะยิ่งนัก...
    ที่จริงแล้วผมก็ไม่ค่อยชอบไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองสักเท่าไรครับ ภาษาอังกฤษก็ไม่แข็งแรง รอบที่แล้วหนีไปตะวันออกกลาง ไปเปิดกิจการก้มหน้าก้มตาทำไปอย่างร้อนและเหนื่อย ภาษาอารบิค แบบท้องถิ่น ผสมฮินดี้ อูรุนดี้ เจอปากีเข้าไป กับบังคลาดิช...
    มึนตึบ....

    ตอนนั้นก็เล่าเรื่องให้แฟนว่ามันเกิดคนกลุ่มนึงที่ร่วมกันทำพิธีกรรมบางอย่าง ให้ผีนรกขึ้นจากหลุม มาสิงสู่จิตใจคนไทยให้วิปริตวิปลาสไป นั่นเริ่มตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ตอนนั้นปากหลุมยังกว้างสัก 10 กว่าเมตร...แฟนผมก็ฟังๆไว้ ไม่ได้สนใจเชื่ออะไร เพราะเรื่องแบบนี้ มันเหนือจินตนาการไปหน่อย...
    ทีนี้ผมก็เล่าผลของมันว่า ไอ้ผีบ้านี่ตัวมันดำเหมือนน้ำมันดิน เคลื่อนที่ไปตามพื้นแล้วซึมเข้าตัวคน จะทำให้คนเหล่านี้ วิกลจริต เห็นผิดเป็นชอบ อารมณ์จะร้อนแรง โกรธ มุทะลุ ไร้เหตุผล จะด่าทอกันหยาบคาย ทั้งที่เรื่องไม่เป็นเรื่อง คล้ายๆคนมันบ้าคลั่งกันไปหมด....

    วันเวลาผ่านไป แฟนผมก็นึกสงสัยถึงเรื่องเล่าเหล่านี้ เพราะมันเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งคนรอบตัว ไปจนกระทั่งตัวเองก็เริ่มรู้สึกผิดปกติไปด้วย...
    แตกแยกเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อหลากสี สลิ่ม ฯลฯ แล้วก็ด่าทอกันด้วยคำหยาบๆ คายๆ อย่างไร้เหตุผลสิ้นดี...อธิบายอย่างไรก็ไม่ฟังกัน...แล้วก็จะมุ่งร้ายทำลายกันเอง แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกัน ก็ทะเลาะ โกรธ เกลียดกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน...

    แล้วผลที่ว่านี้มีแต่เฉพาะในขอบเขตประเทศไทยเท่านั้น ลาว เขมร พม่า ไม่เกิดเหตุแบบนี้ แฟนผมจึงชักจะสงสัย แต่ก็บอกไปว่า เล่าสู่ภายนอกไปไม่ได้ เล่าไปเขาจะหาว่าเราบ้า...เอาว่าวิธีกัน วิธีแก้ดีกว่า ว่าจะทำอย่างไร? วิธีการนี้หลวงพ่อเคยบอกไว้แล้ว...แต่ผมว่ายากทีเดียวเชียว....

    น้ากล้วยแมว คงเห็นในบอร์ดต่างๆแล้วนะครับ...มันแปลกไหมล่ะครับ? แม้ธรรมของพระพุทธองค์ ก็เอามาทำให้สกปรกโสโครก เหม็นคลุ้งกันไปหมด ก็ยังพากันทำลงไปได้...นี่แหละครับ ภัยพิบัติรอบนี้...และนี่ก็กฎของกรรม ที่ทำให้ต้องเป็นไป...พวกที่ลงมือทำพิธี นี่ก็ขอมดำ...วิชาบ้าๆของพวกนี้ก็ไม่ธรรมดา...น้ำหน้าอย่างผม ได้แต่เห็น แล้วก็มึน...นี่เรื่องบ้าๆครับ...คนเล่าเป็นบ้าอยู่แล้ว..คนอ่านถ้าเชื่อตามก็จะเป็นบ้าไปด้วย...
     
  11. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    วิปัสสนาญาณ 9 (ญาณในวิปัสสนา, ญาณที่นับเข้าในวิปัสสนาหรือที่จัดเป็นวิปัสสนา คือ เป็นความรู้ที่ทำให้เกิดความเห็นแจ้ง เข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง — insight-knowledge)

    1. อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ (ญาณอันตามเห็นความเกิดและความดับ คือ พิจารณาความเกิดขึ้นและความดับไปแห่งเบญจขันธ์ จนเห็นชัดว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ครั้นแล้วก็ต้องดับไป ล้วนเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปทั้งหมด — knowledge of contemplation on rise and fall)

    2. ภังคานุปัสสนาญาณ (ญาณอันตามเห็นความสลาย คือ เมื่อเห็นความเกิดดับเช่นนั้นแล้ว คำนึงเด่นชัดในส่วนความดับอันเป็นจุดจบสิ้น ก็เห็นว่าสังขารทั้งปวงล้วนจะต้องสลายไปทั้งหมด — knowledge of contemplation on dissolution)

    3. ภยตูปัฏฐานญาณ (ญาณอันมองเห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัว คือ เมื่อพิจารณาเห็นความแตกสลายอันมีทั่วไปแก่ทุกสิ่งทุกอย่างเช่นนั้นแล้ว สังขารทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นไปในภพใดคติใด ก็ปรากฏเป็นของน่ากลัว เพราะล้วนแต่จะต้องสลายไป ไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น -- knowledge of the appearance as terror)

    4. อาทีนวานุปัสสนาญาณ (ญาณอันคำนึงเห็นโทษ คือ เมื่อพิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงซึ่งล้วนต้องแตกสลายไป เป็นของน่ากลัวไม่ปลอดภัยทั้งสิ้นแล้ว ย่อมคำนึงเห็นสังขารทั้งปวงนั้นว่าเป็นโทษ เป็นสิ่งที่มีความบกพร่อง จะต้องระคนอยู่ด้วยทุกข์ — knowledge of contemplation on disadvantages)

    5. นิพพิทานุปัสสนาญาณ (ญาณอันคำนึงเห็นด้วยความหน่าย คือ เมื่อพิจารณาเห็นสังขารว่าเป็นโทษเช่นนั้นแล้ว ย่อมเกิดความหน่าย ไม่เพลิดเพลินติดใจ — knowledge of contemplation on dispassion)

    6. มุญจิตุกัมยตาญาณ (ญาณอันคำนึงด้วยใคร่จะพ้นไปเสีย คือ เมื่อหน่ายสังขารทั้งหลายแล้ว ย่อมปรารถนาที่จะพ้นไปเสียจากสังขารเหล่านั้น — knowledge of the desire for deliverance)

    7. ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ (ญาณอันคำนึงพิจารณาหาทาง คือ เมื่อต้องการจะพ้นไปเสีย จึงกลับหันไปยกเอาสังขารทั้งหลายขึ้นมาพิจารณากำหนดด้วยไตรลักษณ์ เพื่อมองหาอุบายที่จะปลดเปลื้องออกไป — knowledge of reflective contemplation)

    8. สังขารุเปกขาญาณ (ญาณอันเป็นไปโดยความเป็นกลางต่อสังขาร คือ เมื่อพิจารณาสังขารต่อไป ย่อมเกิดความรู้เห็นสภาวะของสังขารตามความเป็นจริง ว่า มีความเป็นอยู่เป็นไปของมันอย่างนั้นเป็นธรรมดา จึงวางใจเป็นกลางได้ ไม่ยินดียินร้ายในสังขารทั้งหลาย แต่นั้นมองเห็นนิพพานเป็นสันติบท ญาณจึงแล่นมุ่งไปยังนิพพาน เลิกละความเกี่ยวเกาะกับสังขารเสียได้ — knowledge of equanimity regarding all formations)

    9. สัจจานุโลมิกญาณ หรือ อนุโลมญาณ (ญาณอันเป็นไปโดยอนุโลมแก่การหยั่งรู้อริยสัจ คือ เมื่อวางใจเป็นกลางต่อสังขารทั้งหลาย ไม่พะวง และญาณแล่นมุ่งตรงไปสู่นิพพานแล้ว ญาณอันคล้อยต่อการตรัสรู้อริยสัจ ย่อมเกิดขึ้นในลำดับถัดไป เป็นขั้นสุดท้ายของวิปัสสนาญาณ ต่อจากนั้นก็จะเกิดโคตรภูญาณมาคั่นกลาง แล้วเกิดมรรคญาณให้สำเร็จความเป็นอริยบุคคลต่อไป — conformity-knowledge; adaptation-knowledge)

    ธรรมหมวดนี้ ท่านปรุงศัพท์ขึ้น โดยถือตามนัยแห่งคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค นำมาอธิบายพิสดารในวิสุทธิมรรค แต่ในอภิธัมมัตถสังคหะ ท่านเติม สัมมสนญาณ (ญาณที่กำหนดพิจารณานามรูป คือ ขันธ์ 5 ตามแนวไตรลักษณ์ — Comprehension-knowledge)

    เข้ามาเป็นข้อที่ 1 จึงรวมเป็น วิปัสสนาญาณ 10 และเรียกชื่อญาณข้ออื่นๆ สั้นกว่านี้ คือ เรียก อุทยัพพยญาณ ภังคญาณ ภยญาณ อาทีนวญาณ นิพพิทาญาณ มุญจิตุกัมยตาญาณ ปฏิสังขาญาณ สังขารุเปกขาญาณ อนุโลมญาณ



    หลวงพ่อฤษีท่านสอนเรื่องวิปัสสนาญาณ๙ เอาไว้สั้นๆย่อๆอย่างนี้ว่า...
    ให้ทุกคนเห็นว่าคนเราต้องมีความตายเป็นธรรมดา ไม่มีใครเกิดแล้วไม่ตาย ไม่ว่าจะตายเช้าตายสายตายบ่าย ตายเย็น คนที่เกิดทีหลังเราแต่ว่าตายก่อนเรานี่ก็มีตั้งมากมายด้วยกัน

    ต่อจากนั้นก็ให้พิจารณาว่าร่างกายนี้เป็นของสกปรก ตั้งแต่ผมลงมา มีขี้หัว ขี้ตา ขี้มูก ขี้ฟัน ขี้ไคล สารพัดทั้งน้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง ขี้ เยี่ยว นี่ท่านเรียกตรงๆแบบนี้ เพราะว่ามันถึงใจดี ไม่เรียกอุจจาระ ปัสสาวะ แบบนั้น

    จากนั้นท่านก็ให้ดูว่าชีวิตเกิดมามีทุกข์อย่างไรบ้าง มีความหิว กระหาย ร้อนไป หนาวไป มีความรักไม่สมหวัง มีความปรารถนาไม่สมหวัง ความพลัดพรากจากของรักของชอบใจ แม้ในที่สุดชีวิตเราที่เรารักมากที่สุดก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ต้องตายไปในที่สุด นี่ล้วนแต่เป็นทุกข์ทั้งนั้น
    เมื่อตายลงไปแล้ว ร่างกายก็เริ่มขึ้นอืดพอง เขียวคล้ำ ค่อยๆมีน้ำเลือดน้ำเหลือง น้ำหนอง เน่าเฟะ ไหลนองออกมา เป็นอาหารให้แก่หนอนมันชอนไช ไม่มีความน่ารักสวยงามใดๆ ให้ชื่นชมอีก มีแต่ความน่ารังเกียจทั้งสิ้น

    ในที่สุดแล้วก็เห็นว่า การเกิดทุกคราวเราเป็นทุกข์อย่างนี้เรื่อยไป แม้ว่าไปเกิดเป็นเทวดา หรือพรหม ก็มีความสุขเพียงชั่วคราว พอหมดบุญก็ต้องกลับมาเกิดใหม่อีก ดีไม่ดีไปลงนรกเข้าก็ซวยหนักเข้าไปอีก
    มีที่เดียวที่องค์สมเด็จพระพิชิตมารบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ คือพระนิพพาน ให้ทุกคนมีใจรักในพระนิพพาน นึกเอาไว้เสมอว่า ตายเมื่อไร เราขอไปนิพพานที่เดียว

    นอกจากนี้แล้วก็ขอให้ทุกคน รักษาศีล๕ เอาไว้เท่าชีวิต กรรมบถ 10 พรหมวิหาร4 ต้องมีประจำใจ บารมี 10 ต้องบำเพ็ญไว้ให้สม่ำเสมอ และสุดท้ายคือให้มีจรณะ 15

    ......................จนป่านนี้ผมถึงเคยได้อ่านหมวดวิปัสสนาญาณ๙ อันเนื่องมาจากมีคนถามเรื่อง สัจจานุโลมิกญาณ หรือว่าอนุโลมญาณ ถึงได้มาอ่านเรื่องวิปัสสนาญาณ๙ จึงมานึกถึงคำสอนของหลวงพ่อฤษีข้างต้นว่า นี่หลวงพ่อเราสรุปเรื่องวิปัสสนาญาณ๙ไว้ให้พวกเราหมดแล้วนี่นา.....

    ซึ่งที่จริงสมัยก่อนท่านก็บอกแบบนี้มาหลายรอบ แต่พวกเราไม่มีใครสนใจ ไม่ได้ไปค้นว่าวิปัสสนาญาณ ๙ มีอะไรบ้าง...ทำตามหลวงพ่อสอนก็พอแล้ว...ไม่ได้สงสัยอะไร...พอตอนนี้ย้อนกลับมาดูอีกที ถึงได้เห็นว่าหลวงพ่อฤษีท่านสอนพวกเราไว้หมดแล้วจริงๆ...สอนให้ทำได้จริงๆ ไม่ต้องอิงบาลีให้งุนงง........

    ..................บันทึกเรื่องราวข้างต้นตามที่หลวงพ่อเคยสอนเอาไว้นั้น ก็มาจากความทรงจำส่วนตัว ที่ฟังหลวงพ่อสอนมานับครั้งไม่ถ้วน หากมีข้อความส่วนหนึ่งส่วนใดขาดตกบกพร่องไป ก็ขออภัยด้วย เพราะเป็นเรื่องของความทรงจำส่วนตัวผมเอง......
     
  12. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,288
    ค่าพลัง:
    +12,620
    อ้างอิง#604
    ยังงี้คสามพยายามที่จะให้ผู้คนหันมาดูประวัติศาสตร์
    ชาติพันธ์และการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไว้ให้
    พวกเราได้หาอยู่หากินกันมาจวบจนวันนี้

    มันก็คงหวังไม่ได้นะฮะ แล้วหากเกิดมีอริราช
    ศัตรูคิดจะยึดครองเมืองไทยอย่างเงียบแทรกซึม
    ก็ยิ่งไม่มีใครปกป้องดูแลซิครับ

    เนื่องจากไม่มีใครมีความรู้สึกว่าตนเอง
    เป็นเจ้าของประเทศกันเลย...เอะอะก็ไม่ใช่
    ของเราคนเดียว...มีแค่พระองค์ท่านที่ห่วงใย
    ประเทศอยู่ลำพังยังงี้จะไหวหรือฮะ

    อย่างนี้ผมว่าขอเสนอทางแก้ให้คนไทยที่มีปัญญาได้พิจารณาอยู่ ๒ ประเด็นสำคัญที่ต้องทำให้มีขึ้นในตนเอง
    ถ้าท่านยังรักชาติ รักแผ่นดิน รักพ่อแม่และลูกหลาน
    นั่นคือ
    ๑.พึ่งไตรสรณาคมณ์ และมีการปฏิบัติจนจิตเข้าถึงความปล่อยวาง
    ๒.อ่านประวัติศาสตร์ไทย หาข้อมูลเกี่ยวกับชาติไทย
    โดยเฉพาะเรื่องที่ประเทศสยามจะถูกครอบครองโดย
    มีการใช้กองกำลังทหารและอาวุธเข้าคุกคามประเทศ
    แต่บรรพบุรุษในอดีตก็เอาสติปัญญาและชีวิตเข้าเสี่ยงอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้อง
    เอกราชไว้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า มีรายละเอียดอะไรที่ไหน
    เมื่อไรใครทำอะไรอย่างไร...
    เอามาเล่า มาอ่านสู่กันไปมา
    ในหมู่เพื่อนพี่น้องลูกหลาน ลูกศิษย์ลูกหา
    เป็นต้น

    ทำ๒ สิ่งนี้ต่อเนื่องกัน ๒๐ ปีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
    ของคนไทยต้องก่อตัวขึ้นอีกครั้งและยัางยืนสิบไปแน่นอน ในท่ามกลางระบบทุนนิยมผลิตและบริโภคกัน
    จนอายุขัยหดสั้นลง สั้นลง
    เพราะการผลิตและการบริโภคไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ
    ทุกอย่างต้องเร่ง ทุกอย่างต้องกระตุ้น มันแรงและรวดเร็วไม่แพ้มนต์ดำนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 พฤศจิกายน 2015
  13. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    คนที่คิดอย่างน้าแมวน้ากล้วยนี่มีไม่มากไงครับ...
    และก็เป็นจำพวกที่จะถูกกำจัดออกไปเสียก่อน...
    ผมจึงต้องใช้กลยุทธ์ซุนวู บทที่36 คือ...หนี....

    หนีไปตั้งหลัก เพื่อรวบรวมกำลัง แล้วย้อนกลับมากอบกู้พระศาสนา...
    ถ้าพระศาสนายังอยู่ ความเป็นไท จะบังเกิดตามมา...
    เราห้ามความอาฆาตแค้นคนอื่นเขาไม่ได้...
    ไปห้ามความคิดชั่วคนอื่นเขาก็ไม่ได้อีกเช่นกัน...
    ต่างฝ่ายต่างยึดติดฑิฐิของตนเองแล้วเข้าห้ำหั่นกัน...

    โลกมันก็เป็นแบบนี้เองครับ...มีความเจริญขึ้น ก็มีเสื่อมลง เหมือน Sine wave
    ยามเจริญก็อย่าหลงไหลดีใจได้ปลื้ม...ให้เตรียมพร้อมรับมือกับขาลงที่จะเกิดขึ้น...
    ยามเสื่อมทรามก็อย่าท้อแท้ ... ให้หมั่นฝึกฝนตนเองไว้ให้พร้อม เพื่อพัฒนาให้ก้าวหน้าในเวลาขาขึ้นมาถึง...

    น้าแมวกล้วย ลองวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ดูนะครับ การเสียเอกราชย์นั้น ไม่ได้เกิดจากการแตกความสามัคคีของประชาชนเป็นเหตุ...
    แต่ชนชั้นปกครองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพื่อการแสวงหาอำนาจของตนเองต่างหาก ที่ปลุกระดมให้ชาวบ้านแตกแยก...
    และในท้ายที่สุด ชนชั้นปกครองนี้เองที่ชักศึกเข้าบ้าน จึงเป็นจุดจบของการสิ้นชาติ...
    เหตุการณ์มันก็ดำเนินซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ จากอดีต ต่อไปยังอนาคต ก็เป็นแบบนี้เอง...

    รอยเกวียนก็ย่ำตามรอยเท้าโคต่อไป ไม่รู้จบสิ้น...
    เราก็ยังคงวนเวียนต่อไปในวิถีแห่งกรรม...
    ผมเองหวังแต่เพียงจะจรรโลง พระพุทธศาสนา น้อมนำเอาคำสอนของครูบาอาจารย์ มาเป็นที่ตั้ง ที่ปฏิบัติ แล้วเผยแพร่คำสอนของท่านออกไป อย่างตรงไป ตรงมา...
    ด้วยกุศโลบาย ที่แตกต่างไป ตามสภาพแวดล้อมและอุปลักษณะนิสัยของแต่ละชนชาติ...แต่ว่าคงต้องไปทำในต่างประเทศเสียแล้วครับ...

    วันอาทิตย์ที่ 29 นี้ถวายเบาะพับสำหรับนั่งสมาธิที่วัดท่าซุงเสร็จ ลงรูปเรียบร้อยในบอร์ดประชาสัมพันธ์เสร็จ...ก็คงถึงเวลา ร่ำลากันเสียที...
    ระหว่างนี้ยังโม้ได้ก็จะโม้ต่อไปก่อนครับ...

     
  14. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,288
    ค่าพลัง:
    +12,620
    พี่ระมิงค์เขียนหนังสือน่าอ่านดี
    ถ้าเขียนแนวธรรมภาคชีวิตมีธรรม
    นำทาง....สักเล่ม
    กล้วยแมวจะหามาให้ลูกๆอ่านเพราะ
    ประสบการณ์เยอะมากทั้งในและต่าวประเทศ
     
  15. ถวายบูชา

    ถวายบูชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤศจิกายน 2013
    โพสต์:
    170
    ค่าพลัง:
    +581
    สนับสนุนข้อคิดเห็นการเขียนหนังสือหรือเขียนกระทู้ เพราะผมเข้าไปอ่านศึกษาหาความรู้ข้อคิดเห็นข้อเสนอะแนะมุมมองตลอดจนข้อปฏิบัติของท่านพี่ระมิงค์ ทั้งกระทู้ก้อนหินเกี่ยวกับทางโลกที่มีประโยชน์มากเพราะผมใช้อ่านทบทวนให้กำลังใจตัวเองเวลาเหนื่อยท้อในการทำงานทางโลกได้กำลังใจได้แรงฮึดสู้ตลอดมา และกระทู้หลงทางก้อมีแต่คุณประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้เริ่มต้นจนถึงที่สุดแล้วแต่ผู้อ่านจะนำไปปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน
    ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านพี่ระมิงค์ในการเขียนบทความต่างในทั้งสามกระทู้จากใจครับเพราะไปต่างแดนอาจไม่มีเวลาเขียนให้น้องๆได้อ่านเท่าไร ขอคารวะครับผม
     
  16. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,651
    ผมเข้าใจความรู้สึกท่านดาบหักนะครับ ว่าคิดเห็นต่อครูบาอาจารย์อย่างไร...
    ส่วนตัวผมนั้น ผมฝึกตามที่หลวงพ่อฤษี สอน และหลวงปู่ดู่ สอน ซึ่งเป็นคำสอนที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน....

    คำสอนใดของหลวงตาม้า หรือหลวงพี่เล็ก ที่ไม่ตรงกับที่หลวงพ่อฤษี หลวงปู่ดู่ สอนนั้น ผมก็ไม่ได้รับเอามาไว้พิจารณาครับ...

    ถ้าหลวงปู่ดู่ กล่าวไว้ว่า "ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม"
    ท่านดาบหักทราบไหมครับว่า วลีนี้ มีที่ไปที่มาอย่างไร?
    นี่เป็นญาณขั้นสุด ที่มีเฉพาะในพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตย์ที่เป็นปรมัตถบารมีจะบำเพ็ญได้ เพื่อรื้อขนสัตว์ เป็นการอุปมาเท่านั้น แต่สิ่งที่พระท่านต้องทำคือ การไล่ลำดับสัญญา ในภพชาติทั้งหลาย ไปจนถึงจุดเริ่มต้นแห่งวาระกรรม ที่ชาวเราชอบเรียกกันว่าอจินไตย....

    พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงตรัสไว้ว่า ใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ตนจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น....
    หลวงปู่ดู่จึงกล่าวไว้ว่า ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม...

    แต่ถ้าหลวงตาม้าจะแก้กรรมเก่า โดยการสวดคาถาจักรพรรดิ์ตามชื่อที่ท่านตั้ง...ซึ่งคือคาถาบูชาพระ ที่หลวงปู่ดู่ท่านรจนาขึ้นมานั้น...แล้วจะแก้กรรมเก่าได้...ตรงนี้ หลวงตาม้าเก่งกว่า หลวงปู่ดู่ เก่งกว่าพระพุทธเจ้า ครับ....

    กรรมเก่า ก็ส่วนกรรมเก่า กรรมใหม่ก็ส่วนกรรมใหม่...
    กรรมต้องประกอบด้วยเจตนา กระทำลงไปแล้ว มีผลเป็นที่สำเร็จ...เมื่อสำเร็จลงไปแล้ว จะไปใช้อะไรย้อนกลับไปแก้ไขอีก ได้อย่างไร...จะเอาอะไรไปลบไปกลบทิ้งได้อย่างไร...

    ทำไมผมจึงเชื่อหลวงพ่อฤษี....ก็เพราะผมลองฝึกตามท่านแล้ว มีผลตามที่หลวงพ่อกล่าวไว้ และหลวงพ่อฤษีท่านสอนทุกอย่าง ก็อยู่ในพุทธพจน์บทพระบาลี ไม่ได้แต่งเติมเสริมขึ้นมา หรือว่านึกคิดคาดเดาเอาเอง...ท่านปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า...การปฏิบัติก็ดี การสอนก็ดี ของหลวงพ่อฤษี เป็นไปเพื่อการพ้นทุกข์ เป็นไปเพื่อการเผาผลาญกิเลส เป็นไปเพื่อพระนิพพาน คือการดับภพดับชาติ...
    หลวงปู่ดู่ก็สอนเช่นเดียวกันครับ...ผมก็ยึดเอาแนวทางคำสอนนี้เป็นหลัก...


    หลวงปู่ดู่ท่านสอนให้ยึดเอา พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังคัจฉามิ เป็นหลัก...ไม่ได้สอนให้ยึดจักรพรรดิ์นะครับ...ไม่เชื่อผม ย้อนกลับไปศึกษาดูได้ครับ...
    หลวงพ่อฤษีท่านสอนให้ละสังโยชน์3ข้อต้นเป็นหลัก มีศีล 5 กรรมบถ10 พรหมวิหาร4 บารมี10 จรณะ 15 ท่านไม่ได้สอนให้ลูกศิษย์กลับมาเกิดแล้วจะได้สมบัติจักรพรรดิ์เป็นหลักนะครับ...


    ที่ผมใส่ตัวแดงใหญ่ๆนี่ก็เพื่อให้ท่านดาบหัก จำเอาไว้นะครับ นี่เป็นคำสอนและจุดมุ่งหมายของครูบาอาจารย์ในยุคนั้น อย่าเมาบุญ อย่าหลงบุญ อย่าหลงสมบัติทิพย์ สมบัติจักรพรรดิ์ ฟังคำสอนมาแล้ว ก็ตั้งสติ พิจารณาว่า คำสอนนี้ สอนคล้องและเป็นไปตามที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอนไว้หรือไม่....ถ้าไม่ใช่แล้ว ก็ให้กลับมายึดเอาที่พระธรรม... ไม่ใช่เอาคำสอนครูบาอาจารย์ของตนมาใหญ่กว่าพระธรรม...จะพากันวิปลาศไปหมด...

    ท่านดาบหักไม่เคยเรียนวิชาไสยศาสตร์มาก่อน...ผมนี่เรียนมาครับ รู้ไหมครับ ตัวคาถาในวิชาไสยดำนั้น เอามาจากไหน? เขาเอามาจากบทสวดมนต์ดีๆนี่เองครับ หยิบเอามาบางตัว บางคำ เอามาทำเป็นวิชาไสยศาสตร์...
    ดังนั้นอย่านึกนะครับว่า...สวดบทสวดมนต์แล้วทำชั่วไม่ได้ หรือไม่สามารถเอาไปทำชั่วได้...ดีชั่วไม่ได้อยู่ที่บทสวดมนต์...มันอยู่ที่คน...

    เอาแบบนี้ละกันครับ...เรามาพิสูจน์กัน...
    ถ้าเทวรูปที่ทำขึ้นแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยศิลปะเทวขอมเหล่านี้สร้างเสร็จในปีหน้า ตามเวลาที่กำหนด...
    สวดบรรจุด้วยคาถามหาจักรพรรดิ์ ด้วยมวลหมู่ลูกศิษย์ทั้งหลาย ....

    ครึ่งปีหลังของปี 2559 จะเกิดเหตุการณ์ปะทะ ของคนไทยด้วยกันเอง จะมีการนองเลือดเกิดขึ้น....
    ผมทำนายเอาไว้ก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว แต่ไม่ได้บันทึก...ผมจะบันทึกเอาไว้ตรงนี้ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 ...
    หลังเหตุการณ์นองเลือดแล้ว...ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่กลียุค...2565 จะสิ้นอิสระภาพ เอกภาพ อย่างแท้จริง...


    ผมกลับมาไทย เพื่อแก้ไขแล้ว แต่ก็ยอมรับว่า ไม่มีความสามารถ ไม่มีบุญวาสนาบารมี ทำตามที่ท่านสั่งมาแล้ว แต่ทำได้แค่นี้ ที่เหลือก็รอดูกันครับ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 พฤศจิกายน 2015
  17. isarasak

    isarasak สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +17
    ขอบคุณ คุณraming2555 เจ้าของกระทู้ มากครับ กระทู้นี้ ให้ความรู้ เปิดโลกทัศน์ และ อธิบายในหลายๆแง่ หลายๆมุมมอง มีเหตุและมีผล ผมก็แอบติดตาม กระทู้คุณraming2555 มานานพอสมควร เช่น กระทู้ คือ คนขี้บ่น กระทู้ นิทาน...ข้างๆคูๆ...
    ที่ลบไปแล้ว แต่ชอบรายละเอียดในกระทู้ดังกล่าวครับ มีเซพเก็บไว้ได้นิดหน่อย ก็มาระยะหลังๆ เกิดอยากดูกระทู้อื่นๆ ของคุณraming2555 อีก ก็เลยมาอ่าน ในส่วนของกระทู้ซูกระแท้ว-แซวกระทู้ แห่งนี้ ซึ่งผมเพ่งมาตามอ่านหลังๆแล้ว มาเจอประเด็น เรื่อง เทพเทวะขอม ก็สนใจ ก็ ติดดามอ่าน ก็ยังสนุก น่าติดตาม มีการอธิบาย ตามหลักเหตุ และผล เป็นอย่างดี ครับ
     
  18. isarasak

    isarasak สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +17
    และเนื่องจาก ผมมักจากอยู่ในหมวด ภัยพิบัติและการเตรียมการ เป็นหลัก แต่ไม่ค่อยได้มาเสวนา หรือ พูดคุย อะไรเท่าไร มีแต่เก็บข้อมูล และหลังปี 2012 ก็เงียบๆกันไป แต่ผมก็ยังติดตามในหมวดนั้นอยู่ และเท่าที่ผมได้หาความรู้มา จากหลายๆแหล่ง เกี่ยวกับ ภัยพิบัติ และการเตรียมการ นั้น ในส่วนตัวผมเอง เชื่อในเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในส่วนคุณraming2555 ไม่ค่อยให้ความสำคัญ หรือ เชื่อในเรื่องนี้เท่าไร เท่าที่ผมเคยตามอ่าน มานะครับ แต่จะเน้นไป ในส่วนของ สงครามกลางเมือง สงครามระหว่างเสื้อสีเป็นหลัก โดยจะไม่พูดหรือเน้นถึงภัยอื่นๆเท่าไร และ วันนี้ ในส่วนของ ที่คุณraming2555 กล่าวไว้ล่าสุด ว่า "ครึ่งปีหลังของปี 2559 จะเกิดเหตุการณ์ปะทะ ของคนไทยด้วยกันเอง จะมีการนองเลือดเกิดขึ้น....
    ผมทำนายเอาไว้ก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว แต่ไม่ได้บันทึก...ผมจะบันทึกเอาไว้ตรงนี้ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 ...
    หลังเหตุการณ์นองเลือดแล้ว...ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่กลียุค...2565 จะสิ้นอิสระภาพ เอกภาพ อย่างแท้จริง..." อันนี้ผมมี ยังข้อสงสัย ครับ
     
  19. isarasak

    isarasak สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +17
    ถ้ายึดตาม ที่หลวงพ่อฤาษีฯ ท่่านได้บอกไว้ ว่าถ้าฝรั่งเศษ โดนโจมตีเมื่อไร ให้คนไทยรีบกลับบ้าน ก็หมายความว่า ดินแดนอื่น นอกจากประเทศไทย ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะยุโรป หรือ อเมริกา รวมถึง ตะวันออกกลาง ซึ่งการที่ฝรั่งเศษโดนโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายไปแล้วนั้น อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ เหตุที่หลวงพ่อท่านกล่าวไว้ก็ได้ สมมุติว่าใช่เหตุนี้ล่ะ และ เป็นฉนวนเหตุแห่งสงครามใหญ่ หรือ สงครามโลกครั้งที่3 ที่จะเกิดตามมานั้น ถ้าเราตามข่าวสาร ในปัจจุบันก็จะ ทราบ หรือ รู้ถึง วิวัฒนาการของสงครามที่ เริ่มก่อต้วเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีการแบ่งฝีกแบ่งฝ่ายกันแล้ว จีน รัสเซีย กับ อเมริกากับยุโรป มีการเสริมกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ เข้าไปยังซีเรียแล้ว มีการยิงเครืองบินรบ ของรัสเซียตกโดยตุรกีแล้ว มูลเหุตุมีแนวโน้มขยายวง ล่าสุดจีนก็กำลังส่งกำลังทหารมายังซีเรีย เพื่อเข้าร่วมกับ กองทัพรัสเซีย ซึ่งมีแนวโน้มมากที่จะ มีการกระทบกระทั่งกันมากยิ่งขึ้น มีต่อนะครับ อาจจะยาวนิดหน่อยผมพิมพ์ไม่เร็วเท่าไร
     
  20. isarasak

    isarasak สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    10
    ค่าพลัง:
    +17
    มองตามหลัก เหตุและผล นะครับ สมมติว่าในอนาคตไม่น่าเกิน ปี60 เพราะว่า ปี60 จะมี ปธน.อเมริกาคนใหม่ หรืออาจจะปี59 นี้ก็ได้ เกิดสงครามใหญ่ขึ้นมาจริงๆล่ะ ต้องมีการแบ่งฝ่ายแน่นอน เหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ไทยยากที่จะวางตัวเป็นกลาง ก็ต้องมีการเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จีน ก็ สหรัฐ แล้วไงต่อละ เมื่อเราอยู่ฝ่ายใด อีกฝ่ายนึง ก็ย่อมโจมตี เพราะประเทศไทย ก็เป็นจุดยุทธศาสตร์หนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ คล้องจอง กับหลวงพ่อฤาษีฯ ที่กล่าวไว้ว่า พระคำข้าว กับ พระหางหมาก ช่วยกันรังสีได้ ให้ผกติดตัวไว้ ก็สามารถคิดคาดการณ์ได้เลยว่า ไทย ก็ต้องรับผลกระทบ จากการใช้ อาวุธนิวเคลียร์ด้วยเช่นกัน และนำมาซึ่งภัยพิบัติตามธรรมชาติต่างๆ ที่บรรดา ครูบาอาจารย์ หรือ ผู้ฝึกอนาคตังสญาณ ได้บอกกล่าวเอาไว้ เพราะ ผลของการใช้อาวุธร้ายแรง เช่น เคมี เชื้อโรค รวมถึง นิวเคลียร์ จะทำให้ สมดุลธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ธรรมชาติก้ ย่อมมีการปรับ สมดุลเป็นธรรมดา และการที่ ธรรมชาติปรับสมดุล ก็ คือ ภัยธรรมชาติต่างๆ นั้นเอง แล้วมาเกี่ยวกับ คุณraming2555 ตรงไหน มันเกี่ยวครับตรงประเด็น แรก คือ คุณ raming2555 จะไม่อยู่เมืองไทย จะไปอยู่ต่างประเทศแทน แล้วในเมื่อต่างประเทศมันก็อันตรายเหมือนกัน และน่าจะอันตรายกว่าเมืองไทยเราด้วย ผมสมมุติในกรณีที่จะเกิดสงครามใหญ่นะครับ โดยผมไม่ต้องมีอนาคตสังญาณ แค่ตามข่าวแบบชาวบ้านๆ ก็พอดูทิศทางการเมืองโลกได้ครับ ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ความเห็นส่วนตัว ครับ ประการที่สองที่ผมคาใจและสงสัย คือ
     

แชร์หน้านี้

Loading...